_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 4, 2020

#ไม่เหลือที่ให้สักแล้ว

หนุ่มอังกฤษสักรอยบนผิวหนังตัวเองเต็มตัว หลังถูกล็อกดาวน์ เพราะพิษโคโรนา

บันทึกทุกเรื่องราวระหว่างกักตัว พร้อมระบายอารมณ์ “When will it end!

 

เพราะความระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจนรัฐบาลของแต่ละประเทศต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ไม่ให้ผู้คนออกจากบ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโรคที่มากขึ้น ทำให้ที่ผ่านมาผู้คนจากทั่วโลกต้องติดอยู่กับบ้าน ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการประกอบอาชีพตามปกติได้ บนโซเชียลเน็ตเวิร์กจึงมักปรากฏภาพกิจกรรมแปลกๆ ของผู้คนเพื่อผ่อนคลายจากความเครียดที่ต้องติดอยู่กับบ้านเป็นเวลานาน

 

เช่นเดียวกับ คริส วู้ดเฮดชายชาวอังกฤษคนนี้ ที่มีกิจกรรมที่ดูจะแปลกแตกต่างออกไป เมื่อเขาลงมือสักรอยต่างๆ ลงบนผิวหนังของตัวเองตลอดช่วงเวลาที่ต้องกักตัวอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่าน วอลท์แธมสโตว์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน โดยจะใช้เวลาออกแบบรอยสักเพื่อสักลงบนตัวเขาเองทุกวันตั้งแต่ช่วง 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ก่อนที่จะลงมือสักลายที่ออกแบบไว้ด้วยหมึกลงบนผิวหนังของเขาอย่างถาวร

 

คริส เป็นช่างสักลายบนผิวหนังในสตูดิโอแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ระบาดของโรค รัฐบาลได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้สตูดิโอที่เขาทำงานอยู่ต้องปิดตัวลง ในขณะที่ภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้แยกตัวออกไปอยู่อีกที่หนึ่ง ทำให้ต้องอยู่คนเดียวภายในอพาร์ทเม้นท์และในช่วงเวลานี้เองเขาจึงตัดสินใจที่สักลวดลายต่างๆ ลงบนผิวหนังของตัวเอง ในช่วงที่ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ นอกจากจะเป็นการฆ่าเวลาไม่ให้เบื่อแล้ว เขายังบอกว่ามันยังเป็นการฝึกฝีมือของเขาเหมือนกับตอนทำงานในช่วงปกติอีกด้วย

 

Instagram : adverse.camber

 

บนร่างกายของคริส ในเวลานี้เต็มไปด้วยรอยสักรูปต่างๆ ตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงฝ่าเท้าเต็มไปด้วยภาพสักรอยต่างๆ ที่มีความหลากหลายจากการออกแบบของเขาในช่วงที่ต้องติดกับอยู่ในห้องคนเดียว ไม่ว่าจะเป็น รูปคู่ของลูกเต๋าเหนือนิ้วเท้าขวาและแมงป่องที่ต้นขาด้านใน นอกจากนี้สักลายต้นปาล์มที่ล้อมรอบหัวใจแห่งความรัก และรูปตุ๊กตาวูดูที่ลอยอยู่บนต้นเชอร์รี่สุกสว่างอีกด้วย

 

คริสเล่าว่า เขาเริ่มสักลายลงบนตัวเองตั้งแต่อยู่ได้ 18 ปี และเมื่อเติบโตขึ้นมาเขาก็ได้แต่หมกมุ่นอยู่กับวงการเพลงพังก์ของชาวอเมริกันที่ทราบกันดีว่าศิลปินมักจะมีลายสักบนร่างกายจนโด่งดัง ต่อมาก็ได้เริ่มเรียนรู้การสักลายจาก ศิลปินไอคอนด้านการสักลายชื่อดังของอังกฤษซึ่งจะใช้วิธีการวาดลายด้วยที่หมึกสีดำเท่านั้น

 

ในตอนต้นของการล็อกดาวน์จากโรคระบาด คริส มีลายสักบนตัวของเขามากกว่า 1,000 รูป และตอนนี้มันเพิ่มขึ้นมามากกว่า 40 รูปแล้ว และจะยังเพิ่มขึ้นต่อไปอีกจนกว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นและทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

 

