3-เรื่องแชร์ทางไลน์-ใช้ชีวิตสุข_Cover_1.jpg

kinyupen_adminNovember 24, 2020

กูรูชีวิต ขอนำ 3 เรื่องที่ได้รับแชร์มาทางไลน์มาบอกต่อเพราะเรื่องเล่านี้คือพื้นฐานของชีวิต ที่หากปรับใช้แล้วเชื่อว่าเราจะมีความสุขในแต่ละวันได้มากขึ้น วางเส้นทางชีวิตแบบเข้าใจและลดทุกข์ ลดกังวล


ธนาคารความสุข_ไม่มีความสุขเลย_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 7, 2020

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย

 

Q: “ทำไมไม่มีความสุขเลย ชีวิตมีปัญหาภาระเยอะ….ใจหนึ่งอยากล่าฝันเรียนต่อ ต้องหาทุนค่ะไม่มีเงิน แต่ใจหนึ่งยังห่วงแม่ที่แก่แล้ว

 

ปัญหาเรื่องงานอีกที่แก้ไม่ตก…ทุกวันไม่อยากไปทำงานเพราะกลัวหน้ากากที่เขาสวมใส่กัน เคยใช้วิธีวางเฉยแล้วก็ไม่วายมีปัญหาวิ่งมาหาจนได้…

 

เรื่องที่บ้านแม่ก็ติดพนัน แก่มากตาไม่เห็นเลข ไปเล่นมาก็เสียตังค์ พอไม่มีเงินก็มาบ่น ด่า พูดเรื่องบุญคุณ เงินก็ให้ใช้อาทิตย์ละพันยังไม่พอ….บ้านก็กำลังสร้างให้อยู่สบายๆ แกยังไม่พอ บอกว่าเราไม่ให้เงินไม่ดูแล

ทุกวันนี้ทำงานเหนื่อยมากเลิกงานประจำทำงานพิเศษอีกแต่เงินก็ไม่พอทั้งๆ ที่ตัวเองประหยัดแต่ก็หมดไปกับแม่พี่น้อง…ทำงานไม่มีวันหยุด เหนื่อยล้ามาก ท้อแท้และหมดพลังมากเลย กลับบ้านมาไม่อยากทำไรเลยค่ะ

นอนไม่ค่อยหลับคิดตลอดเวลา ทำให้เครียดง่าย บางวันต้องกินยาช่วย….มีทางแนะนำไหมคะ สวดมนต์ก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว ยังกำจัดความเครียดไม่ได้”

 


 

A: ที่อ่านมา พี่เห็นด้วยส่วนหนึ่งว่า ชีวิตเรามีปัญหา
แต่พี่ไม่เห็นด้วยถ้าเราจะบอกว่า ปัญหาเหล่านั้นทำให้เราทุกข์

คือมีปัญหา หรือไม่มีปัญหา อันนั้นเรื่องนึงนะ
แต่จะมีความสุข หรือมีความทุกข์ มันก็อีกเรื่องนึง

เพราะปัญหากับความทุกข์ มันคนละส่วนกัน
อย่างภาระทางการเงิน คนอื่นเขาก็มีเยอะแยะ
พี่ก็มี ยังมีหนี้กับธนาคารหลายล้าน ถ้าจะเรียกว่ามีปัญหา พี่ก็มีไม่แพ้เราหรอก
แต่พี่เข้าใจและยอมรับได้ไง ว่า ถ้าเราทุนน้อย
จะมีบ้าน มีรถ ก็ต้องยอมเป็นหนี้

 

 

พี่เคยคิดนะ สมมติตกงานมา ไม่มีรายได้ บ้านถูกยึด จะทำไง
ก็คิดได้ว่า อ่อ.. เราก็ไปหางานใหม่ทำ ได้เงินน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร
บ้านนี่ ถ้ากรรมเก่ามาให้ผล ก็ให้เขายึดไป เราก็ไปหาเช่าบ้านเล็กๆเอา

แต่ถ้ายอมรับไม่ได้ว่าปัญหาเกิดแล้ว แล้วไปนั่งคร่ำครวญอยากจะให้มันไม่เกิด
นั่นต่างหากที่ทำให้ทุกข์

 

คือคนเรานะ ถ้าจะสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองทุกข์ มันมีวิธีเยอะแยะเลย
ถ้าจะทำให้ตัวเองสุข อย่างแรกที่ทำได้ง่ายๆ คืออย่าไปสร้างเงื่อนไขยุ่งยากให้ชีวิต

 

อย่าไปตั้งเกณฑ์ว่าต้องรวย ต้องดัง ต้องเด่น ต้องปริญญาโท เอก
แม่ต้องดีระดับแม่ดีเด่นแห่งชาติ
พี่น้องต้องสรรเสริญเชิดชู เราถึงจะมีความสุข
เพราะทันทีที่ตั้งเงื่อนไขเสร็จ ทุกข์ก็นั่งรอเราแล้ว

