_covid19_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJuly 7, 2020

ผู้คนเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น และอเมริกา พากันย้ายถิ่นฐานออกนอกเมืองใหญ่ที่แออัดหลังสถานการณ์โรคโควิด 19 กำลังระบาดหนัก จนหลายบริษัทให้พนักงานทำงานผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตจากทางไกลได้ เป็นเหตุให้หลายคนพากันไปซื้อบ้านและที่ดินตามชนบทเพราะได้ทั้งบ้าน และที่ดิน รวมทั้งยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าการอยู่ในเมือง จนนักประชากรศาสตร์วิเคราะห์ว่าเมื่อย้ายกลับสู่ชนบทแล้วพวกเขาจะไม่คิดกลับมาอยู่ในเมืองอีกเลย

 

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศญี่ปุ่นที่ดูเหมือนกว่าจะยังไม่คลี่คลาย ทำให้ล่าสุดสำนักข่าวเอ็นเอชเค ของญี่ปุ่นรายงานว่า ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากกำลังมีแนวคิดในการย้ายถิ่นฐานจากเมืองมุ่งสู่ชนบทมากขึ้น โดยส่งเสริมให้มีการทำงานผ่านระบบ “เทเลเวิร์ก” หรือการทำงานผ่านเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้ผู้คนยังสามารถทำงานจากบริษัทเดิมได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่บริษัท จึงสามารถจะทำให้พวกเขาสามารถเลือกที่อยู่อาศัยที่ไกลออกไปจากในเมืองได้ นับเป็นการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และ การทำงานของชาวญี่ปุ่น หลังจากการระบาดของโรคโควิด 19 จนทำให้เกิดวิธีใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต จากก่อนหน้านี้เคยแออัดอยู่ในเมืองใหญ่ กลายเป็นความต้องการที่จะมีอิสระในการใช้ชีวิตออกนอกเมืองมากขึ้น

 

ย้ายนอกเมือง Covid-19_0

 

จากข้อมูลการโยกย้ายถิ่นฐานของรัฐบาลท้องถิ่นของญี่ปุ่นกว่า 74 แห่ง พบว่ามีประชาชนจำนวนกว่า 6,500 คนกำลังมองหาบ้านใหม่ที่เหมาะสมเพื่ออยู่อย่างปลอดภัย และมีอิสระแทนการต้องแออัดอยู่ในเมืองใหญ่ละต้องเสี่ยงกับโรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้นในเมืองสำคัญต่างๆ ด้วย โดยจากการตอบแบบสอบถามของประชาชนที่ต้องการย้ายถิ่นฐานระบุว่า โรคโควิด 19 เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องการย้ายบ้านใหม่ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็สนับสนุนให้ประชาชนหันไปใช้ชีวิตนอกเมืองมากขึ้น โดยให้รัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่งรับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจจะย้ายบ้าน เพื่อจัดทำข้อมูลและจัดหาที่ดินที่เหมาะสมให้กับผู้ที่ต้องการที่สามารถซื้อที่ดินเป็นของตัวเองในราคาที่เหมาะสมและยุติธรรม ทำให้พวกเขาสามารถมีที่ดินเป็นของตัวเองแทนการอยู่เช่าบ้านอยู่ในเมือง

 

“การทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือเทเลเวิร์ก ที่หลายบริษัทอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานได้ ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากสนใจการย้ายถิ่นฐานการอยู่อาศัยมากขึ้น” เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นระบุ

 

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ส่งเสริมให้ประชาชนเลือกที่จะออกไปอาศัยอยู่นอกเมืองมากขึ้น แทนการที่จะต้องแย่งกันกินใช้อยู่ในเมืองใหญ่ๆ จนทำให้เกิดความแออัด ส่งผลต่อเรื่องค่าครองชีพของประชาชน รวมไปถึงเรื่องของสุขภาพเพราะในเมืองมีคนมากเกินไป จนทำให้ในหลายเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น โตเกียว โอซาก้า หรือนาโกย่า กลายเป็นเมืองที่ติดอันดับที่พักอาศัยคับแคบและมีราคาแพงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ซึ่งการย้ายถิ่นฐานสู่ชนบทมีข้อดีไม่เพียงแต่สำหรับผู้ย้ายถิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนในพื้นที่นั้นๆ เพราะจะทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น โดยรัฐบาลส่งเสริมให้ผู้ย้ายถิ่นได้ทดลองทำงานใหม่ๆ โดยเฉพาะเกษตรกรรม เช่นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรืออื่นๆ ที่พวกเขาสนใจ หรือใช้เวลาว่างจากงานไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงจนทำให้ท้องถิ่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกด้วย

 

ย้ายนอกเมือง Covid-19_2

 

ทากาโกะ นิชิมูระ เคยทำงานบัญชีอยู่ในโตเกียว แต่กำลังมองหาบ้านใหม่เพื่อย้ายถิ่นฐานใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้โดย ให้เหตุผลว่า ที่ต้องการย้ายออกจากโตเกียวเพราะเบื่อหน่ายต่อการต้องใช้เวลาเดินทางไปทำงานด้วยเวลานาน และยังรู้สึกว่ายังมีความเสี่ยงสูงกับภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงโรคระบาดอย่างโควิด 19 ยังทำให้บริษัทของเธอพัฒนาระบบการทำงานเทเลเวิร์กได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจย้ายบ้าน แนะนำให้ย้ายไปอยู่ที่เมืองคิตามิ

 

สำหรับบ้านใหม่ของทากาโกะ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยในบริเวณใกล้เคียงมีสำนักงานดาวเทียมของเมืองคิตามิ ที่เธอจะสามารถเข้าไปใช้งานด้วย โดยเสียค่าบริการในราคาที่เหมาะสม ภายในมีอินเทอร์เน็ตและการประชุมออนไลน์ที่จำเป็นสำหรับการทำงานทางไกล

 

 

