เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง? จากสมัยที่เชื่อกันว่าความเจ็บป่วยเกิดจากบาป สู่ยุครุ่งเรืองของการแพทย์
สุพรรณบุรี เป็น 1 ในจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าอยุธยา โดยเฉพาะเรื่องราวที่สัมพันธ์กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับเหตุการณ์สำคัญตอนทำยุทธหัตถี แต่ไม่ว่าข้อสรุปว่าเป็นลานยุทธหัตถี หรือเป็นเพียงพื้นที่เส้นทางเดินทัพ หากประวัติศาสตร์ก็ยังมีเค้าร่าง มีความสำคัญในแต่ละสถานที่ กิน-อยู่- เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตชวนไปดูวัดลาดสิงห์ ที่เป็นสถานที่อิงประวัติศาสตร์และเรื่องราวของพระองค์ท่าน โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์
ก่อนที่จะมาวัดแห่งนี้หากท่านเดินทางจากกรุงเทพ หรือเดินทางเข้าสุพรรณบุรี กิน-อยู่ -เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตอยากเชิญชวนให้ทุกท่านเริ่มต้นที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เพื่อซึมซับ หรือปูพื้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ก่อนมาวัดลาดสิงห์
เพราะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ที่ตั้งอยู่ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จะมีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธารออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี ว่ากันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2135 ซงเจดีย์แห่งนี้ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2456 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และในปี พ.ศ. 2495 กองทัพบกได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่เป็นเจดีย์แบบทรงลังกาครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้
ภายในองค์เจดีย์ได้มีห้องแสดงประวัติศาสตร์ ทั้งภาพแสงสีเสียง และหุ่นจำลองการยกทัพของพม่าและไทย หลายร้อยตัว ถัดจากเจดีย์ไปประมาณ 100 เมตร เป็นที่ตั้งของพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในมีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระสุพรรณกัลยา ปัจจุบันมีผู้นิยมไปสักการบูชาอยู่เสมอ
จากพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ มายังวัดลาดสิงห์จะใช้เวลาไม่นานเพราะมีระยะห่างประมาณ 10 กิโลเมตรโดยวัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านสระ ริมถนนเลียบคลองชลประทาน ที่แยกจากทางหลวงหมายเลข 3038 ประมาณ 7 กิโลเมตรระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์ เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดก่อนถึงทางเข้าโบสถ์จะมีอนุสาวรีย์ 3 พระองค์ คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา
มีคำเล่าสืบทอดกันมาและจารึกเป็นแผ่นโลหะในโบสถ์ว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2009 สมัยกรุงศรีอยุธยาต่อมาปีพ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงบูรณปฏิสังขรณ์และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง หลังจากที่ประสบชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีและทรงทราบข่าวว่า พระสุพรรณกัลยาที่เป็นตัวประกันอยู่ที่เมืองพม่าถูกประหารชีวิตเป็นการล้างแค้นที่พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ด้วยพระแสงของ้าว
นอกจากนี้ยังมีการเล่าขานกันว่า เดิมวัดนี้ชื่อ “วัดราชสิงห์”หมายถึงสิงห์ของพระราชา ต่อมาเพี้ยนเป็นลาดสิงห์ และบริเวณวัดยังเคยเป็นที่พักของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีบ่อน้ำรายรอบและหลักฐานที่ชี้ชัดคือหมู่บ้านลาวที่อยู่ด้านตะวันตกของวัดเพราะในการเดินทัพจะมีพนักงานกองเสบียงติดตามมาและส่วนมากเป็นชาวเวียงจันทน์
ลักษณะอาคารโบสถ์ที่น่าสนใจคือคงความประวัติศาสตร์ด้วยโครงสร้างภายในที่จะเห็นเป็นอิฐเปลือย มีพระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร (มารวิชัย) เกตุบัวตูม หน้าตักกว้างประมาณ 6ศอก ชาวบ้าน เรียกหลวงพ่อดำ (ตามพระนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช : พระองค์ดำ) มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทอง คือพระพักตร์เหลี่ยม พระขนงต่อกันคล้ายปีกกา พระโอษฐ์หนา พระนลาฏกว้าง มีขอบไรศก พระเม็ดศกเล็ก รัศมีรูปดอกบัวตูม ประทับขัดสมาธิราบ (เห็นฝ่าพระบาทหงายขึ้นเพียงข้างเดียว) พระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย ครองจีวรเฉียง ชายจีวร เป็นแผ่นใหญ่ปลายตัดตรง
