_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

เวียดนาม ให้เครื่องบินต่างชาติเข้าแล้ว ส่วนญี่ปุ่นดิ้นเจรจา “ทราเวล บับเบิ้ล” กับหลายประเทศ หลังได้รับผลกระทบหนักด้านการท่องเที่ยว ขณะสิงคโปร์ มาเล นิวซีแลนด์ จีน เกาหลีใต้ จับคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กันเอง ส่วนรัฐบาลไทยยังไม่เคาะเป็นสนามบินได้เมื่อไหร่ แต่เตรียมหาคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” เช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจะยังคงยังไม่น่าไว้วางใจบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่หลายประเทศในโลกสามารถควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อจำกัดอยู่ในวงแคบ เป้าหมายการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศา อัปเดตข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในนโยบายด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียตะวันออก ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้รักการท่องเที่ยว เพราะสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาสั้น หลังจากที่ต้องอึดอัดอยู่บ้านตามข้อจำกัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากว่า 3 เดือน เริ่มต้นจาก…

 

ไทย

 

ภาพจาก : The Nation

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยประกาศปิดสนามบินนานาชาติทุกแห่ง โดยห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศบินเข้าน่านฟ้าประเทศไทยจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ยกเว้นสำหรับเที่ยวบินพิเศษที่รับคนไทยที่ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกักกักตัวของรัฐเป็นเวลา 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ ระบาด

อย่างไรก็ตามหลังที่ปิดประเทศมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นจีนเกาหลีใต้ เวียดนาม และไต้หวัน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอการศึกษาและประชุมอย่างละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กระนั้นการพูดถึงการเดินทางแบบจับคู่ท่องเที่ยวอย่าง “บับเบิ้ล ทราเวล” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี และคาดว่าหากจะเปิดประเทศขึ้นได้จริง ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 3 ของปี คือหลังเดือนกันยายนไปแล้ว

 

มาเลเซีย

ยังมีการประกาศหรือแนวโน้มการเปิดประเทศให้นักเดินทางเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียในขณะนี้ รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้เฉพาะเที่ยวบิน หรือการเดินทางที่จะเป็นการนำชาวมาเลเซียที่เดินทางกลับประเทศเท่านั้น และทุกคนจะต้องแยกตัวเองเป็นเวลา 14 วันหลังเดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงยังไม่สามารถเดินทางได้ และยังไม่ แต่มีข่าวว่ารัฐบาลมาเลเซียจะเจรจาทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศสิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

 

สิงคโปร์

 

ภาพจาก : https://karryon.com.au

 

สิงคโปร์ยังคงปิดชายแดน ไม่เปิดให้มีการเดินทางเข้าออก นอกจากการเดินทางของผู้โดยสารทางอากาศที่เดินทางผ่านสนามบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิงคโปร์มีแผนที่จะพิจารณา “บับเบิ้ล ทราเวล” จับคู่กับ ประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนติดกัน และ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อมามากมายในเดือนเมษายนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแรงงานอพยพ

 

จีน

จีนยังคงไม่เปิดรับชาวต่างชาติเขาประเทศ แต่ยกเว้นให้เข้าได้เพียงกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มอาชีพผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่างๆ และ ขณะนี้จีนกำลังทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” ร่วมกับ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อให้ประชาชนระหว่างกันสามารถเดินทางไปทำธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศได้

 

เกาหลีใต้

เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเที่ยวบินเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้ปิดรับชาวต่างชาติ หรือชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หากแต่ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเดินทางถึงเกาหลี ยกเว้นสำหรับนักการทูตและชาวต่างชาติที่มีสถานะทางธุรกิจอย่างเป็นทางการซึ่งจะทำการทดสอบแทนเมื่อเดินทางมาถึง

 

เวียดนาม

 

ภาพจาก : www.adventureinyou.com

 

เวียดนามนับเป็นประเทศแรกที่ภูมิภาคอาเซียน ที่เริ่มเปิดรับสายการบินจากต่างประเทศ โดยล่าสุด ประเทศที่เวียดนามเลือกให้มีเที่ยวบินต่างประเทศได้คือกลุ่มประเทศในเอเชีย คือ กวางโจว จีน, ไต้หวัน, โซล เกาหลีใต้, โตเกียว ญี่ปุ่น, ลาว และกัมพูชา โดยรัฐบาลระบุว่า จะค่อยๆ เริ่มให้มีเที่ยวบินไปต่างประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรืออาจจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม โดยเน้นประเทศที่ปลอดไวรัส

 

 

 

ญี่ปุ่น

 

