19_เที่ยวดิ่ง_Cover_2.jpg

zebertoothMarch 30, 2020

เกียวโตอาจถึงคราวล่มสลายอย่างแท้จริง?

เกียวโต หนึ่งในเมืองหลักของญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมมากที่สุด แต่ละปีสร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ญี่ปุ่นมหาศาล หากวันนี้กำลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก  จนสื่อญี่ปุ่นวิเคราะห์ว่าเกียวโตอาจถึงคราวล่มสลายอย่างแท้จริงหลังเพิ่งประสบสภาวะ “ฟองสบู่” มาก่อนหน้านี้

 

ด้วยการที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น จึงทำให้ “เกียวโต” มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญหลายแห่ง ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่นเริ่มนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ซึ่งต่อมาได้รับความสำเร็จอย่างสูงโดยในปี พ.ศ.2559 ญี่ปุ่นระบุว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 40 ล้านคน กระตุ้นการใช้จ่ายสะพัดกว่า 8 ล้านล้านเยน ซึ่งรายได้จำนวนมากมาจากเมืองเกียวโตทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ ที่ขายดิบขายดีสร้างความยินดีให้กับชาวเกียวโต แม้ต้องแลกมาด้วยความแออัดวุ่นวาย

 

ในปี 2563 ญี่ปุ่นตั้งความหวังสร้างรายได้จากท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก ด้วยอานิสงส์จากการเป็นเจ้าภาพโตเกียวโอลิมปิก2020 ที่จะกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้ให้สะพัดไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ล่าสุดเหตุที่โตเกียวโอลิมปิกถูกเลื่อนออกไปอีก 1 ปี จึงดูเหมือนว่าความหวังทุกอย่างกำลังพังสลายโดยสิ้นเชิง เมื่อยอดจองโรงแรม ที่พักและธุรกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวถูกยกเลิกเกือบทั้งหมด

 

“เกียวโต” ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะรายได้หลักของเมืองล้วนมาจากการท่องเที่ยว โรงแรมที่พักซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ หอพักที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการท่องเที่ยวแบบทัศนศึกษาของเด็กนักเรียนเกือบทั้งหมดถูกยกเลิกได้รับผลกระทบอย่างหนักไปตามกัน

 

ฟองสบู่ท่องเที่ยวแตก ทุบรายใหญ่ทรุด รายเล็กร่อแร่

 

รายงานสมาคมการท่องเที่ยวเมืองเกียวโต เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ระบุว่าหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงจนน่าตกใจ ยอดจองที่พักถูกยกเลิกแล้วกว่า 70% บางแห่งแทบไม่มียอดจองเหลือเลย นอกจากผลกระทบของโรคระบาดแล้ว นักวิเคราะห์ในญี่ปุ่นยังเชื่อว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากที่ผ่านมามีการลงทุนสร้างโรงแรมที่พักในเกียวโตเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมากในลักษณะ “ฟองสบู่” ดังนั้นเมื่อมีวิกฤติด่วนธุรกิจเหล่านี้จึงได้รับผลกระทบมากจน “ฟองสบู่แตก”

 

โรงแรมเกียวโต บริษัทจดทะเบียนเพียงแห่งเดียวของเมือง ประกาศคาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกว่า ผลประกอบการขาดทุนเมื่อเทียบกับรายได้ปีที่แล้ว โดยยอดจองห้องพักของโรงแรมลดลงประมาณ 40% และหลังมีคำสั่งห้ามจัดเลี้ยงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้การประชุมและจัดเลี้ยงทั้งจากสโมสรโรตารีและไลออนส์ ตลอดจนองค์กรอื่นๆ ที่เป็นขาจร อันถือเป็นรายได้ประจำได้ถูกยกเลิกเกือบหมดแล้ว โดยโรงแรมเองก็ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมยกเลิกในส่วนนี้

 

สำหรับธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กถือว่าเป็นกลุ่มที่รับผลกระทบรุนแรงไม่แพ้กัน เพราะก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมากมายเหมือนดอกเห็ดเพื่อรองรับการเติบโตช่วงที่การท่องเที่ยวเกียวโตบูมใหม่ๆ บ้านเรือนหลายแห่งถูกดัดแปลงเป็นโฮสเตล หรือ ห้องพักราคาถูก โดยกลุ่มนี้พบว่าอัตราการเข้าพักลดลง 60% และ 70%

 

กลุ่มที่รับผลกระทบมากที่สุดคือหอพักราคาถูก หรือ โรงแรมขนาดเล็กมาก ที่สร้างเพื่อรองรับกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษาในเกียวโตซึ่งส่วนใหญ่จะมีรายได้หลักจากโรงเรียนต่างๆ เท่านั้น เพราะโดยทั่วไปแล้วโรงแรมกลุ่มนี้จะไม่รับบุคคลทั่วไปนอกจากช่วงสั้นที่ไม่ใช่ช่วงทัศนศึกษาของเด็กเท่านั้น แต่เมื่อเกิดโรคระบาด โรงเรียนต้องยกเลิกเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ ทำให้ยอดจองของกลุ่มโรงแรมนี้อยู่ในสภาวะ “ยอดขายเป็นศูนย์” และยังไม่สามารถคาดว่าจะขายห้องพักได้อีกเมื่อไหร่

 

สิ่งน่าห่วงอีกอย่าง คือ โรงแรมขนาดเล็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีเงินสำรองที่แข็งแกร่งมากนัก หากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปจนไม่สามารถที่จะนำรายได้เข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายไปได้แล้ว ก็ดูเหมือนว่าอนาคตธุรกิจนี้อาจจะถึงจุดจบในที่สุด

 

บทความข้างต้นเห็นได้ว่า สถานการณ์เกียวโตในวันนี้บางเสี้ยวมีความเหมือน หรือ คล้ายคลึงกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวไทยมีการเติบโตและสร้างรายได้เข้าประเทศแต่ละปีสูงมากจนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศ กอปรกับการโหมลงทุนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเอสเอ็มอี ดังเห็นได้ว่ามีโฮมสเตย์ผุดขึ้นทุกภาคของประเทศรวมถึงเป็นที่แจ้งเกิดธุรกิจเกี่ยวข้องมากมาย

 

หากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สกัดกั้นการเติบโตของทุกซัพพลายเชนในธุรกิจท่องเที่ยวให้หยุดชะงักและเข้าขั้นวิกฤตไม่แพ้เกียวโต ต้องรอดูว่ามาตรการที่รัฐกำลังดำเนินการจะสามารถเยียวยาได้มากน้อยเพียงใด ธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับมาพลิกฟื้นได้อีกครั้งเมื่อใด คำตอบในวันนี้ยังคงมืดมน คงได้แต่รอจนกว่าวิกฤตไวรัสที่เกิดขึ้นทั่วโลกครั้งนี้จะผ่านพ้นไป ซึ่งทีมงานกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันในเร็ววัน

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก headlines.yahoo


_1.jpg

kinyupen_adminMarch 27, 2020

จากปัญหาการระบาดของโรคโควิด19 ที่กำลังทวีความรุนแรงและขยายไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก ได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลว่าปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารที่อาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะการที่ประชากรของแต่ละประเทศทั่วโลกต้องเผชิญมาตรการล็อกดาวน์จากการต่อสู้กับโรคโควิด19 ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าผู้ส่งออกด้านการเกษตรสำคัญที่เป็นแหล่งอาหารของโลกอาจจะต้องจำกัดการส่งออก

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานระบุว่า หลังจากการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ครอบคลุมไปทุกทวีปของโลก ทำให้ประชากรในทุกประเทศต่างแตกตื่น พากันกักตุนสินค้าจำเป็นที่ใช้ในครัวเรือนอย่างตื่นตระหนก ซึ่งเป็นการกักตุนอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้ง ทำให้สินค้าเหล่านี้เริ่มหาซื้อยากมากขึ้นในหลายประเทศ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้มีความกังวลว่า รัฐบาลบางประเทศอาจจะดำเนินการเพื่อเก็บอาหารไว้ภายในประเทศเพื่อความมั่นใจว่าจะมีอาหารเพียงต่อการบริโภคภายในประเทศ ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค โดยเฉพาะหากผู้ส่งออกรายใหญ่เริ่มเก็บตุนพืชเกษตร เช่น ข้าว ที่จะถูกนำมาผลิตเป็นแป้ง และเป็นอาหารหลักของคนทั่วโลกนั่นย่อมจะส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของโลกอย่างแท้จริง

 

ปัจจุบันมีรายงานว่าเวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ ได้เริ่มจำกัด การส่งออกข้าวแล้วเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานภายในประเทศ ซึ่งหากเวียดนามยังคงห้ามการส่งออก อุปทานของข้าวในตลาดโลกลดลงประมาณ 10-15% ในระยะเวลาอันใกล้นี้ และกลุ่มประเทศในแถบอาจเผชิญกับปัญหาหากเกิดการหยุดชะงักของการส่งออกนี้

 

ขณะที่ในประเทศอินเดียซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวชั้นนำระดับโลกเพิ่งเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลาสามสัปดาห์ซึ่งทำให้ช่องทางโลจิสติกส์หลายช่องหยุดชะงักนั่นหมายถึงกระบวนการส่งออก หรือขนส่งอาหารจะถูกหยุดตามไปด้วย นอกจากนี้สหภาพผู้ค้าน้ำมันพืชของรัสเซียก็เรียกร้องให้มีการ จำกัด การส่งออกเมล็ดทานตะวันและผลผลิตน้ำมันปาล์มได้ชะลอตัวลง ซึ่งรัสเซียถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเป็นอันดับสองรองจากมาเลเซีย นอกจากนี้รัสเซีย ยูเครนและคาซัคสถาน จะยังส่งออกข้าวสาลีได้หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตของปี 2562 แต่ผู้ค้าสินค้าด้านเกษตรของโลกก็ยังมีความกังวลอยู่ดี โดยเฉพาะการจำกัดการส่งออกของรัสเซียที่เป็นผู้ส่งออกข้าวสาลี และ ธัญพืชชนิดอื่นๆ ไปยังตลาดอาหารต่างๆ ในแถบยุโรป

 

ปัญหาความกังวลเรื่องของการขาดความมั่นคงทางอาหารยังกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก เนื่องจากในหลายประเทศได้รับผลกระทบจากโรคระบาดนี้ และรัฐบาลบางประเทศก็พยายามที่จะหาวิธีเพื่อกักตุนเสบียงอาหารไว้ให้กับผู้คนในประเทศ รวมถึงยังคงมีความล่าช้าจากการขนส่ง เช่น รัฐบาลอียิปต์ที่ยังต้องรอข้าวสาลีสำหรับทำอาหารให้มาถึงโดยเร็วแต่เกิดการล่าช้าจากการปิดการทำงานของบริษัทขนส่ง ทำให้พวกเขาต้องออกมาระบุว่า อียิปต์มีสต๊อกสินค้าเหล่านี้อยู่ได้เพียงอีก สี่เดือนข้างหน้าเท่านั้น เช่นเดียวกับรัฐบาลอิรักที่ระบุว่า จำเป็นต้องนำเข้าข้าวสาลี 1 ล้านตันและข้าว 250,000 ตันหลังจากที่คณะกรรมการวิกฤติได้แนะนำให้เพิ่มสต๊อกอาหาร ขณะที่รัฐบาลกาตาร์ได้นามข้อตกลงเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองด้านอาหารด้วย

 

สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ดูเหมือนว่ายังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยผู้ค้ารายหนึ่งในสิงคโปร์กล่าวว่า จนถึงขณะนี้เขายังไม่ได้รับคำสั่งซื้อข้าวสาลีเพิ่มเติมกว่าปกติแต่อย่างใด ซึ่งจากข้อมูลผลผลิตของกรมวิชาการเกษตรคาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวและข้าวสาลีทั่วโลกซึ่งเป็นพืชอาหารที่มีการซื้อขายกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกจะสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.26 พันล้านตันในปีนี้

 

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากราคาสินค้าเกษตรในเวลานี้ พบว่าราคาข้าวในตลาดโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้น หลังจากเกิดปัญหาเรื่องการขนส่ง โดยเวียดนามหยุดส่งออก อินเดียอยู่ในช่วงปิดทำการและประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศส่งออกข้าวสำคัญก็อาจจะออกมาตรการเช่นเดียวกันนั้นและนั่นหมายถึงราคาข้าวจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน

 

