Content_Horo_march_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 1, 2020

กินอยู่เป็น x Horoscope บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศี ประจำเดือนมีนาคม 2563 โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ท่านใดที่สนใจเช็คดวงชะตาแบบเอ็กซ์คลูซีฟสามารถติดต่อได้ที่ 081-838-9816

 

ชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร #ราศีใดในช่วงนี้มีออร่าจับสับรางไม่ทัน และ#ราศีใดทำอะไรก็ผิดติดๆขัดๆ

 

 

ราศี ธนู และ มังกร 

บทสวดบูชาดาวพฤหัส

ตั้งนะโม 3 จบ

ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง

เยนะ สังวิหิตารักขัง มะหาสัตตัง วะเนจะรา

จิรัสสัง วายะมันตาปิ เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง

พรัหมะมันตันติ อักขาตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คาถาบูชาดาวพฤหัส

ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ (สวด 19 จบ)

 //////////////////////////////////////

 

ราศีเมษ

คนราศีเมษสมองไม่ค่อยโล่ง มีความกังวลอยู่ตลอดเวลา ไม่มีความสุข นอนหลับก็หลับไม่เต็มที่ เนื่องจากมฤตยูยังกุมลัคนาของคนราศีเมษอยู่ ซึ่งอยู่อีกนาน แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรร้ายแรง เพื่อนฝูง สังคม ไม่ค่อยดี ไปไหนก็ไม่ค่อยมีคนอยากต้อนรับ ไม่มีคนใส่ใจ  ช่วงนี้ชาวราศีเมษดวงตกให้ไปถือศีลดีกว่า แต่การงานจะดี และหลังจากวันที่ 22 มีนาคม เป็นต้นไป จะมีเครดิตมากขึ้น ไปไหนมาไหนก็มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ สุขภาพก็จะดีขึ้น

 

  • การเงิน เรื่องเงินให้ประหยัดเพราะการเงินฝืดเคืองมาก มักมีเรื่องต้องจ่าย มีแต่คนมารบกวน ถ้ามีหุ้นส่วนลงทุนร่วมกันก็จะมีความขัดแย้งกับหุ้นส่วน เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ขัดแย้งกันเพราะว่ามีผลขาดทุน เงินไม่มีจึงทะเลาะกัน 
  • การงาน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 มีนาคม การงานจะดีขึ้นเรื่อยๆ ติดต่อเจรจาได้ คนให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์ ฉะนั้นให้รีบจัดการซะตั้งแต่วันนี้ ติดต่ออะไรไว้ก็รีบทำ จะมีความสำเร็จในเรื่องการงาน ให้อดทนไป
  • ความรัก ไม่ค่อยดี มีแต่เรื่องบาดหมางกัน ไม่มีความเข้าใจกัน
  • สุขภาพ ความเครียด กังวล ฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์

 

สีไม่ดี ฟ้า น้ำเงิน

สีดี      เขียว

คำเตือนของคนราศีเมษ คือ ใช้เงินให้ระวัง อย่าสร้างหนี้ อย่าสร้างภาระใหญ่ๆ หลีกเลี่ยงเรื่องที่จะก่อให้เกิดทุกข์ ให้อดทนสักพักจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ  

              

ราหูค้นทรัพย์

 

ราศีพฤษภ

ช่วงนี้จะเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก คือ อาจมีการสะสมวัตถุมงคล จะไปทางด้านสิ่งลี้ลับ ด้วยเกตุเป็นเรื่องของอารมณ์ด้วยพอกุมลัคน์ก็จะทำให้อารมณ์แปรปรวน เหวี่ยงและฉุนเฉียวง่าย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดวงตก

 

  • การเงิน อยู่ในเกณฑ์ ราหูค้นทรัพย์” ใช้เงินเก่ง มีรายจ่ายสูง มีเงินไม่ได้มีเรื่องจ่าย คือมีเรื่องจ่ายไร้สาระ ถ้าไม่จ่ายเองก็มีคนอื่นมารบกวน ไม่ให้ยุ่งเรื่องชาวบ้าน เรื่องชาวบ้านคือเรื่องเข้ามายืมเงินรวมอยู่ในนั้นด้วย ตอนนี้ห้ามค้ำประกัน อย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน เพราะว่าตัวเองดวงตกอยู่ 
  • การงาน ถ้าทำงานเป็นลูกจ้างก็ต้องมีสติ ตั้งใจทำงาน อาจถูกตำหนิติเตียนได้ ให้ระมัดระวังการทำงานจะมีข้อผิดพลาดสูง ระวังจะไปขัดใจกับเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย ถ้าทำงานด้านการเงินต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เงินจะหาย จะคิดเงินผิดพลาด
  • ความรัก  ยังโอเคอยู่ คนรักช่วยเหลืออุปถัมภ์  แต่หลังจากวันที่ 22 มีนาคม จะมีความห่างเหินกัน หรือแตกแยก มีทะเลาะขัดแย้งกันได้ เมื่อดูจากภาพรวมแล้วตอนนี้นิสัยคนราศีพฤษภไม่ค่อยดี อารมณ์เหวี่ยง หาเรื่องเขาไปทั่วหมด โดยเฉพาะแฟน 
  • สุขภาพ ไม่ค่อยดี 

 

สีไม่ดี ดำ

สีดี    เหลือง

แม้ดวงจะตก แต่หลังจากวันที่ 22 มีนาคม จะมีเครดิตมากขึ้น มีพาวเวอร์ ผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยเหลือได้

 

 *ราหูค้นทรัพย์  : กล่าวคือ มีเรื่องให้ต้องเสียทรัพย์สินเงินทอง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์  

วิธีการแก้เคล็ดคือ : ให้ใช้จ่ายไปกับการกุศล ปันเงินไปบริจาคหรือทำบุญ ก็จะบรรเทาการเสียทรัพย์ในรูปแบบอื่นได้

 

ราศีเมถุน

สมองไม่โล่ง ความจำก็ไม่ค่อยดี เลอะเลือนหน่อย เนื่องจากราหูทับ ทำอะไรกับใครก็ไม่ขึ้น ทำคุณคนไม่ขึ้น ราหูทับ อยู่ตรงไหนก็อยู่ไม่ติด อยู่บ้านก็ไม่ติด ดูรุ่มร้อนอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นคนที่เป็นลักษณะนี้ต้องแก้เคล็ด เปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนทิศการนอนบ่อยๆ (ยกเว้นทิศตะวันตก) ไม่ย้ายห้องนอนก็ย้ายทิศ 2 อาทิตย์ย้ายทีนึงก็ได้  สร้างบรรยากาศให้ตัวเองเพื่อลดความเครียด ตกแต่งห้องใหม่

ราหูรบกวนทำให้ความไม่เป็นตัวของตัวเองสูง ต้องฝึกความอดทนเพราะเป็นคนขี้โมโห นั่งสมาธิ ฝึกจิต หมั่นสวดมนต์ ความเครียดจะน้อยลง

 

  • การเงิน ไปได้เรื่อยๆ ไม่ลำบาก 
  • การงาน การทำงานในลักษณะเป็นหุ้นส่วนยังไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ คนที่ร่วมทำงานกับเรา เขามีอย่างอื่นต้องไปทำ เราต้องแสดงฝีมือคนเดียว มีความเครียด เตรียมตัวบินเดี่ยว บินเดี่ยวจะสำเร็จถ้าไม่ใช้อารมณ์มาก หลังวันที่ 14 มีนาคมงานก็จะเยอะขึ้น ถือว่าดีเพราะมีผลงาน
  • ความรัก  เริ่มห่างเหิน คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องประมาณช่วงเวลาหนึ่ง ทุกสิ่งอย่างมันเกิดจากตัวเอง ต้องกลับมาดูตัวเอง 
  • สุขภาพ ไม่ค่อยดี มีความเครียด เส้นตึง ต้องไปนวดบ่อยๆ ราหูทับ หลับยังเครียด หลับกล้ามเนื้อยังทำงานอยู่ สมองหลับแต่กล้ามเนื้อยังเกร็งอยู่ ฉะนั้นต้องไปผ่อนคลาย ไปแช่น้ำอุ่นบ้าง ไปคลายกล้ามเนื้อ ลงทุนนิดหนึ่งได้ผลสูง

 

สีไม่ดี ดำ

สีดี    แดง

แค่ปรับตัวเองก็ชนะราหูได้ อย่าคิดว่าตัวเองถูกเสมอไป ข้อแนะนำของคนราศีนี้ คือ ต้องลดตัวตนลง ลดทิฐิ ยอมรับความผิดพลาดของตน จากตำแหน่งที่ว่าจะขึ้นพอถึงเวลาก็ไม่ได้ขึ้น เพราะราหูรบกวน

 

ราศีกรกฏ

มีความหงุดหงิดใจอยู่บ้าง จากวันที่ 13 มีนาคมไป ให้ระมัดระวังเรื่องคำพูดจะก่อให้เกิดศัตรูได้ 

