.jpg

kinyupen_adminAugust 13, 2020

พาชมหมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามเกินบรรยาย


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 16, 2020

กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต คลี่วิธีการเตรียมตัวใช้สิทธิ์แพคเกจ “เที่ยวปันสุข” และ “เราไปเที่ยวกัน” ตามที่รัฐบาลประกาศ เพื่อกระตุ้นภาคท่องเที่ยว เป็นระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม-ตุลาคม 2563 โดย 2 แพคเกจสำหรับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

 

 

แพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” (สนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน และ ค่ารถเช่า)

นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย จะได้รับ Promotion Code เพื่อนำมารับสิทธิ์ที่รัฐจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถโดยสารไม่ประจำทาง และลดเช่าในอัตรา 40% ของราคาค่าบัตรโดยสาร แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้าจองที่พักในโครงการ “เราไปเที่ยวกัน” ยังจะได้รับสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไป-ขากลับ ในราคาสุดคุ้ม 2,500 บาท จากโครงการ “เที่ยวปันสุข” เพิ่มทันทีอีก 1 สิทธิ์ด้วย

 

แพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” (สนับสนุนค่าโรงแรม ที่พัก)

นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย (อยู่ระหว่างรอการยืนยันเว็บไซต์ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง) รัฐจะช่วยจ่ายค่าห้องพัก 40% ต่อคืน แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และจองได้ไม่เกิน 5 คืน โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)

 

ทั้งจะได้รับ “วงเงิน” 600 บาทต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 5 คืน หรือ 3,000 บาท เพื่อให้นำไปใช้จ่ายกิจกรรมในด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ใช้บริการสปา ซื้อของที่ระลึก ร้านอาหาร ฯลฯ โดยรัฐจะโอนให้ผ่านทางแอพฯ “เป๋าตัง”  ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะใช้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน ถึงวันที่เช็คเอ้าท์ (23.59น.) เท่านั้น และถ้าคุณไม่ได้นำเงินที่ได้ก้อนนี้มาใช้จ่ายในพื้นที่นั้นๆ ที่คุณเข้าไปท่องเที่ยวละก็ รัฐจะยึดเงินก้อนนี้กลับคืนทันที

 

ตัวอย่างแรก  กรณีซื้อที่พักจากโรงแรมคืนละ 1,000 บาท พัก 1 คืน จ่าย 600 บาท รัฐช่วยจ่าย 400 บาท และยังได้เงินที่รัฐจ่ายให้นำไปใช้จ่ายในพื้นที่มีเดินทางไปเที่ยวอีก 600 บาท รวมแล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ 1,000 บาท

 

ตัวอย่างที่สอง ถ้าพัก 5 คืน จากราคาห้อง 5,000 บาท ก็จะจ่ายแค่ 3,000 บาท เพราะรัฐจ่ายให้ 2 พันบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก 3,000 บาทหรือถ้าจะเป็นคนกำลังซื้อสูง  จองที่พักแบบพูลวิลล่า โดยโรงแรมขายคืนละ 1 หมื่นบาท ถ้าพัก 5 คืน ปกติราคา 5 หมื่นบาท แต่เมื่อรัฐช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 3 พันบาท ก็จ่ายเพียง 3.5 หมื่นบาทเท่านั้น เพราะรัฐช่วยจ่ายให้ 1.5 หมื่นบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก3,000 บาททั้งนี้เงิน 600 บาทต่อคืนที่รัฐโอนมาให้

 

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอติดตามความคืบหน้าที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Platform ที่จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการประกาศจากรัฐบาลต่อไป แต่อย่างน้อยรู้ก่อนเตรียมตัวไว้ก่อนก็ยังดี เพราะถ้าทุกอย่างพร้อมใครลงทะเบียนก่อน ก็ได้เที่ยวก่อนแน่นอน

 