“หากเราสามารถเอาเวลาที่ต้องเครียดระหว่างการเดินทางไปทำงานในเมืองมาใช้ในการทำอย่างอื่น ฉันคิดเราสามารถมีชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น” ทากาโกะกล่าว

 

เทรนด์การย้ายถิ่นฐานออกจากนอกเมืองยังเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ในประเทศอื่นๆ อีก รวมถึงฟากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างรุนแรง การที่ผู้คนต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นจากการระบาดของโรคที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากเริ่มนึกถึงการย้ายถิ่นฐานออกนอกเมือง โดยเฉพาะผู้ที่เคยเติบโตอยู่ชนบท แต่ต้องเข้ามาทำมาหากินในเมือง เริ่มคิดถึงการกลับไปทำงานที่บ้านเกิด นอกจากจะเป็นการหนีจากโรคระบาดพวกเขายังคิดถึงเรื่องการดูแลพ่อแม่ผู้สูงอายุที่ถูกทิ้งไว้ในชนบทอีกด้วย

 

 

ตัวอย่างเช่น จิงกี้ เดมาเรส เดอริเวร่า ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินขององค์กรไม่หากำไรแห่งหนึ่ง ในแมนฮัต ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายกลับเมืองฮัดสันริเวอร์วัลเลย์ บ้านเกิดหลังจากที่ทำงานของเขามีนโยบายใหม่ที่ให้สามารถทำงานระยะไกลอย่างไม่มีกำหนด

 

ภรรยาของจิงกี้ บอกว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะกลับไปบ้านเกิดเพราะแม้ว่าได้รับประโยชน์มากมายจากการใช้ชีวิตในเมือง แต่เมื่อโตขึ้นและผ่านเหตุการณ์โรคระบาดครั้งนี้ทำให้เห็นคุณค่าของการอยู่ใกล้กับครอบครัวและมีที่ดินเป็นของตัวเองเพื่อดำรงชีวิตในบั้นปลายไม่ได้อาศัยอยู่แค่ในอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ เท่านั้น

 

ครอบครัวริเวร่า ไม่ใช่ครอบครัวเดียว เพราะมีชาวอเมริกันจำนวนมาก ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการย้ายออกจากเมือง เพราะสำหรับบางคนมันเป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับครอบครัว ท่ามกลางความหวาดกลัวด้านสุขภาพกับโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับโลก ซึ่งประโยชน์ของการย้ายออกนอกเมืองยังทำให้สามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น และนั่นคือผลจากสไตล์การทำงานรูปแบบใหม่ในการทำงานระยะไกล

 

 

จากการสำรวจของมูลนิธิครอบครัวไกเซอร์ในเดือนพฤษภาคมพบว่าร้อยละ 34 ของคนทำงานบอกว่าทำงานจากที่บ้าน และผู้คนในเมืองที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรค ทำให้ผู้คนในเมืองใหญ่อย่าง นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโกและซีแอตเทิลกำลังค้นหาโอกาสในการทำงานจากระยะไกล โดยข้อมูลด้านการจัดหาบ้านของอเมริกาชี้ให้เห็นว่ามีหลายคนกำลังพิจารณา หรือย้ายไปยังเมืองเล็ก ๆ หรือชานเมือง

 

อย่างไรก็ตามมีการวิเคราะห์ของนักประชากรศาสตร์ เห็นว่าการเทรนด์การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนเช่นนี้ มีเหตุผลสำคัญที่สุดคือการแพร่ระบาดของโรคทำให้เกิดความกลัวความใกล้ชิด การอาศัยอยู่ในเมืองหมายถึงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาแน่นซึ่งต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้คน และหากผู้คนสามารถที่จะทำงานทางไกลจากที่ใดก็ได้ การย้ายออกนอกเมืองอย่างถาวรจะเกิดขึ้น และยากที่พวกเขาจะกลับเข้าสู่ชีวิตในเมืองอีกครั้ง เพราะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ และสามารถมีความสุขอยู่กับครอบครัวเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาอยู่แล้วนั่นเอง


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

เวียดนาม ให้เครื่องบินต่างชาติเข้าแล้ว ส่วนญี่ปุ่นดิ้นเจรจา “ทราเวล บับเบิ้ล” กับหลายประเทศ หลังได้รับผลกระทบหนักด้านการท่องเที่ยว ขณะสิงคโปร์ มาเล นิวซีแลนด์ จีน เกาหลีใต้ จับคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กันเอง ส่วนรัฐบาลไทยยังไม่เคาะเป็นสนามบินได้เมื่อไหร่ แต่เตรียมหาคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” เช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจะยังคงยังไม่น่าไว้วางใจบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่หลายประเทศในโลกสามารถควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อจำกัดอยู่ในวงแคบ เป้าหมายการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศา อัปเดตข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในนโยบายด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียตะวันออก ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้รักการท่องเที่ยว เพราะสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาสั้น หลังจากที่ต้องอึดอัดอยู่บ้านตามข้อจำกัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากว่า 3 เดือน เริ่มต้นจาก…

 

ไทย

 

ภาพจาก : The Nation

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยประกาศปิดสนามบินนานาชาติทุกแห่ง โดยห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศบินเข้าน่านฟ้าประเทศไทยจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ยกเว้นสำหรับเที่ยวบินพิเศษที่รับคนไทยที่ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกักกักตัวของรัฐเป็นเวลา 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ ระบาด

อย่างไรก็ตามหลังที่ปิดประเทศมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นจีนเกาหลีใต้ เวียดนาม และไต้หวัน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอการศึกษาและประชุมอย่างละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กระนั้นการพูดถึงการเดินทางแบบจับคู่ท่องเที่ยวอย่าง “บับเบิ้ล ทราเวล” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี และคาดว่าหากจะเปิดประเทศขึ้นได้จริง ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 3 ของปี คือหลังเดือนกันยายนไปแล้ว

 

