_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 11, 2021

เผย คนอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักเกิน และคนที่มีพุง มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยหนักและเสียชีวิตเมื่อติดเชื้อไวรัสโควิด-19


-ควรไปต่อหรือรอ_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2021

แพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นตรงกันว่า สิ่งสำคัญ ณ วันนี้คือต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้เร็ว ไม่ควรรอ ควรฉีดวัคซีนไปก่อนไม่ว่าจะวัคซีนไหนก็แล้วแต่ แล้วค่อยเลือกเองทีหลัง


-19-กลายพันธุ์_กินอยู่เป็น_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJanuary 8, 2021

เตรียมรีบมือไว้แล้ว แต่โควิด-19 ทำไมกลับกลายพันธุ์เร็วนัก กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตจะมาเล่าให้ฟัง


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

เวียดนาม ให้เครื่องบินต่างชาติเข้าแล้ว ส่วนญี่ปุ่นดิ้นเจรจา “ทราเวล บับเบิ้ล” กับหลายประเทศ หลังได้รับผลกระทบหนักด้านการท่องเที่ยว ขณะสิงคโปร์ มาเล นิวซีแลนด์ จีน เกาหลีใต้ จับคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กันเอง ส่วนรัฐบาลไทยยังไม่เคาะเป็นสนามบินได้เมื่อไหร่ แต่เตรียมหาคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” เช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจะยังคงยังไม่น่าไว้วางใจบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่หลายประเทศในโลกสามารถควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อจำกัดอยู่ในวงแคบ เป้าหมายการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศา อัปเดตข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในนโยบายด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียตะวันออก ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้รักการท่องเที่ยว เพราะสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาสั้น หลังจากที่ต้องอึดอัดอยู่บ้านตามข้อจำกัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากว่า 3 เดือน เริ่มต้นจาก…

 

ไทย

 

ภาพจาก : The Nation

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยประกาศปิดสนามบินนานาชาติทุกแห่ง โดยห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศบินเข้าน่านฟ้าประเทศไทยจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ยกเว้นสำหรับเที่ยวบินพิเศษที่รับคนไทยที่ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกักกักตัวของรัฐเป็นเวลา 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ ระบาด

อย่างไรก็ตามหลังที่ปิดประเทศมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นจีนเกาหลีใต้ เวียดนาม และไต้หวัน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอการศึกษาและประชุมอย่างละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กระนั้นการพูดถึงการเดินทางแบบจับคู่ท่องเที่ยวอย่าง “บับเบิ้ล ทราเวล” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี และคาดว่าหากจะเปิดประเทศขึ้นได้จริง ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 3 ของปี คือหลังเดือนกันยายนไปแล้ว

 

มาเลเซีย

ยังมีการประกาศหรือแนวโน้มการเปิดประเทศให้นักเดินทางเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียในขณะนี้ รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้เฉพาะเที่ยวบิน หรือการเดินทางที่จะเป็นการนำชาวมาเลเซียที่เดินทางกลับประเทศเท่านั้น และทุกคนจะต้องแยกตัวเองเป็นเวลา 14 วันหลังเดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงยังไม่สามารถเดินทางได้ และยังไม่ แต่มีข่าวว่ารัฐบาลมาเลเซียจะเจรจาทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศสิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

 

สิงคโปร์

 

ภาพจาก : https://karryon.com.au

 

สิงคโปร์ยังคงปิดชายแดน ไม่เปิดให้มีการเดินทางเข้าออก นอกจากการเดินทางของผู้โดยสารทางอากาศที่เดินทางผ่านสนามบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิงคโปร์มีแผนที่จะพิจารณา “บับเบิ้ล ทราเวล” จับคู่กับ ประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนติดกัน และ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อมามากมายในเดือนเมษายนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแรงงานอพยพ

 

จีน

จีนยังคงไม่เปิดรับชาวต่างชาติเขาประเทศ แต่ยกเว้นให้เข้าได้เพียงกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มอาชีพผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่างๆ และ ขณะนี้จีนกำลังทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” ร่วมกับ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อให้ประชาชนระหว่างกันสามารถเดินทางไปทำธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศได้

