-จองโรงแรมปิด_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJuly 10, 2020

ฝากเตือนพร้อมแชร์ประสบการณ์จองที่พักออนไลน์ จ่ายแล้วแต่เข้าพักไม่ได้ ควรทำอย่างไร


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

เวียดนาม ให้เครื่องบินต่างชาติเข้าแล้ว ส่วนญี่ปุ่นดิ้นเจรจา “ทราเวล บับเบิ้ล” กับหลายประเทศ หลังได้รับผลกระทบหนักด้านการท่องเที่ยว ขณะสิงคโปร์ มาเล นิวซีแลนด์ จีน เกาหลีใต้ จับคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กันเอง ส่วนรัฐบาลไทยยังไม่เคาะเป็นสนามบินได้เมื่อไหร่ แต่เตรียมหาคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” เช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจะยังคงยังไม่น่าไว้วางใจบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่หลายประเทศในโลกสามารถควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อจำกัดอยู่ในวงแคบ เป้าหมายการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศา อัปเดตข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในนโยบายด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียตะวันออก ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้รักการท่องเที่ยว เพราะสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาสั้น หลังจากที่ต้องอึดอัดอยู่บ้านตามข้อจำกัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากว่า 3 เดือน เริ่มต้นจาก…

 

ไทย

 

ภาพจาก : The Nation

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยประกาศปิดสนามบินนานาชาติทุกแห่ง โดยห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศบินเข้าน่านฟ้าประเทศไทยจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ยกเว้นสำหรับเที่ยวบินพิเศษที่รับคนไทยที่ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกักกักตัวของรัฐเป็นเวลา 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ ระบาด

อย่างไรก็ตามหลังที่ปิดประเทศมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นจีนเกาหลีใต้ เวียดนาม และไต้หวัน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอการศึกษาและประชุมอย่างละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กระนั้นการพูดถึงการเดินทางแบบจับคู่ท่องเที่ยวอย่าง “บับเบิ้ล ทราเวล” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี และคาดว่าหากจะเปิดประเทศขึ้นได้จริง ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 3 ของปี คือหลังเดือนกันยายนไปแล้ว

 

มาเลเซีย

ยังมีการประกาศหรือแนวโน้มการเปิดประเทศให้นักเดินทางเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียในขณะนี้ รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้เฉพาะเที่ยวบิน หรือการเดินทางที่จะเป็นการนำชาวมาเลเซียที่เดินทางกลับประเทศเท่านั้น และทุกคนจะต้องแยกตัวเองเป็นเวลา 14 วันหลังเดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงยังไม่สามารถเดินทางได้ และยังไม่ แต่มีข่าวว่ารัฐบาลมาเลเซียจะเจรจาทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศสิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

 

สิงคโปร์

 

ภาพจาก : https://karryon.com.au

 

สิงคโปร์ยังคงปิดชายแดน ไม่เปิดให้มีการเดินทางเข้าออก นอกจากการเดินทางของผู้โดยสารทางอากาศที่เดินทางผ่านสนามบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิงคโปร์มีแผนที่จะพิจารณา “บับเบิ้ล ทราเวล” จับคู่กับ ประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนติดกัน และ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อมามากมายในเดือนเมษายนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแรงงานอพยพ

 

จีน

จีนยังคงไม่เปิดรับชาวต่างชาติเขาประเทศ แต่ยกเว้นให้เข้าได้เพียงกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มอาชีพผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่างๆ และ ขณะนี้จีนกำลังทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” ร่วมกับ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อให้ประชาชนระหว่างกันสามารถเดินทางไปทำธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศได้

 

เกาหลีใต้

เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเที่ยวบินเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้ปิดรับชาวต่างชาติ หรือชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หากแต่ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเดินทางถึงเกาหลี ยกเว้นสำหรับนักการทูตและชาวต่างชาติที่มีสถานะทางธุรกิจอย่างเป็นทางการซึ่งจะทำการทดสอบแทนเมื่อเดินทางมาถึง

 

