YOLD_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJuly 8, 2020

YOLD ศัพท์ใหม่ที่กำลังมาแรงช่วงนี้มีที่มาจากคำว่า Yong Old ที่ญี่ปุ่นบัญญัติขึ้นสำหรับคนที่อยู่ในวัยเกษียณช่วงอายุ 65-75 ปี แต่จะนับเข้ากลุ่ม YOLD ก็ต่อเมื่อคนในช่วงวัยดังกล่าวยังเปี่ยมคุณภาพ เตะปี๊ปดัง กระฉับกระเฉงมีสุขภาพดี และมีเงินพอประมาณ

 

จอห์น พาร์เกอร์ คอลัมนิสต์ของดิ อีโคโนมิสต์ได้เขียนถึงกลุ่ม YOLD ว่า ปี พ.ศ. 2563 จะเป็นจุดเริ่มต้นของคนกลุ่มนี้อย่างแท้จริงเพราะประเทศพัฒนาแล้วต่างขยายเวลาเกษียณของผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2498-2503 ด้วยคนกลุ่มนี้จะทยอยเกษียณตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 – 2568 โดยสาเหตุของการขยายเวลาเกษียณเนื่องจาก ซึ่งจากสถิติขององค์การอนามัยโลกชี้ว่าคนกลุ่มนี้เป็นประชากรที่มีสัดส่วนสูงประมาณ 134 ล้านคนหรือคิดเป็น 11% ของจำนวนประชากรโลก อันมีคุณสมบัติอึด ทน ทั้งสั่งสมประสบการณ์ที่เชื่อว่าจะสามารถพาโลกพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ

 

กลุ่ม YOLD ไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายขององค์กรขนาดใหญ่ในการต่ออายุเกษียณ หากยังเป็นเป้าหมายด้านการตลาดของแทบทุกกลุ่มสินค้ารวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว และการศึกษาเนื่องด้วยรายได้ เงินสะสม งานอดิเรก และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่บอกถึงอำนาจการใช้เงิน อย่างกรณีของสหรัฐอเมริกา คนกลุ่มนี้มีรายได้หลังหักภาษีประมาณ 70% ของรายได้รวมหลังหักภาษีของคนทั้งประเทศ มีความชื่นชอบในการซื้อของออนไลน์ ค้นหาข้อมูลสุขภาพ ซึ่งแนวโน้มนี้ก็ปรากฏในสังคมไทยเช่นเดียวกัน

 

Yong Old YOLD

 

สิ่งที่ยืนยันถึงอิทธิพลของ YOLD คือ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเปิดแผนกพิเศษรองรับคนกลุ่มนี้ที่อยากเรียนรู้ ซึ่งมีให้เลือกกว่า 60 คอร์ส ตามความสนใจทั้งศิลปะ ดนตรี ปรัชญา วรรณกรรม จนถึงเทคโนโลยี

 

อย่างไรก็ตามคนกลุ่มนี้คือกลุ่ม Baby Boomer เพราะเกิดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและเป็นช่วงที่มีอัตราการเกิดเยอะเพราะต้องการสร้างแรงงานในการพัฒนาฟื้นฟูประเทศ จึงเป็นที่มาของคำว่า Baby Boomer และด้วยการกล่าวที่ว่าพฤติกรรมของคนจะสัมพันธ์กับโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย สถานการณ์การเมือง สังคมเศรษฐกิจ คนกลุ่มนี้จึงมีพฤติกรรมการทำงานแบบทุ่มเท อดทน ประหยัดอดออม ความคิดออกแนวอนุรักษนิยม

จึงเห็นได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จมักจะอยู่ในรุ่นนี้ค่อนข้างมาก และเมื่อ 3 ปีก่อนได้มีการแบ่งกลุ่มทางการตลาดให้คำบัญญัติกลุ่มนี้ว่า Middle Adulthood ผู้ใหญ่วัยกลางคน สู่ปรากฏการณ์ Midorexia ป้ายฉลากสำหรับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่แสดงถึงความอ่อนกว่าวัย ทำงานได้นานขึ้น มีความสุขและสร้างความพึงพอใจให้ตนเองเสมอจนคำว่า Anti Aging ถูกเมินไปเลย

 

ดังนั้นคนวัยนี้ไม่ต้องกลัวหรือเซ็งกับคำว่าแก่ เพราะตราบใดที่ยังไฟแรงเว่อร์ ตราบนั้นยังมีที่ยืน


-กาฬโรค_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJuly 7, 2020

ย้อนประวัติศาสตร์ความรุนแรงของโรค “กาฬโรค” โรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์ฟันแทะ นับเป็นโรคร้ายเก่าแก่ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันตะวันออก คร่าชีวิตผู้คนไปหลายสิบล้านคน รวมถึงไทยที่คาดว่าน่าจะระบาดตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง จนถึง สมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนค้นพบวัคซีนป้องกันได้ในปี ค.ศ.1897 ล่าสุดจีนออกคำเตือนระดับสาม หลังพบผู้ป่วยติดโรคนี้อีกครั้งที่มองโกเลีย

 

กาฬโรค
ภาพจาก : Reuters

 

จีนออกคำเตือนให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือกับการระบาดของกาฬโรค หลังจากโรงพยาบาลท้องถิ่นเขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีนพบผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นกาฬโรค พร้อมกับคำสั่งห้ามการล่าสัตว์และการกินสัตว์ที่เป็นพาหะโรคระบาดซึ่งเป็นสัตว์ประเภทฟันแทะ โดยเฉพาะตัวมาร์มอต (marmots) หรือตัวกระรอกขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของการเกิดโรคครั้งนี้ เมื่อมีรายงานว่าพี่น้องสองคนในพื้นที่ล้มป่วยหลังรับประทานเนื้อของมัน

 

กาฬโรค
ภาพจาก : whitemarmotte.com

 

จีนพบผู้ป่วยกาฬโรคในมองโกเลีย 4 รายในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วซึ่งรวมถึงกาฬโรคปอดบวม 2 รายซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรงกว่ากาฬโรคปกติทำให้ล่าสุดจีนต้องเตรียมรับมือกับการระบาดของโรคกาฬโรค เนื่องจากในประวัติศาสตร์เคยเป็นโรคที่เคยเกิดการระบาดใหญ่ไปทั่วโลก รู้จักกันในชื่อ “Black Death” คร่าชีวิตชาวยุโรปไปหลายสิบล้านคน

 

กาฬโรค เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonosis) แพร่จากสัตว์ฟันแทะและหมัดของมัน ซึ่งแพร่เชื้อแบคทีเรีย Yersinia pestis ไปยังสัตว์อื่นอีกหลายชนิดรวมทั้งคน

 

อาการและอาการแสดงเริ่มแรกของโรคกาฬโรค จะยังไม่จำเพาะ คือ มีไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดกล้ามเนื้ออาเจียน ไม่มีเรี่ยวแรง เจ็บคอ และปวดศีรษะ อาการต่อมน้ำเหลืองอักเสบจะเกิดในบริเวณที่ต่อมเหล่านั้นรับน้ำเหลืองมาจากบริเวณที่ถูกหมัดกัด มักเป็นบริเวณขาหนีบ และอาจจะพบร่องรอยของแผลหมัดกัดเหลืออยู่ ต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบจะบวม แดง เจ็บและอาจจะกลายเป็นฝี มักจะมีไข้ร่วมด้วยเสมอ ภาวะแทรกซ้อนที่พบ ได้แก่ ภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดบวม หากไม่ได้รับการรักษาก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ ร้อยละ 50-60 โรคกาฬโรคนี้นับเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข

 

กาฬโรคในคนที่แพร่ระบาดทั่วโลกเป็นผลจากการที่คนถูกหมัดหนู (Xenopsylla cheopis หรือ oriental rat flea) ที่มีเชื้อกัด สำหรับปัจจัยอื่น ได้แก่ การจับต้องสัตว์ที่เป็นโรคโดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ กระต่ายและสัตว์กินเนื้อชนิดอื่นๆ การหายใจละอองเชื้อผู้ป่วย หรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น แมว สุนัข การถูกสัตว์กัด การสัมผัสกับหนองฝีจากสัตว์ หรือการจับต้องตัวอย่างเชื้อที่เพาะเลี้ยงใน ห้องปฏิบัติการอย่างไม่ระมัดระวัง การติดต่อจากคนสู่คนโดยถูกหมัดคน (Pulex irritans) กัดเป็นสาเหตุสำคัญในสถานที่ที่มีการระบาดของกาฬโรค หรือมีหมัดในสัตว์เลี้ยงเป็นจำนวนมาก

 

กาฬโรค
ภาพจาก : pgblazer.com

 

กาฬโรค หรือ มรณะดำ หรือ “The Black Death” นับเป็นโรคที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ในอดีตมีการระบาดใหญ่ของกาฬโรคเกิดขึ้น 3 ครั้ง ได้แก่

 

ช่วงที่ 1 ยุคกลางตอนต้น ในสมัยจักรวรรดิโรมันตะวันออก คริสต์ศตวรรษที่ 6 ในระหว่างปี ค.ศ. 541-542 คาดกันว่ากาฬโรคมีต้นกำเนิดในจีนแพร่กระจายสู่กรุงคอนสแตนติโนเปิล จากธัญพืชที่นำเข้าจากอียิปต์ กอปรกับนครแห่งนี้มีหนูและหมัดเป็นจำนวนมากจึงระบาดอย่างรวดเร็ว มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยวันละ 10,000 คน ต่อมาแพร่เข้าสู่เมดิเตอร์เรเนียนในปี ค.ศ.588 ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านคน จำนวนประชากรในยุโรปลดลงกว่า 50% ในช่วง ค.ศ.541-700

 

ช่วงที่ 2 ในคริสต์ศตวรรษที่ 14-19 เรียกการระบาดนี้ว่า “Great Pestilence” เริ่มต้นจากตอนใต้ของประเทศอินเดียและประเทศจีนระบาดไปตลอดเส้นทางสายไหม (Silk Road) กระจายไปทั่วเอเชีย, ยุโรป และแอฟริกา และ ยุโรปสันนิษฐานว่าพ่อค้าชาวจีน-มองโกลเป็นผู้นำเชื้อมาแพร่ในยุโรป ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในยุโรปอย่างต่อเนื่อง การแพร่ระบาดต่อเนื่องมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรียกกันว่า “แบล็กเดธ” (Black Death) การระบาดในยุโรปช่วงนี้มีประชากรตายประมาณ 25 ล้านคน

 

ช่วงที่ 3 ศตวรรษที่ 19-20 ซึ่งเป็นการระบาดครั้งสุดท้าย เริ่มขึ้นที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ในปี ค.ศ.1855 มีการแพร่ระบาดไปทั่วทุกทวีปของโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 12 ล้านคน ซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค จนใน ค.ศ.1894 Alexandre Emile Jean Yersin แพทย์ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ค้นพบเชื้อก่อโรคคือ เชื้อแบคทีเรีย Bacillus pestis เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ฟันแทะและหมัด ได้มีการตั้งชื่อเชื้อเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบว่า “Yersinia”

หลังจากค้นพบแบคทีเรีย “Yersinia pestis” นำไปสู่การคิดวิธีรักษากาฬโรค มีการพัฒนาและทดลองใช้วัคซีนต้านเชื้อกาฬโรคในต่อมน้ำเหลืองเป็นครั้งแรกในปี 1897 ปัจจุบันนี้กาฬโรคสามารถรักษาหายได้หากตรวจพบเร็วโดยใช้ยาปฏิชีวนะต่างๆ ปัจจุบันไม่ค่อยพบการระบาดของโรคนี้

 

สำหรับการระบาดของกาฬโรคในประเทศไทย จากข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในพงศาวดารอยุธยา ฉบับวัน วลิต พ.ศ.2182 ว่า ก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นมา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ถูกเนรเทศมาจากเมืองจีน ขึ้นสำเภามาลงที่เมืองปัตตานี แล้วย้ายอยู่ตามเมืองท่าชายทะเลต่างๆ เช่น เมืองนครศรีธรรมราช กุยบุรี (ประจวบคีรีขันธ์) เพชรบุรี บางกอก แล้วมาปราบโรคระบาด สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นในปี พ.ศ.1893 ซึ่งตรงกับ ค.ศ.1350 ซึ่งเป็นปีที่มีการระบาดใหญ่ของ Black Death ในยุโรป และจากข้อมูลการระบาดของกาฬโรคในจีนซึ่งร่วมสมัยกันอยู่ โรค “ห่า” ที่พระเจ้าอู่ทองปราบได้ จึงคาดว่าโรค “ห่า” ที่กล่าวถึงน่าจะเป็น “กาฬโรค”

 

กาฬโรค
ภาพจาก : history.com

 

ระยะต่อมาพบว่ากาฬโรคจากเมืองจีนยังได้มีการแพร่กระจายเข้ามาในไทยอีก ในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามเอกสารเก่า (สำเนาพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ขณะทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ร.ศ.116 พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 14 ร.ศ.116) เรื่องห้ามเรือจากซัวเถาเข้ากรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2440 ว่า

 

“กาฬโรค (คือโรคห่า) ได้เกิดขึ้นที่เมืองซัวเถานั้น……กำปั่นลำหนึ่งลำใดออกจากเมืองซัวเถาและจะเข้ามาในกรุงนี้ ต้องหยุดทอดสมอที่เกาะไผ่ในกำหนดเก้าวันเต็มแล้ว และถ้าแพทย์ได้ตรวจแจ้งว่ากาฬโรค……ไม่ได้มีและได้เกิดในเรือนั้นแล้ว จึงจะยอมให้กำปั่นลำนั้นเดินต่อไปจนถึงที่จอดในกรุงนี้ได้”

 

สำหรับรายงานการระบาดของกาฬโรคอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยนั้น มีรายงานเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2447 ว่าพบการระบาดเกิดขึ้นที่บริเวณตึกแดงและตึกขาว ซึ่งเป็นโกดังเก็บสินค้าที่จังหวัดธนบุรี ซึ่งเป็นที่อยู่ของพ่อค้าชาวอินเดีย สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากหนูที่มีเชื้อกาฬโรคติดมาจากเรือสินค้าที่มาจากเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย จากนั้นกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีการติดต่อค้าขายกับจังหวัดพระนคร โดยทางบก ทางเรือและทางรถไฟ แต่ไม่มีสถิติจำนวนผู้ป่วยตายที่แน่นอน

 

ต่อมาในปี พ.ศ.2456 มีรายงานว่าเกิดกาฬโรคระบาดที่จังหวัดนครปฐม มีคนตาย 300 คน และครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2495 มีรายงานผู้ป่วย 2 รายตาย 1 ราย ที่ตลาดตาคลี นครสวรรค์ ซึ่งถือเป็นรายงานการระบาดของกาฬโรคครั้งสุดท้ายในประเทศไทย จากนั้นไม่มีรายงานกาฬโรคเกิดขึ้นในประเทศไทยจนปัจจุบันนี้