 

เกาหลีใต้

เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเที่ยวบินเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้ปิดรับชาวต่างชาติ หรือชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หากแต่ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเดินทางถึงเกาหลี ยกเว้นสำหรับนักการทูตและชาวต่างชาติที่มีสถานะทางธุรกิจอย่างเป็นทางการซึ่งจะทำการทดสอบแทนเมื่อเดินทางมาถึง

 

เวียดนาม

 

ภาพจาก : www.adventureinyou.com

 

เวียดนามนับเป็นประเทศแรกที่ภูมิภาคอาเซียน ที่เริ่มเปิดรับสายการบินจากต่างประเทศ โดยล่าสุด ประเทศที่เวียดนามเลือกให้มีเที่ยวบินต่างประเทศได้คือกลุ่มประเทศในเอเชีย คือ กวางโจว จีน, ไต้หวัน, โซล เกาหลีใต้, โตเกียว ญี่ปุ่น, ลาว และกัมพูชา โดยรัฐบาลระบุว่า จะค่อยๆ เริ่มให้มีเที่ยวบินไปต่างประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรืออาจจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม โดยเน้นประเทศที่ปลอดไวรัส

 

 

 

ญี่ปุ่น

 

ภาพจาก : https://livejapan.com

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเปิดรับชาวต่างชาติใน 4 ประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เวียดนาม และ  ไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่จะเดินทางได้วันละ 250 คนต่อวัน โดยหวังที่จะผ่อนคลายข้อจำกัด ในการเดินทาง ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นกำลังมีการเจรจากับในหลายประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่  ขณะที่ตอนนี้ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้กำหนดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจคาดว่าจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกและการเดินทางจะเป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบโรคที่สำคัญตามมาตรฐานการป้องกันของประเทศ   โดยปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นมีการเจรจาเพื่อทำบับเบิ้ล ทราเวล กับหลายประเทศ แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อในญี่ปุ่นยังไม่ดีนัก แต่หลายประเทศก็ให้การชื่นชมต่อการควบคุมการระบาด จากที่คาดว่าจะมีจำนวนพุ่งมาก แต่กลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียงหลักสิบเท่านั้น

 

ความพยายามของญี่ปุ่นในการเจรจาทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศต่างๆ นั้น เนื่องจากญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง เพราะต้องเลื่อนการจัดกีฬาโอลิมปิกออกไป ส่งผลถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียไป ในขณะที่หลังเกิดการระบาดรายได้ที่เคยเป็นรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าประเทศตกฮวบจนเป็นศูนย์ในเดือนที่มีการระบาดอย่างหนักนั่นเอง

 

ไต้หวัน

ส่วนใหญ่มีเพียงชาวไต้หวันและผู้ถือใบอนุญาตทำงานเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศทุกคนต้องผ่านการกักกัน 14 วัน ประเทศกำลังติดตามสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ อย่างรอบคอบโดยบอกว่าการทำให้การควบคุมชายแดนทำได้ง่ายขึ้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในการจัดการกับการระบาด และนับเป็นประเทศแรกๆ ที่หลายประเทศเตรียมอ้าแขนต้อนรับจาก ความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

 

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 

ภาพจาก : Darren England/EPA-EFE

 

ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกับขาเข้าระหว่างประเทศโดยมีข้อยกเว้นเพียงประการเดียวคือการส่งตัวพลเมืองและผู้อยู่อาศัยถาวรซึ่งต้องผ่านการกักกัน 14 วัน รัฐบาลทั้งสองได้หารือถึงฟองสบู่การเดินทางที่เป็นไปได้ซึ่งอาจรวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกแม้ว่านิวซีแลนด์จะลังเลที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ในขณะที่ออสเตรเลียยังคงอนุญาตให้เดินทางภายในประเทศได้ไม่ จำกัด