“ตอนที่เมียไม่อยู่ ผมรู้สึกเคว้งคว้างมาก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง อาหารก็เริ่มหมด การสักรอยบนร่างกายทุกวันทำให้รู้สึกมีสมาธิและสามารถจัดการกับความคิดของตัวเองให้มีทิศทางมากขึ้นว่าจะทำอะไรต่อไปอย่างไร” คริสกล่าวและว่า การสักถือเป็นการรักษาจิตใจของเขาอย่างหนึ่งในช่วงที่เกิดวิกฤติเช่นนี้ โดยเขายังได้สักข้อความ “When will it end!” หรือ “มันจะจบเมื่อไหร่” ลงบนฝ่าเท้าของเขา รวมถึงรูปภาพที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของโคโรนาไวรัสเพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดต่อสถานการณ์ที่ยากลำบากในขณะนี้ และยังมีรูป คือเสือกระโดด จากสารคดี Netflix “Tiger King” ที่เขาเพิ่งดูจบไปเมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย

 

View this post on Instagram

Self-isolation tattoo no.14

A post shared by Chris Woodhead (@adverse.camber) on

 

คริสบอกว่าใช้เทคนิคการสักที่เรียกว่า “การฝังเข็มด้วยมือ” เป็นการใช้เข็มมือถือ จิ้มหมึกแล้ววาดลายลงบนผิวหนังโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะมันเจ็บปวดน้อยกว่าการสักด้วยวิธีเดิมๆ

 

สิ่งที่คริสต้องคิดต่อไปในตอนนี้ก็คือเขาพยายามจะหาพื้นที่ว่างบนตัวของเขาเพื่อเตรียมพร้อมไว้สำหรับการสักภาพที่เกี่ยวข้องกับลูกของเขาที่จะคลอดในเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ถ้าหากการล็อกดาวน์ยังคงดำเนินต่อไปมันจึงเป็นเรื่องท้าทายมากว่าเขาจะหาพื้นที่ตรงไหนเพิ่มเติมได้อีกเพราะคริสยังคงมุ่งมั่นสักรอยสักต่างๆ ลงบนตัวเองทุกวัน

 

“แต่ผมคิดว่าการล็อกดาวน์น่าจะไม่เกิน 1 เดือนนี้และบนตัวของผมก็น่าจะมีพื้นที่พอ และหวังว่าทุกอย่างจะจบในเร็วๆ นี้” คริสกล่าวในตอนท้าย


-photoshop_Cover_2.jpg

kinyupen_adminApril 30, 2020

จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน การเดินทางท่องเที่ยวตามแผนต่างๆที่วางไว้ถูกยกเลิกไปหมด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของนักท่องเที่ยวตัวยงที่คิดหาวิธีการอย่างสร้างสรรค์เพื่อฉลองวันพักผ่อนที่หายไป อย่าง Mr. Pollak และ Ms. Palenzuela ที่ใช้เวลากว่า 5 เดือนในการท่องเที่ยวจากนครนิวยอร์กถึงปาตาโกเนียว ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรสบัสเดินทางในประเทศชิลี ภาพยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ หรือแม้กระทั่งขณะที่หลงทางอยู่ในป่า ภาพเหล่านี้ได้ถูกแชร์ผ่าน Instagram โดยเขาทั้งคู่จัดฉากและตกแต่งทริปการเดินทางด้วยโปรแกรม Photoshop

 

Not hiking the Fitz Roy mountain in Patagonia. Credit Suze Shih

 

Actually hiking in Bear Mountain State Park, about an hour’s drive north of Brooklyn. Credit Suze Shih

Ms. Palenzuela กล่าวว่า “พระเจ้าต้องหัวเราะกับแผนคุณอย่างแน่นอน” ด้วยวิธีนี้ทำให้เราสามารถมองหาความสุขได้ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม การมองดูแผนการเดินทางในแต่ละวันช่วยให้เราตระหนักถึงการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ และเราสามารถที่จะทำมันได้ทั้งปี

 

