_Cover_2-1.jpg

kinyupen_adminMay 14, 2020

การระบาดของโรคโควิด 19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ความขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคหลายอย่างยังส่งต่อสัตว์ต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากเกือบทุกแห่งถูกปิดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

ล่าสุดที่สวนสัตว์ Calgary ในแคนาดา จำเป็นที่จะต้องส่งแพนด้ายักษ์สองตัวที่เคยได้รับจากประเทศจีนกลับไปยังประเทศจีนก่อนกำหนด เนื่องจากประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารที่จะนำมาให้พวกมันกิน หลังจากเกิดการระบาดทำให้ระบบต่างๆ ในการจัดซื้อ จัดหาอาหารรวมไปถึงการขนส่งอาหารสำหรับแพนด้ามีปัญหาตามไปด้วย  แพนด้าทั้งสองตัวถูกส่งมายังสวนสัตว์แห่งภายใต้สัญญา 10 ปี และพวกมันได้มาอยู่ที่สวนสัตว์สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2561 โดยที่ผ่านมาสวนสัตว์ต้องสั่งอาหารโดยเฉพาะไผ่จากประเทศจีนเพื่อเป็นอาหารให้กับแพนด้าทั้งสองตัว

 

 

แต่เนื่องจากเกิดการระบาดของโรค ทำให้เที่ยวบินต่างๆ ถูกระงับรวมถึงเที่ยวบินที่ขนส่งไผ่จากประเทศจีนด้วย ซึ่งทำให้ไผ่ที่เคยถูกส่งตามกำหนดล่าช้าออกไป จนขาดความสดใหม่ พวกมันจึงปฏิเสธที่จะกิน และอาจจะส่งกระทบต่อสุขภาพของทั้งสองตัว และหากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในแคนาดายังคงไม่ดีขึ้น และคาดการณ์ว่าอาจจะมีการระบาดรอบใหม่ทำให้ทางสวนสัตว์จำเป็นที่จะต้องส่งแพนด้าทั้งสองกลับไปยังประเทศจีน เพราะต้องคำนึงถึงสุขภาพของมันเป็นอันดับแรก ตามสัญญาที่เคยได้ทำไว้กับประเทศจีน

 

ที่มาและรูปภาพจาก Calgary Zoo


-น้องแมว-อดหลังอาหาร_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 11, 2020

ผลกระทบจากการวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เกิดมาตรการล็อกดาวน์ ปิดเมือง หรือ Lock down ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบกับคนเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงสัตว์น้อยใหญ่ด้วยเช่นกัน สวนสัตว์หลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศขาดรายได้จนต้องขอเปิดรับบริจาคเงิน หรือ อาหารเพื่อนำมาเลี้ยงสัตว์ อาทิ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม หมู่บ้านช้างพัทยา มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยฯ ที่พักสุนัขและแมวจรจัดหลายแห่ง

 

หรือฟังแล้วทำให้ค่อนข้างใจหายอย่างสวนสัตว์ Tierpark Neumünster ในเยอรมนี ที่บอกว่า ในขั้นเลวร้ายสุดอาจจำเป็นต้องฆ่าสัตว์บางชนิดเพื่อเป็นอาหารสัตว์อื่น แต่โชคดีที่ยังไม่เลวร้ายจนถึงขั้นนั้น

 

ล็อกดาวน์ทำน้องหมาน้องแมว อดอยาก?

 

นอกจากรายได้แล้วการปิดเมืองก็ทำให้การนำเข้า – ส่งออกอาหารสัตว์กลายเป็นปัญหาที่กระทบเป็นลูกโซ่ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งจากที่ทีมงานกินอยู่เป็น ได้สำรวจความเห็น ร้านค้าปลีกอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง ย่านถนนนาคนิวาส ลาดพร้าว 71 ทางผู้ค้าให้ข้อมูลว่า

 

“แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นภาพที่มีผลกระทบกับธุรกิจอาหารสัตว์ชัดเจน แต่ร้านค้าเริ่มได้รับผลกระทบของการรับสินค้านำเข้าอย่างหนึ่งคือ เนื่องจากมีมาตรการควบคุมการส่งออก ทำให้ได้รับสินค้าล่าช้า โดยเฉพาะอาหารสัตว์ ประเภทสุนัข แมวที่มาจากฝั่งอเมริกาและอิตาลี เยอรมนี อังกฤษ อาทิ Whiskas ,Friskies ,Royal canin ,Pedigree ,Smartheart ,purina proplan , ANF ,WERUVA ถึงยังไม่มีการปรับราคาสินค้า แต่ก็ทำให้ของเริ่มขาดตลาด

ส่วนอาหารสัตว์แบรนด์ไทยยังไม่มีผลกระทบอะไร กรณีเลวร้ายสุด ถ้าการนำเข้าส่งออกถูกปิดกั้นจนชะงัก แต่อาหารสัตว์เลี้ยงก็ยังมีให้ซื้อขายได้อยู่ แต่ผู้ซื้ออาจต้องเปลี่ยนจากแบรนด์ต่างชาติมาเป็นแบรนด์ไทยเท่านั้นเอง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ด้วยว่าจะลดลงหรือไม่ เพราะถ้าลดลงการนำเข้าและส่งออกก็น่าจะฟื้นตัวได้อีกครั้ง”

