ตลาดคริปโตยับแบบนี้ อยู่นิ่งๆ หรือทิ้งไปดี?

0
286
kinyupen

สำหรับกระแสของคริปโตฯ ยังถือว่าเป็นประเด็นร้อนอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากตลาดคริปโตฯ ตอนนี้แดงทั้งกระดาน! CoinMarketCap รายงานว่าภาพรวมของตลาดคริปโตฯ ทั่วโลกลดลงหายไปมูลค่าสูงถึง 8 แสนล้านบาท หลายคนก็คาดคะเนว่าเหตุที่เกิดมาจากหลายปัจจัย แต่หลักๆ แล้วหลายคนมองว่าเกิดขึ้นมาจากเรื่องของ นโนบายทางการเงินที่เริ่มเข้มขวดมากขึ้นกับการลงทุนของสินทรัพย์ดิจิทัล

การติดลบถึง 70% ถือเป็นเรื่องธรรมดามากในการลงทุนคริปโต แต่ตอนนี้มีการติดลบ 100% เกิดขึ้นมาแล้ว เอาไงดี ควรถอยดีไหม? หรือนี่จะเป็นโอกาสดีที่จะได้ของถูก หรือควรนิ่งๆ แล้วรอต่อไป?

ก่อนอื่นกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะพาคุณมารู้จักภาพรวม รวมถึงคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในการลงทุนของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรียกว่า “คริปโตเคอเรนซี่” กัน

รู้จัก! ตลาดคริปโตเคอเรนซี่

คริปโตเคอเรนซี่ (Cryptocurrency) คือ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ประเภทหนึ่งที่มีการรักษาความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกับสกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) แต่ไม่สามารถจับต้องได้

โดยคริปโตฯ จะทำงานผ่านระบบเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “บล็อกเชน” (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการเข้ารหัสคอมพิวเตอร์ โดยจะบันทึกข้อมูลลงในกล่อง (Block) และนำมาต่อกันเรื่อย ๆ เหมือนสายโซ่ (Chain) ซึ่งจะไม่สามารถย้อนกลับได้ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง แก้ไข หรือทำลายข้อมูล

จากข้อมูลของ CoinGecko เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 แสดงให้เห็นว่าตลาดของคริปโตฯนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก โดยสกุลเงินดิจิทัลที่นิยมมากที่สุดอย่าง Bitcoin ทะยานสู่ระดับออลไทม์ไฮที่กว่า 68,000 เหรียญสหรัฐ ดันให้มูลค่าของตลาดคริปโตขยับขึ้นไปที่ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วย Ethereum ที่ 285,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ตลาดคริปโตฯ นั้นจะได้รับความนิยมกับคนหมู่มากในปัจจุบัน แต่มูลค่าของตลาดในทั่วโลกยังค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินอื่นๆ อีกทั้งราคาในการซื้อขายก็มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เหรียญ LUNA ในเครือ Terra Chain ที่มีราคาลงต่ำ -99% จนแทบไม่มีมูลค่าและถูกถอนออกจากหลายแอปฯ เทรด

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรรู้ก่อนลงทุนคริปโตฯ

ก่อนกระโดดเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอเรนซี่ ให้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เสียก่อน มิเช่นนั้นคุณอาจ “หมดตัว”

1. เราต้องรู้จักตัวเองก่อน ผู้ลงทุนควรเข้าใจตนเอง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลงทุน เพราะเป้าหมายที่ชัดเจนนี้เองจะเป็นตัวกำหนดแนวทางการลงทุน การประเมินและบริหารความเสี่ยงได้

2. รู้จักธรรมชาติของตลาดและแนวทางการลงทุน จากข้อมูลที่เราบอกคุณเบื้องต้น คุณอาจจะเริ่มเห็นภาพรวมของตลาดคริปโตฯ แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าลืมว่าลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีทั้งจุดเหมือนและจุดต่างจากการลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบอื่น