ยิ่งไปกว่านั้น Laura Dannen Redman ผู้อำนวยการด้าน Digital Content ของ Afar บริษัทสื่อการท่องเที่ยวกล่าวว่า “เราเดินทางเพื่อหลีกหนี  เพื่อผ่อนคลาย แต่ยังรู้สึกตื่นเต้นในการทำสิ่งใหม่ทั้งหมด ทำไมคุณถึงไม่ลองคิดว่ามันเป็นวันหยุดพักผ่อน ถ้ามันจะทำให้เรายิ้ม หัวเราะและรู้สึกถึงบางสิ่งที่ดีสักนาที ฉันมักจะวางแผนกิจกรรมทุกๆวัน ในวันหยุดพักผ่อนตลอด ถึงแม้ไม่ได้หมายถึงการหยุดพักผ่อนจริงๆ” โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโพสต์หนึ่งของ Laura Dannen Redman ได้ติดแฮชแท็ก #TravelAtHomeChallenge โดยเธอสวมชุดสีขาวพร้อมเข็มขัดสีแดง พร้อมกับลูกสาววัย 2 ขวบ กำลังถูกไล่ล่าจากวัวกระทิงในสเปน

 

หรืออย่างที่ประเทศออสเตรเลีย มีคู่รักคู่หนึ่งสวมเสื้อคลุม ถือแก้วไวน์และดูภาพของมหาสมุทรจากช่อง YouTube บนจอทีวี ปรากฏเป็น Viral ออกมาอย่างแพร่หลาย เมื่อลูกสาวของพวกเขาทวีตข้อความว่า “ล่องเรือถูกยกเลิกเหรอ? ไม่มีปัญหา”

 

โดยสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับทุกคน การใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนต้องการหาความสุขและทำในสิ่งที่อยากทำ ท่องเที่ยวสถานที่ที่อยากไป แม้จะเป็นเพียงแค่ความฝันก็ตาม

 

ขอบคุณที่มาจาก The New York Times


Cover_2-1.jpg

zebertoothApril 16, 2020

เพราะการออกนอกบ้านไปพบปะผู้คนจำนวนมากอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ออกไปจำนวนมาก รัฐบาลในหลายประเทศจึงขอให้ประชาชนกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ ในการที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในที่สุด

 

แต่การออกมาตรการต่างๆ ที่เข้มงวดก็อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก นานาประเทศคิดค้นมาใช้เพื่อป้องกันการออกนอกบ้านของประชาชน ที่แตกต่างออกไป เพื่อไม่ให้กฎหมายกลายเป็นปัญหากระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนมากเกินไป และเหล่านี้คือมาตรการที่สำนักข่าวบีบีซี ได้รวบรวมมาได้นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ

 

ที่ประเทศ ปานามา รัฐบาลออกมาตรการให้ผู้ชายและผู้หญิงออกนอกบ้านคนละเวลากัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป ผู้ชายและผู้หญิงต้องออกนอกบ้านคนละวัน และครั้งละ 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยวันอาทิตย์ห้ามไม่ให้ใครออกนอกบ้านเลยต้องอยู่แต่บ้านกันทั้งครอบครัว

 

ในขณะที่รัฐบาลประเทศโคลอมเบีย มีข้อกำหนดออกจากบางเมืองของประเทศว่าผู้ที่จะออกนอกบ้านได้จะต้องดูตามเลขบัตรประชาชนตัวสุดท้าย ตัวอย่าง เช่น ชาวเมืองบาร์รันกาเบอร์เมฮา คนที่เลขบัตรประชาชนลงท้ายด้วย 0, 7 และ 4 สามารถออกจากบ้านได้วันจันทร์ ส่วนคนที่เลขบัตรลงท้ายด้วย 1, 8 หรือ 5 ออกจากบ้านได้วันอังคาร ซึ่งจะลดจำนวนผู้คนให้ออกมานอกบ้านได้วิธีหนึ่ง

 

ในประเทศเซอร์เบีย ยกเลิกเวลาอนุญาตให้นำสุนัขออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ที่ก่อนหน้านี้กำหนดให้มีเวลาระหว่าง 2 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม แต่ก็ยกเลิกไปแล้วแต่มาตรการนี้ดูเหมือนจะถูกต่อต้านจากคนรักสุนัขและสัตวแพทย์ที่ออกมาบอกว่าการไม่ได้นำสุนัขออกไปเดินเล่นอาจจะส่งผลถึง ปัญหาระบบปัสสาวะของน้องหมาเหล่านี้ที่ปกติก็มีปัญหาอยู่อยู่แล้วยิ่งอาการแย่เข้าไปใหญ่ และยิ่งทำให้สุขอนามัยในบ้านผู้เลี้ยงแย่ลง