 

ทั้งนี้จากข้อมูลของผู้ประกอบการค่อนข้างสอดคล้องสถานการณ์ล่าสุดที่ว่า “อาหารสัตว์แบรนด์ไทย” จะยังคงเพียงพอต่อความต้องการของผู้เลี้ยงสัตว์ชาวไทยแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ของไทย เผยว่า ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเพิ่มขึ้นแม้อยู่ในช่วงวิกฤต เนื่องจากสัตว์เลี้ยงต้องบริโภคเป็นประจำประกอบกับผู้เลี้ยงมีความเอาใจใส่ให้ความสำคัญเสมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้มีการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงสำรองไว้ ส่งผลดีให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ของไทยมีโอกาสขยายการส่งออกได้

นั่นทำให้กำลังผลิตต้องเร่งขยายตามไปด้วย กลายเป็นอานิสงส์ให้น้องหมา น้องแมวเมืองไทยที่มีเจ้าของไม่อดตายแน่นอน

แต่ถ้าเป็นหมาจร แมวจรไม่ว่าอาหารสัตว์มีเพียงพอ หรืออาจไม่เป็นผล เพราะท้ายสุดยังคงต้องกัดฟันสู้และเฝ้ารอหวังความรัก ความเมตตาจากผู้ใจบุญกันต่อไป

 


32-ปี_Cover_3.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ท่ามกลางความยากลำบากระหว่างที่สหรัฐอเมริกากำลังต้องต่อสู้กับการแก้ปัญหาโรคระบาดโควิด 19 ในขณะนี้ ก็มักจะพบเรื่องราวน่าประทับใจเกิดขึ้นให้มีรอยยิ้มได้บ้างเหมือนกัน เช่นเดียวกับข่าวนี้ เมื่อชายคนหนึ่งในรัฐไอโอวา ได้รับโปสการ์ด ที่น้องสาวของเขาที่อยู่ต่างเมืองส่งมาให้เพื่อ 32 ปีก่อน แต่มันไม่เคยถูกส่งมาถึงเขา กระทั่งเกิดโรคระบาดจากโคโรนาไวรัส ทำให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ จนกระทั่งพบว่าโปสการ์ดใบดังกล่าวยังตกค้างอยู่ มันจึงถูกส่งมาถึงตัวเจ้าของอีกครั้ง

 

พอล วิลลิส ชายอเมริกันวัย 76 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของไปรษณียบัตรตกค้างใบนี้เล่าว่า โดยปกติแล้วเขาจะไปตรวจสอบจดหมายในตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านทุกวันซึ่งเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเปิดตู้ไปรษณีย์ เขากลับพบโปสการ์ดที่มีลักษณะเก่าที่ลงชื่อถึงเขา แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า มันเป็นโปสการ์ดที่ถูกส่งมาเมื่อ 32 ปีที่แล้ว จากแอนด์ โลเวลล์ น้องสาวของเขาที่ปัจจุบันอายุ 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย โดยเนื้อในบทความเขียนว่า “รูปภาพหนึ่งภาพมีความหมายมากกว่าคำพูด 1000 คำ” ส่วนด้านหลังเป็นรูปภาพของแอนด์ในขณะนั้น

 

 

พอลบอกว่า มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก และเป็นเรื่องประทับใจที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโควิด และถือเป็นเรื่องสนุกที่ทำให้ผ่อนคลายความเครียดไปได้

 

ในโปสการ์ด ใบดังกล่าว มีตราประทับของไปรษณีย์เมืองซานฟรานซิสโก ระบุว่า มันถูกส่งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1987 และปรากฏตราประทับใหม่ หลังจากที่มันถูกค้นพบจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ท้องถิ่น ลงวันที่ 29 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา

 

 

ด้านแอนด์ น้องสาวผู้ส่งโปสการ์ดถึงพี่ชายเมื่อ 32 ปีที่แล้วบอกว่า เธอไม่เคยถามพี่ชายเลยว่าได้รับโปสการ์ดใบนั้นหรือไม่ และมันเป็นโปสการ์ดที่เธอทำเอง และส่งให้พี่ชายตามปกติและไม่เคยคิดถึงมันอีกเลย ทั้งสองคนต่างคิดว่ามันได้ผ่านไปนานแล้วและไม่น่าจะมีสิ่งใดผิดปกติจากการส่งโปสการ์ดในครั้งนั้น

 

เมื่อได้รับโปสการ์ดที่ค้างอยู่ถึง 32 ปี ทั้งคู่ได้โทรศัพท์คุยกัน และพอล ก็โทรศัพท์ไปสอบถามที่ไปรษณีย์ถึงความเป็นมาของมัน ก็ได้รับคำตอบว่าโปสการ์ดใบนี้ถูกค้นพบระหว่างที่ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งได้รับคำสั่งให้เก็บทำความสะอาดอย่างละเอียดเนื่องจากปัญหา Covid-19 กระทั่งค้นพบและนำมันส่งต่อถึงผู้รับในเวลาต่อมา