.._1.jpg

kinyupen_adminJuly 7, 2020

 

“ต่อให้วันหนึ่งเราไม่มีงานประจำและไม่ได้มีรายได้ประจำ ไลฟ์สไตล์เราต้องไม่เปลี่ยน ฉะนั้นเวลาใครจะตัดสินใจว่า ฉันรีไทร์เถอะ ต้องถามว่าถ้าหลังรีไทร์โดยที่ไม่มีเงินเดือนประจำ คุณยังใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมไหม ถ้าบอกว่าไม่ล่ะก็ คุณทำงานต่อไปเถอะ”

สุพัฒน์ วัฒนกุลจรัส (รักษ์)

อดีต Creative Director ที่ดูแลลูกค้า Global Brand

 

 

มุมคิดของหนึ่งในผู้เกษียณตัวเองก่อนกำหนดเพื่อใช้ชีวิตอย่างที่ใจอยากเป็นและหาคำตอบ ภายใต้หลักคิด “สร้างวินัยการเงิน – ต่อยอดเงินเก็บ – ไม่สร้างหนี้ใหม่ –ไลฟ์สไตล์ไม่เปลี่ยน” เห็นได้ว่าการวางแผนการเงินและการบริหารเงิน คือ หัวใจสำคัญของการมีเงินเพื่อยังชีพหลังเกษียณ ซึ่งตรงกับแนวคิดของใครหลายคน

 

แต่เชื่อหรือไม่ว่า…จากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2560 พบว่ามีคนไทยเพียง 25% เท่านั้นที่วางแผนการเงินสำเร็จและมีเงินเพียงพอใช้จ่ายหลังเกษียณ ดังนั้นถ้าใครที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณ หรือ วางแผนจะเออรี่รีไทร์ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อยากฝากพิจารณา 4 ข้อนี้ดูสักนิด เพื่อเช็คความพร้อมว่า “เราควรเกษียณหรือยังนะ

 

1. เงินที่มีอยู่พอต่อการใช้ได้นานแค่ไหน

ควรตั้งสมมติฐาน โดยประเมินคร่าวๆ จาก “จำนวนปีที่คาดจะมีชีวิตหลังเกษียณ x ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ” ซึ่งโดยหลักที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 70-80% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนก่อนเกษียณ ซึ่งแต่ละท่านก็จะมีอัตราการใช้จ่ายที่จำเป็นแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม แต่อย่าลืมบวกเงินสำรองฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดไว้ด้วยล่ะ

 

2. หนี้ยังมีอยู่ไหม

ถ้าใครเกษียณแล้วยังมีหนี้สิน ไม่ว่าจะบ้าน คอนโด รถ หรือ บัตรเครดิต นั่นหมายถึงคุณต้องแบ่งเงินที่เตรียมไว้ใช้หลังเกษียณมาผ่อนชำระ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ก่อนเกษียณ ควรพยายามเคลียร์หนี้ให้หมด โดยเฉพาะกลุ่มดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้รถยนต์ ส่วนหนี้บ้านที่ต้องใช้ระยะเวลาในการผ่อนชำระนาน หลายคนไม่สามารถเคลียร์ได้หมดในวันเกษียณ ก็ควรพยายามเคลียร์ หรือ โปะหนี้ให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะได้ใช้จ่ายหลังเกษียณได้แบบคล่องตัวขึ้น

 

3.วางแผนประกันชีวิตช่วยได้

ประกันชีวิตแบบบำนาญ แม้อาจต้องจ่ายเบี้ยเป็นระยะเวลานานและกว่าจะได้เงินคืนที่เป็นดอกผล ก็ต้องรอวันเกษียณ แต่จริงๆ แล้วประกันประเภทนี้จะช่วยคุณได้มากหลังเกษียณ เพราะจะทำให้ได้รับผลตอบแทน หรือ เงินต้นจากบริษัทประกันที่ทยอยจ่ายคืนเป็นเงินบำนาญจำนวนเท่าๆ กันทุกปี ตั้งแต่เริ่มเกษียณ (เช่น อายุ 55 ปี หรือ 60 ปี) ไปจนถึงอายุของการจ่ายผลประโยชน์ เช่น 85 ปี หรือ 90 ปี ดังนั้น หากทำไว้ตั้งแต่ตอนมีรายได้ประจำก็การันตีได้ว่าหลังเกษียณจะได้เงินบำนาญทุกๆ ปีแน่นอน..ลองเลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับคุณดู

 

4.ซ้อมใช้ชีวิตหลังเกษียณ

อาจจำลองการใช้ชีวิตจริงสักเดือน สองเดือน ว่าถ้าเกษียณจริงๆ จะใช้ชีวิตอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง แล้วมาประเมินว่าถ้าอย่างนั้น แต่ละเดือนเราควรมีเงินเท่าไร และไลฟ์สไตล์บางอย่าง เช่น การช้อปปิ้ง ทานอาหารนอกบ้าน การเดินทางท่องเที่ยว ถ้าต้องตัด หรือ ลดลงไป ด้วยข้อจำกัดของเงินเก็บที่เรามีอยู่ เรายังมีความสุขกับชีวิตหรือไม่ ถ้าเงินยังไม่พอต้องเก็บเพิ่มเท่าไหร่ และอย่าลืมคำนวณอัตราเงินเฟ้อเข้าไปด้วยล่ะ


_covid19_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJuly 7, 2020

ผู้คนเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น และอเมริกา พากันย้ายถิ่นฐานออกนอกเมืองใหญ่ที่แออัดหลังสถานการณ์โรคโควิด 19 กำลังระบาดหนัก จนหลายบริษัทให้พนักงานทำงานผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตจากทางไกลได้ เป็นเหตุให้หลายคนพากันไปซื้อบ้านและที่ดินตามชนบทเพราะได้ทั้งบ้าน และที่ดิน รวมทั้งยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าการอยู่ในเมือง จนนักประชากรศาสตร์วิเคราะห์ว่าเมื่อย้ายกลับสู่ชนบทแล้วพวกเขาจะไม่คิดกลับมาอยู่ในเมืองอีกเลย

 

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศญี่ปุ่นที่ดูเหมือนกว่าจะยังไม่คลี่คลาย ทำให้ล่าสุดสำนักข่าวเอ็นเอชเค ของญี่ปุ่นรายงานว่า ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากกำลังมีแนวคิดในการย้ายถิ่นฐานจากเมืองมุ่งสู่ชนบทมากขึ้น โดยส่งเสริมให้มีการทำงานผ่านระบบ “เทเลเวิร์ก” หรือการทำงานผ่านเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้ผู้คนยังสามารถทำงานจากบริษัทเดิมได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่บริษัท จึงสามารถจะทำให้พวกเขาสามารถเลือกที่อยู่อาศัยที่ไกลออกไปจากในเมืองได้ นับเป็นการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และ การทำงานของชาวญี่ปุ่น หลังจากการระบาดของโรคโควิด 19 จนทำให้เกิดวิธีใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต จากก่อนหน้านี้เคยแออัดอยู่ในเมืองใหญ่ กลายเป็นความต้องการที่จะมีอิสระในการใช้ชีวิตออกนอกเมืองมากขึ้น

 

ย้ายนอกเมือง Covid-19_0

 

