selfcare-beauty-athome-Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 23, 2020

ช่วงนี้เคอร์ฟิวส์ หลายคนกำลัง #อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ ทำให้ช่วงนี้เจอคนน้อย แต่ถึงอย่างไรโควิด-19 ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป ดังนั้นจะปล่อยตัวโทรมไม่ได้ #เพราะโควิด-19 จบ เราจะต้องสวยแล้วจะทำยังไง? ไปคลินิกก็ไม่ได้ ไปสปาก็ไม่ดี วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำของดีก้นครัวที่หลายคนเผลอลืมไป ชวนมาดูแลตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ แต่สวยได้แบบธรรมชาติ

  1. มาส์กผิว กู้หน้าโทรม

ก่อนอื่นคุณต้องรู้จัก ผิวหน้าของคุณก่อน ว่ามีลักษณะอย่างไร?  ผิวมัน ผิวผสม ผิวแห้ง เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย… เพื่อที่จะเลือกใช้มาส์กให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

  • ผิวธรรมดา คือ ผิวที่มีความสมดุล อิ่มน้ำดูสุขภาพดี การดูแลจึงไม่มีอะไรมาก ขึ้นอยู่กับความต้องการว่าอยากได้ผลลัพท์แบบไหน เช่น ต้องการให้ผิวขาวกระจ่างใส ก็สามารถใช้ มะเขือเทศ ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความกระจ่างใส
  • ผิวแห้ง มีลักษณะ ขาดความชุ่มชื่น หากปล่อยทิ้งไว้นานเข้า หน้าจะลอกเป็นขุยและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ ดังนั้นควรเลือกมาส์กที่ช่วยเพิ่มและเติมเต็มความชุ่มชื้นของผิวหน้า เช่น ว่านหางจระเข้ ที่ช่วยในการสมานผิว ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่และสมานความแห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื่น ควรมาส์กโดยประมาณ 15-20 นาที
  • ผิวมัน เป็นผิวที่มีปัญหาได้ง่ายเนื่องจากความมันบนใบหน้าที่มากเกินไป อาจทำรูขุมขนกว้าง รวมทั้งอาจเกิดสิวอุดตันตามมา ดังนั้นมาส์ที่เหมาะสมกับผิวหน้า ควรช่วยในเรื่องการปรับและควบคุมความบนใบหน้าให้สมดุล เช่น ไข่ขาว เพราะไข่ขาวจะช่วยลดความมันและกะชับรูขุมขน หากมาส์กเป็นประจำ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทั้งยังช่วยดีท็อกซ์ผิว ช่วยดูดซับสิ่งสกปรกบนใบหน้า หากต้องการกำจับสิวเสี้ยก็เพียงแค่ผสมน้ำมะนาวเล็กน้อย นำสำลีมาชุบและแปะบริเวณที่มีสิวเสี้ยน รอจนแห้งแล้วค่อยๆ ลอกออกจากล่างขึ้นบน สิวเสี้ยนก็จะหลุดออกมา
  • ผิวผสม มักพบเจอความมันในส่วนของ T Zone นอกบริเวณนั้นมักแห้ง จึงควรดูแลเฉพาะส่วน ในบริเวณที่มันและแห้ง หรือใช้ น้ำผึ้ง ซึ่งน้ำผึ้งจะช่วยปรับสมดุลของผิว เพราะนอกจากจะช่วยลดแบคทีเรีย และควบคุมความมันส่วนเกิน ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้นอย่างอ่อนโยนด้วยกรด gluconic โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแพ้ เพราะน้ำผึ้งอุดมไปด้วยสารช่วงลดอาการอักเสบและระคายเคืองได้ ควรมาส์กโดยประมาณ 15-20 นาที
  • ผิวแพ้ง่าย เป็นผิวที่ต้องการการใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะผิวประเภทนี้มักไวต่อสารชนิดต่างๆ จึงควรปรับสมดุลด้วยการใช้ โยเกิร์ต ซึ่งการพอกโยเกิร์ต ช่วยให้ผิวสะอาดและลดอาการระคายเคือง ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งริ้วรอยก่อนวัยอันควร ช่วยให้ความชุ่มชื้นและปรับผิวหมองคล้ำให้กลับมาเนียนนุ่ม ควรมาส์ก 30 นาที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  1. ทำสปา ออร่าพุ่ง

ผิวกายก็สำคัญไม่แพ้ผิวหน้า ควรผลัดเซลล์ผิวและบำรุงเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยใช้มะขามเปียก ที่มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวกระจ่างใส่ ด้วยกรด AHA ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันผิวจากมลภาวะ และช่วยลดเลือนจุดด่างดำ โดยสามารถ ผสมเนื้อมะขามเข้ากับน้ำผึ้ง ช่วยเพิ่มความเนียนนุ่มของผิว หรือผสมเข้ากับขมิ้นชัน ที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยสมานผิวและปรับผิวให้นุ่มขึ้น ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำก็จะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ออร่าพุ่งอย่างแน่นอน

 

  1. หมักผมสวย มีน้ำหนัก โดยใช้ ไข่ น้ำผึ้งและโยเกิร์ต ด้วยการนำไข่ขาวและไข่แดงมาตีและผสมกับน้ำผึ้งและโยเกิร์ต ไข่จะช่วยให้ผมนุ่มมีน้ำหนัก น้ำผึ้งและโยเกิร์ตจะช่วยปรับสมดุลเกร็ดผม และหากชโลมผมทั่วแล้ว ก็สามารถนวดหนังศีรษะ ซึ่งจะลดปัญหารังแคได้ หมักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออกและใช้แชมพูสระผมต่อไป

 

และนี่ก็เป็นเคล็ดลับ สวยง่ายจากของก้นครัว ที่กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตนำมาแบ่งปันกัน เพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เวลาว่างนี้ ดูแลตัวเองให้กลับ สวย สดชื่น มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

 


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 22, 2020

หลายครั้งที่รู้สึก ล้า เหนื่อยเพลีย มักจะคิดว่านอนเร็วตื่นมาก็หาย แต่ถ้าอาการนี้เป็นติดๆ กัน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตเสนอว่าควรหาสาเหตุที่มาและหาวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

 

ความเหนื่อยล้าของร่างกายส่วนใหญ่เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก

  1. ภาวะต่อมหมวกไตล้า เกิดจากทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะนอนหลัง 00 น. อาการสำคัญ จากภาวะดังกล่าว คือ อ่อนเพลียตอนเช้าไม่อยากตื่น กลางวันตาสว่าง  อาการนี้หากไม่แก้ไขนานไปจะกลายเป็นโรคนอนไม่หลับ โรคปวดศีรษะ อารมณ์แปรปรวน และโรคซึมเศร้า
  2. ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ไม่ว่าทำงานมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ก็จะส่งผลให้เกิดการเหนื่อยล้าทั้งนี้เพราะต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญอาหารและมีอิทธิพลต่อการทำงานของอวัยวะอื่นๆ ให้ทำงานสอดคล้องกัน

 

สาเหตุเหนื่อยล้าที่มาจากความบกพร่องของต่อมไทรอยด์ มักจะมีอาการง่วงซึม  ปวดกล้ามเนื้อและข้อ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายและน้ำหนักที่คุมได้ยาก โดยความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่ทำงานมากเกินจะมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น มือสั่น วิตกกังวลง่าย เหงื่อออกมาก  ส่วนที่ทำงานน้อยเกินไปร่างกายจะทำงานช้าลง เผาผลาญอาหารได้น้อย  น้ำหนักเกิน ง่วงซึม ผมร่วง หงุดหงิดง่าย และความต้องการทางเพศลดลง

 

ทางแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตนเองของทั้งสองสาเหตุคือปรับพฤติกรรม

  1. ลดความเครียด ด้วยการเล่นโยคะ หรือทำสมาธิ
  2. กินอาหารให้ครบทุกหมู่
  3. ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 45 นาที
  4. นอนหลับให้สนิท ควรเข้านอนช่วง 4 ทุ่มเพราะช่วงเวลา 24 .00 น. – 01.30 น. ควรเป็นช่วงหลับสนิทเพื่อให้ระบบต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนทำงานปกติ เท่านี้ก็ช่วยให้ร่างกายสร้างสมดุลได้ขึ้นในระดับหนึ่ง

 

 


serenade-one-of-the-UK’s-oldest-penguin’s-Rosie-Cover_1-3.jpg

kinyupen_adminApril 22, 2020

เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ “ชูว์เบอรี่ ฮอล แอนด์การ์เด้น” ในเมืองบริดลิงตัน ประเทศอังกฤษ จัดงานฉลองวันเกิดให้กับ “โรซี่” เพนกวินฮัมโบลด์ (นกเพนกวินเปรูเวียน) ที่มีอายุครบ 30 ปีเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการฉลองวันเกิดให้กับนกเพนกวินที่มีอายุมากที่สุดในอังกฤษ แต่ต้องเกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบเหงาเนื่องจากสวนสัตว์ถูกปิดลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

 

จอห์น พิกเกอร์ริ่ง หัวหน้าผู้ดูแลสวนสัตว์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถให้ประชาชนและเด็กๆ เข้ามาร่วมฉลองวันเกิดให้กับโรซี่ได้ตามปกติ เพราะการระบาดของโรค แต่ก็หวังว่าเราจะสามารถเปิดสวนสัตว์ให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมและให้อาหารนกเพนกวินได้เหมือนเดิมในไม่ช้านี้ อย่างไรก็ตามพวกเรารู้สึกยินดีที่ได้จัดงานฉลองให้กับโรซี่ ซึ่งจะเป็นสิ่งเล็กน้อยในการรักษาอนุรักษ์นกเพนกวินสายพันธุ์นี้ให้อยู่ต่อไป”

 

“โรซี่” เป็นเพนกวินฮัมโบลต์ หรือ เพนกวินเปรู (อังกฤษ : Humboldt penguin, Peruvian penguin) หรือ ปาตรังกา (สเปน: Patranca)  จัดเป็นเพนกวินขนาดกลาง มีความสูงเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 40 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่มีจุดเด่นคือ มีสีดำคาดที่หน้าอก บริเวณใต้คอและรอบดวงตาสีขาว จงอยปากเป็นเนื้อสีชมพู

 

พบกระจายพันธุ์อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลแปซิฟิกในทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศเปรูและชิลี และถือว่าเป็นเพนกวินเพียงชนิดเดียวที่พบได้ในพื้นที่แห้งแล้งอย่างทะเลทราย ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 2 ฟอง โดยตัวผู้เป็นฝ่ายกกไข่ ทำรังด้วยการขุดโพรงตามพุ่มไม้ หรือ ป่าละเมาะริมทะเล สร้างรังด้วยก้อนหิน กิ่งไม้ ใบไม้

 

เพนกวินฮัมโบลต์เป็นสัตว์สังคมอยู่เป็นฝูงเล็กๆ ติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงร้อง สำหรับลูกเพนกวินที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อพ่อแม่นกมิได้อยู่ดูแล จะมีการป้องกันตัวเองด้วยการถ่ายมูลใส่ผู้คุกคาม หรือ หันหลังถีบเศษหินเศษกรวดใส่

 

 

“โรซี่” มาถึงสวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่ปี 1990  จนถึงปัจจุบันมีอายุได้ 30 ปี ซึ่งถือว่าเกินอายุขัยตามสปีชีส์ของเธอมาประมาณ 10 ปี  เพราะโดยปกติเพนกวินชนิดนี้จะมีอายุขัยอยู่ที่ 15 ถึง 20 ปี ดังนั้น “โรซี่” จึงถือว่าเป็นหนึ่งในเพนกวินที่มีอายุยืนที่สุดในอังกฤษ

 

เพนกวินฮัมโบลต์ จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการล่าเหยื่อ สำหรับในประเทศไทย จะพบเพนกวินสายพันธุ์นี้ได้ตามสวนสัตว์ต่างๆ อาทิ สวนสัตว์สงขลา และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นต้น

 


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 22, 2020

ขณะที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในบ้านเรายังไม่สามารถควบคุมได้เบ็ดเสร็จ จนล่วงเลยใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนซึ่งด้วยสภาพอากาศเย็นชื้นเหมาะที่เชื้อโรคจะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น ส่งผลให้ผู้คนมีโอกาสป่วยโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งโรคที่ควรต้องป้องกันอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้แพร่ระบาดซ้ำเติมระบบสาธารณสุขบ้านเรา นั่นก็คือ “ไข้เลือดออก” ซึ่งอันตรายรุนแรงไม่แพ้กันและเแต่ละปียังคงมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ไม่น้อย

 

เร่งกำราบก่อนฝนชุก ด้วยหลัก “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”