 

พอลยังบอกด้วยว่า ไม่เพียงแต่โปสการ์ดเก่าเท่านั้น แต่เขายังค้นพบกระเป๋าเงินที่ทำหายไว้ในทุ่งหญ้าใกล้บ้านตั้งแต่ปี 2005 อีกด้วย

 

“บางทีโควิด 19 ก็เหมือนช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้เราได้กลับมาเจอกับอดีตอีกครั้ง หรือจะเรียกว่า ‘Twilight Zone’ ก็ได้” เขากล่าว


19_รถยนต์ไร้คนขับ_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

อเมริกา – รัสเซีย นำรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง หุ่นยนต์และรถรับส่งออกจากห้องทดสอบสู่การใช้งานจริงหลังการระบาดของโรคโควิด – 19

 

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส จำกัด (GM.N) ได้เปิดตัว รถยนต์ รุ่น “SF COVID-19 Response” ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งอาหารให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ หลังจากที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกบ้านได้ จากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยรถแต่ละคันมีคนขับสองคนเพื่อความปลอดภัย หนึ่งสวมหน้ากากและถุงมือเพื่อวางถุงที่ประตู และจากสถานการณ์นี้เองทำให้แนวคิดเรื่องของยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง สามารถถูกนำกลับทดลองอีกครั้งหลังจากที่ต้องหยุดการทดสอบไปก่อนหน้านี้ โดยความหวังว่ารถยนต์ที่ไร้คนขับจะกลายเป็นพาหนะสำคัญสำหรับการจัดส่งแบบไม่สัมผัสกันระหว่างผู้คนเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

 

 

บริษัท Pony.ai ซึ่งได้รับการสนับสนุนการทดสอบการใช้รถยนต์แบบได้คนขับจากบริษัทรถยนต์ โตโยต้า กล่าวว่ารถยนต์ของบริษัทที่เคยทำการทดสอบก่อนหน้าและยุติไป ได้กลับมาอยู่บนถนนในแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง โดยตอนนี้ได้มีการเพิ่มการทดสอบการส่งของจากการซื้อของออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในท้องถิ่นไปยังลูกค้า และยังทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อส่งอาหารให้กับโครงการที่พักพิงฉุกเฉินในพื้นที่อีกด้วย

 

ขณะที่ในช่วงต้นเดือนเมษายนบริษัทนูโร ก็กลายเป็น บริษัทที่สองในแคลิฟอร์เนียได้ได้รับใบอนุญาตในการใช้ยานพาหนะไร้คนขับบนถนนสาธารณะได้ โดยบริษัทนี้ได้นำรถยนต์ R2 รุ่นล่าสุดมาใช้ในการนำอุปกรณ์การแพทย์ไปส่งยังโรงพยาบาล ชั่วคราวในซาคราเมนโตและศูนย์การแพทย์ชั่วคราวในซานมาเทโอ

 

ทั้งนี้การที่บริษัทรถยนต์นำรถยนต์ของตนมาใช้ในการส่งมอบของในกิจกรรมต่างๆ นั้น ไม่ได้เป็นการทำเชิงธุรกิจหรือได้เงินจากกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้นแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ได้คือ ประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการจัดส่งที่จะถูกนำไปใช้พัฒนารถยนต์รูปแบบนี้ในอนาคต

และเมื่อวันพุธที่ผ่านมาบริษัท เยนเด็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของรัสเซียซึ่งมีการทดสอบรถยนต์แบบไร้คนขับอยู่ด้วย ก็ออกมาระบุว่าการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ถือเป็นการช่วยให้มีการตัดสินใจในการลงนามเชิงธุรกิจเกี่ยวกับการใช้รถยนต์แบบไร้คนขับนี้มากขึ้นด้วย โดยล่าสุดบริษัทได้เซ็นต์สัญญากับรัฐบาลเมือง Skolkovo ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีเพื่อประกอบธุรกิจการส่งจดหมายและพัสดุขนาดเล็กโดยใช้รถชนิดนี้ร่วมกับหุ่นยนต์ส่งของด้วย


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 4, 2020

#ไม่เหลือที่ให้สักแล้ว

หนุ่มอังกฤษสักรอยบนผิวหนังตัวเองเต็มตัว หลังถูกล็อกดาวน์ เพราะพิษโคโรนา

บันทึกทุกเรื่องราวระหว่างกักตัว พร้อมระบายอารมณ์ “When will it end!”