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 3, 2020

สำนักข่าวต่างประเทศได้ออกสำรวจเปรียบเทียบสถานที่ชื่อดังต่างๆ ที่เคยร้างผู้คนไปในช่วงการระบาด กลับสถานการณ์หลังการผ่อนคลายกฎที่เคร่งครัด ซึ่งปรากฏภาพผู้คนที่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงกับก่อนหน้านี้มากขึ้น โดยสถานที่สำคัญที่ถูกนำมาเผยแพร่ รวมถึงตลาดนัดรถไฟรัชดา ประเทศไทย ที่เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติด้วย และนี่คือภาพเปรียบเทียบที่ถูกแชร์ไปจำนวนมากในสื่อออนไลน์ต่างๆ ขณะนี้

บนถนนในโอเชียนซิตี้แมริแลนด์ในสหรัฐอเมริกา ที่เคยร้างผู้คนเมื่อช่วงการระบาดรุนแรง แต่หลังจากที่มีประกาศคลายล็อกผู้คนก็เริ่มออกมาเดินเล่นกันบนถนนจนแออัด เหมือนราวกับว่าไม่ได้กลัวต่อการระบาดของโรคแต่อย่างใด

 

 

เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ชายหาดบอร์นมัธ ในสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในโลก ก็แทบจะไม่มีผู้คน แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ชายฝั่งเดียวกันกลับนั้นเต็มไปด้วยผู้ที่พากันมาดูพระอาทิตย์ตกกันจำนวนมาก

 

อิตาลีเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดโดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33,000 คน ภาพถ่ายสองภาพนี้ถูกถ่าย ที่ร้าน Piazza Vittorio Veneto ของ Turin เปรียบเทียบระหว่างวันที่ 10 มีนาคมหนึ่งวันหลังจากมีการบังคับให้ปิดประเทศและภาพล่าสุดในวันที่ 23 พฤษภาคมเมื่อร้านอาหารบาร์คาเฟ่และช่างทำผมสามารถเปิดใหม่ได้แม้ว่ารัฐบาลอิตาลีจะยังประกาศให้ประชาชนคงมาตรการระยะห่างทางสังคมอยู่เช่นเดิมก็ตาม

 

 

ในประเทศกรีซ โบสถ์ของชาวคริสต์ ถูกบังคับให้หยุดการให้บริการหลังจากที่ประเทศประกาศมาตรการล็อกดาวน์ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ไม่มีใครสามารถไปทำพิธีที่โบสถ์ได้ แต่ภาพล่าสุดในวันที่ 17 เมษายน โบสถ์ให้บริการอีกครั้งโดยที่นั่งถูกจัดให้มีระยะห่างกันในระหว่างการเข้าร่วมพิธี  ครั้งแรกหลังจากมาตรการผ่อนคลายลง

 


 

ในประเทศเวียดนามมีผู้ป่วยเพียง 327 ราย แต่ในช่วงของการระบาดถนนหลายแห่งที่เคยมีผู้คนหนาแน่นก็กลับร้างผู้คน ไม่มีการจราจรที่คับคั่ง ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 17 มีนาคม แสดงให้เห็นคนขับสามล้อในกรุงฮานอยที่ต้องออกมารอผู้โดยสารที่แทบจะไม่มีเลย เปรียบเทียบกับภาพถ่ายการจราจรในกรุงฮานอยเมื่อวันที่ วันที่ 25 พฤษภาคม ที่เต็มไปด้วยรถราในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งเป็นภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

 

สำหรับประเทศไทยตลาดนัดรถไฟรัชดาฯในกรุงเทพ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มักจะเต็มไปด้วยผู้คนที่แออัดอยู่เสมอ แต่เมื่อรัฐบาลประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉิน หลายสถานที่จึงถูกสั่งปิด รวมถึงที่นี่ด้วย ภาพถ่ายเมื่อปลายเดือนมีนาคม หลังการประกาศกฎหมายเคอร์ฟิว ทำให้ตลาดที่เคยคึกคักกลายเป็นลานร้าง ไร้ผู้คน เปรียบเทียบกับภาพล่าสุดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ตลาดได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ท่ามกลางมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันการระบาด ในขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่รัฐบาลยังคงขอให้ประชาชนยังคงปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยทางสุขภาพเพื่อไม่เกิดการระบาดในรอบสอง ต่อไป

