kinyupen-ayaaaaaa_a-60-aaaaaac.jpg

kinyupen_adminSeptember 16, 2020

เพราะเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ดังนั้นอายุจึงไม่ใช่อุปสรรค ถ้าคิดจะวิ่ง พร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย...ไม่มีคำว่าสาย


-Cover-1.jpg

kinyupen_adminJune 18, 2020

น้ำหนักที่เพิ่มเป็นสิ่งกวนใจโดยเฉพาะวัย 40 up ถึงขั้นมีคำกล่าว แค่หายใจก็อ้วนแล้ว วันนี้กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้ค้นหาและนำส่วนหนึ่งจากบทความของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ มาถ่ายทอดเพื่อให้ทุกท่านเข้าใจและหาเหตุหยุดอ้วนอย่างถูกหลัก

 

ภาพจาก : Brian Harris/Rex Features

 

อันตรายของโรคอ้วนนอกจากเสื้อผ้าที่ต้องซื้อใหม่ หากรวมถึงโรคภัยไข้เจ็บ การอักเสบเรื้อรัง แก่เกินวัย รวมถึงโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดันโลหิต จนสุดที่มะเร็ง แต่เดิมเรามักเชื่อว่าออกกำลังกาย และลดอาหารจะเป็นตัวทำให้น้ำหนักลดอย่างมีนัยสำคัญ โดยสูตรออกกำลังลดอ้วนแบบคร่าวๆ คือเดินเร็ววันละ 1 ชั่วโมงจะส่งผลให้น้ำหนักลด 1 กิโลกรัมในระยะเวลา 5 สัปดาห์ หรือถ้าเปลี่ยนเป็นวิ่ง ที่ความเร็ว 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะลด 1 กิโลกรัมในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนลดอาหาร คือเน้น 2 มื้อหลักต่อวันเว้นขนมจุบจิบ

 

ภาพจาก : https://corporissanum.com

 

หากช่วงหลายปีมานี้มีการวิจัยพบว่านอนน้อยส่งผลต่อน้ำหนัก คือถ้านอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงในแต่ละคืนจะมีโอกาสน้ำหนักเพิ่ม 4.5 – 7 กิโลกรัม เพราะโดยเฉลี่ยคนวัยหนุ่มสาวควรนอน 7-9 ชั่วโมง วัยกลางคนขึ้นไปอยู่ที่ 8 ชั่วโมง

 

ทั้งนี้บทความของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อได้อ้างอิงจากหนังสือของ Dr.Matthew Walker “Why We Sleep” ว่าการนอนน้อยกว่าระดับที่จะเป็น ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่อยู่ในกระเพาะอาหารที่เรียกว่า Ghrelin เพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังสมองว่าท้องว่างและหิว  หากนอนน้อยฮอร์โมนตัวนี้จะเพิ่มขึ้นและส่งสัญญาณให้สมองว่าไม่อิ่มต้องกินต่อไป ทั้งยังกระตุ้นให้เลือกกินอาหารที่มีแคลอรี่สูง นี่จึงเป็นที่มาของ อ้วนเพราะนอนน้อย

 

ภาพจาก : www.hindustantimes.com

 

แต่การนอนย่อมไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อน้ำหนักโดยมีนักวิจัยด้านสุขภาพระบุว่าเหตุของอ้วนมาจากพฤติกรรมกิน อยู่ หลับนอน  8 ประการ

  1. นอนน้อย
  2. เครียด
  3. อาหารแปรรูป
  4. ขาดสารอาหาร
  5. ปริมาณจุลินทรีย์ดีในลำไส้
  6. มลภาวะสิ่งแวดล้อม
  7. ไทรอยด์
  8. ไม่ออกกำลังกาย

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจว่าออกกำลังประเภทใดจะช่วยลดตัวชี้วัดเสี่ยงโรคอ้วน นั้น พบว่า วิ่งจ๊อกกิ้งเป็นประจำให้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงการการเล่นโยคะ การปีนเขา เดิน หรือเต้นรำโดยเฉพาะจังหวะ Waltz และ Foxtrot