 

เพราะความระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจนรัฐบาลของแต่ละประเทศต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ไม่ให้ผู้คนออกจากบ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโรคที่มากขึ้น ทำให้ที่ผ่านมาผู้คนจากทั่วโลกต้องติดอยู่กับบ้าน ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการประกอบอาชีพตามปกติได้ บนโซเชียลเน็ตเวิร์กจึงมักปรากฏภาพกิจกรรมแปลกๆ ของผู้คนเพื่อผ่อนคลายจากความเครียดที่ต้องติดอยู่กับบ้านเป็นเวลานาน

 

เช่นเดียวกับ คริส วู้ดเฮดชายชาวอังกฤษคนนี้ ที่มีกิจกรรมที่ดูจะแปลกแตกต่างออกไป เมื่อเขาลงมือสักรอยต่างๆ ลงบนผิวหนังของตัวเองตลอดช่วงเวลาที่ต้องกักตัวอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่าน วอลท์แธมสโตว์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน โดยจะใช้เวลาออกแบบรอยสักเพื่อสักลงบนตัวเขาเองทุกวันตั้งแต่ช่วง 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ก่อนที่จะลงมือสักลายที่ออกแบบไว้ด้วยหมึกลงบนผิวหนังของเขาอย่างถาวร

 

คริส เป็นช่างสักลายบนผิวหนังในสตูดิโอแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ระบาดของโรค รัฐบาลได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้สตูดิโอที่เขาทำงานอยู่ต้องปิดตัวลง ในขณะที่ภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้แยกตัวออกไปอยู่อีกที่หนึ่ง ทำให้ต้องอยู่คนเดียวภายในอพาร์ทเม้นท์และในช่วงเวลานี้เองเขาจึงตัดสินใจที่สักลวดลายต่างๆ ลงบนผิวหนังของตัวเอง ในช่วงที่ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ นอกจากจะเป็นการฆ่าเวลาไม่ให้เบื่อแล้ว เขายังบอกว่ามันยังเป็นการฝึกฝีมือของเขาเหมือนกับตอนทำงานในช่วงปกติอีกด้วย

 

Instagram : adverse.camber

 

บนร่างกายของคริส ในเวลานี้เต็มไปด้วยรอยสักรูปต่างๆ ตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงฝ่าเท้าเต็มไปด้วยภาพสักรอยต่างๆ ที่มีความหลากหลายจากการออกแบบของเขาในช่วงที่ต้องติดกับอยู่ในห้องคนเดียว ไม่ว่าจะเป็น รูปคู่ของลูกเต๋าเหนือนิ้วเท้าขวาและแมงป่องที่ต้นขาด้านใน นอกจากนี้สักลายต้นปาล์มที่ล้อมรอบหัวใจแห่งความรัก และรูปตุ๊กตาวูดูที่ลอยอยู่บนต้นเชอร์รี่สุกสว่างอีกด้วย

 

คริสเล่าว่า เขาเริ่มสักลายลงบนตัวเองตั้งแต่อยู่ได้ 18 ปี และเมื่อเติบโตขึ้นมาเขาก็ได้แต่หมกมุ่นอยู่กับวงการเพลงพังก์ของชาวอเมริกันที่ทราบกันดีว่าศิลปินมักจะมีลายสักบนร่างกายจนโด่งดัง ต่อมาก็ได้เริ่มเรียนรู้การสักลายจาก ศิลปินไอคอนด้านการสักลายชื่อดังของอังกฤษซึ่งจะใช้วิธีการวาดลายด้วยที่หมึกสีดำเท่านั้น

 

ในตอนต้นของการล็อกดาวน์จากโรคระบาด คริส มีลายสักบนตัวของเขามากกว่า 1,000 รูป และตอนนี้มันเพิ่มขึ้นมามากกว่า 40 รูปแล้ว และจะยังเพิ่มขึ้นต่อไปอีกจนกว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นและทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

 

“ตอนที่เมียไม่อยู่ ผมรู้สึกเคว้งคว้างมาก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง อาหารก็เริ่มหมด การสักรอยบนร่างกายทุกวันทำให้รู้สึกมีสมาธิและสามารถจัดการกับความคิดของตัวเองให้มีทิศทางมากขึ้นว่าจะทำอะไรต่อไปอย่างไร” คริสกล่าวและว่า การสักถือเป็นการรักษาจิตใจของเขาอย่างหนึ่งในช่วงที่เกิดวิกฤติเช่นนี้ โดยเขายังได้สักข้อความ “When will it end!” หรือ “มันจะจบเมื่อไหร่” ลงบนฝ่าเท้าของเขา รวมถึงรูปภาพที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของโคโรนาไวรัสเพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดต่อสถานการณ์ที่ยากลำบากในขณะนี้ และยังมีรูป คือเสือกระโดด จากสารคดี Netflix “Tiger King” ที่เขาเพิ่งดูจบไปเมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย

 

View this post on Instagram

Self-isolation tattoo no.14

A post shared by Chris Woodhead (@adverse.camber) on

 

คริสบอกว่าใช้เทคนิคการสักที่เรียกว่า “การฝังเข็มด้วยมือ” เป็นการใช้เข็มมือถือ จิ้มหมึกแล้ววาดลายลงบนผิวหนังโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะมันเจ็บปวดน้อยกว่าการสักด้วยวิธีเดิมๆ

 