 

  • การเงิน หลังจากวันที่ 14 มีนาไปการเงินที่ย่ำแย่จะดีขึ้น เงินค้างเก่าๆ จะได้คืน ใครยืมเงินไปก็จะมาใช้คืน การเงินก็จะดีขึ้น เครดิตดีขึ้น การลงทุน หุ้นส่วนอะไรก็เริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนา เพราะดาวเสาร์ขยับขึ้นไปเรือนหุ้นส่วน การลงทุนดี 
  • การงาน ระมัดระวังจะเกิดความล่าช้าไม่ทันตามกำหนดเวลา ยืดยาด มีอุปสรรค ให้เผื่อเวลาไว้ จะไปรับปากใครก็บวกๆ เวลาไว้ด้วย บวกข้อผิดพลาดแก้ไขไว้นิดนึง เมื่อแก้ไขแล้วก็ดี ไม่มีอะไร
  • ความรัก  เนื้อหอม ถ้ายังไม่มีแฟนก็มีคนมาให้เลือก 3 – 4 คน คนมีคู่แฟนก็รักมากขึ้น คนรักก็ดีมากขึ้น
  • สุขภาพ  ปวดหัว ตัวร้อน มีเรื่องมึนหัว ปวดหัว เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ค่อยพอเท่าไหร่ ต้องดื่มน้ำเยอะๆ คนราศีนี้ช่วงนี้ขาดน้ำ

 

สีไม่ดี ดำ ฟ้า น้ำเงิน

สีดี    ส้ม ม่วง

 

 

ราศีสิงห์

คนราศีสิงห์เดือนนี้จะดี เนื่องจากจันทร์เพ็ญจะมาแล้ว ความเพ็ญจะตามมา ทำอะไรก็มีความสำเร็จ แต่คนราศีมีนจันทร์ดับเดือนนี้ ฉะนั้นเดือนมีนาคมจะมีเจ็บ ป่วย ให้ระวังเรื่องสุขภาพ เกี่ยวกับข้อเท้า ระวังจะมีแต่เรื่องเสียเงิน

ระวังเรื่องของสุขภาพเกี่ยวกับพวกร้อนใน ขา เข่า เจ็บด้วย อย่าไปอยู่ที่ร้อนๆ ให้อยู่ในห้องแอร์ไปช่วงนี้ หรือไม่ก็อยู่ใต้ต้นไม้ ให้มันร่มเย็น เสาร์ อาทิตย์ มีวันหยุดก็ให้ไปพักผ่อนที่ร่มๆ อย่าไปอยู่ที่ร้อนเดี๋ยวขี้โมโหอีก แต่หลังจากวันที่ 14 มีนา ก็ไปอยู่เรือนมรณะอีกก็ไม่ค่อยดี ระวังการมีเรื่องมีราวด้วยด้านอารมณ์

 

  • การเงิน มีลาภเล็กๆ น้อยๆ หนี้สินจะลดน้อยลง การลงทุนยังไม่ต้อง ชะลอไว้ก่อน  เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยพูด เดือนนี้ยังไม่ต้องทำอะไร อยู่นิ่งๆ ไปก่อน
  • การงาน การงานดี ตอนนี้เน้นไหว้เจ้าเรื่องงาน มีอุปสรรคอะไรก็ไปขอ ไหว้เจ้า จะมีความสำเร็จ ไหว้เจ้าที่ที่บ้านด้วย ที่ทำงานด้วย
  • ความรัก ก็จะได้ลาภจากคู่ แฟนดีทนอารมณ์ได้ แฟนให้กำลังใจได้
  • สุขภาพ ระวังเรื่องสุขภาพ ร้อนใน กินน้ำเยอะๆ แล้วก็ใจร้อนด้วย

 

สีไม่ดี แดง

สีดี    ดำ

 

 

ราศีกันย์

หลังจากวันที่ 13 มีนาคม เป็นต้นไป ดาวพุธอยู่เรือนอริ ก่อศัตรูอยู่ จะมีศัตรู คู่แข่ง พูดไม่ค่อยเข้าหูคน 

 

  • การเงิน   มีการใช้เงินเกินตัว ทำให้เงินฝืดได้ การเงินมีติดลบ ฉะนั้นระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเงินในเดือนนี้ การเสี่ยงโชคไม่ดี
  • การงาน ให้ระมัดระวังเรื่องคำพูดในเรื่องการงาน ฉะนั้นไม่ต้องพูด เน้นทำงานเยอะๆ แต่ถ้ามีบริวารก็ให้พวกลูกน้องออกหน้าไปก่อน ลูกน้องจะดวงดีกว่า ตอนนี้ตัวเองออกหน้าไม่ค่อยดี งานจะมีอุปสรรคต้องแก้ไขอยู่เรื่อย งานจะมีข้อผิดพลาดได้ หากมีความขัดแย้งกับเจ้านาย ให้สงบปาก สงบคำ อย่าเกี่ยงงาน เขาใช้อะไรก็ทำไปก่อน ไม่ได้ค่อยว่ากันทีหลัง
  • ความรัก  ความรักยังโอเคอยู่ แฟนดีช่วยอุปถัมภ์ มีเหตุมีผลดี สามารถรับฟังเรื่องราวของตนได้ดี พึ่งได้                  
  • สุขภาพ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ 

 

สีไม่ดี แดง

สีดี    ส้ม เบจ ครีม

 

 

ราศีตุลย์

ในภาพรวม ดาวประจำราศี คือ ดาวศุกร์ ตอนนี้ดาวศุกร์เป็น “ประ” หรือ ส่งผลให้ดาวเสื่อมผล หมายถึง ผลที่ดวงได้รับจะผันแปรหรือเกิดอุปสรรค ไม่ราบรื่น ล่าช้า ซึ่งขณะนี้ดาวศุกร์เป็นประอยู่ เท่ากับว่าดาวของราศี “ไม่มีกำลัง” ต้องระวังเรื่องสุขภาพไปจนถึงวันที่ 29 มีนา เพราะดาวศุกร์ อยู่จนถึงวันที่ 29 มีนา เดือนนี้ทั้งเดือนก็ให้ดูแลเรื่องสุขภาพ 

  • การเงิน  พอไปได้ การเงินก็จะดีขึ้นหลังวันที่ 22 มีนาแล้ว ขอเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับญาติ กับคนใกล้ชิดมาก ปัญหาไม่มีจบสิ้น แล้วเราก็ไปเครียดเรื่องของคนอื่น ตัวเราเองก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วช่วงนี้ช่วงนี้ไม่มีโชค เรือนลาภไม่สวย เดี๋ยวอาทิตย์ก็จะขึ้นไปอาทิตย์ เงินดีเฉยๆ ลาภ เสี่ยงโชคไม่ดี เพราะเดี๋ยวดาวพฤหัสฯ เสาร์ ขึ้นไป ก็จะมีทรัพย์สินเพิ่มได้ ซื้อบ้าน ซื้อที่ได้ แต่ต้อง 22 มีนาไปแล้ว
  • การทำงานที่มีหุ้นส่วน ไม่ดีนัก ช่วงนี้ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ดี เสียเปรียบ มีเรื่องให้ปวดหัวเกี่ยวกับญาติ พี่น้อง อย่าเข้าไปยุ่งกับเรื่องญาติ พี่น้องมากจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะเรื่องเงินเป็นเรื่องหลัก พี่น้องจะทำให้ปวดหัว ทางที่ดีอยู่ห่างๆ กันสักพักดีแล้ว เนื่องจากกลุ่มดาว 3 ดวง มันจะย้ายไปอยู่เรือนญาติของราศีตุลย์ ดาว 3 ดวง คือ อังคาร พฤหัสฯ เสาร์ ในเดือนนี้ย้ายไปก็เริ่มจะปวดหัวเรื่องญาติ
  • การงาน  ก็ไปได้เรื่อยๆ แต่ว่าอย่างที่เกริ่นไปด้วยสุขภาพของเราไม่ค่อยดี เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ค่อยพอ มีอาการปวดบริเวณ คอ บ่า ไหล่ ออฟฟิศซินโดรม ทำให้คิดอ่านอะไรไม่ค่อยปลอดโปร่งเท่าที่ควร หรืออาจจะหยุดงานบ่อย ทำ 2 วัน หยุด 3 วัน กำลังวังชาไม่ค่อยดี งานก็จะเนือยๆ ไปนิดนึง ผลงานก็จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สำหรับเดือนนี้ ให้ออกกำลังกาย ยืดเส้น ฝึกโยคะก็จะดีต่อสุขภาพ
  • ความรัก  ดีขึ้น เนื่องจาก ชาวราศีตุลย์จะเป็นฝ่ายยอม คือเรียกว่าเป็นฝ่ายยอม ไม่ต่อล้อต่อเถียง ก็ดีแล้วทำให้ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง แต่ก็อย่ายอมมากจนดูไม่มีคุณค่า

