WFH_โอกาสทองลดอ้วน_Cover_1.jpg

zebertoothApril 8, 2020

เพราะงานวิจัยระบุว่าลดน้ำหนักได้ผลมากสุดคือต้องปรับวิธีกิน การกินส่งผลต่อน้ำหนัก 70-80% ขณะที่การออกกำลังกายส่งผล 20-30% วันนี้เราจึงเห็นสูตรกินลดอ้วนทั้งโลว์คาร์บ คีโต ไอเอฟ โดยสูตรไหนจะดีสุดต้องดูจากพฤติกรรมความชอบและร่างกายของแต่ละคน หรืออาจใช้วิธีผสมอย่าง คีโต+วีแกน หรือ IF + โลว์คาร์บ

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจึงสรุปหลักการของแต่ละสูตรเผื่อผู้ที่ Work From Home จะใช้เป็นโอกาสทองสร้างหุ่นสวย สุขภาพดี

 

ที่มาของแต่ละสูตรกินลดอ้วน พัฒนาจากกลไกการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานของร่างกายซึ่งทั้งหมดมี 3 ส่วน

  1. เปลี่ยนแป้งและน้ำตาล เป็นไกลโคเจนสะสมในกล้ามเนื้อและตับ
  2. ไขมัน ส่วนนี้จะสะสมในเซลล์ทั่วร่างกายโดยเก็บเยอะสุดที่พุง ก้น ต้นคอ และเต้านม ซึ่งในส่วนแป้งและน้ำตาลหากเรากินเยอะเกิน ร่างกายจะเอาที่มีมากเกินไปเก็บรวมกับไขมันการเผาผลาญร่างกายจะใช้จากส่วนที่ 1 คือไกลโคเจนก่อน แต่ถ้าเรากินแป้งและน้ำตาลน้อย หรือออกกำลังกายประจำจนไกลโคเจนในส่วนที่ 1 หมด ร่างกายก็จะดึงไขมันที่อยู่ในส่วนที่ 2 ออกมาใช้เป็นพลังงาน นี่จึงเป็นที่มาสูตรลดอ้วนทั้งแบบโลว์คาร์บ คือลดแป้งและน้ำตาล และสูตร คีโต ที่บีบให้ร่างกายดึงไขมันมาเป็นพลังงาน
  3. โปรตีน ที่จะสะสมพลังงานในกล้ามเนื้อและร่างกายจะเอามาใช้ในภาวะฉุกเฉินหลังใช้พลังงานในส่วน 1และ 2 หมดแล้ว กรณีนี้จะพบจากเคสผู้ที่ออกกำลังกายมากเกินไป หรืออดอาหารประมาณ 7 วัน

 

 

หลักการของแต่ละสูตรลดอ้วน จะมีดังนี้

 

1.โลว์คาร์บ เน้นพืช ผัก และเนื้อสัตว์ งดแป้ง น้ำตาลรวมถึงงดผักที่มีแป้งเยอะอย่างมันเทศ ฟักทอง และผลไม้รสหวาน ทั้งนับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินต่อมื้อให้น้อยกว่า 50 กรัม

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่ต้องออกงานสังคม หรือทำงานไม่เป็นเวลา

เกร็ดน่ารู้ : สูตรนี้ไม่เคร่งครัดเรื่องมื้ออาหาร ที่สำคัญเลี่ยงขนมและน้ำหวาน

 

2.คีโต งดแป้ง น้ำตาล กินไขมันดีทั้งไขมันจากพืช และสัตว์ อย่างเนย ชีส กินของทอดได้ กินมันอย่างกากหมูได้โดยให้มีสัดส่วนกินไขมัน 70% โปรตีน 25% และ คาร์บ 5% หากต้องเว้นน้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ รวมถึงอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก หมูยอ

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่มุ่งมั่นลดน้ำหนักจริงจัง

เกร็ดน่ารู้ : สูตรนี้จะดียิ่งขึ้นเมื่อคู่กับการออกกำลังแบบคาร์ดิโอ หรือเดินเร็วอย่างน้อย 30 นาที

 

3.ไอเอฟ ลดน้ำหนักแบบจำกัดช่วงเวลาการกิน แยกเป็นหลายสูตรย่อย หากที่นิยมคือกิน 8 ชั่วโมง และอด 16 ชั่วโมง ซึ่งช่วงอดร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมออกมาใช้ วิธีนี้ควรใช้คู่กับการกินแบบโลว์คาร์บคู่กับกินไขมันดีจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก ถั่ว งา และอะโวคาโด

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่ทำงานเป็นเวลา หรือมีเวลาว่างแน่นอน

เกร็ดน่ารู้ : ควรใช้สูตรนี้คู่การออกกำลังแบบเวตเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสร้างมวลกล้ามเนื้อ

 

4.วีแกน จากวัตถุประสงค์เริ่มต้นที่ไม่ใช่เพื่อลดความอ้วน หากด้วยผลพวงทำให้ วีแกนเป็นอีกสูตรที่คนใช้ลดน้ำหนัก โดยวีแกน จะกินแต่พืชเป็นหลัก ไม่กินอะไรที่มาจากสัตว์แม้กระทั่งนม ไข่ ปลา

 

ปัจจุบันสูตรลดอ้วน มีการนำมาประยุกต์แบบผสมผสาน เช่นสูตรคีโต +วีแกน คือกินคาร์โบไฮเดรตให้น้อย กินพืชที่ให้ไขมันสูงแทนไขมันสัตว์ เช่นอะโวคาโด ทุเรียน ถั่ว น้ำมันมะกอก บางสูตรก็แนะนำ คีโต+ไอเอฟ หากจะเลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เมื่อรู้ที่มาของสูตรแล้วก็ปรับตามที่ชอบได้เลย แต่ทั้งนี้การเลือกสูตรใดต้องให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกาย รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ

 


Cover_1.jpg

zebertoothApril 8, 2020

จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID – 19 ทำให้ธุรกิจการขายของออนไลน์เติบโตขึ้นสูงมาก โดยในประเทศไทยเองก็พบว่าบริษัทรับส่งของแห่งหนึ่งมีสินค้าตกค้างจำนวนมาก เนื่องจากขาดพนักงานรับส่งของจนทำให้ต้องเปิดรับสมัครพนักงานส่งของมากขึ้น โดยเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศด้วย โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ ที่ถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ผู้คนนิยมสั่งซื้อของออนไลน์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยช่วงการระบาดของโรคทำให้ตลาดออนไลน์เป็นที่นิยมมาก มีผู้คนสั่งซื้อของผ่านหน้าเว็บไซต์ขายของจำนวนมาก ทำให้ในแต่ละวันบริษัทส่งของ มีปริมาณคำสั่งซื้อมากขึ้นตามไปด้วย จนทำให้พนักงานส่งของที่แม้จะเคยมีมากอยู่แล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

 

กระทั่งล่าสุดสำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่าช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาพนักงานของบริษัทส่งของ คูปัง ซึ่งเป็นบริษัทรับส่งของชื่อดังของเกาหลีใต้ต้องสังเวยชีวิตจากการทำงานหนัก โดยเขาถูกพบศพอยู่ที่ระหว่างชั้นสามและห้าของอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งกลางกรุงโซล ในระหว่างที่กำลังเดินทางไปส่งของให้ลูกค้า

 

พนักงานชายคนดังกล่าวถูกระบุชื่อว่านายคิม มีอายุเพียง 40 ปี และเพิ่งเข้ามาทำงานรับส่งของให้กับคูปังได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น โดยจากการชันสูตรแพทย์ระบุสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการของเขาว่าเกิดจาก โรคหัวใจกำเริบ ในขณะที่พนักงานในบริษัทเดียวกันเชื่อว่า การที่คิมต้องเสียชีวิตเป็นโศกนาฏกรรมจากความพยายามทำงานหนัก เพื่อที่จะให้มียอดการส่งของให้ได้มากขึ้น ด้วยการใช้เวลาให้น้อยลง เพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่จะได้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ทำให้ต้องทำงานหนักมากและพนักงานหลายคนล้วนเคยคิดว่าอาจจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นสักวันหนึ่ง

 

ภาพจาก AL JAZEERA NEWS

 