จากข้อมูลการโยกย้ายถิ่นฐานของรัฐบาลท้องถิ่นของญี่ปุ่นกว่า 74 แห่ง พบว่ามีประชาชนจำนวนกว่า 6,500 คนกำลังมองหาบ้านใหม่ที่เหมาะสมเพื่ออยู่อย่างปลอดภัย และมีอิสระแทนการต้องแออัดอยู่ในเมืองใหญ่ละต้องเสี่ยงกับโรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้นในเมืองสำคัญต่างๆ ด้วย โดยจากการตอบแบบสอบถามของประชาชนที่ต้องการย้ายถิ่นฐานระบุว่า โรคโควิด 19 เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องการย้ายบ้านใหม่ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็สนับสนุนให้ประชาชนหันไปใช้ชีวิตนอกเมืองมากขึ้น โดยให้รัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่งรับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจจะย้ายบ้าน เพื่อจัดทำข้อมูลและจัดหาที่ดินที่เหมาะสมให้กับผู้ที่ต้องการที่สามารถซื้อที่ดินเป็นของตัวเองในราคาที่เหมาะสมและยุติธรรม ทำให้พวกเขาสามารถมีที่ดินเป็นของตัวเองแทนการอยู่เช่าบ้านอยู่ในเมือง

 

“การทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือเทเลเวิร์ก ที่หลายบริษัทอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานได้ ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากสนใจการย้ายถิ่นฐานการอยู่อาศัยมากขึ้น” เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นระบุ

 

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ส่งเสริมให้ประชาชนเลือกที่จะออกไปอาศัยอยู่นอกเมืองมากขึ้น แทนการที่จะต้องแย่งกันกินใช้อยู่ในเมืองใหญ่ๆ จนทำให้เกิดความแออัด ส่งผลต่อเรื่องค่าครองชีพของประชาชน รวมไปถึงเรื่องของสุขภาพเพราะในเมืองมีคนมากเกินไป จนทำให้ในหลายเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น โตเกียว โอซาก้า หรือนาโกย่า กลายเป็นเมืองที่ติดอันดับที่พักอาศัยคับแคบและมีราคาแพงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ซึ่งการย้ายถิ่นฐานสู่ชนบทมีข้อดีไม่เพียงแต่สำหรับผู้ย้ายถิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนในพื้นที่นั้นๆ เพราะจะทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น โดยรัฐบาลส่งเสริมให้ผู้ย้ายถิ่นได้ทดลองทำงานใหม่ๆ โดยเฉพาะเกษตรกรรม เช่นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรืออื่นๆ ที่พวกเขาสนใจ หรือใช้เวลาว่างจากงานไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงจนทำให้ท้องถิ่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกด้วย

 

ย้ายนอกเมือง Covid-19_2

 

ทากาโกะ นิชิมูระ เคยทำงานบัญชีอยู่ในโตเกียว แต่กำลังมองหาบ้านใหม่เพื่อย้ายถิ่นฐานใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้โดย ให้เหตุผลว่า ที่ต้องการย้ายออกจากโตเกียวเพราะเบื่อหน่ายต่อการต้องใช้เวลาเดินทางไปทำงานด้วยเวลานาน และยังรู้สึกว่ายังมีความเสี่ยงสูงกับภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงโรคระบาดอย่างโควิด 19 ยังทำให้บริษัทของเธอพัฒนาระบบการทำงานเทเลเวิร์กได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจย้ายบ้าน แนะนำให้ย้ายไปอยู่ที่เมืองคิตามิ

 

สำหรับบ้านใหม่ของทากาโกะ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยในบริเวณใกล้เคียงมีสำนักงานดาวเทียมของเมืองคิตามิ ที่เธอจะสามารถเข้าไปใช้งานด้วย โดยเสียค่าบริการในราคาที่เหมาะสม ภายในมีอินเทอร์เน็ตและการประชุมออนไลน์ที่จำเป็นสำหรับการทำงานทางไกล

 

 

“หากเราสามารถเอาเวลาที่ต้องเครียดระหว่างการเดินทางไปทำงานในเมืองมาใช้ในการทำอย่างอื่น ฉันคิดเราสามารถมีชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น” ทากาโกะกล่าว

 

เทรนด์การย้ายถิ่นฐานออกจากนอกเมืองยังเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ในประเทศอื่นๆ อีก รวมถึงฟากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างรุนแรง การที่ผู้คนต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นจากการระบาดของโรคที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากเริ่มนึกถึงการย้ายถิ่นฐานออกนอกเมือง โดยเฉพาะผู้ที่เคยเติบโตอยู่ชนบท แต่ต้องเข้ามาทำมาหากินในเมือง เริ่มคิดถึงการกลับไปทำงานที่บ้านเกิด นอกจากจะเป็นการหนีจากโรคระบาดพวกเขายังคิดถึงเรื่องการดูแลพ่อแม่ผู้สูงอายุที่ถูกทิ้งไว้ในชนบทอีกด้วย

 

 

ตัวอย่างเช่น จิงกี้ เดมาเรส เดอริเวร่า ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินขององค์กรไม่หากำไรแห่งหนึ่ง ในแมนฮัต ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายกลับเมืองฮัดสันริเวอร์วัลเลย์ บ้านเกิดหลังจากที่ทำงานของเขามีนโยบายใหม่ที่ให้สามารถทำงานระยะไกลอย่างไม่มีกำหนด

 

ภรรยาของจิงกี้ บอกว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะกลับไปบ้านเกิดเพราะแม้ว่าได้รับประโยชน์มากมายจากการใช้ชีวิตในเมือง แต่เมื่อโตขึ้นและผ่านเหตุการณ์โรคระบาดครั้งนี้ทำให้เห็นคุณค่าของการอยู่ใกล้กับครอบครัวและมีที่ดินเป็นของตัวเองเพื่อดำรงชีวิตในบั้นปลายไม่ได้อาศัยอยู่แค่ในอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ เท่านั้น

 

ครอบครัวริเวร่า ไม่ใช่ครอบครัวเดียว เพราะมีชาวอเมริกันจำนวนมาก ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการย้ายออกจากเมือง เพราะสำหรับบางคนมันเป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับครอบครัว ท่ามกลางความหวาดกลัวด้านสุขภาพกับโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับโลก ซึ่งประโยชน์ของการย้ายออกนอกเมืองยังทำให้สามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น และนั่นคือผลจากสไตล์การทำงานรูปแบบใหม่ในการทำงานระยะไกล

 

 

จากการสำรวจของมูลนิธิครอบครัวไกเซอร์ในเดือนพฤษภาคมพบว่าร้อยละ 34 ของคนทำงานบอกว่าทำงานจากที่บ้าน และผู้คนในเมืองที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรค ทำให้ผู้คนในเมืองใหญ่อย่าง นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโกและซีแอตเทิลกำลังค้นหาโอกาสในการทำงานจากระยะไกล โดยข้อมูลด้านการจัดหาบ้านของอเมริกาชี้ให้เห็นว่ามีหลายคนกำลังพิจารณา หรือย้ายไปยังเมืองเล็ก ๆ หรือชานเมือง

 

อย่างไรก็ตามมีการวิเคราะห์ของนักประชากรศาสตร์ เห็นว่าการเทรนด์การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนเช่นนี้ มีเหตุผลสำคัญที่สุดคือการแพร่ระบาดของโรคทำให้เกิดความกลัวความใกล้ชิด การอาศัยอยู่ในเมืองหมายถึงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาแน่นซึ่งต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้คน และหากผู้คนสามารถที่จะทำงานทางไกลจากที่ใดก็ได้ การย้ายออกนอกเมืองอย่างถาวรจะเกิดขึ้น และยากที่พวกเขาจะกลับเข้าสู่ชีวิตในเมืองอีกครั้ง เพราะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ และสามารถมีความสุขอยู่กับครอบครัวเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาอยู่แล้วนั่นเอง