สีไม่ดี น้ำเงิน ฟ้า

สีดี    ม่วง

เกร็ดความรู้โหราศาสตร์ไทย : ดาวประ หรือ ปรเกษตร คือ ดาวพระเคราะห์ที่เป็นข้าศึกตรงข้ามกับเกษตร เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ประ จะอยู่ในราศีตรงข้ามกับเกษตร ถือว่าไม่ดี มีกำลังอ่อนให้ผลตรงข้ามกับเกษตร ขาดความสามารถ ไม่เอาการเอางาน อาภัพ 

 

 

ราศีพิจิก

ดาวประจำราศี คือ ดาวอังคาร ดาวอังคารวันที่ 22 มีนาก็จะย้ายไปอยู่ราศีมังกร ซึ่งเป็นราศีของการสังคม เพื่อนฝูง ก็จะได้พบปะเพื่อนฝูงมากขึ้น เข้าสังคมมากขึ้น ก็เป็นผลดีกับเรื่องของการงาน

 

  • การเงิน  ดี แต่อย่าไปให้ใครยืมเงิน เดี๋ยวจะปวดหัว เครียด มีลาภนิดหน่อย มีน้อยไม่มากเท่าไหร่ ไม่ถึงกับขี้เหร่ หุ้นส่วนก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องพักหนึ่งต้องเลย 29 มีนาแล้วค่อยคุยกัน
  • การงาน  จะดีขึ้นเรื่อยๆ ทำงานดี ผลงานดี มีชื่อเสียง การติดต่อเจรจาดี
  • ความรัก  ไม่ดี เพราะดาวศุกร์เป็นประ และอยู่ในเรือนความรักของราศีพิจิกในตอนนี้ส่งผลให้คนรักคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องช่วงนี้ มีความห่างเหินกัน เนื่องจากดาวความรัก คือ ดาวศุกร์ เป็นอริ ความรักกว่าจะดีต้องหลังวันที่ 29  มีนา ไปแล้ว เดือนหน้าความรักถึงจะดี เกตุก็ยังอยู่เรือนความรักด้วย ตอนนี้คนรักก็ไม่ค่อยว่า รู้สึกเบื่อๆ เราเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องทำตัวให้น่ารักขึ้น เพราะคนราศีพิจิกเป็นคนที่คนเข้าใจยาก ด้วยความที่โลกส่วนตัวสูง คนที่จะเข้าใจ ต้องมีจิตวิทยาสูง ต้องเป็นคนที่ใจเย็นจริงๆ ช่างสังเกต ซึ่งหายาก ราศีนี้ส่วนใหญ่ภาพรวมดี ยกเว้นเรื่องคู่ครองความรัก
  • สุขภาพ  มีเรื่องของความเครียดเท่านั้น เรื่องอื่นยังไม่น่ากังวล

 

สีไม่ดี แดง

สีดี    เขียว

 

ราศีธนู

ดาวกำลังจะย้าย 3 ดวง คือ อังคาร พฤหัสฯ เสาร์ ย้ายไปอยู่เรือนการเงินทั้งหมด การเงินก็จะดีขึ้น แต่ที่จะส่งผลร้ายก็คือเรื่องของความรัก คนรัก หุ้นส่วน เพราะราหูยังอยู่ยังไม่มีความชัดเจนแน่นอน เนื่องจากราหูอยู่ตรงนี้ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ

 

  • การเงิน จากนี้ไปชาวราศีธนูก็จะควบคุมเรื่องเงินได้ หนี้สินเบาบางลง มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ เงินเริ่มจะมีเหลือเข้าระบบแล้ว ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ มันจะขึ้นๆ ลงๆ แต่การขึ้นๆ ลงๆ ของมันก็ยังเป็นผลดีของราศีนี้ คือ เรื่องเงินไม่สะดุด ไม่ได้ส่งผลร้าย โชคลาภไม่มี ไม่ต้องเสี่ยง ดาวกำลังอ่อนซื้ออะไรก็ขาดทุน เพราะไปถูกตัวที่ซื้อน้อยที่สุด ไม่ซื้อดีกว่าเสียสมองเสียเวลาในการลุ้น
  • การงาน  ดีขึ้นมากจากอดีต มีผลงานดี การติดต่อเจรจา เรื่องการเงินการทองมีความสำเร็จ ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เจ้านายรักมากขึ้น เพราะการงาน คือ ดาวพุธ มันอยู่ในตำแหน่งเงินแล้วอีกสักพักก็จะขยับขึ้นไป ผลงานก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ
  • ความรัก ความคิดของคนรักไม่ค่อยมั่นคงกับเราเท่าไหร่นัก ความเข้าใจกันก็น้อย ราหูอยู่เรือนคู่ต่างคนต่างหวาดระแวงกัน ไม่เชื่อใจกัน หากยังไม่ได้แต่งงานก็พยายามเผื่อใจไว้ เปิดใจให้คนอื่นเข้ามาบ้าง เราจะได้ไม่ทุกข์มาก ฉะนั้นเรื่องความรักก็ควรจะปล่อยให้มันไปเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป อย่าเพิ่งไปคิดไกล เพราะคิดไกลแล้วมันจะเครียด เพราะมันเป็นไปได้ยากอยู่ สมมติถ้ายังมีคู่อยู่ก็มีอันจะต้องระหองระแหงกันอยู่เรื่อย ก็ให้ประคับประคองไป คนโสดก็ไม่ค่อยดี ใครมาชอบตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยชัดเจนจริงใจเท่าไหร่ 
  • สุขภาพ  เนื่องจากราหูเล็ง ฉะนั้นโรคก็จะมีอยู่เรื่อย อากาศเปลี่ยนก็ป่วย อย่าไปอยู่ในอุณหภูมิร้อนและแปรเป็นหนาวทันที ราหูชอบการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นการโยกย้ายบ้าน ที่อยู่ก็เหมาะกับคนที่ถูกราหูทับ และ เล็ง มีแพลนที่จะย้าย เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย อยู่ไม่ค่อยนิ่ง ฉะนั้นอย่าหาทรัพย์สินอะไรมาเพิ่มในช่วงนี้ เรายังไม่นิ่ง ด้านจิตใจด้วย

 

สีไม่ดี ดำ

สีดี    ได้ทุกสี ยกเว้นสีดำ ปังๆ ก็สีม่วง

 

ราศีมังกร 

หลังวันที่ 2 มีนาจะดีมาก เนื่องจากดาวใหญ่ขึ้นมาอยู่ราศีมังกร 2 ดาวเลย ดาวเสาร์เข้าตำแหน่งเกษตร ดาวพฤหัสฯ ก็ตามมาช่วยเสริมดาวเสาร์ได้ ฉะนั้นก็จะมีความมั่นคง การลงทุนดี โชคลาภก็มีด้วย แต่ต้องหลังวันที่ 22 มีนา ให้ดาวอังคารขึ้นมา ดาวอังคารเป็นดาวแห่งลาภของราศีมังกร จะย้ายขึ้นมาก็ 22 มีนา ฉะนั้น 22 มีนาแล้วถึงมีลาภ ภาพรวมคนราศีมังกรเริ่มจะโดดเด่น เดือนนี้ให้คะแนนคนราศีมังกรไป

 

  • การเงิน มีทรัพย์สินเพิ่ม จะเริ่มรวย ถ้ายังตั้งตัวไม่ได้ก็จะเริ่มตั้งตัวได้ ที่มีอยู่แล้วก็จะมีเพิ่มขึ้น ถ้ายังไม่มีก็จะเริ่มมี
    โชคลาภก็มีตั้งแต่วันที่ 22 มีนาเป็นต้นไป เพราะดาวโชคลาภกำลังมา ขึ้นมาทับลัคน์ราศีมังกร
  • การงาน  เป็นดาวศุกร์ เนือยๆ อยู่ จะขี้เกียจทำงานอยู่ช่วงเดือนนี้ แต่สักพักก็จะขยันแล้ว ตอนนี้เริ่มมีพลัง พลังงานเริ่มดี ขี้เกียจแต่งานดี ทำแบบชิลๆ
  • ความรัก  ดี ช่วยเหลือกัน เห็นอกเห็นใจกัน แฟนคนราศีมังกรจะให้เกียรติ เพราะยังมีเครดิตอยู่ตอนนี้
  • สุขภาพ  ขา เข่า อย่าให้น้ำหนักตัวเยอะ พอจะเริ่มสบายน้ำหนักตัวก็จะเพิ่ม ก็ให้ดูแลสุขภาพด้วย มีเงินแล้วจะไม่ได้ใช้ หาให้หมอหมด

 

สีไม่ดี เทา

สีดี    ชมพู เป็นลาภ

 

 

ราศีกุมภ์

เนื่องจากตอนนี้ดาวอาทิตย์อยู่ราศีกุมภ์จนถึงวันที่ 13 มีนา อาทิตย์อยู่ก็มีความร้อน ขี้หงุดหงิด จะมีเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับร้อนใน มีไข้ เป็นไข้หวัดได้ มีเรื่องสายตา ตาเจ็บ ตาพร่ามัว ต้องไปเช็คด้วย

