Content_Horo_week-1-5July.jpg

kinyupen_adminJuly 1, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่างวันที่ 1 – 5  กรกฎาคม 2563 โดย..Tan Tarot …หมอดูที่ได้รับความนิยมจากชาวทวิตภพ ด้วยสโลแกนที่ว่า มากกว่าการดูดวงคือการรับฟัง 🙂

 

 

คนเกิดวันอาทิตย์

การงาน : สัปดาห์นี้งานเยอะ งานที่ได้รับมอบหมายมาก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เพื่อนร่วมงานโอเค แต่เราต้องวางแผนงานดีๆ ถึงจะไปได้ดีโดยไม่หงุดหงิดใจกับผู้ใหญ่ในที่ทำงาน

การเงิน : เรื่องเงินยังพอประคองได้ แต่ซื้อของเพื่อดูแลสุขภาพเยอะเหมือนกันนะนี่

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้เอาใจผู้ใหญ่อย่างเดียวก็เหนื่อยแย่แล้ว / คนมีคู่ อย่าทะเลาะกันด้วยเรื่องจุกจิกเลย เรื่องปวดหัวในชีวิตเยอะแล้ว

สุขภาพ : ตึงไปตั้งแต่บ่ายันข้อมือแล้ว หาเวลายืดตัวหน่อย แล้วก็อย่าเอาข้อศอกเท้าโต๊ะนาน ด้านหมดแล้วจ้ะ

ข้อความแทนใจ : พยายามแอคทีฟไว้ ยิ่งเคลียร์ธุระออกจากตัวได้ไวเท่าไหร่ยิ่งดี แล้วก็เติมความสดใจให้ใจบ้าง อย่าไปมองว่าทุกอย่างเป็นภาระชีวิตนะ มันคือความรับผิดชอบต่างหาก

 

 

คนเกิดวันจันทร์

การงาน : สัปดาห์นี้เบื่อๆ งานไม่ค่อยเดิน คิดงานไม่ค่อยออก เพื่อนร่วมงานก็ช่วยได้แค่ให้กำลังใจ ส่วนผู้ใหญ่นี่ แนะนำมาแต่ละอย่าง เราเดินตามไม่ไหวสักทาง

การเงิน : คุณพี่คะ รายจ่ายเยอะอะไรเบอร์นั้นคะ เพิ่งต้นเดือน แต่เอาจริงๆ มันก็เป็นรายจ่ายบังคับซะเยอะ เราไม่ได้อยากจ่ายหรอก

ความรัก : คนโสด เป็นช่วงซึมๆ จ๋อยๆ / คนมีคู่ สัปดาห์นี้หวานกันดีไม่ต้องห่วง

สุขภาพ : ปวดหลังเก่ง นวดมั้ยจ้ะ

ข้อความแทนใจ : ขอให้วางแผนการเงินดีๆ ถ้าปล่อยไหลนี่ปาดเหงื่อเลยนะท่องไว้ “ใจเย็นๆ อย่าเพิ่ง CF จนกว่าจะสรุปยอดรายรับรายจ่ายเสร็จ”

 

 

คนเกิดวันอังคาร

การงาน : สัปดาห์นี้จะทำอะไรต้องวางแผน โดยเฉพาะก่อนไปคุยกับผู้ใหญ่ ถ้าแผนไม่ดี ตัวเลขไม่ตรงนี่คุยกันยาวเลยทีนี้

การเงิน : เรื่องเงินยังพอไปได้ แต่อยากได้อะไรไม่รู้เยอะไปหมด

ความรัก : คนโสด ถือซะว่าเป็นช่วงที่ต้องปล่อยวางก็แล้วกันเนอะ / คนมีคู่ เป็นสัปดาห์แห่งความคิดถึง

สุขภาพ : ยังโอเคไม่น่าเป็นห่วง

ข้อความแทนใจ : อย่าไปคิดถึงอดีตเยอะ อะไรที่มันจบไปแล้วก็ปล่อยให้มันจบไป เอาเวลามาวางแผนสำหรับอนาคต และเติมความสดใสให้กับตัวเองดีกว่า

 

 

คนเกิดวันพุธกลางวัน

การงาน : สัปดาห์นี้ทำอะไรไปก็ได้ผลกลับมาเท่าที่ทำนั่นแหละ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย อย่าปล่อยชิลเกินไปเท่านั้นเอง

การเงิน : มีของที่อยากได้เต็มไปหมด แต่ก็ทำได้แค่อยากได้ไปก่อนนะ ฮา

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้เอาเรื่องงานให้สำเร็จลุล่วงก่อนจะได้สบายใจ / คนมีคู่ ต่างคนต่างห่วงเรื่องงาน ถ้าจะให้หวานก็พากันไปร้านเปิดใหม่ชิวๆ บ้าง

สุขภาพ : ดื่มน้ำเยอะๆ หน่อยจ้ะ

ข้อความแทนใจ : เน้นให้ใส่ใจเรื่องการสื่อสาร เรื่องคำพูด คำที่ใช้ในการส่งข้อความ วาทศิลป์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะถ้าพลาดมา เราก็เครียด คนอื่นก็เครียด ต้องมาถกงานกันใหม่อีกนะ สมองไว แต่ห้ามปากไว

 

 

คนเกิดวันพุธกลางคืน

การงาน : สัปดาห์นี้ทำงานได้สบายๆ แต่จะเข้าหาผู้ใหญ่ต้องดูจังหวะดีๆ หน่อย แล้วก็ต้องเตรียมข้อมูล เตรียมเอกสารไปอย่างละเอียด ถึงจะราบรื่น

