-แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว-ควรค่าแก่การมาเยือน-1.jpg

kinyupen_adminDecember 18, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ฮาวาย” หนึ่งในเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง จนทำให้ใครหลาย ๆ คนก็อยากจะมาสัมผัสความสวยงามสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ใกล้เข้าสู่ช่วงปีใหม่แล้ว หลายคนต่างมีแพลนท่องเที่ยวฉลองปีใหม่กัน บางท่านขอใช้โอกาสช่วงหยุดยาวปีใหม่ช่วงนี้ไปท่องเที่ยวและเคาท์ดาวน์กันที่ต่างประเทศ เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ในต่างประเทศต้องบอกเลยว่ามีอยู่หลากหลายสถานที่ แต่ถ้าเป็นจำพวกทะเลหรือหมู่เกาะ อันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คือ “ฮาวาย” นั่นเอง

ฮาวายเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา บนมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบไปด้วย 8 เกาะสำคัญ โดยมี 6 เกาะเท่านั้นที่เปิดสำหรับการท่องเที่ยว อันได้แก่ ฮาวาย โออาอุ เมาอิ คาวายอิ โมโลคาย และลาไน จากเกาะทั้งหมดนี้ เกาะโออาอุนับเป็นเกาะที่เจริญมากที่สุด ด้วยเป็นที่ตั้งเมืองหลวงของรัฐอย่าง โฮโนลูลู อีกทั้งเป็นมีสถานที่สำหรับการเล่นเซิร์ฟที่มีชื่อเสียงของโลกอย่างหาดไวกิกิ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยป่าฝน เส้นทางการเดินป่า ไร่สับปะรด และเพิร์ลฮาร์เบอร์ ท่าเรือสำคัญที่เป็นที่รู้จักจากการโจมตีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนเกาะอื่น ๆ ก็มีกิจกรรมที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวทำเช่นกัน อาทิ การชมลาวาบริเวณปล่องภูเขาไฟ , เยี่ยมชมทุ่งเลี้ยงสัตว์พร้อมพักผ่อนในรีสอร์ทหรู หรือเยี่ยมชมหมู่บ้านเก่าแก่ อีกทั้งขับรถท้าสายลมชมชายฝั่งทะเลอันงดงาม

ฮาวายได้ชื่อว่าเป็นเกาะสวรรค์ที่ไม่ใช่สำหรับคนอเมริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกด้วย ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง ประกอบกับอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างจากฝั่งแผ่นดิน จึงทำให้ฮาวายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ

สำหรับหมู่เกาะฮาวายจะมีเกาะมากถึง 137 เกาะ แต่มีเกาะหลัก ๆ สำหรับท่องเที่ยวเพียง 8 เกาะเท่านั้น โดยเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ เกาะฮาวายหรือเกาะใหญ่แห่งฮาวาย และเมืองโฮโนลูลู เมืองหลวงของรัฐฮาวายบนเกาะโอวาฮู โดยเกาะฮาวายหรือเกาะใหญ่แห่งฮาวายมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ

อุทยานแห่งชาติกลุ่มภูเขาไฟฮาวาย ซึ่งมีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินมาเป็นจำนวนมาก เช่นร่วมชมนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติของอุทยาน การก่อตัวของภูเขาไฟ ชมปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุและลาวาที่ไหลลงมาตามขอบภูเขา และเดินป่าไปทางตามทางเดินยาว 214 กิโลเมตรของอุทยาน , น้ำตกอคาคา เป็นน้ำตกที่สวยและใหญ่ที่สุดในเกาะฮาวายและถือเป็นน้ำตกที่เดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุด นอกจากน้ำตกอคาคาซึ่งมีความสูง 135 เมตรแล้วก็ยังมีน้ำตกคาฮูนา (Kahuna Waterfall) ความสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บริเวณทางผ่านไปน้ำตกอคาคาอีกด้วย โดยทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณน้ำตกอคาคานั้นเป็นทางเดินผ่านป่าฝนที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้บริเวณสองข้างทาง ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งความรู้และได้ชมความสวยงามของน้ำตกที่สวยที่สุดในรัฐฮาวายไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว

น้ำตกอคาคา เป็นน้ำตกที่สวยและใหญ่ที่สุดในเกาะฮาวาย และถือเป็นน้ำตกที่เดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุด นอกจากน้ำตกอคาคาซึ่งมีความสูง 135 เมตรแล้ว ก็ยังมีน้ำตกคาฮูนา (Kahuna Waterfall) ความสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บริเวณทางผ่านไปน้ำตกอคาคาอีกด้วย โดยทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณน้ำตกอคาคานั้นเป็นทางเดินผ่านป่าฝนที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้บริเวณสองข้างทาง ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งความรู้ และได้ชมความสวยงามของน้ำตกที่สวยที่สุดในรัฐฮาวายไปพร้อมๆ กันด้วย

พระราชวังอิโอลานี เป็นพระราชวังของราชวงศ์ฮาวายและเป็นพระราชวังแห่งเดียวในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1882 และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี ค.ศ.1978 หลังการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์ สถาปัตยกรรมการก่อสร้างพระราชวังเป็นแบบเรอเนสซองส์ เน้นซุ้มประตูสูงและเสาสมมาตร ภายในจัดแสดงห้องบรรทม ห้องรับรอง ห้องบัลลังก์ และห้องเสวยของราชวงศ์ ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะที่น่าสนใจมากมาย

ชายหาดไวกิกิ อีกหนึ่งสถานที่สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวทะเล ที่นี่มีทะเลรวมถึงชายหาดที่สวยงามมาก ๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำมากมาย อาทิ การเล่นกระดานโต้คลื่น เนื่องจากคลื่นบริเวณชายหาดไวกิกิมีขนาดใหญ่และมีความแรงพอเหมาะ จึงถือเป็นสวรรค์ของนักโต้คลื่นเลยก็ว่าได้ หรือถ้าใครชอบว่ายน้ำและอาบแดด ไวกิกิก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