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 28, 2020

แม้เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่าการวิ่ง คือ วิธีออกกำลังกายที่ง่ายสุดและได้ประโยชน์มากทั้งต่อสุขภาพหัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันสะสม แต่หลายท่านก็อาจรู้สึกเบื่อ ขี้เกียจ หรือ ไม่ชอบอยู่ดี เพราะมันไม่สนุก ไม่ท้าทายเหมือนการออกกำลังกายประเภทอื่น วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเทคนิคง่ายๆ Matthew Solan ซึ่งเป็น Executive Editor ของ Harvard Men’s Health Watch ที่อาจช่วยทลายข้อจำกัดในการออกวิ่งของคุณมาฝากกัน

 

เริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ ที่เหมาะกับการวิ่งทั้งแบบ Out Door และบนลู่วิ่ง โดยหลักสำคัญคือเมื่อวิ่งจนรู้สึกเหนื่อยให้หยุดพักแล้วสลับด้วยการเดินจนกว่าจะฟื้นตัว ทำซ้ำๆ ให้ร่างกายคุ้นชิน พร้อมค่อยๆ เพิ่มเวลาการวิ่งและลดเวลาเดิน โดยพยายามวิ่งรวมให้ได้ 20-25 นาที ซึ่งวิธีปฏิบัติสามารถแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

 

 

  1. วิ่ง 1-2 นาที จนเริ่มเหนื่อยให้ค่อยๆ ผ่อนความเร็วแล้วสลับด้วยการเดิน 4-5 นาที จนกว่าจะหายเหนื่อยแล้วค่อยกลับมาวิ่งใหม่อีกครั้ง
  2. วิ่งสลับเดินแบบนี้ซ้ำๆ ติดกัน 5 ครั้ง
  3. ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ หรือ วันเว้นวัน
  4. เมื่อร่างกายเริ่มอยู่ตัว ค่อยๆ เพิ่มเวลาการวิ่งเป็น 3-4 นาที และลดเวลาเดินให้น้อยลง ทำสลับกันแบบนี้ซ้ำๆ ติดกันให้ได้ 5 ครั้ง
  5. จากนั้นค่อยๆ ปรับระยะเวลา ปรับรูปแบบให้เหมาะกับร่างกาย อาทิ พยายามเพิ่มความเร็วการวิ่ง ระยะเวลาการวิ่งให้นานขึ้น หรือ ระยะทางให้ไปได้ไกลกว่าเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ

 

เทคนิคข้างต้นคงไม่ยากเกินไปที่จะนำมาปรับใช้ เพียงแค่ใส่ใจให้เวลากับมันอย่างจริงจัง รับรองว่าหากทำติดต่อกันสัก 1 เดือน คุณจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งได้นานขึ้น เหนื่อยน้อยลง หรือ กล้ามเนื้อที่กระชับขึ้นอย่างแน่นอน

 

ที่มาข้อมูล

Harvard Health Publishing

 


run2.5_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 3, 2020

ก่อนชีวิตจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ ที่ไม่ปกติเพราะต้องเปลี่ยนวิถีใหม่โดยเฉพาะการ ทิ้งช่วงระยะห่างทางสังคม ซึ่งในที่นี้รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายโดยเฉพาะกลุ่มสายเดี่ยวที่นิยมการวิ่ง หรือเดินเร็ว

 

ประเด็นที่น่าสนใจที่กินอยู่เป็น ขอนำเสนอคือบทความจาก นิวยอร์กไทม์ โดย Gretchen Reynolds ที่นำเสนอผลการทดลองวิจัยของมหาวิทยาลัยในยุโรปที่ศึกษาและจำลองการแพร่กระจายของละอองจากการไอจาม ขณะที่คนกำลังวิ่งหรือเดินเร็ว

 