การเงิน : ยังหมุนเงินได้อยู่ แต่มีความมุ่งมั่นในการใช้เงินเป็นอย่างมาก

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้เป็นช่วงที่ดีที่จะพัฒนาความสัมพันธ์นะ / คนมีคู่ ระวังการกระทบกระทั่ง ระวังคำพูดหน่อย เสียใจแล้วแก้ยากนะ

สุขภาพ : สัปดาห์นี้เรื่องสุขภาพโอเค ไม่น่าห่วง

ข้อความแทนใจ : วางแผนเรื่องงานดีๆ การวางแผนที่ดีจะทำให้เราเหนื่อยน้อย อย่าปล่อยชิลจนงานสะสม เพราะถ้าถึงเวลาแล้วเราโดนเรียกไปช่วยคนอื่น งานเราจะไฟลนก้นเองนะ

 

คนเกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : สัปดาห์นี้มีหน้าที่ใหม่เข้ามาให้เราต้องรับผิดชอบ ส่วนผู้ใหญ่ก็คาดหวังความสำเร็จในระยะยาวอย่างเดียวเลย ถ้าใจนิ่ง เราจะผ่านได้ทุกอย่างนั่นแหละ

การเงิน : รายจ่ายยิบย่อยพันตัวเยอะไปหมด แต่ก็ยังตั้งใจใช้เงินนะ ฮา

ความรัก : คนโสด ห่วงเรื่องเงินตัวเองก่อน คำนวณผิดชีวิตเปลี่ยน / คนมีคู่ ต่างคนต่างอยากอยู่นิ่งๆ เงียบๆ มีเวลาทบทวนตัวเอง

สุขภาพ : สุขภาพกายโอเค แต่สุขภาพใจห่วงว่าเงินน่ะมีมั้ย 555

ข้อความแทนใจ : เป็นสัปดาห์ที่ห่วงเรื่องเงินเป็นพิเศษจริงๆ อยากให้ค่อยๆ วางแผนดีๆ มีความสุขกับสิ่งที่มีที่ได้มาแล้ว อย่าเพิ่งดิ้นรนไปหาซื้อสิ่งใหม่

 

 

คนเกิดวันศุกร์

การงาน : สัปดาห์นี้งานไม่ค่อยได้ดั่งใจ คนที่เราต้องทำงานด้วยก็ดันเซนซิทีฟ อารมณ์ขึ้นๆ ลง เอาใจยาก เราเลยต้องรับผิดชอบหลายอย่าง

การเงิน : เรื่องเงินก็ประคับประคองหน่อย เข้าปุ๊บออกบีบ เป็นงง

ความรัก : คนโสด ช่วงนี้เย็นไว้ก่อน เป็นช่วงที่เหมาะกับการอยู่นิ่งๆ / คนมีคู่ ใจเขาใจเรานะ ถ้าเราเอาความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้งไปเสียหมด คนข้างๆ ก็ใจร้าว

สุขภาพ : อยากให้ดูแลสภาพจิตใจดีๆ นิดหนึ่ง ถ้าเหม่อนี่ทำนู่นทำนี่หล่นบ่อยมาก

ข้อความแทนใจ : ขอให้ค่อยๆ โฟกัสกับความสุขเล็กๆ รอบตัวก่อน อย่าเสพโซเชียลเยอะ มันจะทำให้เรารู้สึกเหงา อยากไปทำนู่นทำนี่แบบคนอื่น สุดท้ายเราว่างแค่ไถหน้าจอดู เราจะยิ่งจ๋อยไปอีก

 

 

คนเกิดวันเสาร์

การงาน : สัปดาห์นี้เราได้แต่ทำหน้าที่ของเรา แล้วเป็นคนนอกวง ไม่ค่อยได้ไปเป็นวงในกับใครในเรื่องการทำงานเท่าไหร่

แต่เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแหละ

การเงิน : การเงินช่างเงียบงัน เอาเวลาไปหาความรู้เฉพาะทางเพิ่ม จะได้เพิ่มช่องทางทำมาหากินได้

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้นิ่งๆ จิบกาแฟ เอ็นจอชีวิตโสดและอิสรภาพก่อน / คนมีคู่ ต่างคนต่างโฟกัสเรื่องหาเงิน

สุขภาพ : อย่านั่งนาน ท้องผูกหมดแล้ว

ข้อความแทนใจ : ทำอะไรได้อย่างนั้น อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เห็นคนอื่นยุ่ง ก็ไม่ได้แปลว่ายุ่งแล้วจะประสบความสำเร็จมากกว่าเรา เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ศึกษาอะไรก็ทำให้ถ่องแท้ เดี๋ยว

 

ติดตาม Tan Tarot ได้ตามช่องทาง :

#ดูดวงกับแทน Line ID: tarotbytan | IG: tarotbytan | #หมอดู #ไพ่ยิปซี


He-Knows-She-Knows-FB_.jpg

kinyupen_adminJune 26, 2020

รักษ์ สุพัฒน์ และ อุ๊ ธฤติมา ชวนคุณมาเม้าท์กันว่าทำไม “คุกเข่า” ถึงกลายเป็นสัญญะสากลของการประท้วงในอเมริกาเพียงชั่วข้ามคืน ค้นคำตอบได้แล้วที่ Podcast He Knows, She Knows ”เรารู้คุณต้อง Enjoyyyy…”