Kinyupen-take-a-knee.jpg

kinyupen_adminJuly 7, 2020

กิน อยู่ เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ชวนดูที่มาของ Take a knee – ท่าคุกเข่า ที่เราเห็นเหล่านักเตะและสตาฟท์โค้ชสโมสรชั้นนำในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ร่วมกันออกมาคุกเข่าในสนามซ้อมและก่อนการแข่งขัน เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการเหยียดผิว ทั้งมีสัญลักษณ์ Black Lives Matter บนหลังเสื้อแข่งตลอดซีซั่นนี้

 

ที่มาความหมายของท่าคุกเข่านี้จาก Podcast ในรายการ He knows She knows ep1. ได้บอกเล่าที่มา และมีเกร็ดความคิดที่น่าสนใจคือ “ท่าคุกเข่า” มีสัญญะหลายอย่าง ทั้งความรุนแรง  ขอโทษ จนถึง แสดงความเคารพ ความสวามิภักดิ์ โดยถ้าหยุดทบทวนจะเห็นได้ว่า เราพบเห็นท่าเดียวกันนี้ในเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งในภาพยนตร์  เทพนิยาย ในโบสถ์ หรือในพระราชพิธีทั้งของไทยและต่างประเทศ

 

 

Take a knee ในทางกีฬาท่านี้ในอเมริกันฟุตบอล เรียกว่า Kneel หรือ Quarterback Kneel เป็นหนึ่งในกติกาการเล่นอเมริกันฟุตบอล คือในช่วงใกล้หมดเวลา Quarterback (เสมือนหัวหน้าทีมทำหน้าที่ส่งลูก)ของทีมที่มีคะแนนนำแบบชนะขาดลอยสามารถหยุดเล่นเพื่อถ่วงเวลาให้หมดไวๆ ด้วยการคุกเข่าลงหนึ่งข้าง

 

หากท่านี้ดังขึ้นมาเพราะเกิดดราม่าเพลงชาติอเมริกาเมื่อปี พ.ศ.2559  โคลิน แคเพอร์นิคควอเตอร์แบคทีมซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนท์เนอร์ส (San Francisco 49ers) คุกเข่าลงหนึ่งข้างตอนที่ผู้เล่นทุกคนต้องยืนตรงแสดงความเคารพเมื่อมีการเปิดเพลงชาติสหรัฐฯก่อนลงสนามแข่ง เจตนาของโคลินในครั้งนั้นเพื่อแสดงออกว่าจะไม่ยอมยืนตรงให้กับประเทศที่มีการเหยียดผิว และเพื่อต่อต้านความรุนแรงเกินกว่าเหตุอันมีที่มาจากเหตุการณ์ตำรวจวิสามัญพอล โอนีล (Paul O’neal) เด็กชายผิวสีวัย 18 ปี ที่ไม่มีอาวุธปืน

 

จากการแสดงท่านี้ ส่งผลให้โคลินไม่ได้รับการต่อสัญญาเมื่อจบฤดูกาลแข่งขัน และไม่มีทีมไหนว่าจ้างเพราะต่างคงไม่อยากมีปัญหาทางการเมือง  หากต่อมาปีพ.ศ. 2561 ไนกี้ได้ว่าจ้างโคลิน เป็นพรีเซนเตอร์ที่มีภาพหน้าของเขา พร้อมกับสโลแกน “Just Do It” และประโยคที่ว่า “Believe in something, even if it means sacrificing everything” ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของแบรนด์

 

นั่นคือที่มาของท่าคุกเข่าในวงการกีฬาหากในท่าเดียวกันนี้ก็เป็นท่าที่ตำรวจในรัฐมินนินโซตา ใช้จับกุมและพิฆาต จอร์จ ฟลอยด์จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย หากในอีกมุมหนึ่งท่าคุกเข่านี้ก็เป็นท่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แสดงถึงความเข้าใจและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับผู้ประท้วงอันมีที่มาจากเหตุการณ์ดังกล่าว  ดังนั้นด้วยท่าทีเช่นนี้ทำให้การประท้วงที่คาดว่าจะเกิดความรุนแรงและความขัดแย้งมลายไป

 

ในอีกมุมหนึ่งของพระราชพิธี ท่าคุกเข่านี้คือท่าที่แสดงถึงความสวามิภักดิ์  ความเคารและพร้อมถวายงาน ซึ่งเราจะเห็นได้จากการแต่งตั้งอัศวิน (ในบางภาพจะเป็นคุกเข่า 2 ข้าง) พระราชพิธีรับกระบี่ หรือภาพยนตร์ Game of Thrones ที่ฝ่ายที่รบแพ้จะคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าฝ่ายที่ชนะเพื่อแสดงออกถึงการยอมรับความพ่ายแพ้

 

หากในมุมโรมานซ์ ท่าคุกเข่านี้ก็คือท่าที่ชายหนุ่มขอแต่งงานกับหญิงสาวเพราะการที่ผู้ชายคุกเข่าลงลดระดับเท่ากับตัวเด็กเป็นสัญลักษณ์ของการ beg หรือขอร้องในเชิงจิตวิทยาบอกว่าการคุกเข่าลงข้างหนึ่งคือการทำให้ตัวเล็กลงเท่าเด็กและเพื่อยอมรับสิ่งที่ใหญ่กว่าตรงหน้าด้วยความเคารพ

 

ทั้งหมดนี้จึงเป็นสัญญะที่มาของ ท่าคุกเข่า ที่สื่อความหมายตั้งแต่คุกคาม ขอโทษ เคารพ จนถึงแสดงความรัก


Content_Horo_week-5-11July.jpg

kinyupen_adminJuly 6, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่างวันที่ 5 – 11  กรกฎาคม 2563 โดย..Tan Tarot …หมอดูที่ได้รับความนิยมในทวิตเตอร์ ด้วยสโลแกนที่ว่า มากกว่าการดูดวงคือการรับฟัง 🙂

 

 

คนเกิดวันอาทิตย์
การงาน : เป็นช่วงที่ต้องช่วยงานคนอื่นค่อนข้างเยอะ แล้วผู้ใหญ่ก็ค่อนข้างจะจุกจิกกับเราประมาณนึง วางแผนการทำงานให้ดี ตัดสินใจอะไรให้ชัดเจน แล้วจะผ่านทุกอย่างไปได้
การเงิน : เรื่องเงินยังโอเค แต่เสียเงินกับค่าน้ำเยอะ ฮ๊อบคาเฟเก่ง
ความรัก : คนโสด เป็นช่วงที่คิดไปเอง รู้สึกไปเองได้ง่าย ระวังนิดนึง คนมีคู่ ต่างฝ่ายต่างต้องเอาเวลาไปทุ่มเทเรื่องงาน
สุขภาพ : พักผ่อนให้เพียงพอ กลับบ้านมาก็ร้าวไปทั้งตัวแล้ว

ข้อความแทนใจ  รักษาเป้าหมายในระยะยาวเอาไว้ ถ้าเราคาดหวังว่าทำอะไรไป แล้วต้องเห็นผลทันที ได้รับคำชมเดี๋ยวนั้นเราจะท้อ เราไม่ต้องไปแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองนี่แหละ แล้วก็พยายามรักษาความเป็นเด็กในใจเราไว้หน่อย

 

