kinyupen_adminSeptember 16, 2020

เพราะเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ดังนั้นอายุจึงไม่ใช่อุปสรรค ถ้าคิดจะวิ่ง พร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย...ไม่มีคำว่าสาย


ชีวิตเส้นทาง-“อิสระ”-ที่เลือกได้เอง_YT_1-1280x720.jpg

kinyupen_adminJuly 14, 2020

ชีวิตคือการเดินทาง อดีตครีเอทีฟบริษัทโฆษณาชั้นนำจึงเลือกเกษียณตนเองก่อนเวลา เพราะต้องการ “เวลา” และ “อิสระ”


ฝากไว้สักนิด.._1.jpg

kinyupen_adminJuly 7, 2020

 

“ต่อให้วันหนึ่งเราไม่มีงานประจำและไม่ได้มีรายได้ประจำ ไลฟ์สไตล์เราต้องไม่เปลี่ยน ฉะนั้นเวลาใครจะตัดสินใจว่า ฉันรีไทร์เถอะ ต้องถามว่าถ้าหลังรีไทร์โดยที่ไม่มีเงินเดือนประจำ คุณยังใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมไหม ถ้าบอกว่าไม่ล่ะก็ คุณทำงานต่อไปเถอะ”

สุพัฒน์ วัฒนกุลจรัส (รักษ์)

อดีต Creative Director ที่ดูแลลูกค้า Global Brand

 

 

มุมคิดของหนึ่งในผู้เกษียณตัวเองก่อนกำหนดเพื่อใช้ชีวิตอย่างที่ใจอยากเป็นและหาคำตอบ ภายใต้หลักคิด “สร้างวินัยการเงิน – ต่อยอดเงินเก็บ – ไม่สร้างหนี้ใหม่ –ไลฟ์สไตล์ไม่เปลี่ยน” เห็นได้ว่าการวางแผนการเงินและการบริหารเงิน คือ หัวใจสำคัญของการมีเงินเพื่อยังชีพหลังเกษียณ ซึ่งตรงกับแนวคิดของใครหลายคน

 

แต่เชื่อหรือไม่ว่า…จากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2560 พบว่ามีคนไทยเพียง 25% เท่านั้นที่วางแผนการเงินสำเร็จและมีเงินเพียงพอใช้จ่ายหลังเกษียณ ดังนั้นถ้าใครที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณ หรือ วางแผนจะเออรี่รีไทร์ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อยากฝากพิจารณา 4 ข้อนี้ดูสักนิด เพื่อเช็คความพร้อมว่า “เราควรเกษียณหรือยังนะ

 

1. เงินที่มีอยู่พอต่อการใช้ได้นานแค่ไหน

ควรตั้งสมมติฐาน โดยประเมินคร่าวๆ จาก “จำนวนปีที่คาดจะมีชีวิตหลังเกษียณ x ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ” ซึ่งโดยหลักที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 70-80% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนก่อนเกษียณ ซึ่งแต่ละท่านก็จะมีอัตราการใช้จ่ายที่จำเป็นแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม แต่อย่าลืมบวกเงินสำรองฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดไว้ด้วยล่ะ

 

2. หนี้ยังมีอยู่ไหม

ถ้าใครเกษียณแล้วยังมีหนี้สิน ไม่ว่าจะบ้าน คอนโด รถ หรือ บัตรเครดิต นั่นหมายถึงคุณต้องแบ่งเงินที่เตรียมไว้ใช้หลังเกษียณมาผ่อนชำระ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ก่อนเกษียณ ควรพยายามเคลียร์หนี้ให้หมด โดยเฉพาะกลุ่มดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้รถยนต์ ส่วนหนี้บ้านที่ต้องใช้ระยะเวลาในการผ่อนชำระนาน หลายคนไม่สามารถเคลียร์ได้หมดในวันเกษียณ ก็ควรพยายามเคลียร์ หรือ โปะหนี้ให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะได้ใช้จ่ายหลังเกษียณได้แบบคล่องตัวขึ้น

 