ประเทศเกาหลีใต้ได้ชื่อว่าเป็นประเทศหนึ่งที่คนเกาหลีใต้มักจะเรียกกันแบบติดตลกว่า เป็นประเทศแห่งการส่งของ และบริษัทส่งของเองก็มักจะแข่งขันการให้บริการอย่างสูงมาก ถึงขนาดที่ในบางครั้งการส่งของแทบจะไม่มีค่าธรรมเนียมเลย

 

ชาวเกาหลีใต้สามารถสั่งอาหารไปยังแคมป์ สวนสาธารณะ หรือบ้านของเขา โดยบริษัทส่งของจะใช้เวลาส่งเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง และยังมีค่าซื้อขั้นต่ำราว 250 บาท ขณะที่หากไม่พอใจในตัวสินค้า หรือการส่งของพวกเขาก็จะสามารถคืนสินค้าเหล่านั้นได้โดยการวางไว้หน้าประตูบ้านเท่านั้น

 

ในขณะที่การเสียชีวิตของพนักงานส่งของของคูปังเมื่อเดือนมีนาคม ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ในสื่อของเกาหลีใต้ ทำให้หลายคนเชื่อว่าจะไม่มีความพยายามใดของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาการแข่งขันสูงจนเป็นสาเหตุให้พนักงานส่งของทำงานหนักเกินไปจนถึงขั้นเสียชีวิต

 

ภาพจาก AL JAZEERA NEWS

 

Andrew Eungi Kim ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยเกาหลี เห็นว่า ในอุตสาหกรรมส่งสินค้าในประเทศเกาหลีนั้น เขายังไม่เคยได้ยินเรื่องการขาดแคลนพนักงานเลยเพราะงานนี้ เป็นงานที่ทุกคนสามารถทำได้ โดยพบว่าหนักงานเหล่านี้มีทั้งชายและหญิง ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวไปจนถึงคนที่อยู่ในช่วงอายุราว 60 ปี เพราะบริษัทไม่ได้จำกัดอายุการทำงาน

 

และด้วยการระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้คนลังเลที่จะออกไปซื้อของข้างนอกบ้าน การซื้อของออนไลน์ทำให้มีความต้องการการส่งของเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยจากข้อมูลของบริษัทคูปังเอง ก็มีรายงานว่า บริษัทได้รับคำสั่งซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นของการระบาด ในวันเดียวในปลายเดือนมกราคม โดยเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อน และยังบันทึกไว้ด้วยว่าคูปังสามารถทำลายสถิติของเวลาโดยส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ด้วยสถิติ 1.7 ล้านครั้งในวันเดียวอีกด้วย

 

พนักงานส่งของคนหนึ่งเล่าว่า หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาต้องส่งพัสดุถึง 80 ครัวเรือนต่อวัน แต่ตอนนี้เขาต้องส่งเพิ่มขึ้นเป็น 130 ถึง 150 หลังคาเรือนต่อวันในขณะที่เพื่อนบางคนต้องส่งของถึง 180 ครัวเรือนต่อวันทีเดียว ในขณะที่ อาคารอพาร์ตเมนต์เก่าของเกาหลีใต้มักไม่มีลิฟต์ดังนั้นพนักงานส่งของจึงต้องวิ่งขึ้นลงบันได บ่อยครั้งที่ส่งผลเรื่องสุขภาพร่างกายของเขาและเพื่อนพนักงานส่งของหลังจากต้องทำงานเป็นช่วงเวลานาน

 

“ หาก บริษัท ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้ผมคิดว่าเขาจะต้องชดเชยรายได้ให้กับพวกเราตามปริมาณการส่งของของเราที่ต้องทำในแต่ละวันและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของเราด้วย” พนักงานคนเดิมระบุ

 

พนักงานส่งสินค้าจำนวนมากจะถูกติดตามโดยระบบ GPS และให้คะแนนโดยพิจารณาจากจำนวนพัสดุที่สามารถส่งให้กับลูกค้าได้ ถ้าส่งของได้เร็วมากเท่าไหร่ก็จะได้คะแนนสูงขึ้นตามไปด้วย

 

จากปัญหาเศรษฐกิจทำให้กลุ่มใช้แรงงานของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นจำนวนมากและรายได้ต่ำ ทำให้ต้องหารายได้พิเศษด้วยการเป็นพนักงานส่งของ โดยจะได้รับเงินค่าจ้างเป็นส่วนแบ่งจากค่าส่งของ และเนื่องจากพวกเขาไม่ใช่พนักงานของบริษัทโดยตรง บริษัทฯ จึงจะไม่รับผิดชอบหากพวกเขาเสียชีวิตในระหว่างการทำงาน

 

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงแนะนำให้ผู้คนอยู่บ้าน จำนวนการสั่งสินค้าออนไลน์ก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งบริษัท คูปังเอง ก็เพิ่งประกาศว่าจะเพิ่มความพยายามในการเพิ่มความปลอดภัยของพนักงานจัดส่งที่ต้องเผชิญกับ COVID-19 โดยให้บริการตรวจสุขภาพตามปกติแก่พนักงานและบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ และพนักงานเองก็ได้มีความพยายามที่จะเจรจาเรื่องเงื่อนไขการทำงานเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้การเจรจาถูกระงับไปเนื่องจากอยู่ในช่วงการระบาดของ COVID-19  ซึ่งพวกเขายังคงต้องทำงานตามเงื่อนไขเดิมไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และหวังว่าจะได้กลับมาเจรจาเรื่องของรายได้และสวัสดิการของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

ข้อมูลและภาพจาก AL JAZEERA NEWS


-7-วัน_Cover_1.jpg

zebertoothApril 7, 2020

เป็นกันมั้ย? ทำงานอยู่บ้าน ไม่มีสมาธิ งานไม่เดิน หันไปซ้ายก็ตู้เย็น หันไปขวาก็เตียงนอน ขี้เกียจสุดๆ ทำงานได้สักพักก็อยากลุกไปล้างจาน ไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานเลย…วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มาบอกเคล็ด (ไม่) ลับ ที่จะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับการ Work At Home ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามวันเกิดของคุณกัน

 

 

            วันอาทิตย์

ไอเท็มเสริมสมาธิ : โคมไฟ ตะเกียง แก้วน้ำ หรือ กระจก

คนเกิดวันอาทิตย์เป็นคนที่ฉลาด แตมักขาดความรอบคอบ แนะนำให้หากวางกระจกหรือดวงไฟ ซึ่งเป็นตัวแทนของดาวอาทิตย์ไว้บนโต๊ะ จะช่วยเสริมสมาธิ ทำให้คนที่เกิดวันอาทิตย์นั่งติดที่ มีสติในการทำงานมากขึ้น

 

 

 

            วันจันทร์

ไอเท็มเสริมสมาธิ : ของกินเล่นหรือขนม น้ำ

คนเกิดวันจันทร์เป็นคนที่ชอบทำงานหลายอย่างและคิดหลายๆ เรื่องไปในเวลาเดียวกัน จึงเสียสมาธิได้ง่าย การวางขนม หรือ น้ำไว้ใกล้ตัว จะช่วยทำงานอยู่กับที่ ลดการเดินไปมา เมื่อของกินพร้อม กระเพาะอิ่มก็พร้อมทำงานได้

 

 

            วันอังคาร

ไอเท็มเสริมสมาธิ : ภาพวิว สถานที่ที่อยากไป หรือเงิน

คนเกิดวันอังคารเป็นคนที่ รักอิสระ ไม่ชอบถูกบังคับ แต่ถ้าอยากทำก็สู้งานเต็มที่ การวางภาพวิวหรือเงินไว้บนโต๊ะ ช่วยให้คนวันอังคารมีไฟ มีจุดมุ่งหมายในการทำงานเสร็จเร็วขึ้น เพื่อที่จะได้ไปทำในสิ่งรักต่อไป

 

 

            วันพุธ

ไอเท็มเสริมสมาธิ : หูฟัง อุปกรณ์การสื่อสาร โทรศัพท์ ต้นไม้เล็กๆ เช่น ต้นกระบองเพชร

คนเกิดวันพุธเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานได้รวดเร็ว ทั้งยังละเอียดรอบคอบ การวางหูฟังไว้บนโต๊ะทำงาน จะเพื่อช่วยเสริมในเรื่องของการเจรจาติดต่อสื่อสารให้ราบรื่น  ส่วนต้นไม้สีเขียวจะช่วยลดความตึงเครียดและความกดดันจากการทำงาน