_Ep1_FB_1.jpg

kinyupen_adminJune 24, 2020

“ปัญหาของคุณหน้าตาเหมือนอะไร ก้อนหิน หรือ ภูเขา” แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับจะแก้อย่างไร แล้วรู้หรือไม่ว่าการ “เก็บที่นอน” คือ จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด..ร่วมออกแบบวิธีแก้ปัญหาชีวิตตามสไตล์ของคุณ ไปกับ ดร.ศศดิศ


-Cover-1-2.jpg

kinyupen_adminJune 23, 2020

เปิดตำนาน ราดหน้า “ยอดอร่อย” จากหน้าวัง สู่หน้าคุก ต้นตำรับราดหน้าเจ้าเก่า ราดหน้ายอดผัก

ที่มาของคำว่า ยอดอร่อย

เดิมทีราดหน้าเจ้านี้อยู่ในตรอกวังบูรพา ที่ปัจจุบันอยู่ปากตรอกร้านบ้านช่างทอง โดยย่านนั้นเมื่อกว่า 50 ปีก่อนถือเป็นย่านเจริญ เพราะมีโรงภาพยนตร์ถึง 3 แห่ง คือโรงภาพยนตร์แกรนด์ โรงภาพยนตร์คิงส์ และโรงภาพยนตร์ควีนส์ ถัดจากนั้นไปก็จะเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ทั้งยังใกล้กับแหล่งขายผ้าและขนมหวานอย่างสะพานหัน พาหุรัด ความเจริญและยอดนิยมจะเห็นได้จากการเป็นย่านแรกของการตั้งร้านไอศกรีมหรือ โดนัทเพราะศาลาโฟรโมสต์ แฟรนไชส์ไอศกรีมแห่งแรก (คล้ายสเวนเซ่นส์ปัจจุบัน) หรือ มิสเตอร์โดนัทก็เริ่มตั้งที่นี่เป็นแห่งแรก

 

 

ความนิยมของราดหน้าในตรอกวังบูรพาจะวัดได้จากจำนวนผู้ที่มากิน นับแต่การเปิดร้านคือสี่โมงเย็น จนถึงตีสอง เนื่องจากสมัยก่อนโรงภาพยนตร์รอบดึกเลิกเวลาเกือบเที่ยงคืนและบางทีมีรอบมิดไนท์ ประกอบกับไนท์คลับและบาร์จะเลิกช่วงเที่ยงคืน มีเรื่องเล่าว่า ดาราอินเดียที่บินมาเปิดภาพยนตร์ถึงขั้นซื้อขึ้นเครื่องกลับบ้าน

 

 

หากในช่วงที่ราดหน้าตรอกวังบูรพากำลังเฟื่องสุดขีดนั้นเจ้าของพื้นที่ต้องการใช้พื้นที่ก่อสร้างโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เถ้าแก่หอย (เจ้าของสูตร) ก็วางแผนย้ายร้านไปตึกแถว 2 คูหาฝั่งตรงข้ามหน้าเรือนจำลหุโทษคลองเปรม (สมัยก่อนเรือนจำชายลหุโทษคลองเปรมเป็นสถานที่กักขังนักโทษชายสถานเบา) ที่เถ้าแก่ใช้ทำเป็นบ้านและร้านกาแฟ-อาหาร ใช้ชื่อห้องอาหารพระนคร (นี่อาจเป็นที่มาที่ทำให้ชาวพันทิปบางท่านเข้าใจว่าราดหน้าร้านนี้คือ พระนคร :คาดเดา)

 

ในช่วงนี้เอง เถ้าแก่ต้องคิดหาชื่อร้านและติดประกาศย้ายที่ตั้ง..ระหว่างนั้นมีคนที่ทานในร้านเสร็จเป็นเด็กอายุ 3-4 ขวบที่มากับพ่อแม่ มายืนอยู่หน้าร้านและยกนิ้วให้กับเถ้าแก่ พร้อมตะโกนบอก “ยอด ยอด ยอดอร่อย” นี่จึงเป็นที่มาของชื่อร้านยอดอร่อย โดยร้านใหม่เปิดขายตั้งแต่ 11 โมงเช้าปิดตีหนึ่ง โดยมีระยะพักช่วง 4 โมง ถึง 6 โมงเย็น

 

ด้วยสมัยก่อนร้านอาหารและแหล่งบันเทิง ไม่ได้มีมากมาย ทำให้ลูกค้าหลายรายเป็นลูกค้าประจำมีการพูดคุย และมีเรื่องเล่าสนุกสนานแบบที่ไม่พบในบรรยากาศสมัยนี้ที่คนกินทั้งร้านสามารถหัวเราะ พูดคุยกันในเรื่องเดียวกัน รวมถึงมีการแข่งขันท้ากินก๋วยเตี๋ยวว่าใครได้มากกว่า หรือบางทีจะเห็นผู้ใหญ่ในวงการสื่อ วงการทหารมานั่งกินพร้อมผู้ติดตามไม่นับ รถ ร.ย.ล.ที่จะมาซื้อประจำจัดใส่สำรับแยกหมู แยกผัก และเส้นเพื่อเตรียมอุ่นในยามดึก

 

 

การคิดค้นสูตรราดหน้า

 

หัวใจของราดหน้าที่จะให้อร่อย คนมักนึกถึงสูตรหมักหมู หมักเนื้อ (นี่ก็มีเรื่องเล่าครั้งสมัย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ทำเชลล์ชวนชิม มาทีไรจะต้องชิมหมูและเนื้อดิบพร้อมจะขึ้นป้ายเชลล์ชวนชิมแต่เถ้าแก่หอยไม่เอาด้วยความเป็นคนจีนจึงเกรงจะวุ่นวายประกอบกับ ม.ร.ว. ถนัดศรีไม่ได้พูดคุยหว่านล้อมต่างจากแม่ช้อย นางรำ จึงเป็นที่มาของป้ายเปิปพิสดารที่แม่ช้อย นางรำให้กับร้านอาหารเรียกได้ว่าในยุคแรกเลยก็ว่าได้)

 

ความจริงหัวใจของราดหน้าคือส่วนประกอบทั้งหมดตั้งแต่ การเตรียมน้ำซุปสำหรับทำน้ำราดหน้า การเตรียมหมูและเนื้อที่ในช่วงหน้าร้อนกับหน้าหนาวก็จะแตกต่างกัน การผัดเส้นที่จะต้องกระตุ้นให้แป้งตื่นตัวและส่งกลิ่นหอม การผัดหน้าที่จะทำอย่างไรให้ผักคะน้าสุกกรอบกำลังกิน รวมถึงน้ำหนักมือในการใส่เครื่องปรุงที่มีทั้งน้ำปลา น้ำตาล น้ำเต้าเจี้ยวผัด พริกไทย (สิ่งที่ยืนยันข้อเหล่านี้คือร้านยอดอร่อยมีคนยืนผัดหน้า 4-5คน แต่ถ้าเป็น รถ ร.ย.ล. คนผัดจะต้องเป็นเจ๊ที่คุ้นหน้าคนเดียวเท่านั้นเพราะมีเสียงสะท้อนก่อนหน้าว่าทำไมรสชาติเปลี่ยน)

 

คำถามจากพันทิป

น้ำปรุงในกา

  • คือน้ำปลารสดี ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอย โดยน้ำปลาจะสั่งจากโรงงานมาครั้งละไม่ต่ำกว่า 10 ไหไม่ใช่แบรนด์ที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน ส่วนน้ำมันหอย นั้นเถ้าแก่เคี่ยวขึ้นมาเองโดยพัฒนาสูตรจากการที่ได้ไปชิมที่เกาะฮ่องกง ซึ่งหอยที่ใช้ในยุคนั้นไม่มีแบบที่เห็นในเกาะฮ่องกงจึงประยุกต์ใช้เป็นหอยแมลงภู่และหอยลายเคี่ยวรวมกัน

ปัจจุบันมีขายที่ไหน

  • ร้านยอดอร่อยหลังจากเลิกแล้วก็ไม่ได้มีการดำเนินการต่อ เพราะด้วยคนผัด และข้อจำกัดของคนเสิร์ฟ ประกอบกับร้านสาขาที่เป็นของลูกสาวคนโตหน้าหมู่บ้าน ต.รวมโชค โชคชัย 4 ก็เลิกตามติดมาหลังจากนั้นไม่กี่ปี

 


 

สูตรการทำราดหน้าต้นตำรับร้านยอดอร่อย ปรับวัตถุดิบและเครื่องปรุงตามยุคสมัยสำหรับทำรับประทานในบ้าน แต่ยังคงรสชาติความอร่อย

 

 

วัตถุดิบ

  • กระดูกเล้ง 1 กิโลกรัม และซี่โครงไก่ 1 ตัว
  • เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ (หอมแดง 3 หัว + กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ+ เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนโต๊ะ)
  • เส้นใหญ่ 2 กิโลกรัม
  • ผักคะน้า 5 กิโลกรัม
  • น้ำมันหมู 500 กรัม
  • เนื้อหมูส่วนที่เป็นเนื้อสัน 500 กรัม เนื้อสะโพก 500 กรัม (เพิ่มปลาหมึก กุ้งตามชอบ)
  • น้ำตาล น้ำมันหอย ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลา และพริกไทย
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ และแป้งฮ่องกง 1 ช้อนโต๊ะ

 

ขั้นตอนการเตรียมส่วนประกอบหลัก

น้ำซุป (ประยุกต์)

  1. ล้างกระดูกเล้งกับซี่โครงไก่ด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ลวกน้ำทิ้ง 1 ครั้ง ก่อนนำมาต้ม
  2. เปิดไฟตั้งหม้อใส่กระดูกเล้งกับซี่โครงไก่ลงไปต้มกับหอมใหญ่หรือหัวไชเท้าประมาณ 1 ชม.

เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ

  1. นำหอมแดงและกระเทียมสับรวมกันให้ละเอียด แล้วนำไปเจียวกับน้ำมัน
  2. เติมเต้าเจี้ยวบดละเอียด ผัดรวมกันจนมีกลิ่นหอม

เส้นใหญ่

  1. ตั้งกระทะให้ร้อน ไม่ต้องใส่น้ำมัน
  2. นำเส้นใหญ่ลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม ตักพักไว้

หมูหมัก

  1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นตามแนวขวางของลายเส้นเนื้อจะได้ไม่เหนียว ถ้ามีพังผืดติดมาให้แล่ออก
  2. หมักด้วยพริกไทย แป้งมัน น้ำมัน และน้ำแข็งหรือน้ำเย็น เพื่อให้เนื้อหมูนิ่มอิ่มน้ำ คนทุกอย่างให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 – 2 ชม. (สามารถนำกุ้งและปลาหมึกไปผสมรวมกับหมูหมักก่อนนำเข้าตู้เย็นได้)

 

 

