Content_Horo_week-1-5July.jpg

kinyupen_adminJuly 1, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่างวันที่ 1 – 5  กรกฎาคม 2563 โดย..Tan Tarot …หมอดูที่ได้รับความนิยมจากชาวทวิตภพ ด้วยสโลแกนที่ว่า มากกว่าการดูดวงคือการรับฟัง 🙂

 

 

คนเกิดวันอาทิตย์

การงาน : สัปดาห์นี้งานเยอะ งานที่ได้รับมอบหมายมาก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เพื่อนร่วมงานโอเค แต่เราต้องวางแผนงานดีๆ ถึงจะไปได้ดีโดยไม่หงุดหงิดใจกับผู้ใหญ่ในที่ทำงาน

การเงิน : เรื่องเงินยังพอประคองได้ แต่ซื้อของเพื่อดูแลสุขภาพเยอะเหมือนกันนะนี่

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้เอาใจผู้ใหญ่อย่างเดียวก็เหนื่อยแย่แล้ว / คนมีคู่ อย่าทะเลาะกันด้วยเรื่องจุกจิกเลย เรื่องปวดหัวในชีวิตเยอะแล้ว

สุขภาพ : ตึงไปตั้งแต่บ่ายันข้อมือแล้ว หาเวลายืดตัวหน่อย แล้วก็อย่าเอาข้อศอกเท้าโต๊ะนาน ด้านหมดแล้วจ้ะ

ข้อความแทนใจ : พยายามแอคทีฟไว้ ยิ่งเคลียร์ธุระออกจากตัวได้ไวเท่าไหร่ยิ่งดี แล้วก็เติมความสดใจให้ใจบ้าง อย่าไปมองว่าทุกอย่างเป็นภาระชีวิตนะ มันคือความรับผิดชอบต่างหาก

 

 

คนเกิดวันจันทร์

การงาน : สัปดาห์นี้เบื่อๆ งานไม่ค่อยเดิน คิดงานไม่ค่อยออก เพื่อนร่วมงานก็ช่วยได้แค่ให้กำลังใจ ส่วนผู้ใหญ่นี่ แนะนำมาแต่ละอย่าง เราเดินตามไม่ไหวสักทาง

การเงิน : คุณพี่คะ รายจ่ายเยอะอะไรเบอร์นั้นคะ เพิ่งต้นเดือน แต่เอาจริงๆ มันก็เป็นรายจ่ายบังคับซะเยอะ เราไม่ได้อยากจ่ายหรอก

ความรัก : คนโสด เป็นช่วงซึมๆ จ๋อยๆ / คนมีคู่ สัปดาห์นี้หวานกันดีไม่ต้องห่วง

สุขภาพ : ปวดหลังเก่ง นวดมั้ยจ้ะ

ข้อความแทนใจ : ขอให้วางแผนการเงินดีๆ ถ้าปล่อยไหลนี่ปาดเหงื่อเลยนะท่องไว้ “ใจเย็นๆ อย่าเพิ่ง CF จนกว่าจะสรุปยอดรายรับรายจ่ายเสร็จ”

 

 

คนเกิดวันอังคาร

การงาน : สัปดาห์นี้จะทำอะไรต้องวางแผน โดยเฉพาะก่อนไปคุยกับผู้ใหญ่ ถ้าแผนไม่ดี ตัวเลขไม่ตรงนี่คุยกันยาวเลยทีนี้

การเงิน : เรื่องเงินยังพอไปได้ แต่อยากได้อะไรไม่รู้เยอะไปหมด

ความรัก : คนโสด ถือซะว่าเป็นช่วงที่ต้องปล่อยวางก็แล้วกันเนอะ / คนมีคู่ เป็นสัปดาห์แห่งความคิดถึง

สุขภาพ : ยังโอเคไม่น่าเป็นห่วง

ข้อความแทนใจ : อย่าไปคิดถึงอดีตเยอะ อะไรที่มันจบไปแล้วก็ปล่อยให้มันจบไป เอาเวลามาวางแผนสำหรับอนาคต และเติมความสดใสให้กับตัวเองดีกว่า

 

 

คนเกิดวันพุธกลางวัน

การงาน : สัปดาห์นี้ทำอะไรไปก็ได้ผลกลับมาเท่าที่ทำนั่นแหละ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย อย่าปล่อยชิลเกินไปเท่านั้นเอง

การเงิน : มีของที่อยากได้เต็มไปหมด แต่ก็ทำได้แค่อยากได้ไปก่อนนะ ฮา

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้เอาเรื่องงานให้สำเร็จลุล่วงก่อนจะได้สบายใจ / คนมีคู่ ต่างคนต่างห่วงเรื่องงาน ถ้าจะให้หวานก็พากันไปร้านเปิดใหม่ชิวๆ บ้าง

สุขภาพ : ดื่มน้ำเยอะๆ หน่อยจ้ะ

ข้อความแทนใจ : เน้นให้ใส่ใจเรื่องการสื่อสาร เรื่องคำพูด คำที่ใช้ในการส่งข้อความ วาทศิลป์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะถ้าพลาดมา เราก็เครียด คนอื่นก็เครียด ต้องมาถกงานกันใหม่อีกนะ สมองไว แต่ห้ามปากไว

 

 

คนเกิดวันพุธกลางคืน

การงาน : สัปดาห์นี้ทำงานได้สบายๆ แต่จะเข้าหาผู้ใหญ่ต้องดูจังหวะดีๆ หน่อย แล้วก็ต้องเตรียมข้อมูล เตรียมเอกสารไปอย่างละเอียด ถึงจะราบรื่น

การเงิน : ยังหมุนเงินได้อยู่ แต่มีความมุ่งมั่นในการใช้เงินเป็นอย่างมาก

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้เป็นช่วงที่ดีที่จะพัฒนาความสัมพันธ์นะ / คนมีคู่ ระวังการกระทบกระทั่ง ระวังคำพูดหน่อย เสียใจแล้วแก้ยากนะ