มาเลเซีย

ยังมีการประกาศหรือแนวโน้มการเปิดประเทศให้นักเดินทางเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียในขณะนี้ รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้เฉพาะเที่ยวบิน หรือการเดินทางที่จะเป็นการนำชาวมาเลเซียที่เดินทางกลับประเทศเท่านั้น และทุกคนจะต้องแยกตัวเองเป็นเวลา 14 วันหลังเดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงยังไม่สามารถเดินทางได้ และยังไม่ แต่มีข่าวว่ารัฐบาลมาเลเซียจะเจรจาทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศสิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

 

สิงคโปร์

 

ภาพจาก : https://karryon.com.au

 

สิงคโปร์ยังคงปิดชายแดน ไม่เปิดให้มีการเดินทางเข้าออก นอกจากการเดินทางของผู้โดยสารทางอากาศที่เดินทางผ่านสนามบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิงคโปร์มีแผนที่จะพิจารณา “บับเบิ้ล ทราเวล” จับคู่กับ ประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนติดกัน และ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อมามากมายในเดือนเมษายนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแรงงานอพยพ

 

จีน

จีนยังคงไม่เปิดรับชาวต่างชาติเขาประเทศ แต่ยกเว้นให้เข้าได้เพียงกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มอาชีพผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่างๆ และ ขณะนี้จีนกำลังทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” ร่วมกับ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อให้ประชาชนระหว่างกันสามารถเดินทางไปทำธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศได้

 

เกาหลีใต้

เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเที่ยวบินเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้ปิดรับชาวต่างชาติ หรือชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หากแต่ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเดินทางถึงเกาหลี ยกเว้นสำหรับนักการทูตและชาวต่างชาติที่มีสถานะทางธุรกิจอย่างเป็นทางการซึ่งจะทำการทดสอบแทนเมื่อเดินทางมาถึง

 

เวียดนาม

 

ภาพจาก : www.adventureinyou.com

 

เวียดนามนับเป็นประเทศแรกที่ภูมิภาคอาเซียน ที่เริ่มเปิดรับสายการบินจากต่างประเทศ โดยล่าสุด ประเทศที่เวียดนามเลือกให้มีเที่ยวบินต่างประเทศได้คือกลุ่มประเทศในเอเชีย คือ กวางโจว จีน, ไต้หวัน, โซล เกาหลีใต้, โตเกียว ญี่ปุ่น, ลาว และกัมพูชา โดยรัฐบาลระบุว่า จะค่อยๆ เริ่มให้มีเที่ยวบินไปต่างประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรืออาจจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม โดยเน้นประเทศที่ปลอดไวรัส

 

 

 

ญี่ปุ่น

 

ภาพจาก : https://livejapan.com

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเปิดรับชาวต่างชาติใน 4 ประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เวียดนาม และ  ไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่จะเดินทางได้วันละ 250 คนต่อวัน โดยหวังที่จะผ่อนคลายข้อจำกัด ในการเดินทาง ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นกำลังมีการเจรจากับในหลายประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่  ขณะที่ตอนนี้ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้กำหนดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจคาดว่าจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกและการเดินทางจะเป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบโรคที่สำคัญตามมาตรฐานการป้องกันของประเทศ   โดยปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นมีการเจรจาเพื่อทำบับเบิ้ล ทราเวล กับหลายประเทศ แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อในญี่ปุ่นยังไม่ดีนัก แต่หลายประเทศก็ให้การชื่นชมต่อการควบคุมการระบาด จากที่คาดว่าจะมีจำนวนพุ่งมาก แต่กลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียงหลักสิบเท่านั้น

 

ความพยายามของญี่ปุ่นในการเจรจาทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศต่างๆ นั้น เนื่องจากญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง เพราะต้องเลื่อนการจัดกีฬาโอลิมปิกออกไป ส่งผลถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียไป ในขณะที่หลังเกิดการระบาดรายได้ที่เคยเป็นรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าประเทศตกฮวบจนเป็นศูนย์ในเดือนที่มีการระบาดอย่างหนักนั่นเอง

 

ไต้หวัน

ส่วนใหญ่มีเพียงชาวไต้หวันและผู้ถือใบอนุญาตทำงานเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศทุกคนต้องผ่านการกักกัน 14 วัน ประเทศกำลังติดตามสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ อย่างรอบคอบโดยบอกว่าการทำให้การควบคุมชายแดนทำได้ง่ายขึ้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในการจัดการกับการระบาด และนับเป็นประเทศแรกๆ ที่หลายประเทศเตรียมอ้าแขนต้อนรับจาก ความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

 

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 

ภาพจาก : Darren England/EPA-EFE

 

ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกับขาเข้าระหว่างประเทศโดยมีข้อยกเว้นเพียงประการเดียวคือการส่งตัวพลเมืองและผู้อยู่อาศัยถาวรซึ่งต้องผ่านการกักกัน 14 วัน รัฐบาลทั้งสองได้หารือถึงฟองสบู่การเดินทางที่เป็นไปได้ซึ่งอาจรวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกแม้ว่านิวซีแลนด์จะลังเลที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ในขณะที่ออสเตรเลียยังคงอนุญาตให้เดินทางภายในประเทศได้ไม่ จำกัด


_ใส่แล้วเย็น_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 9, 2020

ศึกหน้ากากอนามัยระอุ ญี่ปุ่นออกแบบหน้ากากเย็นแข่งกันขายโยเน็กซ์เก๋ ใช้ไซเลนทอลผสมผ้า ระบุช่วยระบายอากาศ และซับเหงื่อได้ดี,มิตซูโน่ ผลิตจากผ้าพิเศษสำหรับนักกีฬา,ยูนิโคล่ ใช้ผ้าจากชุดชั้นในตัดเย็บ ขณะร้านเสื้อญี่ปุ่นออกแบบหน้ากากลดความเย็นด้วยการแช่ช่องฟรีซก่อนนำมาสวมใส่ เย็นยาวนานถึง 2 ชม.

