Back-to-work-Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

ช่วงที่คนส่วนใหญ่ต้อง #อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ แบบนี้ ก็อาจจะเหมือนกับการย้อนวัยกลับไปช่วงปิดเทอม ที่แม้จะไม่ได้หยุดอยู่บ้านแบบ 100% แต่การ Work From Home ก็ช่วยให้มีเวลากับตัวเองมากขึ้นหากทำงานเสร็จเร็ว การที่ต้องหยุดอยู่บ้านแบบนี้หลายๆ คนคงถูกใจอย่างแน่นอน แล้วถ้าหากสถานการณ์ดีขึ้นและเราสามารถกลับเข้าสู่ชีวิตประจำวันที่ต้องทำงานแบบ routine ในที่ทำงานละ แน่นอนว่าหลายคนคงมีทั้งความรู้สึกที่ดีที่จะได้กลับไปนั่งโต๊ะทำงานตัวเดิมที่ออฟฟิศ เจอหน้าเพื่อนๆ เม้ามอยด์แบบใกล้ชิด แต่อีกใจก็คงมีความรู้สึกหวงโซนสบายที่บ้านมอบให้กับเราในช่วง work from home ที่ผ่านมา

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาทุกคนบิดขี้เกียจ…ทำอย่างไรเมื่อต้องเปิดเทอม…เอ๊ะ…กลับสู่โหมดการทำงานปกติกันนะ

  1. ปั้นวินัย ไปให้ถึงเป้าหมาย

คนเราย่อมมีฝัน ฝันน้อยฝันใหญ่เราไม่ว่ากัน เชื่อว่างานที่หลายคนกำลังทำอยู่ก็เป็นอีกก้าวที่จะพาไปถึงฝั่งฝัน เพราะฉะนั้นจะปล่อยให้ก้าวต่อไปนี้เป็นอย่างไร ถึงแม้เวลาพักผ่อนอาจจะหมดไป แต่ก้าวต่อไปก็สำคัญรีบกลับเข้าสู่สนามฝัน รีบลงมือทำ เพราะถ้าสำเร็จคุณจะได้ใช้เวลาที่เหลือพักผ่อนได้เท่าที่ต้องการ

  1. วางแผนการทำงาน

การทำงานที่ไม่มีกำหนดเวลาตายตัว อาจทำให้คุณเฉื่อยและทำงานช้าลง ลองปรับใหม่..วางแผนวันต่อวัน ว่าวันนี้คุณต้องทำอะไร เวลาไหนถึงเท่าไหร่ ต้องทำอะไรให้สำเร็จในวันนี้ และค่อยๆ วางแผนรายสัปดาห์ ถัดมาเป็นรายเดือน เมื่อคุณเห็นภาพแผนการทำงาน คุณจะมีกำลังใจ ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูเยอะไปเสียหมด แต่รับประกันว่าสิ่งที่ทำย่อมส่งผลที่ดีต่อคุณแน่นอน

  1. หาอะไรแปลกใหม่ทำในแต่ละวัน

แน่นอนว่าการทำงานประจำ ย่อมน่าเบื่อเหมือนกับการไปเรียนหนังสือในวัยเยาว์ แต่คุณก็สามารถช่วยให้ตัวเองตื่นเต้น หาอะไรใหม่ให้เราอยากจะตื่นมาทำงานในทุกๆ วันได้นะ เช่น ปกติแล้วคุณจะขับรถไปทำงาน ก็อาจเปลี่ยนเส้นทางที่ใช้ ให้สมองได้เจอสิ่งใหม่ๆ หรือข้างทางที่เปลี่ยนแปลงไป

  1. เปิดหูเปิดตา หาต้นแบบ

คนเราย่อมมี “ไอดอลในการใช้ชีวิต” อาจไม่ใช่คนๆเดียว แต่คุณสามารถ หยิบมุมเล็กๆ ของแต่ละคนมาปรับใช้หรือเป็นแนวคิดให้ชีวิตของคุณได้ เช่น พี่ที่ทำงานที่มักคิดบวกเสมอ น้องที่ห่วงใยและจริงใจกับทุกคน หรือหัวหน้าที่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามา ไม่ใช่เพียงนำมาเป็นแบบอย่างเท่านั้น แต่เมื่อมองคนเหล่านี้หรือคนที่เจอปัญหาและสามารถรับมือจนผ่านมันมาได้ ก็จะทำให้ปัญหาของเราเบาลงอีกเยอะ

  1. ใช้กฎที่ว่า ทำได้และให้รางวัลตัวเอง

ถ้าใช้ทั้งหมดที่เราแนะนำแล้วก็ยังไม่มีแรงฮึด ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ ว่าหากเราทำอะไรสำเร็จภายในเวลาที่กำหนด เราจะให้รางวัลกับตัวเอง 1 อย่าง เช่น หากเราทำงานชิ้นนี้สำเร็จ เราจะได้กินช็อกโกแลต 1 ชิ้น หรือของีบสัก 10 นาที ให้รางวัลตัวเองในทุกๆ วัน และขอบคุณตัวเอง ขอบคุณร่างกายและจิตใจของเราด้วยละที่ทำให้งานออกมาดีได้

 

จะว่าไปแล้วการทำงานแบบ Work From Home ก็ถือว่าเป็นบทเรียนใหม่ของประเทศเรา ที่ถ้าหากพูดถึงแง่ดีแล้ว ก็สามารถช่วยลดการจราจรที่หนาแน่น ส่งผลให้มลภาวะดีขึ้น และในหลายคนก็พบว่าเมื่อพวกเขาได้ทำงานในพื้นที่ที่ผ่อนคลายก็ทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้หน่วยงานรัฐหรือภาคเอกชนต่างๆ อาจนำมาปรับใช้ต่อไปได้ เพราะบางครั้งการได้อยู่กับตัวเองก็อาจทำให้เรามีเวลานั่งทบทวนชีวิต ถึงเป้าหมายและความฝันที่อาจเคยเผลอลืมไป และยังเป็นการชาร์จแบตสำหรับคนที่หมดไฟจะไปต่อ แต่อย่างไรเราทุกคนต่างต้องเปิดเทอม กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต “ขอให้เทอมนี้ทุกคนมีความสุขในการใช้ชีวิต สำเร็จดั่งที่ตั้งใจได้เกรดสวย มีมิตรภาพที่ดี กินดี อยู่เป็นกันทุกคน”