สุขภาพ : สัปดาห์นี้เรื่องสุขภาพโอเค ไม่น่าห่วง

ข้อความแทนใจ : วางแผนเรื่องงานดีๆ การวางแผนที่ดีจะทำให้เราเหนื่อยน้อย อย่าปล่อยชิลจนงานสะสม เพราะถ้าถึงเวลาแล้วเราโดนเรียกไปช่วยคนอื่น งานเราจะไฟลนก้นเองนะ

 

คนเกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : สัปดาห์นี้มีหน้าที่ใหม่เข้ามาให้เราต้องรับผิดชอบ ส่วนผู้ใหญ่ก็คาดหวังความสำเร็จในระยะยาวอย่างเดียวเลย ถ้าใจนิ่ง เราจะผ่านได้ทุกอย่างนั่นแหละ

การเงิน : รายจ่ายยิบย่อยพันตัวเยอะไปหมด แต่ก็ยังตั้งใจใช้เงินนะ ฮา

ความรัก : คนโสด ห่วงเรื่องเงินตัวเองก่อน คำนวณผิดชีวิตเปลี่ยน / คนมีคู่ ต่างคนต่างอยากอยู่นิ่งๆ เงียบๆ มีเวลาทบทวนตัวเอง

สุขภาพ : สุขภาพกายโอเค แต่สุขภาพใจห่วงว่าเงินน่ะมีมั้ย 555

ข้อความแทนใจ : เป็นสัปดาห์ที่ห่วงเรื่องเงินเป็นพิเศษจริงๆ อยากให้ค่อยๆ วางแผนดีๆ มีความสุขกับสิ่งที่มีที่ได้มาแล้ว อย่าเพิ่งดิ้นรนไปหาซื้อสิ่งใหม่

 

 

คนเกิดวันศุกร์

การงาน : สัปดาห์นี้งานไม่ค่อยได้ดั่งใจ คนที่เราต้องทำงานด้วยก็ดันเซนซิทีฟ อารมณ์ขึ้นๆ ลง เอาใจยาก เราเลยต้องรับผิดชอบหลายอย่าง

การเงิน : เรื่องเงินก็ประคับประคองหน่อย เข้าปุ๊บออกบีบ เป็นงง

ความรัก : คนโสด ช่วงนี้เย็นไว้ก่อน เป็นช่วงที่เหมาะกับการอยู่นิ่งๆ / คนมีคู่ ใจเขาใจเรานะ ถ้าเราเอาความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้งไปเสียหมด คนข้างๆ ก็ใจร้าว

สุขภาพ : อยากให้ดูแลสภาพจิตใจดีๆ นิดหนึ่ง ถ้าเหม่อนี่ทำนู่นทำนี่หล่นบ่อยมาก

ข้อความแทนใจ : ขอให้ค่อยๆ โฟกัสกับความสุขเล็กๆ รอบตัวก่อน อย่าเสพโซเชียลเยอะ มันจะทำให้เรารู้สึกเหงา อยากไปทำนู่นทำนี่แบบคนอื่น สุดท้ายเราว่างแค่ไถหน้าจอดู เราจะยิ่งจ๋อยไปอีก

 

 

คนเกิดวันเสาร์

การงาน : สัปดาห์นี้เราได้แต่ทำหน้าที่ของเรา แล้วเป็นคนนอกวง ไม่ค่อยได้ไปเป็นวงในกับใครในเรื่องการทำงานเท่าไหร่

แต่เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแหละ

การเงิน : การเงินช่างเงียบงัน เอาเวลาไปหาความรู้เฉพาะทางเพิ่ม จะได้เพิ่มช่องทางทำมาหากินได้

ความรัก : คนโสด สัปดาห์นี้นิ่งๆ จิบกาแฟ เอ็นจอชีวิตโสดและอิสรภาพก่อน / คนมีคู่ ต่างคนต่างโฟกัสเรื่องหาเงิน

สุขภาพ : อย่านั่งนาน ท้องผูกหมดแล้ว

ข้อความแทนใจ : ทำอะไรได้อย่างนั้น อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เห็นคนอื่นยุ่ง ก็ไม่ได้แปลว่ายุ่งแล้วจะประสบความสำเร็จมากกว่าเรา เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ศึกษาอะไรก็ทำให้ถ่องแท้ เดี๋ยว

 

ติดตาม Tan Tarot ได้ตามช่องทาง :

#ดูดวงกับแทน Line ID: tarotbytan | IG: tarotbytan | #หมอดู #ไพ่ยิปซี


Kinyupen-Flower-Physiognomy.jpg

kinyupen_adminJuly 1, 2020

หลายคนคงรู้สึกสิ่งที่ตามมาหลังชีวิต ธุรกิจ การงาน เริ่มกลับเข้าสู่โหมดวงจรแบบเดิมคือ ความวิตกกังวล ว่าจะ..รอดไหม รายได้เหมือนเดิมไหม กินอยู่เป็น 360 องศา จึงชวนมาสร้างความสดชื่นแบบมู(เตลู) เล็กๆ ระหว่างใช้พลังบวกสร้างความสุข และมีชีวิตที่ปลอดกังวล

 

 

ความสดชื่นแบบสายมู ที่สร้างได้ทั้งในบ้าน ในที่ทำงานคือ ใช้ดอกไม้เพิ่มพลังธาตุ เพราะตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ถือว่าดอกไม้ทุกชนิดนำพลังงานด้านบวก เป็นสัญลักษณ์ของความงอกงาม เจริญเติบโตบ่งบอกถึงการมาของความโชคดี ซึ่งมีคำกล่าวตามหลักฮวงจุ้ยว่าหากต้องการความสำเร็จจงอยู่ท่ามกลางดอกไม้

 

ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ย คือการสร้างความสมดุลหยินกับหยางและธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ไม้ โลหะ ไฟ  นี่จึงเป็นที่มา ของการใช้ดอกไม้เสริมพลังให้สถานที่นั้น ๆ ซึ่งอาจไม่ได้ครอบคลุมพลังงานทั้งตึกหรือบ้านทั้งหลัง แต่ มีผลต่อการทำงานในบริเวณที่ตั้งนั้นเกิดประสิทธิภาพ  มีสภาพแวดล้อมที่ดีและนำมาซึ่งโชคลาภ ความสุข  ด้วยวิธีนี้จะเหมาะกับโต๊ะทำงาน บู๊ธ หรือร้านค้าขนาดย่อม