เวียดนาม

 

ภาพจาก : www.adventureinyou.com

 

เวียดนามนับเป็นประเทศแรกที่ภูมิภาคอาเซียน ที่เริ่มเปิดรับสายการบินจากต่างประเทศ โดยล่าสุด ประเทศที่เวียดนามเลือกให้มีเที่ยวบินต่างประเทศได้คือกลุ่มประเทศในเอเชีย คือ กวางโจว จีน, ไต้หวัน, โซล เกาหลีใต้, โตเกียว ญี่ปุ่น, ลาว และกัมพูชา โดยรัฐบาลระบุว่า จะค่อยๆ เริ่มให้มีเที่ยวบินไปต่างประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรืออาจจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม โดยเน้นประเทศที่ปลอดไวรัส

 

 

 

ญี่ปุ่น

 

ภาพจาก : https://livejapan.com

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเปิดรับชาวต่างชาติใน 4 ประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เวียดนาม และ  ไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่จะเดินทางได้วันละ 250 คนต่อวัน โดยหวังที่จะผ่อนคลายข้อจำกัด ในการเดินทาง ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นกำลังมีการเจรจากับในหลายประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่  ขณะที่ตอนนี้ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้กำหนดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจคาดว่าจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกและการเดินทางจะเป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบโรคที่สำคัญตามมาตรฐานการป้องกันของประเทศ   โดยปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นมีการเจรจาเพื่อทำบับเบิ้ล ทราเวล กับหลายประเทศ แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อในญี่ปุ่นยังไม่ดีนัก แต่หลายประเทศก็ให้การชื่นชมต่อการควบคุมการระบาด จากที่คาดว่าจะมีจำนวนพุ่งมาก แต่กลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียงหลักสิบเท่านั้น

 

ความพยายามของญี่ปุ่นในการเจรจาทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศต่างๆ นั้น เนื่องจากญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง เพราะต้องเลื่อนการจัดกีฬาโอลิมปิกออกไป ส่งผลถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียไป ในขณะที่หลังเกิดการระบาดรายได้ที่เคยเป็นรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าประเทศตกฮวบจนเป็นศูนย์ในเดือนที่มีการระบาดอย่างหนักนั่นเอง

 

ไต้หวัน

ส่วนใหญ่มีเพียงชาวไต้หวันและผู้ถือใบอนุญาตทำงานเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศทุกคนต้องผ่านการกักกัน 14 วัน ประเทศกำลังติดตามสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ อย่างรอบคอบโดยบอกว่าการทำให้การควบคุมชายแดนทำได้ง่ายขึ้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในการจัดการกับการระบาด และนับเป็นประเทศแรกๆ ที่หลายประเทศเตรียมอ้าแขนต้อนรับจาก ความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

 

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 

ภาพจาก : Darren England/EPA-EFE

 

ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกับขาเข้าระหว่างประเทศโดยมีข้อยกเว้นเพียงประการเดียวคือการส่งตัวพลเมืองและผู้อยู่อาศัยถาวรซึ่งต้องผ่านการกักกัน 14 วัน รัฐบาลทั้งสองได้หารือถึงฟองสบู่การเดินทางที่เป็นไปได้ซึ่งอาจรวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกแม้ว่านิวซีแลนด์จะลังเลที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ในขณะที่ออสเตรเลียยังคงอนุญาตให้เดินทางภายในประเทศได้ไม่ จำกัด


_ใส่แล้วเย็น_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 9, 2020

ศึกหน้ากากอนามัยระอุ ญี่ปุ่นออกแบบหน้ากากเย็นแข่งกันขายโยเน็กซ์เก๋ ใช้ไซเลนทอลผสมผ้า ระบุช่วยระบายอากาศ และซับเหงื่อได้ดี,มิตซูโน่ ผลิตจากผ้าพิเศษสำหรับนักกีฬา,ยูนิโคล่ ใช้ผ้าจากชุดชั้นในตัดเย็บ ขณะร้านเสื้อญี่ปุ่นออกแบบหน้ากากลดความเย็นด้วยการแช่ช่องฟรีซก่อนนำมาสวมใส่ เย็นยาวนานถึง 2 ชม.