 

            วันพฤหัสบดี

ไอเท็มเสริมสมาธิ : หนังสือ เครื่องปั้นดินเผา หรือวัตถุมงคล

คนเกิดวันพฤหัสบดีเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำ อดทนและมีความพยายาม มีเหตุมีผลอยู่เสมอ เพื่อเสริมสมาธิให้มากขึ้น ควรมี หนังสือ หรือ เครื่องราง จะช่วยเสริมให้มีพลังในการทำงาน ช่วยความคิด การอ่าน และการตัดสินใจดียิ่งขึ้น

 

        

 

วันศุกร์

ไอเท็มเสริมสมาธิ : เครื่องประดับ แจกันดอกไม้ เทียนหอม เครื่องหอม

คนเกิดวันศุกร์เป็นคนที่มีเสน่ห์และไหวพริบดี ช่างพูดช่างเจรจา กลิ่นหอมจะช่วยดึงสมาธิ ดังนั้นควรจัดโต๊ะทำงานให้มี ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม หรือเครื่องประดับวางไว้ เพื่อช่วยดึงสมาธิ โฟกัสกับงานได้ดียิ่งขึ้น

 

 

            วันเสาร์

ไอเท็มเสริมสมาธิ : แร่โลหะ หรือ นาฬิกา

คนเกิดวันเสาร์เป็นคนเด็ดขาด มีความรับผิดชอบต่องาน ชอบงานที่เป็นระบบและเก็บความรู้สึกเก่ง ควรมีพวก แร่ อะไรที่เป็นโลหะวางไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อช่วยให้มีสมาธิ สามารถจดจ่ออยู่กับงานและทำให้งานสำเร็จ รวมถึงนาฬิกาจะช่วยให้งานเสร็จทันเวลาและยังช่วยเตือนไม่ให้หักโหมจนเกินไป

 

 

 


bankthai-help-Cover_1.jpg

zebertoothApril 7, 2020

กลุ่มธนาคารรัฐ

 

ธนาคารออมสิน (GSB)

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 3 เดือน

เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563ให้กับกลุ่มลูกค้าต่อไปนี้

  1. ลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติมีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563
  2. ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท
  3. สินเชื่อ SMEs ที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท
  • ลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ของยอดเงินที่เรียกเก็บถึงปี 2564 จากนั้นปี 2565 ผ่อนชำระขั้นต่ำอัตรา 8% และปี 2566 ผ่อนชำระขั้นต่ำอัตรา 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ

 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH Bank)

  • พักชำระเงินต้นระยะเวลา 3 เดือน และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท (ไม่จำกัดกรอบวงเงินสินเชื่อ) มีสถานะบัญชีปกติ ไม่อยู่ในสถานะกฎหมาย สามารถลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563
  • พักชำระเงินต้นระยะเวลา 1 ปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน (ไม่จำกัดกรอบวงเงิน สินเชื่อ) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว ยังสามารถแจ้งความประสงค์ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มได้นานสูงสุดอีก 10 ปี ซึ่งจะทำให้เงินงวดรายเดือนของลูกค้าลดลงอีกด้วย สามารถลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2563
  • พักชำระเงินต้นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 3.90% ต่อปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน กรอบวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท

 

กรุงไทย (KTB)

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ให้ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีสถานะชำระปกติ ทั้งลูกค้าสินเชื่อบุคคล ได้แก่ สินเชื่อ Smart Money และสินเชื่ออเนกประสงค์ 5 Plus และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมทั้งสินเชื่อธุรกิจ ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ยสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • พักชำระเงินต้น 12 เดือนให้กับลูกค้ารายย่อย ขยายระยะเวลาชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อ Trade Finance ออกไปอีก 6 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีรายได้ลดลง
  • สินเชื่อกรุงไทยต้านภัยโควิด-19 ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม (บสย. ค้ำประกัน 4 ปี) ทำธุรกรรมโอน รับ จ่าย ไม่คิดค่าธรรมเนียมนาน 1 ปีกับลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม รถเช่า ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก

 

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)

  • พักชำระเงินหนี้เงินต้นเป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนเท่านั้น โดยให้สิทธิ์แก่ลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 ซึ่งลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติทันที
  • ลดอัตราดอกเบี้ยลง 1% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจห้องพัก ธุรกิจสปา ธุรกิจร้านอาหาร/ภัตตาคาร ธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และบริการขนส่งนักท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบทางตรงใน 22 จังหวัดหลักตามข้อมูลจาก ททท.

 

 

กลุ่มธนาคารเอกชน

 

ธนาคารกสิกรไทย (KBank)

  • ลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ถึงปี 2564 ปรับเป็น 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666 มีผลกับลูกค้าโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด
  • ลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรเงินด่วน XPress Cash พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ย จนถึงเดือนธันวาคม 2563
  • สินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ย หรือ ลดยอดผ่อนต่องวด 50% ระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน
  • สินเชื่อรถยนต์ K Leasing พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยได้ 3 รอบบัญชี
  • สินเชื่อธุรกิจ K SME พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ยระยะเวลา 1 ปี และขอวงเงินสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง มี 2 ทางเลือกได้แก่
  1. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ในช่วง 2 ปีแรกรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2% และจ่ายแต่ดอกเบี้ย
  2. โครงการ SME สร้างไทย (บสย. เป็นผู้ค้ำประกัน) วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืนสูงสุด 7 ปี

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

  • ลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ถึงปี 2564 ปรับเป็น 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666
  • ลูกค้าบัตรเครดิตและและสินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อบุคคล Speedy Loan พักชำระเงินต้น ระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้น ระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อรถยนต์ พักชำระค่างวด 6 เดือน
  • สินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาท พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน และสามารถขอสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อัตราดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท

หมายเหตุ อยู่ระหว่างเตรียมออกแคมเปญ “ดีจัง แบ่งชำระ รายเดือน” (Call for ดีจัง) ดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี ระยะเวลา 48 เดือน ผ่านแอปพลิเคชั่น “SCB EASY” (ข้อมูล ณ 6 เมษายน 2563)

 

ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

  • ลูกหนี้บัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 5% ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี มีผลตั้งแต่รอบบิลวันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
  • กลุ่มลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง สามารถขอรับความช่วยเหลือปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษเป็นคงเหลือที่ 12% โดยต้องเป็นผู้ที่มีอาชีพหรือทำงานในธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว สายการบิน และอาชีพในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง หรือ ลูกค้าที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท/เดือน
  • กลุ่มลูกค้าสินเชื่อ พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยดังนี้
  1. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทเงินกู้ (Installment Loan) ลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน แจ้งความประสงค์เป็นรายบุคคลมายังช่องทางของธนาคาร
  2. สินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 3 ล้านบาท ลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน
  3. สินเชื่อธุรกิจ SME วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 20 ล้านบาท สามารถขอพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri)

  • พักชำระหนี้เงินต้น หรือ ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งไม่เป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน ไม่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือ ไม่เป็นสินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563
  • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับแล้วแต่กรณี
  • กรุงศรีออโต้ พักชำระค่างวดสำหรับรถจักรยานยนต์สูงสุด 5 เดือน / สำหรับรถยนต์สูงสุด 6 เดือน และปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวดลง
    • สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน
      ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจากเดิม 5% เหลือ 3% (เฉพาะสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำ) ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 18 มีนาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564
    • ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตจากเดิม 10% เหลือ 5% ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564

 

ธนาคารทหารไทย (TMB) และธนชาต (Thanachart)

  • ลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ถึงปี 2564 ปรับเป็น 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666
    มีผลกับลูกค้าโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด ส่วนบัตรกดเงินสดเหลือ 3%
  • สินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน
  • สินเชื่อรถยนต์ ธนชาต Drive พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อเอสเอ็มอี เงินกู้ระยะยาวพักเงินต้น 6 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ย O/D 1.5% ระยะเวลา 3 เดือน และพักชำระค่าธรรมเนียมประกัน บสย. 12 เดือน
  • ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่
    • เงินกู้ระยะยาว พักชำระเงินต้นและขยายเวลาผ่อนชำระสูงสุด 6 เดือน
    • เงินกู้ระยะสั้น ขยายเวลาชำระเงินต้น 3 เดือน และเพิ่มวงเงินสินเชื่อ

