นาทีชีวิต สำลักอาหารก็ถึงตายได้ สำคัญมาก เราควรเข้าใจ และเร่งช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด โดย นพ. พิพัฒน์ ชุมเกษียร
นาทีชีวิต สำลักอาหารก็ถึงตายได้ สำคัญมาก เราควรเข้าใจ และเร่งช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด โดย นพ. พิพัฒน์ ชุมเกษียร
การนอนตะแคงจะลดแรงกดทับลงบนกระดูกสันหลังทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้นและยังดีกับหัวใจเพราะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจ
รู้จัก 3 สมุนไพรชื่อแปลก ที่ ก.เกษตรฯ เตรียมปลดล็อกให้ชาวบ้านนำมาสกัดได้เอง
เข้าใจถึงวิวัฒนาการและธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์ ปรับการกินได้ถูกหลักโภชนาการ
เมื่อต้นเดือนหากใครเห็นข่าวใน BBC ที่พาดหัวประเด็น ผู้แทนโบสถ์ของคริสตจักรในกรีกแนะนำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ เลี่ยงการเล่นโยคะทั้งนี้การออกมาของผู้แทนโบสถ์แห่งคริสต์จักรของกรีกอาจเป็นเพราะ 90% ของชาวกรีกนับถือนิกายออร์ทอดอกซ์ โดยการให้เลี่ยงดังกล่าวคาดเหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะท่าพื้นฐานของโยคะหลายท่าไม่เหมาะกับความเชื่อและความศรัทธาของชาวคริสต์อย่างเช่นท่าสุนัขก้ม (downward dog) หรือท่าไหว้พระอาทิตย์ อีกทั้งโยคะถือเป็นการปฏิบัติส่วนหนึ่งของศาสนาฮินดู ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมาก็เป็นวันโยคะสากล


กิน- อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจึงชวนไปย้อนดูที่มาและหลักการของโยคะเพื่อเป็นเกร็ดความรู้ถึงที่มาที่ไปของประเด็นดังกล่าว โยคะมาจากศัพท์ของคำว่า “ยุชิร” หรือ “ยุช” ซึ่งแปลว่า เทียมแอก ผูกมัด ประกอบ หรือรวมกัน ตามความหมายของศัพท์ โยคะจึงหมายถึงการเพ่งเล็งหรือการทำสมาธิเพื่อให้จิตสู่ความหลุดพ้น ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอินเดียสมัยโบราณกว่าหลาย 1,000 ปี โยคะมีอยู่ด้วยกันหลายสำนักซึ่งวิธีและเป้าหมายจะต่างกันไปโดยบรรดาฤาษีหรือโยคีต่างฝึกเพราะเชื่อว่าคนเราจะมีจิตใจที่แข็งแรงและสมบูรณ์จะต้องร่างกายสมบูรณ์และแข็งแรงเป็นพื้นฐาน
หากจุดเริ่มต้นเกิดจาก 2,500 ปีที่แล้วปัตญชลี มหาโยคีชาวฮินดูผู้มีประสบการณ์ในเรื่องสมาธิได้ปรับปรุงโยคะขั้นพื้นฐาน และเขียนโศลกที่ถือเป็นพระสูตรแห่งโยคะ เรียกว่า โยคะสุตรา จึงส่งผลให้โยคะเป็นที่แพร่ หลาย


ผู้ที่ปฏิบัติโยคะที่เป็นผู้ชายจะถูกเรียกว่า โยคิน หรือ โยคี ส่วนผู้หญิงเรียก โยคินี ผู้สอนเรียกว่า คุรุ (ครู) เมื่อโยคะแพร่หลายสู่ยุโรปโดยใช้เป็นหนึ่งในวิธีออกกำลังกายนั้นส่วนใหญ่จะดัดแปลงจากหฐะ โยคะ (Hatha Yoga) ซึ่งเน้นการหายใจและความยืดหยุ่นของร่างกาย โดยการฝึกท่าโยคะจะเรียกว่าอาสนะ (Asanas)
ที่หมายถึงการอาศัยหรือนั่งในท่าใดท่าหนึ่ง
ด้วยที่มาของโยคะที่เชื่อมโยงกับศาสนาฮินดู ที่กำหนดว่าพราหมณ์จะบำเพ็ญตบะด้วยการปฏิบัติโยคะ และท่าโยคะ ที่เชื่อมโยงกับการนับถือธรรมชาติและมีเทพเป็นสัญญะ อย่างเช่นโยคะในอาสนะของสุริยะนมัสการ ซึ่งก็เป็นท่าไหว้พระอาทิตย์ หรือบางอาสนะจะเหมือนกับท่าก้มกราบ ซึ่งขัดกับบางหลักศาสนาที่กราบได้เพียงพระเจ้าของศาสนานั้นๆ เท่านั้น ทั้งมีการเปล่งเสียงโอม ที่มาจากการขานพระนาม 3 มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ (อุ:พระวิษณุ อะ:พระศิวะ และมะ:พระพรหม) โยคะบางอาสนะ หรือการโอมจึงอาจเป็นอุปสรรค