 

 

ปิดท้ายที่กรุงมิลาน ใน อิตาลี ย่านสำคัญอย่าง Galleria Vittorio Emanuele II เปรียบเทียบภาพเมื่อวันที่ 8 มีนาคมหลังจากที่รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในตอนเหนือของประเทศ กับภาพถ่ายเมื่อวันที่ วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่อนคลายการล็อกดาวน์ พบว่ามีผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตปกติกันมากขึ้น แม้ว่าจะยังคงต้องเข้มงวดกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยไม่ให้เกิดการระบาดในรอบสองขึ้นมาอีกครั้ง


238-cat-_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 21, 2020

เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ของเมืองซัปโปโร บนเกาะฮอกไกโด เข้าช่วยเหลือชีวิตแมว 238 ตัว ที่ถูกสามพ่อแม่ลูกเลี้ยงแบบตามมีตามเกิดภายในบ้านอย่างอดอยาก ในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ จนทำให้บางตัวประสบปัญหาสุขภาพ เรื่องแดงขึ้นเพราะไม่ยอมจ่ายค่าเช่าบ้านจนถูกฟ้องขับไล่ ชี้เริ่มเลี้ยงแค่ไม่กี่ตัวแต่ไม่ได้ทำหมันจนเพิ่มจำนวนทวีคูณเกินจะรับได้ ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีทารุณกรรมสัตว์ตามกฎหมาย

 

แมวนับเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น หลายครอบครัวเลือกที่จะเลี้ยงแมวเป็นสัตว์เลี้ยง และเป็นเพื่อนสำหรับคนโสดบางคนด้วย ทำให้เราสามารถพบเห็นคาเฟ่แมวได้มามายในประเทศญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตามการเลี้ยงแมวที่แม้จะมีข้อกำหนดมากมายตามกฎหมายของญี่ปุ่น แต่ก็ยังพบว่ายังปัญหาเกิดขึ้นมากมายกับแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นอยู่ดี

 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นพบว่าแมวจำนวน 238 ตัว ในบ้านหลังหนึ่งที่ จ.ซัปโปโร เกาะฮอกไกโด ซึ่งเจ้าของแจ้งว่าไม่สามารถที่จะเลี้ยงพวกมันได้อีกต่อไปจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ปัญหานี้เกิดแดงขึ้นมาหลังจากที่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นเจ้าของแมวทั้งหมด ค้างค่าเช่าบ้านเป็นเวลานาน

 

 

จากของมูลระบุว่า แมวทั้ง 238 ตัว เป็นของสามีภรรยาวัย 50 กว่าปี ที่อาศัยอยู่กับลูกชายวัย 30 ปี ในย่านคิตะ ในเมืองซัปโปโร และเมื่อสมาชิกของศูนย์ควบคุมสัตว์และองค์กรสวัสดิภาพสัตว์เข้าไปตรวจสอบในบ้านหลังจากได้รับแจ้งก็ต้องตะลึงเมื่อพบแมวจำนวนมาก และยังพบซากกระดูกแมวที่ตายที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นบ้านอีกด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ กล่าวว่า ภายในบ้านพบแมวที่ผอมจนหนังติดกระดูกอยู่รวมกันอย่างน่าเวทนา พวกมันมีกลิ่นเหม็นจนเจ้าหน้าที่หลายคนไม่สามารถที่จะทนกลิ่นได้เลยทีเดียว

 