 

หลังจากการระบาดของโรคโควิด 19 หน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ล่าสุดหลายบริษัทจากหลายอุตสาหกรรมกำลังเร่งพัฒนาหน้ากากอนามัย ในหลากหลายรูปแบบที่นอกจากจะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจแฟชั่นที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะนี้อีกด้วย

 

ทั้งนี้จากการที่ทางการแพทย์ได้ออกมายืนยันแล้วว่าหน้ากากอนามัยชนิดผ้าสามารถที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ ทำให้บริษัทด้านแฟชั่น การกีฬา หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่างคิดค้นรูปแบบที่แตกต่างกันไปเพื่อสร้างความโดดเด่นในหน้ากากผ้าของตนที่จะผลิตออกสู่ตลาด เช่น กลุ่มบริษัทด้านการกีฬาในประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มคิดค้นนวัตกรรมการออกแบบหน้ากากผ้าอนามัย โดยคำนึงสุขภาพและรายละเอียดที่จะคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้สวมใส่ เช่นเกี่ยวกับการออกแบบเสื้อผ้า หรือรองเท้าเพื่อสุขภาพราคาแพงกันเลยทีเดียว

 

 

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ในแต่ละช่วงฤดูอาจจะมีผลต่อการใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้า โดยในฤดูร้อนในประเทศร้อนชื้น การใช้หน้ากากอนามัยอาจจะทำให้ผู้สวมใส่หายใจลำบาก และขาดน้ำมากขึ้นได้ ทำให้บริษัทต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น แม้กระทั่งบริษัทที่ไม่เคยผลิตหน้าหน้ากากอนามัยเลยอย่าง บริษัทมิตซูโน่ บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของโลก เริ่มออกแบบการผลิตหน้ากากผ้า ที่ผลิตด้วยวัสดุผ้ายืดนุ่ม ที่ใช้ในการผลิตชุดว่ายน้ำ และชุดกีฬาประเภทลู่ และลาน เนื่องจากผ้าชนิดนี้จะสามารถซักล้างซ้ำได้หลายครั้ง มีเนื้อผ้าที่นุ่ม ระบายอากาศได้ดี แห้งเร็ว และยังช่วยลดความเครียดให้ผู้สวมใส่อีกด้วย

 

หลังการนำออกวางขายออนไลน์ ในราคาชิ้นละ 935 เยน หรือราว 300 บาท ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมียอดสั่งซื้อสูงสุดถึง 20,000 ชิ้นในวันแรกเลยทีเดียว

 

ขณะที่บริษัท โยเน็กซ์ผู้ผลิตไม้แบดมินตันเทนนิสและอุปกรณ์กีฬาอื่น ๆ เลือกที่จะผลิตหน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้าที่โยเน็กซ์ ระบุว่า เป็นผ้าสุดยอดแห่งความเย็น เพราะเป็นผ้าที่ผสมไซเลนทอลลงไปในเนื้อผ้า ก่อนที่จะนำมาผลิตเป็นหน้ากากอนามัย โดยจะเริ่มขายครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมนี้

ก่อนหน้านี้โยเน็กซ์ ใช้ไซลิทอลซึ่งดูดซับความร้อนและซับเหงื่อได้อย่างดี ได้ถูกนำมาใช้ในเครื่องแต่งกายกีฬาของโยเน็กซ์เพื่อผลิตชุดกีฬาให้กับทีมแบดมินตันแห่งชาติญี่ปุ่นและนักเทนนิสมืออาชีพชื่อดังจำนวนมากมาแล้ว

 

 

“ในขณะที่ผู้คนใช้เวลาสวมหน้ากากป้องกันเชื้อไวรัส เราหวังว่าเทคโนโลยีของเราจะช่วยให้ผู้สวมใส่หน้ากากของเราใช้รู้สึกเย็นสบายในช่วงที่อากาศร้อนแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี” ผู้จัดการด้านการตลาดของโยเน็กซ์ระบุ โดยสำหรับหน้ากากผ้าผสมไซเลนทอลของโยเน็กซ์ จะเปิดขายในราคา 840 เยน หรือราว 250 – 280 บาท

 

ขณะที่ยูนิโคล่ บริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของญี่ปุ่น ได้ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่าวางแผนที่จะเริ่มขายหน้ากากซึ่งมีวัสดุที่ระบายอากาศได้ดีและแห้งเร็วที่ยูนิโคล่ใช้ผลิตชุดชั้นใน AIRism ซึ่งเป็นสินค้ายอดนิยมของยูนิโคล่ แต่ยังไม่ได้ระบุวันออกจำหน่ายที่แน่นอน

 

นอกจากนี้ บริษัทเสื้อผ้าท้องถิ่นของญี่ปุ่น ใจ จ.ยามากาตะ ก็ได้ตกเป็นข่าวดังเมื่อผลิตหน้ากากอนามัยที่สามารถใส่เจลทำความเย็นลงไปได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการความเย็นในช่วงอากาศร้อนของญี่ปุ่นที่มักจะมีอากาศร้อนชื้น อึดอัด และบางครั้งมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่

 

 

สำหรับหน้ากากของร้านเสื้อแห่งนี้ถูกออกแบบให้มีช่องสองช่องสำหรับใส่ เจลทำความเย็น ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่เย็นลงได้หนึ่งถึงสองชั่วโมง และล่าสุดได้มีการออกแบบหน้ากากชนิดใหม่ ที่สะดวกและสวยงามกว่าคือผู้ใช้สามารถนำหน้ากากแช่ในช่องแช่แข็งก่อนออกนำมาใช้ โดยเปิดขายในชิ้นละ 1,300 เยน หรือราว 450 บาท ผู้ซื้อสามารถหาซื้อได้ตามช่องทางออนไลน์

 

เรียกได้ว่าตลาดหน้ากากผ้าป้องกันไวรัสสไตล์ “New Normol” ของชาวญี่ปุ่นที่มักจะมีไอเดียแปลกและแตกต่างก่อนคนอื่นอยู่เสมอ กำลังเริ่มร้อนระอุตามฤดูกาลที่กำลังจะเปลี่ยนไปและเชื่อว่าจะยังมีนวัตกรรมหน้ากากอนามัยใหม่ๆ ออกมาให้ชาวโลกได้ตื่นเต้นอีกอย่างแน่นอน


_โชว์ฟรี_ขอบริจาค_โควิด19_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 26, 2020

โปรดิวเซอร์รายการศิลปะของอินโดนีเซียช่อง Dance Dance Network ผ่านยูทูป ช่วยเหลือนักกลุ่มนักเต้นที่ต้องตกงานจากผลกระทบโควิด 19 โดยใช้เป็นเวทีโชว์การแสดงแบบฟรีออนไลน์ เพื่อขอรับเงินบริจาคจากผู้ชมตามความสมัครใจเพื่อต่อชีวิตศิลปิน พร้อมแบ่งส่วนหนึ่งสมทบทุนทีมแพทย์แก้ปัญหาการระบาดของโคโรนาไวรัส

 

 

สำนักข่าวเอพี รายงานข่าวความพยายามของศิลปินชาวอินโดนีเซียที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด หลังได้รับผลกระทบจากโรคระบาดครั้งใหญ่จนทำให้ขาดรายได้ โดยนำเสนอเรื่องราวชายหนุ่มนักเต้น ชาวอินโดนีเซียอย่างชิโก เซทยันโต ที่ต้องประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ หลังงานของเขาถูกยกเลิกทั้งหมด ทั้งๆ ที่ก่อนการระบาดปีนี้อาจจะเป็นปีทองในการสร้างรายได้ เพราะเขามีคิวการแสดงที่จะต้องออกเดินทางไปโชว์ศิลปะการเต้นในแบบดั้งเดิมของอินโดนีเซียที่ต่างประเทศหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนีและเกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งทัวร์การแสดงในประเทศอินโดนีเซียเอง ขณะที่ยังมีงานการฝึกสอนให้กับนักเรียนในคลาสศิลปะการเต้นอีกด้วย

 

แต่หลังเกิดการระบาดชิโก ต้องไปกักกันตัวเองอยู่ที่บ้านของภรรยา ซึ่งจากเวลานั้นจนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วโดยไม่ได้ทำอะไรเลย งานทุกอย่างถูกระงับ และแน่นอนปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่างๆ ที่ไม่หยุดตามไปทำให้เกิดความเครียดตามมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

อย่างไรก็ตามล่าสุดชิโก ได้รับความช่วยเหลือจากนักออกแบบท่าเต้น 2 คนในจาร์กาตา เมื่อทราบว่าเขากำลังลำบาก แต่ความสามารถและศิลปะการเต้นในรูปแบบดั้งเดิมของอินโดนีเซียเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเชื่อว่ายังคงได้รับการสนับสนุนจากคนจำนวนมาก พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะให้ชิโก บันทึกลีลาการเต้นของชิโก ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ลงบนช่องทางเพลตฟอร์มยูทูป พร้อมกับระบุชัดเจนว่าขอบริจาคเพื่อสนับสนุนและต่อชีวิตศิลปะการแสดงการเต้นของอินโดนีเซียนี้ และยังเป็นการช่วยเหลือนักเต้นที่ขาดรายได้ในช่วงนี้ด้วย

 

โยลา ยูเฟน สมาชิกของกลุ่มงานศิลปะจาการ์ตาหนึ่งในผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ ชิโก บอกว่า พวกเขาเคยเห็นการเผยแพร่การแสดงศิลปะการเต้นแบบนี้ในระบบออนไลน์ และทุกคนที่ชอบจะเข้ามาดูได้ฟรี มันเป็นพื้นที่สำหรับผู้ที่รักในเสียงดนตรี และศิลปะการแสดงในรูปแบบนี้ และหากผู้ชมชอบการแสดงพวกเขาก็จะให้คำแนะนำกับนักแสดง ดังนั้นเราจึงเปิดช่องในยูทูปขึ้น โดยใช้ชื่อว่าช่อง Dance Dance Network ของอินโดนีเซีย บนเวทีดิจิทัลนักเต้นสามารถแสดงผลงานของพวกเขา โดยรายการจะเปิดให้ศิลปินสามารถแสดงความสามารถได้อย่างอิสระ และผู้ชมจะสามารถร่วมบริจาคเงินหากชื่นชอบ หรือต้องการสนับสนุนนักแสดงเหล่านี้

 

 

ตั้งแต่มีการระบาด ช่อง Dance Dance Network มีการอัปโหลดคลิปวิดีโอไปแล้วมากกว่า 60 รายการ โดยเป็นการแสดงทั้งจากนักแสดงเดี่ยว หรือ กลุ่มนักเต้นรำต่างๆ ที่ช่องไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีรูปแบบใด ดังนั้นมันจึงมีคลิปวิดีโอที่หลากหลายสำหรับผู้ชม ตั้งแต่ การเต้นรำดั้งเดิมของอินโดนีเซีย ,บัลเลต์ร่วมสมัย การเต้นฮิปฮอป ไปจนถึงคลิปการเต้นออกกำลังกาย

 

สำหรับเงินบริจาคที่ได้รับจากผู้ชมจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยนักแสดงจะได้ส่วนแบ่ง 75% อีก 20% จะถูกแบ่งไปเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาCOVID-19 ในประเทศอินโดนีเซียและส่วนที่เหลือจะเป็นจ่ายค่าใช้จ่ายของโครงการ และแน่นอนชิโก ซึ่งเข้าร่วมโครงการนี้ได้รับเงินจากส่วนแบ่งนี้ด้วยเมื่อเขาได้ทำการบันทึกคลิปการเต้นของตัวเองและอัปโหลดไปยังช่อง Dance Dance Network ทำให้รู้สึกดีใจที่ยังมีพื้นที่สำหรับการแสดงของเขา และซาบซึ้งมากที่ยังคงมีคนสนับสนุนการแสดงของเหล่าศิลปินที่ต้องประสบกับปัญหายากลำบากในระหว่างที่โรคระบาดในขณะนี้

 

 

ที่จริงแล้วความริเริ่มการแสดงดังกล่าว เกิดขึ้นจากแนวคิดของ รัสดี อนินดาจาติ โปรดิวเซอร์รายการทีวีด้านการแสดงของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็น อดีตผู้ป่วยโรค COVID-19 จนเป็นที่รู้จักขึ้นมาในฐานะของผู้ป่วยรายที่ 3 ในอินโดนีเซีย และการที่เขามีชีวิตรอดจากโรคนี้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะหาทางทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้างในช่วงของการระบาดใหญ่

 

“เพราะผมโตมาในสังคมของนักเต้นเหล่านี้ จึงมีความคิดว่าจะช่วยเหลืออะไรกับพวกเขาได้ และยิ่งไปกว่านั้นคือมันจะไม่ใช่เป็นเพียงการช่วยเหลือศิลปินนักเต้นเหล่านี้เท่านั้นแต่ มันยังรวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน” รัสดี กล่าว


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 20, 2020

หนุ่มสาวชาวศรีลังกายกเลิกงานฉลองแต่งงานเป็นการแจกของให้กับคนจนในระหว่างถูกล็อกดาวน์ระหว่างการระบาดของโรคโควิด 19 แทน จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มสาวคู่อื่นทำตาม ชี้รอยยิ้มของผู้รับเป็นของขวัญวันแต่งงานที่มีค่าทำให้มีความสุขจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้

 

ท่ามกลางความยากลำบากในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในทุกประเทศทั่วโลก ทำให้ชีวิตที่เคยปกติของผู้คนต้องเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงชีวิตของหนุ่มสาวชาวศรีลังกาที่กำลังจะจัดงานแต่งงานในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน ทำให้เป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดงานแต่งงานที่ใหญ่โตขึ้นได้ แต่แทนที่จะเลือกจะล้มเลิกพิธีทั้งสองกลับเปลี่ยนแปลงการฉลองในระหว่างญาติพี่น้องเพื่อนฝูง เป็นการใช้เงินที่เตรียมในการซื้อของแจกจ่ายให้กับผู้คนยากจน และกำลังลำบากระหว่างที่ต้องกักกันตัวเองอยู่ในบ้าน จนไม่สามารถออกไปอาหาร หรือสิ่งจำเป็นได้อย่างเพียงพอ

 

 

ดาชานา คุมารา วิเจนารายา และ วานี รางายา เป็นสองหนุ่มสาวชาวศรีลังกาที่เลือกจะแบ่งปันความสุขในวันสำคัญของพวกเขาหลังจากที่ใช้เวลาวางแผนเพื่อจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่มากว่า 1 เดือนต้องหยุดชะงักลงเพราะการระบาดของโรคโควิด 19 ที่แพร่ระบาดไปยังเกาะศรีลังกาด้วย

 

ดาชานา เล่าว่า ทั้งสองได้เตรียมการแต่งงานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า แหวนแต่งงาน เค้ก และการจองห้องจัดเลี้ยง และจะเชิญแขกเข้าร่วมงานจำนวน 250 คน แต่เมื่อเกิดการระบาดและรัฐบาลขอให้ทุกคนช่วยกันระงับการจัดงานรวมตัวเพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับงานแต่งงานและทุกอย่างที่เตรียมไว้แล้ว แม้ว่าจะมีเพื่อนๆ บอกให้เลื่อนงานแต่งงานออกไป แต่เขาเห็นว่าสิ่งที่ได้เตรียมไว้แล้วน่าจะมีประโยชน์กว่าหากสามารถเปลี่ยนจากเงินทองที่ต้องใช้ในงานจัดเลี้ยงเป็นการแบ่งปันให้กับผู้คนที่ยากจนแทน

 

 

ดาราชานา เป็นเจ้าของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ขณะที่คู่หมั้นของเขา เป็นผู้ช่วยห้องปฏิบัติการในโรงเรียนของรัฐ ตัดสินใจที่จะยังคงวันแต่งงานของพวกเขาไว้ โดยจัดพิธีจดทะเบียนสมรส ทำพิธีตามประเพณีของศรีลังกากับครอบครัวเพียงไม่กี่คน และมีการเลี้ยงฉลองเล็กๆ เท่านั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะสวมหน้ากากอนามัย และนำสิ่งของจำเป็นจำพวก อาหารสำเร็จรูป ของใช้ส่วนตัว รวมทั้งของเล่นสำหรับเด็ก จนถึงน้ำยาฆ่าเชื้อ หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ออกไปแจกจ่ายตามบ้านเรือของผู้ยากไร้ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นละแวกที่มีผู้คนยากจนอาศัยอยู่ บ้านบางหลังใช้เพียงแผ่นไม้เล็กๆ เลอะเทอะด้วยโคลน ใช้เป็นที่หลับนอนเท่านั้น  บางบ้านมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อาศัยกับแม่เพียงลำพัง เมื่อทั้งคู่นำสิ่งของไปมอบให้ทำให้ทุกคนดีใจมาก และต่างอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานตลอดไป

 

 

เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป ร้านของดาราชานา กลายเป็นจุดสนใจ มีผู้คนมากมายมาเยี่ยมชมและช่วยซื้อสินค้าจากร้านของเขา เพราะชื่นชมในความมีน้ำใจของทั้งคู่

 

“เรารู้สึกมีความสุข และดีใจมากที่ได้ทำสิ่งที่มีค่า แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งของเล็กน้อยแต่สำหรับพวกเขาแล้วมันสำคัญมาก รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาคือคำอวยพรที่เราไม่สามารถจะอธิบายได้ และเราก็รู้สึกว่างานแต่งงานของเราเป็นวันที่มีความสุขที่สุด”

 