 

  • การเงิน หลังจากวันที่ 14 มีนาไปแล้วก็จะดีขึ้น ตอนนี้การเงินยังไม่ค่อยดีเนื่องจากดาวเสาร์ ดาวพฤหัสฯ มันอยู่เรือนลาภของราศีกุมภ์ แต่สักพักขยับมาเป็นวินาศก็ไม่ถึงกับขี้เหร่ แต่จากนี้ไปก็ไม่ควรจะไปค้ำประกันใคร มีโชคลาภช่วงครึ่งเดือนแรก 1 – 15 มีนา พอได้อยู่
  • การงาน  ดี การติดต่อทางไกลดี ถ้าทำงานด้านต่างประเทศก็จะดีมาก งานเยอะ หากมีลูกน้องก็ต้องเข้มงวดเรื่องบริวารสักหน่อย ลูกน้องจะทำงานล่าช้าและขี้เกียจ
  • ความรัก  ดาวอาทิตย์มาทับ คือ เราก็จะเกรงใจแฟน ไม่ทะเลาะกัน ออกแนวเกรงใจ เกรงกลัวเขา แต่แฟนดี ทนอารมณ์ชาวราศีกุมภ์ได้
  • สุขภาพ ร้อนใน มีไข้ เป็นไข้หวัดได้ มีเรื่องสายตา ตาเจ็บ ตาพร่ามัว ต้องไปเช็คด้วย

 

สีไม่ดี แดง

สีดี    ดำ

 

ราศีมีน     

เดี๋ยวหลังวันที่ 14 มีนาดาวอาทิตย์จะไปทับคนราศีมีน ก็จะมีความหงุดหงิดตั้งแต่วันที่ 14 มีนา ใจร้อน ป่วย มีไข้ สายตาแพ้แสง แพ้แดด ร้อนใน ดาวอาทิตย์มาจากเรือนอริ คือ เป็นเรื่องของความเจ็บป่วย หลังวันที่ 14 มีนาให้ดูแลเรื่องสุขภาพหน่อย

 

  • การเงิน  มฤตยูศุกร์อยู่เรือนการเงิน มีเรื่องเสียเงินเกี่ยวกับการปรับปรุงที่อยู่อาศัย บ้าน รถ ยังใช้จ่ายเรื่องของการซ่อมแซมอยู่ จนกว่าจะสิ้น 29 มีนา เงินยังเก็บไม่ค่อยอยู่เท่าไหร่ แต่เดี๋ยวการเงินก็จะเริ่มนิ่ง หมายถึงว่าจะมีเงินเข้า 22 มีนาเป็นต้นไป ดาวอังคารขยับ เงินมาอยู่เรือนลาภ ขยับขึ้นมา มีลาภได้จากงาน เสี่ยงโชคก็ได้ 
  • การงาน ดี การงานมีผู้ใหญ่ช่วยเหลืออุปถัมภ์ จะติดต่ออะไร รีบทำงานอะไรให้เสร็จก่อนวันที่ 17 มีนา เพราะจะมีลาภผลเกี่ยวกับเรื่องการงาน งานดี จะมีงานเข้ามาเรื่อยๆ ถึงมันขึ้นไปมันก็ไปขึ้นเรือนลาภ ขึ้นๆ ลงๆ กับเรือนงาน เรือนลาภอยู่ ถือว่าให้คุณเรื่องงาน คนราศีมีนการงานโอเคเลย มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ ขอร้องประสานงานกับใครก็จะได้รับการยอมรับดี มีการปรับปรุงเรื่องบ้าน ที่อยู่อาศัยอยู่เรื่อย เพราะราหูยังอยู่ภพ 4  ปรับปรุงเรื่อยๆ
  • ความรัก  หลังจากวันที่ 13 มีนา ดาวพุธเป็นวินาศลัคน์อยู่ ความรักหลังจากวันที่ 13 มีนาไป ความรักจะเนือยๆ ไม่ค่อยได้คุยกันมาก คุยกันมากความคิดเห็นจะไม่ค่อยตรงกัน เนื่องจากดาวพุธ คือ ดาวเรื่องคู่เข้าสู่ตำแหน่งวินาศกับลัคนา หรือไม่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกัน มี 2 กรณี ยุ่งกันทั้งคู่ ไม่ค่อยได้คุย ไม่ค่อยได้เจอกัน ไม่มีเวลาคุยกัน หรือว่าคุยกันคนละภาษา คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง
  • สุขภาพ ใจร้อน ป่วย มีไข้ สายตาแพ้แสง แพ้แดด ร้อนในการเดินทางไกลๆ ก็ไม่ค่อยดี จะป่วย
    จันทร์ดับในราศีมีนด้วย ฉะนั้นเรื่องเจ็บป่วยเลย การแก้เคล็ด คือ ต้องไปตรวจสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ ป้องกันไว้ก่อน

 

สีไม่ดี ฟ้า น้ำเงิน

สีดี    ม่วง เป็นลาภ

 

           


Covid19_อ่านแล้วดี_รับผิดชอบสังคม_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 28, 2020

ดารานักท่องเที่ยวกลับจาก ตปท.แชร์ภาพกักตัวเอง 14 วัน ขณะหมอจีนขอบคุณแพทย์ไทยรักษาจนหาย

จากกรณีปู่ย่าชาวดอนเมืองปกปิดข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นก่อนเกิดอาการป่วยและผลวินิจฉัยว่าติดเชื้อ จนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมตามหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งสองเพื่อสกัดการแพร่ระบาด ทำให้ล่าสุดกลายเป็นกระแสตื่นตัวกับการรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อป้องกันการระบาดของโรค COVID19 มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศยอดนิยมของคนไทย โดยส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับการเรียกร้องให้ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเหล่านี้ ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขคือการหยุดอยู่ในบ้านพักเพื่อรอสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน รวมถึงหลีกเลี่ยงการออกไปในที่ชุมชน

 

โดยในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลกลุ่มผู้ที่ปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด พร้อมชื่นชมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น กลุ่มดารานักแสดงที่เดินกลับจากต่างประเทศ ซึ่งได้ออกมาโพสต์ภาพ พร้อมยกเลิกกิจกรรม ตารางงานต่างๆ เพื่อกักกันตัวเอง โดยส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นตัวอย่างที่ดีและถือเป็นการช่วยรัฐบาลในการประชาสัมพันธ์ให้คนหันมารับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีการแชร์ภาพของกลุ่มผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศที่ได้ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น สามีภรรยาคู่หนึ่งโพสต์ภาพประกาศปิดป้ายว่าทั้งคู่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น จึงกันตัวเองอยู่ภายในบ้านพัก หลีกเลี่ยงการออกไปในชุมชน และสั่งซื้ออาหารจากบริการออนไลน์ ซึ่งหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับพนักงานด้วยการขอให้แขวนสิ่งของไว้หน้าบ้าน สร้างเสียงชื่นชมและถูกแชร์ภาพออกไปจำนวนมาก และพบว่าเริ่มมีการแชร์ภาพลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นกระแสตื่นตัวกับการรับผิดชอบป้องกันตัวเองและสังคมไทยในขณะนี้

ในขณะเดียวกันเมื่อ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. เฟซบุ๊กเพจ “กรมการแพทย์” ได้โพสต์เนื้อหา “ทุกลมหายใจที่ได้คืนมา มีค่ามากกว่าคำชื่นชม” เป็นภาพของคุณหมอชาวจีนที่ มาเที่ยวเมืองไทยแล้วพบว่ามีอาการป่วยไวรัสโควิด-19 เข้ารับการรักษาในประเทศไทยจนหาย ได้เขียนโน้ตเป็นภาษาจีนขอบคุณคณะแพทย์ที่ทำการรักษา โดยเนื้อระบุว่า

ผู้บริหารโรงพยาบาลที่เคารพ สวัสดีทุกท่านฉันคือหมอจีนคนหนึ่ง วันที่ 19 มกราคม เดินทางถึงเมืองไทย 20 มกราคม พบว่าตัวเองมีไข้ ได้นำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ หัวหิน เพราะว่าอาการหนักขึ้นจึงได้ย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลของท่าน ตอนที่รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น ได้รับรู้ถึงการตั้งใจรักษาคนไข้ของคุณหมอ การดูแลเอาใจใส่ของพยาบาล สำหรับคนที่อยู่ต่างประเทศอย่างฉัน รู้สึกซาบซึ้งใจ การดูแลเอาใจใส่ของทั้งหมอและพยาบาล

ในยี่สิบกว่าวันนี้ อาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ความตั้งใจรักษาและปลอบใจฉันของคุณหมอที่รักษาหลักทั้งสองท่านคือหมอเกรียงศักดิ์และหมอสืบสาย ฉันไม่มีทางที่จะลืมมันได้เลย หลังจากกลับประเทศไทย ฉันจะขอเล่าเรื่องการรักษาครั้งนี้ และมิตรภาพที่ดีของเพื่อนชาวไทยให้กับคนจีนได้รับรู้ JIANG LONG 26 Feb. 2020

 

 

นับเป็น 2 ข่าวดีๆ ของคนไทย ในช่วงภาวะที่ทุกคนกำลังอยู่ในสถานการณ์เคร่งเครียดกับข่าวการแพร่ระบาดของโรค COVID19 ที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลกขณะนี้


Content_ชีวิตคนเมืองพื้นที่จำกัด_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 28, 2020
เช่าล็อกเกอร์ เช่าห้องเก็บของ..  คือคำตอบ?