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

เวียดนาม ให้เครื่องบินต่างชาติเข้าแล้ว ส่วนญี่ปุ่นดิ้นเจรจา “ทราเวล บับเบิ้ล” กับหลายประเทศ หลังได้รับผลกระทบหนักด้านการท่องเที่ยว ขณะสิงคโปร์ มาเล นิวซีแลนด์ จีน เกาหลีใต้ จับคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กันเอง ส่วนรัฐบาลไทยยังไม่เคาะเป็นสนามบินได้เมื่อไหร่ แต่เตรียมหาคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” เช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจะยังคงยังไม่น่าไว้วางใจบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่หลายประเทศในโลกสามารถควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อจำกัดอยู่ในวงแคบ เป้าหมายการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศา อัปเดตข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในนโยบายด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียตะวันออก ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้รักการท่องเที่ยว เพราะสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาสั้น หลังจากที่ต้องอึดอัดอยู่บ้านตามข้อจำกัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากว่า 3 เดือน เริ่มต้นจาก…

 

ไทย

 

ภาพจาก : The Nation

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยประกาศปิดสนามบินนานาชาติทุกแห่ง โดยห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศบินเข้าน่านฟ้าประเทศไทยจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ยกเว้นสำหรับเที่ยวบินพิเศษที่รับคนไทยที่ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกักกักตัวของรัฐเป็นเวลา 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ ระบาด

อย่างไรก็ตามหลังที่ปิดประเทศมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นจีนเกาหลีใต้ เวียดนาม และไต้หวัน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอการศึกษาและประชุมอย่างละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กระนั้นการพูดถึงการเดินทางแบบจับคู่ท่องเที่ยวอย่าง “บับเบิ้ล ทราเวล” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี และคาดว่าหากจะเปิดประเทศขึ้นได้จริง ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 3 ของปี คือหลังเดือนกันยายนไปแล้ว

 

มาเลเซีย

ยังมีการประกาศหรือแนวโน้มการเปิดประเทศให้นักเดินทางเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียในขณะนี้ รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้เฉพาะเที่ยวบิน หรือการเดินทางที่จะเป็นการนำชาวมาเลเซียที่เดินทางกลับประเทศเท่านั้น และทุกคนจะต้องแยกตัวเองเป็นเวลา 14 วันหลังเดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงยังไม่สามารถเดินทางได้ และยังไม่ แต่มีข่าวว่ารัฐบาลมาเลเซียจะเจรจาทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศสิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

 

สิงคโปร์

 

ภาพจาก : https://karryon.com.au

 

สิงคโปร์ยังคงปิดชายแดน ไม่เปิดให้มีการเดินทางเข้าออก นอกจากการเดินทางของผู้โดยสารทางอากาศที่เดินทางผ่านสนามบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิงคโปร์มีแผนที่จะพิจารณา “บับเบิ้ล ทราเวล” จับคู่กับ ประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนติดกัน และ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อมามากมายในเดือนเมษายนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแรงงานอพยพ

 

จีน

จีนยังคงไม่เปิดรับชาวต่างชาติเขาประเทศ แต่ยกเว้นให้เข้าได้เพียงกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มอาชีพผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่างๆ และ ขณะนี้จีนกำลังทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” ร่วมกับ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อให้ประชาชนระหว่างกันสามารถเดินทางไปทำธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศได้

 

เกาหลีใต้

เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเที่ยวบินเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้ปิดรับชาวต่างชาติ หรือชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หากแต่ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเดินทางถึงเกาหลี ยกเว้นสำหรับนักการทูตและชาวต่างชาติที่มีสถานะทางธุรกิจอย่างเป็นทางการซึ่งจะทำการทดสอบแทนเมื่อเดินทางมาถึง

 

เวียดนาม

 

ภาพจาก : www.adventureinyou.com

 

