Supplement-food-covid-Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 30, 2020

ขณะที่โลกยังวุ่นกับการคิดค้นวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด19  และองค์การอนามัยโลกแนะให้เราต่างป้องกันตัวเองโดยใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม  ในมุมของวงการวิจัยด้านอาหารและยา หรือแพทย์ทางเลือกก็มีการพูดถึงอาหารเสริม หรือสมุนไพรเพื่อป้องกันหรือยับยั้งการเติบโตของไวรัส

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตได้นำข้อเขียนตอนอาหารเสริม จากหนังสือ Beating  COVID-19 เอาชนะโรคร้ายด้วยความเข้าใจ ซึ่งดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และสุขภาพและที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจฯเกียรตินาคิภัทร ทำเป็นหนังสือคู่มือทางออนไลน์ มาแชร์เพื่อเราจะได้มีข้อมูลเบื้องต้นสำหรับดูแลตัวเองและไม่เป็นเหยื่อโฆษณา

 

  1. ชาผูเออร์ หรือชาดำ

ที่มา          ไต้หวันคัดเลือกสารธรรมชาติ 720 ชนิด มาวิจัยทดลองว่ามีชนิดใดสามารถยับยั้งการแบ่งตัว

และเติบโตของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส จึงทำให้อนุมาณว่าอาจจะใช้ได้กับไวรัสโควิด 19

คุณสมบัติ  ยับยั้งการเติบโตของไวรัสได้ เพราะมีกรดแทนนิคและเธียเฟลวิน ซึ่งพบมากในชาประเภทนี้และ

มีบ้างในชาอู่หลง และชาเขียว

ข้อมูล

ผูเออร์ เป็นชาที่ปลูกทางภาคใต้ของมณฑลยูนนาน ที่อำเภอผูเอ่อร์ โดยชนชาติอี๋ ซึ่งเป็นชน

กลุ่มน้อยของมณฑลยูนนาน

 

  1. ฟ้าทลายโจร

ที่มา      ความร่วมมือของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ

องค์การเภสัชกรรม

คุณสมบัติ  ยับยั้งการเติบโตขยายพันธุ์ของ Andrographolide และการเพิ่มจำนวนไวรัสโควิด-19 ได้ แต่ไม่

สามารถป้องกันติดเชื้อ ควรกินทันทีเมื่อมีไข้ แต่ไม่ควรกินเพื่อป้องกันโรค

ข้อมูล        ฟ้าทลายโจรในทางแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก จะใช้กรณีบรรเทาหวัด ลดการอักเสบ

และโรคทางเดินหายใจ


Cover_2-3.jpg

kinyupen_adminApril 29, 2020

บริษัทญี่ปุ่นหัวใส เย็บผ้ากิโมโนเก่าเป็นหน้ากากอนามัยสำหรับนักสะสม จากหน้ากากผ้าธรรมดากลายเป็นสินค้าส่งออกมูลค่าสูง

 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสวนทางกับหลายๆ ประเทศ นอกจากรัฐบาลญี่ปุ่นจะออกมาเข้มงวดกับการออกกฎหมายเพื่อจำกัดการรวมกลุ่มของประชาชนชาวญี่ปุ่นแล้ว ยังพยายามที่จะจัดหาเครื่องป้องกัน โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แต่กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของทุกครอบครัวอยู่ดี

 

แม้ก่อนหน้านี้ประเทศญี่ปุ่นจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีหน้ากากอนามัยขายมากมายและมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ แต่ปัจจุบันกลับไม่มีขายในท้องตลาดหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ความพยายามที่จะคิดค้นหาหน้ากากอนามัยหลายรูปแบบจึงเกิดขึ้น ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากได้ออกมาคิดค้นและแชร์วิธีการทำหน้ากากอนามัยตั้งแต่วิธีง่ายๆ จากกระดาษอนามัยธรรมดา ไปจนถึงหน้ากากผ้ารูปแบบน่ารักสวยงามเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนดังกล่าว

 

ล่าสุดดูเหมือนว่าชาวญี่ปุ่นจะคิดค้นวิธีการทำหน้ากากอนามัยที่ก้าวไปอีกขั้น เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนแล้ว ยังเป็นการสร้างมูลค่าจนสามารถกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาอีกด้วย เมื่อหน้ากากอนามัยเหล่านั้น ทำมาจากผ้ากิโมโนเก่าซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมนั่นเอง

 

Photo: fb.com/iwasakimonojapan

 

โดยปกติแล้วหญิงสาวชาวญี่ปุ่นมักจะมีชุดกิโมโนเป็นของตัวเอง ไว้ใช้ในโอกาสสำคัญตั้งแต่เด็กๆ มาแล้ว และลวดลายของกิโมโนเหล่านั้นล้วนสวยงามและเป็นที่ต้องการของนักสะสม ด้วยลวดลายและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์หลากหลายรูปแบบ และด้วยแนวคิดนี้ จึงทำให้มีบริษัทแฟชั่นร่วมทุนระหว่างญี่ปุ่นกับอิตาลี ได้ออกมาสร้างสรรค์หน้ากากอนามัย จากกิโมโนเก่า ที่ใช้ชื่อว่า I Was a Kimono ซึ่งถือเป็นการให้ชีวิตใหม่แก่กิโมโน ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวคิดที่เริ่มต้นจากความเสียดายกิโมโนโบราณที่ถูกทิ้งร้างไปอย่างไร้ประโยชน์ เพราะจริงๆ แล้วชุดกิโมโนเก่าเหล่านั้นล้วนเป็นการผลิตอย่างประณีต เป็นชุดแฮนด์เมด แต่เมื่อไม่ได้ถูกใช้งานแล้วมันก็มักจะถูกใช้เป็นเพียงเครื่องประดับตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนหน้ากากอนามัย ทำให้ชุดกิโมโนเหล่านี้ได้เกิดใหม่เป็นแมสก์อยู่บนใบหน้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม ที่จำเป็นมากในขณะนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่มันจะเป็นหน้ากากอนามัยที่สามารถใช้ได้นาน และช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกปลอดภัยจากภายนอกแล้ว มันยังเป็นแฟชั่นที่ทันสมัยและล้ำค่า เพราะทำจากชุดกิโมโนเก่าแสนสวย

 

ดีไซเนอร์ของบริษัทนี้ ได้นำผลงานการออกแบบหน้ากากอนามัยที่ทำจากกิโมโนโบราณเหล่านี้ออกมาเผยแพร่ โดยระบุว่า แต่ละหน้ากากกิโมโน ล้วนได้แรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจและเป็นธรรมชาติของชาวญี่ปุ่น เช่น หน้ากากลายเมเปิ้ลใบดอกโบตั๋น และ ลายคลื่นสไตล์ Hakusai

 

ด้านนอกของหน้ากากกิโมโนทำด้วยผ้าไหม แต่ภายในมีผ้าฝ้ายนุ่มๆ ที่ไม่ทำให้ระคายเคืองผิว ซึ่งหน้ากากแต่ละชิ้นถูกขายในราคา 2,100 เยน หรือราว 600 บาท โดยมีให้เลือกสามขนาด คือ ขนาดเล็ก ขนาดปกติ และขนาดใหญ่ บริษัทผู้ผลิตระบุว่า ปัจจุบันหน้ากาก I was a Kimono ได้รับคำสั่งซื้อมากมายทั้งจากชาวญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่นเอง รวมไปถึงจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมัน อังกฤษ ไอซ์แลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสิงคโปร์ และที่สำคัญ แม้ตอนนี้มีคนอยากจะสั่งซื้อก็ไม่สามารถซื้อได้ เพราะว่าทางบริษัทได้ขายหน้ากากเหล่านี้หมดไปแล้ว