ในช่วง 1-2 ปีมานี้ เราจะเห็นธุรกิจใหม่ คือ บริการให้เช่าพื้นที่จัดเก็บของใช้ ของสะสม ซึ่งเข้ากับวิถีคนเมืองที่เปลี่ยนจากการอยู่บ้านบนดิน เป็นบ้านบนฟ้า อันมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 29 ตร.ม. – 200 ตร.ม. ซึ่งขนาดก็ว่ากันตามฐานะ แต่ไม่ว่าจะฐานะไหนก็มีปัญหาเหมือนกันที่พื้นที่จัดเก็บของไม่เพียงพอ ดังนั้นกินอยู่เป็น 360 องศาจึงขอเสนอแนวทางเลือกใช้บริการที่ อาจเหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบในกระเป๋า รวมถึงวิถีของแต่ละท่าน

 

สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างจัดเก็บของหมุนเวียน ของเลิกใช้ อย่างอุปกรณ์กีฬา เฟอร์นิเจอร์ จักรยาน หรือกระทั่งหนังสือสามารถเช่าพื้นที่จัดเก็บที่มีอยู่นอกเมืองหากใกล้บ้าน โดยค่าเช่าจะมีตั้งแต่รายวัน ถึงรายปี อัตราราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลัก 100 – หลัก 1,000 ++ และอาจต่อรองราคา หรือได้รับราคาโปรโมชั่นตามระยะเวลาเช่า

กรณีของสะสม หรือเครื่องประดับ ปัจจุบันมีห้องนิรภัยให้เช่าในเมืองซึ่งสะดวกที่จะหยิบใช้สอยและปลอดภัย ซึ่งอัตราเช่ารายเดือนอาจจะสูงกว่าการฝากที่ตู้เซฟนิรภัยของธนาคาร แต่เงื่อนไขและการเปิดใช้บริการจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า

ส่วนของหรือชิ้นงานที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ อย่างไวน์ กระเป๋าเครื่องหนัง ชิ้นงานศิลปะจะมีอัตราตั้งแต่หลัก 100 ถึงหลัก 1000 ต่อชิ้นโดยคิดค่าบริการเป็นชิ้น ในอัตรารายเดือน

สำหรับรถหรู หรือ เรือ และเจ็ทสกี ก็มีโกดังจัดเก็บให้เช่นเดียวกัน

 

นอกจากนี้ผู้ให้บริการยัง มีบริการเสริมที่คาดว่าตรงกับไลฟ์สไตล์ สภาวะเศรษฐกิจ ของผู้คนยุคปัจจุบันคือบริการขนย้ายจัดเก็บทั้งไปหรือกลับระหว่างที่พักกับห้อง หรือล็อกเกอร์

 

ล่าสุด Store It ที่เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (JWD) กับ สโตร์ อิท! แมเนจเม้นท์ ของสิงคโปร์ ได้เปิดบริการห้องเก็บภาพเขียน ชิ้นงานศิลปะ มีบริการติดตั้ง ขนย้ายตามความต้องการทั้งยังต่อยอดจัดแสดงนิทรรศการชิ้นงานศิลปะ เพื่อให้เป็นศูนย์รวมและเครือข่ายการให้บริการด้านศิลปะร่วมสมัยแบบครบวงจร

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้จัดประเภทของผู้ให้บริการพื้นที่เก็บของ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเช่าเลือกตัดสินใจได้ตามความเหมาะสม ชอบแบบไหน สะสมสิ่งใด ลองมาเปรียบเทียบกันได้เลย !


Content_ปวดหัวตรงไหนบอกอะไร_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 28, 2020

ทราบหรือไม่ว่า ตำแหน่งของการปวดศีรษะแต่ละครั้งสามารถบอกได้ถึงความเสี่ยงต่อโรค หรือ เป็นสัญญาณเตือนให้ปรับพฤติกรรมได้ด้วย ทีมงานกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเรื่องราวน่าสนใจดังกล่าวมาฝากกัน

 

 

  1. เครียด – ปวดหน้าผากและขมับสองข้าง : อาการปวดที่พบมากสุด โดยสัมพันธ์กับภาวะความเครียด ส่งผลให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบศีรษะ บางครั้งปวดร้าวมาที่ด้านหลังของศีรษะและต้นคอ รวมถึงบ่าไหล่ร่วมด้วย
  2. ไมเกรน – ปวดขมับด้านใดด้านหนึ่ง : การปวดแต่ละครั้งอาจเกิดขึ้นสลับกันได้ระหว่างข้างซ้ายหรือข้างขวาและบางครั้งอาจมีอาการปวดร้าวที่กระบอกตาร่วมด้วย ส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ และอาการปวดอาจแย่ลงหากอยู่ในที่แสงสว่างจ้า เสียงดัง หรือ มีกลิ่นฉุน
  3. ไซนัส – ปวดโหนกแก้ม ดั้งจมูก : ผู้ที่มีอาการอักเสบของไซนัส มักมีอาการปวดบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างมาจนถึงบริเวณหน้าผาก หรือ ปวดตรงบริเวณดั้งจมูก เพราะเป็นบริเวณที่ตั้งของไซนัส
  4. กรามอักเสบ – ปวดหน้าใบหู : อาการปวดบริเวณนี้มักสัมพันธ์กับการเคี้ยวอาหาร และอาการกัดฟันเวลานอนหลับด้วย เพราะสามารถทำให้กระดูกกรามหน้าใบหูอักเสบได้
  5. หลอดเลือดสมอง/เนื้องอกสมอง – ปวดหัวแบบรุนแรง : ผู้ที่มีอาการเข้าข่ายของโรคเหล่านี้ มักจะปวดศีรษะในลักษณะที่รุนแรงมากชนิดที่ว่าไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน อาจมีอาการมองเห็นภาพซ้อน เกิดอาการชาและอ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ร่วมด้วย บางครั้งอาจเกิดอาการชักผสมด้วย ซึ่งหากมีอาการตามข้อนี้ เกิดขึ้นขอแนะนำให้มาพบแพทย์โดยเร่งด่วน

 

นอกจากนั้น ถ้าหากมีอาการปวดศีรษะแบบมีไข้หรือคอแข็งเกิดขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง กรณีนี้ก็ต้องเร่งพบแพทย์เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล : นสพ.ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์สุขภาพดีกับรามาฯ โดย ผศ.พญ.แสงศุลี ธรรมไกรสร

 


ProJapan_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 27, 2020

รวมโปรฯ สายการบินลดแบบจัดหนักเที่ยวไทยหลังเจอพิษ COVID19

ตั๋วไปญี่ปุ่นเหลือ 229 บาท ถูกจัด !!แต่ยังไม่มีคนกล้าไป

 

หลังสถานการณ์การระบาดของโรค COVID19 ทวีความรุนแรงจากการระบาดไปนอกประเทศจีน โดยเฉพาะ 2 ประเทศที่เคยเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยคือ ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ทำให้ล่าสุดส่งผลกระทบถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างรุนแรงแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายสายการบิน ได้ประกาศปรับลดและยกเลิกเที่ยวบิน, ลดพนักงาน รวมถึงคุมเข้มค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็น ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, ไทย ไลอ้อนแอร์, ไทยสมายล์, นกสกู๊ต รวมถึงการบินไทย

 

จากปัญหาดังกล่าวทำให้หลายสายการบินโดยเฉพาะกลุ่มโลว์คอสต์ ได้จัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากสถานการณ์ทางธุรกิจที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องขณะนี้ โดยพบว่ามีการลดราคาตั๋วเครื่องบินลงมากกว่า 50% สำหรับเส้นทางในประเทศ และมากกว่า 70% ในเส้นทางสู่ประเทศที่กำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาด COVID19 ที่แม้จะยังไม่มีการประกาศห้ามการเดินทางแต่ก็มีคำเตือนจากสาธารณสุขในการเดินทางเข้าออกกลุ่มประเทศดังกล่าว ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูร รมว.สธ.ก็ขอให้สายการบินงดการออกโปรโมชั่นลดราคาเพื่อจูงใจให้คนไทยเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง

 