คนเกิดวันจันทร์
การงาน : ช่วงนี้ใจไม่ค่อยอยู่กับงานเท่าไหร่ มันอิ่มตัวและเบื่อๆ ด้วยแหละ แต่ว่าคนรอบตัวให้การสนับสนุนดีหมดนะ แต่เราดันไปท้อว่าทำไมทำตั้งเยอะ แล้วยังไม่เห็นรวยสักที
การเงิน : จริงๆ เรื่องเงินเราเอาอยู่นะ บริหารจัดการได้เลยแหละ
แต่การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นทำให้เราท้อ และรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเงิน
ความรัก : คนโสด เป็นช่วงจริงจังกับการวางแผนชีวิต จะเอายังไงต่อดี คนมีคู่ ระวังเรื่องการคิดไปเอง งอนไปเองกันสักหน่อย
สุขภาพ : ระวังความเครียด ท้องผูก ระบบย่อยแปรปรวน

ข้อความแทนใจ ทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง ต้นทุนชีวิตแต่ละคนไม่เท่ากัน เราอย่าไปเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่ จากฉากที่เราเห็นในโลกโซเชียล ถ้าเรายังมีกินมีใช้อยู่ เราก็รวยความสุขแล้วนะ

 

คนเกิดวันอังคาร
การงาน : ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องคอยแบกทีม คนรอบตัวทำงานไม่ค่อยได้ดั่งใจเราเท่าไหร่ เราเลยต้องคอยเข้าไปประคอง ค่อยๆ วางแผนจัดการการทำงานไปทีละขั้นตอน
การเงิน : เรื่องเงินนี่แค่พูดเบาๆ ก็ปวดหัวแล้ว
เป็นช่วงที่ใช้เงินไปกับอะไรที่เราคิดว่าจะช่วยให้เราพักผ่อนได้มากขึ้น
ความรัก : คนโสด ชิวๆ สบายๆ  คนมีคู่ สัปดาห์นี้สดใส หวานชื่นกันดี
สุขภาพ : สุขภาฟโอเค แต่นั่งนานไปหน่อยนะ

ข้อความแทนใจ : ช่วงนี้ระวังการกระทบกระทั่งกับคนอื่นนิดนึง เลือดนักสู้มันแรง สิ่งที่เราทำลงไป ต่อให้ยังไม่เห็นผล ก็ไมได้แปลว่าเสียเปล่า ทุกอย่างต้องใช้เวลา อย่าทะเลาะกับตัวเองเลย

 

คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)
การงาน : ช่วงนี้เน้นเรื่องการประสานงาน การหาข้อมูลและดูเอกสารการทำงานให้ละเอียดถี่ถ้วนหน่อย
การเงิน : บริหารจัดการเรื่องเงินดีๆ หน่อยนะ ไม่งั้นหมุนเงินยุ่งเลย ระวังการซื้อๆ ไปก่อน เดี๋ยวก็ได้ใช้เองแหละ แล้วสุดท้ายไม่ได้ใช้ล่ะ
ความรัก : คนโสด ถ้าดูๆ ใจกับใครอยู่ เดี๋ยวจะได้รู้แล้วว่าได้ไปต่อมัย คนมีคู่ สัปดาห์นี้ค่อนข้างโอเคนะ พอได้มีช่วงให้ได้หวานกันบ้าง
สุขภาพ : พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นช่วงที่อ่อนล้าสะสมได้ง่าย

ข้อความแทนใจ : ลองมองดูรอบๆ ตัวว่าเรามีอะไรแล้วบ้างอย่ามองแต่สิ่งที่ขาด การใช้เงินไม่ได้เยี่ยวยาอาการเบื่อได้เสมอไปใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบตัวนิดนึง ความสุขเล็กๆ ตรงนี้ก็สำคัญนะ

 

คนเกิดวันพุธกลางคืน
การงาน : เป็นช่วงที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ๆ แต่ก็ทำงานได้คล่องตัวนะ เพราะทั้งเราและคนที่เราต้องทำงานด้วยก็ต่างคนต่างยุ่ง ไม่ได้มารบกวนอะไรกันมาก สิ่งสำคัญคือการหาข้อมูลให้ชัวร์ที่สุด
การเงิน : วางแผนการเงินดีๆ หน่อย เริ่มจะปล่อยไหลแล้ว
ความรัก : คนโสด ช่วงนี้ชิวๆ กับเพื่อน กับคนรอบตัวไปก่อนนะ คนมีคู่ เป็นช่วงที่ต่างคนต่างโฟกัสที่เป้าหมายและความสำเร็จของตัวเอง
สุขภาพ : ระวังเจ็บคอ เสียงแหบ

ข้อความแทนใจ : การปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์เป็นทักษะสำคัญของชีวิตถ้าเรามีความยืดหยุ่น มีความพลิกแพลงได้ เราจะได้เปรียบมาก แต่ก็ไม่ใช่จะรอไปพลิกแผลงเอาหน้างานนะ ยังไงก็ต้องมีการวางแผนที่ดี

 

คนเกิดวันพฤหัสบดี
การงาน : ช่วงนี้เรื่องงานมีความเรื่อยๆ นิ่งๆ แต่ก็เป็นช่วงซุ่มหาข้อมูลนะ ผู้ใหญ่ที่เราต้องทำงานด้วยเปลี่ยนใจและแปรปรวนง่าย
ส่วนคนอื่นๆ รอบตัวก็ชิวเก๊น
การเงิน : วางแผนการใช้เงินดีๆ นิดนึง ถ้าช่วงไหนจิตใจอ่อนไหวด้วยแล้ว การเงินก็รั่วง่ายตามไปด้วย ถึงแม้จะเป็นช่วงที่ตั้งใจอยากหาเงินมากๆ ก็เถอะ
ความรัก : คนโสด คุยกับเพื่อนๆ ไปก่อนนะ คนมีคู่ ช่วงนี้เป็นช่วงที่งาน เงิน และความสำเร็จมาก่อนความรัก
สุขภาพ : จะเครียดอะไรเบอร์นั้น ใจเย็นๆ กับตัวเองบ้าง

ข้อความแทนใจ : ความจริงจังเป็นเรื่องที่ดี แต่การจริงจังจนตัวเองเครียดมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ยิ่งเครียดก็ยิ่งสั่งนู่นสั่งนี่เก่ง ทั้งของกินของใช้เลยเราน่ะ

 

คนเกิดวันศุกร์
การงาน : เรื่องงานเบาลงมากแล้ว คนรอบตัวก็ดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนด้วย แต่เราก็ยังแอบมีความกังวลมีความระแวงอยู่บ้าง ใจเย็นๆ นะ
การเงิน : เงินออก เคลียร์หนี้ สรุปบัญชี เอ้า เงินไปไหนหมด
ความรัก : คนโสด ยังมีความงงว่าอยากโสดหรือไม่อยากโสดแล้วแน่ คนมีคู่ สัปดาห์นี้ความสัมพันธ์มีความสบายๆ มากขึ้นเยอะ
สุขภาพ : เรื่องสุขภาพโอเค

ข้อความแทนใจ : ทำใจให้สบาย การกังวลไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย ไม่ต้องเอาเรื่องงาน เรื่องความสำเร็จอะไรไปคิดจนเวลานอนเหลือน้อย คิดอะไรก็คิดให้จบครบทุกกระบวนการแล้วลงมือทำ จะได้สำเร็จและได้นอนอิ่มๆ

 