Cover-1-1.jpg

kinyupen_adminApril 29, 2020

“เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง”

วลีที่หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร บิดาแห่งการเกษตรแผนใหม่ได้เคยกล่าวไว้ในอดีตไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปียังคงอมตะเสมอ แม้กระทั่งในวิกฤติโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้

 

เมื่อไม่กี่วันผ่านมา หลายท่านคงทราบถึงเรื่องราวดีๆ ของโครงการขนข้าวชาวนาแลกปลาชาวเล ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ที่เป็นการแลกเปลี่ยนปลาทะเลตากแห้งของเครือข่ายชาวเลภูเก็ตและพังงา กับข้าวสารและพริกแห้งของเครือข่ายชาวนาจังหวัดยโสธร ภายใต้การประสานงานของมูลนิธิชุมชนไท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กลุ่มชาวเลที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์จนขาดรายได้ และเป็นการช่วยกระจายอาหารคุณภาพจากชาวเลให้แก่ชาวนาในภาคอีสาน

 

เหตุการณ์นี้ นอกจากเป็นธารน้ำใจที่เกิดขึ้นในวันที่คนไทยต้องเผชิญวิกฤตร่วมกัน ยังสะท้อนภาพวัฒนธรรมด้านความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กลับมาสู่สังคมอีกครั้ง ด้วยการนำสิ่งที่ตนมีอยู่พอเหลือพอกินมา “แบ่งปันโดยไม่มุ่งหวังผลกำไร ไม่ใช้เงินเป็นตัวกลาง และไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง” ซึ่งเคยถูกมองว่าหาได้ยากในสังคมที่ถูกทุนนิยม หรือ วัตถุนิยมชี้นำในปัจจุบัน

 

น่ายินดีที่โครงการได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเริ่มเกิดการแลกเปลี่ยนกันระหว่างมหาสารคามและตราด พังงาสนใจส่งปลาเข้ามาเพิ่ม อำนาจเจริญก็อยากนำข้าวมาแลกปลา ศรีสะเกษก็ส่งหอมแดง กระเทียม พริกเข้ามาแลกปลา โดยใช้โมเดลของโครงการฯ เช่นกัน

 

นอกจากนี้ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยังปรากฏขึ้นไม่ขาดสาย โดยชาวปกาเกอะญอ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ รวบรวมข้าวสารพันธุ์พื้นเมืองที่พวกเขาปลูกได้ในหมู่บ้าน มาเตรียมจัดส่งให้ผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ในตัวเมืองเชียงใหม่ด้วย เพื่อตอบแทนน้ำใจคนเมืองที่ได้บริจาคอุปกรณ์ดับไฟป่าให้พวกเขาในช่วงก่อนหน้า

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดครั้งแรก ถ้าย้อนไปก็จะพบว่าสังคมไทยมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของในลักษณะแบ่งปันพึ่งพาอาศัยระหว่างกันมานานแล้ว อาทิ วัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำมูลแถบอีสานตอนล่างในอดีตที่เรียกว่า “วัฒนธรรมข้าวแลกปลา-ปลาแลกข้าว” ที่นำปลาสดและปลาแดกปลาส้ม มาแลกกับข้าวสารของชาวนาบ้านโคก ปีละ 2ครั้ง คือ เดือนอ้ายกับเดือนหก (ลาว)

 

การแลกข้าวแลกเกลือ การนำผ้าทอ หมอน ไปแลกข้าว ปลา พริก หอมและกระเทียมแทนการซื้อขายระหว่างหมู่บ้านของชาวอีสาน ตลอดจนการแลกข้าวปลาอาหารระหว่างชาวเลชายฝั่ง –ชาวนา-ชาวสวนทางภาคใต้ และการแลกเปลี่ยนข้าว พืชผลการเกษตร หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ระหว่างชุมชนที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกภูมิภาค แต่ระยะหลังจะไม่ค่อยเห็นบ่อยนักในชุมชนเมือง มักเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนเกษตร ประมง หรือ ปศุสัตว์ ที่ห่างออกไปมากกว่า

 

วัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนพึ่งพาอาศัยกันของคนไทย ไม่เพียงมีผลแค่เรื่องของปากท้องชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวโยงถึงการกระชับสัมพันธ์ มิตรภาพ รวมถึงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างชุมชน สังคม ภูมิภาคที่ผูกพันในวิถีคนไทยมาตลอด นั่นจึงทำให้เมื่อพื้นที่ใดต้องเผชิญวิกฤตก็จะพบว่าน้ำใจคนไทยไม่เคยเหือดแห้ง พร้อมยื่นมือนำสิ่งที่มีอยู่เข้าไปให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ ดังเช่นในวิกฤตโควิด-19 ที่เราทุกคนเผชิญอยู่นี้

 

ไม่ว่าวิกฤตโควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อใด หากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็ช่วยสะท้อนอีกแง่มุมได้ว่า ท้ายสุดแล้วชีวิตคนเราเพียงแค่พออยู่ พอกิน มีเหลือ เผื่อปันก็เป็นสุขได้ โดยเฉพาะในช่วงที่รอบตัวต้องตกอยู่ในวิกฤต และบางครั้งการเป็นผู้ให้ก็อาจช่วยสร้างสุขได้มากกว่าเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว

 

ข้อมูลอ้างอิง

  • สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
  • เทคโนโลยีชาวบ้าน
  • บีบีซีไทย

harvard-social-distancing-อยู่ถึง-2022_Cover_2.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่แม้ว่าหลายประเทศจะมีภาพรวมที่ดีขึ้น แต่อีกหลายประเทศยังคงประสบปัญหาอย่างหนัก จนกลายเป็นที่วิตกกังวลและเกิดคำถามว่าอีกนานเท่าไหร่โลกจึงจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เผยแพร่บทความวิชาการโดยกล่าวถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ที่แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นแต่ผู้คนจะยังคงต้องคงปฏิบัติตามกฎหมายไปจนถึงปี 2022 เลยทีเดียว เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการระบาดขึ้นอีก หากโลกยังไม่สามารถค้นพบวัคซีนหรือยารักษาโรคในขณะนี้ได้

 

ที่มาของภาพ : Rose Lincoln/Harvard Staff Photographer

 

Marc Lipsitch ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยา กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจะทำให้เกิดกลุ่มคน 2 กลุ่ม นั้นคือ ผู้ที่ติดเชื้อ และ ผู้ที่อ่อนแอ แม้ว่าความเป็นจริงระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่เชื้อไวรัสมีผลทำให้เราอ่อนแอลง มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันเดิม  และสิ่งที่น่ากลัวคือหากยังหาวัคซีนมาป้องกันโรคไม่ได้ นั่นหมายถึงว่าเชื้อโรคจะยังคงสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครเป็นผู้ที่เป็นพาหะ ดังนั้นการเว้นระยะห่างทางสังคมจึงยังต้องจำเป็นสำหรับทุกคน

 