 

หลังจากการระบาดของโรคโควิด 19 หน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ล่าสุดหลายบริษัทจากหลายอุตสาหกรรมกำลังเร่งพัฒนาหน้ากากอนามัย ในหลากหลายรูปแบบที่นอกจากจะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจแฟชั่นที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะนี้อีกด้วย

 

ทั้งนี้จากการที่ทางการแพทย์ได้ออกมายืนยันแล้วว่าหน้ากากอนามัยชนิดผ้าสามารถที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ ทำให้บริษัทด้านแฟชั่น การกีฬา หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่างคิดค้นรูปแบบที่แตกต่างกันไปเพื่อสร้างความโดดเด่นในหน้ากากผ้าของตนที่จะผลิตออกสู่ตลาด เช่น กลุ่มบริษัทด้านการกีฬาในประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มคิดค้นนวัตกรรมการออกแบบหน้ากากผ้าอนามัย โดยคำนึงสุขภาพและรายละเอียดที่จะคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้สวมใส่ เช่นเกี่ยวกับการออกแบบเสื้อผ้า หรือรองเท้าเพื่อสุขภาพราคาแพงกันเลยทีเดียว

 

 

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ในแต่ละช่วงฤดูอาจจะมีผลต่อการใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้า โดยในฤดูร้อนในประเทศร้อนชื้น การใช้หน้ากากอนามัยอาจจะทำให้ผู้สวมใส่หายใจลำบาก และขาดน้ำมากขึ้นได้ ทำให้บริษัทต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น แม้กระทั่งบริษัทที่ไม่เคยผลิตหน้าหน้ากากอนามัยเลยอย่าง บริษัทมิตซูโน่ บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของโลก เริ่มออกแบบการผลิตหน้ากากผ้า ที่ผลิตด้วยวัสดุผ้ายืดนุ่ม ที่ใช้ในการผลิตชุดว่ายน้ำ และชุดกีฬาประเภทลู่ และลาน เนื่องจากผ้าชนิดนี้จะสามารถซักล้างซ้ำได้หลายครั้ง มีเนื้อผ้าที่นุ่ม ระบายอากาศได้ดี แห้งเร็ว และยังช่วยลดความเครียดให้ผู้สวมใส่อีกด้วย

 

หลังการนำออกวางขายออนไลน์ ในราคาชิ้นละ 935 เยน หรือราว 300 บาท ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมียอดสั่งซื้อสูงสุดถึง 20,000 ชิ้นในวันแรกเลยทีเดียว

 

ขณะที่บริษัท โยเน็กซ์ผู้ผลิตไม้แบดมินตันเทนนิสและอุปกรณ์กีฬาอื่น ๆ เลือกที่จะผลิตหน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้าที่โยเน็กซ์ ระบุว่า เป็นผ้าสุดยอดแห่งความเย็น เพราะเป็นผ้าที่ผสมไซเลนทอลลงไปในเนื้อผ้า ก่อนที่จะนำมาผลิตเป็นหน้ากากอนามัย โดยจะเริ่มขายครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมนี้

ก่อนหน้านี้โยเน็กซ์ ใช้ไซลิทอลซึ่งดูดซับความร้อนและซับเหงื่อได้อย่างดี ได้ถูกนำมาใช้ในเครื่องแต่งกายกีฬาของโยเน็กซ์เพื่อผลิตชุดกีฬาให้กับทีมแบดมินตันแห่งชาติญี่ปุ่นและนักเทนนิสมืออาชีพชื่อดังจำนวนมากมาแล้ว

 

 

“ในขณะที่ผู้คนใช้เวลาสวมหน้ากากป้องกันเชื้อไวรัส เราหวังว่าเทคโนโลยีของเราจะช่วยให้ผู้สวมใส่หน้ากากของเราใช้รู้สึกเย็นสบายในช่วงที่อากาศร้อนแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี” ผู้จัดการด้านการตลาดของโยเน็กซ์ระบุ โดยสำหรับหน้ากากผ้าผสมไซเลนทอลของโยเน็กซ์ จะเปิดขายในราคา 840 เยน หรือราว 250 – 280 บาท