ในการวิจัยได้ระบุว่าในขณะที่วิ่งหรือเดินเร็ว ที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ละอองของน้ำมูก น้ำลายที่เกิดจากการไอจามจะ ฟุ้งกระจายไกลกว่าที่เราเดินหยุดอยู่กับที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว  รวมทั้งลักษณะของการฟุ้งกระจายที่เกิดจากบุคคลกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว นั้นละอองจะฟุ้งกระจายไปทางด้านหลังที่จะต่างจากการเคลื่อนไหวปกติ ไม่ว่าจะเดินหรือยืนอยู่ ที่ละอองจะฟุ้งกระจายไปด้านหน้าหรือด้านข้าง ทั้งหมดนี้เพราะการวิ่ง หรือเดินเร็วจะมีแรงลมเกิดขึ้นขณะเคลื่อนไหว

 

ในการวิจัยได้ระบุว่าหากเราเคลื่อนไหวในระดับปกติ การทิ้งช่วงห่างระยะ 2 เมตรถือว่าปลอดภัย หากเป็นการวิ่งหรือเดินเร็ว ที่เกิดแรงลมขณะเคลื่อนไหว ควรเพิ่มระยะห่างจากคนที่วิ่งอยู่ด้านหน้าอีก 2.5 เมตร คือเป็น 4.5 เมตร  ทีนี้อาจเกิดคำถามว่าแล้วถ้าวิ่งไปประชิดแล้วและรู้สึกอึดอัดเพราะคนหน้าบังวิว ควรทำอย่างไร  เพื่อหลีกเลี่ยงความรำคาญใจที่อาจต้องเว้นระยะกรณีทางวิ่ง หรือทางเดินออกกำลังแคบ ในบทความได้แนะนำให้เราเยื้องตัวมาด้านข้างเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด

 

แม้การศึกษานี้จะยังไม่ได้มีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ หากก็เป็นการศึกษาที่น่าสนใจ กินอยู่เป็นขอเชิญชวนนักออกกำลังเพื่อสุขภาพทุกท่าน วิ่งหรือเดินเร็วในสวนสาธารณะแบบถอยห่างอีกนิด เพื่อหมดกังวล และได้นำภาพบรรยากาศสวนรถไฟในวันนี้มาฝากกัน

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก ; Khunphiphat Laeadon 

 


NewNorm_สวนลุม_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 3, 2020
ถ้า “การเดินทาง” นั้น ยอดเยี่ยมกว่า “การอ่านหนังสือ”
สำหรับนักวิ่งแล้ว การออกมาสวนลุมวันนี้ (3 พค.) น่าจะดีกว่า การจมจ่อมอยู่ในบ้านต่อไป
ครับ..เมื่อคืนผมตั้งใจนอน ตั้งแต่ 3 ทุ่ม เพราะมีนัดกับสวนลุมในเช้าวันนี้ เช้าที่ “หลายคน” สับสน กับเวลาเปิดของ “ปอดใหญ่กรุงเทพ”
ข่าวทีวีบอกเปิด ตี 5 แต่จริงๆ เปิด ตี 5.30 (ปิด 2 ทุ่ม)
นั่นทำให้เช้านี้ รถจึงหนาแน่น ออกันถึง 2 เลนถนน
พอประตูเปิด ผม กระโจนวิ่งไปคนแรก (เหมือนลิงอดอยากกล้วยมานาน) แต่ก็ถูกเบรค !
ด้วยเสียงของพนักงาน
ตรงหน้าห้องน้ำ ใกล้ประตู ต้องเข้าแถว ตรวจวัดอุณหภูมิ..
ผมอยู่คนแรกเลยครับ เจ้าหน้าใช้เครื่องตรวจสีฟ้าขาว ส่องไปที่หน้าผาก
ระหว่างนั้น เจ้าหน้าตะโกน
ใครไม่มี “หน้ากากผ้า” ห้ามเข้า !
บางคนถึงกับเซ็ง เพราะไม่ได้เอามา
พอผ่านด่าน วิ่งไปเรื่อยๆ ก็สังเกตว่า
มีเชือกกั้น หลายพื้นที่ เป็นระยะๆ
แล้วในการวิ่ง รอบที่ 2-3
บางคนไม่ใส่หน้ากาก ก็มีคน วิ่งแซงมาพูดว่า “ช่วยใส่หน้ากากด้วย”
ในเวลา 6.00 น.
ถือว่ามีคนมาเยอะพอสมควร
พอวิ่งเสร็จ เลยอยากบอกท่านที่จะมาดังนี้ครับ
1.
ทุกคนต้องมีหน้ากากผ้า ถึงเข้าได้
และ ระหว่างวิ่ง เดิน ต้องสวมใส่หน้ากากทุกครั้ง
2.
เก้าอี้ข้างทาง
นั่งได้แค่ 1 คน เท่านั้น
3.
สวนสนุกเด็ก งด
ปิดเลย
4.
พื้นที่ยืดกล้ามเนื้อ
ปิด ห้ามใช้
เพราะยืนชิดกัน เวลาวางขา
5.
เวลาเปิดปิดใหม่คือ
เปิด
05.30
ปิด 20.00
ผมมีแนวทางที่อาจจะร้อน
แต่เลี่ยงได้ ดีทีเดียว
ในการวิ่งแล้ว ไม่มีคนแออัด หนาแน่น มารายล้อม
ตอนเช้า พยายามไปวิ่ง
ตี 5.30
และยามเย็น ไปเร็วหน่อย
บ่าย 3.30
คนจะยังไม่มาก
มันอาจจะเช้าไป
หรือ อาจจะร้อนอบอ้าว
แต่ต้องเลือก
ว่าวิ่งเยนสบาย
แต่คนเต็มแพค หน้าหลัง
เสี่ยงมาก
เราจะเลือกอะไรดี
สำหรับวาทกรรม
วิ่งห่างกัน 2-5 เมตร
ไม่มีหรอกครับ
อย่าโลกสวย..
นันทขว้าง สิรสุนทร