สิ่งที่คริสต้องคิดต่อไปในตอนนี้ก็คือเขาพยายามจะหาพื้นที่ว่างบนตัวของเขาเพื่อเตรียมพร้อมไว้สำหรับการสักภาพที่เกี่ยวข้องกับลูกของเขาที่จะคลอดในเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ถ้าหากการล็อกดาวน์ยังคงดำเนินต่อไปมันจึงเป็นเรื่องท้าทายมากว่าเขาจะหาพื้นที่ตรงไหนเพิ่มเติมได้อีกเพราะคริสยังคงมุ่งมั่นสักรอยสักต่างๆ ลงบนตัวเองทุกวัน

 

“แต่ผมคิดว่าการล็อกดาวน์น่าจะไม่เกิน 1 เดือนนี้และบนตัวของผมก็น่าจะมีพื้นที่พอ และหวังว่าทุกอย่างจะจบในเร็วๆ นี้” คริสกล่าวในตอนท้าย


covid-บ้านโดม_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 1, 2020

จากการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกรวมถึง ประเทศญี่ปุ่น ที่พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีจำนวนมาก ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญเมื่อห้องในโรงพยาบาลอาจจะไม่เพียงพอต่อการรับผู้ติดเชื้อเข้ารักษาดูแล ล่าสุดบริษัทด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยชั่วคราวในเครือบริษัท “TCL” ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ มีนำสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาเสนอแนวคิดการนำ “Easy Dome House” หรือบ้านโดมชั่วคราว ที่บริษัทได้ออกแบบและผลิตขึ้นมาก่อนหน้านี้ มาเพื่อใช้เป็นพื้นที่ชั่วคราวสำหรับการรักษาผู้ป่วย แก้ปัญหาการขาดแคลนเตียงในโรงพยาบาลในขณะนี้

 

สำหรับ “Easy Dome House” มีรูปร่างเป็นลักษณะทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.3 เมตรและสูง 2.6 เมตร ผนังด้านนอกเป็นแผงที่ทำจากโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูงซึ่งมีความทนทานต่อฝนและมีการป้องกันเสียงและความร้อน ส่วนบริเวณภายในได้รับการตกแต่งด้วยเสื่อทาทามิขนาดประมาณสี่ผืนครึ่งและใหญ่พอที่จะรองรับเตียงผู้ป่วยและอุปกรณ์การแพทย์ มีประตูทางเข้าหนึ่งบาน และหน้าต่างสามบานเป็นมาตรฐาน และหากต้องการจะเพิ่มประตูขึ้นอีกก็สามารถทำได้ สามารถติดตั้งในลานจอดรถหรือ พื้นที่ว่างใดก็ได้ ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และรื้อออกได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน และนำออกได้ทันที

 

 

สำหรับสนนราคาของบ้านโดมชั่วคราวนี้ มีราคาต่อหลังอยู่ 780,000 เยน หรือราว 200,000 บาทไทย (ไม่รวมภาษีการบริโภคและค่าธรรมเนียมการจัดส่ง) โดยก่อนหน้านี้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้นำออกขายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน .ซึ่งมีจุดประสงค์เริ่มแรกเพื่อที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ แต่ด้วยการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ บริษัทได้รับการติดต่อจากสถาบันการแพทย์ต่างๆ มากขึ้น เพราะบ้านชั่วคราวนี้สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับแยกตัวผู้ป่วยเพื่อการรักษาพยาบาลได้สะดวกขึ้น

 

“บ้านโดมสามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างสมบูรณ์ และไม่จำเป็นต้องขออนุญาตในเรื่องการก่อสร้างอาคารจากรัฐบาลท้องถิ่น ดังนั้นหวังว่ามันจะช่วยเรื่องของความยากลำบากในเรื่องการจัดการสถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในขณะนี้ ซึ่งเราต้องการสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่น ในการแก้ปัญหาโรคระบาด รวมถึง ปัญหาเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินไหว ก็สามารถใช้บ้านลักษณะนี้ได้เช่นกัน” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท TCL กล่าว


5-วิธีบริโภคน้ำดื่มเลี่ยงเชื้อ_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 1, 2020

เพราะร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70 % ดังนั้น “น้ำดื่ม” จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ หากหลายครั้งการเจ็บป่วยก็มักมาจากการดื่มน้ำที่มีแบคทีเรีย หรือ จุลินทรีย์ปนเปื้อนนำไปสู่โรคอาหารเป็นพิษ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงที่มักพบบ่อยช่วงฤดูร้อน และปัจจุบันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การเลือก “น้ำดื่ม” ก็ยิ่งควรต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะหากพลาดขึ้นมาอาจติดเชื้อได้โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไวรัสดังกล่าวสามารถอยู่บนพื้นผิววัสดุต่างๆ ได้นาน อาทิ

  • 2 – 8 ชั่วโมง สำหรับภาชนะอะลูมิเนียม
  • 2 วัน สำหรับภาชนะประเภทเหล็ก สเตนเลส
  • 4 วัน สำหรับภาชนะประเภทแก้ว
  • 5 วัน สำหรับภาชนะพลาสติก

 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงจัดทำคำแนะนำภายใต้หลัก 5 ล. สำหรับประชาชนเพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดี ป้องกันเชื้อโควิด-19 ประกอบด้วย

1) ล. เลือก น้ำดื่มสะอาด ได้แก่

> น้ำดื่มบรรจุขวดที่มี อย.