 

ขณะที่ยูนิโคล่ บริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของญี่ปุ่น ได้ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่าวางแผนที่จะเริ่มขายหน้ากากซึ่งมีวัสดุที่ระบายอากาศได้ดีและแห้งเร็วที่ยูนิโคล่ใช้ผลิตชุดชั้นใน AIRism ซึ่งเป็นสินค้ายอดนิยมของยูนิโคล่ แต่ยังไม่ได้ระบุวันออกจำหน่ายที่แน่นอน

 

นอกจากนี้ บริษัทเสื้อผ้าท้องถิ่นของญี่ปุ่น ใจ จ.ยามากาตะ ก็ได้ตกเป็นข่าวดังเมื่อผลิตหน้ากากอนามัยที่สามารถใส่เจลทำความเย็นลงไปได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการความเย็นในช่วงอากาศร้อนของญี่ปุ่นที่มักจะมีอากาศร้อนชื้น อึดอัด และบางครั้งมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่

 

 

สำหรับหน้ากากของร้านเสื้อแห่งนี้ถูกออกแบบให้มีช่องสองช่องสำหรับใส่ เจลทำความเย็น ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่เย็นลงได้หนึ่งถึงสองชั่วโมง และล่าสุดได้มีการออกแบบหน้ากากชนิดใหม่ ที่สะดวกและสวยงามกว่าคือผู้ใช้สามารถนำหน้ากากแช่ในช่องแช่แข็งก่อนออกนำมาใช้ โดยเปิดขายในชิ้นละ 1,300 เยน หรือราว 450 บาท ผู้ซื้อสามารถหาซื้อได้ตามช่องทางออนไลน์

 

เรียกได้ว่าตลาดหน้ากากผ้าป้องกันไวรัสสไตล์ “New Normol” ของชาวญี่ปุ่นที่มักจะมีไอเดียแปลกและแตกต่างก่อนคนอื่นอยู่เสมอ กำลังเริ่มร้อนระอุตามฤดูกาลที่กำลังจะเปลี่ยนไปและเชื่อว่าจะยังมีนวัตกรรมหน้ากากอนามัยใหม่ๆ ออกมาให้ชาวโลกได้ตื่นเต้นอีกอย่างแน่นอน


_โชว์ฟรี_ขอบริจาค_โควิด19_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 26, 2020

โปรดิวเซอร์รายการศิลปะของอินโดนีเซียช่อง Dance Dance Network ผ่านยูทูป ช่วยเหลือนักกลุ่มนักเต้นที่ต้องตกงานจากผลกระทบโควิด 19 โดยใช้เป็นเวทีโชว์การแสดงแบบฟรีออนไลน์ เพื่อขอรับเงินบริจาคจากผู้ชมตามความสมัครใจเพื่อต่อชีวิตศิลปิน พร้อมแบ่งส่วนหนึ่งสมทบทุนทีมแพทย์แก้ปัญหาการระบาดของโคโรนาไวรัส

 

 

สำนักข่าวเอพี รายงานข่าวความพยายามของศิลปินชาวอินโดนีเซียที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด หลังได้รับผลกระทบจากโรคระบาดครั้งใหญ่จนทำให้ขาดรายได้ โดยนำเสนอเรื่องราวชายหนุ่มนักเต้น ชาวอินโดนีเซียอย่างชิโก เซทยันโต ที่ต้องประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ หลังงานของเขาถูกยกเลิกทั้งหมด ทั้งๆ ที่ก่อนการระบาดปีนี้อาจจะเป็นปีทองในการสร้างรายได้ เพราะเขามีคิวการแสดงที่จะต้องออกเดินทางไปโชว์ศิลปะการเต้นในแบบดั้งเดิมของอินโดนีเซียที่ต่างประเทศหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนีและเกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งทัวร์การแสดงในประเทศอินโดนีเซียเอง ขณะที่ยังมีงานการฝึกสอนให้กับนักเรียนในคลาสศิลปะการเต้นอีกด้วย