พี่จบแค่ปริญญาตรีนะ ปัญหาพี่ก็มี แต่พี่ก็มีความสุขสบายใจตามสมควร
พอจะมาแบ่งปันให้พวกเราได้

 

พี่ถึงพูดเสมอนะ ว่าโลกนี้ ไม่มีทางเป็นได้ ดีได้อย่างใจเราทุกเรื่องหรอก
อย่างทุกคนบอกว่า อยากให้โลกมีสันติสุข ทุกคนรักกัน
อันนั้นเพ้อฝันมาก เพราะในโลกนี้มีคนตีกัน อิจฉากัน เบียดเบียนทำร้ายกัน ฆ่ากันทุกวันแหละ

 

เมื่อมีปัญหาแล้ว ก็ไปแก้ปัญหานะ ถ้าแก้ได้ก็ดีไป
ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ต้องวางใจดีๆ ว่ามันไม่ใช่ว่า ทุกปัญหาจะแก้ได้ทันที เดี๋ยวนี้
บางอย่างมันต้องใช้เวลา บางอย่าง มันต้องใช้ปัญญา เพราะเวลาก็แก้ไม่ได้

เพราะบางอย่าง นานแค่ไหน ก็แก้ไม่ได้
อย่างหมาสุดที่รักตาย แมวสุดโปรดเท่งทึงไป แก้ไม่ได้หรอก
แต่ใช้ปัญญาได้นะ ว่า สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับเป็นธรรมดา

อย่างเรื่องใส่หน้ากากในที่ทำงาน ก็คิดเสียว่า เราทำงานที่ต้องใส่หน้ากาก
เช่นนักแสดงเล่นโขน ก็ต้องใส่หัวโขน ก็เล่นไปตามบทให้เป็น

 

อยู่กับโลกให้เป็น อย่าปฏิเสธโลก แต่ให้เข้าใจโลก และอย่าโดนโลกกลืนไป
ใส่หน้ากากอยู่ ก็รู้ว่าใส่ ถ้ายังรู้ตัว เราจะไม่ยึดหน้ากากนั้นเป็นเราไปด้วย
เหมือนคนรับบททศกัณฑ์ ก็ใช่ว่าจะต้องเป็นยักษ์ในชีวิตจริงนอกเวที

 

ส่วนเรื่องแม่ บางทีก็ต้องแจกแจงแบ่งปันให้แม่รู้ว่า เรามีรายได้เท่าไหร่
ต้องใช้อะไรบ้าง ต้องผ่อนบ้านเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ ให้แม่เท่าไหร่
แม่จะได้ทราบข้อเท็จจริง ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้ง

 

ค่อยๆตั้งสติ แล้วแก้ในส่วนที่เราทำได้
อะไรแก้ไม่ได้ ก็ยอมรับไปก่อนนะ ว่าเราแก้ไม่ได้หรอก แต่ถึงเวลานอนละ
อย่าแบกเอาปัญหาไปนอนกอดบนเตียงก็พอ

 

แถมอันนี้ให้ ไปเรียนแทนปริญญาโทไปก่อน www.dhamma.com

ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล [email protected] ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

เตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” ที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบคิดบวกให้คุณเร็วๆ นี้


BillGate-covid-fakenews-Cover_1.jpg

zebertoothApril 2, 2020

เมื่อสัปดาห์ก่อน เดอะซัน หนังสือพิมพ์ของอังกฤษ และเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกต่างแชร์บทความ ข้อคิดเตือนใจจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด 19 ของ บิล เกตส์ เจ้าพ่อวงการธุรกิจคอมพิวเตอร์มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ หากต่อมาบทความดังกล่าวได้ถูกยกออกเพราะเป็นเฟคนิวส์  แต่ทีมงานกิน อยู่ เป็น เห็นว่าข้อคิดดังกล่าวก็กระตุกต่อมคิดให้เราเข้าใจถึงเหตุ และความเป็นไปบางอย่างในการดำเนินชีวิต จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

 

หากทั้งนี้ก่อนเข้าสู่ข้อคิด อยากชวนผู้อ่านย้อนดูความคิด บิล เกตส์ ในช่วงที่ผ่านมา

 

ปี 2560 งานประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม บิล เกตส์ กล่าวว่าโลกมีโอกาสที่จะเกิดวิกฤติการณ์โรคระบาดโดยไม่มีการเตรียมความพร้อมและโรคร้ายจะกระจายอย่างรวดเร็วทั้งสร้างความตื่นตระหนกตกใจกลัว ณ เวลานั้นบิล เกตส์ บอกว่าโลกยังพอมีเวลาให้เตรียมการเพื่อหาทางรับมือกับหายนะใหม่โดยเฉพาะการคิดหาวัคซีนป้องกันโรคระบาด สายพันธุ์ใหม่

 