> น้ำประปาใส มีกลิ่นคลอรีนอ่อนๆ

> น้ำจากตู้หยอดเหรียญ สภาพตู้สะอาด เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเวลา

2) ล. ล้าง ภาชนะบรรจุ หรือ ใช้ดื่มน้ำให้สะอาดทุกครั้งทั้งภายนอกและภายใน และหลังล้างควรต้มในน้ำเดือด หรือ แช่ในน้ำคลอรีน 100 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 2 นาที หรือ 200 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 1 นาที เพื่อฆ่าเชื้อ

3) ล. ลด สัมผัสจุดที่สัมผัสน้ำ เช่น ก๊อกน้ำ พื้นผิวภายในภาชนะ หากจำเป็น อาทิ การเปลี่ยนถังน้ำ เปลี่ยนไส้กรอง ควรล้างมือให้สะอาด หรือ ใช้เจลแอลกอฮอล์ และเมื่อต้องรอกดน้ำจากตู้ ควรลดเว้นระยะห่างจากผู้อื่น อย่างน้อย 1-2 เมตร

4) ล. เลี่ยง ให้เลี่ยงใช้บริการน้ำดื่มร่วมกัน ควรเตรียมน้ำดื่มใส่ภาชนะส่วนตัว และทำสัญลักษณ์ บนภาชนะน้ำดื่มของตนเอง เลี่ยงความสับสน ไม่ให้ปะปนกับผู้อื่น

5) ล. เลิก ใช้ภาชนะดื่มน้ำร่วมกัน เช่น แก้ว จอก ขัน ควรแยกใช้ส่วนตัวหรือแบบใช้ครั้งเดียว

 

หลักการง่ายๆ เพื่อความปลอดภัยไร้โรค เมื่อรู้แล้วอย่าลืมนำไปใช้ หรือ นำไปแชร์ต่อกันได้เลย

ที่มา : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข


harvard-social-distancing-อยู่ถึง-2022_Cover_2.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่แม้ว่าหลายประเทศจะมีภาพรวมที่ดีขึ้น แต่อีกหลายประเทศยังคงประสบปัญหาอย่างหนัก จนกลายเป็นที่วิตกกังวลและเกิดคำถามว่าอีกนานเท่าไหร่โลกจึงจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เผยแพร่บทความวิชาการโดยกล่าวถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ที่แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นแต่ผู้คนจะยังคงต้องคงปฏิบัติตามกฎหมายไปจนถึงปี 2022 เลยทีเดียว เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการระบาดขึ้นอีก หากโลกยังไม่สามารถค้นพบวัคซีนหรือยารักษาโรคในขณะนี้ได้

 

ที่มาของภาพ : Rose Lincoln/Harvard Staff Photographer

 

Marc Lipsitch ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยา กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจะทำให้เกิดกลุ่มคน 2 กลุ่ม นั้นคือ ผู้ที่ติดเชื้อ และ ผู้ที่อ่อนแอ แม้ว่าความเป็นจริงระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่เชื้อไวรัสมีผลทำให้เราอ่อนแอลง มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันเดิม  และสิ่งที่น่ากลัวคือหากยังหาวัคซีนมาป้องกันโรคไม่ได้ นั่นหมายถึงว่าเชื้อโรคจะยังคงสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครเป็นผู้ที่เป็นพาหะ ดังนั้นการเว้นระยะห่างทางสังคมจึงยังต้องจำเป็นสำหรับทุกคน

 

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ COVID-19 อาจเป็น ‘โรคระบาดประจำปี’ (annual outbreak cycle) หรือก็อาจเป็น โรคระบาดตามฤดูกาล นั่นแปลว่า ‘ฤดูหนาว’ ถัดไปอาจมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้อีกรอบ หรือเชื้อไวรัสอื่นที่คล้ายๆ กัน แต่มีประสิทธิภาพในการแพร่กระจายสูง ดังนั้นมาตรการปิดเมือง หรือ Lock Down เพียงแค่ครั้งเดียวจะไม่สามารถทำให้ไวรัสหายไปได้

 

ขณะที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ได้หากเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ จะกลายพันธุ์เป็นไวรัสตามฤดูกาล  สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ วัคซีน เพราะการระบาด และ Social Distancing จะจบลงทันทีหากมีวัคซีนที่รักษาได้จริง

ดังนั้นทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต้องเตรียมพร้อมรับมือเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ ที่จะกลายพันธุ์เป็นไวรัสตามฤดูกาลให้ได้
จนกว่าจะมีวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่รักษาได้จริงจะทำให้การระบาดและ Social Distancing จบลงทันที

Cover photo : businessinsider


Cover_3.jpg

kinyupen_adminApril 24, 2020

ในช่วงที่ไม่ต้องเตร็ดเตร่เพราะ Work Form Home หรือในช่วงที่โรงเรียนเลื่อนเปิดเทอม มหาวิทยาลัยเรียนออนไลน์ เอาเวลามาหาความรู้ในโลกกว้างดีกว่าดูข่าวบันเทิง หรือจิตตกกับตัวเลขโควิด 19 ทั่วโลก