สิ่งสำคัญคือ ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่าการเลือกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลไม่ได้พิจารณาจากผลประกอบการทางธุรกิจ แต่เป็นการลงทุนในเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นจากการนำเหรียญสกุลนั้นๆ มาใช้ ผู้ลงทุนจึงควรทราบว่าเหรียญแต่ละเหรียญที่ตนเองกำลังสนใจถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์หรือโครงการอะไร แต่ละโครงการมีวัตถุประสงค์หรือรูปแบบการดำเนินการอย่างไร เหรียญนั้นมีการประกันมูลค่าด้วยสินทรัพย์อื่นหรือไม่ รวมไปถึงควรศึกษาและทำความรู้จักตัวนักพัฒนา

3. รู้จักติดตามข่าวสาร ปัจจุบันมีหลายช่องทางมากที่ให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนกับสินทรัพย์ดิจิทัล ข่าวสารและความเคลื่อนไหวในวงการสกุลเงินดิจิทัลมักจะมาเร็วไปเร็วเสมอ และทุกความเคลื่อนไหวเหล่านั้นก็มักจะส่งผลกระทบต่อเนื่องกันไป

ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่สนใจลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ก็ควรพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงสนทนาหรือกลุ่มที่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้

อย่าทำตัวแบบนี้ ไม่ว่าจะลงทุนแบบไหน

และกินอยู่เป็นอยากแถมท้ายให้คุณจำไว้ให้ขึ้นใจ ไม่ว่าการลงทุนอะไรก็แล้วแต่ อย่าทำพฤติกรรมดังต่อไปนี้

  • ไม่รู้ว่าเหรียญ/หุ้น/กองทุน ฯลฯ ที่ซื้อมา มันเอาไว้ทำอะไร : คุณต้องตอบตัวเองได้ ว่าทำไมคุณถึงซื้อมันทำไมคุณถึงเชื่อมั่นว่ามันจะเติบโตแล้วคุณจะได้กำไร ราคาไหนคือจุดที่คุณควรถอย แล้วขายทิ้ง ราคาที่คุณพอใจอยู่ไหนถ้าคุณตอบไม่ได้ แล้วซื้อตาม “เขาว่ามา” แล้วล่ะก็…อันตรายแล้ว
  • ไม่มีเงินสำรองออมไว้เผื่อฉุกเฉิน : คุณต้องมีเงินสดเก็บไว้บ้าง เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้วคุณต้องใช้เงินด่วน แต่เงินไปอยู่ในพอร์ตลงทุนหมดแล้ว คุณจะเอาที่ไหนจ่ายล่ะ คุณก็ต้องถอนเงินในพอร์ตโดยใช่เหตุน่ะสิ ยิ่งถ้าตอนนั้น “ติดดอย” อยู่ด้วยนะ ฮือๆ ต้องจำยอมถอนขาดทุนกันอีก
  • ใช้เงินร้อนลงทุน : อย่าไปกู้เงิน หรือยืมใครมาลงทุน เพื่อหวังกำไร แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการพนันที่คุณจะต้องเดิมพันเลย รวมถึงอย่ายืมเงินตัวเองมาลงทุนด้วย เพราะถ้าสูญเงินเมื่อไหร่ สภาพคล่องของคุณจะติดลบทันที
  • เทหมดหน้าตัก : คุณควรกระจายความเสี่ยง ไม่ควรใส่ไข่ไว้ในตะกร้าเดียวกัน ถ้าร่วงหล่นก็แตกทุกใบ อย่างน้อยต้องมีสินทรัพย์อื่นคอยพยุงยามพอร์ตติดลบเอาไว้บ้าง
  • โลภมาก : ความอยากรวยทำให้เราขาดสติ ไม่มีความรอบคอบในการลงทุน อย่าหวังโชคดีเกินไปนัก แน่นอนใครๆ ก็อยากได้กำไร 10 เด้ง ซื้อหมื่นกลายเป็นแสน

กินอยู่เป็นขอเตือนก่อนว่าการลงทุนในคริปโตฯ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปที่คุณจะเรียนรู้ หากคุณพลาดตอนนี้ขอให้คิดเสียว่าเสียค่าครู แล้วจำไว้เป็นบทเรียน เหรียญมีสองด้านเสมอ มีปัจจัยในชีวิตมากมาย มากพอที่คุณจะขาดทุน 99% เลยเชียวแหละ ถ้าไม่ระวังไว้

kinyupen

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here