ปัจจุบัน ราคาข้าวในประเทศไทยสูงขึ้นกว่า 11% นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2556 ที่ระดับ 492.5 ดอลลาร์ต่อตัน ทั้งนี้ผู้ค้าข้าวของสิงคโปร์รายนี้ระบุว่า ไม่คิดว่าจะมีการขาดแคลนข้าว เพราะมีข้อมูลว่าอินเดียที่สินค้าคงเหลือมีขนาดใหญ่มาก แต่กลับพบว่าสินค้าคงคลังเหล่านั้นไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมกัน เพราะส่วนใหญ่กระจายอยู่ในจีนและอินเดียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นหมายถึงผู้ซื้อข้าวรายใหญ่ เช่นฟิลิปปินส์ผู้นำเข้ารายใหญ่และอื่น ๆ ในเอเชียและแอฟริกาอาจมีความเสี่ยงหากประเทศส่งออกข้าวรายใหญ่จำกัดการส่งออก ก็อาจจะประสบปัญหาเรื่องอาหารไม่เพียงพอได้


_องค์กรไทยเทศต้านโควิด_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 27, 2020

เมื่อทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติโรคระบาด “โควิด-19” บรรดาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งของไทยและต่างประเทศก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทต่างๆ ได้เสนอการช่วยเหลือเพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้กระจายวงกว้างไปมากกว่านี้

 

เริ่มจากองค์กรขนาดใหญ่ใกล้ตัวของไทยอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ประกาศสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแจกฟรีให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นและประชาชนทั่วไป ภายใต้แนวคิด “เร็วแต่มีคุณภาพ” และ กลุ่ม ปตท. ผลิตแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือเตรียมแจกจ่ายประชาชนผ่านสถานีบริการน้ำมัน และ บางจาก เตรียมเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือสำหรับลูกค้าบางจากและประชาชนทั่วไปนำภาชนะไปเติมได้ฟรีที่สถานีบริการน้ำมัน

 

สำหรับต่างประเทศก็มีบริษัทชั้นนำที่หันมาปรับไลน์การผลิตเพื่อมาช่วยให้ชาวโลกผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้โดยเร็ว เริ่มต้นจากประเทศจีนพื้นที่ระบาดชาติแรกของโรค โดยผู้ผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนอย่าง  “BYD” เปลี่ยนจากผลิตรถมาเป็นหน้ากากอนามัย ปรับสายการผลิตหันมาทุ่มกำลังผลิตหน้ากากอนามัยแทนหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยปัจจุบันโรงงานผลิตหน้ากากของ BYD มีกำลังผลิตมากกว่า 5 ล้านชิ้นต่อวัน รวมทั้งสารป้องกันการติดเชื้อ (disinfectant) 3 แสนขวดต่อวัน ถือเป็นโรงงานที่มีกำลังผลิตหน้ากากสูงที่สุดของโลก

 

 “LVMH” เปลี่ยนโรงงานน้ำหอมเป็นเจลล้างมือ บริษัท แอลวีเอ็มเอช (LVMH) เจ้าของแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton – Dior ประกาศจะเปลี่ยนโรงงานผลิตน้ำหอมให้กับแบรนด์ Christian Dior, GIVENCHY และอื่นๆ ปรับไลน์การผลิตมาเป็นการผลิตเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือแทน เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด หลังพบผู้เสียชีวิตและติดเชื้อจากโรคโควิด-19ในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับเจลแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้จะมอบให้กับองค์กรด้านสาธารณสุขของฝรั่งเศส และกระจายสู่ระบบโรงพยาบาลของประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทาง “แอลวีเอ็มเอช แถลงการณ์ว่าจะยังดำเนินนโยบายนี้ต่อไปตราบที่ยังเป็นเรื่องจำเป็นโดยจะร่วมมือกับองค์กรสาธารณสุขของฝรั่งเศสอย่างเต็มที่

 

หรือแม้แต่ ZARA บริษัทสัญชาติสเปนก่อตั้งโดย Amancio Ortega โดยเป็นแบรนด์หลักของเครือ Inditex Group บริษัทนี้ถือว่าเป็นร้านขายเสื้อผ้าใหญ่อันดับ 1 ของโลก ก็เข้ามาช่วยเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน  ZARA ปรับโรงงานผลิตเสื้อผ้าหันมาผลิตชุดกาวน์และหน้ากากอนามัย สำหรับแพทย์และผู้ป่วยที่ตอนนี้กำลังขาดแคลน ซึ่งสเปนเป็นอีกหนึ่งประเทศที่โดนผลกระทบจากโควิด-19 โดยทางบริษัทได้บริจาคหน้ากากไปแล้ว 10,000 ชิ้นให้กับทางภาครัฐ และจะบริจาคเพิ่มอีก 300,000 ชิ้น โดยทุกอาทิตย์ทาง Inditex จะมีการส่งของเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และกำลังศึกษาว่าจะสามารถแปรรูปวัสดุและเนื้อผ้าเพื่อทำสินค้าทางการแพทย์อย่างอื่นเพิ่มเติมได้หรือไม่

 

ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เมื่อรวมกันก็กลายเป็นความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ได้ การระบาดของ “โควิด-19” ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นแค่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มันกลายเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้ว ความร่วมมือจากหลายๆภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญ


Tokyo_Olympics_2021_covid19_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 25, 2020

หลังจากต้องอยู่ในความไม่แน่นอนว่าคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC จะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตของการแข่งขันกีฬาของมนุษยชาติอย่าง โอลิมปิก โตเกียว 2020 เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด19 ล่าสุดหลังการประชุมอย่างเคร่งเครียด ในที่สุด IOC ได้มีประกาศออกมาว่า โอลิมปิกโตเกียว และพาราลิมปิกโตเกียว จำเป็นจะต้องเลื่อนการจัดแข่งขันออกไปเป็นช่วงฤดูร้อนของปีหน้าแทน แต่จะยังคงใช้ชื่อโอลิมปิกโตเกียว2020 และ พาราลิมปิก โตเกียว 2020 เช่นเดิม

 