อย่างไรก็ตามเพื่อความอยู่รอดของบรรดาสายการบินต่างๆ ก็จำเป็นต้องหาแนวทางเพื่อให้สามารถขายตั๋วเครื่องบินได้ในช่วงที่ได้รับผลกระทบนี้ โดยเน้นการออกโปรโมชั่นตั๋วเดินทางภายในประเทศ แต่ก็ไม่ได้ยกเลิกการโปรโมชั่นตั๋วเดินทางต่างประเทศไปเลยเสียทีเดียว โดยล่าสุดสายการบินเวียดเจ็ทแอร์ ระบุว่า ได้จัดโปรโมชั่นมอบส่วนลด 50% ของราคาบัตรโดยสารทุกเส้นทาง (ไม่รวมภาษีและค่าบริการ) โดยผู้จองต้องกรอกรหัสส่วนลดตามที่สายการบินกำหนด

 

ขณะที่สายการบินไทยไลอ้อนแอร์มีแคมเปญ ลดราคาบัตรฯ เส้นทางบินภายในประเทศในราคาเริ่มต้นเพียง 525 บาทต่อเที่ยว เส้นทางบินระหว่างประเทศเริ่มต้น 1,225 บาท ต่อเที่ยว

 

ส่วนแอร์เอเชียซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นสายการบินที่ได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากให้บริการเส้นทางบินไป-กลับจีนมากที่สุด รวม 14 เมือง 20 เส้นทาง กว่า 164 เที่ยวบินต่อสัปดาห์และยังมีเส้นทางไปยังประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นอีกหลายเส้นทางบิน ได้ออกโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินเพื่อดึงดูดนักเดินทาง ตั้งแต่ลดราคาค่าตั๋วเครื่องบินเหลือเพียง 1,000 บาท และ 800 กว่าบาทสำหรับสมาชิก ในเส้นทางบินไปประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และโปรโมชั่นต่อเนื่องทุกเส้นทางบินภายในประเทศในราคาเริ่มต้นที่ 550 บาทต่อเที่ยว พร้อมเพิ่มส่วนลดในรูปแบบโค้ดพิเศษ ลดเพิ่มอีก 100 บาท ด้วยการกรอกโค้ด “FDOFF100” สำหรับทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบิน เส้นทางในประเทศในช่วงเวลาที่กำหนด และเชื่อว่าจะยังคงมีโปรโมชั่นออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ด้าน “สายการบินนกแอร์ จัดโปรโมชั่น Fabulous February เส้นทางในประเทศราคาเริ่มต้น 680 บาท  และสำหรับตั๋วรวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม เริ่มต้น 880 บาท ในขณะที่เส้นทางการบินในต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นลดราคาลงมามากกว่า 70% โดยพบว่าเส้นทางดอนเมือง ซัปโปโร ราคาต่ำสุดเริ่มต้นในบางช่วงการเดินทางไม่รวมภาษีเหลือเพียง 229 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นตั๋วเครื่องบินเดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เคยเป็นประเทศยอดนิยมได้ในราคาต่ำที่สุดในประวัติการณ์

 

ด้านนายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า สำหรับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศนั้น เร็วๆ นี้จะมีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ เตรียมขายสินค้า และบริการทางด้านการท่องเที่ยวในราคาถูกแบบช็อกโลก หลายโรงแรมปัจจุบันเสนอลดราคาให้กว่า 50% และหลายสายการบินก็ยินดีเข้าร่วมเช่นกัน คาดว่า จะได้เห็นความชัดเจนภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวชาวไทยจะได้ท่องเที่ยวภายในประเทศในราคาถูกและดี ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่ทำให้คนไทยกลับมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น


CoLivingSpace_ShareHouse-_Cover3.jpg

kinyupen_adminFebruary 27, 2020

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพัฒนาการของสังคมส่งผลต่อค่านิยม แนวคิด และ การกินอยู่เป็น จึงมีหลายเทรนด์ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์วิถีและความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนแปลง

 

วันนี้เรากำลังพูดถึงเทรนด์ที่กำลังมาแรงใน ยุโรป ญี่ปุ่น และ สิงคโปร์ นั่นคือ Co-Living Space ที่เหมาะกับคน 2 วัย คือ กลุ่มคนทำงาน กับกลุ่มเกษียณ ที่ต้องการหาผู้หารค่าใช้จ่ายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งจุดเริ่มต้นของ Co-Living Space คาดพัฒนามาจาก Co-Working Space อันเกิดจากทุกคนต้องการเคลื่อนที่อย่างอิสระ ราคาค่าเช่าพื้นที่ในตัวเมืองสูง

 

ภาพจาก Facebook : DreamHouse Co-living
ภาพจาก Facebook : DreamHouse Co-living

 

โดยผู้ให้บริการ Co-Living Space ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก บางแห่งอาจมีห้องน้ำในตัว การอยู่ร่วมจะเสมือนญาติผู้มาพัก คือ สามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางทั้งดูทีวี หรืออยู่ในห้องนั่งเล่น ทำอาหาร หรือ ออกกำลังกาย โดยบริการลักษณะนี้จะมีรูปแบบที่คล้ายกับการพัก Hostel หากแต่มีระยะยาวกว่า ใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าของมากกว่า

 

จาคอป จัสตัส พ่อครัวชาวสิงคโปร์กล่าวกับหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่า มอนิ่งโพสต์ ถึงประสบการณ์การใช้ Co-Living Space ในกรุงปักกิ่งว่า จากที่แรกๆ กลัวเสียความเป็นส่วนตัว กลัวต้องอยู่กับคนไม่รู้จัก แต่เมื่อผ่านไปสักพักกลับรู้สึกสนุก เพราะได้รู้จักคนอื่นๆ ที่มีภูมิหลังหลากหลาย ได้มีโอกาสสอนวิธีทำขนมให้เพื่อนร่วมที่พัก และได้ดู Game of Throne กับคนอื่นๆ แทนที่จะต้องนั่งดูแบบเหงาๆ คนเดียว

ขณะที่ อันจู อิชิยามะ นักเผยแผ่ศาสนา วัย 30 ปี ที่ใช้ Co-Living Space หรือ Share House ในญี่ปุ่นเล่าว่าเธอเช่าห้องขนาด 33 ตารางเมตรร่วมกับผู้เช่า 1 – 4 คน โดยใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน ทั้งทำงาน ทำครัวรวมถึงออกกำลังกายในห้องที่อยู่ด้านนอก

 

“บรรยากาศเหมือนครอบครัวใหญ่ เพื่อนร่วมห้องสวมชุดนอนทำอาหารเช้า เล่นกับลูกสาวของผู้พักอาศัยอีกคน เราทุกคนมีส่วนร่วมในหน้าที่ทุกวัน และมีอิสระที่จะใช้บ้านและที่ทำงานร่วมกัน”

 

ภาพจาก Facebook : Kai Co-Living 会
ภาพจาก Facebook : Kai Co-Living 会

 

นี่อาจเป็นอีก 1 ในทางออกของกลุ่มผู้สูงวัยเสมือนยิงกระสุนนัดเดียวได้นก 2 ตัว เพราะประหยัดเงิน และได้เพื่อน อย่างไรก็ตามผู้ที่จะเลือกให้ หรือใช้ชีวิตแบบ Co-Living Space ควรจับคู่กับผู้มีแนวคิดระบบ ระเบียบการใช้ชีวิตที่ไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมยอมรับและเข้าใจความแตกต่างของคน เพื่อที่จะได้ไม่อึดอัดและใช้ชีวิตในทุกวันอย่างสบายใจไม่รบกวนหรือเป็นอุปสรรคซึ่งกันและกัน

 


1.jpg

kinyupen_adminFebruary 26, 2020

สาวอเมริกันสอนวิธีโพสต์ท่าสวย แทนการใช้แอพฯ แต่งรูป ตั้งใจสื่อ โลกนี้ไม่มีร่างกายที่สมบูรณ์แบบ

เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนย่อมอยากมีความสมบูรณ์แบบในทุกครั้งที่โพสต์รูปภาพของตัวเองลงบนสื่อโซเชียลออนไลน์ แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอกลับตั้งใจที่จะโพสต์ภาพเปรียบเทียบให้เห็นระหว่างความจริงๆ และภาพที่ถูกแต่งเติมที่ทำให้ดูสมบูรณ์แบบเกินจริงลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว  เพื่อให้ผู้คนตระหนักว่า ภาพที่เห็นกับความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และนั่นไม่ได้สำคัญไปกว่าการเป็นตัวของตัวเอง ที่ย่อมไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

 

ซาร่า พูห์โต คือหญิงสาวอเมริกันวัย 23 ปี กลายเป็นที่สนใจบนสื่อสังคมออนไลน์สหรัฐขึ้นมา  เมื่อเธอได้โพสต์ภาพส่วนตัวของเธอแสดงให้เห็นความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอ กับ สิ่งที่ถูกแต่งเติมออกมาจนดูดีเกินเหตุ

 

 