3.วางแผนประกันชีวิตช่วยได้

ประกันชีวิตแบบบำนาญ แม้อาจต้องจ่ายเบี้ยเป็นระยะเวลานานและกว่าจะได้เงินคืนที่เป็นดอกผล ก็ต้องรอวันเกษียณ แต่จริงๆ แล้วประกันประเภทนี้จะช่วยคุณได้มากหลังเกษียณ เพราะจะทำให้ได้รับผลตอบแทน หรือ เงินต้นจากบริษัทประกันที่ทยอยจ่ายคืนเป็นเงินบำนาญจำนวนเท่าๆ กันทุกปี ตั้งแต่เริ่มเกษียณ (เช่น อายุ 55 ปี หรือ 60 ปี) ไปจนถึงอายุของการจ่ายผลประโยชน์ เช่น 85 ปี หรือ 90 ปี ดังนั้น หากทำไว้ตั้งแต่ตอนมีรายได้ประจำก็การันตีได้ว่าหลังเกษียณจะได้เงินบำนาญทุกๆ ปีแน่นอน..ลองเลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับคุณดู

 

4.ซ้อมใช้ชีวิตหลังเกษียณ

อาจจำลองการใช้ชีวิตจริงสักเดือน สองเดือน ว่าถ้าเกษียณจริงๆ จะใช้ชีวิตอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง แล้วมาประเมินว่าถ้าอย่างนั้น แต่ละเดือนเราควรมีเงินเท่าไร และไลฟ์สไตล์บางอย่าง เช่น การช้อปปิ้ง ทานอาหารนอกบ้าน การเดินทางท่องเที่ยว ถ้าต้องตัด หรือ ลดลงไป ด้วยข้อจำกัดของเงินเก็บที่เรามีอยู่ เรายังมีความสุขกับชีวิตหรือไม่ ถ้าเงินยังไม่พอต้องเก็บเพิ่มเท่าไหร่ และอย่าลืมคำนวณอัตราเงินเฟ้อเข้าไปด้วยล่ะ


จิตอาสา_ทำดีไม่ต้องรอ_วัดปราสาทนนท์_cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 24, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ชวนพบปะกลุ่มคนที่เริ่มจากความตั้งใจ “ทำดี” โดยไม่ต้องมีเกริ่นนำ แต่ทำเลย ซึ่งสาเหตุที่มาเรื่องนี้เริ่มจากเห็นใน pantip ที่มีเข้ามาถามความคิดว่า อยากเป็นจิตอาสา ทำยังไง อยากทำความสะอาดห้องน้ำต้องเริ่มอย่างไร และคาดว่ามีอีกหลายคนอยากเข้าไปช่วย จะเริ่มจากตรงไหน

 

นี่อาจเป็นตัวอย่างที่ทำให้เราหมดข้อสงสัย และเริ่มได้โดยไม่ต้องเกริ่นนำ ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าพี่ๆ จิตอาสากลุ่มที่เรานำมาเสนอนี้ แต่ละคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างคนต่างมาเจอกันโดยบังเอิญ แต่ก็ร่วมแรงร่วมใจบูรณะหอพระไตรปิฎก ณ วัดปราสาท นนทบุรี จนสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างที่เราเห็น

 

 

สำหรับหอพระไตรปิฎก แห่งนี้ถูกสร้างเมื่อประมาณ 30 – 40 ปี แต่ด้วยผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่จึงทรุดโทรม โดยเคยมีผู้รับเหมาจะมาบูรณะหากด้วยงบประมาณที่สูงจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ กระทั่ง “น้าสงคราม” หัวเรี่ยวหัวแรงหลักของชาวจิตอาสากลุ่มนี้มาเจอ จึงเริ่มลงมือบูรณะด้วยตัวคนเดียว ก่อนได้รับความร่วมมือจากสมาชิกแต่ละท่านและคืบหน้ามาจนปัจจุบัน

 