 

 

อาจารย์บอย ศรัทธาอาคม ได้แนะนำวิธีดูสีดอกไม้เสริมธาตุ ดังนี้คือ

ดอกไม้สีฟ้า สีน้ำเงินแทนธาตุน้ำ

ดอกสีเขียวแทนธาตุไม้

สีแดงแทนธาตุไฟ

สีเหลือง น้ำตาล แทนธาตุดิน

และ สีขาวแทนธาตุทอง

ซึ่งวิธีจัดดอกไม้เสริมธาตุหลักการแรก คือ

1. ให้มีทั้ง 5 ธาตุในแจกันเดียว

2.กระตุ้นพลังโดยเพิ่มจำนวนดอกไม้ที่มีสีประจำธาตุที่สัมพันธ์กับทิศที่ตั้งมากกว่าดอกไม้สีของธาตุอื่น ๆ เช่นสีดอกไม้ธาตุอื่น 1-2 ดอก แต่สีที่สัมพันธ์กับทิศ 5 – 7 ดอก

3.จัดวางในมุมเฉียงกับประตูหรือทางเข้า

4.เปลี่ยนน้ำและริดก้านใบที่เหี่ยวเฉาสม่ำเสมอ

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าการวางตามทิศก็คือการดูแล หากละเลยไม่เปลี่ยนน้ำในแจกัน หรือปล่อยดอกให้เหี่ยวคาก้าน ไม่ริดก้านปล่อยให้มีกลิ่นเน่าก็จะส่งผลให้เกิดพลังงานที่ไม่ดีกลายเป็นผลลบ

 

เคล็ดพิเศษ : กล้วยไม้ถือเป็นราชินีของดอกไม้เพราะมี 5 กลีบตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ดอกไม้ 5 กลีบ สื่อถึงธาตุทั้ง 5 ที่ครอบคลุมจักรวาล


-ส้มแผ่น-ส้มลิ้ม_ต่างกันอย่างไร_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 30, 2020

ผ่านมาแล้วกับฤดูกาลมะม่วงที่เกือบทุกสายพันธุ์ออกผลให้เก็บทาน และจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน ชาวสวน แต่หากมะม่วงที่ออกมีมากจนล้นตลาด เก็บไว้ทานเองไม่ทัน ปล่อยทิ้งสุกคาต้นร่วงหล่นก็น่าเสียดาย วิธีการที่จะเก็บไว้ทานได้นานๆ คือ การแปรรูปจับแต่งตัวเสียใหม่ เพิ่มมูลค่าจากของที่ทำทานกันเองในบ้านสู่สินค้าชุมชน

“มะม่วงกวน- ส้มแผ่น -ส้มลิ้ม” เป็นชื่อเรียกมะม่วงที่ผ่านการแปรรูปด้วยการ กวน” แต่มีขั้นตอนการทำที่ต่างกันอยู่เล็กน้อย ส่วนจะต่างกันอย่างไร กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะพาไปหาคำตอบกัน…

มะม่วงกวน คือ การนำมะม่วงสุกมากวน อาจเติมน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อตัดรส ไล้เป็นแผ่นบาง ตากแดด นำมาม้วนหรือพับ รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว แต่หากต้องการรสหวานให้ใช้มะม่วงที่แก่จัดสุกงอมจนเละมากวน สีจะออกคล้ำ ขึ้นเกร็ดน้ำตาล เป็นแบบที่ชาวบ้านทำทานกันเอง

 

ภาพจาก : Foodfoodcenter

 

ส้มแผ่น คือ การนำมะม่วงที่สุกงอมมากวนให้สุกบดละเอียด ไล้เป็นแผ่นบาง ตากแดด จากนั้นนำมาม้วนเป็นหลอด สีจะออกเหลืองทอง

 

ภาพจาก : เทคโนโลยีชาวบ้าน

 

ส้มลิ้ม คือ การนำเอามะม่วงที่สุกแต่ไม่งอม มากวน เติมน้ำตาลเล็กน้อย ทำเป็นก้อนเล็กๆ ตากแดด สีออกขาวใสหรือขุ่น รสชาติเปรี้ยวอมหวาน

 

ภาพจาก : Facebook กระยาสารทวาสนา จ.ตาก

 

ทำไมต้องเรียกว่า “ส้ม” ทั้งที่ไม่ได้มีส้มเป็นส่วนประกอบเลยสักนิด

เพราะคำว่า “ส้ม” แปลว่า รสเปรี้ยว และเรายังใช้คำว่าส้มกับสิ่งอื่นอีกด้วย เช่น ส้มตำ ปลาส้ม สารส้ม

ซึ่งรสเปรี้ยวเป็นรสสัมผัสแรกเมื่อเราทานมะม่วงกวน ส่วนชื่อเรียกที่ต่างกันเป็นไปตามภาษาของแต่ละท้องถิ่น อย่างเช่น ชาวบ้านภาคเหนือตอนล่าง กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย เรียกว่า “ส้มแผ่น” ส่วนจังหวัดตากจะเรียกว่า “ส้มลิ้ม” ถือเป็นของดีประจำจังหวัดที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เรียก “มะม่วงกวน” เป็นอันเข้าใจตรงกัน

 

 

 

 

 

มะม่วงกวนส่วนใหญ่จะใช้ “มะม่วงน้ำดอกไม้” เป็นตัวหลัก เพราะเป็นพันธุ์ที่ให้น้ำขณะกวนมากกว่าพันธุ์อื่น ถ้าไม่มีมะม่วงน้ำดอกไม้ผสมเนื้อมะม่วงกวนจะข้นเกินไป จึงนิยมนำมาผสมรวมกับสายพันธุ์อื่น บ้านใครปลูกพันธุ์ไหนนำมา       ทำได้ ไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงแก้ว ฟ้าลั่น  โชคอนันต์ หนองแซง หากต้องการให้มะม่วงตกทราย มีผลึกน้ำตาลให้ใช้มะม่วงอกร่องทำ และเพื่อรสชาติที่อร่อยควรผสมอย่างน้อย 3 พันธุ์

 