 

แต่หลังเกิดการระบาดชิโก ต้องไปกักกันตัวเองอยู่ที่บ้านของภรรยา ซึ่งจากเวลานั้นจนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วโดยไม่ได้ทำอะไรเลย งานทุกอย่างถูกระงับ และแน่นอนปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่างๆ ที่ไม่หยุดตามไปทำให้เกิดความเครียดตามมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

อย่างไรก็ตามล่าสุดชิโก ได้รับความช่วยเหลือจากนักออกแบบท่าเต้น 2 คนในจาร์กาตา เมื่อทราบว่าเขากำลังลำบาก แต่ความสามารถและศิลปะการเต้นในรูปแบบดั้งเดิมของอินโดนีเซียเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเชื่อว่ายังคงได้รับการสนับสนุนจากคนจำนวนมาก พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะให้ชิโก บันทึกลีลาการเต้นของชิโก ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ลงบนช่องทางเพลตฟอร์มยูทูป พร้อมกับระบุชัดเจนว่าขอบริจาคเพื่อสนับสนุนและต่อชีวิตศิลปะการแสดงการเต้นของอินโดนีเซียนี้ และยังเป็นการช่วยเหลือนักเต้นที่ขาดรายได้ในช่วงนี้ด้วย

 

โยลา ยูเฟน สมาชิกของกลุ่มงานศิลปะจาการ์ตาหนึ่งในผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ ชิโก บอกว่า พวกเขาเคยเห็นการเผยแพร่การแสดงศิลปะการเต้นแบบนี้ในระบบออนไลน์ และทุกคนที่ชอบจะเข้ามาดูได้ฟรี มันเป็นพื้นที่สำหรับผู้ที่รักในเสียงดนตรี และศิลปะการแสดงในรูปแบบนี้ และหากผู้ชมชอบการแสดงพวกเขาก็จะให้คำแนะนำกับนักแสดง ดังนั้นเราจึงเปิดช่องในยูทูปขึ้น โดยใช้ชื่อว่าช่อง Dance Dance Network ของอินโดนีเซีย บนเวทีดิจิทัลนักเต้นสามารถแสดงผลงานของพวกเขา โดยรายการจะเปิดให้ศิลปินสามารถแสดงความสามารถได้อย่างอิสระ และผู้ชมจะสามารถร่วมบริจาคเงินหากชื่นชอบ หรือต้องการสนับสนุนนักแสดงเหล่านี้

 

 

ตั้งแต่มีการระบาด ช่อง Dance Dance Network มีการอัปโหลดคลิปวิดีโอไปแล้วมากกว่า 60 รายการ โดยเป็นการแสดงทั้งจากนักแสดงเดี่ยว หรือ กลุ่มนักเต้นรำต่างๆ ที่ช่องไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีรูปแบบใด ดังนั้นมันจึงมีคลิปวิดีโอที่หลากหลายสำหรับผู้ชม ตั้งแต่ การเต้นรำดั้งเดิมของอินโดนีเซีย ,บัลเลต์ร่วมสมัย การเต้นฮิปฮอป ไปจนถึงคลิปการเต้นออกกำลังกาย

 

สำหรับเงินบริจาคที่ได้รับจากผู้ชมจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยนักแสดงจะได้ส่วนแบ่ง 75% อีก 20% จะถูกแบ่งไปเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาCOVID-19 ในประเทศอินโดนีเซียและส่วนที่เหลือจะเป็นจ่ายค่าใช้จ่ายของโครงการ และแน่นอนชิโก ซึ่งเข้าร่วมโครงการนี้ได้รับเงินจากส่วนแบ่งนี้ด้วยเมื่อเขาได้ทำการบันทึกคลิปการเต้นของตัวเองและอัปโหลดไปยังช่อง Dance Dance Network ทำให้รู้สึกดีใจที่ยังมีพื้นที่สำหรับการแสดงของเขา และซาบซึ้งมากที่ยังคงมีคนสนับสนุนการแสดงของเหล่าศิลปินที่ต้องประสบกับปัญหายากลำบากในระหว่างที่โรคระบาดในขณะนี้