ภาพจาก : https://livejapan.com

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเปิดรับชาวต่างชาติใน 4 ประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เวียดนาม และ  ไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่จะเดินทางได้วันละ 250 คนต่อวัน โดยหวังที่จะผ่อนคลายข้อจำกัด ในการเดินทาง ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นกำลังมีการเจรจากับในหลายประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่  ขณะที่ตอนนี้ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้กำหนดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจคาดว่าจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกและการเดินทางจะเป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบโรคที่สำคัญตามมาตรฐานการป้องกันของประเทศ   โดยปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นมีการเจรจาเพื่อทำบับเบิ้ล ทราเวล กับหลายประเทศ แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อในญี่ปุ่นยังไม่ดีนัก แต่หลายประเทศก็ให้การชื่นชมต่อการควบคุมการระบาด จากที่คาดว่าจะมีจำนวนพุ่งมาก แต่กลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียงหลักสิบเท่านั้น

 

ความพยายามของญี่ปุ่นในการเจรจาทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศต่างๆ นั้น เนื่องจากญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง เพราะต้องเลื่อนการจัดกีฬาโอลิมปิกออกไป ส่งผลถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียไป ในขณะที่หลังเกิดการระบาดรายได้ที่เคยเป็นรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าประเทศตกฮวบจนเป็นศูนย์ในเดือนที่มีการระบาดอย่างหนักนั่นเอง

 

ไต้หวัน

ส่วนใหญ่มีเพียงชาวไต้หวันและผู้ถือใบอนุญาตทำงานเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศทุกคนต้องผ่านการกักกัน 14 วัน ประเทศกำลังติดตามสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ อย่างรอบคอบโดยบอกว่าการทำให้การควบคุมชายแดนทำได้ง่ายขึ้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในการจัดการกับการระบาด และนับเป็นประเทศแรกๆ ที่หลายประเทศเตรียมอ้าแขนต้อนรับจาก ความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

 

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 

ภาพจาก : Darren England/EPA-EFE

 

ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกับขาเข้าระหว่างประเทศโดยมีข้อยกเว้นเพียงประการเดียวคือการส่งตัวพลเมืองและผู้อยู่อาศัยถาวรซึ่งต้องผ่านการกักกัน 14 วัน รัฐบาลทั้งสองได้หารือถึงฟองสบู่การเดินทางที่เป็นไปได้ซึ่งอาจรวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกแม้ว่านิวซีแลนด์จะลังเลที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ในขณะที่ออสเตรเลียยังคงอนุญาตให้เดินทางภายในประเทศได้ไม่ จำกัด


_Bubble_Traval_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 12, 2020

“ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์” เตรียมเปิดการท่องเที่ยวแบบจับคู่ประเทศ ในชื่อ “Tran-Tasman Travel Bubble” แก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวซบเซา เน้นการเดินทางระยะยาวของนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีการจับจ่ายสูง ทั้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะอยู่นาน เดินทางน้อย เล็งเปิดเพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับนักธุรกิจเพื่อเจรจาการค้า ขณะหลายประเทศเริ่มนำแนวคิดไปทำตามรวมทั้งไทย

 

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 ผ่านจุดวิกฤติของหลายๆ ประเทศไปแล้ว ทำให้รัฐบาลของแต่ละประเทศเริ่มผ่อนคลายกฎระเบียบที่เคร่งครัด โดยเฉพาะการเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพราะถือว่าเป็นรายได้หลักของหลายๆ ประเทศที่จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน

 

สำหรับการท่องเที่ยวหลังโรคระบาดได้เกิดรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวกำลังพูดถึงมากในขณะนี้คือ การท่องเที่ยวแบบ “Travel Bubble” หรือการจับคู่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศโดยจะเป็นการเจรจารูปแบบแลกเปลี่ยนการรับนักท่องเที่ยวระหว่างกันระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มั่นใจว่าสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว แต่ยังคงอยู่ในกฎระเบียบที่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน โดยปัจจุบันเริ่มมีการทำงานจับคู่เจรจากันแล้วในบางประเทศ เช่น เช่น จีน กับ สิงคโปร์บางเมือง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์บางเมือง

 

Sunset at nugget point, new zealand south island Free Photo

 