การประกาศเลื่อนการจัดการแข่งขันของ IOC ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังการพิจารณาแล้วว่าการระบาดของโรคโควิด 19 จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากนักกีฬาจากหลายประเทศเช่น แคนาดา และออสเตรเลียจะออกมาประกาศว่าจะไม่เดินทางมาแข่งขันที่ญี่ปุ่นอย่างแน่นอนเนื่องจากความวิตกเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพ ขณะที่ผลสำรวจของชาวญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่ก็เห็นว่าควรมีการเลื่อนการจัดแข่งขันออกไป เพราะแม้ว่าจะทำให้เกิดความเสียหายทางการการเงินให้กับญี่ปุ่นแต่ก็ดีกว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตนักกีฬาและผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด

 

ด้านปฏิกิริยาของนักกีฬาจากทั่วโลก ส่วนใหญ่แสดงความผิดหวังที่โอลิมปิกครั้งนี้จะถูกเลื่อนออกไป เพราะนักกีฬาบางคนจะใช้การแข่งขันในครั้งนี้ในการเกษียณตัวเองจากการแข่งขันระดับชาติ ในขณะที่บางคนก็เกรงว่าร่างกายอาจจะไม่อยู่ในสภาพพร้อมแข่งขันในอีก 12 เดือนข้างหน้า แต่ทุกคนก็ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ญี่ปุ่นเคยต้องผจญกับวิบากกรรมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกมาแล้วหลายครั้ง จนอาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นประเทศเดียวในโลกที่ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อให้ได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พวกเขาจะต้องพบกับอุปสรรคที่ไม่สามารถทำให้การจัดโอลิมปิกจัดขึ้นได้ราบรื่นตามกำหนดเวลา

ย้อนอดีตวิบากกรรมของญี่ปุ่นกว่าจะได้จัดโอลิมปิก ที่นี่

 

ขอบคุณภาพจาก : Reuters/Dado Ruvic


_แจกอาหารเยียวยาโควิด_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 25, 2020

ท่ามกลางบรรยากาศหดหู่สิ้นหวัง จากวิกฤติโควิด – 19 ที่พวกเราคนไทยกำลังเผชิญอยู่ทั้งการระบาดที่ลุกลามต่อเนื่อง ภาคธุรกิจปิดตัว กลุ่มแรงงาน ลูกจ้างตกงาน ว่างงานจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้าหาเช้ากินค่ำที่ได้รับผลกระทบหนัก แต่คำว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ เนื่องเพราะจากวิกฤตินี้ได้ทำให้เกิดกิจกรรมจิตอาสาจากประชาชนหลายกลุ่มที่ออกมา “แจกอาหารฟรี” แก่ผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่ง กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิต ขอเป็นตัวแทนในการบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และขอร่วมเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

 

สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระบัญชาจัดตั้งโรงทานช่วยผู้ประสบความยากลำบาก

เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้โพสต์ข้อความเผยพระบัญชาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมีใจความสำคัญว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ได้มีพระบัญชาโปรดให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ประสานงานกับวัดทั่วราชอาณาจักรซึ่งมีศักยภาพเพียงพอ จัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาด

 

อีกทั้งให้ประสานภารกิจร่วมกับหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงทาน และการแจกจ่าย ให้เป็นไปตามหลักสุขอนามัย โดยต้องไม่มีการจัดพิธีการ พิธีกรรม กิจกรรม หรือ การบริหารจัดการใด ๆ ที่ต้องให้บุคคลจำนวนมากมารวมตัวกัน และให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรการ และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด

 

“ฮีโร่จิตอาสา” ทำสิ่งเล็กๆ แต่น้ำใจมหาศาล

 

  • กทม. : บอย พีซเมคเกอร์ และ เจี๊ยบ พิจิตตรา ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวเต็มๆ เช่นกัน เนื่องจากทั้งคู่เปิดร้านอาหาร Gotoku by Shabu King ด้วยกัน แต่ทั้งคู่ขอเป็นกำลังใจคนตกงาน ด้วยการแจกอาหารและเครื่องดื่มฟรี จำกัด 1 คนต่อ 1 ชุด โดยทั้งคู่บอกว่าขอเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้คนไทยผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน ร้านเราลำบาก แต่เชื่อว่ามีคนลำบากกว่าเรา พร้อมทั้งฝากแชร์ให้กับครอบครัวที่เดือดร้อน

 

  • กทม. : ร้านข้าวมันไก่โอชิน “แจกอาหารฟรี”ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด “โควิด-19” โดยทางร้านก็ได้ระบุว่า “สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 รวมถึงการประกาศปิดสถานที่ต่างๆ จนตกงานหรือไม่มีรายได้ ในช่วงวันที่ 22 มีนาคม – 12 เมษายน 2563 หากมาทานอาหารที่ร้านและไม่สามารถจ่ายได้จริงๆ ให้ทานฟรีได้ 1 คน/1ห่อ โดยร้านข้าวมันไก่โอชินแจกข้าวฟรีทั้ง 7 สาขา ได้แก่ สาขาพรานนก , สาขาตัดใหม่ราชพฤกษ์-ศิริราช, สาขาจรัญสนิทวงศ์ 37, สาขาพาณิชย์ราชดำเนิน, สาขาปั้มบางจาก, สาขาถนนกาญจนาภิเษก, สาขาปิ่นเกล้า #เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

 

  • กทม. : ร้านอาหารญี่ปุ่น Kabocha Sushi “แจกอาหารฟรี” เพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทย โดยโพสต์ผ่านเพจของร้านระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 23-31 มีนาคม 2563 จะมอบชุดอาหารฟรีให้ทุกท่านที่ต้องเฝ้าระวังกักตัวเองอยู่ในที่พัก “วันละ100ชุด” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถรับสิทธิ์ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/JGk58xcroZKapBSa9

 

  • นนทบุรี : ร้านข้าวหมูทอด วัดเฉลิม ซอย 9 ติดป้ายหน้าร้าน พี่ๆ น้องๆ ที่ตกงาน โดนพักงาน จากวิกฤตไวรัส COVID-19 ขอเป็นคนที่ไม่มีเงินซื้อข้าว จริงๆ ทานฟรี 1 กล่อง/ 1 คน #เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

 

  • นนทบุรี : เจ้าของบ้านในหมู่บ้านแสนหวี ซอย 5 ใกล้ริมบึงเมืองทองธานีฯ เขียนป้าย “เชิญรับประทาน ข้าวไก่กระเทียมไข่ดาว ฟรี! พร้อมติดป้าย “สู้ไปด้วยกัน แบ่งปันน้ำใจ ทานให้อร่อย”