อย่างไรก็ตามการฝึกโยคะจะเน้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลังทำให้เลือด และสารอาหารไปเลี้ยงประสาทไขสันหลังเพิ่ม การฝึกโยคะจะทำให้การทำงานของต่อมต่างๆ รวมทั้งต่อมไร้ท่อทำงานดีขึ้น ท่าของการฝึกโยคะเป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และสอดคล้องกับการหายใจเป็นการรวมกาย และจิตร่วมกัน การฝึกท่าโยคะจะเป็นการฝึกประสาท ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง การทรงตัว ลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้สุขภาพจิต และสุขภาพกายดีขึ้น
แต่ก็ยังมีวิธีออกกำลังหรือการยืดหยุ่นหลายอย่างให้เราเลือกตามความเชื่อ ความชอบ ได้แบบไม่จำกัด กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอ Cheer Up ให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง
น้ำหนักที่เพิ่มเป็นสิ่งกวนใจโดยเฉพาะวัย 40 up ถึงขั้นมีคำกล่าว แค่หายใจก็อ้วนแล้ว วันนี้กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้ค้นหาและนำส่วนหนึ่งจากบทความของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ มาถ่ายทอดเพื่อให้ทุกท่านเข้าใจและหาเหตุหยุดอ้วนอย่างถูกหลัก


อันตรายของโรคอ้วนนอกจากเสื้อผ้าที่ต้องซื้อใหม่ หากรวมถึงโรคภัยไข้เจ็บ การอักเสบเรื้อรัง แก่เกินวัย รวมถึงโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดันโลหิต จนสุดที่มะเร็ง แต่เดิมเรามักเชื่อว่าออกกำลังกาย และลดอาหารจะเป็นตัวทำให้น้ำหนักลดอย่างมีนัยสำคัญ โดยสูตรออกกำลังลดอ้วนแบบคร่าวๆ คือเดินเร็ววันละ 1 ชั่วโมงจะส่งผลให้น้ำหนักลด 1 กิโลกรัมในระยะเวลา 5 สัปดาห์ หรือถ้าเปลี่ยนเป็นวิ่ง ที่ความเร็ว 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะลด 1 กิโลกรัมในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนลดอาหาร คือเน้น 2 มื้อหลักต่อวันเว้นขนมจุบจิบ


หากช่วงหลายปีมานี้มีการวิจัยพบว่านอนน้อยส่งผลต่อน้ำหนัก คือถ้านอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงในแต่ละคืนจะมีโอกาสน้ำหนักเพิ่ม 4.5 – 7 กิโลกรัม เพราะโดยเฉลี่ยคนวัยหนุ่มสาวควรนอน 7-9 ชั่วโมง วัยกลางคนขึ้นไปอยู่ที่ 8 ชั่วโมง
ทั้งนี้บทความของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อได้อ้างอิงจากหนังสือของ Dr.Matthew Walker “Why We Sleep” ว่าการนอนน้อยกว่าระดับที่จะเป็น ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่อยู่ในกระเพาะอาหารที่เรียกว่า Ghrelin เพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังสมองว่าท้องว่างและหิว หากนอนน้อยฮอร์โมนตัวนี้จะเพิ่มขึ้นและส่งสัญญาณให้สมองว่าไม่อิ่มต้องกินต่อไป ทั้งยังกระตุ้นให้เลือกกินอาหารที่มีแคลอรี่สูง นี่จึงเป็นที่มาของ อ้วนเพราะนอนน้อย