“ไข้เลือดออก” ถือเป็นโรคประจำถิ่นที่คนไทยเรารู้จักกันดี เกิดจากเชื้อไวรัส “เด็งกี่” (Dengue) ที่มีอยู่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เด็งกี่-1 เด็งกี่-2 เด็งกี่-3 และเด็งกี่-4 ที่มนุษย์จะได้รับเชื้อผ่านการกัดของ “ยุงลายเพศเมีย” ที่มีเชื้อ ซึ่งเดงกี่ทุกสายพันธุ์สามารถทำให้ติดไข้เลือดออกได้ทั้งสิ้น โดยโรคนี้พบมากที่สุดบริเวณภูมิภาคอาเซียนและหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก

 

ผลกระทบไข้เลือดออกต่อผู้ป่วยแต่ละรายจะมีระดับอาการที่แสดงออกต่างกันไป บางรายใช้เวลารักษาไม่กี่วันก็ทุเลา แต่บางรายอาจมีอาการหนักจนถึงขั้นไอซียู และถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมทันท่วงทีก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน

 

ล่าสุด กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่ข้อมูลให้ทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 14 เมษายน 2563 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม 8,746 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิต 6 ราย และในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ระยอง อ่างทอง นครราชสีมา พิจิตร ระนอง เลย ขอนแก่น พังงา สมุทรสงคราม และร้อยเอ็ด ตามลำดับ

 

พร้อมความเห็นเพิ่มเติมว่า ช่วงเดือนมกราคม – เมษายน ถือเป็นช่วงสำคัญของการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก เพราะหากทำได้ดีจะช่วยลดปริมาณผู้ป่วยที่อาจเกิดมากขึ้นในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-สิงหาคม) นี้ ดังนั้นจึงรณรงค์ให้ผู้ป่วยที่มีไข้เกิน 2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เพื่อลดการเสียชีวิต รวมทั้งในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากป่วยเป็นไข้เลือดออกร่วมด้วยจะทำให้การรักษายุ่งยาก อาการรุนแรงมากขึ้น

 

 

ทางด้านการป้องกันโรค ขอให้ยึดหลักตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ

1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง

2.เก็บขยะบริเวณรอบบ้าน และ

3.เก็บน้ำปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายภายในบ้านและรอบบริเวณบ้านก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่เป็นฤดูกาลระบาดของไข้เลือดออกทันท่วงที

 

นี่คืออีกหนึ่งโรคระบาดที่กำลังจะเข้ามาซ้ำเติมเราในช่วงฤดูฝน ดังนั้นเมื่อทราบแล้วก็ควร “กันไว้ดีกว่าแก้” น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด

 

ป่วยแบบไหนเป็นไข้เลือดออก

อาการช่วงเริ่มต้นของโรคไข้เลือดออกจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่มีลักษณะเฉพาะที่จำแนกได้ดังนี้

  1. ไข้สูง 2-7 วัน (ประมาณ 38.5-41 องศาเซลเซียส) บางรายอาจมีอาการชัก โดยเฉพาะในเด็กที่เคยมีประวัติการชักมาก่อน
  2. เลือดออก เป็นจุดเล็ก ๆ กระจายอยู่เต็มตามผิวหนัง แขน ขา ลำตัว และรักแร้ ทั้งอาจมีเลือดดำ หรือ เลือดออกตามไรฟันร่วมด้วย กรณีขั้นรุนแรง อาจอาเจียนและถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสีดำ
  3. ตับโตกดแล้วเจ็บบริเวณชายโครงขวา ส่วนใหญ่พบว่าเกิดในช่วงวันที่ 3-4 นับตั้งแต่เริ่มมีอาการ
  4. ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว หรือ ช็อก ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยอาจจะมีภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ มือเท้าเย็น ชีพจรเบาที่เกิดขึ้นพร้อมกับอาการไข้ที่ลดลงรวดเร็ว บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเกล็ดเลือดต่ำ ไตวาย หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

 

ที่มา

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • honestdocs.co

EarthDay-Cover_2.jpg

kinyupen_adminApril 22, 2020

22 เมษายน 2563 นับเป็นการครบรอบ 50 ปีของวันคุ้มครองโลกหรือเอิร์ธเดย์ (Earth Day)  ซึ่งหากไม่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส  การเฉลิมฉลองเพื่อให้ผู้คนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของโลกใบนี้ก็อาจจะมีหลายกิจกรรมให้เห็นในทุกมุมโลก

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมของโลกในวันครบรอบ 50 ปีวันคุ้มครองโลกจะไม่สามารถทำได้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ด้วยข้อจำกัดของการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลายองค์กรหันมาสร้างกิจกรรมรณรงค์ทางออนไลน์แทนการออกไปชุมนุมกันทำกิจกรรมภายนอก โดยการรณรงค์ให้ผู้คนหันมาร่วมสร้างจิตสำนึกในการดูแลโลกใบนี้ผ่านกิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการสร้างแฮชแท็ก #EarthDayNetwork ขึ้นมาเพื่อเกิดการแชร์เรื่องราว ผลงานด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูลสำคัญ กิจกรรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งความรู้สึก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมลงบนสื่อโซเชียลออนไลน์ที่ตนเองมี โดยใช้เคมเปญว่า  Earth Challenge 2020 โดยที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆ ด้วยการใช้แอปฯ จากสมาร์ทโฟน อัปโหลดรูปภาพและกิจกรรมต่างๆ พร้อมโพสต์ขึ้นบนโซเชียลมีเดียเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกในวันครบรอบ 50 ปี วัน Earthday ในปีนี้ได้

 

 

หลังจากการสร้างเคมเปญดังกล่าวพบว่ามีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมส่งภาพกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมากผ่านแฮชแทก #EarthDayNetwork  ทำให้ภาพถูกแชร์ให้เห็นกิจกรรมของผู้คนที่ร่วมเฉลิมฉลองการรักษ์โลกในปีนี้แม้ส่วนใหญ่จะต้องติดอยู่กับมาตรการล็อกดาวน์ให้อยู่บ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด–19 ก็ตาม

 

 

สำหรับภาพที่ถูกส่งเข้ามาส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่กิจกรรมเล็กๆ เช่น การใส่ผ้าอ้อมผ้าแทนการใช้ผ้าอ้อมที่ผลิตจากอุตสาหกรรมพลาสติก และยังสวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากธรรมชาติ ของเด็กทารกน้อยวัยน่ารัก,การทำปุ๋ยหมักหลังบ้าน,เด็กชายใช้ทักษะจากการเป็นลูกเสือมาใช้เก็บขยะข้างบ้านร่วมกับคุณพ่อ ไปจนถึงกิจกรรมใหญ่ๆ เช่น การดำน้ำเก็บขยะของคู่รักนักดำน้ำ เป็นต้น