 

“อ้างอิงข้อมูลจากการประกาศของธนาคารต่างๆ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563”

 

หมายเหตุ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม ณ วันที่ 6 เมษายน 2563 (ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ)

  • แหล่งข่าววงการสถาบันการเงินเปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล (พีโลน) และบัตรเครดิตเพิ่มเติม ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เป็นรายกรณี เบื้องต้นคาดว่าสินเชื่อพีโลน หรือบัตรกดเงินสด จะลดดอกเบี้ยลงจาก 28% เหลือ 22% บัตรเครดิต จาก 18% เหลือ 12% หากต้องรอประกาศเป็นทางการจาก ธปท. ภายในเดือน เม.ย.นี้
  • กระทรวงการคลัง สั่งการให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ คือ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทำ “โครงการสินเชื่อฉุกเฉิน” เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม อาทิ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า คนขับรถโดยสาร แท็กซี่ สามล้อ มัคคุเทศก์ อัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อเดือน วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 10,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี ปลอดชำระเงินกู้ 6 เดือนแรก ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพียงแต่ผู้กู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่อาศัยแน่นอน ประกอบอาชีพอิสระรายได้เดือนละไม่เกิน 30,000 บาท
  • นอกจากนี้ ธนาคารออมสิน มี “โครงการสินเชื่อพิเศษ” สำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบวงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 50,000 บาท อดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน ให้ผ่อนชำระคืนนานถึง 3 ปี การค้ำประกันสามารถใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยเปิดให้เริ่มลงทะเบียนแจ้งความจำนงใช้บริการตั้งแต่ 15 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ gsb.or.th ขณะที่ ธ.ก.ส.จะเปิดรับลงทะเบียน 15 เม.ย.นี้เช่นกัน ผ่านทาง LINE “BAAC Family” ทั้ง 2 ธนาคารจะให้บริการสินเชื่อดังกล่าวถึง 30 ธ.ค. 2563

 

 


Cover_1-1.jpg

zebertoothApril 6, 2020

ปัจจุบัน ข่าวธุรกิจต่างๆ ทยอยประกาศปิดกิจการ หรือ สั่งพักงาน ลดเงินเดือน เลย์ออฟพนักงานเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศมีให้เห็นกันรายวันและยังคงมีแนวโน้มที่คาดจะลามไปเรื่อย เพราะวิกฤติครั้งนี้กระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงซึ่งดูแล้วยังไม่มีวี่แววจะดีขึ้นในเร็ววัน ทำให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายก็คงวิตกไปตามกันว่าจะมีโอกาสโดนหางเลขจากวิกฤตินี้หรือไม่ เพราะตอนนี้องค์กรธุรกิจรายใหญ่ ขนาดกลาง จนถึงเอสเอ็มอีแทบทุกรายล้วนต่างอยู่ระหว่างประเมินความเสี่ยงกันแทบจะวันต่อวัน

 

ในวันที่อะไรก็ยังไม่แน่ไม่นอนแบบนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวม “หลักการเตรียมความพร้อมที่จำเป็นก่อนถูกเลย์ออฟ” สำหรับผู้มีความเสี่ยงมานำเสนอ ซึ่งหากเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ก็น่าจะดีเพื่อให้เรามีทางเลือกและรับมือได้ทัน แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงหวังว่าทุกท่านจะก้าวผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยกันและขอให้โชคดีจากการเลย์ออฟทุกท่าน

 

  1. สำรองเงินให้พอใช้ 3-6 เดือน

หลักสำคัญคือ พิจารณาจำนวนเงินเก็บที่มีอยู่ว่าเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในครอบครัว อาทิ ค่ากินอยู่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ได้กี่เดือน โดยขั้นต่ำสุดควรมีอย่างน้อย 3-6 เดือน เผื่อได้มีเวลาตั้งหลักอาชีพใหม่ หรือ มองหาวิธีสร้างรายได้เสริม

สำหรับผู้ที่มีเงินเก็บเพียงพออยู่ อาจลองตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยบางส่วนแล้วนำไปออมเพิ่มเติม ผ่านบัญชีออมทรัพย์ หรือ บัญชีฝากประจำสำรองไว้เผื่อช่วยได้อีกทางหนึ่ง หรือ อีกช่องทางที่น่าสนใจคือการนำไปลงทุนในบัญชีกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำดูก็เป็นทางเลือกที่ดี ส่วนผู้ที่ยังไม่มีเงินเก็บ หรือ ยังมีน้อยอยู่ อาจต้องเริ่มมองหาวิธีสร้างความมั่นคงทางการเงินส่วนนี้เพิ่มเติมโดยเร็ว เพราะวิกฤตินี้ไม่รู้ว่าจะลากยาวไปถึงเมื่อใด

 

  1. อย่าเพิ่งก่อหนี้ใหม่ในช่วงนี้

ทั้งนี้ โดยปกติแล้วไม่ควรมีภาระผ่อนหนี้เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เช่น รายได้เดือนละ 20,000 บาท ไม่ควรผ่อนหนี้เกิน 8,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นหากใครมีหนี้อยู่เกือบเต็มอัตราแล้ว ควรประคองตัวไม่สร้างหนี้ใหม่ โดยเฉพาะหนี้เกี่ยวกับสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่ช่วยสร้างรายได้โดยเด็ดขาด ลองมองหามาตรการเยียวยาของสถาบันการเงินต่างๆ ที่ทยอยออกมา เพื่อดูว่าสามารถเข้าไปใช้สิทธิ์ในการผ่อนผันอย่างไรได้บ้าง หากได้เราสิทธิ์ลดหย่อน หรือ ผ่อนผันหนี้ ก็อาจนำเงินส่วนที่เหลือจากการลดหย่อน หรือ ผ่อนผันที่เคยต้องจ่ายทุกเดือน มาเก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉินตามข้อ 1 ไว้ก่อนก็ได้

 

ล่าสุดธนาคารต่างๆ ประกาศมาตรการเยียวยาลูกหนี้ อ่านต่อ ที่นี่

 

  1. พึ่งตัวช่วยที่มีอยู่

กรณีที่โชคร้ายต้องถูกเลย์ออฟอย่างเลี่ยงไม่ได้ ให้รีบขึ้นทะเบียนคนว่างงานกับสำนักงานจัดหางานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ว่างงาน เพื่อเป็นการแสดงสิทธิ์ในเบื้องต้น และปฏิบัติตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม โดยไม่ต้องรอหนังสือรับรองการออกจากงาน ซึ่งสิทธิต่างๆ ที่พึงได้ประกอบด้วย

 

A “เงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน” จะจ่ายให้กรณีที่ ถูกเลิกจ้างโดยที่ไม่ได้มีความผิด หรือ ไม่ได้สมัครใจลาออก โดยแต่ละคนจะได้รับในอัตราที่ต่างกันไปตามอายุงาน

 

 

หมายเหตุ กรณีเลิกจ้างนี้ นายจ้างจะต้องแจ้งเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบอย่างน้อย 30 วัน มิเช่นนั้นนายจ้างจะต้องจ่ายให้ลูกจ้างอีก 1 เดือน เป็น “ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า” หรือ ที่มักเรียกกันว่า “ค่าตกใจ” 

 

​​B “เงินชดเชยการว่างงานจากประกันสังคม” ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน จะได้รับเงินทดแทนเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน ในอัตราร้อยละ 50% ของเงินเดือนที่ได้รับปัจจุบัน ส่วนผู้ตกงานที่มีเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไปจะได้รับเงินชดเชยเดือนละ 7,500 บาทเท่ากันทุกราย เพราะประกันสังคมคำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดที่ 15,000 บาท

 

หมายเหตุ กรณีลูกจ้างยินยอมเซ็นใบลาออกเอง ถือเป็นการลาออกโดยสมัครใจจะได้รับเงินชดเชย 30% ของเงินเดือน โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท (หรือ สูงสุด 4,500 บาท) เป็นเวลา 3 เดือน