แต่ไม่ว่าจะต่างกันที่ชื่อหรือรูปร่างลักษณะภายนอก สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือรสชาติที่รับรองได้ว่าอร่อยถูกปาก โดยเฉพาะใครที่ชอบทานขนม ทานของว่างยามบ่าย แต่พึ่งระวังเรื่องน้ำตาลไว้สักนิดก็แล้วกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

– เทคโนโลยีชาวบ้าน

– รายการทุกทิศทั่วไทย

– TrueID In-Trend@Atitaya


Kinyupen-No-debt-but-no-savings-1.jpg

kinyupen_adminJune 29, 2020

พร้อม 3 เทคนิคง่ายๆ สำหรับผู้อยากมีเงินเก็บ

มีใครเป็นบ้าง..ทำงานมาตั้งนานแต่ไม่มีเงินเก็บ บางคนอาจให้เหตุผลว่า “เพราะฉันมีทั้งหนี้บ้าน หนี้รถ และต้องดูแลครอบครัวน่ะสิ ฉันจึงยังไม่มีเงินเก็บ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าวางแผนให้ดียอมตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยบางส่วน ก็อาจเริ่มมีเงินเก็บได้เล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ก็ต่างกรรมต่างวาระดังนั้นกลุ่มนี้จึงขอละไว้ก่อนในฐานที่เข้าใจได้

 

 

แต่กลุ่ม ”ไร้หนี้..แต่ไม่มีเงินเก็บ” นี่สิค่อนข้างน่าเป็นห่วง

เพราะแม้วันนี้จะไร้กังวลเรื่องหนี้สิน ไม่มีภาระใดที่ต้องรับผิดชอบดูแล สามารถกิน เที่ยว ช็อปได้ตามใจ ตามกำลังเงิน แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เป็นพนักงานประจำแต่ต้องตกงานกะทันหัน เป็นฟรีแลนซ์แต่ลูกค้าหดหาย ถูกแคนเซิลงานจากพิษเศรษฐกิจแบบไม่ทันตั้งตัว เหมือนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นช่วงโควิด-19 ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การ “ไร้เงินเก็บ” จะส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านการเงินของตัวคุณใน 3 ส่วน

 

ภาพจาก : www.changemyrate.com

 

ส่วนที่ 1 : ค่าใช้จ่ายรายวัน

นี่คือผลกระทบส่วนแรกที่คุณต้องเผชิญระหว่างหางานใหม่ หรือ มองหาช่องทางตั้งต้นธุรกิจส่วนตัว เพราะคุณต้องควักเงินออกอย่างเดียวสำหรับการกิน ใช้ หรือ เดินทางในแต่ละวัน ช่วงแรกอาจยังไม่กระทบ แต่ถ้าเงินเริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ แล้วยังไม่มีวี่แววจะได้งานเสียทีอาจมีทรุด

ส่วนที่ 2 : เงินสำรองฉุกเฉิน

เงินส่วนนี้เป็นรายจ่ายแห่งอนาคตที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งส่วนใหญ่มาจากปัจจัยที่เหนือการควบคุม ทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุของตัวคุณเอง หรือ คนในครอบครัว รถเสีย ข้าวของเครื่องใช้จำเป็นเกิดชำรุด ถ้าเป็นวงเงินเล็กๆ น้อยๆ อาจพอไหว แต่ถ้าต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในคราวเดียวแล้วดันไม่มีเงินสำรองไว้นี่สิ อาจต้องไปกู้ยืมจนเป็นหนี้ตามหลังก็ได้

ส่วนที่ 3 : เงินสำหรับอนาคต

ถ้าไม่มีเงินเก็บคุณจะไม่สามารถวางแผนต่อยอดชีวิตได้เลย ทั้งการลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว หรือ การลงทุนในหุ้น กองทุนต่างๆ ที่จะช่วยสร้างทรัพย์สินให้งอกเงยขึ้นมา ซึ่งสุดท้ายแล้ว จะส่งผลต่อชีวิตหลังเกษียณที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างน้อย 10-20 ปี โดยที่รายจ่ายยังคงต้องมีทั้งการกินใช้ หรือ การรักษาตัวเมื่อเจ็บป่วย

ดังนั้นถ้าวันนี้คุณยังไม่เริ่มออมเงิน ให้เริ่มคิดใหม่ก็ยังทันนะ เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตเป็นของเรา อยากให้เป็นแบบใด…เราสามารถเลือกเส้นทางได้ตามใจ

 

3 เทคนิคง่ายๆ สำหรับผู้อยากมีเงินเก็บ

 

ภาพจาก : Sharon McCutcheon

 

1.“ตั้งคำถาม” ก่อนจ่าย..จำเป็นจริงหรือ

ถ้าทุกวันนี้ ใครยังต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน ต้นเดือนเป็นราชา กลางเดือนกินมาม่า และกลายร่างเป็นยาจกทุกปลายเดือนละก็ ลองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นลงบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้อง “งด” ทั้งหมดนะ เพียงแต่คิดก่อนใช้ให้มากขึ้น อาทิ เราจำเป็นต้องออกไปปาร์ตี้สังสรรค์ทุกสัปดาห์หรือไม่ ลดความถี่การกินบุฟเฟต์ลงดีหรือไม่ เสื้อผ้าจำเป็นต้องซื้อใหม่ทุกเดือนหรือเปล่า ของเก่าใส่หมดหรือยัง กาแฟจากวันละ 2 แก้ว เหลือวันละแก้วดีไหม หรือ ลองกาแฟราคาถูกลงมา โปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่คุ้มหรือไม่

สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ถ้าลองจดลงบัญชีจะเห็นได้เลยว่า แต่ละเดือนคุณมีค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นจริงๆ เท่าไหร่ “เงินส่วนนี้แหล่ะ คือ เงินออมก้อนแรกของคุณ”

 

2.“ตั้งเป้า” ต้องมีเงินออมอย่างน้อย 3 – 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน

เผื่อกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อาทิ ตกงาน เจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือ ช่วยเหลือครอบครัว

 