 

  • พัทยา : ร้าน Differ Club Pattaya ตั้งทีมจิตอาสา”อาหารแจกฟรี” อาทิ ข้าวไข่เจียว ข้าวหมูทอด น้ำดื่ม ตั้งแต่วันที่ 20-31 มีนาคม 2563 โดยเริ่มแจกในเวลา 17:00 น. เป็นต้นไป สงวนสิทธิ์ 1 คนต่อ 1 กล่อง พร้อมโพสต์ข้อความ “ร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ให้กำลังใจคนไทยกันด้วยนะ”

 

  • พัทยา : ร้านข้าวต้มปลาแสมสาร ประกาศ “แจกอาหารฟรี”ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในเมืองพัทยา จำนวน 1 รายการอาหารต่อคน ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป พร้อมกับโพสต์ข้อความให้กำลังใจว่า “หากเหนื่อยล้า พักทานข้าวซักหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังในการต่อสู้ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน (รบกวนแสดงบัตรวิชาชีพ หมอ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่) ด้วยรัก ข้าวต้มปลาแสมสาร”

 

  • พัทยา : ร้านครัวลุงเท่ง “แจกอาหารฟรี”หลากหลายเมนู เช่น ขนมจีนน้ำยาป่า, น้ำยากะทิ, ข้าวกะเพราไก่ ไข่ดาว, ข้าวผัด รวมถึงน้ำดื่ม พร้อมโพสต์ข้อความว่า “ประกาศจากร้านครัวลุงเท่ง พร้อมแจกข้าวราดแกงคนละ 1 กล่อง สำหรับเพื่อนพี่น้องที่กำลังลำบาก ไม่มีงาน วินมอไซค์ และทุกคน แจกจนกว่าจะหมด เรียนเชิญที่ร้านเลยนะค่ะ ขอบคุณเจ้าภาพ คุณ Tomas ผู้สนับสนุนหลักวันนี้ค่ะ ขอบคุณพี่นู๋หนึ่งร้าน ส้มตำทองหล่อ ซอยเขาตาโล อร่อยจัดที่ 1 ในพัทยา ร่วมบริจาคเงินและน้ำดื่ม หากรับไปให้เด็กทาน สามารถบอกทางร้านนะคะ ว่าขอเป็นข้าวผัดหรือข้าวไข่เจียวได้ และมารับได้ที่ร้านอาหารครัวลุงเท่ง หน้าห้างท้อปฯ ซอยเขาน้อย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบปัญหาว่างงาน ไม่มีรายได้ ทางร้านขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้นะคะ”

 

  • ชลบุรี : สมาชิกเฟซบุ๊ก “แก้ว วงษา” เจ้าของห้องเช่า ประกาศไม่เก็บค่าเช่าคนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด โดยระบุข้อความว่า “ท่านใดที่อยู่ห้องเช่า พี่แก้ว ตกงานจากพิษโควิด แจ้งได้นะคะ ไม่เก็บค่าเช่าค่ะให้อยู่ฟรี จนกว่าจะเข้าภาวะปกติค่ะ” ทั้งยังโพสต์ต่ออีกว่า “ตอนโพสต์กะบ่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ปกติกะโพสต์บอกลูกห้องเป็นปกติ มื้อนี้อย่าฟ้าวมาจ่ายตังค์เด้อไปธุระ มื้อนี้แจกหมูกะทะฟรี ห้องละ 1 ชุดเข้ามารับด้วยค่ะ ข่อยบ่อยากออกข่าวแหม..”

 

  • เชียงใหม่ : ร้านอาหาร Food4Thought และ ร้าน Bays café โดยคุณ พรรณปพร พิมพิสาร ประกาศแจกอาหารฟรี แก่ประชาชนทั่วไปในช่วงภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่และวิกฤตโควิด-19 พร้อมติดแฮชแท็ก #สู้ไปด้วยกันค่ะชาวเชียงใหม่ โดยหลังจากแชร์ในเฟซบุ๊กกลุ่มต่างๆ ในเชียงใหม่ ก็ได้รับความสนใจทั้งจากประชาชนทั่วไป รวมถึงบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ร้านผัก เนื้อ หมู ไก่ เมื่อทราบข่าวก็ติดต่อที่จะเข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย

 

  • อุดรธานี : หนุ่มอุดรฯน้ำใจงาม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Tar Kachanon Khangkarn แจกไข่ไก่ให้กับคนที่ตกงาน โดยจะตระเวนขับรถไปแจกตามจุดต่างๆ พ้รอมติดป้ายไว้ว่า “เงินหมด พิษโควิด-19 ตกงานหยิบฟรี” ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความชื่นชมจำนวนมาก

 

  • ขอนแก่น : เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาร้านโต้งปลาเผาขอนแก่น ทำข้าวกล่องมาสำหรับพนักงานสถานบันเทิง-พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 พร้อมกับมีแอลกอฮอล์ให้ล้างมือทำความสะอาดด้วย โดยร้าน ระบุว่า แม้จะทำแค่วันเดียวก็ขอทำเพื่อช่วยคนที่ลำบากได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้ พร้อมบอกว่า สู้ไปด้วยกัน เราจะผ่านมันไปด้วยกัน

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

ขอขอบคุณและชื่นชมฮีโร่จิตอาสาทุกท่านด้วยใจจริง

///////////////////////////////////////////////////////


gorillas-coronavirus_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMarch 24, 2020

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมากในขณะนี้ นักอนุรักษ์ก็ได้ออกมาเตือนว่านอกจากมนุษย์ที่มีความเสี่ยงแล้ว ยังอาจจะส่งผลกระทบถึงลิงกอริลลาที่ใกล้สูญพันธุ์ของแอฟริกาที่อาจจะได้รับเชื้อโรคจากนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยี่ยมชมพวกมันอีกด้วย

 

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า อุทยานแห่งชาติวีรูงกา ในประเทศคองโก ซึ่งเป็นแหล่งที่มีกอริลลาภูเขาจำนวนมากถึงหนึ่งในสามของโลก ได้ออกมาประกาศจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเที่ยวในอุทยานฯ หลังจากได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญว่า มนุษย์อาจจะเป็นผู้นำเชื้อไวรัสโคโรนาเข้าไปติดกอริลลาได้ เนื่องจากพวกมันมีความอ่อนแต่ต่อภาวะแทรกซ้อนและติดโรคได้ง่าย โดยจากข้อมูล พบว่ากอริลลาภูเขามักจะป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจที่ติดจากมนุษย์ และด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าไปเยี่ยมชนกอริลลาในธรรมชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปใกล้ชิดพวกมันมากเกิน