 

 

ที่จริงแล้วความริเริ่มการแสดงดังกล่าว เกิดขึ้นจากแนวคิดของ รัสดี อนินดาจาติ โปรดิวเซอร์รายการทีวีด้านการแสดงของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็น อดีตผู้ป่วยโรค COVID-19 จนเป็นที่รู้จักขึ้นมาในฐานะของผู้ป่วยรายที่ 3 ในอินโดนีเซีย และการที่เขามีชีวิตรอดจากโรคนี้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะหาทางทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้างในช่วงของการระบาดใหญ่

 

“เพราะผมโตมาในสังคมของนักเต้นเหล่านี้ จึงมีความคิดว่าจะช่วยเหลืออะไรกับพวกเขาได้ และยิ่งไปกว่านั้นคือมันจะไม่ใช่เป็นเพียงการช่วยเหลือศิลปินนักเต้นเหล่านี้เท่านั้นแต่ มันยังรวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน” รัสดี กล่าว


-โควิด_Cover-1-1.jpg

kinyupen_adminMay 25, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอถ่ายทอดมุมมองพระมงคลกิจโกศล (เทพหิรัณย์ ชวโร) หรือที่บรรดาศิษยานุศิษย์รู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่ฤาษีตาไฟ” เจ้าอาวาสวัดเทพหิรัณย์ (หนองทาระภู) จังหวัดชัยนาท ต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นว่าท่านมองเห็นแง่มุมใด มนุษย์ได้อะไรจากสิ่งนี้ในเชิงธรรมะ

 

 

 

 

โลกและธรรมชาติได้ “พักฟื้น”

เมื่่อโควิดเข้ามาธรรมชาติก็ได้ปัดกวาดเช็ดถู ฟื้นฟู อีกอย่างหนึ่งก็ไปช่วยลดโลกร้อนด้วย แทนที่มนุษย์จะเดือดร้อนเร็วขึ้นเรื่อยๆ โลกก็จะได้รับภัยจากธรรมชาติลดลงในช่วง 2-3 เดือน

 

มนุษย์มีเวลา “ทบทวน” ชีวิต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยให้ผู้คนหันมาทำความดี และหันมาทบทวนค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องครอบครัว ลูก สามี ภรรยา ต่างมีเวลาให้กันมากขึ้น ทำให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่น และเราก็มีเวลามานั่งดูตัวเอง ไหนๆ ก็ไปไหนไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ ก็หันมาทบทวน ว่าจิตเราละเป็นอย่างไร บางทีเราก็จะมาสรุปตัวเราได้ตรงนี้เพราะได้มาทบทวน

 

ถ้าเราไม่เจอโควิด เราก็จะวิ่งทำมาหากินดิ้นรนกันเป็นหนูติดจั่น กินไม่ตรงเวลา นอนไม่ตรงเวลา พักไม่ตรงเวลา และเราทำตรงนั้นกันไปเพื่ออะไร เราได้อะไรกลับคืนมา แล้วที่เป็นอยู่ตรงนี้เราได้อะไร เราได้ทำความดี สวดมนต์ไหว้พระ ได้ปฏิบัติความดี ได้รู้จักชีวิตครอบครัว หันมามองพ่อแม่เป็นอย่างไร คนใกล้ชิด สามีภรรยาเป็นอย่างไร

 

เวลาที่เหลือ ชีวิตที่เหลือ เธอจะได้รู้ตัว ว่าใช้ชีวิตผิดพลาดอย่างไร ที่ผ่านมาไม่มีการเตรียมตัวทั้งตัวเองและครอบครัว พูดไปก็แย้งกันตลอด แต่เมื่อเรามานั่งมอง ก็จะได้รู้ว่า “การไม่รู้ทุกข์ ไม่เห็นทุกข์ แล้วคนจะละจากทุกข์ได้ไหมละ” เป็นประโยชน์นะ