3.“ตั้งใจทำ” แบ่งเงินใช้จ่ายและเงินออมออกจากกันให้ชัดเจน

เมื่อเงินเดือนเข้ามาให้ตัดออกไปเป็นเงินออมขั้นต่ำผ่านบัญชีเงินฝากประจำให้ได้อย่างน้อย 500 บาทต่อเดือนก่อนก็ยังดี หัดทำทุกเดือนให้ติดเป็นนิสัย แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวน หรือ รูปแบบเงินออมแต่ละเดือนไปเรื่อยๆ ตามกำลังของเรา

 

ภาพจาก : https://bobatoo.co.uk

 

การออมเงินก็เหมือนการปลูกต้นไม้ เมื่อปลูกแล้วต้องรอเวลากว่าจะเห็นดอกเห็นผล ช่วงแรกที่เริ่มออมอาจยังไม่เห็นอะไรมากมายเพราะยังเป็นเงินก้อนเล็กๆ แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ  ก็จะเริ่มเติบโตเป็นเงินก้อนใหญ่ให้เราอิ่มอกอิ่มใจ และสามารถนำมากินดอกกินผลได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ซึ่งสิ่งที่ยากที่สุดของการออมเงิน คือ “การเริ่มต้นทำจริง” ดังนั้นเมื่อคิดแล้วให้เริ่มทำเลย…

 

 


Kinyupen-Smell.jpg

kinyupen_adminJune 29, 2020

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กลิ่น” มีอิทธิพลต่อความร่างกาย ความรู้สึก ต่อมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นในเชิงบวกหรือเชิงลบ กลิ่น ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ส่งต่อสมองของมนุษย์

 

 

จากงานวิจัยระบุชัดเจนว่าสมองของมนุษย์นั้นจะถูกปรับให้เข้ากับกลิ่นต่างๆ  ผู้ใหญ่สามารถแยกแยะกลิ่นที่แตกต่างกัน 10,000 กลิ่น และร่างกายมนุษย์จะสร้างเซลล์ประสาทสำหรับการสัมผัสกลิ่นทุกสองสามสัปดาห์  และกลิ่นยังเชื่อมโยงกับความทรงจำของมนุษย์มากที่สุด นั่นคือ กลิ่นสามารถทำให้คุณจดจำความรู้สึกในระหว่างนั้น รวมไปถึงข้อมูลต่างๆ ในระหว่างที่คุณทำกิจกรรมต่างๆ เชื่อมโยงกับกลิ่น ณ เวลานั้นๆ รวมทั้งความทรงจำที่จะปลุกเร้าความปรารถนา ความสุขหรือแม้แต่ความกลัว อีกด้วย

 

และเพราะ “กลิ่น” มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของมนุษย์นี่เองทำให้ ปัจจุบันมันจึงถูกนำมาใช้ในการตลาดเพื่อการขายสินค้าที่มากขึ้น โดยผลการวิจัยด้านกลิ่น ชี้ชัดว่า “กลิ่นหอม” ช่วยส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้ามากขึ้นถึง 70% เพราะสามารถกระตุ้นความรู้สึกของผู้รับบริการ ให้มีความรู้สึกถึงคุณภาพของสินค้า และบริการที่มีมากกว่าเดิม ช่วยบำบัดอารมณ์ของผู้ใช้บริการให้ดีขึ้นได้ หลายธุรกิจจึงนำกลิ่นมาใช้ประโยชน์เพื่อการขายสินค้าของตนมากมาย อาทิ

 

  • Dunkin Donut ในเกาหลีใต้ สามารถเพิ่มยอดขายได้สูงถึง 29%  หลังจากใช้กลิ่นหอมของ Vanilla เคล้ากับเสียงเพลง กระตุ้นอารมณ์ของลูกค้าคล้อยตาม และอยากซื้อสินค้า

 

  • Starbucks ใช้ สีเขียวเข้มและการตกแต่งด้วยไม้ เมนูกระดานดำ มีดนตรีเบา ๆ และกลิ่นหอมของกาแฟสดแทรกซึมอยู่ในแต่ละพื้นที่ของร้าน  กลิ่นหอมของกาแฟ และบรรยากาศสบายๆ ส่งผลให้สามารถขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น 30%

  • โรงภาพยนตร์ต่างๆ ใช้กลิ่นของข้าวโพดคั่วโรงภาพยนตร์ (ซึ่งไม่มีรสชาติเหมือนกันที่บ้านเพราะมันหอมกว่ามาก) ร่วมกับบรรยากาศของความสนุก ตื่นเต้นในการชมภาพยนตร์ ติดตั้งไว้ในทุกมุมของอาคาร ถึงแม้บางร้านจะขายพิซซ่า หรืออาหารอื่น ๆ แต่กลับมีกลิ่นของข้าวโพดคั่วอบอวลอยู่ ทำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่รู้สึกร่วมกับการอยู่ในโรงหนัง และทำให้เพิ่มความรู้สึกอยากเข้าไปนั่งชมภายในโรงหนังมากขึ้น

  • Lowe’s  ห้างสรรพสินค้าขายของตกแต่งบ้านของอเมริกา ใช้กลิ่น ของไม้ที่ตัดใหม่สร้างบรรยากาศให้กับลูกค้าระหว่างเดินเลือกซื้อสินค้าของใช้ในบ้าน แม้ว่าจะไม่มีไม้ขนาดใหญ่ให้เห็นเลย แต่กลิ่นนั้นกลับมีอยู่ทุกที่ ทำให้กระตุ้นความรู้สึกที่ต้องการจะปรับปรุงบ้านขึ้นมาด้วยวิธี DIY

  • Muji แบรนด์สินค้าข้าวของเครื่องใช้ของญี่ปุ่น  ใช้กลยุทธ์การตลาดด้วยการใช้กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอม สังเกตได้ว่าทางร้านจะใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยปล่อยไว้ตามจุดต่างๆ กลิ่นเหล่านี้สร้างความรู้สึกให้จดจำถึงคุณภาพของสินค้าจากญี่ปุ่น ทำให้ผู้คนอยากที่จะเลือกซื้อสินค้าไม่ว่า จะเป็นเสื้อผ้า,สิ่งทอ, ของใช้ในครัวเรือน, เครื่องเขียนและอื่น ๆ สไตล์ญี่ปุ่นมากขึ้น