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ COVID-19 อาจเป็น ‘โรคระบาดประจำปี’ (annual outbreak cycle) หรือก็อาจเป็น โรคระบาดตามฤดูกาล นั่นแปลว่า ‘ฤดูหนาว’ ถัดไปอาจมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้อีกรอบ หรือเชื้อไวรัสอื่นที่คล้ายๆ กัน แต่มีประสิทธิภาพในการแพร่กระจายสูง ดังนั้นมาตรการปิดเมือง หรือ Lock Down เพียงแค่ครั้งเดียวจะไม่สามารถทำให้ไวรัสหายไปได้

 

ขณะที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ได้หากเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ จะกลายพันธุ์เป็นไวรัสตามฤดูกาล  สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ วัคซีน เพราะการระบาด และ Social Distancing จะจบลงทันทีหากมีวัคซีนที่รักษาได้จริง

ดังนั้นทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต้องเตรียมพร้อมรับมือเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ ที่จะกลายพันธุ์เป็นไวรัสตามฤดูกาลให้ได้
จนกว่าจะมีวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่รักษาได้จริงจะทำให้การระบาดและ Social Distancing จบลงทันที

Cover photo : businessinsider


Tinder-1_Cover-2.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการจำกัดการเดินทางและขอให้ประชาชนของตนอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่เกิดจากการสัมผัสทางกายภาพ ผู้คนจำนวนมากจึงจำเป็นต้องทำกิจกรรมอยู่ในพื้นที่จำกัดเป็นเวลายาวนาน และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายการ ใช้เทคโนโลยีออนไลน์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับการผ่อนคลายความเครียดของคนในยุคที่ต้องติดกับจากโรคโควิด 19 ในขณะนี้

 

บริษัท Match Group Inc. MTCH เจ้าของแพลตฟอร์มหาคู่ชื่อดัง Tinder, Hinge และ Match.com  ออกมาระบุว่าในช่วงที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน มีสมาชิกลงทะเบียนเข้าหาคู่แชทในแอพในเครือของบริษัท ในอัตราที่สูงขึ้น ขณะที่ Bumble บริษัทเจ้าของแอพพลิเคชั่นแชทเช่นกัน รายงานว่ามีผู้คนในอเมริกา ใช้การโทรวิดีโอเพื่อพูดคุยกัน เพิ่มขึ้น 84% ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 มีนาคมเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน การส่งข้อความในแอปเพิ่มขึ้น 26% ต่อสัปดาห์ในสัปดาห์เดียวกัน และยังมีการส่งข้อความเพิ่มขึ้น 30% ทั่วโลกในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

 

 

เว็บไซต์หาคู่ Coffee Meets Bagel (CMB) ก็กำลังคิดหากลยุทธ์ที่แตกต่างออกไปเพื่อดึงดูดให้ผู้คนหนุ่มสาวได้เข้ามาพูดคุย นัดเดทออนไลน์กันมากขึ้น โดยผู้บริหารของแอพพลิเคชั่นนี้ระบุว่า ช่วงเวลานี้เป็นเวลาสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจการสร้างแอพพลิเคชั่นออนไลน์คิดนอกกรอบใหม่ ในระหว่างที่คนทั่วโลกกำลังใช้การแชทออนไลน์กันอย่างบ้าคลั่งเพราะข้อจำกัดจากโรคระบาดในขณะนี้

 

ผู้บริหารของกลุ่มธุรกิจแอพพลิเคชั่น เหล่านี้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การแชทพูดคุย หาคู่ หรือหาเพื่อนออนไลน์ ถือเป็นการช่วยให้ผู้คนได้ปลอดภัยจากการติดต่อของเชื้อไวรัสโคโรนาขณะนี้ได้ เพราะว่าทุกคนยังคงต้องการการเชื่อมต่อทางสังคม ขณะเดียวกัน โดยในระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 ในขณะที่ข้อมูลการโหลดการใช้งานในแอปเปิ้ลสโตร์ระบุว่า 10 แอพพลิเคชั่นใน 100 อันดับแรกที่ผู้คนนิยมโหลดใช้งาน ก็คือแอพพลิเคชั่นเพื่อการออกเดทอีกด้วย ทั้งนี้หลายคนเห็นว่าแม้ว่าโคโรนาจะทำให้ธุรกิจประสบกับปัญหาอย่างหนัก แต่ธุรกิจเล็กๆ อย่างการเปิดหาคู่ออนไลน์กลับกลายเป็นหนึ่งธุรกิจที่เติบโตสวนทางกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่หลายค่ายต้องพากันฉวยโอกาสนี้เร่งพัฒนาแอพพลิชั่นของตัวเองในช่วงเวลาสำคัญนี้ เพราะไม่แน่ว่าหลังสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว พวกเขาจะสามารถทำเงินได้จากธุรกิจแอพแชทออนไลน์นี้ได้เท่ากับขณะนี้หรือไม่ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นผู้คนอาจจะต้องการออกไปพบปะ ออกเดทกันจริงๆ มากกว่าการอยู่ในโลกออนไลน์เท่านั้น

 

 

 

 


Good-tech-for-covid_Cover-1.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

สถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้คนทั่วโลกต้องคำนึงถึงระยะห่างระหว่างกันมากขึ้น หลายประเทศนำมาตรการล็อกดาวน์มาใช้เพื่อหาทางระงับเหตุอย่างจริงจัง ส่งผลองค์กรธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน แม้กระทั่งวงการแพทย์ บันเทิง กีฬาล้วนได้รับผลกระทบกันทั้งสิ้น

 

แต่ยังพอมีโชคอยู่บ้างที่ยุคนี้เรายังมี “เทคโนโลยี” เป็นโซ่ข้อกลางประสานให้คนแต่ละทุกวงการยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ แม้ไม่ 100% แต่ก็ยังดีกว่าหยุดชะงักไปเลย และวันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ก็ขอรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดีๆ ที่เกิดขึ้นว่าในช่วงวิกฤตวงการไหน ใครทำอะไรมาให้ท่านได้ทราบกัน

 

1.ภาคธุรกิจ หลายบริษัทเริ่มหันมาใช้การทำงานรูปแบบ Work from Home และรวมถึงใช้วิธีพบปะเผชิญหน้าให้น้อยลง ซึ่งแอพพลิเคชั่นน่าสนใจและได้รับความนิยมในสถานการณ์นี้ได้แก่

  • Zoom แอพพลิเคชั่นประชุมทางไกลที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 200 ล้านคนต่อวัน (ข้อมูล ณ มีนาคม 2563) แต่หลังถูกพบว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลในบัญชีผู้ใช้ จนมีหลายหน่วยงานทั่วโลกออกมาประกาศห้ามบุคลากรใช้แอพฯ นี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามล่าสุด Zoom ประกาศเตรียมยกระดับความปลอดภัยของแอพพลิเคชันให้มากยิ่งขึ้น โดยประกาศอัปเดตเวอร์ชัน 5 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • Microsoft Teams แอพพลิเคชั่นที่ทำได้ทั้งส่งข้อความ โทร ส่งไฟล์ ประชุมผ่านระบบ VDO Call ซึ่งเป็นผู้ช่วยทำให้พนักงานทำงานได้สะดวกมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทขนาดใหญ่ 100 อันดับแรกของสหรัฐอเมริกา เลือกใช้ Microsoft Teams ไปแล้วกว่า 91 บริษัท

 

2. วงการแพทย์ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสู้กับโควิด-19 อย่างจริงจัง ทั้งบางส่วนก็ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจชั้นนำระดับโลกอีกด้วย