หมู่เกาะฮาวายจึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสวยงามของชายหาดและทะเลแล้ว ก็ยังมีความสวยงามทางธรรมชาติรูปแบบอื่นๆ รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกมากมาย สำหรับใครที่สนใจจะไปเที่ยวที่ฮาวาย ต้องบอกเลยว่าที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อย่าพลาดที่จะลองไปเที่ยวฮาวายสักครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองว่าไม่ผิดหวังและจะต้องอยากกลับไปเที่ยวที่นี่อีกครั้งอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-สถานที่เคาท์ดาวน์ปีใหม่-2019-ยอดฮิตทั่วไทย_web-1.jpg

kinyupen_adminDecember 14, 2018

ปีใหม่ปีนี้! “กินอยู่เป็น” ได้รวบรวมสถานที่ร่วมงานเคาท์ดาวน์ นับถอยหลังสู่ปี 2019 กับหลากหลายสถานที่จัดกิจกรรมยอดฮิตทั่วประเทศไทย ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น

“ปีใหม่ไปไหน?” คำถามนี้มักจะเป็นคำถามสุดฮิตที่มักจะถูกถามกัน ซึ่งอีกไม่กี่วันก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปี พ.ศ.2562 (ค.ศ.2019) เทศกาลแห่งความสุขที่ใครหลาย ๆ รอคอย เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองช่วงวันหยุดยาว ส่วนใหญ่ก็คนวางแผนเดินทางกลับต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงนี้ และหลาย ๆ คนจะได้ทิ้งเรื่องราวแย่ ๆ ไปพร้อมกับปีเก่า ๆ แล้วเตรียมเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปีใหม่

อีกหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่นิยมกันของหลาย ๆ คน ไม่เพียงแค่ชาวตางชาติเท่านั้น ในประเทศไทยบ้านเราก็ต่างเฝ้ารอเช่นกัน นั่นคือ การตั้งหน้าตั้งตารอนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ จริง ๆ แล้วการจัดกิจกรรมเคาวดาวน์เกิดขึ้นมานานมากในต่างประเทศ และกระแสดังกล่าวเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ประเทศไทยจึงเริ่มมีการจัดกิจกรรมนับถอยหลังในช่วงนั้น โดยเริ่มจัดครั้งแรกที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กระทั่งในปีต่อมา จึงเริ่มมีการจัดงานเคาวดาวน์ในประเทศไทย อย่างเช่นห้างสรรพสินค้าเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล) ที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จัดกิจกรรมเคาวน์ดาวน์เป็นประจำทุก ๆ ปี จนเป็นที่นิยมกระทั่งถึงปัจจุบัน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้รวบรวมสถานที่จัดงานเคาวดาน์ยอดฮิตในปีนี้ สำหรับใครที่สนใจอยากร่วมกิจกรรมก็สามารถแวะไปร่วมนับถอยหลังกันได้ มีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยทีกว่า

 

 

กรุงเทพและปริมณฑล
– AIS Bangkok Countdown 2019 ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล (ถ่ายทอดสด ผ่านทางช่อง 3SD , 3HD และยังดูผ่าน Apps AIS Play)
– Asiatique Thailand Countdown 2019 “The Tomorrow Port” ห้างสรรพสินค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ (ถ่ายทอดสดทางช่อง Amarin TV)
– MEGA Countdown 2019 ณ ศูนย์การค้า เมกา บางนา (ถ่ายทอดสดทาง ช่อง one 31)
– Amazing Thailand Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม (ถ่ายทอดสดทาง ช่อง 9 MCOT HD, PPTV, True4U, TNN24 และ Thai PBS)
– CDC Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าซีดีซี ถ.เลียบทางด่วนฯ
– FUTURE PARK & ZPELL COUNTDOWN 2019 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ รังสิต จ.ปทุมธานี (ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live : Future Park Society)

 

 

ต่างจังหวัด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
– เทศกาลรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยามจังหวัดอุบลราชธานี ณ ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี
– Khon Kaen Countdown 2019 ณ ประตูเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
– “เทศกาลหุ่นฟางยักษ์ และหมอลำหุ่นมหาสารคาม 2019” ณ ลานข้างหมู่บ้านสีวลี แยกพลศึกษา ริมถนนสายมหาสารคาม-โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
– Amazing Thailand Countdown 2019 ณ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ จ.นครพนม

ภาคเหนือ
– เทศกาลเคาท์ดาวน์เชียงใหม่ ณ ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
– ปีใหม่สากลชุมชนทุกเผ่า ชาวแม่ฮ่องสอน ปี 2562 ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ จ.แม่ฮ่องสอน

ภาคใต้
– Central Phuket International Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต
– ส่งตะวันและภูเก็ตเคาท์ดาวน์ 2562 ณ ปลายแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต
– งานปาร์ตี้ปีใหม่เกาะพะงัน ณ หาดริ้น เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี
– Happy City Happy Countdown Suratthani ณ ศาลหลักเมือง ริมเขื่อน แม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี
– Huahin Count Down 2018 ณ หัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภาคกลางและภาคตะวันออก
– Count Down อัมพวารื่นเริงเถลิงศกใหม่ ณ ริมเขื่อนหน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม
– Mono29 Pattaya Countdown 2019 ณ แหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี

 