work-from-home_คืนเวลาเดินทางทำอะไรดี_Cover_1.jpg

zebertoothMarch 31, 2020

เคยถามตัวเองหรือไม่ ว่าในหนึ่งวันทำงานคุณใช้เวลาเดินทางนานเท่าไร 30 – 60 นาที หรือมากกว่านั้น ?…

 

เมื่อ กทม. มีมาตรการปิดพื้นที่เสี่ยงทำให้หลายหน่วยงาน เริ่มใช้วิธี Work From Home และเมื่อไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ก็ช่วยลดเวลาที่ต้องเดินทาง ดังนั้นคุณก็จะมีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นเพิ่มได้ ถ้าเช่นนั้นก่อนถึงเวลางานซึ่งเคยเป็นเวลาเดินทางนั้น คุณจะเอาเวลานั้นไปทำอะไร ซึ่งกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอรวบรวมทางเลือกง่ายๆ มานำเสนอ…

 

ออกกำลังกาย แม้ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ก็ต้องมีวินัยกับตัวเอง ตื่นนอนตามเวลาปกติ หากิจกรรมเพิ่มความตื่นตัว ระหว่างรอเริ่มงานช่วงสาย เราจะออกกำลังกายแบบไหนได้บ้างตามมาดูกันเลย

 

  1. วิ่งจ๊อกกิ้ง วิ่งที่ไหนก็ได้ ในซอยบ้าน ถนนรอบหมู่บ้าน สวนน้อยๆ ในคอนโด แต่ขอเป็นพื้นที่เรียบๆ ปลอดภัย และไม่ขวางทางใครก็พอ แต่ในช่วงนี้พยายามหลีกเลี่ยงการจ๊อกกิ้งผ่านบริเวณที่มีคนแออัดได้ก็เป็นดี
  2. กระโดดเชือก ประหยัด สะดวก ด้วยอุปกรณ์แค่ชิ้นเดียว ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ เริ่มต้นเบาๆ 15 – 20 นาทีก่อนก็ได้
  3. โยคะ เหมาะสำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งติดเก้าอี้นานๆ ควรหมั่นยืดเส้นยืดสาย เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย คลายกล้ามเนื้อ อยู่ในห้องนอนก็ทำได้