Beautiful-mask-Kinyupen-Cover-1.jpg

zebertoothApril 6, 2020

ในช่วงที่โควิด 19 กำลังระบาด หากเลี่ยงออกไปข้างนอกไม่ได้ สิ่งสำคัญก็คือ แมสก์ หรือ หน้ากากอนามัย ที่ทุกวันนี้เป็น rare item แค่พกไว้ก็อุ่นใจ แต่ถ้าต้องใส่ แล้วเครื่องสำอางที่แต่งมาจะทำอย่างไร กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตช่วยหาทางออกได้

 

 

  1. น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้

น้อยในที่นี้คือ พื้นผิวหน้า เพราะด้วยขนาดของแมสก์ก็ปาไปครึ่งหน้าแล้ว ถ้าหากเรายังลงไพร์เมอร์แน่น รองพื้นหนาอีก นอกจากจะทำให้อุดตันด้วยความอบ และอึดอัดจากการเสียดสีแล้ว ยังหลุดลอกอยู่ดี ดังนั้นแนะนำว่า ทาได้ แต่อย่ามากเน้นธรรมชาติ ปกปิดแค่ที่ต้องเปิดให้โลกรู้ หรือถ้าต้องเปิดหน้าที่หลังก็ทาคอนซีลเลอร์ในจุดที่จำเป็น แล้วลงแป้งแบบทูเวย์เพื่อให้ผิวหน้าดูเนียนโดยไม่ต้องใช้รองพื้น

  1. แก้มน้องนาง นั้น “สุขภาพดี” กว่าใคร

จริงๆแล้ว เทรนด์นี้ผ่านไปก็ได้ แต่สำหรับสาวๆ ที่ต้องการปัดแก้มให้รู้สึกมีสีสัน ก็สามารถปัดแก้มสูงแบบ “เทรนด์ปัดแก้มใต้ตาตามสาวญี่ปุ่น หรือ “Igari” (อิ-กา-ริ)” ซึ่งลุคนี้จะช่วยทำให้หน้าดูเด็ก และดูมีเลือดฝาด อ่อนเยาว์ไปอีก แต่ระวังอย่าพลั้งมือปัดแรงไปจะดูเหมือนใต้ตาช้ำขึ้นมา

  1. ดวงตา เป็นหน้าต่างของหัวใจ

ถึงแม้ว่า บริเวณตาจะเป็นส่วนที่คนเดินผ่านไปมาโฟกัสมากที่สุด แต่หากแต่งเยอะจนเกินไป ทั้งอากาศที่ร้อนและฝุ่นละอองในอากาศอาจมาติดบริเวณขนตาหากเราขยี้ก็จะแย่กันไปใหญ่ ดังนั้นหากคุณต้องการแต่งตา ให้ต้องตาจริงๆ แนะนำให้กรีดอายไลเนอร์บางๆ และดัดขนตาเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว

  1. คิ้ว คือมงกุฎ ของใบหน้า

ในยุคที่สาวๆ ต้องมีคิ้ว ก็สามารถเขียนหรือปัดได้ ตามแต่สมควร โดยอย่าลืมว่า ทุกอย่างตอนนี้เป็นธรรมชาติมาก ดังนั้นคิ้วของเรา ก็ควรจะเป็นธรรมชาติเช่นกัน เลือกใช้ที่เขียนคิ้วแบบแป้ง แล้วปัดคิ้วให้เรียงเส้นสักหน่อยก็พอดีแล้ว

  1. ริมฝีปาก ใต้หน้ากาก

ถึงแม้ว่าบริเวณปาก จะถูกปกปิดด้วยแมสก์แต่อย่างไร ก็ควรทาลิปกลอสเพื่อปกป้องความชุ่มชื้นและหากต้องถอดออกก็ยังให้ความรู้สึกปากอวบอิ่มมีชีวิตชีวา หรือถ้าหากคุณมีปัญหาริมฝีปากคล้ำ และจำเป็นจริงๆ ก็ควรเลือกใช้ลิปสติก ชนิดเนื้อแมตส์ที่ติดอยู่ทนนาน

 

และถึงแม้นี่จะเป็นส่วนหนึ่งทีกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้อัพเดตเทรนด์ในโลกออนไลน์มาก็ตาม เรายังมี ข้อแนะนำจากทวิตเตอร์ของคุณหมอธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (@thidakarn) มาฝากอีกด้วย

ใส่ #หน้ากากอนามัย แต่เราจะไม่หยุดสวย

– สำหรับคนหน้าแห้ง ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์มากขึ้น ลดการแห้งระคายเคืองจากเสียดสี

– เว้นรองพื้นบริเวณใส่หน้ากาก ลดการอุดตัน

– ควรทากันแดดทั่วหน้า หน้ากากอนามัยไม่ได้กันยูวี

– แม้ไม่ทาลิปสติก แต่ควรทาลิปมันผสมกันแดดปกป้องริมฝีปาก


Cover_1.jpg

zebertoothApril 5, 2020

เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าแล้ง หนึ่งในสิ่งที่มักพบเจอทุกปี ก็คือ ไฟป่า ซึ่งปีนี้เกิดขึ้นติดกันหลายแห่ง อาทิ เหตุการณ์ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายในป่าสนเขาเป็นพื้นที่กว้าง เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าบนเทือกเขามดแดงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกที่ความเสียหายรวมของพื้นที่กว่า 500 ไร่ และล่าสุดที่เพิ่งผ่านมาคือไฟป่าที่เชียงใหม่ซึ่งลุกลามประชิดข้างวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ส่งผลให้ค่า PM 2.5 ในเมืองเชียงใหม่พุ่งสูงจนอยู่ในขั้นอันตรายและยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ไม่ได้นำมากล่าวถึง

 

แต่ทราบหรือไม่ว่าไฟป่าที่เกิดขึ้นในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่เกิดจากอะไร และเหตุใดไฟป่าจึงยังไม่หมดไปเสียที วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวมมานำเสนอกัน

 

ไฟป่าในไทย 90% เกิดจากน้ำมือมนุษย์!

ข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่าแนวโน้มการเกิดเหตุไฟป่าในประเทศไทย นับแต่ปี พ.ศ. 2553- 2562 ที่ผ่านมา มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 8%

 

สถิติการเกิดไฟไหม้ป่าทั่วประเทศ

 

ต้นเหตุไฟป่าที่เกิดในบ้านเรามาจาก 2 ส่วนหลัก

  1. เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไฟป่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ดังนั้นเมื่อมีประกายไฟไม่ว่าจากการเสียดสีกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง ประกายไฟจากการเกิดฟ้าผ่า หรือ แสงแดดเกิดตกกระทบผลึกหิน ล้วนสามารถเป็นชนวนของการเผาไหม้และก่อให้เกิด “ไฟป่า” ขึ้นเองได้ในธรรมชาติ
  2. เกิดขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์ การเผาไร่เพื่อทำพื้นที่เกษตร เผาหาของป่า ล่าสัตว์ แม้กระทั่งจากความประมาท อาทิ ทิ้งก้นบุหรี่ การตั้งแคมป์ การเผาขยะของนักท่องเที่ยว รวมถึงประกายไฟจากการจุดพลุ ล้วนเป็นต้นเหตุของไฟป่าได้ทั้งสิ้น

 

สถิติการเกิดไฟไหม้ป่าทั่วประเทศ แยกตามสาเหตุ

 

ถ้าเราพิจารณาสถิติการเกิดไฟไหม้ป่าทั่วประเทศที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ บันทึกไว้ จะพบได้ว่า ระยะหลังสาเหตุของไฟป่าเกือบ 90% ของประเทศไทย ล้วนเกิดขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์แทบทั้งสิ้น

 

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับความเห็นของผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ โดยนายกฤตภาส ขันทะธงสกุลดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ขสป.) เวียงลอ อ.จุน จ.พะเยา ที่ให้ข้อมูลน่าสนใจไว้ในมติชน เมื่อกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมาว่า

 

“สาเหตุไฟป่าเกิดจากฝีมือคนจุดไม่ใช่เกิดความร้อนต้นไม้เสียดสีกันเป็นประกายไฟ เมื่อมองให้ลึกลงไปที่การกระตุ้นให้คนจุดไฟเผาป่า ก็จะพบว่าไม่ใช่เผาป่าเพื่อล่าสัตว์แต่อย่างใดเลย เพราะ

1. จุดเพื่อชิงเผา หรือ ทำแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่าที่จะเกิดขึ้นไม่ให้ลุกลามเข้าไปในที่หรือสวนของตน

2. จุดเพราะความท้าทายมาตรการของรัฐที่ห้ามเผาเด็ดขาด 90 วันอันตราย หรือ ความสนุกสนาน สะใจ เมื่อเห็นชุดปฏิบัติการไฟป่าที่เข้าเวรยามได้ทำงานกันอย่างทุลักทุเลและเหนื่อยยาก

3.ท้าทายอำนาจรัฐ เช่น เมื่อได้ยินผู้นำประกาศห้ามเผาก็หาเหตุให้เกิดไฟป่าทันที และ 4.การพยายามแยกคนให้ออกห่างจากป่าอ้างเหตุผลว่าป้องกันไฟป่า เป็นต้น”

 

ภาครัฐใช้ยาแรง แต่ยังไม่ลด

 

ที่ผ่านมาภาครัฐ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มาตรการทางกฎหมายที่รุนแรงมาบังคับใช้อย่างจริงจังมีการจับดำเนินคดี ติดคุก และเสียค่าปรับไปแล้วหลายราย ขณะที่หลายจังหวัดต่างออกประกาศห้ามเผาชูบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่อย่าเผาป่าเด็ดขาด เนื่องเพราะปีนี้สภาพพื้นที่มีความแห้งแล้งที่มาเร็วกว่าทุกปีมาก ทำให้คาดว่าสถานการณ์ไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นเร็วจากปกติมักจะเกิดขึ้นในห้วงเดือนมีนาคมของทุกปี แต่ปีนี้ปัญหาเริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ยาวข้ามปีและเริ่มมาหนักหน่วงมาจนถึงปัจจุบัน

 

อย่างไรก็ตามแม้จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นรุนแรง แต่ไฟป่าจากฝีมือมนุษย์ก็ยังไม่ลดน้อยลงเสียที ส่วนหนึ่งเกิดพฤติกรรมและความคุ้นชินของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงความประมาทเลินเล่อที่เกิดขึ้นดังที่ปรากฏหลายครั้งตามข่าว ซึ่งทราบว่าขณะนี้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต่างๆ ล้วนพยายามเร่งสร้างความเข้าใจใหม่ๆ ให้กับชาวบ้านเกี่ยวกับผลเสียที่เกิดขึ้นจากการเผาป่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อม อากาศและสุขภาพ รวมถึงได้รู้คุณค่าทรัพยากรป่าไม้สร้างให้เกิดความหวงแหนที่คาดจะช่วยสร้างผลเชิงล้อมที่ดีขึ้นให้กับป่าไม้ของบ้านเราในเร็ววัน

 

ทั้งนี้ถึงแม้ว่าไฟป่าจะก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อธรรมชาติ แต่ในอีกแง่มุมก็พบว่า ไฟป่าก็มีข้อดีบางอย่างซ่อนอยู่เช่นทำให้พืชพันธุ์ต้นกล้า สามารถแตกหน่อเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่ได้ เมื่อถูกกระตุ้นจากความร้อน ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดดอกและเกิดผลของพืชพันธุ์บางชนิด เนื่องจากเถ้าถ่านจากการเผาไหม้ของไฟป่า เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าต่อพืช มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียม นี่ถือเป็นอีกหนึ่งความน่าพิศวงของธรรมชาติ ที่ตรงกับวลีว่าเหรียญมักมีสองด้านเสมอนั่นเอง

 

รู้จักรูปร่างของไฟป่ากันเถอะ!

รูปร่างไฟป่า

 

  • หางไฟ (Rear)เป็นจุดเริ่มต้นของไฟ โดยจะอยู่ทิศตรงกันข้ามกับหัวไฟ หรือ สวนทิศทางลม เป็นไฟที่ลุกลามช้าและดับได้ง่าย
  • ปีกไฟ (Flanks)เป็นส่วนที่ลุกลามขยายออกด้านข้างของหัวไฟ แบ่งเป็นปีกซ้ายและปีกขวา มักลุกลามตามหัวไฟ รุนแรงน้อยกว่าหัวไฟแต่มากกว่าหางไฟ
  • นิ้วไฟ (Finger)เป็นส่วนที่ลุกลามแนวแคบยื่นออกจากตัวไฟหลัก นิ้วไฟแต่ละนิ้วจะมีปีกไฟเป็นของมันเอง
  • ขอบไฟ (Edge)เป็นขอบเขตของไฟป่านั้นๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ไฟกำลังลุกไหม้ หรือดับแล้วก็ได้
  • ง่ามไฟ (Bay)เป็นส่วนของขอบไฟที่อยู่ระหว่างนิ้วไฟ ลุกลามช้ากว่านิ้วไฟ
  • หัวไฟ (Head)ลุกลามได้เร็วและมีเปลวไฟยาวมากที่สุด มักลุกลามไปตามความลาดชันตามพื้นที่และทิศทางลม เป็นส่วนที่รุนแรงและอันตรายมากที่สุด
  • สุดท้ายส่วนที่ลุกลามนำหน้าตัวไฟหลัก โดยเกิดจากสะเก็ดไฟที่ลอยออกไปตกหน้าแนวไฟหลักและเกิดการลุกไหม้กลายเป็นไฟป่าขึ้นอีกลูก เรียกว่าสะเก็ด (Spot fire)

 

ที่มาข้อมูล

  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช –
  • มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
  • มติชน

Vegetable-thaifood-Cover_1.jpg

zebertoothApril 3, 2020

“จับฉ่าย” เป็นชื่อที่มาจากภาษาจีน “จับ” แปลว่า 10 “ฉ่าย” แปลว่าผัก หากแปลแบบตรงตัวคือ ผัก 10 อย่าง เมื่อรวมเป็นชื่ออาหาร “ต้มจับฉ่าย” ก็จะหมายถึงการนำผักหลายๆอย่างมาผสมกัน แต่ความจริงแล้วไม่ต้องครบ 10 อย่างก็ได้ ทำเท่าที่มี

ต้มจับฉ่าย เป็นหนึ่งในหลายเมนูที่เหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดของบ้านเราในช่วงนี้เป็นอย่างมาก เพราะทุกบ้านต่างพากันกักตุนอาหารทั้งของสด – ของแห้ง จนลืมไปว่ามันมีวันหมดอายุ เน่าเสียได้ การแปรรูปอาหารถือว่าเป็นการยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ได้นานขึ้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ชวนเข้าครัวทำต้มจับฉ่ายขานรับมาตรการ Lock Down ถึงจะออกนอกบ้านไม่ได้แต่เราก็มีอาหารกิน…

แม่ครัวใช้กับหม้อเบอร์ 24 สำหรับครอบครัวใหญ่… มาดูกันว่าจับฉ่ายหนึ่งหม้อมีอะไรบ้าง

 

 

วัตถุดิบ

  1. กระดูกหมู 500 กรัม
  2. กระดูกสันหลังหมู (เล้ง) 2 – 3 ชิ้น สำหรับต้มน้ำซุป
  3. ผักโขม 500 กรัม
  4. คะน้า 500 กรัม
  5. กวางตุ้ง 500 กรัม
  6. กะหล่ำปลี 1 หัว (เลือกน้ำหนักประมาณ 200 กรัม)
  7. หัวไชเท้า 1 หัว (เลือกน้ำหนักประมาณ 200 กรัม)
  8. ผักขึ้นฉ่าย 4 ต้น
  9. กระเทียม 4 – 5 กลีบ

เครื่องปรุงรส

  1. ซีอิ๊วขาว
  2. ซอสปรุงรส เห็ดหอม
  3. พริกไทย
  4. น้ำตาลปี๊บ หรือ ซีอิ๊วดำหวาน

ขั้นตอนวิธีทำแสนง่าย

– นำผักทั้งหมดมาล้างด้วยน้ำที่ผสมสารส้ม แล้วแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นด้วยล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง

– หั่นผักเป็นท่อน ขนาดพอประมาณ ไม่ต้องเล็กมาก เวลาต้มจะได้ไม่เละ

– แยกผักโขมออกนำไปลวกกับน้ำร้อนใส่เกลือและน้ำมันเล็กน้อย เมื่อลวกเสร็จให้น็อคน้ำเย็นเพื่อให้ผักยังคงมีสีเขียวสวย

– ตั้งกระทะทุบกระเทียมลงไปเจียวให้มีกลิ่นหอม นำผักทั้งหมดลงไปผัด ประมาณ 10 นาที พอให้สะดุ้งไฟ การนำผักไปผัดก่อนทำให้ผักไม่เละเวลาที่เรานำไปต้ม และช่วยเพิ่มกลิ่นหอม

– ตั้งหม้อน้ำซุปใส่น้ำประมาณ 1 – 2 ลิตร กะให้น้ำท่วมผัก ใส่กระดูกหมู และกระดูกเล้งที่ล้างสะอาดแล้วลงไปต้ม

– ระหว่างรอน้ำซุปเดือดให้คอยช้อนฟองออก ไม่งั้นน้ำซุปจะขุ่น

– เมื่อน้ำเดือดให้ใส่ผักที่ผัดแล้วลงไป ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว พริกไทย ชิมรสตามชอบ หรืออาจเพิ่มน้ำตาลเพื่อตัดรส แล้วต้มต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง ให้สีออกน้ำตาลเข้มเล็กน้อย เป็นอันเสร็จปิดไฟได้

เคล็ดลับความอร่อยต้องบอกต่อ

1.การใช้กระดูกสันหลังหมู (เล้ง) ลงไปต้มด้วยจะเพิ่มรสชาติหวานหอมให้กับน้ำซุป

2.รสชาติของต้มจับฉ่ายจะเค็มนำ บางบ้านจะใส่น้ำตาลหรือซีอิ๊วดำหวานเพื่อตัดรสให้หวานเล็กน้อย

หากใส่น้ำตาลแนะนำเป็นน้ำตาลปี๊บดีกว่าน้ำตาลทราย เพราะรสชาติจะหวานหอมมากกว่า

3.ต้มจับฉ่ายจะอร่อยมากขึ้น หากเก็บไว้ค้างคืน ถ้าต้มวันนี้พรุ่งนี้ค่อยกิน อร่อยสุด

4.ทำง่าย เก็บได้นานเป็นสัปดาห์ แบ่งใส่กล่องแล้วแช่ตู้เย็นไว้ เวลาทานก็นำออกมาอุ่น

เมนูที่ง่ายแสนง่าย ทำครั้งเดียวกินได้นาน อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการจากผักต่างๆ ด้วย ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางออกไปจับจ่ายใช้สอย การทำอาหารเก็บไว้ทานถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถือเป็นโอกาสปรับเมนูอาหารให้มีโภชนาการที่ดีเพื่อแข็งแรงสู้โรคได้อีกด้วย

 


cloud-clubbing-covid19-Cover_1.jpg

zebertoothApril 3, 2020

หลังจากรัฐบาลสิงคโปร์ตัดสินใจประกาศสั่งปิดสถานบันเทิง ผับและ ไนต์คลับ ทั่วประเทศเพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด -19 เมื่อพบว่ายอดผู้ติดเชื้อของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 คน ทำให้สิงคโปร์ซึ่งเคยเป็นเมืองแห่งความคักคักกลับเงียบเหงาลงไปทันที และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ด้วย

 

และด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนพยายามคิดวิธีการและนวัตกรรมโดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีออนไลน์มาใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีดีเจกลุ่มหนึ่งในไนต์คลับแห่งหนึ่ง ได้เริ่มคิดวิธีการเพื่อให้เกิดรายได้ขึ้นในช่วงที่ธุรกิจถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดบริการ โดยวิธีที่ใช้ได้ง่ายที่สุดก็คือการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อระหว่างพวกเขา และลูกค้าที่ถูกสั่งห้ามให้ออกนอกบ้านเช่นกัน

 

4kr

Photo by Catherine LAI / AFP

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฟาร่า ฟาร์ส ดีเจจากไนต์คลับชื่อ Zouk ในสิงคโปร์ ใช้วิธีเปิดเพลงอยู่หน้ากล้องวิดีโอ โดยตั้งชื่อการไลฟ์สดว่า ปาร์ตี้ ‘cloud-clubbing’  โดยหลังการเปิดโชว์ของเธอก็มีผู้เข้ามาร่วมชมจำนวนมาก

 

ภาพที่ปรากฏและออนไลน์ไปยังผู้ชม แสดงให้เห็นแสงแฟลชกระพริบไปทั่วฟลอร์เต้นรำที่ว่างเปล่าใกล้ โดยมีภาพดีเจกำลังสตรีมดนตรีสดอิเล็กทรอนิกส์เพลงที่ได้รับความนิยมของสิงคโปร์ แม้จะไม่มีคนมารวมตัวกันจำนวนมาก และไร้เสียงเชียร์แต่บรรยากาศก็ดู สนุกสนานจากลีลาการเปิดเพลงของดีเจ และเสียงกระตุ้นให้ทุกคนสนุกสนานตลอดเวลาที่ชมการแสดงของเธอผ่านไลฟ์สด ซึ่งถือเป็นอีกตัวอย่างวิธีการเอาตัวรอดของธุรกิจบันเทิงที่จะต้องถูกระงับไปอย่างสิ้นเชิงในระหว่างที่ไวรัสโคโรนากำลังสร้างความเสียหายให้กับทุกธุรกิจในขณะนี้

 

Photo by Catherine LAI / AFP

 

หลังจากที่ไนต์คลับ Zouk ได้จัดงานปาร์ตี้ “คลาวด์คลับ” สตรีมการแสดงสดโดยใช้ดีเจ ที่เคยทำงานอยู่จำนวนหกคนผ่านทางแอพพลิเคชั่นก็ทำให้การแสดงของพวกเขากลายเป็นที่นิยมขึ้นมาทันที มีนักเที่ยวที่ต้องถูกกักกันอยู่ที่บ้านเข้ามากร่วมปาร์ตี้ออนไลน์กันอย่างสนุกสนานหลายร้อยคน

 

Dhanish Nair ดีเจของ Zouk อีกคนหนึ่งบอกว่า ยอมรับว่าตอนแรกๆ รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยเพราะเหมือนกับต้องเล่นอยู่คนเดียว ไม่มีใครเลย เพราะตอนที่เปิดเพลงแล้วมีคนเต้นอยู่บนฟลอร์เต้นรำเต็มไปหมดมันจะทำให้รู้สึกได้ถึงพลังงานของพวกเขากลับมาให้เราได้ทำงานและส่งพลังงานพวกนั้นกลับไปให้เขา แต่การเปิดเพลงอยู่คนเดียวก็อาจจะต้องอาศัยจินตนาการมากขึ้น แต่พอเริ่มปรับตัวได้เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ได้แปลกอะไร เพราะว่าจะมีผู้เข้าชมแสงความคิดเห็น หรือส่งไอคอนความรู้สึกต่างๆ ขึ้นมาบนจอคอมพิวเตอร์นั่นหมายถึงการได้รับการตอบรับมาจากผู้คนที่ร่วมชมพวกเขาแล้ว

“ดังนั้นผมจะเล่นทุกเพลงที่พวกเขาขอมาผ่านหน้าจอการไลฟ์สดนั้น มันก็สนุกไปอีกแบบ” เขากล่าว

 

Photo by Catherine LAI / AFP

 

การแสดงแบบนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การแสดงโชว์ฟรี เพราะผู้ชมสามารถใช้แอพพลิเคชั่น Bigo Live Sterem Club แสดงความคิดเห็นหรือ ส่งของขวัญเสมือนจริงให้กับดีเจ เช่นระฆังและเกล็ดหิมะที่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ในภายหลังได้อีกด้วย นั่นคือหากพวกเขาเปิดเพลงหรือแสดงได้ถูกใจผู้ชมก็จะทำให้มีรายได้เข้ามาเช่นกัน ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางไนท์คลับได้ร่วมมือกับบริษัทผลิต อุปกรณ์เกมและแอพสตรีมมิ่งแอพสตรีมมิ่ง เพื่อดึงดูดผู้ชมทั้งหมด 200,000 ครั้งสำหรับการไลฟ์สดสามชั่วโมง ซึ่งก็พบว่ามีคนเข้ามาดูสูงสุดถึง 5,600 คนต่อหนึ่งครั้งการแสดงทีเดียว

 