ปีใหม่ปีนี้ ถ้าอยากไปร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ก็ชวนครอบครัว แฟน เพื่อนฝูง ไปกันได้ ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น หรืออยากไปที่ไหนก็แวะไปได้เลย สำหรับใครที่อยากเคาวน์ดาวน์ที่บ้าน ไม่ชอบออกไปไหน ไม่ชอบความวุ่นวาย ก็เปิดหน้าจอโทรทัศน์ชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ได้ สะดวกสบาย ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญยังสามารถเคาท์ดาวน์ได้หลาย ๆ ที่พร้อมกันทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-ซีถัง-เมืองโบราณกลางสายน้ำ-ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี_web-1.jpg

kinyupen_adminDecember 7, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ซีถัง” หนึ่งในสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี สัมผัสสุนทรียแห่งความเงียบสงบ และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวเมือง ถือเป็นตัวเลือกอีกหนึ่งแห่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะหลีกหนีความเร่งรีบและความวุ่นวายของเมืองใหญ่

เมื่อพูดถึงประเทศจีน ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาเทียนจื่อ , อุทยานแห่งชาติหวงหลง , อุทยานธรณีวิทยา จางเย่ ตันเซี๋ย , กำแพงเมืองจีน , ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวในอดีต ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงความเป็นมาที่น่าศึกษาและเรียนรู้

เช่นเดียวกับ “ซีถัง” ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่อดีต ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด โดย “ซีถัง” เป็นเมืองโบราณกลางสายน้ำ ตั้งอยู่มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน มีอายุเก่าแก่นับพันปี มีแม่น้ำ 9 สายล้อมรอบ เป็นตัวเลือกอีกหนึ่งแห่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะหลีกหนีความเร่งรีบและความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ภายในมีถนนที่ถูกปูด้วยก้อนหิน อาคารเก่า สะพานโค้งพาดผ่านคลอง และเรือที่พายไปมาภายในลำคลอง ล้วนเป็นเอกลักษณ์สร้างเสน่ห์ให้กับที่แห่งนี้ แต่ปัจจุบันมีการสร้างหรือปรับปรุงสิ่งก่อสร้างในบางแห่ง อาทิ สะพาน เพื่อเสริมความแข็งแรง แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

หากมองทิวทัศน์จากมุมสูงจะเห็นระลอกน้ำกระเพื่อมหยอกล้อเล่นกับแสงอาทิตย์ เปล่งประกายอยู่บนผืนน้ำ เห็นวิถีชีวิตของผู้คนริมฟากสองฝั่งคลอง บรรยากาศในตอนเช้า มีไอหมอกลอยล่องดุจใยไหมอยู่เหนือสายน้ำที่ไหลรินอยู่ใต้สะพาน ส่วนตอนเย็น มีเสียงดนตรีจากเรือลำน้อยบรรเลงคลอเคล้าไปกับโคมไฟน้อยใหญ่ที่เริ่มส่องแสงนวลอ่อน สร้างบรรยากาศแห่งค่ำคืนอันแสนโรแมนติก

เนื่องจาก “ซีถัง” เป็นเมืองโบราณกลางสายน้ำที่มีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น หากมาเที่ยวที่นี่จะต้องลิ้มลองอาหารเมนูปลา อาทิ เนื้อปลาฝังจวี้คั่วพริกเกลือ , ไข่ตุ๋นเนื้อปลาไช่ฮวา ส่วนของฝากติดไม้ติดมือแนะนำเป็นไวน์ข้าวฟ่างรสเลิศ , เค้กสมุนไพร เป็นต้น

“ซีถัง” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ควรพลาด และควรค่ากับการไปสัมผัสบรรยากาศแห่งความสงบ ศึกษาประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน รับรองเลยใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่นี่ จะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณ เนื้อหาและภาพจาก : China Xinhua News


-อาคารภูเขา-โดดเด่นริมชายหาดกว่างซีของจีน_web-1.jpg

kinyupen_adminDecember 6, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของประเทศจีนได้เปิดตัว “อาคารภูเขา” สิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจีน ด้วยอาคารที่มีรูปทรงแปลกตาคล้าย ๆ กับภูเขา พร้อมห้องพักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในประเทศจีนนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กำแพงเมืองจีน , สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ , เขาสายรุ้งตันเซี่ย , พระพุทธรูปเล่อซาน , ฯลฯ ที่สำคัญประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีคนจากหลายหลายประเทศเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ล่าสุด มีอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองจีน

โดยสำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า ประเทศจีนได้เปิดตัว “อาคารภูเขา” ซึ่งถือเป็นสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ ตั้งอยู่เมืองเป่ยไห่ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ที่ต้องบอกว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจีนเลยก็ว่าได้ ด้วยอาคารที่มีรูปทรงแปลกตาคล้าย ๆ กับภูเขา มีความสูงพอ ๆ กับตึกสูง ๆ ทั่วไป มีห้องพักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

สำหรับโรงแรมริมชายหาดแห่งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกว่างซีและภูมิภาคจีนตอนใต้ นักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณนั้น หรือไปที่บริเวณชายหาดกว่างซี ก็ไม่พลาดที่จะได้ยลโฉมตึกสูง ๆ คล้ายภูเขา และไม่พลาดที่จะได้หยิบสมาร์ทโฟนหรือกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายรูปเก็บภาพความสวยงามของอาคารดังกล่าวไว้เป็นที่ระลึกด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนหน้านี้ ที่ประเทศจีนได้มีการก่อสร้างอาคารรูปทรงลักษณะแปลกตาแปลกใจ อย่างในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางใต้ของจีน ได้มีการสร้างอาคารศูนย์สื่อแห่งใหม่ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และเป็นที่ทำการของสถานีโทรทัศน์กว่างซี โดยหลายคนมองอาคารดังกล่าวนี้คล้ายกับปลัดขิก ซึ่งทางสถาปนิกเปิดเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาขั้นบันไดบนภูเขา ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก China Xinhua News


..สุขใจ..ที่ได้ทำ.jpg

kinyupen_adminNovember 30, 2018

 

 

ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ต่างดิ้นรนทำงานเพื่อแสวงหาเงินทองทรัพย์สิน บ้างเพื่อปากท้อง บ้างเพื่อแต่งเติมซื้อหาความสุข ซึ่งอาจต้องแลกมากับความเหนื่อยล้าในสิ่งที่ทำอยู่เพราะไม่ใช่สิ่งที่รัก ดังนั้นจะดีแค่ไหนหากได้ทำสิ่งที่รักและสามารถเลี้ยงปากท้องดูแลครอบครัวไปได้พร้อมกัน

ทีมงานกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำท่านไปพบกับ “คุณลุงจันทร์ นานุ” โชเฟอร์สามล้อเครื่อง (รถตุ๊กตุ๊ก) เมืองแม่ฮ่องสอน ผู้มองเห็นช่องทางและโอกาสจากอาชีพบริการที่ตนเองรัก จนนำมาสู่การพัฒนาบริการเสริมซึ่งช่วยสร้างรายได้และความสุขใจไปพร้อมกัน   

ตุ๊กตุ๊กท่องเที่ยวคันแรกแห่งเมืองสามหมอก

ลุงจันทร์ โชเฟอร์หนุ่มใหญ่ใจดี พื้นเพดั้งเดิมเป็นชาวลำพูน ได้ย้ายมาประกอบอาชีพที่แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่ปี 2533 เริ่มจากขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก่อนหันมาขับรถตุ๊กตุ๊กตั้งแต่ปี 2554 โดยบริการรับส่งในตัวเมืองเหมือนรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างทั่วไป

แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม่ฮ่องสอนได้รับการโปรโมทและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับอุปนิสัยส่วนตัวที่รักงานบริการ ชอบพบปะพูดคุยและเดินทางไปในที่ต่างๆ ลุงจันทร์เริ่มเห็นช่องทางที่จะต่อยอดและคว้าโอกาสเพิ่มรายได้จากตรงนี้ จึงลงทุนติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ให้รถตุ๊กตุ๊กคันนี้สามารถวิ่งขึ้นเขา ขึ้นดอย หรือ ไปในที่ไกลๆ มากขึ้น เพื่อเพิ่มบริการทางเลือกใหม่แก่นักท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็น “ผู้ให้บริการรถตุ๊กตุ๊กท่องเที่ยวรายแรกของแม่ฮ่องสอน”

รูปแบบบริการ จะมีทั้งแบบเหมาท่องเที่ยวเฉพาะจุด หรือ จัดทริปท่องเที่ยวแบบ 1 วัน  2 วัน หรือ ตามแต่นักท่องเที่ยวต้องการ ไม่ว่าจะเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สโลว์ไลฟ์เก๋ไก๋ ไหว้พระ รับลมชมธรรมชาติ ท่องภูเขา เที่ยวน้ำตก แช่น้ำพุร้อน ลุงจันทร์การันตีว่ารถตุ๊กตุ๊กคันนี้พร้อมพาไปได้หมดทุกที่ที่มีทาง

“ผมรักอาชีพนี้ รักอาชีพบริการ ถ้าใครอยากไปไหนก็ตามใจทุกอย่าง ไม่จำกัดเวลา” ลุงจันทร์กล่าว พร้อมเล่าต่อว่า แต่ละทริปลุงจันทร์จะนำสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อและได้รับความนิยม อาทิ พระธาตุดอยกองมู สะพานซูตองเป้ หมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว น้ำตกผาเสื่อ ภูโคลน ถ้ำปลา ปางตอง ปางอุ๋ง ฯลฯ  มาปรับใช้ในเส้นทางให้เหมาะกับโจทย์ลูกค้าแต่ละรายตามที่ตกลงกัน พร้อมบริการให้คำแนะนำ เกร็ดน่ารู้ ภาษาถิ่น เสมือนไกด์ประจำตัวตลอดการเดินทาง และ “ความปลอดภัย” คืออีกสิ่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญ ดังนั้นจึงเตรียมพร้อมทั้งคนและรถ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ และเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ถ้าตั้งใจและใส่ใจ ก็ไม่มีอะไรเป็นข้อจำกัด

นับจากที่เริ่มให้บริการนักท่องเที่ยวทริปแรกจนถึงปัจจุบันซึ่งเข้าสู่ปีที่ 4 ลุงจันทร์บอกว่า ไม่คิดจะมีคนสนใจใช้บริการ หรือ มีคนรู้จักมากเหมือนทุกวันนี้ โดยลูกค้าช่วงแรกส่วนใหญ่มาจากการบอกต่อปากต่อปาก ต่อมาเมื่อมีลูกค้านำบริการของลุงจันทร์ไปโพสต์ในเว็บไซต์ pantip ก็ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จัก มีลูกค้าสนใจสอบถามและติดต่อจองคิวต่อเนื่องเป็นระยะ แม้แต่นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ใช้บริการแต่ได้เคยอ่านเรื่องราวเคยเห็นรูปลุง เมื่อมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนแล้วเจอกันระหว่างทางก็แวะเข้ามาทักทาย เกิดมิตรภาพใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลุงจันทร์ดีใจและบอกว่าเป็นเสมือนน้ำหล่อเลี้ยง หรือกำลังใจที่ดีสำหรับคนในอาชีพบริการ

ส่วนกรณีลูกค้าต่างชาติ แม้ลุงจันทร์จะอ่านอังกฤษไม่ออก ก็ไม่ใช่ข้อจำกัดหรือปัญหา เพราะอาศัยความตั้งใจ และใส่ใจด้วยวิธีครูพักลักจำ โดยจะฟังและจดใส่สมุดเป็นภาษาไทย ว่าคำไหนแปลว่าอะไร ออกเสียงอย่างไร สำคัญอย่างไร แล้วนำมาท่องให้ขึ้นใจเพื่อใช้พูดคุยกับลูกค้า