จากการสอบถามครอบครัวดังกล่าว พวกเขาบอกว่า ไม่ได้รู้สึกว่าแมวมีกลิ่นเหม็นเหมือนที่คนอื่นรู้สึก และไม่เคยนำแมวไปทำหมัน จนกระทั่งพวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เป็นเท่าทวีคูณจนถึงปัจจุบัน และเมื่อทั้งสามคนต้องออกจากบ้านเนื่องจากค้างค่าเช่าจนถูกเจ้าของบ้านยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้ย้ายออก แมวทั้งหมดจึงต้องไปอยู่ในความดูแลของ ศูนย์ควบคุมสัตว์ของเมือง และอีกจำนวนหนึ่งจะถูกส่งไปยังหน่วยงานสวัสดิภาพสัตว์

 

 

ด้านหัวหน้าองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ส่งเสริมการปกป้องแมวจรจัดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ระบุว่าจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีของบ้านหลังนี้ ทำให้แมวหลายตัวสูญเสียการได้ยิน และทั้งสามคนจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนี้เนื่องจากถือได้ว่าเป็นการเพาะพันธุ์แมวโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ของญี่ปุ่น

 

ที่ผ่านมา เกิดคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์เพิ่มมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะการทารุณกรรมสัตว์ ทั้งแบบที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยจากข้อมูลพบว่าในปีที่แล้วมีผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดีลักษณะนี้สูงถึง 105 คดี ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ในประเทศญี่ปุ่น

 

รับชมคลิปวิดีโอ : 238 cats rescued from house in northern Japan

ขอขอบคุณภาพจาก : NHK


-น้องแมว-อดหลังอาหาร_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 11, 2020

ผลกระทบจากการวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เกิดมาตรการล็อกดาวน์ ปิดเมือง หรือ Lock down ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบกับคนเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงสัตว์น้อยใหญ่ด้วยเช่นกัน สวนสัตว์หลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศขาดรายได้จนต้องขอเปิดรับบริจาคเงิน หรือ อาหารเพื่อนำมาเลี้ยงสัตว์ อาทิ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม หมู่บ้านช้างพัทยา มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยฯ ที่พักสุนัขและแมวจรจัดหลายแห่ง

 

หรือฟังแล้วทำให้ค่อนข้างใจหายอย่างสวนสัตว์ Tierpark Neumünster ในเยอรมนี ที่บอกว่า ในขั้นเลวร้ายสุดอาจจำเป็นต้องฆ่าสัตว์บางชนิดเพื่อเป็นอาหารสัตว์อื่น แต่โชคดีที่ยังไม่เลวร้ายจนถึงขั้นนั้น

 

ล็อกดาวน์ทำน้องหมาน้องแมว อดอยาก?

 

นอกจากรายได้แล้วการปิดเมืองก็ทำให้การนำเข้า – ส่งออกอาหารสัตว์กลายเป็นปัญหาที่กระทบเป็นลูกโซ่ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งจากที่ทีมงานกินอยู่เป็น ได้สำรวจความเห็น ร้านค้าปลีกอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง ย่านถนนนาคนิวาส ลาดพร้าว 71 ทางผู้ค้าให้ข้อมูลว่า

 

“แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นภาพที่มีผลกระทบกับธุรกิจอาหารสัตว์ชัดเจน แต่ร้านค้าเริ่มได้รับผลกระทบของการรับสินค้านำเข้าอย่างหนึ่งคือ เนื่องจากมีมาตรการควบคุมการส่งออก ทำให้ได้รับสินค้าล่าช้า โดยเฉพาะอาหารสัตว์ ประเภทสุนัข แมวที่มาจากฝั่งอเมริกาและอิตาลี เยอรมนี อังกฤษ อาทิ Whiskas ,Friskies ,Royal canin ,Pedigree ,Smartheart ,purina proplan , ANF ,WERUVA ถึงยังไม่มีการปรับราคาสินค้า แต่ก็ทำให้ของเริ่มขาดตลาด