ทราเวลบับเบิล “Travel Bubble” ถือเป็นรูปแบบใหม่ ที่เพิ่งถูกนำมาในช่วงหลังเกิดการระบาดของโรคโควิด 19 โดยแนวคิดการท่องเที่ยวแบบนี้ประเทศที่จับคู่ท่องเที่ยวกันเป็นอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานการป้องกันโรคอย่างชัดเจน คู่แรก และถือเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ คือ คู่ “นิวซีแลนด์” และ “ออสเตรเลีย” ซึ่งทั้งคู่ใช้ชื่อว่าใช้ชื่อว่า “Tran-Tasman Travel Bubble” เปิดให้มีการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยเริ่มต้นเป็นการจำกัดเมืองที่จะท่องเที่ยว โดยคู่ประเทศทั้งสองตกลงยินยอมให้มีการเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องให้มีการกักตัว แต่ยังคงมีมาตรการตรวจเข้มข้นที่สนามบินของแต่ละประเทศ โดยอาจจะเริ่มอนุญาตให้มีการเดินทางไปมาในบางเมืองก่อน

 

ทั้งนี้จะมีการตกลงกันระหว่างรัฐบาลของแต่ละประเทศในการให้สิทธิพิเศษของการเดินทางเข้าออกระหว่างกันได้โดยไม่ต้องมีการกักตัว 14 วัน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้น เช่น การตรวจเช็คสุขภาพทั้งจากประเทศต้นทางและปลายทางว่าผู้ที่เดินทางมานั้นปลอดจากโรคโควิด-19 จริง

 

แม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้อย่างชัดเจนนักว่าจะเริ่มได้เมื่อไหร่ แต่ทั้งสองประเทศก็ได้ร่วมมือการศึกษาและทำแผนการร่วมกันมานานแล้ว โดยเน้นการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย มีการเตรียมการเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาจากข้อกังวลต่างๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ส่วนใหญ่สนับสนุนแผนนี้ และคาดว่าอย่างเร็วที่สุดจะมีการดำเนินการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวกันได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ หรืออย่างช้าคือ กันยายนปีนี้ เนื่องจากออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นับว่าเป็นมีรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างกันเป็นจำนวนมาก และต่างก็เป็นตลาดใหญ่ของการท่องเที่ยวระหว่างกัน ในโดยปี 2562 ชาวออสเตรเลีย 1.5 ล้านคนใช้วันหยุดในนิวซีแลนด์ซึ่งคิดเป็น 40% ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทาง ในขณะที่ออสเตรเลียเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมานานสำหรับชาวนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นตลาดแหล่งใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศสำหรับผู้มาเยือน (ตามหลังจีน) โดยมีชาวนิวซีแลนด์ 1.4 ล้านคนเดินทางไปท่องเที่ยวในออสเตรเลียในปี 2562 เช่นกัน

 

 

Fantastic composition with hand placing hearts on map Free Photo

 

จากข้อตกลงในรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่นี้ ทั้งสองประเทศยังมีความเห็นตรงกันว่า ไม่เพียงที่จะทำให้การท่องเที่ยวไม่หยุดชะงักลงเท่านั้น แต่กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ยังจะช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพและมีถือเป็นการเริ่มต้นรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย เพราะในการเดินทางแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมตัวอย่างดี ทั้งเรื่องของเอกสารการเดินทางต่างๆ ที่จะต้องมีการรับรองความปลอดภัยตามข้อกำหนด,แผนการเดินทางที่ส่วนใหญ่ผู้ที่ต้องการจะเดินทางจริงๆ ส่วนใหญ่ต้องการใช้ระยะเวลาท่องเที่ยวเป็นเวลานาน มีการจับจ่ายใช้สอยในลักษณะของนักท่องเที่ยวคุณภาพ และยังช่วยเรื่องการลดภาระให้กับสิ่งแวดล้อมเพราะจะไม่มีการเดินทางไปมาในระยะสั้นๆ มากนัก เมื่ออยู่เที่ยวชมก็จะท่องเที่ยวยาวนานไปเลย ทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมาทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

นอกจากนี้นิวซีแลนด์ยังคิดต่อยอดรูปแบบการเดินทางใหม่แบบใหม่นี้ไปยังเรื่องของธุรกิจด้วย โดยมองไปถึงเรื่องทางการค้า โดยจะใช้รูปแบบนี้มาใช้ในการค้าขายระหว่างประเทศ โดยเรียกแนวคิดเช่นนี้ว่า “Trade Bubble” โดยจะเริ่มให้มีการดำเนินการในกลุ่มประเทศที่มีการซื้อขายทางเศรษฐกิจที่สำคัญในพื้นที่ที่กว้างออกไป เช่น แคนาดา สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ โดยจะอนุญาตให้กลุ่มนักธุรกิจเดินทางเพื่อเจรจาธุรกิจ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดตอนของซัพพลาย เชน