ขั้นตอนการทำ

  1. ตั้งกระทะเปิดไฟแรง ใส่น้ำมันหมู ตามด้วยผักคะน้าลงไปผัด
  2. ระหว่างผัดผักคะน้าคอยเติมน้ำซุปเลี้ยงไว้รอบๆ เพื่อให้ผักยังมีสีเขียวและกรอบ ปริมาณน้ำซุปที่เติมต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป กะให้พอดีกับจำนวนคนที่รับประทาน
  3. ใส่เนื้อหมู กุ้ง ปลาหมึก ตามลำดับ ปล่อยทิ้งไว้ให้พอเดือด
  4. ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวที่เตรียมไว้ ตามด้วยน้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันหอย ซีอิ๋วขาว (หรือใช้น้ำปลาแทนก็ได้)
  5. ลดไฟลง เติมแป้งมันกับแป้งฮ่องกงที่ผสมน้ำไว้ลงในกระทะ ใส่ทีละน้อยและคนไปพร้อมๆกัน เพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
  6. ผัดให้เข้ากันจนข้นพอดี แล้วตักราดบนเส้นใหญ่ที่ผัดเตรียมไว้ พร้อมรับประทาน

 

เคล็ดลับความอร่อยที่เจ้าของสูตรฝากบอกต่อ

  • ผักคะน้าใช้ต้นใหญ่ เด็ดใบแก่ออก เอาแต่ช่วงยอด ปอกเปลือกลำต้น ล้างน้ำให้สะอาด แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที ล้างน้ำทิ้งอีก 1 ครั้ง พักให้สะเด็ดน้ำ ถ้ายังไม่ทำในตอนนั้นให้นำน้ำแข็งมาวางไว้ด้านบนช่วยเพิ่มความกรอบ
  • น้ำซุปที่นำมาใส่ตอนผัดหน้าต้องตั้งไฟให้ร้อนอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้ผักยังคงสีเขียวและกรอบ และถ้าหากอยากได้รสชาติดียิ่งขึ้นให้ใส่ หอม ข่า กระชาย กระเทียม พริกที่คั่วจนหอมใส่ถุงผ้ากรองเคี่ยวไปพร้อมกัน
  • การใส่แป้งฮ่องกงลงไปผสมกับแป้งมันจะช่วยให้แป้งไม่คืนตัวเป็นน้ำ
  • เส้นราดหน้า ผัดจานต่อจานอร่อยกว่าที่จะผัดทิ้งไว้ เพราะจะทำให้เส้นติดเป็นก้อน

 

หมายเหตุ : เส้นใหญ่ในปัจจุบันจะผสมแป้งมันลงไปด้วย ซึ่งจะต่างจากสมัยก่อนที่จะใช้แป้งข้าวเจ้าล้วน


_Ep1_FB_1.jpg

kinyupen_adminJune 22, 2020

“จะดีแค่ไหนถ้าเรามีธนาคารที่รับฝาก ความสุข ได้จริง สามารถฝาก หรือ ถอน ความสุข มาใช้ได้ทุกเมื่อตามใจเรา แต่ธนาคารแบบนี้ ตั้งอยู่ที่ไหนล่ะ” ค้นคำตอบได้แล้วที่ Podcast ธนาคารความสุข


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 17, 2020

ใครคือ “บอมเบย์เบอร์มา” เจ้าของอาคารอนุสรณ์ค้าไม้เก่าแก่อายุ 127 ปีของเมืองแพร่ ที่ถูกรื้อแบบไม่เหลือซาก จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้ วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อาสาค้นหามาฝากกัน

 

ทรงอิทธิพลยุคอาณานิคมอังกฤษ

บริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษที่เคยเข้ามาทำธุรกิจป่าไม้ในไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2406 โดยหกพี่น้องชาวสก็อตตระกูลวัลเลซ ซึ่งเดิมทีพี่น้องกลุ่มนี้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจปลูกชาและป่าไม้ ภายใต้ชื่อบริษัท “Wallace Bros & Co” ที่เมืองบอมเบย์ (ปัจจุบัน คือ มุมไบ) ก่อนขยายธุรกิจมายังเมืองย่างกุ้งของพม่าเพื่อผลิตไม้สักส่งออกไปยังจีน อินเดีย และก่อตั้ง “บอมเบย์เบอร์มา” ขึ้นมา ทั้งยังมีธุรกิจอื่นร่วมด้วย เช่น การปลูกฝ้าย สำรวจน้ำมันและการขนส่ง เป็นต้น

“บอมเบย์เบอร์มา” ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลอังกฤษในยุคอาณานิคมเป็นอย่างมาก การทำป่าไม้ในพม่าและหัวเมืองเหนือของไทย (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน) หรือ สยามสมัยนั้นเกือบทั้งหมด ล้วนอยู่ในความควบคุมของ 2 บริษัทป่าไม้ของอังกฤษ คือ บอมเบย์ เบอร์มา และ บริติช บอร์เนียว

 

บอมเบย์เบอร์มากับป่าไม้เมืองสยาม

เหตุผลของ “บอมเบย์เบอร์มา” ในการเข้ามาทำกิจการป่าไม้ที่เมืองไทย เนื่องจากสมัยนั้นป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์และค่าสัมปทานถูกกว่าในพม่า โดยเข้ามาทำไม้ในเมืองแพร่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2432 ได้รับสัมปทานบริเวณป่าแม่น้ำยมตะวันตก และได้สร้างอาคารสำนักงานที่ถูกรื้อไปนี้ จนถึงปัจจุบันมีอายุราว 127 ปี ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าน้ำบ้านเชตวัน อ.เมือง จ.แพร่

 

 