 

ปัจจุบันมีกอริลลาภูเขาอาศัยอยู่ในธรรมชาติราว 1,000 ตัว ในพื้นที่คุ้มของคองโก, ยูกันดาและรวันดา ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สำคัญให้กับประเทศเหล่านี้ แต่หลังการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้แต่ละประเทศต้องออกมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการนำเชื้อโรคไปติดกอริลลาเหล่านี้

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก : Roberto Schmidt/AFP และ Virunga National Park

 

การตัดสินใจออกมาตรการที่เข้มงวด ได้รับการชื่นชมจากนักอนุรักษ์ที่ออกมาระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อปกป้องกอริลลาภูเขาเหล่านี้ เพราะปัจจุบันมีประชากรกอริลลาเหลืออยู่น้อยมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีกว่าพวกมันไวต่อโรคของมนุษย์มาก ถ้าใครเป็นไข้หวัด พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป เพื่อปกป้องพวกมันจากการติดโรค โดยเฉพาะโรคโควิด 19 ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในหลายทวีปขณะนี้

 

อย่างไรก็ตามจากรายงานของที่นักอนุรักษ์ในยูกันดา ร่วมกับมหาวิทยาลัยโอไฮโอ ระบุว่ามาตรการในการปกป้องกอริลลาจากการติดเชื้อโรคจากมนุษย์นั้นไม่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ เพราะกฎในการรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยที่กำหนดว่าจะต้องมีระยะห่าง 7 เมตร จากกอริลลา ถูกทำลายเกือบทุกครั้งที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมพวกมัน ซึ่งหากไม่สามารถป้องกันการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดเรื่องของระยะห่างได้ มาตรการหนึ่งที่สามารถปรับปรุงความปลอดภัยได้ คือ ต้องให้นักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

 

ขอขอบคุณภาพจาก : AP /Jerome Delay

 

ยูกันดายังไม่ประกาศปิดตัวการท่องเที่ยวกอริลลา เพราะตอนนี้ก็มีนักท่องเที่ยวจากยุโรปและที่อื่น ๆ ลดน้อยอยู่แล้ว ปัจจุบัน ประชากรกอริลลาภูเขาในภูมิภาคลดลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ผ่านมาเนื่องจากการติดโรคความเจ็บป่วยสาเหตุทางธรรมชาติ เช่น  ตกลงมาจากต้นไม้หรือถูกฆ่าตายในการต่อสู้ระหว่างชายเพื่อดินแดนหรือการปกครอง และในเดือนกุมภาพันธ์มีกอริลลา 4 ตัวถูกฟ้าผ่าตาย กอริลลาภูเขานับเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งหรือใกล้สูญพันธุ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ถึงแม้ว่านักอนุรักษ์จะพยายามให้มันเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยอยู่ดี

 

นอกจากนี้ นักอนุรักษ์บางคนยังแสดงความกังวลว่าการสูญเสียรายรับจากการท่องเที่ยวในช่วงการระบาดของโคโรนาไวรัสนั้น ก็อาจจะส่งผลกระทบถึงความยั่งยืนของสัตว์ป่ารวมถึง กอริลลาภูเขาในอุทยานแห่งชาติคองโกด้วย เพราะเงินสนับสนุนส่วนใหญ่ก็ได้มาจากธุรกิจ แต่หากไม่มีเงินเข้ามาเลยก็เสี่ยงที่จะทำให้กอริลลาเหล่านี้ได้รับผลกระทบไปด้วย


Trump-Chinese-virus_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 23, 2020

ขณะที่สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด19 ยังไม่ทุเลาลงโดยเฉพาะในยุโรป และสหรัฐอเมริกา แต่ดูเหมือนว่าการรับมือของผู้นำบางคนอาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก  เช่น ในสหรัฐอเมริกาที่ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาทวิตข้อความส่วนตัว กล่าวถึงการรับมือการระบาดในสหรัฐอเมริกา แต่กลับใช้คำว่า “ไวรัสจีน” จนสร้างความไม่สบายใจให้กับหลายฝ่าย เพราะคำกล่าวของทรัมป์ อาจะทำให้เกิดความขัดแย้ง และเหยียดเชื้อชาติระหว่างชาวตะวันตกและชาวเอเชีย แม้กระทั่งองค์กรด้านสิทธิพลเมืองของสหรัฐเองก็ออกมาตำหนิการใช้คำที่ไม่สมควรของเขาในครั้งนี้

 

ซินเทีย ซอย ผู้อำนวยการขององค์กร Chinese for Affirmative Action ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลด้านสิทธิของชุมชนชาวจีนในซานฟรานซิสโก ระบุว่า คำกล่าวของทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่ใช้คำว่า “ไวรัสจีน” “กังฟู” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” จะเป็นการปลุกเร้าและกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านชาวเอเชียขึ้นจนกลายเป็นเหตุรุนแรงที่กระทำระหว่างกัน โดยทรัมป์ปฏิเสธที่จะเรียกชื่อโรคให้ถูกต้อง ตามที่แพทย์และองค์การอนามัยโลกกำหนดว่า คือ โรคโควิด 19  หรือ โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โดยยังใช้คำที่อาจจะทำให้เกิดความแตกแยก และเขายังไม่รับฟังเสียงเรียกร้องเรื่องความอ่อนไหวในการใช้คำพูดเช่นนี้ เพราะสิ่งที่กล่าวอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย

 

ขอขอบคุณภาพจาก : Jabin Botsford/The Washington Post , Reuters

 

หลังการทวิตข้อความของทรัมป์ถูกเผยแพร่ออกไป องค์กรของซินเทีย ก็ได้เปิดศูนย์เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยและรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงการเลือกปฏิบัติต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและแปซิฟิก ชาวเกาะทั่วประเทศทันที โดยปรากฏว่าหลังเปิดทำการศูนย์แห่งนี้ได้รับรายงานเรื่องร้องเรียนถึง 60 เรื่องภายใน 2 วัน  