ส่วนอาหารสัตว์แบรนด์ไทยยังไม่มีผลกระทบอะไร กรณีเลวร้ายสุด ถ้าการนำเข้าส่งออกถูกปิดกั้นจนชะงัก แต่อาหารสัตว์เลี้ยงก็ยังมีให้ซื้อขายได้อยู่ แต่ผู้ซื้ออาจต้องเปลี่ยนจากแบรนด์ต่างชาติมาเป็นแบรนด์ไทยเท่านั้นเอง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ด้วยว่าจะลดลงหรือไม่ เพราะถ้าลดลงการนำเข้าและส่งออกก็น่าจะฟื้นตัวได้อีกครั้ง”

 

ทั้งนี้จากข้อมูลของผู้ประกอบการค่อนข้างสอดคล้องสถานการณ์ล่าสุดที่ว่า “อาหารสัตว์แบรนด์ไทย” จะยังคงเพียงพอต่อความต้องการของผู้เลี้ยงสัตว์ชาวไทยแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ของไทย เผยว่า ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเพิ่มขึ้นแม้อยู่ในช่วงวิกฤต เนื่องจากสัตว์เลี้ยงต้องบริโภคเป็นประจำประกอบกับผู้เลี้ยงมีความเอาใจใส่ให้ความสำคัญเสมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้มีการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงสำรองไว้ ส่งผลดีให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ของไทยมีโอกาสขยายการส่งออกได้

นั่นทำให้กำลังผลิตต้องเร่งขยายตามไปด้วย กลายเป็นอานิสงส์ให้น้องหมา น้องแมวเมืองไทยที่มีเจ้าของไม่อดตายแน่นอน

แต่ถ้าเป็นหมาจร แมวจรไม่ว่าอาหารสัตว์มีเพียงพอ หรืออาจไม่เป็นผล เพราะท้ายสุดยังคงต้องกัดฟันสู้และเฝ้ารอหวังความรัก ความเมตตาจากผู้ใจบุญกันต่อไป

 


5-New-normal_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 3, 2020

นาทีนี้คำว่า New Normal หรือ “ความปกติรูปแบบใหม่” กลายเป็นที่พูดถึงกันวงการไม่ว่าจะการเมือง ธุรกิจ การเงินการลงทุน รวมถึงการสื่อสาร ซึ่งถ้าแปลตรงตัวอาจงงว่าความปกติรูปแบบใหม่หมายถึงอะไร แต่ตีความง่ายๆ ก็คือ “วิถีชีวิต หรือ พฤติกรรมแบบใหม่ๆ ที่จะกลายเป็นสิ่งคุ้นชินกับชีวิตเรา” นั่นเอง

 

วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอสรุป 5 New Normal ที่คาดว่าแม้วิกฤติโควิด-19 จะซาไปแต่จะยังคงอยู่คู่คนไทยไปอีกหลายปีแน่ๆ มานำเสนอกัน ส่วนจะมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย

 

1.วัฒนธรรมสาธารณะ พฤติกรรมการเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร จะเข้ามาเป็นหนึ่งในวิถีประจำวันของคนไทย ซึ่งวันนี้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือโดยสมัครใจทั้งหน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจเอกชน พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนดังเห็นได้จากการต่อแถวเข้าคิวร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ฟู้ดคอร์ท แคนทีน ตู้เอทีเอ็ม หรือ ธุรกรรมต่างๆ ระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้า เรือ เครื่องบินที่เว้นระยะห่างและกำหนดที่นั่งชัดเจน ตลอดจนโรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ โรงแรม ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวที่คาดจะเห็นมากขึ้นในอนาคต

 

2.สุขอนามัย แน่นอนว่าหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือจะกลายมาเป็นไอเทมติดตัวของทุกคนต่อจากโทรศัพท์ นอกจากนี้หมั่นล้างมือก่อนและหลังทำกิจกรรมไม่ว่าจะทานอาหาร เข้าห้องน้ำ หรือ เดินทางไปที่ต่างๆ รวมถึงการแยกภาชนะ หรือ ใส่ใจทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวก็จะเป็นนิสัยที่ติดตัวเราต่อไป ส่งผลให้แอลกอฮอล์ น้ำยาทำความสะอาดประเภทต่างๆ จะขึ้นแท่นกลายเป็นอีกหนึ่งประเภทสินค้าแนะนำตามร้านโชห่วย ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้า