สิ่งที่เป็นของดั้งเดิม คือ บันไดธรรมาสน์ และองค์พระประธานที่คาดว่าอยู่คู่กับวัดพร้อมฐานพระมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีฯ ส่วนพระพุทธรูปที่ทำด้วยหินสีเขียวและโต๊ะหมู่บูชา คือ สิ่งที่น้าสงครามนำมาถวายวัด

 

 

นอกจากนี้ภายในหอยังมีภาพและคำสวดบูชาพระสุนทรีวาณี ผู้คอยดูแลคำสอนพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก รวมถึงภาพถ่ายหลวงปู่สนธิ์ ธมฺมสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดปราสาทแห่งนี้ด้วย

องค์พระประธานที่ตั้งอยู่ในอุโบสถนั้น ทางกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุกว่า 400 ปี และด้วยลักษณะทำให้คาดกันว่าผู้ที่สร้างต้องเป็นพระมหากษัตริย์แน่นอน

 

 

เรื่องราววัดแห่งนี้น่าสนใจมากกว่าความลี้ลับ โดยเฉพาะเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่ปลูกสร้างโดยพระเจ้าปราสาททอง หลานของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

 

 

 

 

 


เปิดตำนานราดหน้ายอดอร่อย-Cover-1-2.jpg

kinyupen_adminJune 23, 2020

เปิดตำนาน ราดหน้า “ยอดอร่อย” จากหน้าวัง สู่หน้าคุก ต้นตำรับราดหน้าเจ้าเก่า ราดหน้ายอดผัก

ที่มาของคำว่า ยอดอร่อย

เดิมทีราดหน้าเจ้านี้อยู่ในตรอกวังบูรพา ที่ปัจจุบันอยู่ปากตรอกร้านบ้านช่างทอง โดยย่านนั้นเมื่อกว่า 50 ปีก่อนถือเป็นย่านเจริญ เพราะมีโรงภาพยนตร์ถึง 3 แห่ง คือโรงภาพยนตร์แกรนด์ โรงภาพยนตร์คิงส์ และโรงภาพยนตร์ควีนส์ ถัดจากนั้นไปก็จะเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ทั้งยังใกล้กับแหล่งขายผ้าและขนมหวานอย่างสะพานหัน พาหุรัด ความเจริญและยอดนิยมจะเห็นได้จากการเป็นย่านแรกของการตั้งร้านไอศกรีมหรือ โดนัทเพราะศาลาโฟรโมสต์ แฟรนไชส์ไอศกรีมแห่งแรก (คล้ายสเวนเซ่นส์ปัจจุบัน) หรือ มิสเตอร์โดนัทก็เริ่มตั้งที่นี่เป็นแห่งแรก

 

 

ความนิยมของราดหน้าในตรอกวังบูรพาจะวัดได้จากจำนวนผู้ที่มากิน นับแต่การเปิดร้านคือสี่โมงเย็น จนถึงตีสอง เนื่องจากสมัยก่อนโรงภาพยนตร์รอบดึกเลิกเวลาเกือบเที่ยงคืนและบางทีมีรอบมิดไนท์ ประกอบกับไนท์คลับและบาร์จะเลิกช่วงเที่ยงคืน มีเรื่องเล่าว่า ดาราอินเดียที่บินมาเปิดภาพยนตร์ถึงขั้นซื้อขึ้นเครื่องกลับบ้าน

 

 

หากในช่วงที่ราดหน้าตรอกวังบูรพากำลังเฟื่องสุดขีดนั้นเจ้าของพื้นที่ต้องการใช้พื้นที่ก่อสร้างโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เถ้าแก่หอย (เจ้าของสูตร) ก็วางแผนย้ายร้านไปตึกแถว 2 คูหาฝั่งตรงข้ามหน้าเรือนจำลหุโทษคลองเปรม (สมัยก่อนเรือนจำชายลหุโทษคลองเปรมเป็นสถานที่กักขังนักโทษชายสถานเบา) ที่เถ้าแก่ใช้ทำเป็นบ้านและร้านกาแฟ-อาหาร ใช้ชื่อห้องอาหารพระนคร (นี่อาจเป็นที่มาที่ทำให้ชาวพันทิปบางท่านเข้าใจว่าราดหน้าร้านนี้คือ พระนคร :คาดเดา)