หากถอยไปปี 2559 บิล เกตส์ ได้ให้ความเห็นในเวที Ted Talk ว่าแม้โลกจะยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาได้ แต่ครั้งต่อไปจะไม่โชคดีเพราะอาจมีไวรัสตัวใหม่ที่สามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยที่ผู้ติดเชื้อรู้สึกปกติ  ใช้ชีวิตปกติ เดินทางไปไหนต่อไหน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกโจมตีอวัยวะต่าง ๆไปแล้ว  และล่าสุดห้วงขณะนี้ บิล เกตส์ ให้ความเห็นว่า “เราควรแยกตัวเพื่อชะลอการระบาด”

 

 

ส่วนเฟคนิวส์ ข้อคิด บทเรียนโควิด 19  ให้ข้อคิดเตือนใจอย่างไรบ้างนั้น  สรุปใจความหลัก ดังนี้

  1. ทุกคนถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่เว้นอาชีพ ฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา หรือชนชั้น
  2. พรมแดนที่สร้างขึ้นกลายเป็นสิ่งไร้ค่าและ ทุกคนล้วนมีความเชื่อมโยง ดูจากผลกระทบที่เป็นโมเมนตัม
  3. สิ่งมีค่าที่ทุกคนละเลย คือ สุขภาพ
  4. สิ่งสำคัญควรทำ คือช่วยเหลือแบ่งปัน เพราะชีวิตนี้สั้นนั้น
  5. อาหาร น้ำ และยารักษาโรค คือสิ่งที่เราต้องการแท้จริง ไม่ใช่วัตถุนิยมและสิ่งฟุ่มเฟือย
  6. หันกลับมาสร้างความแข็งแกร่งในครอบครัว เพราะการใช้ชีวิตกับครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ
  7. ดูแลปกป้อง และทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น คืองานที่แท้จริง
  8. ทุกคนต้องควบคุม “ตัวกู ของกู”
  9. ในยามยากพลังในการเลือกอยู่ในมือทุกคนว่าจะช่วยเหลือ แบ่งปัน หรือเห็นแก่ตัว
  10. ทุกคนสามารถจะเป็นคนที่อดทน “เข้าใจว่าจะผ่านไป” หรือตื่นตระหนก “มองเป็นจุดจบโลก”
  11. นี่คือห้วงเวลาให้ตรึกตรองเรียนรู้ เข้าใจว่าอะไรคือข้อผิดพลาด ที่อาจเป็นทั้งจุดจบและจุดเริ่มต้น
  12. โลกของเราป่วย ดูจากการหายไปของป่า และความเร็วที่กระดาษชำระหายไปจากชั้น
  13. วงจรชีวิตยังหมุนไป ตอนนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของวงจร ควรเตือนใจว่ายังมีฟ้าหลังฝน
  14. โควิด 19 อาจเป็นหายนะและตัวแก้ปัญหา ที่เตือนสิ่งที่เราหลงลืมไป

Content_แก่ไม่มีไรดี_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 5, 2020

ผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักคิดว่า แก่แล้วไม่มีอะไรดี กินอยู่เป็นขอชวนมาเพิ่มพลังบวก นำความคิดดีๆ  จากบทความในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย อาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ มาฝากเป็นแง่คิดดีๆ กัน

10 พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามอายุ

 

 

  1. รักตัวเองมากขึ้น จากที่เคยรักและแคร์คนรอบตัวมากกว่า
  2. ไม่ต่อราคาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายผักขายผลไม้ เพราะคิดว่าอาจช่วยให้เขามีเงินเก็บหรือมีใช้จ่ายมากขึ้นขณะที่ตัวเองก็ไม่กระทบ
  3. ให้ทิปคนขับแท็กซี่เล็กน้อย ไม่รอเงินทอนเพราะเขาหาเลี้ยงชีพลำบากกว่า
  4. ทำให้คนสูงอายุมีความสุข โดยไม่ขัด หรือบอกว่าเป็นเรื่องวนซ้ำสำหรับเรื่องราวที่เป็นความทรงจำหรือการรำลึกอดีต
  5. หยุดแก้ไขความไม่สมบูรณ์แบบของคนรอบข้าง แม้จะเป็นความตั้งใจดี เพราะอาจทำให้คนเสียความรู้สึก
  6. มองผู้อื่นด้วยมุมบวกและชื่นชมมากกว่าตำหนิ เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีและเป็นผลดีกับเรา
  7. ผมจะไม่กังวลกับจุดเปื้อนบนเสื้อหรือข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่น เพราะจิตใจสำคัญกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
  8. อยู่ห่างๆ คนที่ดูถูก หรือไม่เห็นคุณค่าในตัวเราเพราะใจจะได้ไม่ขุ่นมัว
  9. ไม่ยึดความคิดของตัวเองจนทำลายมิตรภาพ เพราะการอยู่คนเดียวไม่ได้มีความสุขเสมอไป
  10. ให้ถือว่าทุกวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เพื่อจะทำทุกวันให้เป็นวันที่ดีและไม่เสียดายหากเกิดอะไรขึ้น