คนเกิดวันเสาร์
การงาน : สัปดาห์นี้เรื่องงานโอเคนะ แต่ต้องใช้คอนเนคชั่นเยอะนิดนึง ซึ่งจริงๆ คนรอบตัวก็พร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเราติดต่อเรื่องงาน ถ้าคุยดีก็ทำงานได้สบายเลยล่ะ
การเงิน : เรื่องเงินยังพอประคองไปได้ รายจ่ายส่วนใหญ่ก็ไปกับคนรอบตัว จ่ายนู่นจ่ายนี่เข้าบ้านนี่แหละ
ความรัก : คนโสด ช่วงนี้คิดแค่ทำมาหากินยังไงให้ไปรอดก่อน คนมีคู่ งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข มีเงินในบัญชีความสัมพันธ์ก็พลอยดีตามไปด้วย 555
สุขภาพ : สัปดาห์นี้สุขภาพไม่น่าห่วง แต่ระวังเหม่อแล้วสะดุดนั่นนี่หน่อยนึง

ข้อความแทนใจ : ถ้ามันเครียดนักก็ออกนั่งดื่มกาแฟ จิบชา อะไรชิวๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดวนไปวนมานานเกินไป ค่อยๆ ทบทวน แล้วค่อยๆ เลือก ว่าอะไรตอบโจทย์ชีวิตเราที่สุดนะ

 

ติดตาม Tan Tarot ได้ตามช่องทาง :

#ดูดวงกับแทน Line ID: tarotbytan | IG: tarotbytan | #หมอดู #ไพ่ยิปซี


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJuly 5, 2020

เพราะ Podcast ธนาคารความสุข ep 3 พูดถึงนัยของความรักที่มี 2 ด้านคือ สุขและทุกข์ ดีและร้าย โดยมุมมองของความรักจะเปลี่ยนไปตามช่วงวัย และอายุ ที่ยกความหมายมาจากเพลง Both Sides Now ของ โจนิ มิชเชล (Joni Mitchell) ที่ถูกใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Love Actually กินอยู่เป็น 360 องศา Podcast ธนาคารความสุขของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ ได้เห็นภาพครบทุกมิติ

 

 

Both Side Now เป็นเพลงที่โจนิ มิชเชล แต่งขึ้นมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเรื่อง ‘Henderson The Rain King ‘ของ Saul Bellow ในหมู่นักวิจารณ์เพลงจะชื่นชมเพลง Both Side Now ว่าเป็นเพลงที่ฟังแล้วให้พลังบวกเพราะความหมายของเพลงช่วยเตือนสติให้เรามองสิ่งต่างๆ บนโลกในแบบที่เป็นให้ครบทั้ง 2ด้าน

 

ความหมายของเนื้อเพลงโดยสรุปต้องการสื่อว่าทุกอย่างของชีวิตมี 2ด้านเสมอ หลายคนที่มีความรักแต่ไม่ได้รู้จักความรัก เพราะบางคนหลงเพียงภาพมายาว่าเป็นสิ่งสวยงามหากในความจริงเมื่อมองทั้ง 2ด้าน ก็เสมือนด้านบนและด้านล่างของก้อนเมฆ ที่ด้านบนเป็นสิ่งสวยงาม ชวนฝันแต่ด้านล่างเมฆก็เป็นตัวที่ก่อให้เกิดฝน เกิดหิมะเป็นอุปสรรค ความรักก็เหมือนกันที่มีทั้งภาพความสุขและความไม่จริงใจ มีทั้งให้และรับ เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของคนเราที่มีทั้งวันแพ้และวันชนะ

 

 

ส่วนภาพยนตร์ Love Actually ที่เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์รักในดวงใจของใครหลายคน เพราะหยิบเอาความรักในรูปแบบต่างๆ ของคนหลากหลายอาชีพเดินเรื่องเชื่อมโยงกับเทศกาลคริสต์มาส โดยเพลง Both Side Now ที่เป็นทั้งชื่อเพลงและชื่ออัลบั้มของ โจนิ มิชเชล จะอยู่ในเรื่องของคู่สามีภรรยา ที่สามีชื่อ Harry (Alan Rickman) และภรรยาชื่อ Karen (Emma Thompson) ฉลองวันคริสต์มาสกับลูกๆ สองคน ที่บ้าน มีการแกะของขวัญซึ่งสิ่งที่ภรรยาได้รับจากสามีคือ CD อัลบั้มชุดนี้ นั่นคือเหตุและที่มาที่ภรรยารู้ว่าสามีไปมีใจให้หญิงอื่น เพราะก่อนหน้านี้ Karen แอบเห็น Harry ซื้อสร้อยคอและเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อนอก เลยเข้าใจไปว่า จะได้เป็นของขวัญวันคริสต์มาส

 

ทั้งหมดเป็นที่มาของเพลง และภาพยนตร์ที่กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตเชื่อว่าแฟนคลับของพิทยากร ลีลาภัทร์จะฟัง Both Side Now มองโลกสองด้านตามความจริง ใน ep 3 ได้สนุกครบทุกมิติ เพราะชีวิตมีหลายด้านมองอย่างเข้าใจให้ครบ ๆ จะได้ไม่เจ็บปวดมากนัก ขอเพียงตามความคิดและสติให้ทัน

 


_Ep3_FB_2.jpg

kinyupen_adminJuly 5, 2020

“สุขและทุกข์ ดีและร้าย” ทุกอย่างของชีวิตมี 2 ด้านเสมอ

มองชีวิตอย่างเข้าใจที่ Podcast ธนาคารความสุข โดย “เอ็ดดี้” พิทยากร ลีลาภัทร์

 

 

Podcast : ธนาคารความสุข โดย “เอ็ดดี้” พิทยากร ลีลาภัทร์

“สุขทุกข์อยู่ที่ใจ สะสมได้…ด้วยปัญญา”

ติดตามผ่านช่องทาง 

Spotify : EP3 – Both Sides Now มองโลกสองด้านตามความจริง

Sound Cloud : EP3 – Both Sides Now มองโลกสองด้านตามความจริง

YouTube : EP3 – Both Sides Now มองโลกสองด้านตามความจริง

blockdit : EP3 – Both Sides Now มองโลกสองด้านตามความจริง


-วิญญูชน_Cover-1.jpg

kinyupen_adminJuly 5, 2020

วิญฺญูหีติ (วิญญูหีติ) เกิดเป็นวิญญูชน ต้องอดทนให้ถึงที่สุด วิริยอุตสาหะ มีความเพียรพยายามให้ถึงที่สุดและเธอก็จะสำเร็จจนถึงที่สุด ปสฺสติ (ปัสสะติ) เธอจงศึกษาด้วยเถิด โอปนยิโก (โอปะนะยิโก) ให้เธอน้อมและใส่ตัวว่าอะไรมันใช่ อะไรมันไม่ใช่ เหมือนเธอทำวิจัยกันอยู่ทุกวันนี้ มันจะเป็น ปจฺจตฺตํ (ปัจจัตตัง) รู้ด้วยตัวของเธอเอง”

พระมงคลกิจโกศล (เทพหิรัณย์ ชวโร)

วัดเทพหิรัณย์ (หนองทาระภู) จังหวัดชัยนาท

 

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิต ขอนำคำสอน พระมงคลกิจโกศล (เทพหิรัณย์ ชวโร) หรือที่บรรดาศิษยานุศิษย์รู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่ฤาษีตาไฟ” มาแบ่งปันทุกท่าน เผื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในวันที่สังคมโลกเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง สิ่งรอบตัวที่เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนน่ากลัว ทั้งวิวัฒนาการของโรคภัยไข้เจ็บ ภัยธรรมชาติ ปัญหาปากท้องที่กลายเป็นทุกข์ทับถมเรา