 

ทำอาหาร เมื่อมีเวลาเพิ่มแล้ว การทำอาหารทานเองย่อมดีกว่า ถือซะว่าใช้เวลานี้ซ่อมแซมตัวเองก็แล้วกัน หมั่นพิถีพิถันดูแลร่างกายเสียหน่อย จะช่วยต้านโรคภัยได้ด้วย อย่างเช่นเมนูอาหารคลีนดีต่อใจ

 

เมนูสุขภาพ_Work-from-home-คืนเวลาเดินทาง_1
ข้อมูลและรูปภาพจาก twitter : @thidakarn

 

1. ขนมปังโฮลวีททาเนยอัลมอนด์ กล้วยหอมจี่กระทะเล็กน้อยพอเยิ้มๆวางลงไป โรยผงอบเชย, เมล็ดฟักทองอบ ทานกับน้ำเต้าหู้ใส่ไข่

2. ปลาย่าง เต้าหู้สดโรยปลาข้าวสาร สลัดผัก และข้าวกล้องญี่ปุ่น

3. ขนมปังฝรั่งเศสโฮลวีททามะเขือเทศบด โรยออริกาโน่ ผักร็อคเก็ต ไข่ดาว และเห็ดจี่กระทะร้อน

4. ข้าวกล้องผัดปวยเล้ง ไข่นุ่มเห็ดพอร์ทโทเบลโล่

5. ข้าวกล้องญี่ปุ่น ปลาไหลย่างซีอิ๊ว ไข่ฝอย และกระเจี๊ยบนึ่ง

 

สร้างเสริมประสบการณ์ความรู้ ไหนๆ ก็มีเวลาเพิ่มแล้ว ลองเอาเวลาที่ได้กลับคืนมาหาความรู้ใส่ตัว เปิดประสบการณ์สร้างไอเดียใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง ด้วยการลงเรียนออนไลน์ในเรื่องที่ถนัดตามหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษา การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ กราฟิกดีไซน์ ตัดต่อภาพยนตร์ บัญชีขั้นสูง หรือหาคอร์สเรียนตามสิ่งที่เราสนใจ เช่น งานศิลปะ งานฝีมือเล็กๆ น้อยๆ ทำเพจ ทำช่องยูทูป สร้างโอกาสเพิ่มรายได้

 

เมื่อได้เวลามาก็อย่าปล่อยเวลาทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ถือโอกาสนี้พัฒนาตัวเองไปด้วยก็ไม่เลว แต่งานประจำก็ต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อองค์กร ส่วนเวลาที่ได้มาถือว่าเป็นของแถม เพื่อให้กลับมามองตัวเอง ทบทวนดูว่าที่ผ่านมาคุณละเลยอะไรไปบ้าง


2-ออกกำลังกาย_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMarch 26, 2020

“สุขภาพที่ดีคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด” นี่คือเรื่องจริงที่เราพบเห็นบทเรียนได้รอบตัว หลายคนที่หักโหมมุทำงานหาเงินจนละเลยการออกกำลังกาย ท้ายสุดเงินที่หามาได้ก็ต้องจ่ายให้โรงพยาบาลไปเสียหมด ดังนั้นในช่วงที่เราพอมีเวลาว่างแบบนี้ ก็อย่ามัวปล่อยตัวกินนอนอยู่บ้านเชียวให้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เวลาวางแผนพัฒนาตนเองและมาออกกำลังกายกันดีกว่า กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเสนอวิธีออกกำลังกายที่บ้านแบบง่ายๆ มานำเสนอ

 

 

  1. กระโดดเชือก : 1 ชั่วโมง เผาผลาญ 500 แคลอรี่

กิจกรรมง่ายๆ แบบนี้ แต่ก็ได้ผลดีไม่แพ้ออกกำลังกายประเภทอื่นเลยนะ ลองชวนคนในบ้านมากระโดดเชือกด้วยกันก็สนุกไปอีกแบบ