New-Normal_Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 6, 2020

ในวันที่ใครๆ ต่างก็พูดว่าให้เตรียมรับ New Normal หรือ ความปกติรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของเราให้ต่างไปจากอดีต ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “เราควรต้องทำตัวอย่างไร ไม่ทำได้ไหมในเมื่อสถิติผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะหมดอีกหน่อย New Normal ก็ไม่จำเป็นแล้วสิ”

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีคำตอบ และ 10 วิธีปฏิบัติน่าสนใจมาฝากกัน

คำตอบที่ว่านี้มีที่มาจากบทความ โควิด-19 …การเตรียมตัวสู่ “New Normal” = New “Me”… เผยแพร่ทางเว็บไซต์ hfocus.org โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งวันนี้ขออนุญาตหยิบสาระสำคัญมาสรุปความเพื่อส่งต่อประโยชน์ให้ได้ทราบกัน

คุณหมอบอกว่า “New Normal ไม่ใช่แค่คำสวยหรูสำหรับการประกาศเชิญชวน”

เพราะจากสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 บ่งชี้ให้เห็นว่ายังคงมีเหตุจากการพบปะผู้คนอื่นในสังคม ชุมชน ห้าง หรือ ตลาดที่แออัด ถ้ายังดำเนินชีวิตไปมาหาสู่แบบเมื่อก่อนก็จะเลี่ยงได้ยากมาก และด้วยการที่โรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษามาตรฐาน ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ถ้าเป็นต้องรักษาตัวอยู่นานหลายสัปดาห์และมีโอกาสตาย

ดังนั้นถ้าเรารักตัวเรา รักพ่อแม่พี่น้องและคนใกล้ชิด เราควรต้องเปลี่ยนพฤติกรรม แม้จะไม่ชอบ ไม่สะดวกสบาย หรือ ฝืนใจ ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากทำให้เป็น New “Me”

คุณหมออธิบายต่ออีกว่า การจะเป็น New “Me” ประกอบด้วย 10 ขั้นตอนปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างน้อยอีก 1 ปีถัดจากนี้

  1. ตั้ง Default ของชีวิตว่า “อยู่กับบ้าน” ออกจากบ้านเมื่อยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
  2. เช็คอาวุธประจำตัว “ใส่หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ หรือ สเปรย์แอลกอฮอล์” ก่อนก้าวออกจากบ้าน วางแผนเดินทางให้ชัดเพื่อลดความเสี่ยง หรือ ใช้โทร / วีดิโอคอลแทนจะดีกว่า
  3. ล้างมือเป็นประจำทุกครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงขณะอยู่ข้างนอก อย่าเอามือขยี้ตา ล้วงแคะแกะเกาจมูกปาก
  4. ใช้ขนส่งสาธารณะเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ถ้าต้องให้พยายามเลี่ยงความแออัด ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องคอยสังเกตอาการ ประเมินความเสี่ยงของตนเอง เมื่อสงสัยควรรีบไปตรวจ
  5. ใช้บริการมอเตอร์ไซค์ ควรใส่หน้ากากอนามัยเสมอ ถ้าคนขับไม่ใส่หน้ากาก หรือ หมวกกันน็อค ควรบอกให้ใส่ ถ้าไม่ใส่ไม่ควรใช้บริการ ควรนั่งหันข้างไม่นั่งคร่อม หรือ ถ้าจะนั่งคร่อมอาจต้องหันหน้าไปด้านข้าง
  6. อยู่ข้างนอกระแวงคนอื่นไว้เยอะๆ อยู่ห่างให้ได้อย่างน้อย 1-1.5 เมตรเสมอ
  7. “ยืดอก…พกถุง” พกถุงผ้าติดตัว เวลาซื้ออาหาร หรือ ของจิปาถะ ไม่ต้องแชร์ หยิบจับภาชนะกับคนอื่น
  8. อย่าแชร์แก้ว แชร์ขวด แชร์ช้อนส้อมจานชาม หรือ แม้แต่แชร์บุหรี่กับใครก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเราเอง
  9. กลับถึงบ้านอย่าเพิ่งไปกอดหอมทักทายคนรักคนใกล้ชิด ล้างมือก่อนเข้าบ้าน หรือ เข้าบ้านแล้วไปอาบน้ำก่อนดีกว่า
  10. หากรัฐเค้าจะปลดล็อกการใช้ชีวิตในสังคมในรูปแบบใดก็ตาม จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็แล้วแต่ ขอให้ทุกคนที่พออยู่นิ่งๆ แบบที่ทำกันมาตลอดในเดือนมีนาคมและเมษายน จงอยู่นิ่งๆ กับบ้านต่อไปดีกว่า เพราะทั่วโลกที่ปลดล็อกนั้น เค้าโชว์ให้เราเห็นแล้วว่า มีโอกาสระบาดซ้ำสูงมาก

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.hfocus.org/content/2020/04/19077

 

ขอขอบคุณ hfocus.org

 


OTOP-Mask_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 4, 2020

เมื่อหน้ากากอนามัยกลายเป็นปัจจัยที่ 5 จำเป็นต้องสวมใส่ตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้านเพื่อป้องกันโควิด-19จะให้ใส่หน้ากากแบบเดิมๆ มันก็จะดูน่าเบื่อเกินไป หลายชุมชนท้องถิ่นหัวใสนำผ้าไทยท้องถิ่นมาผลิตหน้ากากผ้า Handmade ที่สวยงามมีเอกลักษณ์ น่าสะสม ช่วยสร้างรายได้เข้าชุมชน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวมตัวอย่างหน้ากากผ้าไทยของดีทั้ง 4 ภาคมาฝากกัน

หน้ากากผ้าลายบ่อสวก น่าน

ผ้าลายบ่อสวก คือ ผ้าทอมือโบราณที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านซาวหลวง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากลายประดับปากไหเครื่องเคลือบโบราณ อายุ 800 ปีที่ขุดค้นพบในบริเวณตำบลบ่อสวกและตำบลนาซาวลาย และวันนี้กลุ่มชุมชนร่วมตัวกันนำผ้าที่ทอกันเกือบทุกบ้าน มาผลิตเป็นหน้ากากอนามัยจากผ้าฝ้ายเนื้อดี เพื่อใช้ป้องกันตัวเองและจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค น่าน เน้อเจ้า

 

หน้ากากผ้าย้อมสีธรรมชาติ บุรีรัมย์ และ ชัยภูมิ

ผ้าภูอัคนี หรือ ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ ชุมชนหมู่บ้านเจริญสุขที่ตั้งอยู่ใกล้ “เขาพระอังคาร” 1 ใน 6 ภูเขาไฟเก่าแก่ของบุรีรัมย์ เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำ “ดินภูเขาไฟ” ในหมู่บ้านมาใช้ผสมผสานในการย้อมสีผ้าฝ้าย หรือ ผ้าไหม จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างชื่อ ก่อนถูกนำมาตัดเย็บอย่างประณีตเป็นหน้ากากผ้าที่มีสีและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ชุมชนหนองบัวแดง ชัยภูมิ ที่มีฝีมือโดดเด่นเรื่องการทำผ้าย้อมสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีจากประดู่ ครั่ง คำแสด คราม ขมิ้น และมะเกลือ สีสันสวยงาม ออกแบบ และตัดเย็บร่วมกับผ้าฝ้ายออร์แกนิกจากฝ้ายที่ปลูกแบบ             ไร้สารเคมีของชุมชนเอง เมื่อนำมาทำหน้ากากอนามัยก็ปลอดภัยต่อผู้ที่สวมใส่ ไม่ระคายเคืองผิวหนัง

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค ผ้าไหม  ผ้าภูอัคนี บ้านเจริญสุข และ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)

 

 

หน้ากากผ้าขาวม้าไทย พระนครศรีอยุธยา

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าขาวม้าผ้าไทยแปรรูป ตำบลบางพระครู อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีแนวคิดนำผ้าขาวม้า หนึ่งในผ้าพื้นถิ่นของคนไทยมาทำหน้ากากอนามัย เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน โดยใช้ผ้าขาวม้าที่ผลิตจากผ้าผ้าคอตตอน นุ่ม สบายใส่แล้วไม่ระคายผิว เสริมความหนา และช่องใส่แผนกรอง สวยงามและปลอดภัย

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค ไทยสาคร OTOP ผ้าขาวม้าผ้าไทยแปรรูป

 

หน้ากากผ้าปาเต๊ะ ตรัง

กลุ่มผ้าปาเต๊ะเพ้นท์บ้านสามแยก อ.ปะเหลียน จังหวัดตรัง ร่วมกับกลุ่มศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะและเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่ม อสม. และ กลุ่ม ทสม. นำ “ผ้าปาเต๊ะ” หรือ บาติก ผ้าพื้นเมืองที่มีจุดเด่นด้านความสวยงาม ซึ่งเกิดจากการพิมพ์หรือเขียนลวดลายสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ลงบนผืนผ้า มาดัดแปลงตัดเย็บเป็นหน้ากากอนามัยสำหรับแจกจ่ายให้กับผู้สูงอายุในชุมชนที่ต้องอยู่กับบ้านดูแลตัวเอง ถือเป็นความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ของคนภายในชุมชนสู่ความยั่งยืน

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของดีประจำท้องถิ่น ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับพี่น้องในชุมชน ทั้งเป็นการแสดงถึงความร่วมมือร่วมใจเพื่อที่จะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันของทุกภาคส่วน

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค กลุ่มผ้าปาเต๊ะเพ้นท์บ้านสามแยก

 


run2.5_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 3, 2020

ก่อนชีวิตจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ ที่ไม่ปกติเพราะต้องเปลี่ยนวิถีใหม่โดยเฉพาะการ ทิ้งช่วงระยะห่างทางสังคม ซึ่งในที่นี้รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายโดยเฉพาะกลุ่มสายเดี่ยวที่นิยมการวิ่ง หรือเดินเร็ว

 

ประเด็นที่น่าสนใจที่กินอยู่เป็น ขอนำเสนอคือบทความจาก นิวยอร์กไทม์ โดย Gretchen Reynolds ที่นำเสนอผลการทดลองวิจัยของมหาวิทยาลัยในยุโรปที่ศึกษาและจำลองการแพร่กระจายของละอองจากการไอจาม ขณะที่คนกำลังวิ่งหรือเดินเร็ว

 

ในการวิจัยได้ระบุว่าในขณะที่วิ่งหรือเดินเร็ว ที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ละอองของน้ำมูก น้ำลายที่เกิดจากการไอจามจะ ฟุ้งกระจายไกลกว่าที่เราเดินหยุดอยู่กับที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว  รวมทั้งลักษณะของการฟุ้งกระจายที่เกิดจากบุคคลกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว นั้นละอองจะฟุ้งกระจายไปทางด้านหลังที่จะต่างจากการเคลื่อนไหวปกติ ไม่ว่าจะเดินหรือยืนอยู่ ที่ละอองจะฟุ้งกระจายไปด้านหน้าหรือด้านข้าง ทั้งหมดนี้เพราะการวิ่ง หรือเดินเร็วจะมีแรงลมเกิดขึ้นขณะเคลื่อนไหว

 

ในการวิจัยได้ระบุว่าหากเราเคลื่อนไหวในระดับปกติ การทิ้งช่วงห่างระยะ 2 เมตรถือว่าปลอดภัย หากเป็นการวิ่งหรือเดินเร็ว ที่เกิดแรงลมขณะเคลื่อนไหว ควรเพิ่มระยะห่างจากคนที่วิ่งอยู่ด้านหน้าอีก 2.5 เมตร คือเป็น 4.5 เมตร  ทีนี้อาจเกิดคำถามว่าแล้วถ้าวิ่งไปประชิดแล้วและรู้สึกอึดอัดเพราะคนหน้าบังวิว ควรทำอย่างไร  เพื่อหลีกเลี่ยงความรำคาญใจที่อาจต้องเว้นระยะกรณีทางวิ่ง หรือทางเดินออกกำลังแคบ ในบทความได้แนะนำให้เราเยื้องตัวมาด้านข้างเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด

 

แม้การศึกษานี้จะยังไม่ได้มีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ หากก็เป็นการศึกษาที่น่าสนใจ กินอยู่เป็นขอเชิญชวนนักออกกำลังเพื่อสุขภาพทุกท่าน วิ่งหรือเดินเร็วในสวนสาธารณะแบบถอยห่างอีกนิด เพื่อหมดกังวล และได้นำภาพบรรยากาศสวนรถไฟในวันนี้มาฝากกัน

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก ; Khunphiphat Laeadon 

 


NewNorm_สวนลุม_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 3, 2020
ถ้า “การเดินทาง” นั้น ยอดเยี่ยมกว่า “การอ่านหนังสือ”
สำหรับนักวิ่งแล้ว การออกมาสวนลุมวันนี้ (3 พค.) น่าจะดีกว่า การจมจ่อมอยู่ในบ้านต่อไป
ครับ..เมื่อคืนผมตั้งใจนอน ตั้งแต่ 3 ทุ่ม เพราะมีนัดกับสวนลุมในเช้าวันนี้ เช้าที่ “หลายคน” สับสน กับเวลาเปิดของ “ปอดใหญ่กรุงเทพ”
ข่าวทีวีบอกเปิด ตี 5 แต่จริงๆ เปิด ตี 5.30 (ปิด 2 ทุ่ม)
นั่นทำให้เช้านี้ รถจึงหนาแน่น ออกันถึง 2 เลนถนน
พอประตูเปิด ผม กระโจนวิ่งไปคนแรก (เหมือนลิงอดอยากกล้วยมานาน) แต่ก็ถูกเบรค !
ด้วยเสียงของพนักงาน
ตรงหน้าห้องน้ำ ใกล้ประตู ต้องเข้าแถว ตรวจวัดอุณหภูมิ..
ผมอยู่คนแรกเลยครับ เจ้าหน้าใช้เครื่องตรวจสีฟ้าขาว ส่องไปที่หน้าผาก
ระหว่างนั้น เจ้าหน้าตะโกน
ใครไม่มี “หน้ากากผ้า” ห้ามเข้า !
บางคนถึงกับเซ็ง เพราะไม่ได้เอามา
พอผ่านด่าน วิ่งไปเรื่อยๆ ก็สังเกตว่า
มีเชือกกั้น หลายพื้นที่ เป็นระยะๆ
แล้วในการวิ่ง รอบที่ 2-3
บางคนไม่ใส่หน้ากาก ก็มีคน วิ่งแซงมาพูดว่า “ช่วยใส่หน้ากากด้วย”
ในเวลา 6.00 น.
ถือว่ามีคนมาเยอะพอสมควร
พอวิ่งเสร็จ เลยอยากบอกท่านที่จะมาดังนี้ครับ
1.
ทุกคนต้องมีหน้ากากผ้า ถึงเข้าได้
และ ระหว่างวิ่ง เดิน ต้องสวมใส่หน้ากากทุกครั้ง
2.
เก้าอี้ข้างทาง
นั่งได้แค่ 1 คน เท่านั้น
3.
สวนสนุกเด็ก งด
ปิดเลย
4.
พื้นที่ยืดกล้ามเนื้อ
ปิด ห้ามใช้
เพราะยืนชิดกัน เวลาวางขา
5.
เวลาเปิดปิดใหม่คือ
เปิด
05.30
ปิด 20.00
ผมมีแนวทางที่อาจจะร้อน
แต่เลี่ยงได้ ดีทีเดียว
ในการวิ่งแล้ว ไม่มีคนแออัด หนาแน่น มารายล้อม
ตอนเช้า พยายามไปวิ่ง
ตี 5.30
และยามเย็น ไปเร็วหน่อย
บ่าย 3.30
คนจะยังไม่มาก
มันอาจจะเช้าไป
หรือ อาจจะร้อนอบอ้าว
แต่ต้องเลือก
ว่าวิ่งเยนสบาย
แต่คนเต็มแพค หน้าหลัง
เสี่ยงมาก
เราจะเลือกอะไรดี
สำหรับวาทกรรม
วิ่งห่างกัน 2-5 เมตร
ไม่มีหรอกครับ
อย่าโลกสวย..
นันทขว้าง สิรสุนทร

covid-บ้านโดม_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 1, 2020

จากการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกรวมถึง ประเทศญี่ปุ่น ที่พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีจำนวนมาก ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญเมื่อห้องในโรงพยาบาลอาจจะไม่เพียงพอต่อการรับผู้ติดเชื้อเข้ารักษาดูแล ล่าสุดบริษัทด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยชั่วคราวในเครือบริษัท “TCL” ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ มีนำสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาเสนอแนวคิดการนำ “Easy Dome House” หรือบ้านโดมชั่วคราว ที่บริษัทได้ออกแบบและผลิตขึ้นมาก่อนหน้านี้ มาเพื่อใช้เป็นพื้นที่ชั่วคราวสำหรับการรักษาผู้ป่วย แก้ปัญหาการขาดแคลนเตียงในโรงพยาบาลในขณะนี้

 

สำหรับ “Easy Dome House” มีรูปร่างเป็นลักษณะทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.3 เมตรและสูง 2.6 เมตร ผนังด้านนอกเป็นแผงที่ทำจากโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูงซึ่งมีความทนทานต่อฝนและมีการป้องกันเสียงและความร้อน ส่วนบริเวณภายในได้รับการตกแต่งด้วยเสื่อทาทามิขนาดประมาณสี่ผืนครึ่งและใหญ่พอที่จะรองรับเตียงผู้ป่วยและอุปกรณ์การแพทย์ มีประตูทางเข้าหนึ่งบาน และหน้าต่างสามบานเป็นมาตรฐาน และหากต้องการจะเพิ่มประตูขึ้นอีกก็สามารถทำได้ สามารถติดตั้งในลานจอดรถหรือ พื้นที่ว่างใดก็ได้ ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และรื้อออกได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน และนำออกได้ทันที

 

 

สำหรับสนนราคาของบ้านโดมชั่วคราวนี้ มีราคาต่อหลังอยู่ 780,000 เยน หรือราว 200,000 บาทไทย (ไม่รวมภาษีการบริโภคและค่าธรรมเนียมการจัดส่ง) โดยก่อนหน้านี้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้นำออกขายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน .ซึ่งมีจุดประสงค์เริ่มแรกเพื่อที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ แต่ด้วยการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ บริษัทได้รับการติดต่อจากสถาบันการแพทย์ต่างๆ มากขึ้น เพราะบ้านชั่วคราวนี้สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับแยกตัวผู้ป่วยเพื่อการรักษาพยาบาลได้สะดวกขึ้น

 

“บ้านโดมสามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างสมบูรณ์ และไม่จำเป็นต้องขออนุญาตในเรื่องการก่อสร้างอาคารจากรัฐบาลท้องถิ่น ดังนั้นหวังว่ามันจะช่วยเรื่องของความยากลำบากในเรื่องการจัดการสถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในขณะนี้ ซึ่งเราต้องการสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่น ในการแก้ปัญหาโรคระบาด รวมถึง ปัญหาเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินไหว ก็สามารถใช้บ้านลักษณะนี้ได้เช่นกัน” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท TCL กล่าว


7-ways-to-fight-covid_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 1, 2020

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้บางพื้นที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่ยังไม่มีใครบอกได้ว่าการเผชิญกับไวรัสนี้จะจบลงเมื่อไร และดูเหมือนเราจะต้องอยู่มัน ไปอีกนาน เพราะฉะนั้นวิธีรับมือไวรัสที่ดีที่สุดคืออยู่กับมันให้ได้

การดูแลรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติ หากร่างกายเรามีภูมิต้านทาน มีภูมิคุ้มกันแล้วไม่ว่าจะเป็นโรคชนิดไหนก็มาทำร้ายเราไม่ได้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตนำขั้นตอนการดูแลตัวเองแบบง่ายๆ จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญโครงการอาหารโลก (WFP) มาฝาก

  1. การดื่มน้ำ

การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว มีประโยชน์มหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการไหลเวียนของเลือด การทำงานของหัวใจ สมองปลอดโปร่ง ผิวพรรณชุ่มชื่น แต่ควรเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวานที่ เช่น น้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ

  1. ทานอาหารที่ให้พลังงาน

โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่สำคัญเพิ่มพลังงานให้กับร่ายกาย บำรุงสมอง อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรค เช่น ข้าว ขนมปัง ธัญพืชชนิดต่างๆ หรือพืชหัว เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เผือก การเลือกทานอาหารจำพวกแป้งหรือข้าวที่ขัดสีน้อยที่สุดจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย

  1. ทานอาหารที่ช่วยให้ร่างการเจริญเติบโต

การรับประทาน เนื้อปลา ไข่ และนม นอกจากจะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแล้ว ยังช่วงสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านทานเชื้อโรคได้ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะวัยเด็กที่กำลังโต การทานอาหารเหล่านี้ถือว่าจำเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นไปได้ควรทานทุกวัน ซึ่งอาหารประเภทนี้สามารถเก็บไว้ทานได้นานหากเก็บรักษาอย่างถูกวิธี

  1. ทานอาหารที่เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุ

วิตามินและแร่ธาตุช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดี ป้องกันโรคภัยไขเจ็บต่างๆ อาหารทุกอย่างมีวิตามินและแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบ แต่ที่มีมากที่สุดคือผักและผลไม้

สีของผักและผลไม้กับประโยชน์ที่ได้รับ

  • ผักผลไม้สีเขียว

ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา มีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเกิดริ้วรอย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย

  • ผักผลไม้สีส้มและสีเหลือง

ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ ป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

  • ผักผลไม้สีแดง

มีสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ช่วยลดปริมาณไขมันไม่ดี ช่วยชะลอการเกิดโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต และลดการแข็งตัวของหลอดเลือด

  • ผักผลไม้สีฟ้าและสีม่วง

ช่วยต้านอนุมูลอิสระกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันมะเร็งหลายชนิด ยับยั้งการติดเชื้อทางเดินอาหาร ต้านไวรัส และลดการอักเสบ

การเลือกรับประทานถั่วก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เพราะนอกจากจะให้โปรตีนแล้วยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสูงเช่นกัน

  1. ทานอาหารเสริม

หากไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตทำให้ไม่ได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมเพียงพอ การเลือกทานอาหารเสริมก็สามารถทดแทนได้ โดยอาจเลือกทานเฉพาะที่จำเป็นกับร่างกายทานเพื่อเสริมหรือทดแทนจากอาหารมื้อหลัก

  1. การออกกำลังกาย

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ และหนึ่งชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็ก หากคุณสามารถออกจากบ้านเพื่อเดินหรือวิ่งได้ แต่ก็ต้องระยะห่างจากผู้อื่นเพื่อความปลอดภัย แต่หากไม่สามารถออกจากบ้านได้ลองหาวิดีโอออกกำลังกายออนไลน์ เต้นรำไปกับดนตรี เล่นโยคะ หรือเดินขึ้นลงบันได ก็ยังดีกว่าไม่ได้ออกกำลังกายเลย

  1. เลี่ยงอาหารเสี่ยงโรค

เลี่ยงอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง หรืออาหารแปรรูป เพราะไม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซ้ำร้ายอาจเป็นโทษหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป

 

การดูแลใส่ใจสุขภาพตัวเองเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่ทุกคนควรจะให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การแพทย์ถูกจำกัดไปกับการรักษาผู้ป่วย หรือ ดูแลกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการติดโรคระบาด ประชาชนอย่างเราๆ ไม่ควรไปเพิ่มภาระงานให้กับแพทย์ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสอยู่บ้านดูแลตัวเอง ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุข

 

ขอขอบคุณ : https://insight.wfp.org/food-for-thought-7-tips-on-keeping-a-healthy-diet-in-the-face-of-coronavirus-7fab7f06177

 

 


Supplement-food-covid-Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 30, 2020

ขณะที่โลกยังวุ่นกับการคิดค้นวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด19  และองค์การอนามัยโลกแนะให้เราต่างป้องกันตัวเองโดยใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม  ในมุมของวงการวิจัยด้านอาหารและยา หรือแพทย์ทางเลือกก็มีการพูดถึงอาหารเสริม หรือสมุนไพรเพื่อป้องกันหรือยับยั้งการเติบโตของไวรัส

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตได้นำข้อเขียนตอนอาหารเสริม จากหนังสือ Beating  COVID-19 เอาชนะโรคร้ายด้วยความเข้าใจ ซึ่งดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และสุขภาพและที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจฯเกียรตินาคิภัทร ทำเป็นหนังสือคู่มือทางออนไลน์ มาแชร์เพื่อเราจะได้มีข้อมูลเบื้องต้นสำหรับดูแลตัวเองและไม่เป็นเหยื่อโฆษณา

 

  1. ชาผูเออร์ หรือชาดำ

ที่มา          ไต้หวันคัดเลือกสารธรรมชาติ 720 ชนิด มาวิจัยทดลองว่ามีชนิดใดสามารถยับยั้งการแบ่งตัว

และเติบโตของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส จึงทำให้อนุมาณว่าอาจจะใช้ได้กับไวรัสโควิด 19

คุณสมบัติ  ยับยั้งการเติบโตของไวรัสได้ เพราะมีกรดแทนนิคและเธียเฟลวิน ซึ่งพบมากในชาประเภทนี้และ

มีบ้างในชาอู่หลง และชาเขียว

ข้อมูล

ผูเออร์ เป็นชาที่ปลูกทางภาคใต้ของมณฑลยูนนาน ที่อำเภอผูเอ่อร์ โดยชนชาติอี๋ ซึ่งเป็นชน

กลุ่มน้อยของมณฑลยูนนาน

 

  1. ฟ้าทลายโจร

ที่มา      ความร่วมมือของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ

องค์การเภสัชกรรม

คุณสมบัติ  ยับยั้งการเติบโตขยายพันธุ์ของ Andrographolide และการเพิ่มจำนวนไวรัสโควิด-19 ได้ แต่ไม่

สามารถป้องกันติดเชื้อ ควรกินทันทีเมื่อมีไข้ แต่ไม่ควรกินเพื่อป้องกันโรค

ข้อมูล        ฟ้าทลายโจรในทางแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก จะใช้กรณีบรรเทาหวัด ลดการอักเสบ

และโรคทางเดินหายใจ


Tinder-1_Cover-2.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการจำกัดการเดินทางและขอให้ประชาชนของตนอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่เกิดจากการสัมผัสทางกายภาพ ผู้คนจำนวนมากจึงจำเป็นต้องทำกิจกรรมอยู่ในพื้นที่จำกัดเป็นเวลายาวนาน และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายการ ใช้เทคโนโลยีออนไลน์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับการผ่อนคลายความเครียดของคนในยุคที่ต้องติดกับจากโรคโควิด 19 ในขณะนี้

 

บริษัท Match Group Inc. MTCH เจ้าของแพลตฟอร์มหาคู่ชื่อดัง Tinder, Hinge และ Match.com  ออกมาระบุว่าในช่วงที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน มีสมาชิกลงทะเบียนเข้าหาคู่แชทในแอพในเครือของบริษัท ในอัตราที่สูงขึ้น ขณะที่ Bumble บริษัทเจ้าของแอพพลิเคชั่นแชทเช่นกัน รายงานว่ามีผู้คนในอเมริกา ใช้การโทรวิดีโอเพื่อพูดคุยกัน เพิ่มขึ้น 84% ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 มีนาคมเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน การส่งข้อความในแอปเพิ่มขึ้น 26% ต่อสัปดาห์ในสัปดาห์เดียวกัน และยังมีการส่งข้อความเพิ่มขึ้น 30% ทั่วโลกในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

 

 

เว็บไซต์หาคู่ Coffee Meets Bagel (CMB) ก็กำลังคิดหากลยุทธ์ที่แตกต่างออกไปเพื่อดึงดูดให้ผู้คนหนุ่มสาวได้เข้ามาพูดคุย นัดเดทออนไลน์กันมากขึ้น โดยผู้บริหารของแอพพลิเคชั่นนี้ระบุว่า ช่วงเวลานี้เป็นเวลาสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจการสร้างแอพพลิเคชั่นออนไลน์คิดนอกกรอบใหม่ ในระหว่างที่คนทั่วโลกกำลังใช้การแชทออนไลน์กันอย่างบ้าคลั่งเพราะข้อจำกัดจากโรคระบาดในขณะนี้

 

ผู้บริหารของกลุ่มธุรกิจแอพพลิเคชั่น เหล่านี้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การแชทพูดคุย หาคู่ หรือหาเพื่อนออนไลน์ ถือเป็นการช่วยให้ผู้คนได้ปลอดภัยจากการติดต่อของเชื้อไวรัสโคโรนาขณะนี้ได้ เพราะว่าทุกคนยังคงต้องการการเชื่อมต่อทางสังคม ขณะเดียวกัน โดยในระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 ในขณะที่ข้อมูลการโหลดการใช้งานในแอปเปิ้ลสโตร์ระบุว่า 10 แอพพลิเคชั่นใน 100 อันดับแรกที่ผู้คนนิยมโหลดใช้งาน ก็คือแอพพลิเคชั่นเพื่อการออกเดทอีกด้วย ทั้งนี้หลายคนเห็นว่าแม้ว่าโคโรนาจะทำให้ธุรกิจประสบกับปัญหาอย่างหนัก แต่ธุรกิจเล็กๆ อย่างการเปิดหาคู่ออนไลน์กลับกลายเป็นหนึ่งธุรกิจที่เติบโตสวนทางกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่หลายค่ายต้องพากันฉวยโอกาสนี้เร่งพัฒนาแอพพลิชั่นของตัวเองในช่วงเวลาสำคัญนี้ เพราะไม่แน่ว่าหลังสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว พวกเขาจะสามารถทำเงินได้จากธุรกิจแอพแชทออนไลน์นี้ได้เท่ากับขณะนี้หรือไม่ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นผู้คนอาจจะต้องการออกไปพบปะ ออกเดทกันจริงๆ มากกว่าการอยู่ในโลกออนไลน์เท่านั้น

 

 

 

 


Good-tech-for-covid_Cover-1.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

สถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้คนทั่วโลกต้องคำนึงถึงระยะห่างระหว่างกันมากขึ้น หลายประเทศนำมาตรการล็อกดาวน์มาใช้เพื่อหาทางระงับเหตุอย่างจริงจัง ส่งผลองค์กรธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน แม้กระทั่งวงการแพทย์ บันเทิง กีฬาล้วนได้รับผลกระทบกันทั้งสิ้น

 

แต่ยังพอมีโชคอยู่บ้างที่ยุคนี้เรายังมี “เทคโนโลยี” เป็นโซ่ข้อกลางประสานให้คนแต่ละทุกวงการยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ แม้ไม่ 100% แต่ก็ยังดีกว่าหยุดชะงักไปเลย และวันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ก็ขอรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดีๆ ที่เกิดขึ้นว่าในช่วงวิกฤตวงการไหน ใครทำอะไรมาให้ท่านได้ทราบกัน

 

1.ภาคธุรกิจ หลายบริษัทเริ่มหันมาใช้การทำงานรูปแบบ Work from Home และรวมถึงใช้วิธีพบปะเผชิญหน้าให้น้อยลง ซึ่งแอพพลิเคชั่นน่าสนใจและได้รับความนิยมในสถานการณ์นี้ได้แก่

  • Zoom แอพพลิเคชั่นประชุมทางไกลที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 200 ล้านคนต่อวัน (ข้อมูล ณ มีนาคม 2563) แต่หลังถูกพบว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลในบัญชีผู้ใช้ จนมีหลายหน่วยงานทั่วโลกออกมาประกาศห้ามบุคลากรใช้แอพฯ นี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามล่าสุด Zoom ประกาศเตรียมยกระดับความปลอดภัยของแอพพลิเคชันให้มากยิ่งขึ้น โดยประกาศอัปเดตเวอร์ชัน 5 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • Microsoft Teams แอพพลิเคชั่นที่ทำได้ทั้งส่งข้อความ โทร ส่งไฟล์ ประชุมผ่านระบบ VDO Call ซึ่งเป็นผู้ช่วยทำให้พนักงานทำงานได้สะดวกมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทขนาดใหญ่ 100 อันดับแรกของสหรัฐอเมริกา เลือกใช้ Microsoft Teams ไปแล้วกว่า 91 บริษัท

 

2. วงการแพทย์ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสู้กับโควิด-19 อย่างจริงจัง ทั้งบางส่วนก็ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจชั้นนำระดับโลกอีกด้วย

อาลีบาบา ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีน เปิดตัวระบบรหัส QR สุขภาพที่จะสัมพันธ์กับขอบเขตการเดินทางท่องเที่ยวและติดต่อพบปะกับผู้อื่น โดยกำหนดรหัสสีให้กับประชาชนเพื่อวัดระดับความเสี่ยง ดังนี้

  • รหัสสีเขียว เดินทางได้อย่างอิสระ
  • สีเหลืองต้องกักตัว 7 วัน
  • สีแดงคือต้องกักตัว 14 วัน

ระบบนี้มีการเปิดใช้ครั้งแรกในมณฑลเจ้อเจียง มณฑลเสฉวน ไหหลำ และฉงชิ่ง มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 200 ล้านคนแล้ว ถึงแม้ว่าระบบจะยังไม่เสถียรก็ตาม

แอปเปิ้ล และ กูเกิ้ล  สองยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีโลก ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการเพิ่มระบบ API (ฟังก์ชันเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นๆ) บนแอนดรอยด์ และ iOS  เพื่อให้แอพฯ ติดตามกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ที่หน่วยงานรัฐต่างๆ กำลังพัฒนาออกมา เพื่อสามารถทำงานได้เต็มที่บนทั้งสองแพลตฟอร์ม  โดยระบบ API ดังกล่าวชื่อว่า Contact Tracing Bluetooh Specification และหากพบว่าใครในเครือข่ายเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ระบบจะแจ้งเตือนไปยังเจ้าของมือถือทันที อย่างไรก็ตามระบบยังอยู่ระหว่างทดสอบในอาสาสมัครเท่านั้น

โรงพยาบาลอาร์มิเดล รัฐนิวเซาท์เวลล์ ออสเตรเลีย เริ่มทดลอง “โรงพยาบาลเสมือนจริง” โดยให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงกลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน โดยใช้ “อุปกรณ์ติดตามที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คอยเฝ้าระวังอาการและรายงานสัญญาณชีพ” เพื่อให้ทีมแพทย์สามารถติดตามอาการผู้ป่วยได้จากระยะไกล และแจ้งให้กลับมารักษาที่โรงพยาบาลหากอาการแย่ลง ซึ่งถ้าการทดลองนี้สำเร็จโมเดลนี้อาจถูกนำไปใช้งานทั่วออสเตรเลีย

 

3. วงการบันเทิง แม้ถูกกักตัวแต่คนในวงการยังคงออกมาครีเอทความบันเทิงผ่านแอพฯ ต่างๆ สร้างความหฤหรรย์ เฮฮาอยู่เสมอ ถ้าในไทย Tik Tok น่าจะมาแรงแซงโค้งกว่าทุกแอพฯ ที่นี้มาดูกันว่าที่อื่นเค้าทำอะไรกัน

คริส มาร์ติน แห่งวง Coldplay กล่าวว่า “ดนตรีเหมือนเครื่องช่วยบำบัดให้มนุษย์เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ช่วยส่งพลังบวกให้กับทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงาน และผู้ฟัง” ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำลองโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Instagram Live หรือ Twitter ให้เป็นเวทีคอนเสิร์เพื่อให้กำลังใจทุกๆ คน รวมถึงตัวเขาเอง

นอกจากนี้ ด้วยข้อดีสำคัญของแอพพลิเคชั่น Zoom คือการ join พร้อมกันได้ทีละหลายๆ คน จึงช่วยให้เหล่าศิลปินรวมตัวกันพัฒนา MV ให้เรารับชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิ

ดูอา ลิปา ศิลปินสาวตาคมชาวอังกฤษ เชื้อสายอัลเบเนีย ใช้ช่วงเวลาของการกักตัวมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในตอนพิเศษรายการ The Late Late Show ที่ใช้ชื่อว่า Home Fest โดยเธอเอาเพลง Don’t Start Now มาโชว์แบบไลฟ์สดในห้องพัก พร้อมวีดีโอคอลผ่านชวนเพื่อนสมาชิกวงแบ็คอัพ, นักร้องคอรัส, แดนเซอร์ มาร่วมสนุกในโชว์นี้พร้อมกันอีกด้วย จะเห็นได้เลยว่าเป๊ะทั้งทีมจนถูกแชร์ต่อจนเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์

 

 

ขณะที่ จิมมี่ แฟลลอน นักแสดงและพิธีกรชื่อดังก็ชวนวง The Roots มาร่วม Cover เพลง  “Stuck in the Middle with You” จากบ้านของพวกเขาแต่ละคนผ่าน Zoom หรือ จอห์น คราซินสกี้ หนึ่งในนักแสดงละครเพลงบรอดเวย์ ที่หันมาร้องเพลงในสื่อโซเชียลมากขึ้น

 

 

รวมถึงไทย Zoom ก็ถูกใช้เป็นช่องทางของ ละครเวทีทึนทึก ตอนทางไกล A New Short Play ละครเวทีเฉพาะกิจในรูปแบบ Tele Theatre ซึ่งกระบวนการทำงานเป็นทางไกลทั้งหมด โดยการทำงานต่างๆ ใช้โปรแกรม Zoom เป็นหลัก ทั้งในการซ้อมและบันทึกภาพไว้ในระหว่างที่แสดง โดยทีมงานมีเพียงนักแสดง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ ที่ต่างคนต่างทำงานจากบ้านของตัวเอง

วงการบันเทิงจีนเองก็ปรับตัว โดยมีรูปแบบรายการแนวใหม่เอาใจคนกักตัวที่บ้านที่ใช้วิธีบันทึกรายการเเบบ Cloud Recording โดยศิลปินต่างๆ จะใช้วิธีสร้างโชว์จากที่บ้านและบันทึกผ่านสมาร์ทโฟน หรือ โน๊ตบุค เช่น ทอล์กโชว์ยอดนิยมอย่าง Day Day Up ก็ปรับปรุงรูปแบบให้เป็นการประชุมวิดีโอกับแขกรับเชิญแทนการมาบันทึกวิดีโอพร้อมกันในสตูดิโอ

 

4. วงการกีฬา Zoom ถูกผนวกใช้กับการฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลระดับโลก อาทิ บาเยิร์น มิวนิค ทีมชั้นนำแห่งเยอรมนี ลิเวอร์พูล ทีมดังจากเกาะอังกฤษ เพื่อแก้โจทย์ที่ว่าจะซ้อมในช่วง Social Distancing ให้มีประสิทธิภาพที่สุดได้อย่างไร เพราะแม้ไม่มีการแข่งขันแต่สภาพร่างกายยังคงต้องพร้อมอยู่เสมอนี่คือเรื่องสำคัญของนักกีฬา

 

 

วิธีการนักเตะและทีมสตาฟฟ์ต้องรวมกลุ่มกันทุกวัน เพื่อฝึกซ้อมตามคำแนะนำในยิมที่บ้านของตัวเองโดยแสดงตัวผ่านสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ททีวี โดยทีมจะแจกจ่ายเครื่องมือติดตามผลตให้ทุกคนเพื่อตรวจเช็กว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง ซ้อมเต็มที่ไหม ไขมันเพิ่มขึ้นหรือเปล่า โดยมีเกณฑ์ของแต่ละคนอยู่ บ้านใครขาดอุปกรณ์ออกกำลังกาย สโมสรก็จะจัดส่งให้ถึงบ้านเลย

การฝึกซ้อมรูปแบบนี้นอกจากช่วยด้านสภาพร่างกายแล้ว ยังช่วยกระชับสัมพันธ์ของทีมให้กลมเกลียวในช่วงที่แต่ละคนต้องห่างหายไปอีกด้วย ดังที่เราจะเห็นการแซว หยอกล้อ  กิจกรรมสนุกๆ อาทิ การให้ลูกทีมแต่ละชาติอวยพรวันเกิดเพื่อนตามภาษาท้องถิ่นของตนที่ปรากฎเรียกเสียงหัวเราะอยู่บนโลกออนไลน์

 

ดินเนอร์ออนไลน์

ทีมงานคุณภาพจากเทศการดนตรีและศิลปะ Wonderfruit เปิดตัว Virtual Chef’s Table Fruitfull แบรนด์ใหม่ล่าสุดซึ่งเดิมทีวางแผนไว้ว่าจะจัดขึ้นในรูปแบบของ Mini Festival ขนาด 1-2 วันเพื่อสื่อสารเรื่องราวของอาหารในแง่มุมของความยั่งยืน (Sustainability) แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ออฟไลน์อีเวนต์เกิดขึ้นได้ยาก

ทีมงานจึงคิดวิธีนำเสนอใหม่ทั้งหมดกลายเป็น Virtual Chef’s Table ที่ให้ชื่อซีรีส์แรกว่า Lockdown โดยมีขั้นตอนมีดังนี้ 1.จองที่นั่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ Fruitfull.co และระบุที่อยู่จัดส่งอาหารให้เรียบร้อย 2.เมื่อถึงวันอาหารจากเชฟจะไปส่งถึงบ้าน พร้อมลิงก์ให้เปิดเข้าไปในไลฟ์สตรีม และเริ่มทานอาหารพร้อมกัน ส่วนหนึ่งของรายได้จากการจองดินเนอร์ ยังนำไปสมทบทุนให้กับองค์กรการกุศล Covid Relief เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อีกด้วย

 

กักตัวแต่กักความรักไม่ได้…มงคลสมรสออนไลน์จึงเป็นทางออก

วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้งานอีเวนต์ทั่วโลกมีอันต้องยกเลิกไป แต่ยังทำให้งานแต่งงานของบ่าวสาวทั่วโลกต้องถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ล่าสุด“แอนดรูว์ คัวโม” ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กได้ออกมาประกาศว่าอนุญาตให้พลเมืองของรัฐจดทะเบียนสมรส และจัดพิธีแต่งงานผ่านการประชุมทางไกลหรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ต่อจากนี้คู่รักชาวนิวยอร์กสามารถทำพิธีมงคลสมรสผ่าน Zoom ได้แล้ว”