เวียดนามนับเป็นประเทศแรกที่ภูมิภาคอาเซียน ที่เริ่มเปิดรับสายการบินจากต่างประเทศ โดยล่าสุด ประเทศที่เวียดนามเลือกให้มีเที่ยวบินต่างประเทศได้คือกลุ่มประเทศในเอเชีย คือ กวางโจว จีน, ไต้หวัน, โซล เกาหลีใต้, โตเกียว ญี่ปุ่น, ลาว และกัมพูชา โดยรัฐบาลระบุว่า จะค่อยๆ เริ่มให้มีเที่ยวบินไปต่างประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรืออาจจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม โดยเน้นประเทศที่ปลอดไวรัส

 

 

 

ญี่ปุ่น

 

ภาพจาก : https://livejapan.com

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเปิดรับชาวต่างชาติใน 4 ประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เวียดนาม และ  ไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่จะเดินทางได้วันละ 250 คนต่อวัน โดยหวังที่จะผ่อนคลายข้อจำกัด ในการเดินทาง ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นกำลังมีการเจรจากับในหลายประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่  ขณะที่ตอนนี้ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้กำหนดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจคาดว่าจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกและการเดินทางจะเป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบโรคที่สำคัญตามมาตรฐานการป้องกันของประเทศ   โดยปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นมีการเจรจาเพื่อทำบับเบิ้ล ทราเวล กับหลายประเทศ แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อในญี่ปุ่นยังไม่ดีนัก แต่หลายประเทศก็ให้การชื่นชมต่อการควบคุมการระบาด จากที่คาดว่าจะมีจำนวนพุ่งมาก แต่กลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียงหลักสิบเท่านั้น

 

ความพยายามของญี่ปุ่นในการเจรจาทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศต่างๆ นั้น เนื่องจากญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง เพราะต้องเลื่อนการจัดกีฬาโอลิมปิกออกไป ส่งผลถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียไป ในขณะที่หลังเกิดการระบาดรายได้ที่เคยเป็นรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าประเทศตกฮวบจนเป็นศูนย์ในเดือนที่มีการระบาดอย่างหนักนั่นเอง

 

ไต้หวัน

ส่วนใหญ่มีเพียงชาวไต้หวันและผู้ถือใบอนุญาตทำงานเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศทุกคนต้องผ่านการกักกัน 14 วัน ประเทศกำลังติดตามสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ อย่างรอบคอบโดยบอกว่าการทำให้การควบคุมชายแดนทำได้ง่ายขึ้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในการจัดการกับการระบาด และนับเป็นประเทศแรกๆ ที่หลายประเทศเตรียมอ้าแขนต้อนรับจาก ความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

 

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 

ภาพจาก : Darren England/EPA-EFE

 

ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกับขาเข้าระหว่างประเทศโดยมีข้อยกเว้นเพียงประการเดียวคือการส่งตัวพลเมืองและผู้อยู่อาศัยถาวรซึ่งต้องผ่านการกักกัน 14 วัน รัฐบาลทั้งสองได้หารือถึงฟองสบู่การเดินทางที่เป็นไปได้ซึ่งอาจรวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกแม้ว่านิวซีแลนด์จะลังเลที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ในขณะที่ออสเตรเลียยังคงอนุญาตให้เดินทางภายในประเทศได้ไม่ จำกัด


-photoshop_Cover_2.jpg

kinyupen_adminApril 30, 2020

จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน การเดินทางท่องเที่ยวตามแผนต่างๆที่วางไว้ถูกยกเลิกไปหมด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของนักท่องเที่ยวตัวยงที่คิดหาวิธีการอย่างสร้างสรรค์เพื่อฉลองวันพักผ่อนที่หายไป อย่าง Mr. Pollak และ Ms. Palenzuela ที่ใช้เวลากว่า 5 เดือนในการท่องเที่ยวจากนครนิวยอร์กถึงปาตาโกเนียว ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรสบัสเดินทางในประเทศชิลี ภาพยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ หรือแม้กระทั่งขณะที่หลงทางอยู่ในป่า ภาพเหล่านี้ได้ถูกแชร์ผ่าน Instagram โดยเขาทั้งคู่จัดฉากและตกแต่งทริปการเดินทางด้วยโปรแกรม Photoshop

 