  1. จ๊อกกิ้ง : 1 ชั่วโมง เผาผลาญ 600 แคลอรี่

การวิ่งทำให้ร่างกายตื่นตัวกระฉับกระเฉง ถ้าใครมีลู่วิ่งก็ใส่หูฟังแล้ววิ่ง ดูหนังไปวิ่งไป หรือ วิ่งเหยาะๆ รอบบ้านก็ถือเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดีโอที่ดีต่อหัวใจ

  1. โยคะ(ร้อน) : 1 ชั่วโมง เผาผลาญ 500 แคลอรี่

ตีต่อร่ายกายและจิตใจ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย ขอแค่มีเสื่อโยคะอย่างเดียวก็เพียงพอ ถ้าให้ดีที่สุดต้องเล่นในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 37 องศาเซลเซียส

  1. เต้นรำ : 45 นาที เผาผลาญ 500 แคลอรี่

เพียงขยับร่างกายไปตามจังหวะเพลง นอกจากคลายเครียดแล้วยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากโข ถ้าเต้นคนเดียวมันเหงา ชวนคนในบ้านมาเต้นด้วยก็ได้

  1. HIIT : 20-30 นาที เผาผลาญ 500 แคลอรี่

HIIT (High-Intensity Interval Training) เป็นการออกกำลังกายหนักสลับเบาแบบคาร์ดิโอ ซึ่งดีต่อหัวใจสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้รวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น อาทิ การวิ่งสลับเดิน แต่ HIIT ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคหัวใจ โรคหอบหืด หรือ มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อต่างๆ

 

การออกกำลังกายง่ายกว่าที่คิด แม้แต่การทำความสะอาดบ้านก็ช่วยเรียกเหงื่อได้อย่างไม่รู้ตัว ขอเพียงมีวินัยมีความตั้งใจมากพอไม่ว่าที่ไหนก็ออกกำลังกายได้


_ออกกำลังกาย_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 17, 2020

5 วิธี เลิกขี้เกียจ “ออกกำลังกาย”

หลายคนอยากมีสุขภาพดี รูปร่างดี และก็ทราบด้วยว่า เรื่องแบบนี้ทำได้ง่ายเพียง “ออกกำลังกาย” มีหลายวิธี ไม่ว่าจะ เดิน วิ่ง ปั่น แต่ก็ยังไม่สามารถเริ่มต้นได้เสียที วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำ 5 เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยพิชิตความขี้เกียจ “ออกกำลังกาย” มาฝากกัน

 

5 วิธี เลิกขี้เกียจออกกำลังกาย

 

  1. กำหนดเวลาบังคับตัวเอง อาจขีดไว้ในปฏิทิน หรือ ตั้งเตือนบนสมาร์ทโฟน หรือ Gadget ต่างๆ กำหนดเวลาให้มั่นเหมาะว่า ต้องออกกำลังสัปดาห์ละกี่วัน ช่วงใดบ้าง ตามสะดวก โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน เช่น จะออกวิ่งทุกเช้า จันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 30 น. วันละ 30 นาที
  2. ตั้งเป้าทีละขั้นจากเรื่องง่ายๆ อาทิ ต้องเดินให้ได้วันละอย่างน้อย 10,000 ก้าว ต้องกลับมาใส่เสื้อตัวโปรด/กางเกงตัวโปรดนี้ให้ได้ภายในเวลา 1 เดือน ต้องลดน้ำหนักให้ได้ 3 กิโลกรัม เพื่ออวดเพื่อนในงานเลี้ยงรุ่นเดือนหน้า ก่อนขยับขยาย หรือ ปรับสู่เป้าที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ ตามที่ใจต้องการ
  3. หาแรงจูงใจจากสิ่งรอบตัว บางคนอาจใช้วิธีลงทุนซื้อเสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬาดีๆ หรือ Gadget ต่างๆ อาทิ Fit bit สายรัดข้อมูลดิจิตอล ฯลฯ ที่มีให้เลือกมากมาย บางคนก็ใช้แพคเกจฟิตเนสที่ซื้อไว้ คอยกระตุ้นว่าเมื่อลงทุนไปกับอุปกรณ์/แพคเกจเหล่านี้แล้ว ต้องเริ่มมาออกกำลังกายได้แล้วนะไม่งั้นไม่คุ้ม บางคนอาจใช้วิธีแข่งขันกับเพื่อน เช่น ในเวลา 15 วันใครจะสามารถเดิน – วิ่งได้ระยะทางมากกว่ากัน หรือ ลดน้ำหนักได้มากกว่ากัน แลกกับรางวัลจูงใจขำขันกันในหมู่เพื่อนฝูง
  4. แทคทีมไม่ฉายเดี่ยว ทำให้การออกกำลังกายมีอรรถรสมากขึ้น ไม่น่าเบื่อเกินไป เพราะจะมีคนคอยพูดคุย แลกเปลี่ยน ชวนกันเดิน ชวนกันวิ่ง ชวนกันปั่นไปตลอดเส้นทาง หรือ การรวมตัวกันไปเล่นกีฬา ฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
  5. วัดผลเป็นระยะให้ชื่นใจ อาทิ รอบเอวลดลงไหม น้ำหนักเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เซลลูไลท์ที่มีอยู่ลดลง รูปร่าง กล้ามเนื้อกระชับขึ้นหรือไม่