ทั้งหมดนี้ทำให้แต่ละปี ลุงจันทร์มีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้ามาจองคิวใช้บริการท่องเที่ยว เฉลี่ย 50-60 ทริปต่อปี ซึ่งช่วยทำให้ลุงมีรายได้ที่ดีขึ้นตามมา ส่วนวันที่ไม่มีคิวจองก็วิ่งรับจ้างทั่วไปในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนตามปกติ และในปี 2561 นี้จากยอดจองก็มีแนวโน้มว่าจะมีลูกค้ามากกว่าทุกปี ซึ่งลุงจันทร์ขอฝากคำขอบคุณลูกค้าทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย

“ผมรักอาชีพนี้ รักมันก็เลยทำมาถึงทุกวันนี้ และ อยากฝากถึงทุกคนว่า คนเราถ้าชอบอะไร ตั้งใจทำ มันจะทำเป็นไปเองและมีผลสำเร็จ” ลุงจันทร์ กล่าวทิ้งท้าย

 

  • “ผู้สนใจท่องเที่ยวรับลมชมวิวแม่ฮ่องสอนไปกับรถตุ๊กตุ๊ก ติดต่อสอบถามได้ที่ 084-370-0554 ลุงจันทร์ นานุ พร้อมคำปรึกษาและแนะนำด้วยมิตรภาพและไมตรี….”

Backpacker-เตรียมตัวให้พร้อม-เมื่อวันหนึงฉันเดินเข้าป่า_web-2.jpg

kinyupen_adminNovember 15, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “การเดินป่า” ถือเป็นกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดท้าทายของคนที่ชื่นชอบการลุย ต้องกายพร้อม ใจพร้อม และต้องสตรองอย่างหนักด้วย แต่การจะเดินป่าทั้งที โดยเฉพาะมือใหม่หัดเข้าป่า ต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวอย่างไรดี เพื่อให้การเดินเข้าป่าเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ตะกุกตะกะ เที่ยวป่าอย่างมีความสุข

วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า…..ช่วงนี้หมดช่วงฤดูฝน เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้ว สาวกคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติก็เตรียมแผนที่จะเดินเท้าเข้าป่ากางเต้นท์ ไปสัมผัสการใช้ชีวิตสุดชิคส์ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติรุมล้อม ตื่นตอนเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้น ทำอาหารกินเองกลางป่า ถ่ายรูปสวย ๆ สำหรับคนที่ไปบ่อยก็จะคุ้นจะชินกับการเข้าป่าอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากเข้าป่า แต่ไม่เคยไปเลย ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อให้การเดินป่าเป็นไปอย่างสนุกมีความสุขสุดสุด

โดยปกติ การเดินป่า ถือเป็นกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดท้าทายอีกกิจกรรมหนึ่งของคนที่ชื่นชอบการลุย ต้องใช้พละกำลังและร่างกายในการเดินป่าหลายกิโลเมตร อย่างต่ำ 4-8 ชั่วโมง/วัน บวกกับการที่คุณต้องแบกสัมภาระหนัก ๆ อีกด้วย บอกเลยว่า ใครที่อ่อนแองานนี้ก็ต้องแพ้ไปตามระเบียบแน่นอน กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับคนที่กายพร้อม ใจพร้อม และต้องสตรองอย่างหนักด้วย ถึงจะลุยป่าได้

แต่การจะเดินป่าทั้งที โดยเฉพาะมือใหม่หัดเข้าป่า ต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวอย่างไรดี เพื่อให้การเดินเข้าป่าเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ตะกุกตะกะ ต้องเตรียมตัวในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม : ร่างกายสำคัญที่สุด เมื่อใกล้ถึงกำหนดวันที่จะแบ็คแพคเข้าป่า ควรดูแลร่างกายของตัวเองให้แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายบาดเจ็บ เพราะหากป่วยหรือบาดเจ็บขึ้นมา อาจจะเป็นอุปสรรคในการเดินป่าของคุณได้ ดังนั้น เตรียมร่างกายของคุณให้แข็งแรง ฝึกเดินหรือวิ่งตามสวนสาธารณะเพื่อสัมผัสกับการเดินทางระยะไกล เพราะเดี๋ยวตอนเดินเข้าป่าของจริง ร่างกายจะไม่ไหวเอาเสียก่อน

2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับการเดินป่า : อุปกรณ์สำหรับการเดินป่าในที่นี้หมายถึงระหว่างที่เราเดินเข้าไปในป่า ต้องมีอุปกรณ์สำคัญ ๆ ที่ขาดไม่ได้อย่างยิ่ง ประกอบด้วย เข็มทิศ , รองเท้าสำหรับเดินป่า (งดพวกรองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นสูง) เอาเป็นรองเท้าที่ใส่สบาย , ถุงกันทาก , เสื้อกันฝน (กรณีฝนตก) , ไม้เท้าเดินป่า ฯลฯ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานระหว่างการเดินป่า เพราะพื้นที่ภายในป่าไม่ได้ราบเรียบหรือเดินสะดวกเหมือนพื้นถนนทั่วไป บางจุดเป็นทางที่มีความชัน มีหลุม มีบ่อ ถ้าเราไม่เตรียมของพวกนี้ไป อาจเป็นอันตรายเช่น โดนทากกัด , หกล้มระหว่างเดินในป่า เป็นต้น

3. เตรียมอุปกรณ์สำหรับค้างแรม : อุปกรณ์สำหรับค้างแรมกรณีที่นอนค้างคืนอย่างน้อย 1 คืน สำคัญที่สุดคือ เต้นท์ , ถุงนอน , เปล , หมอน , เสื่อ , ผ้าใบ ฯลฯ อุปกรณ์พวกนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการเข้าป่า กรณีค้างแรมอย่างน้อย 1 คืน เพราะช่วงกลางคืนไม่เหมาะอย่างยิ่งในการเดินป่า ส่วนใหญ่จะปักหลักพักผ่อนนอนหลับ เพื่อเก็บแรงไว้เดินป่าต่อในวันรุ่งขึ้น