อาลีบาบา ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีน เปิดตัวระบบรหัส QR สุขภาพที่จะสัมพันธ์กับขอบเขตการเดินทางท่องเที่ยวและติดต่อพบปะกับผู้อื่น โดยกำหนดรหัสสีให้กับประชาชนเพื่อวัดระดับความเสี่ยง ดังนี้

  • รหัสสีเขียว เดินทางได้อย่างอิสระ
  • สีเหลืองต้องกักตัว 7 วัน
  • สีแดงคือต้องกักตัว 14 วัน

ระบบนี้มีการเปิดใช้ครั้งแรกในมณฑลเจ้อเจียง มณฑลเสฉวน ไหหลำ และฉงชิ่ง มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 200 ล้านคนแล้ว ถึงแม้ว่าระบบจะยังไม่เสถียรก็ตาม

แอปเปิ้ล และ กูเกิ้ล  สองยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีโลก ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการเพิ่มระบบ API (ฟังก์ชันเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นๆ) บนแอนดรอยด์ และ iOS  เพื่อให้แอพฯ ติดตามกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ที่หน่วยงานรัฐต่างๆ กำลังพัฒนาออกมา เพื่อสามารถทำงานได้เต็มที่บนทั้งสองแพลตฟอร์ม  โดยระบบ API ดังกล่าวชื่อว่า Contact Tracing Bluetooh Specification และหากพบว่าใครในเครือข่ายเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ระบบจะแจ้งเตือนไปยังเจ้าของมือถือทันที อย่างไรก็ตามระบบยังอยู่ระหว่างทดสอบในอาสาสมัครเท่านั้น

โรงพยาบาลอาร์มิเดล รัฐนิวเซาท์เวลล์ ออสเตรเลีย เริ่มทดลอง “โรงพยาบาลเสมือนจริง” โดยให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงกลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน โดยใช้ “อุปกรณ์ติดตามที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คอยเฝ้าระวังอาการและรายงานสัญญาณชีพ” เพื่อให้ทีมแพทย์สามารถติดตามอาการผู้ป่วยได้จากระยะไกล และแจ้งให้กลับมารักษาที่โรงพยาบาลหากอาการแย่ลง ซึ่งถ้าการทดลองนี้สำเร็จโมเดลนี้อาจถูกนำไปใช้งานทั่วออสเตรเลีย

 

3. วงการบันเทิง แม้ถูกกักตัวแต่คนในวงการยังคงออกมาครีเอทความบันเทิงผ่านแอพฯ ต่างๆ สร้างความหฤหรรย์ เฮฮาอยู่เสมอ ถ้าในไทย Tik Tok น่าจะมาแรงแซงโค้งกว่าทุกแอพฯ ที่นี้มาดูกันว่าที่อื่นเค้าทำอะไรกัน

คริส มาร์ติน แห่งวง Coldplay กล่าวว่า “ดนตรีเหมือนเครื่องช่วยบำบัดให้มนุษย์เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ช่วยส่งพลังบวกให้กับทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงาน และผู้ฟัง” ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำลองโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Instagram Live หรือ Twitter ให้เป็นเวทีคอนเสิร์เพื่อให้กำลังใจทุกๆ คน รวมถึงตัวเขาเอง

นอกจากนี้ ด้วยข้อดีสำคัญของแอพพลิเคชั่น Zoom คือการ join พร้อมกันได้ทีละหลายๆ คน จึงช่วยให้เหล่าศิลปินรวมตัวกันพัฒนา MV ให้เรารับชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิ

ดูอา ลิปา ศิลปินสาวตาคมชาวอังกฤษ เชื้อสายอัลเบเนีย ใช้ช่วงเวลาของการกักตัวมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในตอนพิเศษรายการ The Late Late Show ที่ใช้ชื่อว่า Home Fest โดยเธอเอาเพลง Don’t Start Now มาโชว์แบบไลฟ์สดในห้องพัก พร้อมวีดีโอคอลผ่านชวนเพื่อนสมาชิกวงแบ็คอัพ, นักร้องคอรัส, แดนเซอร์ มาร่วมสนุกในโชว์นี้พร้อมกันอีกด้วย จะเห็นได้เลยว่าเป๊ะทั้งทีมจนถูกแชร์ต่อจนเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์

 

 

ขณะที่ จิมมี่ แฟลลอน นักแสดงและพิธีกรชื่อดังก็ชวนวง The Roots มาร่วม Cover เพลง  “Stuck in the Middle with You” จากบ้านของพวกเขาแต่ละคนผ่าน Zoom หรือ จอห์น คราซินสกี้ หนึ่งในนักแสดงละครเพลงบรอดเวย์ ที่หันมาร้องเพลงในสื่อโซเชียลมากขึ้น

 

 

รวมถึงไทย Zoom ก็ถูกใช้เป็นช่องทางของ ละครเวทีทึนทึก ตอนทางไกล A New Short Play ละครเวทีเฉพาะกิจในรูปแบบ Tele Theatre ซึ่งกระบวนการทำงานเป็นทางไกลทั้งหมด โดยการทำงานต่างๆ ใช้โปรแกรม Zoom เป็นหลัก ทั้งในการซ้อมและบันทึกภาพไว้ในระหว่างที่แสดง โดยทีมงานมีเพียงนักแสดง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ ที่ต่างคนต่างทำงานจากบ้านของตัวเอง

วงการบันเทิงจีนเองก็ปรับตัว โดยมีรูปแบบรายการแนวใหม่เอาใจคนกักตัวที่บ้านที่ใช้วิธีบันทึกรายการเเบบ Cloud Recording โดยศิลปินต่างๆ จะใช้วิธีสร้างโชว์จากที่บ้านและบันทึกผ่านสมาร์ทโฟน หรือ โน๊ตบุค เช่น ทอล์กโชว์ยอดนิยมอย่าง Day Day Up ก็ปรับปรุงรูปแบบให้เป็นการประชุมวิดีโอกับแขกรับเชิญแทนการมาบันทึกวิดีโอพร้อมกันในสตูดิโอ

 

4. วงการกีฬา Zoom ถูกผนวกใช้กับการฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลระดับโลก อาทิ บาเยิร์น มิวนิค ทีมชั้นนำแห่งเยอรมนี ลิเวอร์พูล ทีมดังจากเกาะอังกฤษ เพื่อแก้โจทย์ที่ว่าจะซ้อมในช่วง Social Distancing ให้มีประสิทธิภาพที่สุดได้อย่างไร เพราะแม้ไม่มีการแข่งขันแต่สภาพร่างกายยังคงต้องพร้อมอยู่เสมอนี่คือเรื่องสำคัญของนักกีฬา

 

 

วิธีการนักเตะและทีมสตาฟฟ์ต้องรวมกลุ่มกันทุกวัน เพื่อฝึกซ้อมตามคำแนะนำในยิมที่บ้านของตัวเองโดยแสดงตัวผ่านสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ททีวี โดยทีมจะแจกจ่ายเครื่องมือติดตามผลตให้ทุกคนเพื่อตรวจเช็กว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง ซ้อมเต็มที่ไหม ไขมันเพิ่มขึ้นหรือเปล่า โดยมีเกณฑ์ของแต่ละคนอยู่ บ้านใครขาดอุปกรณ์ออกกำลังกาย สโมสรก็จะจัดส่งให้ถึงบ้านเลย