 

เพราะเวลาที่เหลือเป็นช่วงที่เราสามารถพัฒนาขจัดจุดอ่อนโดยเฉพาะตอนนี้ที่กสทช.ก็ให้ใช้ เน็ตฟรี 10 GB กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอเสนอเว็บไซต์ออนไลน์ที่เหล่าคนทำงาน นักศึกษา นักเรียนจะเข้าไปพอกพูนเพิ่มความรู้ได้เหมาะกับช่วงวัย หรือถ้ายากเกินไปก็ลดวัยไปฟื้นความรู้ รวมถึงบรรดาพ่อแม่ก็สามารถให้ลูกท่องเน็ตแบบได้ประโยชน์โดยไม่ต้องเสียเงินเพราะเว็บเหล่านี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

เว็บไซต์แรกที่แนะนำคือ Khan Academy เพราะให้ความรู้เชิงวิชาการมีทั้งหลักสูตรในและนอกห้องเรียน อีกทั้งยังมีใบรับรองประเมินผลการเรียน เนื่องจากผู้ก่อตั้งเชื่อว่าในอนาคตเราไม่จำเป็นต้องใช้เวลาค่อนชีวิตในการเรียนวิชาทั่วไปแต่เลือกสิ่งที่เหมาะและที่ใช่เพื่อฝึกในเชิงลึก

 

  • เหมาะกับ : อายุตั้งแต่ 2-18 ปี แต่ก็เหมาะกับผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการเพิ่มความรู้รอบตัวเพราะมีหลักสูตรอาชีพและนอกห้องเรียนที่หลากหลาย อย่าง NASA, พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่, California Academy of Sciences
  • จุดเด่น : มีทั้งวิชาในและนอกห้องเรียนร่วมกับสถาบันต่างๆ และการติดตามประเมินผลครูผู้สอน และผู้ปกครอง
  • รูปแบบ : จำแนกรายวิชาให้เลือกลงทะเบียน ใช้สื่อวิดีโอที่มีคำบรรยาย มีตารางสรุปข้อมูล ทั้งยังมีห้องสนทนากรณีต้องการซักถามเพิ่มเติม ทั้งมีการศึกษานอกห้องเรียนที่ร่วมกับสถาบันต่างๆ
  • วิชา : คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศิลปะ เศรษฐศาสตร์ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้นฯ

เว็บไซต์ https://www.khanacademy.org/

 

เว็บไซต์นอกห้องเรียนที่ขึ้นชื่อและเหมาะสำหรับทุกคนอีกเช่นเดียวกันคือ National Geographic โดยจะแยกออกเป็น 2 เว็บ คือ National Geographic for Kid กับ National Geographic Learning หากในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการเรียนแต่ก็มีตัวอย่างให้ดูฟรี หรือทดลองใช้ โดยเว็บของ National Geograhphic จะมีความน่าสนใจเพราะเป็นแหล่งรวมเนื้อหาสาระของโลกกว้างในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์ เนื่องจากมีจุดเริ่มต้นจากการทำนิตยสารและรายการโทรทัศน์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431

 

  • เหมาะกับ :เด็กวัยประถม หรือมัธยมต้น ที่สนใจและชอบเรื่องเกี่ยวกับสัตว์และธรรมชาติ ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ที่สนใจพัฒนาภาษาอังกฤษควรเลือกเข้า National Geographic Learning ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งภาษาอังกฤษทั่วไปและเพื่อธุรกิจ
  • จุดเด่น : ทุกวิชาคือเรื่องราวที่เสมือนเปิดโลกกว้างสำหรับผู้เรียนไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด หรือเรียนวิชาใด เช่นการนำ Tedtalk มาสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่เพียงได้ทักษะ แต่ยังได้ความคิด หรือการสอนให้เด็กรู้จักธรรมชาติจากสถานที่จริงอย่างต้นไม้รูปทรงแปลกในสวนสัตว์ทำให้ทุกคลาสไม่จำเจ และสนุก
  • รูปแบบ : มีวิดีโอ เนื้อหาบทความ และเกม ให้ทดสอบ หากในส่วนของ Learning จะเป็นวิดีโอการสอนแบบสด ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม หรือให้ศึกษาด้วยตนเองโดยมีการบ้านและแบบทดสอบ ติดตามความก้าวหน้า
  • วิชา : ธรรมชาติ. วิทยาศาสตร์ อวกาศ ประวัติศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ศิลปะและดนตรี การเรียนรู้จากประสบการณ์ เป็นต้น

 

เว็บไซต์
https://kids.nationalgeographic.com/
https://ngl.cengage.com/

 