 

ทีมงานหวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายได้ไม่มากก็น้อย…….ด้วยรัก และ ปรารถนาให้คุณสุขภาพดี


Tempo-Studioจอฟิสเนสสุดล้ำ-เทรนเนอร์เรียลไทม์_cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 13, 2020

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การออกกำลังกายแบบดิจิตอลได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และได้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้รักสุขภาพทั้งหลาย ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายที่ฟิสเนส

 

แต่ถ้าไม่อยากออกกำลังกายข้างนอกล่ะ ? ทั้งร้อน ทั้งฝุ่นควัน หรือแม้แต่ไวรัส ครั่นจะฟิตร่างกายเองที่บ้านก็กลัวทำไม่ถูกต้อง และเกิดอันตราย

 

Tempo สตาร์ทอัพเฮลท์เทคเปิดตัว Tempo Studio ฟิตเนสอัจฉริยะพร้อมเทรนเนอร์ส่วนตัว ซึ่งประกอบด้วยจออัจฉริยะขนาด 42 นิ้วและกล้องมองภาพ 3 มิติที่สแกนผู้ใช้ 30 ครั้ง/วินาที เพื่อจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย, ดัมเบล, ตุ้มน้ำหนัก, เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจและเครื่องมืออื่น ๆ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะมีเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจและจะซิงค์กับจอภาพ พร้อมกับบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เผาผลาญแคลอรี อัตราการเต้นของหัวใจ และอื่น ๆ ซึ่งจะถูกระบบ AI ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของผู้ใช้พร้อมให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์

 

Tempo Studio
ภาพจาก techcrunch.com

 

เนื่องจากอุปกรณ์รวบรวมข้อมูลจากการออกกำลังกายของผู้ใช้อยู่ตลอดเวลา ทำให้ติดตามความคืบหน้าและวัดผลได้ทุกเมื่อ รู้ว่ายกน้ำหนักมากแค่ไหน เผาผลาญแคลอรี่ได้เท่าไหร่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการออกกำลังกายระยะยาว และแข็งแรงขึ้นได้

 

นอกเหนือจากการแข่งขันกับตัวเองแล้วข้อมูลนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานแข่งขันกับผู้ใช้ Tempo คนอื่น ๆ ได้ด้วยลีดเดอร์บอร์ด สร้างความสนุกและท้าทายได้มากกว่าเดิม

 

สำหรับ ‘Tempo Studio Set’ ราคา 1,995 เหรียญ (ราว 60,000 บาท) และสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคลาสเรียนออกกำลังกายออนไลน์กับเทรนเนอร์แบบสดๆ จะมีค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติมที่ 39 เหรียญ (ราว 1,170 บาท)