 

เคสหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ มีเด็กชายชั้นมัธยมต้นชาวเอเชียอายุ 12 ปี  ที่อาศัยอยู่ย่านซานเฟอร์นันโด ในลอสแองเจลิส ถูกเพื่อนร่วมชั้นทุบตีอย่างรุนแรงจนต้องนำตัวส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล หรืออีกกรณีหนึ่งมีหญิงชาวจีนที่ถูกชาวอเมริกันรุมด่ากล่าวหาบนถนน และระหว่างเดินอยู่บนถนนก็ถูกผู้คนสาปแช่งอย่างไร้เหตุผล

 

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ชายจากพม่าและลูกชายคนเล็กของเขา ถูกชายคนหนึ่งแทงที่ร้านขายของชำในมิดแลนด์  รัฐเท็กซัส ซึ่งเชื่อว่าการเหยียดเชื้อชาติอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีสาเหตุมาจากการระบาดของโรคโควิด 19

 

จากข้อมูลยังพบด้วยว่าชาวจีนที่อาศัยในสหรัฐอเมริกาต่างพากันไปซื้อปืนเพื่อป้องกันตัวมากขึ้น ทำให้ร้านขายปืนซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยของคนจีน มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 10 เท่าจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตามทรัมป์ออกมา ปฏิเสธว่าการใช้คำว่า “ไวรัสจีน” ของเขาไม่ใช่การเหยียดสีผิว แต่ไวรัสมาจากประเทศจีน และนั่นคือเหตุผลที่เขาใช้คำนี้

 

ทั้งนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองอเมริกันด้วยกัน เช่น นางฮิลลารี คลินตัน ว่า ทรัมป์พยายามใช้คำพูดที่สร้างความสนใจเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นในการบริหารประเทศของเขาโดยเฉพาะความล้มเหลวในการบริหารจัดการ กรณีการระบาดของไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะที่ผ่านมาเขาออกมาปฏิเสธความร้ายแรงของโรคระบาดหลายครั้ง ตั้งแต่โรคเริ่มระบาด  ขณะที่ผู้นำหลายประเทศได้ออกมากล่าวว่า ในช่วงเวลานี้ทุกประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติเดียวกันอยู่ ในขณะที่ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำทุกคนจะมาช่วยกันแก้ปัญหา แทนที่จะมาดูหมิ่นกล่าวหากัน

 

ด้านนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การที่องค์การอนามัยโลกออกมากำหนดให้ใช้ชื่อ COVID-19 เพื่อป้องกันการใช้ชื่ออื่น ที่อาจไม่ถูกต้องหรือถูกตีตราให้กับประเทศที่เกิดโรคในครั้งแรก ซึ่งเป็นความพยายามขององค์การอนามัยที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว แต่กลับปรากฏว่ามีเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง

 

ปัญหาการเหยียดชาวเอเชียเคยเกิดขึ้นหลายครั้งตั้งแต่เริ่มการระบาดในประเทศจีน นักการทูตชาวไทยเคยถูกทำร้ายในระหว่างเดินอยู่ในประเทศอังกฤษ ขณะที่ล่าสุดนักแสดงตลกชาวญี่ปุ่นก็ออกมาทวิตข้อความว่าถูกชาวตะวันตกถามว่าเขาเป็นชาวจีนหรือไม่ และแสดงท่าทางรังเกียจ เขาจึงตอบโต้ด้วยการถามกลับชาวตะวันตกไปว่า “แล้วคุณล่ะ เป็นชาวอิตาลีหรือไม่” ทำให้ข้อความของเขาถูกรีทวิตไปจำนวนมากโดยส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันออกที่ชื่นชมว่าเขาสามารถตอบโต้การเหยียดผิวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างดี


Olympics2020_IOCยื้อไม่ไหว_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 23, 2020

 

 

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และยอมรับเป็นครั้งแรกในวันนี้ว่า มีความเป็นไปได้การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่จะจัดขึ้นกรุงโตเกียว อาจจะต้องเลื่อนออกไป หลังจากที่ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันออกไป จากปัญหาการระบาดของโรคโควิด19 ที่กำลังระบาดอยู่ทั่วโลกในครั้งนี้

 

การออกมาให้สัมภาษณ์สื่อของนายอาเบะ นับเป็นการยอมรับที่อาจจำเป็นจะต้องเลื่อนการจัดการแข่งขันออกไปหลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงยืนยันว่าจะยังคงเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกในช่วงเวลาเดิมในเดือนกรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ท่ามกลางการระบาดที่ยังคงไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติลง ในขณะที่นานาชาติเรียกร้องให้ตัดสินใจใหม่เนื่องจากการระบาดที่เพิ่มสูงขึ้นและเชื่อว่าจะไม่ยุติลงทันการแข่งขันที่จะจัดขึ้นช่วงกลางปีนี้แน่นอน

 

อย่างไรก็ตามอาเบะกล่าวว่า “การยกเลิกการจัดการแข่งขันไม่ใช่ทางเลือกสำหรับเรา” นั่นหมายความว่าไม่ว่าอย่างไรญี่ปุ่นจะต้องจัดการแข่งขันให้ได้ภายในปีนี้ตามสัญญาและข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ทั้งนี้ไอโอซี จะจัดการประชุมพิเศษในวันอังคารนี้ เพื่อประกาศเกี่ยวกับอนาคตของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว รวมถึง การเลื่อนที่จะมีการตัดสินใจภายในสี่สัปดาห์ แต่เวลานี้เตรียมแผนสำรองเอาไว้แล้ว

 

นายอาเบะกล่าวว่า ที่การตัดสินใจของ IOC สอดคล้องกับนโยบายญี่ปุ่นแม้จะเป็นเรื่องยากที่แต่การตัดสินใจโดยเร็วที่สุดจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

“เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเช่นคณะกรรมการจัดงานโตเกียว และรัฐบาลกรุงโตเกียวเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม” นายอาเบะกล่าว

 

ขอบคุณภาพจาก : USA TODAY และ sport.err.ee


Covid-19-china-divorce_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 19, 2020

สื่อต่างประเทศรายงานว่า จากข้อมูลของสำนักงานทะเบียนราษฎร์จีนระบุว่าในช่วงเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สำนักงานเขตในมณฑลต่างๆ ของจีนต้องดำเนินการจดทะเบียนหย่าร้างให้กับคู่สมรสชาวจีนเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจ นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจีนที่มีสถิติการหย่าร้างสูงขึ้นอย่างมากเช่นนี้

 

รายงานระบุว่า ที่สำนักงานเขตมณฑลเสฉวน มีผู้เดินทางมาขอจดทะเบียนหย่าด้วยความสมัครใจมากกว่า 300 คู่ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ที่สำนักงานเขตซีอานก็มีคู่สมรสมายื่นจดทะเบียนหย่าถึง 14 คู่ภายในวันเดียว แต่ในบางเขตคู่รักก็ต้องผิดหวังกลับไปเพราะไม่ได้หย่า เนื่องจากทางเขตที่ขีดจำกัดการจดทะเบียนหย่าได้เพียง 10 คู่ต่อวันทำให้พวกเข้าต้องรีบเดินทางมาใหม่ในวันรุ่งขึ้นเพื่อให้ทันเป็นหนึ่งใน 10 คู่ที่จะสามารถจดทะเบียนหย่ากันได้  ซึ่งสถิติที่เพิ่มขึ้นของการจดทะเบียนหย่าของผัวเมียชาวจีนเกิดขึ้นในช่วงที่จีนสั่งให้ประชาชนกักตัวอยู่ที่บ้าน และงดกิจกรรมอื่นๆ นอกบ้าน

 

เจ้าหน้าที่จีนระบุว่า การที่คู่รักตัดสินใจมาจดทะเบียนหย่ากัน ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า “เบื่อ” หลังจากที่ต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันในบ้านเป็นเวลานานและมากเกินไป ทำกิจกรรมหลายอย่างด้วยกันจนไม่มีอะไรจะทำแล้ว การต้องเห็นหน้ากันทุกวันก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุทะเลาะ เบาะแว้ง และเริ่มเข้าใจในสิ่งที่แตกต่างกันมากขึ้น

 

 

มีรายงานว่าเมื่อสำนักงานเขตในพื้นที่ต่างๆ เริ่มเปิดทำการ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังหยุดทำการไปเพราะเหตุการณ์แก้ปัญหาโรคระบาด ก็พบว่ามีคู่สมรสพากันมาจดทะเบียนหย่ากันอย่างล้นหลาม ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเจ้าหน้าที่ของจีนกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า คนหนุ่มสาวผู้ที่มาจดทะเบียนหย่าส่วนใหญ่เป็นคู่รักหนุ่มสาว ที่มักจะมีการติดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น และ เมื่อเจ้าหน้าที่ให้สติว่าลองกลับไปพิจารณาดูกันใหม่ พวกเขาก็มักจะปฏิเสธที่จะกลับไปทบทวนการตัดสินใจและยังยืนยันจะยุติชีวิตสมรสกันต่อไป

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้  ทำให้เกิดความสนใจในเชิงจิตวิทยาจนกลายเป็นที่ถกเถียงว่าแท้จริงแล้วการที่คู่รักจะมีเวลาใกล้ชิดกันมากๆ นั้น มีประโยชน์ต่อความสัมพันธ์หรือไม่ หรือว่าแท้จริงแล้วมันอาจจะทำให้เป็นไปในทางตรงกันข้ามกันแน่ ทั้งนี้สื่อได้นำข้อมูลการศึกษาในประเด็นนี้ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2018 พบว่าคู่รักที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานมีอัตราการหย่าร้างลดลงในปีแรกเมื่อเทียบกับคู่รักที่ไม่ได้ทดลองอยู่ร่วมกันมาก่อน แต่อัตราการหย่าร้างกลับจะสูงขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นเวลามากกว่า 5 ปีขึ้นไป  แต่งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งกลับแสดงให้เห็นว่าการใช้เวลาอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานจะสามารถปกป้องคู่รักจากการหย่าร้างได้

 

อย่างไรก็ตามความบาดหมางของคู่รักชาวจีนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระบาดของโรคโควิด19 ยังสะท้อนออกมาให้เห็นในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของจีน อย่าง เหว่ยป๋อ แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดของชาวจีน ซึ่งสื่อให้เห็นว่าความรักของคู่รักที่ต้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานมีแนวโน้มที่จะถึงจุดระเบิดจากปัญหาตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ  ไปจนถึงความเครียดเรื่องความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจที่ตกต่ำ หลายคู่ตกอยู่ในสภาพของความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และหลายคนหลายคู่ก็สะท้อนความรู้สึกต่างๆ เหล่านั้นระบายลงในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น

“เมื่อคู่รักใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยกันมันยากที่จะซ่อนปัญหาเอาไว้ ข่าวนี้ไม่ได้ทำให้ฉันประหลาดใจเท่าไหร่ที่คู่รักจะอยู่ด้วยกันไม่ได้และต้องหย่าร้างกัน” “บางทีงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องทำความสะอาดบ้าน หรือล้างจาน ก็อาจจะสะสมเป็นปัญหาให้ทะเลาะกันได้”  หรือ “ทำไมถึงไม่หยิบจับอะไรสักอย่าง เราทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกันทั้งนั้น” เป็นต้น  

 


testcovid-csr_cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 18, 2020

 

• “ผลงานคนไทย” : ภายใต้ความร่วมมือของ “สถาบันวิทยสิริเมธี – กลุ่ม ปตท. – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ – คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล – คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล – โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี
• “รู้ผลเร็ว” ภายใน 30 – 45 นาที เหมือนตรวจการตั้งครรภ์
• “ต้นทุนถูก” : ต้นทุนประมาณ 475 บาทต่อชุด โดยใช้อุปกรณ์ในไทยทั้งหมด
• “ผลิตได้แสนชุดต่อเดือน” ขณะนี้มีสต็อคประมาณ 10,000 ชุด กำลังผลิตอยู่ที่ 100,000 ชุดต่อเดือน
• “เตรียมแผนผลิต” : ชุดทดสอบสำหรับในคลินิก คาดเดือนเมษายนนี้

 

หมายเหตุ อยู่ระหว่างรอการประกาศยืนยันผลการทดสอบการใช้ และการยืนยันจากรพ.ศิริราชอีกครั้ง หากได้รับการประกาศใช้แล้ว เชื่อว่าจะสามารถเร่งผลิตออกมาใช้ได้ต่อไป