การฝึกซ้อมรูปแบบนี้นอกจากช่วยด้านสภาพร่างกายแล้ว ยังช่วยกระชับสัมพันธ์ของทีมให้กลมเกลียวในช่วงที่แต่ละคนต้องห่างหายไปอีกด้วย ดังที่เราจะเห็นการแซว หยอกล้อ  กิจกรรมสนุกๆ อาทิ การให้ลูกทีมแต่ละชาติอวยพรวันเกิดเพื่อนตามภาษาท้องถิ่นของตนที่ปรากฎเรียกเสียงหัวเราะอยู่บนโลกออนไลน์

 

ดินเนอร์ออนไลน์

ทีมงานคุณภาพจากเทศการดนตรีและศิลปะ Wonderfruit เปิดตัว Virtual Chef’s Table Fruitfull แบรนด์ใหม่ล่าสุดซึ่งเดิมทีวางแผนไว้ว่าจะจัดขึ้นในรูปแบบของ Mini Festival ขนาด 1-2 วันเพื่อสื่อสารเรื่องราวของอาหารในแง่มุมของความยั่งยืน (Sustainability) แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ออฟไลน์อีเวนต์เกิดขึ้นได้ยาก

ทีมงานจึงคิดวิธีนำเสนอใหม่ทั้งหมดกลายเป็น Virtual Chef’s Table ที่ให้ชื่อซีรีส์แรกว่า Lockdown โดยมีขั้นตอนมีดังนี้ 1.จองที่นั่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ Fruitfull.co และระบุที่อยู่จัดส่งอาหารให้เรียบร้อย 2.เมื่อถึงวันอาหารจากเชฟจะไปส่งถึงบ้าน พร้อมลิงก์ให้เปิดเข้าไปในไลฟ์สตรีม และเริ่มทานอาหารพร้อมกัน ส่วนหนึ่งของรายได้จากการจองดินเนอร์ ยังนำไปสมทบทุนให้กับองค์กรการกุศล Covid Relief เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อีกด้วย

 

กักตัวแต่กักความรักไม่ได้…มงคลสมรสออนไลน์จึงเป็นทางออก

วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้งานอีเวนต์ทั่วโลกมีอันต้องยกเลิกไป แต่ยังทำให้งานแต่งงานของบ่าวสาวทั่วโลกต้องถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ล่าสุด“แอนดรูว์ คัวโม” ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กได้ออกมาประกาศว่าอนุญาตให้พลเมืองของรัฐจดทะเบียนสมรส และจัดพิธีแต่งงานผ่านการประชุมทางไกลหรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ต่อจากนี้คู่รักชาวนิวยอร์กสามารถทำพิธีมงคลสมรสผ่าน Zoom ได้แล้ว”


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 27, 2020

พิษโควิด-19 นำไปสู่ผลกระทบรุนแรงเกินกว่าที่คาด โดยเฉพาะเศรษฐกิจและการหารายได้ เพื่อจะให้กิจการเดินต่อไปได้ หลายองค์กรไม่มีทางเลือก ก็ต้องเลิกจ้าง หรือ ปรับลดเงินเดือนพนักงานลง แต่ปัญหาของลูกจ้างคือ เงินรายได้ลดลงแต่ค่าใช้จ่ายยังอยู่เท่าเดิมนั่นละสิ เป็นผลให้เกิดหายนะทางการเงินกับใครหลายคน แม้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมความเดือดร้อนทั้งหมด ในจุดนี้หากพึ่งพาตัวเองได้ก็ต้องทำ

 

จากบทเรียนวิกฤตินี้ ทำให้เริ่มคิดอยากมีเงินออมเผื่ออนาคตข้างหน้าบ้างแล้ว แต่แค่มีเงินให้พอใช้แต่ละวันยังลำบาก แล้วขีดจำกัดเรามีแค่ไหน? แค่ไหนเราถึงออมเงินได้? กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาคุณวางแผนการใช้เงินใหม่ หนีหายนะทางการเงินให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

 

1.รีบจัดการค่าใช้จ่าย Fix Cost ก่อนใช้

ทันทีที่ได้เงินเดือน ให้หักลบค่าใช้จ่าย Fix Cost  เช่น ค่าเช่า ค่ารายเดือนต่างๆ เงินผ่อน เงินที่ต้องส่งไปที่บ้าน เป็นต้น เพราะรายจ่ายดังกล่าวเราไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นเมื่อหักภาระดังกล่าวไปแล้ว จึงหักเงินออมเก็บไว้ก่อน แล้วใช้จ่ายตามงบประมาณที่มี

(รายได้ – Fix Cost) – เงินออม = รายจ่ายคงเหลือในเดือนนั้น

ข้อดีของวิธีนี้คือทำให้เราต้องจดบันทึกไว้เป็นนิสัย และเมื่อเห็นตัวเลขชัดๆ แล้ว เราจึงรู้ขีดจำกัดของตัวเอง หากมีรายจ่ายมหาศาลก็ไม่ต้องฝืนออมเงินมากจนเกินไป ถ้าบวกลบแล้วเหลือค่ากินใช้น้อยมากๆ ไม่พอกินแน่ๆ ค่อยจัดสรรส่วนของรายจ่าย และเงินออมได้ตามความเหมาะสม

 

2.ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เราควบคุมได้

ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน มันไม่ได้จบแค่มีใช้พอดีไปวันๆ เกิดมีค่ายา ค่ารักษา ค่าซ่อมอีก เงินออมอาจจะไม่พอ!

เมื่อเราแบ่งส่วนในข้อ 1 ชัดเจนแล้ว ในส่วนสุดท้ายที่เป็นรายจ่ายนั้นเราสามารถคุมมันได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าของใช้ส่วนตัว ค่าเครื่องใช้ในบ้าน ซึ่งวิธีลดค่าใช้จ่ายมีมากมาย ไม่ว่าจะทำอาหารกินเอง ใช้บริการรถสาธารณะ ลดซื้อของไม่จำเป็น หรือแม้กระทั่งการประหยัดไฟ

 

3.มองหาสิทธิพิเศษต่างๆ

ไม่ใช่แค่มาตรการจากรัฐบาลเท่านั้น ควรหาช่องทางลดภาระค่าใช้จ่ายเท่าที่ทำได้ วิธีนี้ใช้ได้ทั้งเรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่ เช่น ซื้ออาหารราคาป้ายเหลืองช่วงเย็น ใช้แต้มเก่าเก็บที่สะสมไว้แทนเงินสด ไปจนถึงซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี แต่ควรใช้วิธีนี้อย่างมีสติ มิเช่นนั้นจะติดบ่วงการตลาดกันหมด

 

4.หารายได้เสริม

นอกจากงานทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะโล๊ะของที่ไม่ใช้แล้วไปขาย หรือขายของออนไลน์ ก็ทำเงินได้ทั้งนั้น บางคนถือโอกาสทองช่วงกักตัวเปิดร้านขายอาหารในหมู่บ้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อาจเริ่มจากทีละน้อยก่อน เช่น ลูกชิ้น หมูปิ้ง ทั้งนี้ต้องดูการตลาดให้เป็น

 

5.เจรจาต่อรองหนี้ (ถ้าคุณมีหนี้สิน)

พิษโควิด-19 ก่อความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ธนาคารและเจ้าหนี้ส่วนใหญ่มีมาตรการเยียวยาลูกหนี้ไว้แล้ว ลองหาข้อมูล เงื่อนไข หรือสอบถามกับเจ้าหนี้เพื่อแบ่งเบาดอกเบี้ย หรือพักการชำระหนี้ไปก่อนตามข้อตกลงที่รับได้ทั้งสองฝ่าย

 

วิกฤติในครั้งนี้สร้างบทเรียนมากมายให้กับใครหลายๆ คน ในวันที่ทุกคนเดือดร้อนกันหมด คนที่ใช้ชีวิตปกติได้อยู่ก็คือคนที่เตรียมพร้อมมาตลอด ดังนั้นเราควรตระหนักในอนาคตที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอ ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินทอง มองหาแนวทางฟื้นตัว และป้องกันหายนะทางการเงินไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและเป็นเกราะป้องกันตัวเองในอนาคต


Cover_1-6.jpg

kinyupen_adminApril 27, 2020

เพราะต้องเก็บกักตัวอยู่กับบ้านเป็นเวลานานเพราะสถานการณ์โควิด 19 หลายคนก็คงเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัด การแต่งแต้มความสนุกให้กับชีวิตจึงเกิดจากหลากหลายไอเดีย ซึ่งไม่เพียงที่จะฝึกสมองในระหว่างอยู่บ้านเฉยๆ แล้วยังสามารถเรียกรอยยิ้ม สร้างเสียงหัวเราะให้คนอื่นได้คลายเครียดกันอีกด้วย

 

ล่าสุดในโลกออนไลน์ เกิดเป็นแฟชั่นสนุกที่เริ่มจากไอเดียของ ดาเนียล เอสคิว ครูอนุบาลเมืองเฮอร์เวย์เบย์ รัฐควีนส์แลนด์ ในออสเตรเลีย ที่คิดไอเดียแก้เบื่อด้วยการเขียนเรื่องราวออนไลน์ท้าทายเพื่อนฝูงในการคิดค้นการแต่งการเพื่อนำขยะออกมาทิ้งนอกบ้าน เป็นแฟนซีแก้เบื่อ กระทั่งภาพปรากฏกลายเป็นไวรัล ไปทั่วโลก ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กที่สูงกว่า 470,000 คน ทำให้ไอเดียการแต่งการทิ้งขยะนอกบ้านกลายเป็นคอสเพลย์หลากหลายรูปแบบ ชนิดเกินจินตนาการ เมื่อทุกคนต่างสรรหาไอเดียมาแต่งตัวเพื่อแบกขยะไปทิ้ง เรียกได้ว่าก่อนจะเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้านพวกเขาและเธอต้องใช้เวลาแต่งตัวนานกว่าออกไปรวมงานปาร์ตี้สำคัญๆ ที่เคยแต่งมาซะอีก ….ก็เพราะงานนี้มันยอมไม่ได้เพราะภาพของคุณจะปรากฏไปทั่วโลก …ดังนั้นจึงต้องเต็มที่

 

วิคตอเรีย แอนโธนี

 

วิคตอเรีย แอนโธนี ดีเจวัย 30 ในนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย ถือเป็นอีกคนหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจไกลข้ามทวีปไปถึงอเมริกา ยุโรป และรวมถึงไทยด้วย เมื่อเธอโพสต์รูปตัวเองติดแฮชแท็ก #BinIsolationOuting ลงอินสตาแกรม ขณะเดินไปทิ้งขยะด้วยชุดปาร์ตี้ จัดเต็ม พร้อมขนนกแต่งหน้าฟูลเซตเครื่องประดับครบ เดินบนรองเท้าส้นสูงปรี๊ดกรุยกรายทิ้งขยะ เรียกว่าเป็นการทิ้งขยะที่เลอค่าที่สุดในประวัติศาสตร์การเดินออกไปทิ้งขยะหน้าบ้านเลยล่ะ

 

เมื่อเทรนด์มาถึงยุโรป ภาพของ สจ๊วต คันนิงแฮม พนักงานขับรถเมล์เมืองกลาสโกว ในสกอตแลนด์ ก็ดูจะล้ำขึ้นไปอีก เมื่อเขาโพสต์ภาพของตัวเองในชุดกระโปรงสั้น พับจีบ ลายสกอต ของชาวสกอตแลนด์ พร้อมขวดเหล้าวิสกี้บนถังขยะ ไม่ว่าจะอย่างไรขอมีถังขยะเป็นพร็อพ ขณะที่คริสเตียนเลอแลนด์ โพสต์ภาพซุปเปอร์แมน พร้อมวิกและผ้าคลุมสีแดงกำลังลากขยะฟ่าหิมะออกไปทิ้งขยะหน้าบ้าน และเฉลยว่านั่นคือสามีของเธอเองที่ถูกสั่งให้เอาขยะออกไปทิ้งหน้าบ้าน และเขายังต้งแต่งตัวตามที่ภรรยาบังคับเพื่อให้เข้ากับเทรนด์อีกด้วย ถึงไม่เต็มใจก็ต้องทำตามคำสั่งภรรยา ส่วนนายไซมอน เวต แฟนพันธุ์แท้แฟนเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่เมืองนิวคาสเซิล รัฐนิวเซาท์เวลส์ เลือกเอาชุดกันดั้ม สุดยอดหุ่นยนต์ฮีโร่ญี่ปุ่น ลากขยะออกไปทิ้งหน้าบ้านเหมือนกัน เพราะเป็นคนชอบประดิษฐ์ชุดทั้งเสื้อผ้าและพร็อพหรืออุปกรณ์ประกอบเสริมชุดอยู่แล้ว

 

 

สำหรับประเทศไทยเราก็แอบเห็นว่ามีดาราบางคนไม่ยอมตกเทรนด์ เลือกชุดราตรีจัดเต็มออกไปทิ้งขยะกับเขาเหมือนกัน ….เพราะช่วงนี้มันเครียดกันเกินไป ….แค่การทิ้งขยะก็ช่วยคลายเครียดได้นะ …ช่วงนี้ใครเคยมีฝันจะเป็นอะไรก็สามารถจัดเต็มที่กันได้เลย ..แต่อย่าลืมพร็อพ …ถังขยะ เดี๋ยวถึงแม้จะเลอค่า …แต่จะกลายเป็นไม่เข้าพวกไปซะนี่!!!

 


5-destination-Tinder-1_Cover-2.jpg

kinyupen_adminApril 27, 2020

เผย 5 จุดหมายคนไทยปักหมุดหาคู่ใน Tinder พร้อมแนะวิธีเช็คเบื้องต้น ป้องกันการถูกหลอก

 

หลังจากรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ทำให้หนุ่มสาวชาวไทยต้องตกอยู่ภาวะของการล็อกดาวน์ไม่แตกต่างกับประเทศอื่นๆ การใช้แอพพิเคชั่นเพื่อฆ่าเวลา และช่วยผ่อนคลายความเหงาจึงเป็นเครื่องมือที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ แอพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากข้อมูลของ Tinder  แอพพลิเคชั่นหาคู่ หาเพื่อนคุยชื่อดัง พบว่ามีผู้ใช้หน้าใหม่ชาวไทยเข้าใช้แอพพลิชั่นนี้เพิ่มมากขึ้น  โดย Tinder เองก็ได้เปิดฟีเจอร์พิเศษ มากมาย เช่น ฟีเจอร์ พาสปอร์ต (Passport) เพื่อปักหมุดโลเคชั่นสำหรับผู้ใช้ ที่จะสามารถค้นหาคู่สนทนาทไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ใช้ได้ฟรีอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ จากก่อนหน้าที่ผู้ที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ได้จะต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าใช้สิทธิพิเศษนี้ ทั้งนี้ Tinder มีสถิติล่าสุดพบว่าการปัด (Swipe) เลือกคู่มากกว่า 3 พันล้านครั้งภายใน 1 วัน และจากข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าสมาชิกทินเดอร์ได้เชื่อมต่อกันทั่วโลกผ่านฟีเจอร์พาสปอร์ตฟรี โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยมอยู่ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