 

 

ทั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ว่า การร่วมฉลอง 50 ปีวันเอิร์ทเดย์ ในปีนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นผู้คนได้เห็นความสำคัญและความสวยงามของธรรมชาติที่จะต้องรักษาไว้ได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะการระบาดของโรคโควิด–19 ที่ทำให้มนุษย์หยุดกิจกรรมทำร้ายธรรมชาติ จนสามารถคืนความสวยงามของโลกกลับมาตั้งแต่มีการจัดตั้งวันเอิรธ์เดย์มากว่า 50 ปี และหวังว่าทุกคนจะจดจำความงดงามของธรรมชาติ และ ร่วมกันรักษาโลกใบนี้ให้สวยงามต่อไป

 

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมในเคมเปญนี้ ก็สามารถแชร์รูปภาพของคุณที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านแฮชแทก #EarthDayNetwork  ได้เพราะนอกจากจะเป็นการได้ร่วมเคมเปญแสดงความรักษ์โลกในระดับโลกแล้ว ยังถือเป็นกิจกรรมดีๆ ระหว่างที่ต้องใช้เวลายาวนานอยู่ในบ้านในระหว่างนี้อีกด้วย

 

 

โดยการรณรงค์หลักที่ทางเครือข่ายวันคุ้มครองโลกจัดขึ้นในปีนี้ก็คือกิจกรรม ที่เรียกว่า Earth Challenge 2020 ซึ่งร่วมมือกับ Eco-Capitals Forum ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และ Wilson Center ในวอชิงตัน ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆ ด้วยการใช้แอปฯ จากสมาร์ทโฟน โดยผู้ที่ต้องการร่วมแคมเปญนี้สามารถอัปโหลดรูปภาพและแจ้งเตือนหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับมลพิษทางขยะพลาสติกในชุมชนของตัวเอง โดยหลังจากนี้ผู้เชี่ยวชาญก็จะเก็บข้อมูลและพิกัดจากการอัปโหลดรูปและข้อมูลในโครงการนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติก เพื่อทำการรณรงค์ต่อไป

 

 

“เราจะดีใจมากๆ ถ้าทุกคนเข้าร่วมแคมเปญทางออนไลน์ในครั้งนี้ และในขณะเดียวกันเราก็รอคอยวันที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ไม่ว่าเป็นอาสาสมัครปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดชายหาดและสถานที่อื่นๆ” โรเจอร์สกล่าว

 

สำหรับประเทศไทยนั้นก็มีการจัดกิจกรรมวันเอิร์ธเดย์เช่นเดียวกัน โดยมิวเซียมสยาม ร่วมกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Earth Day) และภาคีเครือข่าย 11 แห่ง เปิดตัวโครงการ ‘ขยะบทที่ 2’ โดยมีเป้าหมายคือสร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยหันมาจัดการขยะอย่างถูกวิธี และลดจำนวนขยะที่มีโอกาสทำลายสิ่งแวดล้อม

 

โดยมีการจัดการพื้นที่บางส่วนภายในมิวเซียมให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ อาทิ การจัดตั้งถังขยะความรู้ เพื่อให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะและจัดการขยะแต่ละประเภท การรับบริจาคขยะประเภทขวดพลาสติก และกระดาษสลิปใบเสร็จ เพื่อนำไปมอบให้กับเครือข่ายการจัดการขยะต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าด้วยขยะ


UV-Sterilizer-Cover_2.jpg

kinyupen_adminApril 22, 2020

ท่ามกลางภาวะวิกฤติการระบาดของโคโรน่าไวรัสนี้ เทคโนโลยีหนึ่งที่เริ่มเป็นที่สนใจในตลาดเมืองไทย เพราะสะดวกเป็นอย่างมากต่อการรับมือเจ้าไวรัสตัวร้าย แถมยังปลอดภัยกับมนุษย์ คือ เครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลท (UV Sterilizer)

 

เครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีนี้ มีต้นกำเนิดจากประเทศเกาหลีใต้ .. ประมาณ 20 กว่าปีก่อน เกิดโรคท้องร่วงระบาดในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้ นักเรียนอนุบาล ประถม หลายแห่งต้องเข้าโรงพยาบาล  หน่วยงานของรัฐบาลเกาหลีจึงได้ค้นหาจุดกำเนิดของการระบาดดังกล่าว และค้นพบว่า ในช่วงฤดูร้อนนั้น เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดีกว่าทุกฤดู  เมื่อเจ้าหน้าที่ในห้องครัวทำอาหารสัมผัสอาหารดิบ แล้วไปสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆจึงเกิดการปนเปื้อนขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ทางการจึงคิดค้นหาวิธี และสุดท้ายได้นำเอาเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีซึ่งก่อนหน้านี้ มีใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น มาประยุกต์และปรับรูปแบบให้เหมาะกับการใช้งานในองค์กรอย่างโรงเรียน เพื่อใช้สำหรับฆ่าเชื้ออุปกรณ์สำหรับทำอาหาร เช่นเขียง มีด และอุปกรณ์ทานอาหาร อย่างช้อนส้อม แก้วน้ำ  นั่นจึงเป็นจุดกำเนิดของการใช้เครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศเกาหลีใต้

 

ตั้งแต่นั้นมา ได้เกิดการพัฒนารูปแบบต่างๆของเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี ให้เหมาะกับการใช้งานในสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่การนำมาใช้ฆ่าเชื้อขวดนมและอุปกรณ์ของใช้สำหรับเด็กในบ้านเรือน  กล่องฆ่าเชื้อแปรงสีฟันชนิดพกพา เครื่องฆ่าเชื้อหนังสือในห้องสมุด   เครื่องฆ่าเชื้อสำหรับช้อนส้อม แก้วน้ำ หรือเขียง ในร้านอาหาร ตลอดจนเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีสำหรับเสื้อผ้า รองเท้าในโรงงานขนาดใหญ่  การใช้เครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี จึงเป็นเรื่องปกติในการดำเนินชีวิตของชาวเกาหลี ..ถ้าคุณเคยไปที่ร้านอาหาร หรือฟู้ดคอร์ทของเกาหลี จะพบว่า มีตู้สแตนเลส ด้านในมีแสงสีฟ้า มีช้อนส้อม และแก้วน้ำสแตนเลสอยู่ในตะกร้าให้เราหยิบใช้งาน นั่นล่ะ คือเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นที่รู้กัน ว่าแสงจากดวงอาทิตย์สามารถฆ่าเชื้อโรคได้  แสงยูวีจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในครัวเรือน ด้วยหลักการนำแสงอาทิตย์มาไว้ในตู้   เจ้าเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีนี้.. เพียงแค่กดปุ่ม และปล่อยให้เครื่องทำงาน ..เชื้อโรคทุกชนิด ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ก็จะถูกกำจัดถึง 99.9%