ข้อมูลเว็บไซต์เชียงใหม่นิวส์ ระบุว่า การเข้ามาของบอมเบย์เบอร์มา ได้สร้างปางไม้ นำช้างและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ มาอยู่ในบริเวณพื้นที่บ้านเกาะทุ่งม่าน ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน โดยใช้วิธีตัดไม้จากป่าต่างๆ แล้วใช้ช้างลากไม้ซุงลงแม่นํ้าลี้ เพื่อนำมากองไว้ที่ปางไม้ ซึ่งว่ากันว่าไม้ซุงที่ตัดนั้นมีจำนวนหลายหมื่นต้น แต่ละต้นมาหน้าตัดกว้างไม่ตํ่ากว่า 1 เมตร

หลังนำไม้ซุงมากองพักไว้ที่ปางไม้แล้ว ยังได้สร้างทางรถไฟเพื่อลำเลียงไม้ซุงจากปางไม้บ้านเกาะทุ่งม่าน ไปยังบ้านหนองปลาสะวาย (ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของถนนสายลำพูน – ลี้) ขนถ่ายไม้ลงในแม่นํ้าปิงไหลล่องไปลงแม่นํ้าเจ้าพระยาถึงกรุงเทพมหานครก่อนจะนำขึ้นเรือกลับสู่ประเทศอังกฤษ

 

 

การทำไม้ช่วยสร้างรายได้เล็กๆ ให้กับชุมชนรอบบริเวณ โดยชาวบ้านจะทำบุหรี่ หมากพลู หรือ ข้าวปลาอาหารไปขายให้คนงาน ซึ่งมีหลายชาติพันธุ์ปะปนกัน ทั้งเงี้ยว ไทใหญ่ ม่าน (พม่า) กะเหรี่ยง ขมุ นอกจากนี้ชาวบ้านผู้ชายบางคนไปรับจ้างตัดไม้แบบ (ไม้หมอน) ทำรางรถไฟด้วย

ผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ เล่าย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ในสมัยนั้นว่านายห้างซึ่งเป็นฝรั่งคุมงานจะนำเงินแถบบรรจุกระสอบใส่บนหลังช้าง 2 ตัวมาจ่ายให้กับคนงาน แต่ภายหลังเมื่อสัมปทานไม้หมดไป คนงานเหล่านั้นก็พากับเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเอง แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้กลับและมีครอบครัวอยู่ในไทย

 

ย้อนอดีตอาคารป่าไม้ 127 ปี เมืองแพร่

อาคารสำนักงานที่ถูกรื้อถอนตามข่าว ตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำบ้านเชตวัน สันนิษฐานว่า เริ่มจากบริเวณท่าน้ำ บ้านเชตวันในอดีตเป็นที่พักไม้ที่ล่องมาทางเหนือแม่น้ำ ก่อนล่องตามแม่น้ำยมจนถึงกรุงเทพนำไปแปรรูปต่อ ณ โรงงานในพระนครก่อนขึ้นเรือส่งออกยังประเทศต่างๆ โดยขณะนั้นไม้สักถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากข้าว

 

บอมเบย์เบอร์มา เข้ามารับสัมปทานป่าไม้ในประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี ทำให้เกิดการถ่ายทอดวิธีการทำไม้ให้กับชาวไทยภาคเหนือส่งต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน กระทั่งในปี พ.ศ.2518 รัฐบาลไทยยกเลิกสัมปทานป่าไม้ บริษัทนี้จึงเลิกกิจการในประเทศไทย ขณะที่ อาคารต่างๆ ได้ตกเป็นสมบัติของรัฐบาลไทย ส่วน บริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง จำกัด ถูกเปลี่ยนมือเป็นของนักธุรกิจอื่นตามวิถีทางธุรกิจซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน

 

ภาพสำนักงานในพื้นที่สาธร กรุงเทพฯ ในอดีต

 

ที่มา https://bbtcl.com/company-profile/


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 16, 2020

กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต คลี่วิธีการเตรียมตัวใช้สิทธิ์แพคเกจ “เที่ยวปันสุข” และ “เราไปเที่ยวกัน” ตามที่รัฐบาลประกาศ เพื่อกระตุ้นภาคท่องเที่ยว เป็นระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม-ตุลาคม 2563 โดย 2 แพคเกจสำหรับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

 

 

แพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” (สนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน และ ค่ารถเช่า)

นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย จะได้รับ Promotion Code เพื่อนำมารับสิทธิ์ที่รัฐจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถโดยสารไม่ประจำทาง และลดเช่าในอัตรา 40% ของราคาค่าบัตรโดยสาร แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้าจองที่พักในโครงการ “เราไปเที่ยวกัน” ยังจะได้รับสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไป-ขากลับ ในราคาสุดคุ้ม 2,500 บาท จากโครงการ “เที่ยวปันสุข” เพิ่มทันทีอีก 1 สิทธิ์ด้วย

 

แพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” (สนับสนุนค่าโรงแรม ที่พัก)

นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย (อยู่ระหว่างรอการยืนยันเว็บไซต์ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง) รัฐจะช่วยจ่ายค่าห้องพัก 40% ต่อคืน แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และจองได้ไม่เกิน 5 คืน โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)

 

ทั้งจะได้รับ “วงเงิน” 600 บาทต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 5 คืน หรือ 3,000 บาท เพื่อให้นำไปใช้จ่ายกิจกรรมในด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ใช้บริการสปา ซื้อของที่ระลึก ร้านอาหาร ฯลฯ โดยรัฐจะโอนให้ผ่านทางแอพฯ “เป๋าตัง”  ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะใช้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน ถึงวันที่เช็คเอ้าท์ (23.59น.) เท่านั้น และถ้าคุณไม่ได้นำเงินที่ได้ก้อนนี้มาใช้จ่ายในพื้นที่นั้นๆ ที่คุณเข้าไปท่องเที่ยวละก็ รัฐจะยึดเงินก้อนนี้กลับคืนทันที