ซาร่า บอกว่าเธอโพสต์ภาพแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้คนเห็นว่ารูปที่ถูกโพสต์ตามสื่อโซเชียลทั่วไปสามารถทำให้ดูสวยเกินจริงได้ ด้วยการเปลี่ยนการโพสต์ท่าถ่ายรูป ที่จะทำให้แต่ละคนมีบุคลิก หรือภาพที่ปรากฏแตกต่างออกไป โดยเฉพาะการอวดรูปบนอินสตาแกรม

 

จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ เกิดจากที่ซาร่า เริ่มโพสต์ภาพของความคืบหน้าของเธอหลังการออกกำลังกายมาตั้งแต่ ปี 2558 โดยในการถ่ายรูปตอนนั้นเธอเพียงแค่เกร็งกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดมุมที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพแต่ละครั้ง แต่หลังจากนั้นได้เปลี่ยนการโพสต์รูปใหม่หลังจากเห็นว่าบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ด้านการออกกำลังกายคนอื่นล้วนแล้วแต่โพสต์ภาพที่มีร่างกายดูดีทั้งสิ้น  ทำให้ตัวเธอเองรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองเมื่อเปรียบเทียบกับพวกเขาเหล่านั้นที่มักจะสวยงามอยู่เสมอ

 

“ฉันคิดว่าหลายคนที่ได้ดูรูปภาพสวยๆ ที่ฉันพยายามสื่อออกไป ก็อาจจะรู้สึกเช่นเดียวกับฉันก็ได้” ซาร่าบอก เพราะในตอนที่โพสต์รูปสวยๆ เธอต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหามุมที่ดีที่สุดและมุมที่สวยที่สุดอยู่นาน ทั้งที่จริงๆ แล้วร่างกายที่แท้จริงของเธอก็ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่โพสต์ตลอดเวลา ดังนั้นจึงคิดที่จะแบ่งปันความคิดของตัวเองในเรื่องของความเป็นจริงที่ว่า ส่วนใหญ่แล้วรูปร่างของเธอก็ไม่ได้สวยงามเหมือนในรูปภาพสักหน่อย จากนั้นจึงเริ่มที่จะโพสต์รูปเปรียบเทียบระหว่างภาพที่ใช้มุมในการโพสต์ถ่ายภาพระหว่างมุมที่ดี และมุมปกติที่อาจจะทำให้ดูไม่สวย  ซึ่งทุกคนล้วนมีมุม หรือท่าโพสต์ท่าส่วนตัวของตัวเองที่ในการถ่ายรูปที่จะทำให้ตัวเองดูดีในรูปถ่ายอยู่แล้ว

 

ซาร่าบอกว่า ก่อนหน้านี้เธอมักรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นร่างกายคนอื่นที่สวยงามได้รูป จนทำให้รู้สึกเปรียบเทียบ และตั้งคำถามว่าเป็นเพราะเธอออกกำลังกายน้อยเกินไปหรือเปล่า จริงๆ แล้วส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้กับคนที่มักนำไปเปรียบเทียบกับตัวเอง คือสังคมมักจะยกย่องความสวยงามกับร่างกายประเภทหนึ่งเท่านั้น  ทำให้คุ้นเคยกับการดูภาพที่ถูกชื่นชมว่า “ร่างกายที่สมบูรณ์แบบ” บนโซเชียลมีเดียจนทำให้เกิดความอยากเป็นเหมือนในภาพบ้าง จนลืมสิ่งที่เรียบง่าย และปกติของมนุษย์ทั่วไปต้องเป็น เช่น ท้องอืด หรือ มีหน้าท้องหนา อยู่บ้างอยู่แล้ว

 

แต่เมื่อสื่อสังคมออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงในปัจจุบัน มันก็ย่อมจะเป็นเรื่องยากที่ผู้คนที่เสพสื่อพวกนี้จะไม่เปรียบเทียบตัวเรากับภาพถ่ายที่เห็นในโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว  จนนำไปสู่การใช้เครื่องมือแอพลิเคชั่นตกแต่งภาพจนทำให้ดูไม่สมจริง

 

ดังนั้นสิ่งที่ซาร่าพยายามทำและโพสต์รูปลงบนอินสตาแกรมของเธอ คือการใช้มุมกล้อง แสง หรือการโพสต์แทนการใช้เทคโนโลยีพิเศษ และนั่นทำให้โพสต์ของเธอกลายเป็นที่สนใจและได้รับความนิยม เพราะสะท้อนให้เห็นความเป็นธรรมชาติ และการแก้ไขด้วยสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ได้เริ่มทำให้ผู้ที่ติดตามของเธอมีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง และยอมรับความเป็นจริงของร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติทั่วไป

 

“ฉันคิดว่ามันช่วยให้เราตระหนักว่าความสมบูรณ์แบบที่เรากำลังไล่ล่านั้นไม่มีอยู่จริงและเราควรเรียนรู้ที่จะเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเองว่าเราเป็นอย่างไร ดังนั้นเราไม่ควรรู้สึกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และรักตัวเองในสิ่งที่เป็น แต่ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย” ซาร่ากล่าวในตอนท้าย

 


_รับมือโรคติดต่อ_Covid_Cover_3.jpg

kinyupen_adminFebruary 26, 2020

สาธารณสุขชี้มาตรการรับมือโรคติดต่ออันตราย “ป้องกัน” และ “ควบคุม”

หลังเกิดการระบาดของโรค COVID19 ขึ้นในหลายประเทศ ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขของแต่ละประเทศต้องออกมาหามาตรการรับมือเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นภายในประเทศของตนรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ออกมาประกาศกำหนดให้ COVID19 เป็น “โรคติดต่ออันตราย” ตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพิ่มเติมจากเดิมที่เคยไปประกาศไปแล้ว 13 โรค

 

การประกาศนี้มีความสำคัญอย่างไร และจะช่วยในการป้องกันการระบาดได้อย่างไร หรือมีผลบังคับทางกฎหมายอย่างไร วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำรายละเอียดมาเพื่อไขความกระจ่างสำหรับผู้ที่อาจจะยังไม่ทราบในรายละเอียดของการประกาศนี้

 

ตาม “พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558” ให้คำจำกัดความของคำว่า “โรคติดต่ออันตราย” ว่าหมายถึงโรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูงและสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อให้เกิดข้อกำหนดในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และสามารถควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคม  จึงได้มีออกข้อกำหนด และ คำสั่งต่างๆ ออกมาเพื่อใช้เป็นข้อกำหนดให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่ทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตาม ไม่ใช่แค่เป็นเพียงข้อแนะนำ หรือคำเตือนเท่านั้น แต่หมายถึง หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะถือว่ามีโทษตามกฎหมาย บางมาตรการจะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลของประชาชน เช่น สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ในเคหสถาน การเลือกที่อยู่อาศัย การเดินทาง ความเป็นส่วนตัว เป็นต้น ก็ตาม

นั่นคือ หากผู้ใดที่เจ็บป่วยด้วยโรคระบาดที่ถูกประกาศตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้วไม่ปฏิบัติ หรือ หลบเลี่ยงต่อข้อกำหนดต่างๆ ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

 

หากพบว่าเจ็บป่วยด้วย “โรคติดต่ออันตราย” ที่ถูกประกาศแล้ว 14 โรค (รวมถึงโรค COVID19) ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 34 ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ มีข้อกำหนดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม หลัก ๆ ได้แก่

 

  1. ให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด หรือผู้ที่เป็น ผู้สัมผัสโรคหรือเป็นพาหะ จะต้องเข้ารับการตรวจหรือรักษา หรือรับการชันสูตรทางการแพทย์ และเพื่อความปลอดภัย อาจดำเนินการโดยการแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต ณ สถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด จนกว่าจะได้รับการตรวจและการชันสูตรทางการแพทย์ว่าพ้นระยะติดต่อของโรคหรือสิ้นสุดเหตุอันควรสงสัย
  2. ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะติดโรคจะต้องเข้ารับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ตามวัน เวลา และสถานที่ ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด เพื่อมิให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป
  3. จะต้องนำศพหรือซากสัตว์ที่ตายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าตายด้วยโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดไปเข้ารับการตรวจ หรือจัดการทางการแพทย์ หรือจัดการด้วยประการอื่นใดเพื่อป้องกันการแพร่ของโรค
  4. เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้พักอาศัยในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มีโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดเกิดต้องกำจัดความติดโรคหรือทำลายสิ่งใด ๆ ที่มีเชื้อโรคติดต่อหรือมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีเชื้อโรคติดต่อ หรือแก้ไขปรับปรุงการสุขาภิบาลให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่ของโรค
  5. ให้เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้พักอาศัยในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มีโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดเกิดขึ้น ดำเนินการเพื่อการป้องกันการแพร่ของโรคด้วยการกำจัดสัตว์ แมลง หรือตัวอ่อนของแมลงที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
  6. ห้ามผู้ใดกระทำการหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป
  7. ห้ามผู้ใดเข้าไปหรือออกจากที่เอกเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ หรือหมายถึงจะต้องไม่ออกไปแพร่เชื้อในสถานที่สาธารณะ แต่หากมีความจำเป็นจะต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่รัฐก่อน
  8. ให้เจ้าพนักงานสามารถเข้าไปในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มีหรือสงสัยว่ามีโรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดเกิดขึ้นเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมมิให้มีการแพร่ของโรค