BBC Learning English ส่วนหนึ่งของ British Broadcasting Corporation World Service ที่ก่อตั้งมาเกือบ 100 ปี โดยBBC Learning English ได้เปิดสอนภาษาอังกฤษแก่ผู้ชมทั่วโลกตั้งแต่ปีพ.ศ.2488 ซึ่งเว็บนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนและพัฒนาภาษาอังกฤษ ชนิดที่เรียกว่า ดีงามไม่ต้องไปเข้าคลาสเสียเงิน เนื่องจากในเว็บจะมีให้เลือกที่เหมาะกับระดับความรู้ของแต่ละบุคคล ถ้าเทียบแบบระบบการเรียนของไทยก็มีตั้งแต่ประถมต้นถึง มัธยมปลาย (Lower Intermediate – Upper Intermediate) และขั้นสูงเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัย (Toward Advance)

 

  • จุดเด่น : เหมาะสำหรับผู้สนใจพัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเอง โดยมีสื่อการเรียนที่เหมาะกับผู้เรียนแต่ระดับจนถึงคนทำงาน
  • เหมาะกับ : เด็กประถมปลาย ถึงมหาวิทยาลัย และผู้ที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศหรือเพิ่มศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ
  • รูปแบบ : วิดีโอ เพลง บทความจากข่าว เหตุการณ์ปัจจุบัน แบบทดสอบเสริมทักษะทั้งฟัง พูด อ่านและเขียนโดยเฉพาะการสอนหลักไวยากรณ์
  • วิชา : ภาษาอังกฤษที่ครบทุกทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน และการออกเสียงที่ตรงกับเจ้าของภาษา

 

เว็บไซต์ https://www.bbc.co.uk/learningenglish

 

 

 

 

 

 


serenade-one-of-the-UK’s-oldest-penguin’s-Rosie-Cover_1-3.jpg

kinyupen_adminApril 22, 2020

เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ “ชูว์เบอรี่ ฮอล แอนด์การ์เด้น” ในเมืองบริดลิงตัน ประเทศอังกฤษ จัดงานฉลองวันเกิดให้กับ “โรซี่” เพนกวินฮัมโบลด์ (นกเพนกวินเปรูเวียน) ที่มีอายุครบ 30 ปีเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการฉลองวันเกิดให้กับนกเพนกวินที่มีอายุมากที่สุดในอังกฤษ แต่ต้องเกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบเหงาเนื่องจากสวนสัตว์ถูกปิดลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

 

จอห์น พิกเกอร์ริ่ง หัวหน้าผู้ดูแลสวนสัตว์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถให้ประชาชนและเด็กๆ เข้ามาร่วมฉลองวันเกิดให้กับโรซี่ได้ตามปกติ เพราะการระบาดของโรค แต่ก็หวังว่าเราจะสามารถเปิดสวนสัตว์ให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมและให้อาหารนกเพนกวินได้เหมือนเดิมในไม่ช้านี้ อย่างไรก็ตามพวกเรารู้สึกยินดีที่ได้จัดงานฉลองให้กับโรซี่ ซึ่งจะเป็นสิ่งเล็กน้อยในการรักษาอนุรักษ์นกเพนกวินสายพันธุ์นี้ให้อยู่ต่อไป”

 

“โรซี่” เป็นเพนกวินฮัมโบลต์ หรือ เพนกวินเปรู (อังกฤษ : Humboldt penguin, Peruvian penguin) หรือ ปาตรังกา (สเปน: Patranca)  จัดเป็นเพนกวินขนาดกลาง มีความสูงเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 40 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่มีจุดเด่นคือ มีสีดำคาดที่หน้าอก บริเวณใต้คอและรอบดวงตาสีขาว จงอยปากเป็นเนื้อสีชมพู

 

พบกระจายพันธุ์อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลแปซิฟิกในทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศเปรูและชิลี และถือว่าเป็นเพนกวินเพียงชนิดเดียวที่พบได้ในพื้นที่แห้งแล้งอย่างทะเลทราย ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 2 ฟอง โดยตัวผู้เป็นฝ่ายกกไข่ ทำรังด้วยการขุดโพรงตามพุ่มไม้ หรือ ป่าละเมาะริมทะเล สร้างรังด้วยก้อนหิน กิ่งไม้ ใบไม้

 

เพนกวินฮัมโบลต์เป็นสัตว์สังคมอยู่เป็นฝูงเล็กๆ ติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงร้อง สำหรับลูกเพนกวินที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อพ่อแม่นกมิได้อยู่ดูแล จะมีการป้องกันตัวเองด้วยการถ่ายมูลใส่ผู้คุกคาม หรือ หันหลังถีบเศษหินเศษกรวดใส่

 

 

“โรซี่” มาถึงสวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่ปี 1990  จนถึงปัจจุบันมีอายุได้ 30 ปี ซึ่งถือว่าเกินอายุขัยตามสปีชีส์ของเธอมาประมาณ 10 ปี  เพราะโดยปกติเพนกวินชนิดนี้จะมีอายุขัยอยู่ที่ 15 ถึง 20 ปี ดังนั้น “โรซี่” จึงถือว่าเป็นหนึ่งในเพนกวินที่มีอายุยืนที่สุดในอังกฤษ

 

เพนกวินฮัมโบลต์ จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการล่าเหยื่อ สำหรับในประเทศไทย จะพบเพนกวินสายพันธุ์นี้ได้ตามสวนสัตว์ต่างๆ อาทิ สวนสัตว์สงขลา และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นต้น