4. เตรียมอุปกรณ์ เสื้อผ้า เครื่องใช้ : กรณีที่ต้องค้างแรมมากกว่า 1 คืน อาจจะต้องเปลี่ยนชุด ฉะนั้น เตรียมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไปอย่างน้อย 2-3 ชุด (ไม่ควรเอาไปเยอะ) แะอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ อาทิ ผ้าขนหนู , แชมพู , สบู่ , โฟมล้างหน้า , แปรงสีฟัน , ยาสีฟัน ฯลฯ เพื่อใช้ในการชำระล้างร่างกายให้สะอาด กรณีที่บางพื้นที่มีห้องน้ำไว้ให้บริการ แต่พื้นที่บางแห่งอาจจะอยู่กลางป่าเลย อาจจะไม่มีห้องน้ำ แต่มีเป็นน้ำตกหรือลำธารแทน อาจจะต้องอาบน้ำจากจุดนั้น นอกจากนี้ ไฟฉาย , พาวเวอร์แบงค์ , อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

5. เตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค : อาหารเป็นสิ่งจำเป็นในการประทังชีวิตขณะเดินเข้าป่า ฉะนั้น ควรเตรียมอาหารสำเร็จรูปที่ประกอบอาหารได้ง่าย ๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป , ไข่ เป็นต้น แต่ถ้าหากอยากจะประกอบอาหารด้วยตนเองภายในป่า ก็เตรียมอุปกรณ์สำหรับประกอบอาหารที่เป็นลักษณะของการเข้าป่า เช่น ไฟแช็ค ,หม้อใบเล็ก ๆ ,ช้อน-ส้อม ,วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร พวก ข้าว เนื้อหมู ไข่ไก่ ผัก เป็นต้น และก็ขนมถุง ขนมปัง น้ำดื่ม ก็อย่าลืมเตรียมไปด้วย แต่ไม่ต้องเตรียมไปเยอะมากนัก เอาไปแค่พอจำเป็นเท่านั้น

เตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจรวมถึงสิ่งของที่จะต้องแบกไปด้วย อย่างไรซะ พกเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ๆ ไปเท่านั้น ไม่ต้องแบกไปเยอะแยะ หนักกระเป๋าเสียเปล่า อย่าลืมว่าเราต้องเดินป่าด้วย การจัดกระเป๋าเป้สำหรับเดินป่าพยายามอย่าให้เกิน ร้อยละ 15-20 ของน้ำหนักตัวเรา มิฉะนั้น เราจะเดินป่าอย่างยากลำบาก สุดท้าย การเดินป่าของเราจะไม่สนุกขึ้นมาทันที ถ้าเราเตรียมตัวมาดี เตรียมตัวมาพร้อม การเดินป่าก็จะเป็นเรื่องสนุก ๆ และเราก็จะมีความสุขกับการท่องเที่ยวสีเขียวตามแบบฉบับแบ็คแพ็คเกอร์เดินป่าอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอให้สนุกกับการเดินป่านะครับ…

 


-มนต์เสน่ห์ใจกลางกรุงฮานอย-ประเทศเวียดนาม_web-1.jpg

kinyupen_adminNovember 11, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ทางรถไฟสายเก่า” ใจกลางกรุงฮานอยของเวียดนาม หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปท่องเที่ยวกัน เพราะเสน่ห์ของที่นี่คือการที่รถไฟสายนี้จะแล่นผ่านบ้านเรือนประชาชนไปอย่างใกล้ชิด

ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่น ผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติก็เริ่มหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้กันแล้ว ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทย ประเทศเวียดนามถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยหลายคนอยากไปท่องเที่ยวที่ประทศนี้ เพราะมีสถาปัตยกรรม สถานที่ท่องเที่ยว และอารยธรรรมต่างๆ ของประเทศนี้ที่น่าสนใจมาก “ฮานอย” แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปเที่ยวกัน ในย่านโอลด์ควอเตอร์ ย่านเมืองเก่าของฮานอย ที่นี่นอกจากจะมีคาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมายไว้รองรับนักท่องเที่ยวแล้ว หนึ่งในนั้นมี “ทางรถไฟสายเก่า” ที่แล่นผ่านตึกรามบ้านช่องย่านใจกลางเมือง

“ทางรถไฟสายเก่า” ได้รับการก่อสร้างขึ้นสมัยที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และตอนนี้มันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะเสน่ห์ของ “ทางรถไฟสายเก่า” คือการที่รถไฟสายนี้จะแล่นผ่านบ้านเรือนประชาชนไปอย่างใกล้ชิด ขณะที่ชาวบ้านก็ออกมาใช้ชีวิตบนทางรถไฟ เพราะนี่คือชีวิตประจำวันของพวกเขา

 

 

 

 

 

 

“ทางรถไฟสายเก่า” สายนี้ เดิมทีได้รับการก่อสร้างขึ้นในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเวียดนาม ดังนั้นฝรั่งเศสจึงสร้างทางรถไฟขึ้นมาเพื่อไว้ใช้ขนส่งสิ่งของและเพื่อการคมนาคมของประชาชน แต่ในยุคหลังระหว่างสงครามเวียดนาม บางช่วงของทางรถไฟได้รับความเสียหายอย่างหนักจากระเบิดของกองทัพสหรัฐฯ ที่ระดมทิ้งใส่เวียดนามเหนือ ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ แต่มาถึงทุกวันนี้ “ทางรถไฟสายเก่า” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มาเยือนฮานอยจะพลาดไม่ได้

นอกเหนือไปจากการมาสัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนมีเสน่ห์ริมทางรถไฟแล้ว การขึ้นรถไฟสายนี้เพื่อเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นตัวเลือกที่ดีอีกหนึ่งทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการการเดินทางอันน่าค้นหา มีเสน่ห์ชวนหลงไหล และโอบล้อมไปด้วยประวัติศาสตร์เก่าแก่ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-ดอกศิลาวารี-หาดูยาก-โผล่พ้นน้ำปีละครั้ง3-1.jpg

kinyupen_adminNovember 8, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะพาไปท่องเที่ยวกัน สุดสัปดาห์นี้ ถ้าไม่รู้จะเที่ยวที่ไหน ไปร่วมยลโฉม “ดอกศิลาวารี” ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก หาดูยาก เพราะว่า 1 ปี จะมีโอกาสได้ยลโฉม “ดอกศิลาวารี” โผล่พ้นน้ำปีละครั้งเท่านั้น

สุดสัปดาห์นี้ หากไม่รู้ว่าจะไปท่องเที่ยวที่ไหนดี กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต ขอแนะนำที่จังหวัดพิษณุโลก เพราะที่นี่มีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องบอกเลยว่าหาชมได้ยากมากๆ นั่นก็คือ “ดอกศิลาวารี” นั่นเอง สำหรับ “ดอกศิลาวารี” เป็นดอกไม้หินใต้น้ำชนิดหนึ่ง อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ลักษณะทั่วไปของ “ดอกศิลาวารี” เป็นดอกตูมขนาดเล็กๆ 0.5-1 เซนติเมตร มีส้มอมเหลืองแดง หาก “ดอกศิลาวารี” อยู่ใต้น้ำ จะมีสีเขียว เหลือง แดง สลับกันไป แต่ถ้าน้ำลด “ดอกศิลาวารี” จะยืนเป็นกิ่งดอก ออกดอกเหนือก้อนหิน มีอายุ 2 สัปดาห์ จากนั้นก็แห้งเหี่ยวติดกับโขดหินไป “ดอกศิลาวารี” พบมากที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และพบอีกแห่งหนึ่งคือที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

“ดอกศิลาวารี” ถือได้ว่าเป็นดอกไม้ที่หาดูยากแบบสุดๆ เพราะว่า 1 ปี จะมีโอกาสได้ยลโฉม “ดอกศิลาวารี” เพียงหนึ่งครั้ง ครั้งละ 3 เดือนเท่านั้น ก็คือเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หากพ้นไปจากนี้ก็จะต้องไปรอดูอีกทีตอนปลายปีหน้า ส่วนความพิเศษของ “ดอกศิลาวารี” ไม่ได้อยู่ที่ความหายากหรือออกดอกปีละครั้ง แต่เป็นดอกไม้ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำและระบบนิเวศน์ เพราะหากว่าแหล่งน้ำสกปรก “ดอกศิลาวารี” ก็จะไม่เกิดด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายบุญสืบ เผือกอ่อน หัวหน้ากลุ่มเที่ยวทั่วไทยไปชมภู เปิดเผยว่า ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายลโฉม “ดอกศิลาวารี” กันเป็นจำนวนมาก ทางกลุ่มท่องเที่ยวไทยไปชมภูของชุมชนบ้านชมภูจึงได้จัดรถท่องเที่ยวอีแต๊กจำนวน 10 คัน เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องนั่งรถมาจากบ้านชมภูเข้ามาที่จุดชมดอกศิลาวารี ประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถนั่งรถชมธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่แห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตพื้นที่แห่งนี้จะเปิดจุดท่องเที่ยวเชื่อมโยงหมู่บ้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวแบบพักค้างคืนได้ หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจเดินทางมรร่วมสัมผัสความสวยงามของ “ดอกศิลาวารี” ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลวงหลวง สามารถติดต่อมาได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลวงหลวง ที่ 5 (สล.5) อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หรือแกนนำกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน เบอร์โทรศัพท์ 085-7374528

ช่วงไฮซีซั่นนี้ ถ้าไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ก็ลองไปเที่ยวที่พิษณุโลกดูได้ ไปร่วมสัมผัสความสวยงามของ “ดอกศิลาวารี” ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง รับรองเลยว่าคุณต้องประทับใจและติดใจในเสน่ห์การท่องเที่ยวในไทยอบ่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-อ่าวปิเละ-อ่าวโล๊ะมุดี-เกาะห้อง-สวยงามไม่แพ้กันกับ-อ่าวมาหยา_web-1.jpg

kinyupen_adminOctober 10, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เรียกว่า “อ่าวมาหยา 2” ซึ่งมีจำนวน 3 แห่ง คือ บริเวณอ่าวปิเละ ,อ่าวโล๊ะมุดี และเกาะห้อง ซึ่งมีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้กันกับ “อ่าวมาหยา” เดิมที่มีการประกาศปิดอย่างไม่มีกำหนด เพื่อฟื้นฟูปะการังให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หลายคนมักหาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดการเรียน การทำงาน บางคนชอบเข้าวัด
เข้าวา ไหว้พระ ทำบุญ ตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนบางคนชอบที่จะเดินเข้าห้างสรรพสินค้า ตากแอร์เย็นสบาย เดินช็อปปิ้งซื้อสินค้าที่เราอยากได้ ขณะที่บางคนชอบท่องเที่ยวต่างจังหวัดตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่ผู้คนไปกันมากที่คงหนีไม่พ้น “ทะเล” ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายๆ แหล่ง ไม่ว่าจะเป็นพัทยา เกาะล้าน เกาะช้าง เกาะเสม็ด อ่าวมะนาว อ่าวมาหยา ฯลฯ ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่คนไทยเท่านั้นที่เลือกเดินทางไปเที่ยวทะเล แต่มีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยเลือกเดินทางมาเที่ยวทะเลในเมืองไทยเราด้วย