 

โดยโรคติดต่ออันตรายตาม “พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558” ประกอบด้วย

  1. กาฬโรค
  2. ไข้ทรพิษ
  3. ไข้เลือดออกไครเมียนคองโก
  4. ไข้เวสต์ไนล์
  5. ไข้เหลือง
  6. โรคไข้ลาสซา
  7. โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์
  8. โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก
  9. โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา
  10. โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดรา
  11. โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส
  12. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส
  13. วัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก
    และล่าสุดคือ COVID19 เป็นลำดับที่ 14

_สูตรอาหาร_Cover_2.jpg

kinyupen_adminFebruary 26, 2020

เปิดตำราเมนูเส้นทำง่าย “ก๋วยจั๊บญวน” สูตรอร่อยฟิน เหมือนกินที่เวียดนาม สำหรับผู้ที่อยากหาเมนูใหม่ที่ทำไม่ยาก กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอแนะนำเมนูนี้มาฝากกัน

 

 

ส่วนผสม เมนูก๋วยจั๊บญวน

  • เส้นก๋วยจั๊บญวน
  • กระเทียมกากหมูเจียว
  • หอมแดงเจียว
  • หมูสับ
  • หมูยอ
  • ถั่วงอก
  • ผักกาดหอม
  • ต้นหอม, ผักชีซอย
  • กระดูกหมู
  • หัวไชเท้า
  • แครอท
  • ซีอิ๊วขาว
  • เกลือ
  • พริกไทย

น้ำจิ้ม

  • พริกแห้ง
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • กระเทียม
  • น้ำส้มสายชู

 

วิธีทำ : น้ำซุป

  1. ตั้งหม้อใส่กระดูกหมู ต้มน้ำจนเดือดใส่หัวไชเท้า แครอท
  2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย
  3. คอยช้อนฟองออกตอนต้มกระดูกหมู เพื่อให้น้ำซุปใส

วิธีทำ : น้ำจิ้ม

  1. ตำพริกแดงกับเกลือให้เข้ากัน
  2. ผสมพริกที่ตำไว้กับกระเทียม น้ำตาล น้ำส้มสายชู คนให้เข้ากัน

 

วิธีทำก๋วยจั๊บญวน

  1. รวนหมูสับ ลวกหมูยอพักไว้
  2. ลวกเส้นก๋วยจั๊บญวน (หากเป็นเส้นแห้งให้แช่น้ำ 20 นาทีก่อนลวก เส้นสดไม่ต้องแช่)
  3. ตักใส่ชาม ใส่หมูสับ หมูยอ ผักกาดหอม ถั่วงอกตามชอบ ใส่น้ำซุปปิดท้าย
  4. จัดจาน โรยหน้าด้วยกากหมูเจียว หอมแดงเจียว ต้นหอมและผักชี ปรุงรสพร้อมทาน

Content_ตัดหลอดพลังที่ยั่งยืน_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 25, 2020

  • “หมอนหลอดพลาสติก ช่วยยืดระยะเวลาพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยจาก 2 ชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมงครึ่ง” เพราะมีคุณสมบัติที่ดีในการคืนรูป มีช่องว่างระบายอากาศ รองรับสรีระผู้ป่วยได้ดี
  • “หมอน 1 ใบ ใช้หลอดประมาณ 2,000 หลอด” หรือ ปริมาณ 5 ถ้วยตวง น้ำหนักเฉลี่ย 948 กรัม
  • “หลอดที่เหมาะจะทำหมอน คือ หลอดกาแฟมาตรฐาน” ส่วนหลอดที่เล็กเกินไป อาทิ หลอดนม หลอดยาคูลท์ หรือ ใหญ่เกินไป เช่น หลอดชานมไข่มุก จะตกคุณสมบัติ เพราะไม่ยืดหยุ่นทำให้อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย รวมถึงหลอดย่อยสลายได้ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน
  • โครงการต่ออายุหลอดจะนำ “หลอดตกคุณสมบัติไปทำเชื้อเพลิงจากขยะ” ต่อไป

 

เริ่มกล่าวกันมากขึ้นว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยมีสัดส่วนประชากรอายุมากกว่า 65 ปีเพิ่มสูงเป็น 17% ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ โรคภัยไข้เจ็บที่ตัวผู้สูงอายุและคนรอบตัวต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแล โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงก็คือ “กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง” อาทิ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ – อัมพาต ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลา ค่าใช้จ่าย รวมถึงอุปกรณ์ดูแลที่มีลักษณะเฉพาะเพื่อป้องกันปัญหา “แผลกดทับ” ที่อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา อาทิ ภาวะขาดอาหารรุนแรง การติดเชื้อรุนแรงในระบบทางเดินหายใจและในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

 

“หมอนหลอดจากพลาสติกใช้แล้ว” กลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ ที่ถูกนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและได้รับการยืนยันว่าสามารถใช้งานได้จริง อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ระบุว่า “หมอนหลอดดีกับผู้ป่วยที่ต้องนอนในโรงพยาบาลจริง เพราะนอกจากจะมีความยืดหยุ่น ระบายอากาศเหมาะกับผู้ป่วยที่นอนติดเตียงเป็นเวลานานไม่ให้เป็นแผลกดทับแล้ว ยังช่วยลดปัญหาเรื่องไรฝุ่น ภูมิแพ้ให้กวนใจเหมือนหมอนที่ทำจากนุ่นหรือฝ้ายทั่วไป”

 

ขณะที่ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็ระบุข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า “จากที่ได้วิจัยในเบื้องต้นร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าหมอนหลอดพลาสติกสามารถยืดระยะเวลาในการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วย ช่วยลดภาระงานให้แก่พยาบาล จากสองชั่วโมง เป็นสองชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากหลอดมีคุณสมบัติที่ดีในการคืนรูป มีช่องว่างระบายอากาศ สามารถรองรับสรีระผู้ป่วยได้ดี”

 

ฮีโร่จากซีโร่เวสท์…พลังบวกที่ใครก็มีส่วนร่วมได้

ปัจจุบันมีองค์กร หน่วยงาน หรือ กลุ่มจิตอาสาหลายกลุ่มที่เปิดให้ผู้สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการประดิษฐ์หมอนหลอดเพื่อผู้ป่วยติดเตียง หนึ่งในนั้นคือ โครงการ “ต่ออายุหลอด” ของมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เริ่มดำเนินตั้งแต่ปี 2562 โดยรับบริจาคหลอดพลาสติกใช้แล้วจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัท ห้างร้านทั่วไป ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ (ปิดรับชั่วคราวเนื่องจากมีพื้นที่ในการจัดเก็บหลอดที่ไม่เพียงพอ) เพื่อนำมาล้างและตากแดดให้แห้ง ก่อนเปิดกิจกรรมจิตอาสาตัดหลอดขนาด 1 เซนติเมตร และนำมาล้างอีกครั้งเพื่อประกอบเป็นหมอนสำหรับส่งมอบ

 

โดยปัจจุบันมีการส่งมอบ “หมอนหลอด” ทั่วประเทศรวมแล้วกว่า 147 ใบ อาทิ บ้านคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลมาบตาพุด แม่ล้าน หน่วยนาวิกโยธินชลบุรี โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบลแขมหนู จันทบุรี รวมถึงโรงพยาบาลแม่ลาวและกลุ่มมิตรภาพบำบัด จ.เชียงราย โรงพยาบาลสงฆ์ กทม. ฯลฯ ทั้งหมดนี้ช่วยลดปัญหาขยะหลอดพลาสติกเกือบ 200,000 หลอด

 

ปี 2563 นี้ โครงการฯ ยังคง “เปิดรับจิตอาสาจำนวนมาก เพื่อเข้ามาช่วยกันตัดหลอด ล้างหลอด เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำหมอนหลอด” โดยจะจัดกิจกรรมขึ้นทุกเดือน ณ บริเวณโถงอาคาร 1 ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต

ทั้งนี้ครั้งต่อไปจัดขึ้น วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 9.30 – 16.30 น. ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : Facebook มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน หรือ โทร. 02 537 2000 ต่อ 14376 /02 537 3308-10

 

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังระบุว่ายินดีและพร้อมขยายองค์ความรู้และขั้นตอนการทำหมอนหลอดให้กับท้องถิ่น เทศบาล ชุมชน ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ร่วมเป็นเครือข่ายสานต่อโครงการนี้ไปด้วยกันอีกด้วย