  • Cinnabon แบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังของ อเมริกา สร้างการตลาดด้วยกลิ่นของอบเชยสด เพื่อเรียกลูกค้า เนื่องจากส่วนใหญ่ที่ตั้งร้านจะอยู่ในสถานีรถไฟต่างๆ รวมไปถึงบริเวณที่ผู้คนพลุกพล่าน รวมไปถึงหน้าโรงเรียนที่มีเด็กๆ ซึ่งปกติจะมีกลิ่นอื่นๆ ปะปน มากมาย แต่เมื่อผู้คนได้กลิ่นหอมของอบเชยที่หอมหวาน เป็นพิเศษก็ทำให้รู้สึกหิวหรืออยากจะซื้อขนมมากขึ้น

  • สายการบินสิงคโปร์กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยใช้ผลการวิจัยพัฒนากลิ่นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าหลังการเดินทาง โดยฉีดลงในผ้าเช็ดตัวร้อน กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ได้รับนิยมกันมากจนทางสายการบินตั้งชื่อว่า Stefan Floridian Waters และยังใช้กลิ่นที่สงบเงียบเพื่อช่วยลดความวิตกกังวลและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าในเที่ยวบิน สร้างจุดขายให้กับสายการบินได้อย่างดี

 

นอกจากนี้งานวิจัยยังระบุด้วยว่า กลิ่นที่ออกแบบตามเพศยังมีความสำคัญเช่นกัน กลิ่น“ ผู้หญิง” ในร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิงช่วยสร้างความตั้งใจซื้อในเชิงบวก ทำให้ห้างสรรพสินค้ามักจะใช้กลิ่นที่แตกต่างกันในพื้นที่ต่าง ๆ ของร้านค้าขึ้นอยู่กับการมุ่งเน้นว่าจะขายผลิตภัณฑ์

 

ในส่วนของอาหาร มีการพัฒนากลิ่นสังเคราะห์ใหม่ๆ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร มากมาย ซึ่งนอกจากจะใช้เพื่อความสะดวกในการผลิตอาหารสำเร็จรูป เช่น กลิ่นของผลไม้ต่างๆ, กลิ่นเนื้อสัตว์ต่างๆ  กลิ่นนมเนย เพื่อเพิ่มความต้องการในบริโภคมากขึ้น  และตามความชอบและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น หรือพื้นที่แต่ละประเทศ เช่นการ ผลิตกลิ่นนมฮอกไกโด เพื่อให้ได้กลิ่นนมฮอกไกโดเหมือนซื้ออาหารมาจากเกาะฮอกไกโดจริง หรือ ความชอบของคนไทยในการได้กลิ่นอาหารจากการผัดอาหารจากกระทะ ก็มีการผลิตกลิ่นคั่วกระทะ สำเร็จรูปขึ้นมาใช้ และมันยังถูกนำไปใส่ในอาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ผัดซีอื้วสำเร็จรูปของแบรนด์มินิมาร์ทชื่อดัง อีกด้วย

 

“กลิ่น” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยด้านการตลาดที่สำคัญ หากคุณกำลังทำธุรกิจส่วนตัวที่ต้องการลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ลองนำเทคนิคการใช้กลิ่นกระตุ้นการขายที่เหมาะสมไปใช้ดู เพราะมันอาจจะช่วยเพิ่มยอดขายได้ขึ้นอย่างน่าตกใจก็เป็นได้


_Ep2_FB_2.jpg

kinyupen_adminJune 29, 2020

ถ้าอยากมีความสุขในชีวิต ต้องตั้งสติแล้วถามตัวเองดีๆ ว่า
เรากำลังต้องการในสิ่งที่มีอยู่จริง หรือ ไม่มีอยู่จริง

ค้นคำตอบได้แล้วที่ Podcast ธนาคารความสุข โดย “เอ็ดดี้” พิทยากร ลีลาภัทร์

 

 

Podcast : ธนาคารความสุข โดย “เอ็ดดี้” พิทยากร ลีลาภัทร์

“สุขทุกข์อยู่ที่ใจ สะสมได้…ด้วยปัญญา”

ติดตามผ่านช่องทาง 

Spotify : EP2 – “มัฏฐกุณฑลี” ว่าด้วยความสำคัญของจิตใจ

Sound Cloud : EP2 – “มัฏฐกุณฑลี” ว่าด้วยความสำคัญของจิตใจ

YouTube : EP2 – “มัฏฐกุณฑลี” ว่าด้วยความสำคัญของจิตใจ

blockdit : EP2 – “มัฏฐกุณฑลี” ว่าด้วยความสำคัญของจิตใจ


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 26, 2020

เมนูอาหารแบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ ใช้วัตถุดิบเพียงไม่อีกอย่างก็สามารถทำอาหารจานอร่อยทานกับข้าวสวยร้อนๆ อิ่มท้องแบบคนรักสุขภาพ

 

เต้าหู้ไข่อุดมไปด้วยโปรตีนที่มากกว่าเนื้อสัตว์บางชนิดถึง 2 เท่า โดยเฉพาะโปรตีน เลซิติน กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงสารอาหารที่สำคัญหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันอิ่มตัว วิตามิน A B และD ธาตุเหล็ก แคลเชียม โอเมก้า 3 โฟลิก และโคลีน ช่วยให้ระบบการทำงานของประสาทและสมองทำงานได้ดีขึ้น มีความจำที่ดี บำรุงสายตาป้องกันโรคเลือด

 

 

รู้ถึงคุณค่าที่คู่ควรแล้ว มาเตรียมวัตถุดิบและลงมือทำเลยดีกว่า…เริ่มจาก

  1. เต้าหู้ไข่ 3 – 5 หลอด (ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกของครอบครัว)
  2. กระเทียมไทยและกระเทียมจีนโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  3. ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือและพริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  5. น้ำตาลทราย

 