 

ทำไมแสงยูวีจึงฆ่าเชื้อได้?? ..เราจะเล่าให้ฟัง

รังสีอัลตร้าไวโอเล็ท มี 3 ประเภท คือ

  1. UV-A เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่น ยาว 320-400 nm แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก 95% ก็คือ UV-A นั่นเอง เจ้ารังสีชนิดนี้ สามารถลงลึกสู่ผิวหนัง และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย
  2. UV-B รังสีความยาวขนาดกลาง 280-320 nm ทำให้เกิดอาการแสบผิว ผิวไหม้ และยังทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
  3. UV-C คลื่นความยาวสั้น 100-280 nm ที่มีอานุภาพสูงในการทำลายเปลือกนอก DNA ของเซลล์ทุกชนิด ทำให้เซลล์เหล่านั้นไม่สามารถขยายพันธุ์ และมีชีวิตอยู่ได้ UV-C สามารถทำลายได้ แม้แบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะอีกด้วย

 

UV-C จึงเป็นพระเอกที่ถูกนำมาใช้ในเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี 

ฆ่าเชื้อได้จริงหรือ???  หลายคนมักมีคำถาม ..ในประเทศเกาหลีใต้นั้น ก่อนที่จะวางจำหน่ายสินค้าใดๆ ต้องได้รับมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐบาลก่อนว่าปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคจริง  บริษัทใดที่ไม่ผ่านมาตรฐาน แล้วนำสินค้าออกจำหน่าย จะโดนตรวจสอบ และมีโทษปรับ ยึดสินค้าทั้งหมด ส่วนสินค้าที่จำหน่ายไปแล้วนั้น ก็จะต้องจ่ายค่าสินค้าทั้งหมดตั้งแต่ชิ้นแรก จนถึงชิ้นสุดท้ายให้ทางการไป  ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีใครกล้านำสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานรัฐบาลออกจำหน่าย

 

การฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีก็เช่นกัน จะต้องผ่านการทดสอบในแล็บทดลองซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล เพื่อได้รับมาตรฐาน อย่าง KCL (Korea Conformity Laboratories)  และ KTR (Korea Testing & Research Institute) จึงสามารถออกจำหน่ายและเคลมสรรพคุณการฆ่าเชื้อได้  สัญลักษณ์นี้จะช่วยให้ประชาชนทั่วไปมั่นใจ ว่าเครื่องนี้ มีมาตรฐานการฆ่าเชื้อได้จริง

 

ในภาวะการระบาดของโคโรน่าไวรัสนี้ เครื่อง UV Sterilizer จึงเป็นฮีโร่ตัวจริงที่จะมาช่วยให้การฆ่าเชื้อภายในครัวเรือนสะดวกขึ้น เพราะฆ่าเชื้อได้ทุกสิ่ง ทั้ง หน้ากากป้องกันเชื้อโรค โทรศัพท์มือถือ  กุญแจรถ  ธนบัตร เหรียญ และอื่นๆอีกมากมายที่ไม่สามารถล้างทำความสะอาด หรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ได้

 

แล้วเราจะเลือกเครื่อง UV Sterilizer อย่างไร??

  • ควรเลือกเครื่องที่มีการส่องสว่างทั่วถึงทุกมุม ถ้าเป็นเครื่องแบบปิด ภายในควรเป็นสแตนเลส ที่สามารถสะท้อนแสงยูวีไปยังวัตถุได้ทุกมุม ทั้งด้านล่าง และด้านบน
  • เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และมีใบรับรองการฆ่าเชื้อโรคจริง

 

วันนี้…ท่ามกลางความหวั่นวิตกในเรื่องเชื้อโรคของเราทุกคน ..อย่างน้อย ก็ยังมีตัวช่วยที่สามารถมาช่วยให้ความกังวลลดลงได้บ้าง ขอบคุณเทคโนโลยีฉลาดคิดนี้จริงๆ ท่านที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ร้านขายสินค้าเด็กชั้นนำ อาทิ  : Pungklom (พุงกลม), KidSociety, Baby GiGi, Bambi Garden, Punnita (ปุณณิฏ), Baby Connection


Cover_2-2.jpg

kinyupen_adminApril 21, 2020

เป็นเรื่องราวดีๆ อีกหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แม้จะเป็นเพียงข่าวเล็กๆ แต่ดูเหมือนจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆ คนทั่วโลก เมื่อ เด็กชายวัย 12 ปี ชื่อว่าจอร์จ มาติเนส ในประเทศเม็กซิโก ได้มีไอเดียออกแบบหน้ากากพลาสติก หรือ เฟซชิลด์ ด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนตัวและ เรื่องพิมพ์แบบ 3 มิติ เพื่อมอบให้กับแพทย์และพยาบาลในท้องถิ่นของเขาที่กำลังขาดแคลนหน้ากากอนามัยอยู่ในขณะนี้

 

จอร์จ บอกว่า เขารู้ข่าวการขาดแคลนหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเวชภัณฑ์สำคัญสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ก็เลยลองมาคิดว่าจะทำอะไรได้บ้างโดยใช้คอมพิวเตอร์ลองออกแบบเฟซชิลด์ ขึ้นมา แล้วนำไปใช้กับเครื่องพิมพ์แบบ 3 มิติ จนสามารถผลิตออกมาเป็นหน้ากากป้องกันใบหน้าและสามารถใช้ป้องกันใบหน้าจากสารคัดหลั่งได้ส่วนหนึ่ง

 

ขอบคุณภาพจาก Lajornada maya

 

เด็กชายบอกว่า “coronavirus สามารถติดเชื้อผ่านดวงตา จมูกและปากดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่ามันจำเป็นที่จะต้องมีอะไรที่มาปิดบังใบหน้าของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เพื่อป้องกันการระบาดจึงได้ออกแบบหน้ากากขึ้นมา โดยสามารถผลิตได้ถึง 100 ชิ้น เพื่อนำไปบริจาคให้กับแพทย์และบุคลากรการแพทย์ในท้องถิ่น

 