 

 

ข้อมูลการใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) ของสมาชิกทินเดอร์ จากทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าเมืองยอดฮิตที่คนทั่วโลกนิยมไปปักหมุด ได้แก่  ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก, โตเกียว และโซล ส่วนเมืองต้นทางและปลายทางที่มีการใช้ฟีเจอร์นี้สูงสุด ได้แก่ เซาเปาโลปักหมุดไปนิวยอร์ก, เดลีปักหมุดไปมุมไบ และ กรุงเทพฯปักหมุดไปโซล ส่วนในประเทศไทย 5 เมืองที่คนไทยนิยมไปปักหมุดสูงสุด ได้แก่ โซล ลอนดอน โตเกียว กรุงเทพฯ และ นิวยอร์ก ตามลำดับ

 

 

อย่างไรก็ตามในเนื่องจากมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าใช้แอพพลิชั่น Tinder จำนวนมากขึ้น และด้วยความไม่ชำนาญกับแอพพลิชั่นใหม่แบบทำให้หนุ่มสาวชาวไทยหลายคนต้องประสบปัญหาการทำงานในฟีเจอร์ต่างๆ  เช่น การปัดเลือกผู้ที่ตนสนใจผิดพลาด จนทำให้เกิดการจับคู่ที่ไม่ตรงกับใจ, การใช้งานในลักษณะของการออกเดทชั่วคราว หรือแม้กระทั่งการแอบใช้ตัวตนปลอมในการหาคู่ จนทำให้เกิดปัญหาครอบครัวได้ ซึ่ง Tinder เองก็ได้ออกมาเตือนเรื่องนี้ และขอให้ผู้คนรายงานทันทีหากพบว่ามีผู้ใช้งานที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์หรือหลอกลวงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงที่มีผู้คนเข้าใช้จำนวนมากขณะนี้ ทั้งนี้เพจ Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) ได้มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังคิดจะเข้าไปเล่น Tinder หรือแอพพลิเคชั่นหาคู่ใดๆ ก็ตามสามารถใช้ข้อตรวจสอบนี้ในการพิจารณาเบื้องต้นได้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ถูกหลอกในช่วงของความเหงาระหว่างที่ต้องเก็บตัวสู้กับโรคโควิด 19 อยู่ในขณะนี้


Content_Horo_27-April-3-May_Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 27, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่าง 27 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2563 โดย..พันดาว อดีตคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ในมติชนสุดสัปดาห์ ศาสตร์แห่งโหร และ นิตยสาร seventeen ไขรหัส…ความเร้นลับของตัวเลข ดวงดาว ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณ แบบไม่น่าเชื่อ…

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 21 ธ.ค.-21 ม.ค.

 

ดวงดีมาตั้งแต่ต้นปี  สำหรับชาวมังกร ช่วงนี้ก็ยังถือว่าไม่เลวร้ายนัก แต่ไม่ดีสุดๆเหมือนที่ผ่านมา ช่วงเวลาฮันนีมูนของชีวิตกำลังจะผ่านพ้นไป  คุณคงต้องเตรียมรับมือกับภารกิจอันหนักหนาสาหัสที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต เช่น อาจจะต้องเรียนหนักขึ้น ทำงานหนักขึ้น หรือ มีเวลาให้กับตัวเองน้อยลง เกณฑ์เดินทางไม่มี แต่จะมีโชคจากคนที่อ่อนวัยกว่า มีโอกาสเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ  การซื้อขาย ส่งออก ติดต่อต่างประเทศ จะมีข่าวดี ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน จะได้รับเงินพิเศษบางอย่างจากงานที่คุณทำ อาจเป็นเงินรางวัลจากการประกวด หรือ ค่าลขสิทธิ์  ความรักเริ่มลดกำลังดีกรีความร้อนแรง  อาจมีปากเสียงกันบ้าง ต่างกับก่อนหน้านี้ ที่อะไรๆก็ดูดีไปหมด

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ :  22 ม.ค.-20 ก.พ.

ชาวกุมภ์มีเกณฑ์ได้พบกับบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจเป็นนักการเมือง ดารา นักเขียน หรือ แม้แต่นักร้อง คุณจะได้เข้าไปสมาคมกับสังคมในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่คุณไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะต้องเข้าสังคมแบบนี้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณมีชื่อเสียงมากขึ้น  งานที่ติดขัดหรือมีอุปสรรค จะมีคนยื่นมือมาช่วยเหลือ ถ้าคิดจะเรียนต่อช่วงนี้เป็นจังหวะเหมาะสำหรับชีวิต ถ้าผ่านเดือนก.ค.ไปแล้ว คุณยังไม่ตัดสินใจ อาจต้องรออีกนาน  ความรักไม่มีอะไรหวือหวา มีแววจะเลิกรากันเสียด้วยซ้ำ  เพราะคุณเองก็ไม่ชอบผูกพันกับใครอยู่แล้ว ช่วงนี้ใช้ชีวิตสันโดษให้เต็มที่  เก็บเงินใส่กระปุกก่อน เรื่องรักๆใคร่ๆหาไม่ยากหรอก

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 21 ก.พ.- 21 มี.ค.

ชะตาชีวิตของชาวมีนเด่นชัดมากในเรื่องของความสูญเสียญาติผู้ใหญ่ หรือบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งคุณต้องระวังให้ดี  มีเกณฑ์เปลี่ยนแปลงที่ทำงาน ที่อยู่อาศัย  หรืออาจได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนโต๊ะทำงาน ห้องทำงานใหม่  คุณจะรู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติ เพราะต้องแบกรับภาระในหลายเรื่อง โชคดีที่ดวงความรักให้คุณ  คู่ครอง คู่รัก  ไม่สร้างปัญหา มีเกณฑ์ได้โชคจากคนรัก นักเรียน นักศึกษา มีโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศระยะสั้นๆ ส่วนคนทำงานอาจต้องไปดูงานในประเทศใกล้ๆ  สุขภาพโดยรวมดี  ชาวมีนที่เป็นผู้หญิงให้ระวังโรคเกี่ยวกับปอดและทางเดินหายใจ

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 22 มี.ค.- 20 เม.ย.

ชาวเมษมีเกณฑ์แต่งงานแบบสายฟ้าแล่บ หรืออาจต้องเดินทางไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน เรียกว่าต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่คุณไม่คาดคิด เกิดขึ้นในชีวิตคุณแน่ๆ  แต่เป็นดวงที่ดี โดยเฉพาะเรื่องงาน คุณจะได้รับมอบหมายให้ทำงานใหญ่ ที่จะสร้างชื่อเสียงให้คุณในอนาคต ผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจ ถ้าเป็นเรื่องเรียนจะได้คะแนนดี ทั้งๆที่ทำข้อสอบไม่ค่อยได้   ช่วงนี้ถ้าลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับของที่เป็นน้ำๆจะดีมาก ความรักถ้าไม่แต่งงาน ก็จะทำให้มีทุกข์บางอย่าง อาจถึงขั้นท้องก่อนแต่ง ถ้าเป็นผู้ชายอาจต้องกลายเป็นชู้โดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีจับจ้องเรื่องงานกับธุรกิจไว้ก่อน ปัญหาอื่นค่อยแก้ไขทีหลัง

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 21 เม.ย.-21 พ.ค.