Not hiking the Fitz Roy mountain in Patagonia. Credit Suze Shih

 

Actually hiking in Bear Mountain State Park, about an hour’s drive north of Brooklyn. Credit Suze Shih

Ms. Palenzuela กล่าวว่า “พระเจ้าต้องหัวเราะกับแผนคุณอย่างแน่นอน” ด้วยวิธีนี้ทำให้เราสามารถมองหาความสุขได้ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม การมองดูแผนการเดินทางในแต่ละวันช่วยให้เราตระหนักถึงการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ และเราสามารถที่จะทำมันได้ทั้งปี

 

ยิ่งไปกว่านั้น Laura Dannen Redman ผู้อำนวยการด้าน Digital Content ของ Afar บริษัทสื่อการท่องเที่ยวกล่าวว่า “เราเดินทางเพื่อหลีกหนี  เพื่อผ่อนคลาย แต่ยังรู้สึกตื่นเต้นในการทำสิ่งใหม่ทั้งหมด ทำไมคุณถึงไม่ลองคิดว่ามันเป็นวันหยุดพักผ่อน ถ้ามันจะทำให้เรายิ้ม หัวเราะและรู้สึกถึงบางสิ่งที่ดีสักนาที ฉันมักจะวางแผนกิจกรรมทุกๆวัน ในวันหยุดพักผ่อนตลอด ถึงแม้ไม่ได้หมายถึงการหยุดพักผ่อนจริงๆ” โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโพสต์หนึ่งของ Laura Dannen Redman ได้ติดแฮชแท็ก #TravelAtHomeChallenge โดยเธอสวมชุดสีขาวพร้อมเข็มขัดสีแดง พร้อมกับลูกสาววัย 2 ขวบ กำลังถูกไล่ล่าจากวัวกระทิงในสเปน

 

หรืออย่างที่ประเทศออสเตรเลีย มีคู่รักคู่หนึ่งสวมเสื้อคลุม ถือแก้วไวน์และดูภาพของมหาสมุทรจากช่อง YouTube บนจอทีวี ปรากฏเป็น Viral ออกมาอย่างแพร่หลาย เมื่อลูกสาวของพวกเขาทวีตข้อความว่า “ล่องเรือถูกยกเลิกเหรอ? ไม่มีปัญหา”

 

โดยสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับทุกคน การใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนต้องการหาความสุขและทำในสิ่งที่อยากทำ ท่องเที่ยวสถานที่ที่อยากไป แม้จะเป็นเพียงแค่ความฝันก็ตาม

 

ขอบคุณที่มาจาก The New York Times


19_เที่ยวดิ่ง_Cover_2.jpg

zebertoothMarch 30, 2020

เกียวโตอาจถึงคราวล่มสลายอย่างแท้จริง?

เกียวโต หนึ่งในเมืองหลักของญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมมากที่สุด แต่ละปีสร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ญี่ปุ่นมหาศาล หากวันนี้กำลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก  จนสื่อญี่ปุ่นวิเคราะห์ว่าเกียวโตอาจถึงคราวล่มสลายอย่างแท้จริงหลังเพิ่งประสบสภาวะ “ฟองสบู่” มาก่อนหน้านี้

 

ด้วยการที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น จึงทำให้ “เกียวโต” มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญหลายแห่ง ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่นเริ่มนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ซึ่งต่อมาได้รับความสำเร็จอย่างสูงโดยในปี พ.ศ.2559 ญี่ปุ่นระบุว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 40 ล้านคน กระตุ้นการใช้จ่ายสะพัดกว่า 8 ล้านล้านเยน ซึ่งรายได้จำนวนมากมาจากเมืองเกียวโตทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ ที่ขายดิบขายดีสร้างความยินดีให้กับชาวเกียวโต แม้ต้องแลกมาด้วยความแออัดวุ่นวาย

 