แต่การนอนย่อมไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อน้ำหนักโดยมีนักวิจัยด้านสุขภาพระบุว่าเหตุของอ้วนมาจากพฤติกรรมกิน อยู่ หลับนอน 8 ประการ
- นอนน้อย
- เครียด
- อาหารแปรรูป
- ขาดสารอาหาร
- ปริมาณจุลินทรีย์ดีในลำไส้
- มลภาวะสิ่งแวดล้อม
- ไทรอยด์
- ไม่ออกกำลังกาย
ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจว่าออกกำลังประเภทใดจะช่วยลดตัวชี้วัดเสี่ยงโรคอ้วน นั้น พบว่า วิ่งจ๊อกกิ้งเป็นประจำให้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงการการเล่นโยคะ การปีนเขา เดิน หรือเต้นรำโดยเฉพาะจังหวะ Waltz และ Foxtrot
ช่วงที่รอบตัวมีแต่เรื่องร้าย ทั้งการระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่ายุติและลามกระทบต่อเศรษฐกิจปากท้องที่โดนกันถ้วนหน้าไม่ว่าเจ้าของธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน พ่อค้าแม่ค้า ซึ่งหลายคนเก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาคิดวิตกจนนำไปสู่ฝันร้ายที่กระทบต่อทั้งสุขภาพกายใจ วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำทุกท่านไปรู้จักกับต้นเหตุที่มาที่ไป รวมถึงวิธีพาตัวเองให้หลุดพ้นจากฝันร้ายกัน
ฝันร้าย (nightmare) เป็นสภาวะของร่างกายที่มีการปรากฏภาพและเรื่องราวซับซ้อนกระทบแง่ลบต่อจิตใจ โดยผู้ฝันอาจสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่รับรู้และจำได้เมื่อตื่นขึ้น ขณะเดียวกันก็นำไปสู่การหลับต่อได้ยากขึ้น


อาการฝันร้ายมักเกิดขึ้นในช่วงหลับฝัน (Rapid Eye Movement: REM) ซึ่งวงจรร่างกายหยุดทำงาน ยกเว้นหัวใจ กะบังลม กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อเรียบ มักเกิดภาวะดังกล่าวตอนใกล้เช้า เนื่องจากช่วงหลับฝันที่เป็นระยะนอนหลับที่สมองตื่นตัวและประมวลความจำ หรือ เรียนรู้ข้อมูลใหม่ ทำให้สิ่งที่สมองประมวลออกมานั้นปรากฏภาพเหมือนจริงและส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกเมื่อนอนหลับฝัน
ฝันร้ายของแต่ละคนมีรูปแบบแตกต่างกันตามประสบการณ์ชีวิตและจิตใต้สำนึก หากรูปแบบฝันร้ายที่คนส่วนใหญ่พบเจอจะเป็นลักษณะการวิ่งหนีสัตว์ร้าย คนร้าย อสุรกาย หรือ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมถึงการตกจากที่สูงแบบเฉียบพลัน ส่วนผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น ประสบอุบัติเหตุ ถูกทำร้ายก็อาจฝันถึงเหตุการณ์แบบนั้นอยู่บ่อยๆ
1.ผลกระทบทางจิต มีความวิตกกังวล เครียด ประสบเหตุสะเทือนขวัญ หรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตบางประเภท เช่น โรคซึมเศร้า
2.ความผิดปกติของร่างกาย มีอาการป่วยบางประเภท เช่น หยุดหายใจขณะหลับ นอนหลับยาก กลัวการนอนหลับ รวมถึงการรับประทานอาหารก่อนนอน อาทิ อาหารที่ร่างกายแพ้ หรือ ย่อยยาก ฯลฯ ซึ่งส่งผลให้การทำงานของระบบเมตาบอลิซึมเพิ่มขึ้นและส่งสัญญาณให้สมองตื่นตัวมากกว่าเดิม
3.พฤติกรรมการใช้ชีวิต อาทิ นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ผลข้างเคียงจากการใช้ยา หรือ สารเสพติด ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือ หยุดดื่มแบบหักดิบ ผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือ เลิกสูบกะทันหัน ฯลฯ


ผลของฝันร้ายทำให้ร่างกายประสบภาวะวิตกกังวล ระทึก โศกเศร้า หรือ หวาดกลัวอย่างรุนแรง จนอาจส่งผลให้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต หรือ เข้าสังคม โดยฝันร้ายจะมีความถี่เพิ่มขึ้นเมื่อบุคคลนั้นเริ่มมีความผิดปกติกับการดำเนินชีวิตในสังคม และหากเกิดขึ้นบ่อยมากๆ ก็อาจบ่งชี้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับภาวะปัญหาสุขภาพจิต อาทิ ภาวะวิตกกังวล เครียด หรือได้รับบาดเจ็บทางจิตใจอย่างรุนแรง ส่งผลต่อภาวะสุขภาพจิตและจิตเวชตามมาในอนาคตได้
ดังนั้นถ้าไม่อยากฝันร้าย ให้เสพข่าวสารแต่พอดีและมีสติโดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดีย เพื่อไม่เก็บมาคิด หรือ วิตกเกินไป พยายามหากิจกรรมผ่อนคลายลดความเครียด หาเวลาออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในช่วงนี้


เคล็ดลับนอนหลับฝันดีจาก National Sleep Foundation