 

ส่วนที่ประเทศเบลารุส ประธานาธิบดีแนะนำว่าการดื่มวอดก้าและอบซาวน่าจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ โดยประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุส ไม่เชื่อว่าประเทศต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยบอกว่าเขาไม่เห็นไวรัสลอยไปมาในอากาศเลย แถมตอนที่เขาไปดูฮอกกี้น้ำแข็งว่า คนที่มาดูกีฬาล้วนสุขภาพดีเพราะความเย็นในสนามจะสกัดไม่ให้ไวรัสแพร่ระบาด ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐานว่านี่เป็นเรื่องจริง และมนุษย์เราก็ไม่สามารถเห็นไวรัสโคโรนาด้วยตาเปล่าได้ ซึ่งการออกมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ก็ถูกชาวโลกตำหนิไปพอสมควร

 

สำหรับสวีเดน ยังไม่ได้มีมาตรการอะไรที่เข้มงวดนัก โดยพวกเขาหวังว่าประชาชนจะประพฤติตัวเองอย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ เพราะชาวสวีเดนมักจะมีความรับผิดชอบของตัวเองเมื่อป่วยจะไม่ออกมาเดินนอกบ้าน ดังนั้นประชาชนที่เดินอยู่ตามท้องถนนจึงถือว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี แต่อย่างไรก็ตามเชื้อโคโรนาอาจจะไม่ได้แสดงอาการแม้ผู้นั้นจะติดเชื้อก็ตามแต่การนำเสนอเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในความรับผิดชอบของประชากรสวีเดน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการประกาศห้ามคนมากกว่า 50 คนขึ้นไปชุมนุมแล้ว แต่โรงเรียนสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ยังเปิดอยู่ ผับและร้านอาหารก็ยังเปิดให้ลูกค้าเข้าไปกินดื่มได้อยู่ ประชาชนก็ยังสังสรรค์ไปมาหาสู่ตามปกติ แต่ก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับวิธีรับมือนี้ คงต้องรอดูกันว่ามาตรการแบบนี้จะส่งผลดีหรือเสียกันแน่

 

ส่วนที่มาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียต้องออกมาขอโทษหลังจากที่กระทรวงการพัฒนาสตรีและครอบครัวโพสต์รูปการ์ตูนในโลกออนไลน์ แนะนำให้ผู้หญิงแต่งตัวสวย ๆ แต่งหน้าทาปาก และหยุดบ่นสามีในช่วงที่ต้องปิดประเทศบางส่วนเพื่อให้พ่อบ้านอยู่บ้าน แต่ก็กลายเป็นเรื่องขึ้นมาเมื่อ โดนคนในโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนต้องลบโพสต์การรณรงค์นี้ทิ้งไป

 

ส่วนเติร์กเมนิสถาน มีมาตรการรับมือไวรัสโคโรนาที่ดูน่าตกใจกว่าประเทศอื่น เพราะรัฐบาลสั่งให้ห้ามเขียนคำว่า โคโรนาไวรัส ไว้ในเอกสารสาธารณสุข โดยข่าวนี้หลุดรอดออกมาจากเว็บไซต์ข่าวอิสระ เดอะเติร์กเมนิสถาน ครอนนิเคิล (Turkmenistan Chronicle) ซึ่งถูกบล็อกในประเทศ บอกว่ารัฐบาลได้ลบคำว่าไวรัสโคโรนาออกจากแผ่นพับให้ความรู้ด้านสาธารณสุข นักข่าวที่ทำงานให้กับช่องรายการวิทยุอาซาตลิค (Radio Azatlyk) บอกว่า คนที่พูดถึงไวรัสโคโรนา หรือใส่หน้ากากอนามัย อาจโดนจับกุมตัวได้ ทางการเติร์กเมนิสถานบอกว่าไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศแม้ว่าจะอยู่ติดกับอิหร่านซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาหนักที่สุดประเทศหนึ่ง

 


google-art-culture_Cover_3.jpg

zebertoothApril 10, 2020

เพราะแผนเดินทางเที่ยวเปิดโลก เปิดประสบการณ์ช่วงหยุดสงกรานต์สลายไปกับโควิด 19 กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงหาทางออกเยียวยาความรู้สึกด้วยการชวนท่องโลกผ่าน Google Arts& Culture ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สถานที่ทางประวัติศาสตร์และศาสนา พิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก รวมถึงหอศิลปะให้เลือกตามความชอบและสนใจ

 

การเข้าชมผ่านแพลทฟอร์มของ Google Arts& Culture นี้เหมาะสำหรับผู้สนใจเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยสามารถเลือกกลุ่มที่สนใจ เช่นสัญลักษณ์ของเมืองสำคัญอย่าง หอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส สนามกีฬาโคลอสเซียม ประเทศอิตาลี กลุ่มประวัติศาสตร์ พระราชวังที่สำคัญในยุโรป พระราชวังทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนา เช่นพุทธคยา พุทธสถานที่สำคัญ ประเทศอินเดีย หรือสถาปัตยกรรมบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย วิธีการเข้าชมในส่วนนี้ให้เลือกไปที่ Street view ทั้งนี้อาจใช้การค้นหา ซึ่งสามารถระบุสถานที่ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษตามความถนัด

 

 

Google Arts& Culture จะมีทั้งภาพและเสียงให้เลือก โดยสิ่งที่เป็นไฮไลท์คือ การเข้าชมพิพิธภัณฑ์และแกลลอรีชั้นนำของโลกอย่าง The MET, บริติช มิวเซียม, พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ , MoMA, Uffizi Galler, อะโครโปลิส แล้วยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์อย่าง พิพิธภัณฑ์แวนโกะห์, Rijksmuseum, Georgia O’Keeffe Museum กระทั่ง ถ้ำ Chauvet Cave ที่มีภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 36,000 ปี

 

ในส่วนของพิพิธภัณฑ์มี 4 หัวข้อให้เลือกชม คือ 1 นิทรรศการ 2 ประเภทคอลเลคชั่น 3 ชิ้นผลงานที่จัดแสดง และ 4 ชมสถานที่ ซึ่งเป็นฟังก์ชัน Virtual tour ที่จะให้ความรู้สึกราวกับเดินชมพิพิธภัณฑ์ (การเลือกส่วนนี้ควรมีแอปพลิเคชันVirtual ในมือถือ หรือโน๊ตบุ๊ค) ซึ่งในบางสถานที่จะมีไกด์บรรยาย

 

พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน อย่างถ้าเป็น The MET สายแฟชั่นต้องไม่พลาดนิทรรศการแบรนด์แฟชั่นที่จัดแสดงชุดที่เป็นจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็น Coco Chanel, Christian Dior หรือ Comme des Garcons

 

นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจในอีกหลายประเทศให้เลือกชมอย่างพิพิธภัณฑ์ The Munch ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีภาพเขียนของ Edvard Munch ศิลปินชาวนอร์เวย์ ที่มีผลงานลือชื่อคือ ภาพสีน้ำมัน The Scream

 

แต่เพื่อให้ชีวิตเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น Google Arts& Culture ก็มีตัวช่วยสำหรับการเข้าชมตามความสนใจ เช่น10 พิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นของโลก หรือ 10 สถานที่บนถนนในกรุงลอนดอน และมีการแยกหมวด สารคดีด้านงานศิลปวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ อย่างการทำผ้าส่าหรี การตัดเย็บและสวมกิโมโน หมวดแฟชั่น หมวดกีฬา หรือหมวดการแสดงให้เลือกตามความสนใจ

 

นอกจากนี้ Google Arts & Culture ก็มีกิจกรรมให้เลือกเล่น เช่นเกม quiz เพื่อดึงดูดเข้าสู่สาระ หรือ กิจกรรม Guess Who This Is ที่นำรายละเอียดบางส่วนของภาพจิตรกรรมมาให้ทายว่าเป็นของจิตรกรท่านใดฯ

 

รู้อย่างนี้แล้ว จะมัวนั่งเซ็งทำไม หาความรู้ สนุกกับการท่องโลก ชิมลางก่อนโลกเปิด


WFH_โอกาสทองลดอ้วน_Cover_1.jpg

zebertoothApril 8, 2020

เพราะงานวิจัยระบุว่าลดน้ำหนักได้ผลมากสุดคือต้องปรับวิธีกิน การกินส่งผลต่อน้ำหนัก 70-80% ขณะที่การออกกำลังกายส่งผล 20-30% วันนี้เราจึงเห็นสูตรกินลดอ้วนทั้งโลว์คาร์บ คีโต ไอเอฟ โดยสูตรไหนจะดีสุดต้องดูจากพฤติกรรมความชอบและร่างกายของแต่ละคน หรืออาจใช้วิธีผสมอย่าง คีโต+วีแกน หรือ IF + โลว์คาร์บ

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจึงสรุปหลักการของแต่ละสูตรเผื่อผู้ที่ Work From Home จะใช้เป็นโอกาสทองสร้างหุ่นสวย สุขภาพดี

 

ที่มาของแต่ละสูตรกินลดอ้วน พัฒนาจากกลไกการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานของร่างกายซึ่งทั้งหมดมี 3 ส่วน

  1. เปลี่ยนแป้งและน้ำตาล เป็นไกลโคเจนสะสมในกล้ามเนื้อและตับ
  2. ไขมัน ส่วนนี้จะสะสมในเซลล์ทั่วร่างกายโดยเก็บเยอะสุดที่พุง ก้น ต้นคอ และเต้านม ซึ่งในส่วนแป้งและน้ำตาลหากเรากินเยอะเกิน ร่างกายจะเอาที่มีมากเกินไปเก็บรวมกับไขมันการเผาผลาญร่างกายจะใช้จากส่วนที่ 1 คือไกลโคเจนก่อน แต่ถ้าเรากินแป้งและน้ำตาลน้อย หรือออกกำลังกายประจำจนไกลโคเจนในส่วนที่ 1 หมด ร่างกายก็จะดึงไขมันที่อยู่ในส่วนที่ 2 ออกมาใช้เป็นพลังงาน นี่จึงเป็นที่มาสูตรลดอ้วนทั้งแบบโลว์คาร์บ คือลดแป้งและน้ำตาล และสูตร คีโต ที่บีบให้ร่างกายดึงไขมันมาเป็นพลังงาน
  3. โปรตีน ที่จะสะสมพลังงานในกล้ามเนื้อและร่างกายจะเอามาใช้ในภาวะฉุกเฉินหลังใช้พลังงานในส่วน 1และ 2 หมดแล้ว กรณีนี้จะพบจากเคสผู้ที่ออกกำลังกายมากเกินไป หรืออดอาหารประมาณ 7 วัน

 

 

หลักการของแต่ละสูตรลดอ้วน จะมีดังนี้

 

1.โลว์คาร์บ เน้นพืช ผัก และเนื้อสัตว์ งดแป้ง น้ำตาลรวมถึงงดผักที่มีแป้งเยอะอย่างมันเทศ ฟักทอง และผลไม้รสหวาน ทั้งนับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินต่อมื้อให้น้อยกว่า 50 กรัม

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่ต้องออกงานสังคม หรือทำงานไม่เป็นเวลา

เกร็ดน่ารู้ : สูตรนี้ไม่เคร่งครัดเรื่องมื้ออาหาร ที่สำคัญเลี่ยงขนมและน้ำหวาน

 

2.คีโต งดแป้ง น้ำตาล กินไขมันดีทั้งไขมันจากพืช และสัตว์ อย่างเนย ชีส กินของทอดได้ กินมันอย่างกากหมูได้โดยให้มีสัดส่วนกินไขมัน 70% โปรตีน 25% และ คาร์บ 5% หากต้องเว้นน้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ รวมถึงอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก หมูยอ

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่มุ่งมั่นลดน้ำหนักจริงจัง

เกร็ดน่ารู้ : สูตรนี้จะดียิ่งขึ้นเมื่อคู่กับการออกกำลังแบบคาร์ดิโอ หรือเดินเร็วอย่างน้อย 30 นาที

 

3.ไอเอฟ ลดน้ำหนักแบบจำกัดช่วงเวลาการกิน แยกเป็นหลายสูตรย่อย หากที่นิยมคือกิน 8 ชั่วโมง และอด 16 ชั่วโมง ซึ่งช่วงอดร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมออกมาใช้ วิธีนี้ควรใช้คู่กับการกินแบบโลว์คาร์บคู่กับกินไขมันดีจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก ถั่ว งา และอะโวคาโด

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่ทำงานเป็นเวลา หรือมีเวลาว่างแน่นอน

เกร็ดน่ารู้ : ควรใช้สูตรนี้คู่การออกกำลังแบบเวตเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสร้างมวลกล้ามเนื้อ

 

4.วีแกน จากวัตถุประสงค์เริ่มต้นที่ไม่ใช่เพื่อลดความอ้วน หากด้วยผลพวงทำให้ วีแกนเป็นอีกสูตรที่คนใช้ลดน้ำหนัก โดยวีแกน จะกินแต่พืชเป็นหลัก ไม่กินอะไรที่มาจากสัตว์แม้กระทั่งนม ไข่ ปลา

 

ปัจจุบันสูตรลดอ้วน มีการนำมาประยุกต์แบบผสมผสาน เช่นสูตรคีโต +วีแกน คือกินคาร์โบไฮเดรตให้น้อย กินพืชที่ให้ไขมันสูงแทนไขมันสัตว์ เช่นอะโวคาโด ทุเรียน ถั่ว น้ำมันมะกอก บางสูตรก็แนะนำ คีโต+ไอเอฟ หากจะเลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เมื่อรู้ที่มาของสูตรแล้วก็ปรับตามที่ชอบได้เลย แต่ทั้งนี้การเลือกสูตรใดต้องให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกาย รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ

 


food-covid_Cover_1.jpg

zebertoothApril 1, 2020

หลังทยอยประกาศปิดพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 เหลือเพียงซุปเปอร์มาเก็ต ตลาดสด ร้านอาหารขายเฉพาะที่ซื้อกลับบ้าน ก่อเกิดความกังวลของเราๆ กันมากว่า ถ้าจะต้องกักตัวอยู่กับบ้านนั้น เราจะกินอะไร ต้องซื้ออะไรมาตุนไว้กันบ้าง

 

ของบางอย่างมีระยะเวลาการเก็บรักษา เก็บนานไปก็ใช่ว่าจะดี แม้ยังสามารถทานได้ แต่อาจเป็นอันตราย หรือเสียคุณค่าทางอาหาร กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะมาแนะนำว่าอาหารประเภทใดบ้างที่ควรซื้อมาเก็บ และเก็บด้วยวิธีไหนถึงจะอยู่ได้นานที่สุด ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่าบรรดาตัวย่อต่างๆ บนสินค้ามีความหมายว่าอย่างไร

 

– MFG/MFD หมายถึง วันที่ผลิต จะได้รู้ว่าของที่ซื้อมาผลิตไว้ตั้งแต่เมื่อไร ทำไว้นานหรือยัง

– EXP/EXD หมายถึง วันหมดอายุ หลังจากวันนั้นแล้วอาหารจะเน่าเสีย หรือบูด ห้ามรับประทาน ควรนำไปทิ้ง

– BB/BBE หมายถึง ควรบริโภคก่อน อาหารจะมีรสชาติดี คงคุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วน หลังจากนั้นรสชาติ คุณภาพและคุณค่าทางอาหารจะลดลง ยังบริโภคได้โดยไม่มีอันตราย แต่อาจไม่ได้ประโยชน์

 

อาหารแบบไหน กินแล้วดี เก็บได้นาน

 

  1. อาหารประเภทโปรตีน

    เสริมสร้างระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ และเป็นแหล่งอาหารที่สร้างพลังงาน เช่น

 

ไข่ไก่ โปรตีนชั้นดี ในราคาแสนถูก เก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 3 – 5 สัปดาห์ แต่ไม่ควรเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง

เนื้อสัตว์ อาทิ เนื้อหมู / เนื้อไก่ / เนื้อวัว สามารถเก็บได้ 3 – 5 วัน ในตู้เย็น และ 4 – 12 เดือนในตู้แช่แข็ง

นม แหล่งแคลเซียมบำรุงกระดูก

  • นมพาสเจอร์ไรส์ ต้องเก็บในตู้เย็นทันทีที่ซื้อมา และควรดื่มให้หมดในครั้งเดียว สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 10 นับจากวันที่ผลิต
  • นมสเตอริไรส์ (นมกระป๋อง) เก็บไว้ได้นาน 12 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น แต่ต้องไม่โดนแดด
  • นมยูเอชที (UHT) เก็บในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่โดนแดด และไม่วางไว้ซ้อนกัน จะเก็บได้นานถึง 6 เดือน ส่วน
  • นมเปรี้ยว ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและปิดฝาให้สนิท เก็บได้นานถึง 3 สัปดาห์หรือ 21 วัน นมเปรี้ยว (UHT) สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 8 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น

อาหารทะเล แหล่งโปรตีนและโอเมก้า 3 ซื้อเก็บไว้ทานได้แต่ไม่ใช่ทุกวัน เพราะมีคอเลสเตอรอลและไขมันสูง การเก็บรักษาอาหารทะเลหากเป็นตู้เย็นปกติเก็บได้ 2 – 5 วัน แต่ถ้าเป็นตู้แช่แข็งอยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน เลยทีเดียว

 

  1. ผักและผลไม้

    แม้จะเก็บไว้ได้ไม่นาน แต่ก็ควรจะทานบ้างเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์

 

  • ผักที่เน่าเสียง่าย เก็บได้ 5 – 7 วัน เช่น หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี่ เห็ด ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดขาว ชะอม ถั่วงอก ถั่วฝักยาว วิธีการเก็บผักคือ ห่อกระดาษทิชชูให้รอบ นำไปใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่นอย่าให้มีลมเข้าไปได้ แค่นี้ก็ยืดอายุผักได้นานขึ้น
  • ผักที่มีลักษณะเป็นหัวหรือมีเปลือกหนา เช่น กะหล่ำ หัวไชเท้า แครอท ฟัก ฟักทอง เผือก มันฝรั่ง เก็บได้ทั้งแบบแช่ตู้เย็นและไม่แช่ตู้เย็น เก็บได้ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ – 1 เดือน ผลไม้พวก แอปเปิ้ล ส้ม องุ่น สัปปะรด ก็เช่นกัน

 

  1. อาหารแห้ง ทำง่าย ทานง่าย เก็บได้นาน แต่ถ้าซื้อไว้นาน โดยลืมดูว่าผลิตมาตั้งแต่เมื่อไร ก็มีผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน

 

  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควรรับประทานภายใน 4 – 6 เดือนนับจากวันที่ผลิต ถ้าเก็บในตู้เย็นอาจเก็บได้นานถึง 8-12 เดือน แต่หากเก็บไว้ในที่ที่โดนแดดส่อง อายุอาจสั้นเพียง 2 เดือน
  • ปลากระป๋อง เก็บไว้ได้นานถึง 2 ปี เพราะผ่านกระบวนการผลิตที่มีขั้นตอนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์มาแล้ว หากเปิดแล้วทานไม่หมด อย่าเอากระป๋องเข้าตู้เย็น เพราะจะยิ่งเร่งให้เกิดสนิม ปนเปื้อนอาหาร ควรเทใส่ภาชนะอื่นและปิดฝาไว้ใส่ตู้เย็น แต่ก็ไม่ควรเก็บนาน เพราะถึงแม้จะใส่ในตู้เย็นก็อาจจะเสียได้

แต่เพื่อสุขภาพที่ดี หลีกเลี่ยงโซเดียมบ้างเป็นบางมื้อ ซื้อพวกเส้นหมี่ วุ้นเส้น ปลาแห้ง ปลากรอบ หมูแผ่น มาเก็บไว้ด้วยก็น่าจะดีกว่า

 

  1. น้ำ

    แม้น้ำที่บรรจุขวดจะระบุวันหมดอายุ แต่น้ำไม่ได้หมดอายุ ภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ ขวดน้ำดื่มไม่ควรเก็บไว้ในช่องแช่แข็งหรือที่ร้อนๆ เพราะพลาสติกจะเสื่อมคุณภาพและปล่อยสารพิษปนเปื้อน หากเป็นขวดน้ำที่เปิดใช้แล้วไม่ควรใช้ซ้ำเกิน 1 อาทิตย์ เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้

 

การเตรียมพร้อมไว้เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องทำอย่างมีสติและรอบคอบ ตื่นตัวได้ แต่อย่าตื่นตระหนก เพราะถ้าคุณซื้อทุกอย่างมากักตุนไว้โดยไม่คิด แทนที่จะมีประโยชน์กลับจะเป็นโทษกับร่างกายได้ ทั้งยังเป็นการตัดโอกาสให้คนอื่นๆ ได้มีอาหารสำรองไว้ในเวลาฉุกเฉินด้วย