“จับฉ่าย” เมนูรวมผัก ยามที่ต้องกักตัว

“จับฉ่าย” เป็นชื่อที่มาจากภาษาจีน “จับ” แปลว่า 10 “ฉ่าย” แปลว่าผัก หากแปลแบบตรงตัวคือ ผัก 10 อย่าง เมื่อรวมเป็นชื่ออาหาร “ต้มจับฉ่าย” ก็จะหมายถึงการนำผักหลายๆอย่างมาผสมกัน แต่ความจริงแล้วไม่ต้องครบ 10 อย่างก็ได้ ทำเท่าที่มี

ต้มจับฉ่าย เป็นหนึ่งในหลายเมนูที่เหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดของบ้านเราในช่วงนี้เป็นอย่างมาก เพราะทุกบ้านต่างพากันกักตุนอาหารทั้งของสด – ของแห้ง จนลืมไปว่ามันมีวันหมดอายุ เน่าเสียได้ การแปรรูปอาหารถือว่าเป็นการยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ได้นานขึ้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ชวนเข้าครัวทำต้มจับฉ่ายขานรับมาตรการ Lock Down ถึงจะออกนอกบ้านไม่ได้แต่เราก็มีอาหารกิน…

แม่ครัวใช้กับหม้อเบอร์ 24 สำหรับครอบครัวใหญ่… มาดูกันว่าจับฉ่ายหนึ่งหม้อมีอะไรบ้าง

 

 

วัตถุดิบ

  1. กระดูกหมู 500 กรัม
  2. กระดูกสันหลังหมู (เล้ง) 2 – 3 ชิ้น สำหรับต้มน้ำซุป
  3. ผักโขม 500 กรัม
  4. คะน้า 500 กรัม
  5. กวางตุ้ง 500 กรัม
  6. กะหล่ำปลี 1 หัว (เลือกน้ำหนักประมาณ 200 กรัม)
  7. หัวไชเท้า 1 หัว (เลือกน้ำหนักประมาณ 200 กรัม)
  8. ผักขึ้นฉ่าย 4 ต้น
  9. กระเทียม 4 – 5 กลีบ

เครื่องปรุงรส

  1. ซีอิ๊วขาว
  2. ซอสปรุงรส เห็ดหอม
  3. พริกไทย
  4. น้ำตาลปี๊บ หรือ ซีอิ๊วดำหวาน

ขั้นตอนวิธีทำแสนง่าย

– นำผักทั้งหมดมาล้างด้วยน้ำที่ผสมสารส้ม แล้วแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นด้วยล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง

– หั่นผักเป็นท่อน ขนาดพอประมาณ ไม่ต้องเล็กมาก เวลาต้มจะได้ไม่เละ

– แยกผักโขมออกนำไปลวกกับน้ำร้อนใส่เกลือและน้ำมันเล็กน้อย เมื่อลวกเสร็จให้น็อคน้ำเย็นเพื่อให้ผักยังคงมีสีเขียวสวย

– ตั้งกระทะทุบกระเทียมลงไปเจียวให้มีกลิ่นหอม นำผักทั้งหมดลงไปผัด ประมาณ 10 นาที พอให้สะดุ้งไฟ การนำผักไปผัดก่อนทำให้ผักไม่เละเวลาที่เรานำไปต้ม และช่วยเพิ่มกลิ่นหอม

– ตั้งหม้อน้ำซุปใส่น้ำประมาณ 1 – 2 ลิตร กะให้น้ำท่วมผัก ใส่กระดูกหมู และกระดูกเล้งที่ล้างสะอาดแล้วลงไปต้ม

– ระหว่างรอน้ำซุปเดือดให้คอยช้อนฟองออก ไม่งั้นน้ำซุปจะขุ่น

– เมื่อน้ำเดือดให้ใส่ผักที่ผัดแล้วลงไป ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว พริกไทย ชิมรสตามชอบ หรืออาจเพิ่มน้ำตาลเพื่อตัดรส แล้วต้มต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง ให้สีออกน้ำตาลเข้มเล็กน้อย เป็นอันเสร็จปิดไฟได้

เคล็ดลับความอร่อยต้องบอกต่อ

1.การใช้กระดูกสันหลังหมู (เล้ง) ลงไปต้มด้วยจะเพิ่มรสชาติหวานหอมให้กับน้ำซุป

2.รสชาติของต้มจับฉ่ายจะเค็มนำ บางบ้านจะใส่น้ำตาลหรือซีอิ๊วดำหวานเพื่อตัดรสให้หวานเล็กน้อย

หากใส่น้ำตาลแนะนำเป็นน้ำตาลปี๊บดีกว่าน้ำตาลทราย เพราะรสชาติจะหวานหอมมากกว่า

3.ต้มจับฉ่ายจะอร่อยมากขึ้น หากเก็บไว้ค้างคืน ถ้าต้มวันนี้พรุ่งนี้ค่อยกิน อร่อยสุด

4.ทำง่าย เก็บได้นานเป็นสัปดาห์ แบ่งใส่กล่องแล้วแช่ตู้เย็นไว้ เวลาทานก็นำออกมาอุ่น

เมนูที่ง่ายแสนง่าย ทำครั้งเดียวกินได้นาน อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการจากผักต่างๆ ด้วย ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางออกไปจับจ่ายใช้สอย การทำอาหารเก็บไว้ทานถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถือเป็นโอกาสปรับเมนูอาหารให้มีโภชนาการที่ดีเพื่อแข็งแรงสู้โรคได้อีกด้วย