วิธีการเช่นเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นแล้วที่ประเทศจีน เมื่อครั้งที่ไวรัสโคโรนาเข้าโจมตีจีนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา กระทั่งถึงจุดสูงสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และธุรกิจทุกอย่างทุกสั่งให้หยุด ทำให้ดีเจและสถานบันเทิงยามค่ำคืนเริ่มการแสดงสดของพวกเขาด้วยวิธีนี้เช่นกัน  โดยมีสถานบันเทิงในย่านเมืองใหญ่ อย่าง เซี่ยงไฮ้และปักกิ่งเป็นหัวหอกในการใช้วิธีนี้ และยังให้ผู้คนที่เข้าร่วมสามารถส่งกระแสเงินสดแบบสดๆบนแอพพลิเคชั่นน Douyin  หรือ  TikTok ของจีนซึ่งช่วยให้แฟน ๆ สามารถซื้อของขวัญที่สามารถแลกเป็นเงินสดได้  โดยสื่อจีนรายงานว่า หนึ่งในสามของไนท์คลับในปักกิ่งสามารถดึงดูดผู้ชมมากกว่าล้านคนและสร้างรายได้เกือบสองล้านหยวน (280,000 ดอลลาร์สหรัฐ) จากแฟน ๆ ของพวกเขาในการถ่ายทอดสดห้าชั่วโมง

 

Photo by Catherine LAI / AFP

 

โมเดลนี้ยังถูกนำไปใช้ใน ไนต์คลับที่ถูกปิดและดีเจที่ติดอยู่ที่บ้าน ในนิวยอร์กด้วย โดยเหล่าดีเจได้จัดงานเต้นรำเสมือนจริงขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “ The Dance Cartel” ได้เริ่มจัดงานปาร์ตี้“ Social Disdance”  หรือ คืนเต้นรำด้วยกันแบบห่างๆโดยจัดขึ้นสามครั้งต่อสัปดาห์ โดยใช้เครื่องมือแอพพลิเคชั่นซูมวิดีโอ โดยทุกคนแต่งตัวกันสวยงามราวกับออกไปเที่ยวจริงๆ และยังมีการประดับไฟแสงสีที่ดูเหมือนอยู่ในไนต์คลับจริงๆ อีกด้วย  ซึ่งการจัดปาร์ตี้แบบนี้ ผู้ที่ถูกใจก็จะมีการการสนับสนุนให้บริจาคเงินให้กับดีเจและเจ้าภาพจัดงานเพิ่อให้มีรายได้ระหว่างที่ต้องหยุดอยู่บ้านอีกด้วย

 


BIGBANG_Cover_1.jpg

zebertoothApril 3, 2020

ยุคนี้เมื่อเอ่ยชื่อ “แทยัง-ทงยองเบ” (Taeyang หรือ Dong Young-bae) แห่งวง BIGBANG คงไม่มีใครไม่รู้จักเขาในฐานะศิลปินจากแดนกิมจิที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ไม่เพียงความสามารถและเสียงร้องที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในฐานะนักร้องนำแล้ว รูปโฉมอันหล่อเหลายังทำให้แทยังเป็นหนึ่งในศิลปินบอยแบนด์เกาหลีที่มีแฟนคลับมากที่สุดในโลกอีกด้วย

 

ภาพจาก koreaboo

 

แต่กว่าแทยังจะก้าวมาถึงวันนี้ เส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะชีวิตเขาก็เหมือนกับวัยรุ่นอีกจำนวนมากที่ต้องต่อสู้ฝึกฝนทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดเพื่อให้ถึงเป้าหมาย เรื่องราวของเขาน่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่กำลังมุ่งมั่นเดินตามฝันของตนเองไม่ว่าอาชีพใด

 

ย้อนไปสมัยเด็ก แทยังเกิดในครอบครัวชาวเกาหลีหาเช้ากินค่ำทั่วไป เมื่อเขาเริ่มโตก็เป็นช่วงที่เกาหลีกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนัก ครอบครัวของเขามีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงทุกปากท้อง แทยังในวัย 13 ปีจึงถูกส่งให้ไปอยู่กับป้าในกรุงโซล และนี่คือจุดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นศิลปินครั้งแรกของเขา

 

“ผมชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยแสดงออกเลย เพราะว่าผมขี้อายเกินไป ตอนที่อยู่เกรด 4 ผมก็มีโอกาสได้ไปโรงเรียนการแสดง แต่ครอบครัวมีปัญหาการเงินผมเลยถูกส่งให้ไปอยู่กับป้า ช่วงนั้นผมต้องออกไปข้างนอกพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องที่โรงเรียน ซึ่งพอดีกับที่มีเจ้าของค่ายเพลงคัดเลือกศิลปินฮิปฮอป ผมเลยไปลองออดิชั่นกแล้วเขาก็เลือกผม นั่นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมรู้จักกับเพลงฮิปฮอปเป็นครั้งแรกและทำให้ผมอยากเป็นศิลปินฝึกหัดด้วย”

 

หลังพบว่ามีความรักในดนตรีฮิปฮอปจากเด็กขี้อายมาก ก็กลายเป็นเด็กที่กล้าแสดงออก ต่อมาเขาได้เข้าไปอยู่ค่ายวายจี พร้อมกับ ควอนจียง หรือ จีดรากอน (G-Dragon) ศิลปินร่วมวง BIGBANG โดยช่วงที่เป็นเด็กฝึกหัดค่ายวายจี ทั้งจีดรากอนและแทยังเป็นที่รู้จักในนาม GDYB มีแฟนเพลงมากมายแม้จะยังไม่เคยมีอัลบั้มของตนเอง นอกจากนี้แทยังก็ต้องรับหน้าที่เดินสายร้องแร็ปแทนศิลปินรุ่นพี่ที่ไม่ว่างขึ้นเวทีด้วย และด้วยความมุ่งมั่นที่มีอยู่ทำให้แทยังตัดสินใจเข้าพบเจ้าของค่ายเพลงเพื่อขอเป็นเด็กฝึกในฐานะนักร้อง

 

“ตอนนั้นผมรู้สึกว่า ทำงานที่สตูก็ไม่มีอะไรดีขึ้นผมต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมทุกวัน ผมอยากเดินไปข้างหน้า จึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ด้วยตัวเองเพื่อขอเป็นนักร้องและผู้ใหญ่ก็ให้โอกาส ตอนนั้นคิดว่าเขาคงเห็นในความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่มีอยู่ของผม และนั่นก็คือโอกาสที่ผมได้รับมา” แทยังเล่าด้วยความภาคภูมิใจ

 

ในช่วงที่ค่ายเพลงของเขายังไม่โด่งดังมากนัก เหล่าศิลปินทั้งหลายต้องฝึกฝนร่วมกันในสตูดิโอเล็กๆ นั่นทำให้แทยังได้รู้จักกับจีดรากอนได้ฝึกฝนร่วมกันอย่างหนักหน่วงและต่างคอยปลอบในกันในวันที่ท้อแท้ ทั้งสองจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทในเวลาต่อมาและนั่นทำให้ทุกความทรงจำวัยเด็กของแทยังมักมีจีดรากอนร่วมด้วยเสมอ

 

ก่อนที่เวลาต่อมามี ชเวซึงฮยอน หรือ ท็อป (T.O.P) มาร่วมด้วยอีกคนหนึ่ง ชีวิตแต่ละวันของพวกเขามีแต่ฝึกกับฝึกเท่านั้น การเรียนหนังสือ เดินห้างเที่ยวเตร่แบบวัยรุ่นทั่วไปแทบไม่เคยสัมผัส ทั้งสามคนกัดฟันอดทนข้ามผ่านทุกอุปสรรคและบทพิสูจน์ที่เข้มข้นจนก้าวมาสู่จุดสูงสุด นั่นคือซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเกาหลีที่คนทั่วโลกรู้จักในนาม “BIGBANG“

 

เส้นทางของแทยัง ถือเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าชีวิตจะเริ่มต้นไม่สมบูรณ์นัก แต่ทุกคนก็สามารถก้าวถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้ หากมีความมุ่งมั่น อดทน พยายามเหมือนกับ ศิลปินหนุ่ม “แทยัง” แห่งวง BIGBANG คนนี้นั่นเอง

 

ขอบคุณที่มาและรูปภาพจาก koreaboo , Facebook @BIGBANG