 

ตัวอย่างแรก  กรณีซื้อที่พักจากโรงแรมคืนละ 1,000 บาท พัก 1 คืน จ่าย 600 บาท รัฐช่วยจ่าย 400 บาท และยังได้เงินที่รัฐจ่ายให้นำไปใช้จ่ายในพื้นที่มีเดินทางไปเที่ยวอีก 600 บาท รวมแล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ 1,000 บาท

 

ตัวอย่างที่สอง ถ้าพัก 5 คืน จากราคาห้อง 5,000 บาท ก็จะจ่ายแค่ 3,000 บาท เพราะรัฐจ่ายให้ 2 พันบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก 3,000 บาทหรือถ้าจะเป็นคนกำลังซื้อสูง  จองที่พักแบบพูลวิลล่า โดยโรงแรมขายคืนละ 1 หมื่นบาท ถ้าพัก 5 คืน ปกติราคา 5 หมื่นบาท แต่เมื่อรัฐช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 3 พันบาท ก็จ่ายเพียง 3.5 หมื่นบาทเท่านั้น เพราะรัฐช่วยจ่ายให้ 1.5 หมื่นบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก3,000 บาททั้งนี้เงิน 600 บาทต่อคืนที่รัฐโอนมาให้

 

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอติดตามความคืบหน้าที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Platform ที่จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการประกาศจากรัฐบาลต่อไป แต่อย่างน้อยรู้ก่อนเตรียมตัวไว้ก่อนก็ยังดี เพราะถ้าทุกอย่างพร้อมใครลงทะเบียนก่อน ก็ได้เที่ยวก่อนแน่นอน

 


_ไม่มีความสุขเลย_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 7, 2020

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย

 

Q: “ทำไมไม่มีความสุขเลย ชีวิตมีปัญหาภาระเยอะ….ใจหนึ่งอยากล่าฝันเรียนต่อ ต้องหาทุนค่ะไม่มีเงิน แต่ใจหนึ่งยังห่วงแม่ที่แก่แล้ว

 

ปัญหาเรื่องงานอีกที่แก้ไม่ตก…ทุกวันไม่อยากไปทำงานเพราะกลัวหน้ากากที่เขาสวมใส่กัน เคยใช้วิธีวางเฉยแล้วก็ไม่วายมีปัญหาวิ่งมาหาจนได้…

 

เรื่องที่บ้านแม่ก็ติดพนัน แก่มากตาไม่เห็นเลข ไปเล่นมาก็เสียตังค์ พอไม่มีเงินก็มาบ่น ด่า พูดเรื่องบุญคุณ เงินก็ให้ใช้อาทิตย์ละพันยังไม่พอ….บ้านก็กำลังสร้างให้อยู่สบายๆ แกยังไม่พอ บอกว่าเราไม่ให้เงินไม่ดูแล

ทุกวันนี้ทำงานเหนื่อยมากเลิกงานประจำทำงานพิเศษอีกแต่เงินก็ไม่พอทั้งๆ ที่ตัวเองประหยัดแต่ก็หมดไปกับแม่พี่น้อง…ทำงานไม่มีวันหยุด เหนื่อยล้ามาก ท้อแท้และหมดพลังมากเลย กลับบ้านมาไม่อยากทำไรเลยค่ะ

นอนไม่ค่อยหลับคิดตลอดเวลา ทำให้เครียดง่าย บางวันต้องกินยาช่วย….มีทางแนะนำไหมคะ สวดมนต์ก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว ยังกำจัดความเครียดไม่ได้”

 


 

A: ที่อ่านมา พี่เห็นด้วยส่วนหนึ่งว่า ชีวิตเรามีปัญหา
แต่พี่ไม่เห็นด้วยถ้าเราจะบอกว่า ปัญหาเหล่านั้นทำให้เราทุกข์

คือมีปัญหา หรือไม่มีปัญหา อันนั้นเรื่องนึงนะ
แต่จะมีความสุข หรือมีความทุกข์ มันก็อีกเรื่องนึง

เพราะปัญหากับความทุกข์ มันคนละส่วนกัน
อย่างภาระทางการเงิน คนอื่นเขาก็มีเยอะแยะ
พี่ก็มี ยังมีหนี้กับธนาคารหลายล้าน ถ้าจะเรียกว่ามีปัญหา พี่ก็มีไม่แพ้เราหรอก
แต่พี่เข้าใจและยอมรับได้ไง ว่า ถ้าเราทุนน้อย
จะมีบ้าน มีรถ ก็ต้องยอมเป็นหนี้

 

 

พี่เคยคิดนะ สมมติตกงานมา ไม่มีรายได้ บ้านถูกยึด จะทำไง
ก็คิดได้ว่า อ่อ.. เราก็ไปหางานใหม่ทำ ได้เงินน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร
บ้านนี่ ถ้ากรรมเก่ามาให้ผล ก็ให้เขายึดไป เราก็ไปหาเช่าบ้านเล็กๆเอา

แต่ถ้ายอมรับไม่ได้ว่าปัญหาเกิดแล้ว แล้วไปนั่งคร่ำครวญอยากจะให้มันไม่เกิด
นั่นต่างหากที่ทำให้ทุกข์

 