 “ ผมรู้สึกเสียใจเพราะเห็นข่าวเกี่ยวกับแพทย์และเจ้าหน้าที่บอกว่าขาดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในการรักษาผู้ป่วย Covid-19 ผมหวังว่าการออกแบบนี้จะช่วยชีวิตพวกเขาได้และช่วยโลกทั้งใบได้ด้วย” จอร์จกล่าว

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของเขา ได้รับการรับรองจากหน่วยงานด้านสุขภาพของเม็กซิโก และได้ถูกบริจาคให้กับโรงพยาบาลเด็กและโรงพยาบาลพิเศษของเมือง

 

เรื่องราวของจอร์จ ได้ถูกแพร่สะพัดไปบนสื่อโซเชียลออนไลน์ ทำให้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น หญิงสาวคนหนึ่งในกรุงนิวเดลีประเทศอินเดีย ได้นำวิธีการของจอร์จ ไปทดลองผลิตหน้ากากแบบเดียวกันนี้ให้กับคนทำงานด้านสุขภาพในประเทศอินเดียด้วย  รวมถึงลูกเรือของเยาวชนอีกคนหนึ่งจากมอเรโลสใช้ความคิดริเริ่มที่คล้ายกันในการผลิตหน้ากากเพื่อช่วยให้เกิดการขาดแคลนทั่วโลกอีกด้วย


checklist-type-of-person-in-covid19-Cover_1.jpg

zebertoothApril 20, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาคุณสำรวจพฤติกรรมของตัวคุณเอง ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 เข้าข่ายกลุ่มใด…

 

 

Fear Zone : ตื่นตระหนก กักตุนอาหารและเวชภัณฑ์ ทั้งที่ยังไม่จำเป็น แชร์ข้อมูลทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบ ไม่อ่านและทำความเข้าใจกับข้อมูลที่ได้มา รวมทั้งกล่าวต่อว่าผู้อื่น พร่ำบ่นถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ พูดแต่ปัญหาโดยไม่ช่วยคิดหาทางแก้ไข

 

Learning Zone : ตระหนักแต่ไม่ตระหนก เพราะเริ่มเข้าใจสถานการณ์ ตั้งสติ ปรับตัวและทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตรวจสอบและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ปล่อยวางในสิ่งที่อยู่นอกเหนือความควบคุม

 

Growth Zone : มองบวกและพร้อมเติบโตไปข้างหน้า เข้าใจในวิกฤต มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ยอมรับและปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา จุดสำคัญ คือ คนกลุ่มนี้ยังมองหาโอกาสในวิกฤต และเห็นแนวทางที่ตนสามารถทำประโยชน์ต่อสาธารณะได้

ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูลจาก Oxford Leadership กรมสุขภาพจิต และ Facebook ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์  Dr. Suvit Maesincee


Sir-Paul-McCartney-LiveConcert-Cover_1.jpg

zebertoothApril 20, 2020

เซอร์พอล แมคคาร์ทนี่ “สมาชิกวงสีเต่าทอง” จี้จีนเลิกตลาดสดขายสัตว์ป่า

ชี้เป็นต้นตอโควิด 19 เหมือนโยนระเบิดปรมาณูลงมาบนโลก

 

เซอร์พอล แมคคาร์นีย์ สมาชิกวงเดอะบีทเทิล ผู้โด่งดังในอดีต ได้ออกมาเรียกร้องให้จีนยุติการค้าขายสัตว์ป่าในตลาดขายของทั่วไป หลังจากที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเชื้อโรคโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่ มีศูนย์กลางจุดเริ่มต้นจากตลาดแห่งหนึ่งในเมืองหูเป่ย มณฑลอู่ฮั่น ในประเทศจีน โดยเขากล่าวว่ามันเหมือนกับการทิ้ง “ระเบิดปรมาณู” ลงมาในโลกนี้

 

 

แม้ว่ายังไม่มีการพิสูจน์อย่างเป็นทางการได้ว่า ตลาดอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่นจะเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ แต่การค้าสัตว์ป่าในประเทศจีนเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเซอร์พอล แมคคาร์นีย์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักอนุรักษ์ และเคลื่อนไหวด้านการต่อต้านการค้าสัตว์ป่ามาตั้งแต่ปี 1970 ได้กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์รายการวิทยุแห่งหนึ่งว่า เขาหวังว่ารัฐบาลจีนจะมีคำสั่งให้ยุติการค้าสัตว์ป่าเพื่อเป็นอาหารของประชาชน พร้อมระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้โดยส่งผ่านมาจากตลาดสดของจีน มันเหมือนกับการปล่อยระเบิดปรมาณูไปในโลก จนทำให้ทุกคนต้องเผชิญชะตากรรมที่ยากลำบากอยู่ในขณะนี้

ที่ผ่านมา ตลาดค้าอาหารสด ได้ถูกชี้ว่า เป็นต้นตอของการระบาดของโรคสำคัญต่างๆ ในอดีตมาแล้วเช่นโรคซาร์ส (โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง) และโรคไข้หวัดนก (โรคไข้หวัดนก) โดยอดีตสมาชิกวงสี่เต่าทองระบุว่า เหตุการณ์จะไม่เลวร้ายเช่นนี้หากไม่มีตลาดขายอาหารสดค้าขายสัตว์ป่า และเนื้อสัตว์แบบในประเทศจีน ซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศจีนและทั่วเอเชีย โดยชาวตะวันตกเรียกตลาดประเภทนี้ว่า “ตลาดเปียก” เพราะพื้นถนนจะเปียกอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากการล้างผักหรือล้างปลา ซึ่งรวมถึง ไก่หมูปลาและผัก และสัตว์ที่มีชีวิตบางชนิดด้วย

ทั้งนี้เซอร์พอล แมคคาร์ทนี่ ได้ร่วมเล่นคอนเสิร์ต One World: Together At Home เมื่อวันเสาร์ที่ 18 เมษายนจัดโดย Global Citizen และองค์การอนามัยโลก เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ทำงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกที่กำลังพยายามแก้ปัญหาการระบาดของโรคโควิด 19 อยู่ในขณะนี้

 

The Beatles

Content_Horo_20-26-April_Cover_4.jpg

zebertoothApril 20, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่าง 20-26 เมษายน 2563 โดย..พันดาว อดีตคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ในมติชนสุดสัปดาห์ ศาสตร์แห่งโหร และ นิตยสาร seventeen ไขรหัส…ความเร้นลับของตัวเลข ดวงดาว ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณ แบบไม่น่าเชื่อ…

 

 

 

ราศีเมษ 22 มี.ค.- 20 เม.ย.