 

ในช่วงนี้เอง เถ้าแก่ต้องคิดหาชื่อร้านและติดประกาศย้ายที่ตั้ง..ระหว่างนั้นมีคนที่ทานในร้านเสร็จเป็นเด็กอายุ 3-4 ขวบที่มากับพ่อแม่ มายืนอยู่หน้าร้านและยกนิ้วให้กับเถ้าแก่ พร้อมตะโกนบอก “ยอด ยอด ยอดอร่อย” นี่จึงเป็นที่มาของชื่อร้านยอดอร่อย โดยร้านใหม่เปิดขายตั้งแต่ 11 โมงเช้าปิดตีหนึ่ง โดยมีระยะพักช่วง 4 โมง ถึง 6 โมงเย็น

 

ด้วยสมัยก่อนร้านอาหารและแหล่งบันเทิง ไม่ได้มีมากมาย ทำให้ลูกค้าหลายรายเป็นลูกค้าประจำมีการพูดคุย และมีเรื่องเล่าสนุกสนานแบบที่ไม่พบในบรรยากาศสมัยนี้ที่คนกินทั้งร้านสามารถหัวเราะ พูดคุยกันในเรื่องเดียวกัน รวมถึงมีการแข่งขันท้ากินก๋วยเตี๋ยวว่าใครได้มากกว่า หรือบางทีจะเห็นผู้ใหญ่ในวงการสื่อ วงการทหารมานั่งกินพร้อมผู้ติดตามไม่นับ รถ ร.ย.ล.ที่จะมาซื้อประจำจัดใส่สำรับแยกหมู แยกผัก และเส้นเพื่อเตรียมอุ่นในยามดึก

 

 

การคิดค้นสูตรราดหน้า

 

หัวใจของราดหน้าที่จะให้อร่อย คนมักนึกถึงสูตรหมักหมู หมักเนื้อ (นี่ก็มีเรื่องเล่าครั้งสมัย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ทำเชลล์ชวนชิม มาทีไรจะต้องชิมหมูและเนื้อดิบพร้อมจะขึ้นป้ายเชลล์ชวนชิมแต่เถ้าแก่หอยไม่เอาด้วยความเป็นคนจีนจึงเกรงจะวุ่นวายประกอบกับ ม.ร.ว. ถนัดศรีไม่ได้พูดคุยหว่านล้อมต่างจากแม่ช้อย นางรำ จึงเป็นที่มาของป้ายเปิปพิสดารที่แม่ช้อย นางรำให้กับร้านอาหารเรียกได้ว่าในยุคแรกเลยก็ว่าได้)

 

ความจริงหัวใจของราดหน้าคือส่วนประกอบทั้งหมดตั้งแต่ การเตรียมน้ำซุปสำหรับทำน้ำราดหน้า การเตรียมหมูและเนื้อที่ในช่วงหน้าร้อนกับหน้าหนาวก็จะแตกต่างกัน การผัดเส้นที่จะต้องกระตุ้นให้แป้งตื่นตัวและส่งกลิ่นหอม การผัดหน้าที่จะทำอย่างไรให้ผักคะน้าสุกกรอบกำลังกิน รวมถึงน้ำหนักมือในการใส่เครื่องปรุงที่มีทั้งน้ำปลา น้ำตาล น้ำเต้าเจี้ยวผัด พริกไทย (สิ่งที่ยืนยันข้อเหล่านี้คือร้านยอดอร่อยมีคนยืนผัดหน้า 4-5คน แต่ถ้าเป็น รถ ร.ย.ล. คนผัดจะต้องเป็นเจ๊ที่คุ้นหน้าคนเดียวเท่านั้นเพราะมีเสียงสะท้อนก่อนหน้าว่าทำไมรสชาติเปลี่ยน)

 