 

 

แล้วหนทางพ้นทุกข์ เกี่ยวกับวิญญูชนอย่างไร

ในทางธรรม..”วิญญูชน” หมายถึง ผู้ที่สามารถเรียนรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าได้อย่างเข้าใจเข้าถึง

ในทางโลก….”วิญญูชน” หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ผิดชอบชั่วดี

และ “วิญญูชน” ไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะผู้รากมากดี นักปราชญ์ คนฉลาด ผู้มีอำนาจเท่านั้น แต่หมายถึงคนทั่วไปในสังคมที่มีความตระหนักรู้ ถึงจรรยาบรรณ จริยธรรม รู้ว่าอะไรผิด อะไรควรไม่ควรทำ

 

เมื่อได้พินิจคำสอนของหลวงปู่ ก็จะพบได้ว่า แก่นการใช้ชีวิตให้เป็นในวันที่ต้องเผชิญทุกข์ หรือ ปัญหานานา คือ “ต้องมีความอดทน เพียรพยายาม ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาเพื่อเข้าใจถึงเหตุและผลของสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วนำสิ่งที่ดีมาปรับใช้กับตนเองอย่างเหมาะสม” อันเป็นหลักที่วิญญูชนพึงปฏิบัติ

 

หากหัวใจสำคัญของจะเป็นวิญญูชนได้นั้น คือ ต้องเริ่มต้นด้วย “สติ” เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีสติ ก็จะพิจารณาเรื่องต่างๆ ได้อย่างเข้าใจและรู้ว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร ตลอดจนพิจารณาเหตุและผลของการกระทำได้อย่างถี่ถ้วนเหมาะสมด้วยตนเองว่าจะส่งผลต่อความผิดชอบชั่วดีอย่างไร

 

ดังนั้นไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เรื่องร้าย เรื่องร้อนผ่านเข้ามากระทบ วิญญูชนก็จะสามารถรับมือได้อย่างมีสติ เท่าทันทุกข์ ถึงทุกข์ก็ทุกข์ไม่มาก ทุกข์ไม่นาน ทุกข์ผ่านlไปได้เร็ว 

 

“คนเราถ้าไม่รู้ทุกข์ เห็นทุกข์ ไม่รู้จักทุกข์ เค้าจะมองตัวเค้าเองได้อย่างไร”

พระมงคลกิจโกศล (เทพหิรัณย์ ชวโร)

 


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJuly 3, 2020

วันพระใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว พุทธศาสนิกชนท่านใดมีโอกาสไปทำบุญที่วัด ลองมาสร้างอานิสงส์ด้วยการกวาดลานวัด นอกจากจะได้บุญ จิตใจเบิกบานแจ่มใสแล้ว ยังสร้างประโยชน์ต่อวัดอีกด้วย

 

อานิสงส์ทำความสะอาดวัด (โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

 

หลวงพ่อ : ตัวอย่างก็คือน้องสาวของพระอนุรุทธ น้องสาวของท่านเป็นโรคเรื้อน เวลาพระพุทธเจ้าไปเทศน์เธอก็ไม่ออกมาเพราะอาย

ต่อมาวันหนึ่งพระอนุรุทธก็ไปถามว่า “พระพุทธเจ้ามาทำไมจึงไม่ฟังเทศน์”

เธอตอบว่า “เธอเป็นสาว เป็นโรคเรื้อนก็อาย”

 

… พระอนุรุทธก็บอกว่า “ถ้าอย่างนั้นหาเวลาทำบุญให้ทำแบบนี้เวลาที่พระไปบิณฑบาตก็จัดสถานที่ กวาดสถานที่ จัดน้ำใช้น้ำฉันให้พระ”

เธอก็ทำแบบนั้นทุกวัน ทำไป ๆ ไม่ช้าโรคเรื้อนมันก็หายไปทีละหน่อย ๆ เพราะทำด้วยจิตใจเคารพ ต่อมาก็หายสามารถมาไหว้พระได้ มาฟังเทศน์ได้

ต่อมาเธอก็ตาย ตายจากความเป็นคน ไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก ไปเกิดระหว่างวิมานของเทวดา ๔ องค์ เธอสวยมาก เพราะอานิสงส์กวาดพื้นที่ จัดพื้นที่

 

เพราะฉะนั้นใครที่ถวายไม้กวาดจะสวยเหมือนกัน อันนี้เรื่องจริงนะ ไม้กวาดทำให้พื้นที่สะอาด อานิสงส์มาสนอง”

 

 

จากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม 4 (เครดิตเว็บแดนนิพพาน)

 

อานิสงส์ของการกวาดลานวัด

คนโบราณเขาเชื่อถือกันมาว่า ผู้ที่มีโรคผิวหนังพุพองหรือโรคเรื้อน ถ้าได้มาเก็บขยะเก็บใบไม้ที่ร่วงหล่นปัดกวาดลานวัดให้สวยงามสะอาดตาแล้วนั้น เชื่อกันว่าจะทำให้ผิวพรรณวรรณะงดงามและทำให้โรคร้ายหายไปได้ การกวาดวัดนี้มีอานิสงส์ถึง ๕ อย่างคือ

 

๑. บุคคลเห็นเข้าก็เลื่อมใส

๒. เทวดาเห็นเข้าก็เลื่อมใส

๓. จิตของผู้กวาดตั้งสมาธิได้เร็ว

๔. ผิวพรรณวรรณผ่องใส

๕. เมื่อตายดับสังขารจากโลกนี้ไปแล้วก็ไปบังเกิดในภพภูมิสวรรค์

 

เป็นสิ่งที่เล่าขานกันมา ว่าบางคนเป็นโรคผิวหนังอันเกิดจากกรรมเก่า ได้รับคำแนะนำให้ทำความสะอาดส้วมในวัดติดต่อกันเป็นเดือนๆ หากทำด้วยจิตที่ผ่องใสและปลาบปลื้มใจเต็มกำลัง บุญใหม่ก็อาจมีกำลังมากพอจะละลายบาปเก่าให้เบาบางลงได้

กรรมวิบากเกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องนำทั้งกายและจิตมาอธิบายควบคู่กันไป ขอให้คิดว่า การนำสิ่งสกปรกออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็คือการนำเอาความสะอาดอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่จิตใจ

 

 

แม้ไม่สามารถอธิบายตามหลักทางวิทยาศาสตร์ว่า ความปลาบปลื้มที่ได้ทำความสะอาดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไปกระตุ้นให้สารชนิดไหนหลั่งออกมา แต่คุณก็จะรู้สึกว่าสมเหตุสมผล เมื่อเห็นว่าจิตตัวเองสะอาดขึ้น

การขันอาสาเข้าไปล้างส้วมวัดด้วยความเต็มใจของตนเองนั้น ยังมีอานิสงส์อีกมาก เช่นทำให้เป็นผู้มีความคิดดี จิตใจห่างไกลจากความคิดสกปรกน่ารำคาญใจ เมื่อจะทำทานก็สามารถทำได้ด้วยใจบริสุทธิ์ ตลอดจนกระทั่งเป็นผู้มีกำลัง สามารถรักษาศีลได้ง่าย

 

สรุปคือถ้าคิดเสียสละแรงกายแรงใจไปทำความสะอาดวัด คุณจะเป็นผู้มีกำลังในการทำทานและรักษาศีลให้เกิดผลยิ่งใหญ่ไพบูลย์ อาจเหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่ากายหรือจิตของตนเองสกปรกด้วยบาปเก่า ต้องการเครื่องทุ่นแรงในการละลายบาป