สิ่งที่น่าสนใจคือบทสวดบูชาหลวงพ่อดำ จะใช้บทหัวใจพาหุงมหากา “พา มา นา อู กา สะ นะ ทุ“ ซึ่งเป็นบทสวดที่สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วให้สมเด็จพระนเรศวรสวดอยู่ประจำก่อนออกรบ สำหรับผู้ตั้งใจขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อดำ เล่าขานกันและมีแจ้งไว้ในโบสถ์คือ ให้ถวายด้วยขนมจีน 1หาบ หรือไข่ต้มอย่างน้อย 50 ฟอง (มีหาบเปล่าวางไว้ในโบสถ์) นอกจากนี้ผู้ไปกราบขอพรยังนิยมถวายน้ำดื่ม เพราะเชื่อกันว่าถวายเป็นเสบียงให้กับทหารที่ออกทัพในสมัยอยุธยา
ทั้งหมดคือเรื่องเล่าขาน คือความเชื่อหากที่สำคัญคือประวัติศาสตร์ความเป็นมาให้ได้ย้อนรำลึก
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า หน่วยงานด้านวัตถุโบราณของจีน ค้นพบวัตถุโบราณจำนวนมากกว่า 10,000 ชิ้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องทองคำและเครื่องเงิน ที่ถูกฝังอยู่บริเวณแม่น้ำหมินเจียง ที่เมือง เหมยซาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน
ทั้งนี้จากการคาดการอายุของวัตถุโบราณดังกล่าว เชื่อว่ามีอายุย้อนหลังไปถึงปลายราชวงศ์หมิง หรือในราว คศ.1368-1644 โดยการค้นพบดังกล่าวได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “การค้นพบทางโบราณคดี 10 อันดับแรกของจีน”




















เพราะแผนเดินทางเที่ยวเปิดโลก เปิดประสบการณ์ช่วงหยุดสงกรานต์สลายไปกับโควิด 19 กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงหาทางออกเยียวยาความรู้สึกด้วยการชวนท่องโลกผ่าน Google Arts& Culture ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สถานที่ทางประวัติศาสตร์และศาสนา พิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก รวมถึงหอศิลปะให้เลือกตามความชอบและสนใจ
การเข้าชมผ่านแพลทฟอร์มของ Google Arts& Culture นี้เหมาะสำหรับผู้สนใจเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยสามารถเลือกกลุ่มที่สนใจ เช่นสัญลักษณ์ของเมืองสำคัญอย่าง หอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส สนามกีฬาโคลอสเซียม ประเทศอิตาลี กลุ่มประวัติศาสตร์ พระราชวังที่สำคัญในยุโรป พระราชวังทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนา เช่นพุทธคยา พุทธสถานที่สำคัญ ประเทศอินเดีย หรือสถาปัตยกรรมบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย วิธีการเข้าชมในส่วนนี้ให้เลือกไปที่ Street view ทั้งนี้อาจใช้การค้นหา ซึ่งสามารถระบุสถานที่ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษตามความถนัด


Google Arts& Culture จะมีทั้งภาพและเสียงให้เลือก โดยสิ่งที่เป็นไฮไลท์คือ การเข้าชมพิพิธภัณฑ์และแกลลอรีชั้นนำของโลกอย่าง The MET, บริติช มิวเซียม, พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ , MoMA, Uffizi Galler, อะโครโปลิส แล้วยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์อย่าง พิพิธภัณฑ์แวนโกะห์, Rijksmuseum, Georgia O’Keeffe Museum กระทั่ง ถ้ำ Chauvet Cave ที่มีภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 36,000 ปี
ในส่วนของพิพิธภัณฑ์มี 4 หัวข้อให้เลือกชม คือ 1 นิทรรศการ 2 ประเภทคอลเลคชั่น 3 ชิ้นผลงานที่จัดแสดง และ 4 ชมสถานที่ ซึ่งเป็นฟังก์ชัน Virtual tour ที่จะให้ความรู้สึกราวกับเดินชมพิพิธภัณฑ์ (การเลือกส่วนนี้ควรมีแอปพลิเคชันVirtual ในมือถือ หรือโน๊ตบุ๊ค) ซึ่งในบางสถานที่จะมีไกด์บรรยาย
พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน อย่างถ้าเป็น The MET สายแฟชั่นต้องไม่พลาดนิทรรศการแบรนด์แฟชั่นที่จัดแสดงชุดที่เป็นจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็น Coco Chanel, Christian Dior หรือ Comme des Garcons
นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจในอีกหลายประเทศให้เลือกชมอย่างพิพิธภัณฑ์ The Munch ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีภาพเขียนของ Edvard Munch ศิลปินชาวนอร์เวย์ ที่มีผลงานลือชื่อคือ ภาพสีน้ำมัน The Scream
แต่เพื่อให้ชีวิตเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น Google Arts& Culture ก็มีตัวช่วยสำหรับการเข้าชมตามความสนใจ เช่น10 พิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นของโลก หรือ 10 สถานที่บนถนนในกรุงลอนดอน และมีการแยกหมวด สารคดีด้านงานศิลปวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ อย่างการทำผ้าส่าหรี การตัดเย็บและสวมกิโมโน หมวดแฟชั่น หมวดกีฬา หรือหมวดการแสดงให้เลือกตามความสนใจ
นอกจากนี้ Google Arts & Culture ก็มีกิจกรรมให้เลือกเล่น เช่นเกม quiz เพื่อดึงดูดเข้าสู่สาระ หรือ กิจกรรม Guess Who This Is ที่นำรายละเอียดบางส่วนของภาพจิตรกรรมมาให้ทายว่าเป็นของจิตรกรท่านใดฯ
รู้อย่างนี้แล้ว จะมัวนั่งเซ็งทำไม หาความรู้ สนุกกับการท่องโลก ชิมลางก่อนโลกเปิด