ประเทศศรีลังกามีผู้ติดเชื้อคนแรกจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ กระทั่งต่อมามีการระบาดไปยังชาวศรีลังกามากขึ้นในเดือนมีนาคม จนรัฐบาลต้องประกาศล็อกดาวน์ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทำให้กิจกรรมต่างๆ ถูกหยุดลงโดยสิ้นเชิงรวมถึงงานแต่งงานของทั้งสอง กระทั่งสถานการณ์ดีขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน ทำให้หลายอย่างคลี่คลาย แต่ข่าวความมีน้ำใจของสองหนุ่มสาวกลับยังไม่หายไป ทุกวันนี้ยังคงมีคนแวะไปเยี่ยมร้านของดาราชานาและภรรยาของเขาเพื่อชื่นชมและ ยังเผยแพร่ข่าวนี้ออกไป จนทำให้คู่บ่าวสาวอื่นๆ ทำตามเพิ่มอีกหลายคู่อีกด้ว


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 19, 2020

ครูชาวเขมรวัย 64 ปี ลงทุนขับรถตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อสอนนักเรียน หลังโรงเรียนถูกปิดจากปัญหาการระบาดของโควิด 19 ระบุ แม้รัฐบาลจะให้เด็กเรียนออนไลน์ แต่โรงเรียนในชนบททำไม่ได้ แม้จะเหนื่อยแต่ก็เป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องให้ความรู้เด็ก

 

ในระหว่างที่นักเรียนในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการเรียนในระบบออนไลน์ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการของไทย จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะที่ แต่ในอีกมุมหนึ่งของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา กลับมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไป แม้จะดูไม่ทันสมัยแต่ก็อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่หลายคนมองว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าการให้นักเรียนนั่งเรียนจากจอโทรทัศน์

 

สำนักข่าวซินหัว ของจีนรายงานว่า ที่พื้นที่ชนบทแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา มีคุณครูชื่อว่า เซ็น วันนา (Sen Vanna) ได้ใช้วิธีการขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆ ของเขาออกไปจากบ้านในระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรทุกวัน เพื่อไปสอนนักเรียนของเขาที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือไม่มีแม้กระทั่งโทรทัศน์ที่รับชมรายการต่างๆ โดยการเดินทางไปสอนนักเรียนของเซ็นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เด็กๆ ต้องประสบปัญหาการเรียนเนื่องจากโรงเรียนต้องปิดลงจากผลกระทบของโรค COVID-19 .

 

เรียนออนไลน์มีปัญหา..ครูเขมรอาสาสอนถึงบ้าน

 

ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ ของรัฐบาลกัมพูชาได้สนับสนุนให้นักเรียนศึกษาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือช่องทีวีที่จัดให้ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก แต่เนื่องจากนักเรียนของครูเซ็น วันนา ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ทำให้มีปัญหาในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและช่องทีวี ไม่สามารถเข้าถึงการจัดการของกระทรวงศึกษาธิการได้ ทำให้เขาและเพื่อนครูจากโรงเรียนเดียวกัน ได้ตัดสินใจที่จะออกเดินทางไปหานักเรียนด้วยตัวเอง และจัดการเรียนการสอนที่บ้านของเด็กๆ จากบทเรียนที่ได้เตรียมไว้แล้ว

 

“ในชุมชนนักเรียนไม่สามารถเรียนออนไลน์เพราะไม่มีสมาร์ทโฟนและบริการอินเทอร์เน็ตที่นี่แย่มากในขณะที่การเรียนรู้เกี่ยวกับช่องทีวีที่ให้นั้นเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณ” ครูเซ็น วันนา ซึ่งปัจจุบันอายุ 64 ปี และเขาเป็นครูชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ กล่าวและเล่าต่อว่าเขาต้องขับมอเตอร์ไซค์ของเขาประมาณ 20 กม. ทุกวันทำงานไปมาระหว่างบ้านของเขากับบ้านของนักเรียน ซึ่งในตอนแรกอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าน เช่นเรื่องสถานที่ เพราะบ้านของเด็กๆ มักจะมีสถานที่ไม่เพียงพอต่อการเรียน ต่อมาจึงมีการแก้ปัญหาเป็นการจัดกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้เด็กเรียนร่วมกัน โดยจะสอนให้กับนักเรียนแต่ละกลุ่มครึ่งชั่วโมง โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละกลุ่ม และเขาก็สามารถที่จะสอบนักเรียนได้ประมาณ 4 กลุ่มใน 1 วัน

 

เรียนออนไลน์มีปัญหา..ครูเขมรอาสาสอนถึงบ้าน

 

ในการเรียนการสอน เด็กๆ ทุกคนจะต้องรักษาสุขอนามัยที่ดี เพื่อป้องกันการระบาดของโรคระบาด โดยนักเรียนทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างทางสังคมตามที่รัฐบาลกำหนด อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการเดินทางไปสอนนักเรียน แต่ว่าเด็กบางคนก็อาจจะไม่ได้เข้ามาร่วมเรียนด้วยเพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำนา เพราะในขณะนี้เป็นช่วงการทำนาของประเทศกัมพูชา

 

เรียนออนไลน์มีปัญหา..ครูเขมรอาสาสอนถึงบ้าน

 

ครูเซ็น วันนา บอกว่า การที่จะต้องเดินทางไกลทุกวันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเหนื่อย และน่าเบื่อหน่ายเหมือนกันเพราะต้องไปแต่ละหมู่บ้าน แต่นั่นคือภาระหน้าที่ของเขาในฐานะที่เป็นครูมานานกว่า 40 ปี ที่จะต้องให้ความรู้กับเด็ก และเขาก็รู้สึกสงสารเด็กนักเรียนที่จะไม่ได้เข้าห้องเรียนเป็นเวลานาน เนื่องจากปัญหา COVID-19

 

ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการของกัมพูชา ระบุว่าสำหรับนักเรียนในพื้นที่ชนบทที่ไม่สามารถเข้าชั้นเรียนออนไลน์หรือไม่มีทีวีพวกเขาสามารถรวมตัวกันเพื่อการศึกษา แต่ต้องไม่เกิน 10 คนและจะต้องรักษาสังคมและทำตามคำแนะนำด้านสุขภาพ จัดทำโดยหน่วยงานด้านสุขภาพท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชาประกาศว่าประเทศกัมพูชามีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ภายในประเทศจำนวน 122 ราย และได้รับการรักษาแล้ว ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว


Zazen-at-home-สอนสมาธิวัดญี่ปุ่น_Cover_2-1.jpg

kinyupen_adminMay 14, 2020

วัดญี่ปุ่นปิ๊งไอเดีย ทำวิดีโอสอนสมาธิแบบเซน พร้อมซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ Zazen at Home ใช้ฉากสวยงามเป็นฉาก ช่วยคนคลายเครียดจากโควิด 19

เพราะปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้หลายประเทศมีข้อกำหนดล็อกดาวน์และการออกนอกบ้าน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเครียด สิ่งหนึ่งที่หลายคนใช้แก้เครียดคือการนั่งสมาธิเพื่อสงบสติอารมณ์และคลายเครียด ทำให้ล่าสุดวัดพุทธนิกายไทโซอินเซนแห่งหนึ่งในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มีแนวคิดการแบ่งปันเทคนิคการทำสมาธิในนิกายซาเซน ให้กับผู้สนใจสามารถนำไปฝึกที่บ้านได้ โดยการจัดทำเป็นคลิปวิดีโอที่ทำตามได้ง่าย มีนักบวชในนิกายเป็นผู้บรรยายพร้อมซับไตเติ้ลเป็นภาษาอังกฤษด้วย

 

 

ซาเซน เป็นวิธีการทำสมาธิของศาสนาพุทธในนิกายเซน ที่มีแนวคิดจากการเริ่มต้นของธรรมชาติ สู่การดำรงชีวิตจนถึงช่วงเวลาปัจจุบัน โดยในเนื้อหาคลิปวิดีโอแนะนำการทำสมาธิดังกล่าว จะนำเสนอเทคนิคตั้งแต่การเริ่มต้นทำสมาธิในแบบของซาเซน ด้วยที่ง่ายและรวดเร็ว จากการกำหนดท่าทางในการนั่งสมาธิและการกำหนดการหายใจ สิ่งที่โดดเด่นในวิดีโอคลิปของวัดแห่งนี้ ยังอยู่ที่การทำให้ผู้รับชมสามารถผ่อนคลายไปกับฉากที่สงบเงียบของสวนภูมิทัศน์อายุ 500 ปีภายในวัด ภาพต้นซากุระข้างน้ำตกที่ไหลริน กลีบดอกซากุระที่ ร่วงหล่นในสวนหินและทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งจะช่วยให้การทำสมาธิดูผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นด้วย

 

 

สำหรับคลิปวิดีโอแต่ละคลิปมีความยาวประมาณ 10 นาที แต่หากต้องการชมซ้ำก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดวนซ้ำนานเท่าต้องการ โดยทางวัดแนะนำให้ใช้วิดีโอด้วยหูฟังเพื่อตัดเสียงรบกวนต่างๆ ออกไปซึ่งจะทำให้ผู้ทำสมาธิสามารถที่จะรู้สึกเหมือนกับได้นั่งสมาธิอยู่ในวัดจริงๆ

 

โดยปกติแล้ววัดในศาสนาพุทธนิกายไทโซ อินเซน จะเปิดให้เข้าชม พร้อมกับสอนวิธีการเขียนตัวอักษรญี่ปุ่นด้วยพู่กัน การนั่งสมาธิ รวมถึงการสอนวิธีดื่มชาแบบต้นฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง แต่ปัจจุบันวัดแห่งนี้ต้องหยุดกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมด เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ทางวัดมีแนวคิดการทำคลิปวิดีโอขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้คนได้ผ่อนคลายความเครียดในระหว่างที่ต้องอยู่ที่บ้าน และยังเป็นการเผยแพร่การทำสมาธิแบบซาเซนได้อีกทางหนึ่งด้วย


_Cover_2-1.jpg

kinyupen_adminMay 14, 2020

การระบาดของโรคโควิด 19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ความขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคหลายอย่างยังส่งต่อสัตว์ต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากเกือบทุกแห่งถูกปิดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

ล่าสุดที่สวนสัตว์ Calgary ในแคนาดา จำเป็นที่จะต้องส่งแพนด้ายักษ์สองตัวที่เคยได้รับจากประเทศจีนกลับไปยังประเทศจีนก่อนกำหนด เนื่องจากประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารที่จะนำมาให้พวกมันกิน หลังจากเกิดการระบาดทำให้ระบบต่างๆ ในการจัดซื้อ จัดหาอาหารรวมไปถึงการขนส่งอาหารสำหรับแพนด้ามีปัญหาตามไปด้วย  แพนด้าทั้งสองตัวถูกส่งมายังสวนสัตว์แห่งภายใต้สัญญา 10 ปี และพวกมันได้มาอยู่ที่สวนสัตว์สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2561 โดยที่ผ่านมาสวนสัตว์ต้องสั่งอาหารโดยเฉพาะไผ่จากประเทศจีนเพื่อเป็นอาหารให้กับแพนด้าทั้งสองตัว

 

 

แต่เนื่องจากเกิดการระบาดของโรค ทำให้เที่ยวบินต่างๆ ถูกระงับรวมถึงเที่ยวบินที่ขนส่งไผ่จากประเทศจีนด้วย ซึ่งทำให้ไผ่ที่เคยถูกส่งตามกำหนดล่าช้าออกไป จนขาดความสดใหม่ พวกมันจึงปฏิเสธที่จะกิน และอาจจะส่งกระทบต่อสุขภาพของทั้งสองตัว และหากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในแคนาดายังคงไม่ดีขึ้น และคาดการณ์ว่าอาจจะมีการระบาดรอบใหม่ทำให้ทางสวนสัตว์จำเป็นที่จะต้องส่งแพนด้าทั้งสองกลับไปยังประเทศจีน เพราะต้องคำนึงถึงสุขภาพของมันเป็นอันดับแรก ตามสัญญาที่เคยได้ทำไว้กับประเทศจีน

 

ที่มาและรูปภาพจาก Calgary Zoo