จะว่าไปแล้ว “อ่าวมาหยา” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเที่ยว พักผ่อน เล่นน้ำทะเล กันเป็นจำนวนมาก
ไฮไลท์สำคัญของที่นี่ก็คือการได้ดำน้ำดูความสวยงามของปะการัง แต่ปัญหาที่หน่วยงานภาครัฐพบเจอมากที่สุดจากนักท่องเที่ยว ก็คือปะการังและทรัพยากรชายหาดในพื้นที่อ่าวมาหยาถูกทำลาย หนึ่งในปัญหาดังกล่าวเกิดจากฝีมือของมนุษย์ในการหยิบ จับ ทิ้ง ฯลฯ ทำให้ทรัพยากรอันมีค่าได้รับความเสียหาย

จากปัญหาดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงมีการประกาศปิดอ่าวมาหยาและอ่าวโละซามะ ในเขตอุทยาน
แห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพีอย่างไม่มีกำหนด ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่อ่าวมาหยาโดยเฉพาะปะการัง และทรัพยากรชายหาดมีความก้าวหน้าและกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ขณะเดียวกัน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เรียกว่า “อ่าวมาหยา 2” ซึ่งมีจำนวน 3 แห่ง คือ บริเวณอ่าวปิเละ ,อ่าวโล๊ะมุดี และเกาะห้อง ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงอ่าวมาหยา และมีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งเปิดให้มีการเดินเรือเพื่อนำนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม “อ่าวมาหยา” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ โดยนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพอ่าวมาหยาได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว และจอดเรือในบริเวณที่กำลังมีการฟื้นฟูปะการัง โดยเจ้าหน้าที่จะได้วางแนวทุ่นไข่ปลากั้นเขตห้ามเข้าบริเวณด้านหน้าอ่าวมาหยา เพื่อป้องกันไม่ให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับไฮไลท์เด่นๆ ของ “อ่าวมาหยา 2” แต่ละเกาะนั้น มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป อย่าง “อ่าวปิเละ” จะมีลักษณะคล้ายอ่าวมาหยา ถูกโอบล้อมด้วยเขาหินปูน มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ภายในมีน้ำทะเลใส มีแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ ส่วน “อ่าวโละมุดี” มีชายหาดที่สวยงามไม่แพ้อ่าวมาหยา ซึ่งเกาะทั้ง 2 แห่งนี้อยู่ในบริเวณเกาะพีพี ขณะที่ “เกาะห้อง” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ ห่างจากที่ทำการอุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ เดินทางโดยเรือเพียง 20 นาที ถือเป็นเกาะที่ได้รับการอนุรักษ์และถือเป็นเกาะสีเขียวต้นแบบเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีการวางระบบไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลล์ระบบการจัดน้ำเสีย มีถังดักไขมัน บ่อบำบัดขนาดเล็ก มีเจ้าหน้าที่ที่อาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 20 คน และที่นี่ให้ความสำคัญเรื่องของภาวะโลกร้อนมาก อย่างเช่นอาหารของนักท่องเที่ยวนั้น เจ้าหน้าที่จะให้ใช้ปิ่นโตหิ้วมาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้กล่องโฟมและพลาสติกเด็ดขาด ขณะที่ขยะอื่นๆ ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องเก็บไปทิ้งข้างนอกเกาะด้วยตนเอง ซึ่งต้องบอกเลยว่า “เกาะห้อง” มีความสวยงามไม่แพ้เกาะอื่นๆ ของ “อ่าวมาหยา 2” เลยก็ว่าได้ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-กรุงเทพมหานคร-จึงครองแชมป์สุดยอดจุดหมายปลายทางของโลก-_web.jpg

kinyupen_adminOctober 3, 2018

อยากรู้หรือไม่? ทำไม “กรุงเทพมหานคร” ถึงครองแชมป์สุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลก เป็นเวลา 3 ปีซ้อน

ประเทศไทย ถือว่าเป็นประเทศที่มีทั้งความสวยงามทางด้านของอารยธรรม สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศที่มีความสวยสดงดงาม น่าติดตาม และน่าค้นหา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่พลาดที่จะบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก (เดี๋ยวเขาจะหาว่า มาไม่ถึงที่นั่น) และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ คงหนีไม่พ้นเมืองหลวงของประเทศไทย อย่าง “กรุงเทพมหานคร” อมรรัตน์โกสินทร์ ที่ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศไทยเลยก็ว่าได้

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของผลการสำรวจของมาสเตอร์การ์ด ประจำปี 2018 (Mastercard Global Destination Cities Index, GDCI 2018) พบว่า กรุงเทพมหานครครองตำแหน่งอันดับ 1 สุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลก ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ที่ติดอันดับดังกล่าวติดต่อกัน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ มีจำนวนสูงถึง 20.05 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ทั้งนี้ สาเหตุที่กรุงเทพมหานครสามารถไต่อันดับขึ้นมาครองแชมป์ได้นั้น โดนัลด์ ออง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ของมาสเตอร์การ์ด ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ มากมายที่เน้นถึงความเป็นไทย อาทิ วัด ตลาดน้ำ ถนนคนเดิน งานเทศกาลสงกรานต์ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้นมีค่าครองชีพไม่แพงเท่ากับเมืองใหญ่อื่นๆ ในต่างประเทศอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ชื่อของ “กรุงเทพมหานคร” เป็นที่คุ้นหูของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกหลายงาน และเลือกพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่จัดงานดังกล่าว นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ขยายข้อยกเว้นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยช่วงระยะสั้น และการเพิ่มจุดตรวจคนเข้าเมืองพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย ในการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยมากยิ่งขึ้น

นอกจากกรุงเทพมหานครจะติดโผอันดับ 1 แล้ว ปีนี้ จ.ภูเก็ต และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก็ติดโผ 20 อันดับสุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางด้วยเช่นกัน และถือเป็นครั้งแรกที่ จ.ภูเก็ต ได้เข้ามาอยู่ในโผครั้งนี้ด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต