กระตุกต่อมตุน….เก็บนานแค่ไหน ถามใจคุณดู

หลังทยอยประกาศพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19  ก่อเกิดความกังวลของเราๆ กันมากว่า ถ้าจะต้องกักตัวอยู่กับบ้านนั้น เราจะกินอะไร ต้องซื้ออะไรมาตุนไว้กันบ้าง

หลังทยอยประกาศพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19  ก่อเกิดความกังวลของเราๆ กันมากว่า ถ้าจะต้องกักตัวอยู่กับบ้านนั้น เราจะกินอะไร ต้องซื้ออะไรมาตุนไว้กันบ้าง

 

ของบางอย่างมีระยะเวลาการเก็บรักษา เก็บนานไปก็ใช่ว่าจะดี แม้ยังสามารถทานได้ แต่อาจเป็นอันตราย หรือเสียคุณค่าทางอาหาร กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะมาแนะนำว่าอาหารประเภทใดบ้างที่ควรซื้อมาเก็บ และเก็บด้วยวิธีไหนถึงจะอยู่ได้นานที่สุด ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่าบรรดาตัวย่อต่างๆ บนสินค้ามีความหมายว่าอย่างไร

 

– MFG/MFD หมายถึง วันที่ผลิต จะได้รู้ว่าของที่ซื้อมาผลิตไว้ตั้งแต่เมื่อไร ทำไว้นานหรือยัง

– EXP/EXD หมายถึง วันหมดอายุ หลังจากวันนั้นแล้วอาหารจะเน่าเสีย หรือบูด ห้ามรับประทาน ควรนำไปทิ้ง

– BB/BBE หมายถึง ควรบริโภคก่อน อาหารจะมีรสชาติดี คงคุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วน หลังจากนั้นรสชาติ คุณภาพและคุณค่าทางอาหารจะลดลง ยังบริโภคได้โดยไม่มีอันตราย แต่อาจไม่ได้ประโยชน์

 

อาหารแบบไหน กินแล้วดี เก็บได้นาน

 

  1. อาหารประเภทโปรตีน

    เสริมสร้างระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ และเป็นแหล่งอาหารที่สร้างพลังงาน เช่น

 

ไข่ไก่ โปรตีนชั้นดี ในราคาแสนถูก เก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 3 – 5 สัปดาห์ แต่ไม่ควรเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง

เนื้อสัตว์ อาทิ เนื้อหมู / เนื้อไก่ / เนื้อวัว สามารถเก็บได้ 3 – 5 วัน ในตู้เย็น และ 4 – 12 เดือนในตู้แช่แข็ง

นม แหล่งแคลเซียมบำรุงกระดูก

  • นมพาสเจอร์ไรส์ ต้องเก็บในตู้เย็นทันทีที่ซื้อมา และควรดื่มให้หมดในครั้งเดียว สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 10 นับจากวันที่ผลิต
  • นมสเตอริไรส์ (นมกระป๋อง) เก็บไว้ได้นาน 12 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น แต่ต้องไม่โดนแดด
  • นมยูเอชที (UHT) เก็บในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่โดนแดด และไม่วางไว้ซ้อนกัน จะเก็บได้นานถึง 6 เดือน ส่วน
  • นมเปรี้ยว ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและปิดฝาให้สนิท เก็บได้นานถึง 3 สัปดาห์หรือ 21 วัน นมเปรี้ยว (UHT) สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 8 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น

อาหารทะเล แหล่งโปรตีนและโอเมก้า 3 ซื้อเก็บไว้ทานได้แต่ไม่ใช่ทุกวัน เพราะมีคอเลสเตอรอลและไขมันสูง การเก็บรักษาอาหารทะเลหากเป็นตู้เย็นปกติเก็บได้ 2 – 5 วัน แต่ถ้าเป็นตู้แช่แข็งอยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน เลยทีเดียว

 

  1. ผักและผลไม้

    แม้จะเก็บไว้ได้ไม่นาน แต่ก็ควรจะทานบ้างเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์

 

  • ผักที่เน่าเสียง่าย เก็บได้ 5 – 7 วัน เช่น หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี่ เห็ด ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดขาว ชะอม ถั่วงอก ถั่วฝักยาว วิธีการเก็บผักคือ ห่อกระดาษทิชชูให้รอบ นำไปใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่นอย่าให้มีลมเข้าไปได้ แค่นี้ก็ยืดอายุผักได้นานขึ้น
  • ผักที่มีลักษณะเป็นหัวหรือมีเปลือกหนา เช่น กะหล่ำ หัวไชเท้า แครอท ฟัก ฟักทอง เผือก มันฝรั่ง เก็บได้ทั้งแบบแช่ตู้เย็นและไม่แช่ตู้เย็น เก็บได้ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ – 1 เดือน ผลไม้พวก แอปเปิ้ล ส้ม องุ่น สัปปะรด ก็เช่นกัน

 

  1. อาหารแห้ง ทำง่าย ทานง่าย เก็บได้นาน แต่ถ้าซื้อไว้นาน โดยลืมดูว่าผลิตมาตั้งแต่เมื่อไร ก็มีผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน

 

  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควรรับประทานภายใน 4 – 6 เดือนนับจากวันที่ผลิต ถ้าเก็บในตู้เย็นอาจเก็บได้นานถึง 8-12 เดือน แต่หากเก็บไว้ในที่ที่โดนแดดส่อง อายุอาจสั้นเพียง 2 เดือน
  • ปลากระป๋อง เก็บไว้ได้นานถึง 2 ปี เพราะผ่านกระบวนการผลิตที่มีขั้นตอนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์มาแล้ว หากเปิดแล้วทานไม่หมด อย่าเอากระป๋องเข้าตู้เย็น เพราะจะยิ่งเร่งให้เกิดสนิม ปนเปื้อนอาหาร ควรเทใส่ภาชนะอื่นและปิดฝาไว้ใส่ตู้เย็น แต่ก็ไม่ควรเก็บนาน เพราะถึงแม้จะใส่ในตู้เย็นก็อาจจะเสียได้

แต่เพื่อสุขภาพที่ดี หลีกเลี่ยงโซเดียมบ้างเป็นบางมื้อ ซื้อพวกเส้นหมี่ วุ้นเส้น ปลาแห้ง ปลากรอบ หมูแผ่น มาเก็บไว้ด้วยก็น่าจะดีกว่า

 

  1. น้ำ

    แม้น้ำที่บรรจุขวดจะระบุวันหมดอายุ แต่น้ำไม่ได้หมดอายุ ภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ ขวดน้ำดื่มไม่ควรเก็บไว้ในช่องแช่แข็งหรือที่ร้อนๆ เพราะพลาสติกจะเสื่อมคุณภาพและปล่อยสารพิษปนเปื้อน หากเป็นขวดน้ำที่เปิดใช้แล้วไม่ควรใช้ซ้ำเกิน 1 อาทิตย์ เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้

 

การเตรียมพร้อมไว้เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องทำอย่างมีสติและรอบคอบ ตื่นตัวได้ แต่อย่าตื่นตระหนก เพราะถ้าคุณซื้อทุกอย่างมากักตุนไว้โดยไม่คิด แทนที่จะมีประโยชน์กลับจะเป็นโทษกับร่างกายได้ ทั้งยังเป็นการตัดโอกาสให้คนอื่นๆ ได้มีอาหารสำรองไว้ในเวลาฉุกเฉินด้วย