ทำง่ายแค่ 3 ขั้นตอน

  1. หั่นเต้าหูไข่กะให้ได้ 6 ท่อนต่อหนึ่งหลอด นำลงไปทอดใช้ไฟอ่อนให้เหลืองทั้ง 2 ด้าน แล้วตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
  2. นำกระเทียมที่โขลกลงไปผัดให้หอม เติมเกลือ พริกไทย และน้ำตาลตัดรส แล้วใส่ผักชีฝรั่งที่หั่นฝอยลงไปผัดต่อจนหอม
  3. ใส่เต้าหู้ไข่ลงไปคลุกให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ ตักใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

 

 

เคล็ดลับความอร่อย

  • ใช้กระเทียมไทยมากกว่ากระเทียมจีน 1 เท่าเพื่อความหอมที่มากขึ้น
  • ปัจจุบันมีเกลือผสมพริกไทยขายตามซูเปอร์มาร์เกตเหมาะกับแม่บ้านสมัยใหม่
  • ใช้ผักชีไทยแทนผักชีฝรั่งได้ แต่กลิ่นอาจจะต่างกันแล้วแต่ความชอบ

 

ข้อควรระวัง

ขั้นตอนที่ต้องผัดเต้าหู้ไข่ ระวังเต้าหู้แตก หากใช้กระทะเทปล่อน เวลาผัดให้คว่ำตะหลิวลง หรือใช้ตะหลิวไม้แทน


Kinyupen-วัดปราสาทนน.jpg

kinyupen_adminJune 26, 2020

หากเปิดบันทึกเรื่องราวของวัดปราสาท นนทบุรีส่วนใหญ่จะพบแต่เรื่องอาถรรพ์ลี้ลับ วันนี้ กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจึงนำแง่มุมเชิงประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมเพื่ออย่างน้อยเวลาเดินทางไปจะมีข้อมูลหรือเกร็ดเรื่องเล่าอีกด้านหนึ่ง

 

 

วัดปราสาท สันนิษฐานกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งเจ้าพระยากลาโหม หรือ เรียกกันว่าองค์ไล (เป็นพระราชบิดาของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม การสร้างวัดปราสาทที่ผิดธรรมเนียมของวัดสมัยนั้นซึ่งมักจะอยู่ริมน้ำ ทำให้สันนิษฐานว่าสร้างเพื่อเป็นค่ายฝึกทหารและเป็นฐานทัพลับ เพราะจุดที่ตั้งอยู่ระหว่างคุ้มน้ำซ้ายขวาทำให้สามารถสกัดข้าศึกได้ทั้งเหนือและใต้

 

ต่อมาเจ้าพระยากลาโหมได้ทำการชิงราชบัลลังค์จากพระเชษฐาธิราช และสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ สองโอรสของพระเจ้าทรงธรรม และปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ.2172 ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๕ ต้นราชวงศ์ปราสาททอง

 

กำเนิดของพระเจ้าปราสาททองไม่มีความแน่ชัดว่าเป็นราชนิกูลสายใด เพราะจากพงศาวดารกระซิบบ้างกล่าวว่าเป็นโอรสลับของสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชาของสมเด็จพระนเรศวรฯ บ้างก็ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระเจ้าทรงธรรม โดยในโบสถ์ที่วัดปราสาท หากสังเกตกล่องรับบริจาคก็มีระบุว่าท่านเป็นหลานสมเด็จพระนเรศวรฯ

 

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงสมัยของพระองค์ตลอด 26 ปีที่ครองราชย์ พระเจ้าปราสาททองได้สร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์ด้านศาสนสถานหลายแห่ง คือ สร้างวัดไชยวัฒนาราม วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร สร้างพระปรางค์วัดมหาธาตุ และโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์พระอารามกว่าร้อยแห่ง เช่น วัดหน้าพระเมรุฯ

 

 

จุดเด่นน่าสนใจในอุโบสถวัดปราสาท (ชมได้ในคลิป) มีดังนี้

  1. ขอบเส้นขาวรอบอุโบสถ เป็นเส้นเดิมของเขตวัดก่อนขยายพื้นที่ออกไปในปัจจุบัน
  2. อุโบสถเก่าแก่ของวัดปราสาท นั้นเป็นอุโบสถมหาอุตม์ ปิดช่องทึบไม่มีหน้าต่าง มีทางเข้าทางเดียว แต่มีช่องลมด้านหลัง ฐานของอุโบสถแอ่นแบบตกท้องช้าง เจาะรูระบายอากาศที่ฐาน เพราะจะทำให้ระบายความร้อนในหน้าร้อน โดยอุโบสถมหาอุตม์จะถือว่าเป็นแหล่งรวมพลังเหมาะแก่การใช้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะปลุกเสกเครื่องรางของขลัง หรือ ปลงอาบัติ เพราะด้วยที่ไม่มีช่องลม สามารถคุมแสงและเก็บเสียงจึงส่งผลให้พระ หรือ ผู้ทำพิธีมีสมาธิและมีความสงบ
  3. ซุ้มประตูทรงปราสาทประดับลวดลายปูนปั้น
  4. หน้าบรรณของอุโบสถเป็นไม้สักนารายณ์ทรงครุฑ เครื่องบนเป็นไม้สักลวดลายแบบมอญ เพราะเป็นพื้นถิ่นชาวมอญอยู่อาศัย
  5. พระประธานและพระสาวกในอุโบสถเป็นศิลปะแบบอู่ทอง ที่มีจำนวน 25 องค์ (หากนับไม่ครบแนะให้เดินไปด้านหลังโบสถ์และมองลองช่องด้านหลังจะเห็นพระพุทธรูปเพิ่มอีก)
  6. ภาพฝาผนังเรื่องทศชาติชาดกเป็นภาพสีฝุ่นอันเป็นวิธีที่ช่างไทยสมัยก่อนนิยมใช้ โดยจะใช้ผงลักษณะคล้ายแป้ง ซึ่งเวลาระบายจะผสมกาว หรือ ไข่ขาวที่มีคุณสมบัติทึบแสง
  7. ต้นตะเคียน 300 ปี โดยจะมี 2 จุด ถ้าเป็นต้นดั้งเดิมของวัดจะเป็นตะเคียนยืนต้นตาย และต้นที่ขุดได้ในชุมชนละแวกวัด
  8. หอพระไตรปิฎก ที่ปัจจุบันมีทีมจิตอาสาบูรณะ โดยควรเข้าไปกราบพระประธานที่เป็นองค์ดั้งเดิมคู่มากับวัด และชมบันไดธรรมาสน์ สมัยกรุงศรีอยุธยา
  9. กุฏิสงฆ์แบบโบราณที่เป็นอาคาร 2 ชั้น