 

มอง “ทุกข์” ให้เป็นเรื่องปกติ

ที่นั่งกันอยู่ต่างมีปัญหา ทั้งคนว่า คนดูถูก คนนินทา น้อยใจ เสียใจ ทำความดีแต่ทำคุณคนไม่ขึ้น ปิดทองหลังพระ มันมีทั้งนั้น แต่หลายคนเค้าไม่เอามาเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต เค้าอยู่ได้ ยืนได้ เดินได้ ดำรงชีวิตเค้าได้หมด ในส่วนของคนที่ทุกข์ให้มองว่าปัญหามันเป็นเรื่องปกติ เหมือนการทำดี การเสียสละ การให้ การช่วยแล้วกลับถูกกระทำ แล้วอยากให้ลองคิดว่า พระพุทธเจ้าท่านโดนอะไรมาบ้าง แล้วเราโดนแค่นี้ เรากลัวอะไร

 

New Normal แท้จริง “ไม่ใช่สิ่งใหม่”

เหตุการณ์ครั้งนี้มันให้อะไรเยอะนะ โยมก็ศึกษาดู พอมองดูว่าโลกมันกำลังจะปรับ การใส่หน้ากากเนี่ยมันเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องทำกันทุกวันอยู่แล้ว ล้างไม้ล้างมือให้สะอาด ไม่จำเป็นว่าจะต้องโควิดหรอก

 

ท้ายสุดนี้ เมื่อพิจารณามุมมองของหลวงปู่แล้วเห็นได้ว่า เหตุการณ์นี้ได้ทำให้สรรพสิ่งทั้งหลาย “มีโอกาสพักฟื้น ทบทวนชีวิต พิจารณาทุกข์เพื่อเรียนรู้เข้าใจให้มากขึ้น และวิกฤตโรคระบาดก็ไม่ใช่สิ่งใหม่ หากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปคู่โลกใบนี้มาโดยตลอด”


_Cover_3.jpg

kinyupen_adminMay 25, 2020

วงการคอนเสิร์ตในออสเตรเลียปรับรูปแบบการจัดคอนเสิร์ตของนักดนตรี จากในสตูดิโอเป็นที่ลานจอดรถแทน ตามกฎการรักษาระยะห่างทางสังคม ผู้ชมใช้วิธีบีบแตรรถแทนเสียงกรีดร้องหรือการปรบมือ เตรียมเปิดเพิ่มอีกหลายแห่งหลังได้รับความนิยมจากแฟนผู้ขาดเสียงดนตรีสดไม่ได้ ชี้ เป็นการคลายเครียดและปรับตัวสู่การใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มอล ช่วงการระบาดของ COVID-19

 

เมื่อสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ยังไม่คลี่คลาย หลายกิจกรรมจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เรียกว่า นิวนอร์มอล เช่นเดียวกับกลุ่มนักร้องนักดนตรี ที่จะต้องคิดค้นรูปแบบการแสดงของพวกเขาเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และเพื่อความปลอดภัยของแฟนๆ โดยล่าสุด นักร้องนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลีย อย่าง  คาเซย์ โดโนแวน Casey Donovan ได้จัดการแสดงคอนเสิร์ตของเธอบนเวทีเป็นครั้งแรกโดยเรียกการแสดงแบบนี้ว่า  Drive-in Entertainment ซึ่งถือเป็นการจัดคอนเสิร์ตในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาหลังการระบาดของโคโรนาไวรัส แต่การแสดงครั้งนี้แตกต่างออกไปเมื่อต้องอยู่บนเวทีเพียงลำพัง ในขณะที่ผู้ชมเองก็ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมด้วยการสนุกอยู่บนรถยนต์ส่วนตัวที่มาจอดรอชมการแสดงอยู่ด้านหน้าเวที

 

ขอขอบคุณภาพจาก AAP

 