 

3.ออกกำลังกาย กิจกรรมกลางแจ้งในที่สาธารณะ อาทิ การเดิน วิ่ง ไท่เก๊ก ต้องการปรับรูปแบบโดยคำนึงถึงการเว้นระยะห่างส่วนบุคคลมากขึ้น ขณะที่ ฟิตเนส โยคะ หรือ แอโรบิค ที่เคยทำเป็นกลุ่มอาจใช้วิธีการเทรนผ่านออนไลน์ ซึ่งแม้จะมีการปรับรายละเอียดที่เข้มงวดขึ้น แต่เชื่อได้ว่ากลุ่มคนรักสุขภาพก็พร้อมและยินดีปฏิบัติตามแน่นอน

 

4.ชีวิตออนไลน์ Work from Home และประชุมออนไลน์ยังคงมีการใช้อยู่ต่อเนื่อง และอาจมากขึ้นในงานบางประเภทที่ไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่หน้างานตลอดเวลา ส่วนผู้ที่เสพข่าวออนไลน์ จะเข้าใจวิธีค้นหา คัดกรองข้อมูล รวมถึงตรวจสอบ Fake News ได้อย่างที่ถูกต้องมากขึ้น

ทั้งนี้ด้วยความเสี่ยงจากความแออัดของการเข้าทำธุรกรรม จ่ายบิล หรือ ซื้อสินค้า จะส่งผลให้ช็อปปิ้งออนไลน์กลายมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกซื้อ รวมถึงช่องทางสร้างเงิน สร้างอาชีพให้กับผู้ขายหน้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ส่วนการใช้จ่ายแบบ Mobile Banking ที่ภาครัฐพยายามกระตุ้นมาตลอดนั้นจำนวนผู้ใช้ก็จะถีบตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ขณะที่ออนไลน์จะมีบทบาทมากขึ้นทั้งการเรียนในระบบ รวมถึงนอกระบบอย่างสถาบันกวดวิชา แต่เชื่อว่ายังไม่สามารถใช้กับระบบการศึกษาพื้นฐานได้ทั้งหมดในเร็ววัน เพราะแต่ละพื้นที่ยังมีความเหลื่อมล้ำกันมาก

 

5.วางแผนการเงิน วิกฤตินี้ได้สอนให้เรารู้จักความหมายของคำว่า “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” แบบแจ่มแจ้งชัดเจน จึงเชื่อได้ว่า “การใช้จ่ายแบบระมัดระวังและพอเพียง – การออมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน” ซึ่งเป็นหลักการที่ค่อนข้างคอนเซอเวทีฟนั้น จะถูกให้ความสำคัญและนำมาปัดฝุ่นใช้ในแต่ละครอบครัวมากขึ้น

ขณะที่การนำเงินในอนาคตมาซื้อสินค้ามูลค่าสูง หรือ ผ่อนยาว จะถูกไตร่ตรองคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าเงินที่คิดว่าจะได้แน่ในอนาคตจากงานที่ทำอยู่นั้นจะไม่หายวับในพริบตาไปอีก นอกจากนี้ “ประกันสุขภาพ” น่าจะเข้ามามีบทบาทต่อการวางแผนการเงินของแต่ละครอบครัวไม่แพ้กัน

จากทั้ง 5 ข้อข้างต้น บางเรื่องจริงแล้วมันก็คือ หลักการที่เรามีการรณรงค์กันมาเป็นระยะ แต่อาจหลงลืม มองข้าม หรือ ประมาทกับชีวิตเกินไป ขณะที่บางเรื่องก็เป็นผลที่เกิดจากการเกิด Digital Disruption ที่บางคนพยายามปิดกั้นการเรียนรู้สิ่งใหม่ หากทั้งหมดได้ถูกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นด้วยยาแรงที่ชื่อว่า เจ้าไวรัสโควิด-19 นี่เอง

 

อ่านประกอบบทความที่เกี่ยวข้อง