 

 


He-Knows-She-Knows-FB_.jpg

kinyupen_adminJune 26, 2020

รักษ์ สุพัฒน์ และ อุ๊ ธฤติมา ชวนคุณมาเม้าท์กันว่าทำไม “คุกเข่า” ถึงกลายเป็นสัญญะสากลของการประท้วงในอเมริกาเพียงชั่วข้ามคืน ค้นคำตอบได้แล้วที่ Podcast He Knows, She Knows ”เรารู้คุณต้อง Enjoyyyy…”


_ทางรถไฟสายเวียงจันทน์-บ่อเต็น_Cover_3.jpg

kinyupen_adminJune 25, 2020

ในที่สุด “ทางรถไฟสายเวียงจันทน์-บ่อเต็น” หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สร้างยากสุดในโลกก็ใกล้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างหลังสร้างมานานกว่า 10 ปี ด้วยฝีมือของจีนที่หมายมั่นปั้นมือจะใช้เส้นทางนี้เชื่อมต่อเศรษฐกิจกับภูมิภาคอาเซียน คาดจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2564 เป็นต้นไป ซึ่งนี่อาจเป็นทางเลือกใหม่ของนักท่องเที่ยวที่ทำให้การไปเยือนเวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง หรือ ยูนนานของจีนสะดวกขึ้น

 

 

ทางรถไฟสายนี้เกิดโดยความร่วมมือรัฐบาลจีน – ลาว เริ่มเจรจากันครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544 ก่อนหาข้อสรุปและประกาศแผนก่อสร้างร่วมกันปี พ.ศ. 2552 โดยเป็นส่วนหนึ่งโครงการรถไฟความเร็วสูงคุนหมิง-สิงคโปร์ ตามแผนระเบียงเศรษฐกิจจีนกับอินโดจีน (China Indochina Peninsula Economic Corridor) ที่มีเส้นทางครอบคลุม 5 ประเทศ เริ่มต้นจากคุนหมิงของจีน ผ่านเวียงจันทน์ของลาว มายังหนองคายของไทยและเชื่อมต่อไปภาคใต้ผ่านกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียเข้าสู่สิงคโปร์ รวมระยะทางราว 3,900 กม.

 

เชื่อมต่อเมืองท่องเที่ยวหลัก

 

ความยาวตลอดเส้นทาง 414 กิโลเมตรของทางรถไฟสายเวียงจันทน์-บ่อเต็น มีทั้งหมด 32 สถานี เริ่มจากด่านบ่อหาน เขตปกครองตนเองชนชาติไทลื้อสิบสองปันนา มณฑลยูนนานของจีน เชื่อมต่อกับด่านบ่อเต็น สปป.ลาว จากนั้นวิ่งผ่านแขวงหลวงน้ำทา อุดมไซ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ โดยมี 3 สถานีรถไฟหลัก ได้แก่ สถานีหลวงพระบาง วังเวียง ก่อนเข้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงน้ำทา – หลวงพระบาง วังเวียง ก่อนสิ้นสุดที่นครหลวงเวียงจันทน์ คิดค่าโดยสารตั้งแต่ต้นสายถึงปลายสายอยู่ที่ประมาณ 480 บาท ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง

 

ตลอดเส้นทางจะเห็นได้ว่าวิ่งผ่านเมืองท่องเที่ยวสำคัญของลาว ทั้งหลวงพระบาง วังเวียง และเวียงจันทน์ ดังนั้นในอนาคตทางรถไฟสายนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกใหม่ที่ทั้งประหยัดเวลา และ ค่าใช้จ่ายให้กับเหล่านักท่องเที่ยวที่ต้องการเยือนเมืองเหล่านี้ก็เป็นได้ จากเดิมที่วิธีเดินทางสู่เมืองเหล่านี้มีอยู่ค่อนข้างจำกัด

 

 

ก่อสร้างยาก ต้องหลบลูกระเบิด

สำหรับการก่อสร้างต้องเจาะอุโมงค์ 75 แห่ง รวมระยะทางประมาณ 197 กิโลเมตร และสะพานรถไฟ 163 แห่ง รวมระยะทางประมาณ 61 กิโลเมตร โดยเหตุที่ถูกขนานนามว่า “ก่อสร้างยากสุดในโลก” นอกจากอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ที่ยากต่อการเข้าถึง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชากรน้อยและตั้งอยู่บริเวณที่มีภูเขาหินปูนจำนวนมากและปริมาณน้ำฝนที่สูงในแต่ละปีแล้ว ตลอดการก่อสร้างยังต้องหลบลูกระเบิดตกค้างจากยุคสงครามในอดีตที่ถูกฝังกระจัดกระจายไปทั่วเส้นทาง

 

 

คาดการณ์ว่าการดำเนินงานติดตั้งรางรถไฟให้มาบรรจบกันที่บริเวณชายแดนบ่อหาน มณฑลยูนนาน และ ชายแดนบ่อเต็น  สปป.ลาว ได้ภายในเดือนเมษายน 2564 และสามารถเปิดให้บริการรถไฟตลอดสายได้ภายในสิ้นปี 2564

 

ระยะแรกจะเปิดให้บริการ 18 เที่ยวต่อวัน แบ่งเป็นการขนส่งผู้โดยสาร 4 เที่ยว เที่ยวละ 7 ตู้สามารถขนส่งผู้โดยสารได้ 672 คน อัตราค่าโดยสาร 350 กีบต่อกิโลเมตรต่อคน (ประมาณ 1.2 บาท) ตลอดเส้นทาง 140,000 กีบต่อคน (ประมาณ 480 บาท) ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง และการขนส่งสินค้าจํานวน 14 เที่ยว มีอัตราค่าขนส่งประมาณ 600 กีบ (ประมาณ  2 บาท) ต่อตันต่อกิโลเมตร