โดโนแวนเป็นนักร้องนักดนตรีชื่อดังของออสเตรเลีย หลังจากได้รับรางวัลไอดอลด้านตนตรีของออสเตรเลียเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และยังคงสร้างผลงานเพลงอย่างต่อเนื่อง การเปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ นับเป็นการแสดงสดครั้งแรกหลังการระบาดของโรคโควิด 19  แม้จะมีผู้ชนขับรถมาชมการแสดงเพียง 40 กว่าคัน แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นการใช้ชีวิตแนวใหม่ ที่ทุกคนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่จะต้องต่อสู้กับการระบาด แต่มุมความสุขของชีวิตก็ไม่ควรถูกทำให้หายไปด้วยเช่นกัน

 

“ผมไม่ได้ดูดนตรีสดมานาน จนรู้สึกอึดอัด การเข้ามาชมคอนเสิร์ตในลานจอดรถแบบนี้ก็ทำให้ผ่อนคลายและปลอดภัย ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดี”แฟนของโดโนแวนที่ขับรถเข้ามาชมคอนเสิร์ตแสดงความรู้สึกเมื่อถูกถามว่าทำไมถึงตัดสินใจมาชมการแสดงของนักร้องดังคนนี้

 

การแสดงคอนเสิร์ตของโดโนแวนครั้งนี้ ผู้ชมจะไม่ได้รับให้ออกจากรถยนต์ได้เพื่อเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม แต่พวกเขาสามารถที่จะเปิดคลื่นเอฟเอฟในวิทยุที่ออกอากาศการแสดงสดนี้เพื่อเพิ่มความชัดเจนของเสียงเพลงที่แสดงอยู่บนเวที หรือรถบางคันก็เปิดกระจกหน้าต่างรถเพื่อชมการแสดง และได้ยินเสียงเพลงที่ชัดขึ้นแม้ว่าในช่วงการแสดงของโดโนแวนจะมีฝนตกลงมาแต่ดูเหมือนว่าแฟนๆ ก็ไม่ยอมหนีไปไหน และหากพอใจกับการแสดง แทนที่จะส่งเสียงกรีดร้อง หรือเสียงปรบมือ พวกเขาก็จะใช้วีการบีบแตรรถแทนการแสดงความรู้สึกนั้น

 

ขอขอบคุณภาพจาก :DRIVE IN ENTERTAINMENT AUSTRALIA

 

การแสดงดนตรีสดแบบ Drive-in Entertainment ในออสเตรเลีย กำลังจะถูกจัดขึ้นในลานจอดรถอีกหลายแห่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าและผู้คนจำนวนมากสามารถเข้าร่วมได้เนื่องจากข้อจำกัดของรัฐบาลจะผ่อนคลายลงเรื่อยๆ

 

ทั้งนี้นักดนตรีทั่วโลกต้องปรับวิธีการที่พวกเขามีส่วนร่วมกับผู้ชมของพวกเขาเนื่องจากการปิดสถานที่จัดคอนเสิร์ตจำนวนมากโดยมีการแสดงออนไลน์มากมายจากบ้านของพวกเขาในคอนเสิร์ตเสมือนจริง และการแสดงคอนเสิร์ตแบบชมในลานจอดรถก็ดูเหมือนจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักดนตรีในยุคนิวนอร์มอลในขณะนี้

 

ขอขอบคุณภาพจาก : Ed JONES / AFP

 

ล่าสุดฝั่งเอเชียบ้านเราก็มีคอนเสิร์ตแบบนิวนอร์มอลจัดขึ้นเช่นกัน อย่างที่เมืองโคยาง ประเทศเกาหลี มีการจัดคอนเสิร์ตแบบไดร์ฟทรู (Drive-Thru) โดยสามารถขับรถเข้ามาจอดในลานแล้วชมการแสดงจากภายในรถ และถึงแม้ว่าอรรถรสในการชมคอนเสิร์ตจะลดลงไปบ้าง แต่หลายคนก็พยายามที่จะสนุกไปกับการแสดง