คำถามจากพันทิป

น้ำปรุงในกา

  • คือน้ำปลารสดี ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอย โดยน้ำปลาจะสั่งจากโรงงานมาครั้งละไม่ต่ำกว่า 10 ไหไม่ใช่แบรนด์ที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน ส่วนน้ำมันหอย นั้นเถ้าแก่เคี่ยวขึ้นมาเองโดยพัฒนาสูตรจากการที่ได้ไปชิมที่เกาะฮ่องกง ซึ่งหอยที่ใช้ในยุคนั้นไม่มีแบบที่เห็นในเกาะฮ่องกงจึงประยุกต์ใช้เป็นหอยแมลงภู่และหอยลายเคี่ยวรวมกัน

ปัจจุบันมีขายที่ไหน

  • ร้านยอดอร่อยหลังจากเลิกแล้วก็ไม่ได้มีการดำเนินการต่อ เพราะด้วยคนผัด และข้อจำกัดของคนเสิร์ฟ ประกอบกับร้านสาขาที่เป็นของลูกสาวคนโตหน้าหมู่บ้าน ต.รวมโชค โชคชัย 4 ก็เลิกตามติดมาหลังจากนั้นไม่กี่ปี

 


 

สูตรการทำราดหน้าต้นตำรับร้านยอดอร่อย ปรับวัตถุดิบและเครื่องปรุงตามยุคสมัยสำหรับทำรับประทานในบ้าน แต่ยังคงรสชาติความอร่อย

 

 

วัตถุดิบ

  • กระดูกเล้ง 1 กิโลกรัม และซี่โครงไก่ 1 ตัว
  • เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ (หอมแดง 3 หัว + กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ+ เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนโต๊ะ)
  • เส้นใหญ่ 2 กิโลกรัม
  • ผักคะน้า 5 กิโลกรัม
  • น้ำมันหมู 500 กรัม
  • เนื้อหมูส่วนที่เป็นเนื้อสัน 500 กรัม เนื้อสะโพก 500 กรัม (เพิ่มปลาหมึก กุ้งตามชอบ)
  • น้ำตาล น้ำมันหอย ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลา และพริกไทย
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ และแป้งฮ่องกง 1 ช้อนโต๊ะ

 

ขั้นตอนการเตรียมส่วนประกอบหลัก

น้ำซุป (ประยุกต์)

  1. ล้างกระดูกเล้งกับซี่โครงไก่ด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ลวกน้ำทิ้ง 1 ครั้ง ก่อนนำมาต้ม
  2. เปิดไฟตั้งหม้อใส่กระดูกเล้งกับซี่โครงไก่ลงไปต้มกับหอมใหญ่หรือหัวไชเท้าประมาณ 1 ชม.

เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ

  1. นำหอมแดงและกระเทียมสับรวมกันให้ละเอียด แล้วนำไปเจียวกับน้ำมัน
  2. เติมเต้าเจี้ยวบดละเอียด ผัดรวมกันจนมีกลิ่นหอม

เส้นใหญ่

  1. ตั้งกระทะให้ร้อน ไม่ต้องใส่น้ำมัน
  2. นำเส้นใหญ่ลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม ตักพักไว้

หมูหมัก

  1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นตามแนวขวางของลายเส้นเนื้อจะได้ไม่เหนียว ถ้ามีพังผืดติดมาให้แล่ออก
  2. หมักด้วยพริกไทย แป้งมัน น้ำมัน และน้ำแข็งหรือน้ำเย็น เพื่อให้เนื้อหมูนิ่มอิ่มน้ำ คนทุกอย่างให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 – 2 ชม. (สามารถนำกุ้งและปลาหมึกไปผสมรวมกับหมูหมักก่อนนำเข้าตู้เย็นได้)

 

 

ขั้นตอนการทำ

  1. ตั้งกระทะเปิดไฟแรง ใส่น้ำมันหมู ตามด้วยผักคะน้าลงไปผัด
  2. ระหว่างผัดผักคะน้าคอยเติมน้ำซุปเลี้ยงไว้รอบๆ เพื่อให้ผักยังมีสีเขียวและกรอบ ปริมาณน้ำซุปที่เติมต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป กะให้พอดีกับจำนวนคนที่รับประทาน
  3. ใส่เนื้อหมู กุ้ง ปลาหมึก ตามลำดับ ปล่อยทิ้งไว้ให้พอเดือด
  4. ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวที่เตรียมไว้ ตามด้วยน้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันหอย ซีอิ๋วขาว (หรือใช้น้ำปลาแทนก็ได้)
  5. ลดไฟลง เติมแป้งมันกับแป้งฮ่องกงที่ผสมน้ำไว้ลงในกระทะ ใส่ทีละน้อยและคนไปพร้อมๆกัน เพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
  6. ผัดให้เข้ากันจนข้นพอดี แล้วตักราดบนเส้นใหญ่ที่ผัดเตรียมไว้ พร้อมรับประทาน

 

เคล็ดลับความอร่อยที่เจ้าของสูตรฝากบอกต่อ

  • ผักคะน้าใช้ต้นใหญ่ เด็ดใบแก่ออก เอาแต่ช่วงยอด ปอกเปลือกลำต้น ล้างน้ำให้สะอาด แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที ล้างน้ำทิ้งอีก 1 ครั้ง พักให้สะเด็ดน้ำ ถ้ายังไม่ทำในตอนนั้นให้นำน้ำแข็งมาวางไว้ด้านบนช่วยเพิ่มความกรอบ
  • น้ำซุปที่นำมาใส่ตอนผัดหน้าต้องตั้งไฟให้ร้อนอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้ผักยังคงสีเขียวและกรอบ และถ้าหากอยากได้รสชาติดียิ่งขึ้นให้ใส่ หอม ข่า กระชาย กระเทียม พริกที่คั่วจนหอมใส่ถุงผ้ากรองเคี่ยวไปพร้อมกัน
  • การใส่แป้งฮ่องกงลงไปผสมกับแป้งมันจะช่วยให้แป้งไม่คืนตัวเป็นน้ำ
  • เส้นราดหน้า ผัดจานต่อจานอร่อยกว่าที่จะผัดทิ้งไว้ เพราะจะทำให้เส้นติดเป็นก้อน

 

หมายเหตุ : เส้นใหญ่ในปัจจุบันจะผสมแป้งมันลงไปด้วย ซึ่งจะต่างจากสมัยก่อนที่จะใช้แป้งข้าวเจ้าล้วน


Content_ตัดหลอดพลังที่ยั่งยืน_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 25, 2020

  • “หมอนหลอดพลาสติก ช่วยยืดระยะเวลาพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยจาก 2 ชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมงครึ่ง” เพราะมีคุณสมบัติที่ดีในการคืนรูป มีช่องว่างระบายอากาศ รองรับสรีระผู้ป่วยได้ดี
  • “หมอน 1 ใบ ใช้หลอดประมาณ 2,000 หลอด” หรือ ปริมาณ 5 ถ้วยตวง น้ำหนักเฉลี่ย 948 กรัม
  • “หลอดที่เหมาะจะทำหมอน คือ หลอดกาแฟมาตรฐาน” ส่วนหลอดที่เล็กเกินไป อาทิ หลอดนม หลอดยาคูลท์ หรือ ใหญ่เกินไป เช่น หลอดชานมไข่มุก จะตกคุณสมบัติ เพราะไม่ยืดหยุ่นทำให้อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย รวมถึงหลอดย่อยสลายได้ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน
  • โครงการต่ออายุหลอดจะนำ “หลอดตกคุณสมบัติไปทำเชื้อเพลิงจากขยะ” ต่อไป

 

เริ่มกล่าวกันมากขึ้นว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยมีสัดส่วนประชากรอายุมากกว่า 65 ปีเพิ่มสูงเป็น 17% ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ โรคภัยไข้เจ็บที่ตัวผู้สูงอายุและคนรอบตัวต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแล โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงก็คือ “กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง” อาทิ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ – อัมพาต ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลา ค่าใช้จ่าย รวมถึงอุปกรณ์ดูแลที่มีลักษณะเฉพาะเพื่อป้องกันปัญหา “แผลกดทับ” ที่อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา อาทิ ภาวะขาดอาหารรุนแรง การติดเชื้อรุนแรงในระบบทางเดินหายใจและในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

 

“หมอนหลอดจากพลาสติกใช้แล้ว” กลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ ที่ถูกนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและได้รับการยืนยันว่าสามารถใช้งานได้จริง อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ระบุว่า “หมอนหลอดดีกับผู้ป่วยที่ต้องนอนในโรงพยาบาลจริง เพราะนอกจากจะมีความยืดหยุ่น ระบายอากาศเหมาะกับผู้ป่วยที่นอนติดเตียงเป็นเวลานานไม่ให้เป็นแผลกดทับแล้ว ยังช่วยลดปัญหาเรื่องไรฝุ่น ภูมิแพ้ให้กวนใจเหมือนหมอนที่ทำจากนุ่นหรือฝ้ายทั่วไป”

 

ขณะที่ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็ระบุข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า “จากที่ได้วิจัยในเบื้องต้นร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าหมอนหลอดพลาสติกสามารถยืดระยะเวลาในการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วย ช่วยลดภาระงานให้แก่พยาบาล จากสองชั่วโมง เป็นสองชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากหลอดมีคุณสมบัติที่ดีในการคืนรูป มีช่องว่างระบายอากาศ สามารถรองรับสรีระผู้ป่วยได้ดี”

 

ฮีโร่จากซีโร่เวสท์…พลังบวกที่ใครก็มีส่วนร่วมได้

ปัจจุบันมีองค์กร หน่วยงาน หรือ กลุ่มจิตอาสาหลายกลุ่มที่เปิดให้ผู้สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการประดิษฐ์หมอนหลอดเพื่อผู้ป่วยติดเตียง หนึ่งในนั้นคือ โครงการ “ต่ออายุหลอด” ของมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เริ่มดำเนินตั้งแต่ปี 2562 โดยรับบริจาคหลอดพลาสติกใช้แล้วจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัท ห้างร้านทั่วไป ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ (ปิดรับชั่วคราวเนื่องจากมีพื้นที่ในการจัดเก็บหลอดที่ไม่เพียงพอ) เพื่อนำมาล้างและตากแดดให้แห้ง ก่อนเปิดกิจกรรมจิตอาสาตัดหลอดขนาด 1 เซนติเมตร และนำมาล้างอีกครั้งเพื่อประกอบเป็นหมอนสำหรับส่งมอบ

 

โดยปัจจุบันมีการส่งมอบ “หมอนหลอด” ทั่วประเทศรวมแล้วกว่า 147 ใบ อาทิ บ้านคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลมาบตาพุด แม่ล้าน หน่วยนาวิกโยธินชลบุรี โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบลแขมหนู จันทบุรี รวมถึงโรงพยาบาลแม่ลาวและกลุ่มมิตรภาพบำบัด จ.เชียงราย โรงพยาบาลสงฆ์ กทม. ฯลฯ ทั้งหมดนี้ช่วยลดปัญหาขยะหลอดพลาสติกเกือบ 200,000 หลอด

 

ปี 2563 นี้ โครงการฯ ยังคง “เปิดรับจิตอาสาจำนวนมาก เพื่อเข้ามาช่วยกันตัดหลอด ล้างหลอด เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำหมอนหลอด” โดยจะจัดกิจกรรมขึ้นทุกเดือน ณ บริเวณโถงอาคาร 1 ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต

ทั้งนี้ครั้งต่อไปจัดขึ้น วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 9.30 – 16.30 น. ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : Facebook มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน หรือ โทร. 02 537 2000 ต่อ 14376 /02 537 3308-10

 

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังระบุว่ายินดีและพร้อมขยายองค์ความรู้และขั้นตอนการทำหมอนหลอดให้กับท้องถิ่น เทศบาล ชุมชน ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ร่วมเป็นเครือข่ายสานต่อโครงการนี้ไปด้วยกันอีกด้วย