ในปี 2563 ญี่ปุ่นตั้งความหวังสร้างรายได้จากท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก ด้วยอานิสงส์จากการเป็นเจ้าภาพโตเกียวโอลิมปิก2020 ที่จะกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้ให้สะพัดไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ล่าสุดเหตุที่โตเกียวโอลิมปิกถูกเลื่อนออกไปอีก 1 ปี จึงดูเหมือนว่าความหวังทุกอย่างกำลังพังสลายโดยสิ้นเชิง เมื่อยอดจองโรงแรม ที่พักและธุรกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวถูกยกเลิกเกือบทั้งหมด

 

“เกียวโต” ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะรายได้หลักของเมืองล้วนมาจากการท่องเที่ยว โรงแรมที่พักซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ หอพักที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการท่องเที่ยวแบบทัศนศึกษาของเด็กนักเรียนเกือบทั้งหมดถูกยกเลิกได้รับผลกระทบอย่างหนักไปตามกัน

 

ฟองสบู่ท่องเที่ยวแตก ทุบรายใหญ่ทรุด รายเล็กร่อแร่

 

รายงานสมาคมการท่องเที่ยวเมืองเกียวโต เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ระบุว่าหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงจนน่าตกใจ ยอดจองที่พักถูกยกเลิกแล้วกว่า 70% บางแห่งแทบไม่มียอดจองเหลือเลย นอกจากผลกระทบของโรคระบาดแล้ว นักวิเคราะห์ในญี่ปุ่นยังเชื่อว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากที่ผ่านมามีการลงทุนสร้างโรงแรมที่พักในเกียวโตเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมากในลักษณะ “ฟองสบู่” ดังนั้นเมื่อมีวิกฤติด่วนธุรกิจเหล่านี้จึงได้รับผลกระทบมากจน “ฟองสบู่แตก”

 

โรงแรมเกียวโต บริษัทจดทะเบียนเพียงแห่งเดียวของเมือง ประกาศคาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกว่า ผลประกอบการขาดทุนเมื่อเทียบกับรายได้ปีที่แล้ว โดยยอดจองห้องพักของโรงแรมลดลงประมาณ 40% และหลังมีคำสั่งห้ามจัดเลี้ยงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้การประชุมและจัดเลี้ยงทั้งจากสโมสรโรตารีและไลออนส์ ตลอดจนองค์กรอื่นๆ ที่เป็นขาจร อันถือเป็นรายได้ประจำได้ถูกยกเลิกเกือบหมดแล้ว โดยโรงแรมเองก็ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมยกเลิกในส่วนนี้

 

สำหรับธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กถือว่าเป็นกลุ่มที่รับผลกระทบรุนแรงไม่แพ้กัน เพราะก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมากมายเหมือนดอกเห็ดเพื่อรองรับการเติบโตช่วงที่การท่องเที่ยวเกียวโตบูมใหม่ๆ บ้านเรือนหลายแห่งถูกดัดแปลงเป็นโฮสเตล หรือ ห้องพักราคาถูก โดยกลุ่มนี้พบว่าอัตราการเข้าพักลดลง 60% และ 70%

 

กลุ่มที่รับผลกระทบมากที่สุดคือหอพักราคาถูก หรือ โรงแรมขนาดเล็กมาก ที่สร้างเพื่อรองรับกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษาในเกียวโตซึ่งส่วนใหญ่จะมีรายได้หลักจากโรงเรียนต่างๆ เท่านั้น เพราะโดยทั่วไปแล้วโรงแรมกลุ่มนี้จะไม่รับบุคคลทั่วไปนอกจากช่วงสั้นที่ไม่ใช่ช่วงทัศนศึกษาของเด็กเท่านั้น แต่เมื่อเกิดโรคระบาด โรงเรียนต้องยกเลิกเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ ทำให้ยอดจองของกลุ่มโรงแรมนี้อยู่ในสภาวะ “ยอดขายเป็นศูนย์” และยังไม่สามารถคาดว่าจะขายห้องพักได้อีกเมื่อไหร่

 