คือคนเรานะ ถ้าจะสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองทุกข์ มันมีวิธีเยอะแยะเลย
ถ้าจะทำให้ตัวเองสุข อย่างแรกที่ทำได้ง่ายๆ คืออย่าไปสร้างเงื่อนไขยุ่งยากให้ชีวิต

 

อย่าไปตั้งเกณฑ์ว่าต้องรวย ต้องดัง ต้องเด่น ต้องปริญญาโท เอก
แม่ต้องดีระดับแม่ดีเด่นแห่งชาติ
พี่น้องต้องสรรเสริญเชิดชู เราถึงจะมีความสุข
เพราะทันทีที่ตั้งเงื่อนไขเสร็จ ทุกข์ก็นั่งรอเราแล้ว

พี่จบแค่ปริญญาตรีนะ ปัญหาพี่ก็มี แต่พี่ก็มีความสุขสบายใจตามสมควร
พอจะมาแบ่งปันให้พวกเราได้

 

พี่ถึงพูดเสมอนะ ว่าโลกนี้ ไม่มีทางเป็นได้ ดีได้อย่างใจเราทุกเรื่องหรอก
อย่างทุกคนบอกว่า อยากให้โลกมีสันติสุข ทุกคนรักกัน
อันนั้นเพ้อฝันมาก เพราะในโลกนี้มีคนตีกัน อิจฉากัน เบียดเบียนทำร้ายกัน ฆ่ากันทุกวันแหละ

 

เมื่อมีปัญหาแล้ว ก็ไปแก้ปัญหานะ ถ้าแก้ได้ก็ดีไป
ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ต้องวางใจดีๆ ว่ามันไม่ใช่ว่า ทุกปัญหาจะแก้ได้ทันที เดี๋ยวนี้
บางอย่างมันต้องใช้เวลา บางอย่าง มันต้องใช้ปัญญา เพราะเวลาก็แก้ไม่ได้

เพราะบางอย่าง นานแค่ไหน ก็แก้ไม่ได้
อย่างหมาสุดที่รักตาย แมวสุดโปรดเท่งทึงไป แก้ไม่ได้หรอก
แต่ใช้ปัญญาได้นะ ว่า สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับเป็นธรรมดา

อย่างเรื่องใส่หน้ากากในที่ทำงาน ก็คิดเสียว่า เราทำงานที่ต้องใส่หน้ากาก
เช่นนักแสดงเล่นโขน ก็ต้องใส่หัวโขน ก็เล่นไปตามบทให้เป็น

 

อยู่กับโลกให้เป็น อย่าปฏิเสธโลก แต่ให้เข้าใจโลก และอย่าโดนโลกกลืนไป
ใส่หน้ากากอยู่ ก็รู้ว่าใส่ ถ้ายังรู้ตัว เราจะไม่ยึดหน้ากากนั้นเป็นเราไปด้วย
เหมือนคนรับบททศกัณฑ์ ก็ใช่ว่าจะต้องเป็นยักษ์ในชีวิตจริงนอกเวที

 

ส่วนเรื่องแม่ บางทีก็ต้องแจกแจงแบ่งปันให้แม่รู้ว่า เรามีรายได้เท่าไหร่
ต้องใช้อะไรบ้าง ต้องผ่อนบ้านเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ ให้แม่เท่าไหร่
แม่จะได้ทราบข้อเท็จจริง ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้ง

 

ค่อยๆตั้งสติ แล้วแก้ในส่วนที่เราทำได้
อะไรแก้ไม่ได้ ก็ยอมรับไปก่อนนะ ว่าเราแก้ไม่ได้หรอก แต่ถึงเวลานอนละ
อย่าแบกเอาปัญหาไปนอนกอดบนเตียงก็พอ

 

แถมอันนี้ให้ ไปเรียนแทนปริญญาโทไปก่อน www.dhamma.com

ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

เตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” ที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบคิดบวกให้คุณเร็วๆ นี้


Pasta-Alla-Puttanesca_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 5, 2020

Pasta จานนี้มี ชื่อว่า Alla Puttanesca

นอกจากจะทำง่าย รสชาติเผ็ดร้อนลืมไม่ลงแล้ว ยังมีประวัติที่น่าสนใจ เมนูนี้ว่ากันว่าเกิดในซ่อง เหล่าคุณผู้หญิงบานฉ่ำ (Puttanes แปลว่าหญิงที่มีอาชีพเก่าแก่ที่สุดในโลก) ในเมือง Naples อิตาลี ปรุงรับประทานหลังเลิกงานหรือระหว่างรอลูกค้า เครื่องปรุงไม่มีอะไรมาก เหมือนเป็นสูตรล้างครัว

 

 

ส่วนผสม

  • เส้นพาสต้า
  • น้ำมันมะกอก
  • เคเปอร์
  • มะกอก
  • มะเขือเทศ
  • กระเทียม
  • พริก
  • แอนโชวี่

 

วิธีทำ

สับส่วนผสมแล้วผัดให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากันจนซอสเดือด ค่อยลดไฟลงใส่เส้นพาสต้าลงผัดต่อซัก 1-2 นาที ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

ใส่มั่วๆ รวมกันออกมาแซ่บถูกใจเหลือหลาย เพราะเหมือนผัดกะเพราบ้านเรา ทำได้เร็วพอๆ กับต้มมาม่าทรงเครื่อง กินแซ่บเหงื่อกาฬแตกถูกใจผู้หญิงยี่หุบอย่างเราเป็นยิ่งนัก

 

ขอบคุณสูตรและภาพประกอบจาก Facebook : Putti Thompson