ชาวเมษ ในรอบสัปดาห์นี้ อารมณ์อาจจะแปรปรวนขึ้นๆลงๆ หงุดหงิดง่ายโดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ปัญหาความรัก ยังวุ่นวายไม่จบ รักเก่ายังเคลียร์ไม่ลงตัว แต่ของใหม่ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย การเรียนแม้จะเป็นการเรียนออนไลน์แต่ ช่วงนี้ต้องขยันให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้น ก็จะย่ำอยู่กับที่ ไปไม่ถึงไหน ช่วงนี้ถึงจะ work from home แต่ก็ต้องระวังอารมณ์กับเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านาย  เพราะทุกคนล้วนมีความเครียดกันทั้งนี้ ทำใจร่มๆเย็นๆไว้กับทุกเรื่อง สุขภาพโดยรวมไม่มีอะไรน่าห่วง ช่วงนี้ รักษาใจตัวเองอย่างเดียวจะรักษาทุกเรื่องได้

 

ราศีพฤษภ 21 เม.ย.-21 พ.ค.

เป็นช่วงแห่งการแสวงบุญอย่างแท้จริงของชาวพฤษภ ในเวลาวิกฤติแบบนี้ การหาที่พึ่งทางใจดูจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับชาวราศีพฤษภ เรื่องรักๆใคร่ ที่ไม่เป็นดังหวัง ดูเหมือนช่วงนี้คุณจะปล่อยวางไปได้เยอะ ส่วนที่ยังมีอยู่ ความสัมพันธ์ก็ดูออกจะสวิงๆ เหวี่ยงๆอยู่บ้าง เพราะความไม่ชัดเจนของใครคนใดคนหนึ่งนี่ละ  มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน จนคุณเองก็ยังงงๆเหมือนกัน การงาน การเรียน ดาวเดินหน้า อะไรที่ตั้งความหวังไว้ มีแนวโน้มสำเร็จสูงมาก สุขภาพช่วงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ป่วยๆหายๆเป็นระยะๆ หาเวลาพักผ่อนบ้างจะดีมาก

 

ราศีเมถุน 22 พ.ค.-20 มิ.ย.

สำหรับชาวเมถุนแล้ว ช่วงนี้บอกได้เลยว่า เป็นช่วงดวงไม่ดีเท่าไหร่สำหรับคุณ ดาวทุกดวงไม่หยุดนิ่งก็เดินถอยหลังหรือไม่ก็โคจรในมุมอับ คุณต้องระวังทุกเรื่อง  ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน มีเกณฑ์ผิดพลาดสูง เรื่องความรักไม่ต้องพูดถึง ที่มีอยู่ก็พาลจะเลิก ที่ยังไม่มี ถึงมีคนเข้ามาก็ยังไม่ใช่ อาจจะถูกหลอก ต้องระวังให้มาก  สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสุขภาพจิตของคุณ ความเครียดจะบั่นทอนทุกอย่าง คุณต้องอดทนรอให้ดาวชีวิตเปลี่ยนองศา จังหวะชีวิตดีขึ้น ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเอง สุขภาพเป็นเรื่องเดียวที่ไม่น่าห่วงตอนนี้

 

ราศีกรกฎ 21 มิ.ย.- 21 ก.ค.

เป็นช่วงอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตของชาวกรกฎ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาและความอึดอัดบางอย่างที่ไม่ได้เกิดจากตัวคุณ แต่เป็นจากสภาพแวดล้อมโดยรวมๆ ความเป็นคนไม่นิ่งและอ่อนไหวของคุณ ทำให้คุณชอบใส่ใจ กับเรื่องการนินทา ว่าร้าย อิจฉาริษยา ทั้งๆที่เป็นปุถุชนวิสัย ถ้าเป็นไปได้ อดทนอีกนิด เพราะดาวการเปลี่ยนแปลงช่วงนี้ยังไม่โดดเด่น อาจได้เปลี่ยนหรือเปลี่ยนได้แต่ก็จะไม่ดีกว่าที่เป็นอยู่เดิม ความรัก งอนกันไปงอนกันมา สุดท้ายก็หนีกันไม่พ้น ส่วนที่ยังโสดสนิท เหมือนๆจะมีใครมาแอบรักอยู่

 

 

ราศีสิงห์ 22 ก.ค.- 20 ส.ค.

ดาวหลายดวงเริ่มโคจรในทางที่ดีขึ้น ที่เคยทุกข์หนักๆก็ดูจะบรรเทาเบาบางลงสำหรับชาวสิงห์ ในรอบสัปดาห์นี้ มีโชคที่คาดไม่ถึง จะได้รับข่าวดีจากคนที่อยู่ไกล หรือเพื่อนเก่าที่จากไปนาน  ดูจะหายใจคล่องขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านๆมา สุขภาพของญาติผู้ใหญ่ยังเป็นเรื่องที่วางใจไม่ได้  การงาน การเรียน ไม่ถึงกับไม่ดี แต่ไม่โดดเด่น ไปได้เรื่อยๆ แบบประคับประคอง ดาวบริวารที่ส่งผลต่อชะตาชีวิตหลายดวงยังหยุดนิ่ง ความรัก ถ้าคบเป็นเพื่อนจะอยู่ได้ยาว แต่เมื่อไหร่ที่เป็นแฟน ดูเหมือนดาวขัดแย้ง ระหองระแหง หรือแม้แต่พลัดพรากมักจะเกิดกับคุณอยู่บ่อยๆ

 

 

ราศีกันย์ 21 ส.ค.-21 ก.ย.

ดาวความขัดแย้งเด่นชัดกว่าดาวดวงอื่นๆโดยเฉพาะ ความขัดแย้งในที่ทำงาน ช่วงนี้ ชาวกันย์ควรสงบปาก สงบคำให้มากๆ ไม่เช่นนั้นปัญหาเล็กจะกลายเป็นปัญหาใหญ่  ดาวการเรียน การงานไม่โดดเด่น แต่เรื่องความรักดูเหมือนจะเดินสวนทาง ดวงความรัก  ที่อึมครึมหาคำตอบไม่ได้มานานจะคลี่คลายภายใต้สถานการณ์โควิด ปัญหาทุกอย่าง ที่มีแฟนอยู่แต่ไม่เคยเข้าใจกัน ถึงเวลาที่จะหันหน้ามาเข้าใจกันมากขึ้น ที่แอบๆไม่เปิดเผย จะมีความชัดเจนขึ้น ส่วนชาวกันย์ที่โสดสนิท ช่วงนี้มีเกณฑ์พบรัก และอาจจะทำให้เรื่องหนักๆเรื่องอื่นๆบรรเทาเบาบางลงได้

 

 

ราศีตุลย์ 22 ก.ย.- 20 ต.ค.

ชาวตุลย์มีเกณฑ์โชคดีหลายอย่าง จะได้รับเงินหรือผลประโยชน์บางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ การงาน มีดาวบางดวงเดินหน้า แบบที่อาจจะบอกได้ว่าคุณจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นหรือเลื่อนตำแหน่ง หรือไม่ก็เปลี่ยนงานไปในที่ๆดีกว่าเดิม เช่นเดียวกับ การเรียน อาจได้ทุนการศึกษา หรือสอบได้คะแนนเป็นลำดับต้นๆ  ความรักเป็นเรื่องเดียวที่เดินตรงข้ามกับเรื่องอื่นๆ คุณอาจจะมีเวลาให้กับตัวเองและคนรักน้อยลงเลยเป็นเหตุให้ระหองระแหงกันได้บ้าง ต้องตั้งสติให้มากๆแบ่งเวลาดีๆ

 

 

ราศีพิจิก 21 ต.ค.- 21 พ.ย.

ดวงการงานพุ่งสุดๆสำหรับชาวพิจิก ในภาวะข้าวยาก หมากแพง โรคระบาด คนอื่นอาจตกงาน แต่คุณกลับต้องทำงานหนักขึ้น บอกเลยว่า เหนื่อยและอาจต้องฝ่าด่านหลายด่าน แต่เมื่อผ่านไปได้ คุณจะรู้เลยว่า นี่คือโอกาสที่ดีอีกครั้งในชีวิตของคุณ ที่ต้องระวังคงเป็นเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยและอุบัติเหตุที่ดูเหมือนระยะนี้ ดาวบางดวงพุ่งรัศมีแรงเข้าใส่ราศีเกิดของคุณ หลีกเลี่ยงการเสี่ยงทั้งหลายทั้งปวงในช่วงนี้ไปก่อน ความรักไม่ถึงกับสดใสซาบซ่า แต่ก็ไม่ได้อาภัพอับโชคอะไรนักหนา ที่มีอยู่แล้วก็ไปเรื่อยๆเหนื่อยๆเซ็งๆ เบื่อๆก็ห่างกันบ้าง ที่โสดก็ไม่ต้องคิดอะไร อยู่ไปก่อนถึงเวลาก็มาเอง

 

 

ราศีธนู 22 พ.ย.- 20 ธ.ค.

มีเรื่องให้วิตกกังวลหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเรียน ที่ดูเหมือนจะมีปัญหาบางอย่างที่แก้ไม่ตก ส่วนเรื่องงานที่สมัครงานไว้ คงต้องรออีกสักพัก ที่ทำอยู่แล้ว แต่เครียดๆ รู้สึกไม่มีความสุข ก็คงต้องอดทน เพราะดวงตอนนี้ อยู่เฉยๆดูว่าจะดีกว่าขยับขยายหรือเปลี่ยนแปลง ดาวแต่ละดวงอยู่ในจุดที่ไม่ให้คุณกับราศีเกิดนัก นิ่งๆไว้ก่อน อย่าใจร้อน เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เรื่องความรัก ถ้ามีอยู่แล้วเพียงแค่ไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ต้องการ คุณก็ต้องจัดความต้องการของใจคุณเองให้เข้าใจสิ่งที่เป็นดีกว่าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ที่โสดช่วงนี้ ให้เวลากับตัวเองอาจจะมีความสุขมากกว่า

 

 

ราศีมังกร 21 ธ.ค.-21 ม.ค.

ดาวแห่งความเจ็บไข้ได้ป่วยเด่นชัดกว่าดาวดวงอื่นๆ ระวังสุขภาพให้มากๆ การงาน การเรียน อยู่ในเกณฑ์พอไปได้ ไม่โดดเด่น แต่ไม่ตกต่ำมากนัก ช่วงนี้ชาวมังกรมีดวงจะได้เงินก้อนใหญ่อยู่เหมือนกัน หรืออาจเป็นผลประโยชน์บางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกพอใจ ดาวความรักเดินถอยหลัง มีเรื่องไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิด งานนี้อาจต้องเหนื่อยอธิบายหรือขอคำอธิบายให้เคลียร์  ดาวที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบลึกลับยังเดินไม่ปกติ ความรักประเภทซีเคร็ท เลิฟ ของคุณ อาจถูกเปิดเผย เหมือนจะสนุกแต่ไม่สนุก ทางออกคือ ยอมรับความจริงแล้วร้ายจะกลายเป็นดี

 

 

ราศีกุมภ์ 22 ม.ค.-20 ก.พ.

เป็นเดือนของการอิน เลิฟ โลกเป็นสีชมพูทั้งรักเก่ารักใหม่ แม้ว่ารอบๆตัวคุณจะเต็มไปด้วยความเครียดกับสถานการณ์วิกฤติต่างๆ ที่เคยหาดูใจกันมานาน เดือนนี้น่าจะเป็นช่วงของการพูดตรงๆ ตกลงปลงใจ ให้ชัดเจนเสียที การงาน การเรียน ไม่หวือหวา แต่ก็ไม่ทำให้เครียด ช่วงปลายเดือนมีงานบางอย่างที่ทำให้คุณได้แสดงฝีมือ หรือคุณอาจค้นพบความสามารถที่ชอบและใช่ ที่สร้างรายได้ให้คุณ แบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน สุขภาพโดยรวมดี ระวังเรื่องของหายกับอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆในช่วงปลายเดือน

 

 

ราศีมีน 21 ก.พ.- 21 มี.ค.

สำหรับชาวมีนแล้ว ช่วงนี้ ถือเป็นอีกช่วงของความสำเร็จในหลายๆเรื่องทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน รวมทั้งเรื่องความรัก การงานคุณอาจต้องเดินทางไกล แต่จะเป็นผลดีเพราะคุณจะได้รับโอกาสใหม่ๆที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ความรัก ที่โสดจะพบรักแบบไม่คาดฝัน ส่วนที่มีหวานใจอยู่แล้ว คนรักจะเป็นกำลังใจให้คุณต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ระวังแค่อารมณ์ของคุณ   ที่คอยจะเหวี่ยงวีนบ่อยๆจนเขาทนไม่ได้นั่นละ อีกเรื่องที่ต้องระวังให้มากช่วงนี้ คือสุขภาพของญาติผู้ใหญ่ อาจมีการสูญเสียแบบกะทันหัน