สิ่งน่าห่วงอีกอย่าง คือ โรงแรมขนาดเล็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีเงินสำรองที่แข็งแกร่งมากนัก หากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปจนไม่สามารถที่จะนำรายได้เข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายไปได้แล้ว ก็ดูเหมือนว่าอนาคตธุรกิจนี้อาจจะถึงจุดจบในที่สุด

 

บทความข้างต้นเห็นได้ว่า สถานการณ์เกียวโตในวันนี้บางเสี้ยวมีความเหมือน หรือ คล้ายคลึงกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวไทยมีการเติบโตและสร้างรายได้เข้าประเทศแต่ละปีสูงมากจนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศ กอปรกับการโหมลงทุนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเอสเอ็มอี ดังเห็นได้ว่ามีโฮมสเตย์ผุดขึ้นทุกภาคของประเทศรวมถึงเป็นที่แจ้งเกิดธุรกิจเกี่ยวข้องมากมาย

 

หากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สกัดกั้นการเติบโตของทุกซัพพลายเชนในธุรกิจท่องเที่ยวให้หยุดชะงักและเข้าขั้นวิกฤตไม่แพ้เกียวโต ต้องรอดูว่ามาตรการที่รัฐกำลังดำเนินการจะสามารถเยียวยาได้มากน้อยเพียงใด ธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับมาพลิกฟื้นได้อีกครั้งเมื่อใด คำตอบในวันนี้ยังคงมืดมน คงได้แต่รอจนกว่าวิกฤตไวรัสที่เกิดขึ้นทั่วโลกครั้งนี้จะผ่านพ้นไป ซึ่งทีมงานกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันในเร็ววัน

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก headlines.yahoo


Content_เมืองท่องเที่ยวกูเกิ้ล_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJanuary 31, 2020

ปีใหม่นับเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวหลักที่ตรากตรำงานกันมาทั้งปี ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในแห่งในโลกเต็มไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะ จุดท่องเที่ยวที่มีเชื่อเสียงติดอันดับโลก ล่าสุดกูเกิลเว็บเสิร์ชเอนจินชื่อดัง ออกมาเปิดเผย 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมในปี 2020 โดยอ้างอิงจากจำนวนการค้นหาโรงแรมสำหรับวันหยุดพักผ่อนในปี 2020 ร่วมกับการค้นหาโรงแรมในปี 2018 และ 2019

ผลสำรวจพบว่าจุดหมายยอดนิยม 10 อันดับแรกที่เป็นเป้าหมายในการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดได้แก่

  1. Da Nang, Vietnam
  2. Sao Paulo, Brazil
  3. Seoul, Korea
  4. Tokyo, Japan
  5. Tel Aviv, Israel
  6. Marseille, France
  7. Vienna, Austria
  8. Bangkok, Thailand
  9. Dubai, United Arab Emirates
  10. Perth, Australia

 

โดยจากผลการสำรวจนี้พบว่ามีแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายสำคัญที่อาจจะมีข้อกังวลสำหรับนักท่องเที่ยว 3 แห่ง ได้แก่ เมืองเพิร์ธ ในประเทศออสเตรเลีย ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องไฟป่าที่อาจจะส่งผลต่อคุณภาพอากาศ แต่เจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยวข้องออสเตรเลียออกมาชี้แจงว่าแม้ว่าจะเพิร์ธจะได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าอยู่บ้างแต่ก็มีอีกหลายจุดที่ยังเปิดรับนักท่องเที่ยวตามปกติ และไม่ได้ส่งผลกระทบใด

 

นอกจากนี้  ดูไบ ในสหรับอาหรับอิเมเรต และ เทอาวิฟของอิสราเอล ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเนื่องจากเที่ยวบินราคาถูกและสภาพอากาศที่อบอุ่น  แต่รัฐบาลได้ออกคำเตือนไปยังชาวตะวันตกในทั้งสองเมืองเนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากเกรงว่านักท่องเที่ยวอาจจะได้รับผลกระทบ หลังจากที่อิหร่านออกมาระบุว่าจะโจมตีอิสราเอลและดูไบหากสหรัฐตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธ

 

สำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอ้างอิงจากข้อมูลของกูเกิ้ล ได้แก่ เมืองดานัง ในประเทศเวียดนาม ที่ขึ้นสู่อันดับหนึ่งของการหาข้อมูลท่องเที่ยวในปีนี้  ตามด้วยกรุงโซล ของเกาหลีใต้  และโตเกียว ของประเทศญี่ปุ่นที่ติดอันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ ในขณะที่ กรุงเทพฯ ของไทยก็พบว่ามีชาวเนตเข้าค้นหาข้อมูลเพื่อการท่องเที่ยวติดเป็นอันดับ 8 จาก 10 อันดับเมืองยอดนิยมในการท่องเที่ยวของโลกในปีนี้ด้วยเช่นกัน


line_86895762097319.jpg

kinyupen_adminNovember 23, 2019

สำหรับสาวกนักเดินทาง และวาระปลายปี ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งในเส้นทางที่ปรารถนา ด้วยใช้ระยะเวลาเดินทางสั้น ไม่ต้องทำวีซ่า อากาศดี บรรยากาศงาม และอาหารอร่อย ประจวบกับค่าเงินเยนที่ถูก กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแชร์วิธีเดินทางของผู้กระเป๋าเบา โบนัสน้อย สไตล์กินอยู่ (ให้) เป็น

1. กลัดกระดุมเม็ดแรกถูก ..งบไม่บาน

สิ่งที่ผู้กระเป๋าเบาต้องคำนึงเป็นอันดับแรก คือ คำนวณวางแผนแต่เนิ่น ๆ นั่นหมายถึงจะได้ราคาที่ได้เปรียบ โดยเฉพาะค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งนาทีนี้ การบินไทย เร่งทำราคาแข่งกับสายการบินโลว์คอสอย่าง แอร์เอเชีย นกสกู๊ต ดังนั้นวิธีการเข้า web ตั๋วถูกจะมีให้เทียบราคา วิธีการต้องดูเงื่อนไขการเดินทาง ระยะเวลาเดินทางโดยบางครั้งบัตรโดยสารไปกลับญี่ปุ่นสามารถซื้อได้ตั้งแต่ราคา 5,000 -10,000 บาท

หัวใจสำคัญ : บัตรโดยสารเครื่องบินไปญี่ปุ่น แต่ละเมืองจะมีราคาแตกต่างกัน ดังนั้นหากกำหนดในใจไว้หลายจุดก็สามารถมีทางเลือกที่ได้เปรียบ และกรณีที่เป็นผู้มีระเบียบจับจ่ายด้วยบัตรเครดิตลองตรวจสอบดูว่าบัตรแต่ละใบมีโปรโมชั่นร่วม มีสิทธิพิเศษ หรือมีการแลกไมล์สะสมได้อย่างไร

หมายเหตุ : ควรจดบันทึกอีเมล์ที่ใช้ในการจองให้ดี เพราะหากใกล้วันเดินทาง และเราต้องการยกเลิก อาจทำให้เราต้องเสียค่าประสบการณ์ราคาแพงได้

2. เลือกเมือง กำหนดที่พักใกล้สถานีรถไฟ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีที่พักราคาเบา ให้เลือกหลายประเภท ทั้ง Airbnb ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม มีอุปกรณ์พร้อมเหมาะสำหรับผู้เดินทาง 3-4 คนในการแชร์ค่าใช้จ่าย หากมีผู้ร่วมทางมากกว่า 4 หรือน้อยกว่า 3 แนะนำ Hostel ที่จะเป็นลักษณะของการนอนรวม คล้ายหอพักหากสะดวกสบาย และสะอาดด้วยกฎระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ถ้าต้องการแปลกและเข้าถึง ล่าสุดมีบริการ “เทระฮาคุ” หรือ “การนอนวัด” ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิต และความสงบพร้อมกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด

หัวใจสำคัญ : เลือกที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวกรณีที่อยากอยู่นิ่งนานๆ แต่ถ้าวางแผนเก็บแต้มหลายจุด แนะให้เลือกที่ใกล้สถานีรถไฟ หรืออาจ กรณีผู้สูงอายุ ควรยอมจ่ายแพงเลือกโรงแรมที่อยู่ติดสถานีรถไฟ และซื้อทัวร์แบบ 1 day ซึ่งจะพาลงตามจุดท่องเที่ยว โดยสามารถจองล่วงหน้าทางออนไลน์ก่อนเดินทาง เว็บไซต์หาที่พักที่แนะนำ หากยังไม่แน่ใจควรใช้ Booking.com เพราะข้อดี คือ สามารถยกเลิกการจองที่พักได้ 3-5 วันก่อนเข้าพักจริง โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม รวมถึงส่วนใหญ่เป็นราคาที่บวกภาษีแล้ว

3. วางแผนเส้นทาง ใช้ app กันหลง

ค่าเดินทางในญี่ปุ่นจะค่อนข้างสูง หากสำหรับนักท่องเที่ยวจะมีการขายบัตรโดยสารหลายแบบให้เลือกเป็น package ทั้งเฉพาะการเดินทางโดยรถ JR หรือรถ Metro เพราะตั๋วบางประเภทไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ และแต่ละเมืองก็ใช้ตั๋วแยกกัน ซึ่งควรศึกษาจากSocial ที่มีการแชร์ และให้ข้อแนะนำไว้ หากทั้งนี้กรณีที่มีผู้สูงอายุร่วมเดินทางวันไปหรือวันกลับ ควรเลือกใช้รถบัส หรือรถไฟจากสนามบินเข้าตัวเมืองจากนั้น ให้ต่อแท็กซี่เนื่องจากการขนกระเป๋าจากสถานีไปยังที่พัก บางครั้งต้องขึ้นบันได ซึ่งจะเป็นเรื่องสาหัสเกินไป สำหรับค่าแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะเริ่มต้นที่ 550-800 เยน ต่อระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก และถ้าเดินทางในช่วงเวลา 22:00 – 5:00 ค่าโดยสารจะแพงขึ้นอีก 30 %

หัวใจสำคัญ : กรณีเดินทางหลายเมือง การซื้อ 1 Day-Ticket ถือว่าได้รับความนิยมที่สุดและคุ้มค่าที่สุด เพราะข้อดีที่นับเป็นชั่วโมง โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้ที่สนามบินนาริตะ ส่วนราคาสำหรับ ผู้ใหญ่ 800 เยนและเด็ก 400 เยน หรือหากท่องเที่ยวหลายวันก็มีแบบ 48 และ 72 ชั่วโมงให้เลือกได้ แต่ต้องศึกษาข้อจำกัด อย่างกรณีโตเกียวถ้าบัตร 1 day ticket สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินได้เพียง Tokyo Metro และ Toei Subway ทั้งนี้ควรโหลดแอพ HYPERDIA สำหรับตรวจสอบเส้นทางเพราะบางทีต้องเปลี่ยนสถานที่ และถ้าข้ามเมืองจะได้เผื่อระยะเวลาถูกต้อง

 

สิริรวมในงบ 20,000 บาท กับการเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน

ค่าเครื่องบินไป-กลับ                           8,000 บาท
ค่าที่พักโฮสเทลแบบแคปซูล              เฉลี่ย 2,000 เยน (600 บาท) / คืน
ค่ารับประทานอาหาร                          เฉลี่ย 800 เยน / มื้อ
ค่าเดินทาง                                          เฉลี่ย 800 เยน / วัน
ค่าช๊อปปิ้ง                                           2,000 – 3,000 บาท

 

และนี่ก็คือเคล็ด (ไม่) ลับ ที่กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตนำมาฝากกัน อย่างไรเที่ยวญี่ปุ่นกันแล้วก็อย่าลืมกลับมาเที่ยวบ้านเรา และที่สำคัญเที่ยวสนุกต้องไม่มีภาระ (หนี้)