ความหงุดหงิดในหัวใจยังคงเป็นเรื่องหลักของชาวพฤษภ แต่จะค่อยๆคลายตัวลงหลังพ้นจากวันหรือเดือนเกิดของคุณในเดือน พ.ค. นี้ คุณจะมีความฝันและแรงบันดาลใจใหม่ๆเกิดขึ้น คนที่เกิดปีมะเมีย ปีระกา หรือ ปีชวด มีโอกาสที่จะได้เดินทางระยะสั้นๆ เป็นการเปลี่ยนองศาทำให้ชะตาชีวิตพลิกผัน  อาจทำให้ได้พบกับช่องทางธุรกิจใหม่ๆ หรือ อะไรใหม่ๆที่ทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลง เจ้านายหรือหัวหน้างานที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันมานาน จะเข้าใจคุณมากขึ้น ศัตรูที่คิดร้ายจะแพ้ภัยตัวเอง โดยคุณไม่ต้องทำอะไร ทุกอย่างถูกจัดสรรไว้แล้วอย่างลงตัว รวมทั้งเรื่องคู่ครอง คนรัก ที่มีอยู่แล้วจะเข้าใจกันมากขึ้น ส่วนที่ยังโสด เตรียมตัวสละโสดได้แล้ว

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 22 พ.ค.-20 มิ.ย.

อิทธิพลของดวงดาวในราศีพฤษภบางส่วน มีผลต่อชาวราศีเมถุน ที่เกิดคาบเกี่ยวในเดือนพ.ค.ด้วย เว้นเสียแต่ว่า จะเกิดปีอะไร หรือ วันอะไร ที่อาจจะทำให้เหตุการณ์บางอย่างในชีวิตแตกต่างกันไปบ้าง ชาวเมถุนโชคดีเรื่องงานและธุรกิจเดือนนี้ และต่อเนื่องกันไปอีกหลายเดือน  มีเกณฑ์เรียนต่อ หรือ ศึกษาต่อจะเป็นหลักสูตรธรรมดาหรือออนไลน์ก็แล้วแต่ มีโอกาสได้หาความรู้เพิ่มเติมสูง สุขภาพกายไม่มีอะไรน่าห่วง     ยกเว้นสุขภาพใจที่ยังคงร้อนรุ่ม  โมโหง่าย พาลทำให้คนรอบข้างอึดอัดไปด้วย ถ้าลดดีกรีความร้อนแรงของอารมณ์ลงได้  ทุกอย่างจะไม่มีปัญหา มีโชคได้รับเครื่องประดับ หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์เป็นของขวัญหรือของประจำตำแหน่ง

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 21 มิ.ย.- 21 ก.ค.

ชาวกรกฏที่เป็นผู้หญิง มีเกณฑ์ผ่าตัดช่องท้องหรือโรคทางสูตินรีเวชสูงมาก ขณะที่ผู้ชายชาวกรกฎ ให้ระวังอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือ ยานพาหนะ  คุณมีดวงเรื่องการเสี่ยงโชค เล่นหุ้น หรือ ซื้อพันธบัตร กองทุน มีแววว่าจะได้กำไรมากกว่าขาดทุน  ดาวความรักเดินในมุมอับ ระวังเรื่องมือที่สาม หรือ ความไม่เข้าใจในเรื่องเล็กๆจะพาลเป็นเรื่องใหญ่  โอกาสเลิกราสูงมาก  การเรียนมีอุปสรรค อาจเสนอโครงร่างสารนิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน  ถ้าจะสอบเข้า สอบเรียนต่อ ต้องขยันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อนร่วมงานที่อ่อนวัยกว่า จะทำให้เดือดร้อนหรือใส่ร้ายป้ายสีทำให้เสื่อมเสียได้

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 22 ก.ค.- 20 ส.ค.

ราหูโคจรทับจันทร์ในราศีเกิด  ทำให้มีอุปสรรคในการติดต่อเจรจาทั้งเรื่องงานและธุรกิจ  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ดวงงานคุณแรงเสียจนเพื่อนร่วมงาน คนรอบข้างอิจฉา ที่คิดจะเปลี่ยนงาน หรือต่อรองเรื่องตำแหน่ง ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เงินมีเข้ากระเป๋าซ้าย จ่ายกระเป๋าขวา ไม่ค่อยเหลือเก็บเท่าไหร่ ระวังสุขภาพของญาติผู้ใหญ่ มีเกณฑ์จะล้มหมอนนอนเสื่อ  หรือทำให้คุณต้องใช้จ่ายเงินไปเพื่อการนี้  อารมณ์ที่เคยร้อนจะเริ่มเย็นลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคุณทำใจได้มากขึ้น ความรักลุ่มๆดอนๆ  ที่คบไว้หลายคนมีโอกาสเลิกราทุกฝ่าย ได้ใช้ชีวิตโสดแบบเหงาๆแน่คราวนี้ ส่วนที่เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ระวังคนข้างตัวทนไม่ได้ หอบผ้าหอบผ่อนหนีไป จะมานั่งเสียใจทีหลัง

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 21 ส.ค.-21 ก.ย.

ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ชาวกันย์ มักจะอยู่ไม่ติดที่ สัญจรขึ้นเหนือลงใต้ ขนาดอยู่บ้าน ยังต้องมีเรื่องสรวญเสเฮฮากับเพื่อนฝูงแทบทุกวัน  เงินหาง่ายจ่ายคล่อง แต่คุณจะรู้สึกมีความสุขมากขึ้น เครียดน้อยลง อาจเป็นเพราะดาวที่ทำให้เหนื่อยล้า หรือ เบื่อๆ ยกย้ายออกจากราศีเกิดแล้ว  มีดวงเรื่องการเรียน ธุรกิจที่เจรจามานาน อาจได้เซ็นสัญญา แต่จะไม่เท่ากับที่ตกลงไว้  สุขภาพให้ระวังเรื่องของกระเพาะอาหาร และ ตับ อาจเกิดอาการจุก เสียด แน่นท้อง บ่อยกว่าปกติ ความรักที่รอดูทีท่า ดูเหมือนจะมีความหวังมากขึ้น  ที่รักกันอยู่แล้วอาจมีเรื่องระหองระแหง  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคุณใส่ใจคนข้างๆน้อยลง

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 22 ก.ย.- 20 ต.ค.

ดาวอังคารและดาววีนัส โคจรทำมุมแปลกๆในดวงราศีเกิด ผู้หญิงมีแนวโน้มว่าจะมีพวกทอม ดี้ มาจีบ ส่วนผู้ชายอาจมีเพื่อนเกย์มาติดพัน  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าไม่ชอบก็บอกไปตามตรง อาจกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อไปในอนาคตได้  แต่ดูจากพื้นดวงแล้ว เกณฑ์จะตกหลุมรักคนเพศที่สามของชาวตุลย์มีสูงพอประมาณ ธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนตราสารหนี้ หรือ การซื้อขายเงินตราล่วงหน้า มีเกณฑ์ได้เงินก้อนโต  เช่นเดียวกับการเดินทางต่างประเทศที่อาจจะได้รับโอกาสดีๆในเรื่องการงานหรือธุรกิจ ความรักอย่างที่บอก นอกจากปรดาชาวสีมว่งจะแวะเวียนมาทักทายหัวใจให้หายเหงาแล้ว อีกนัยหนึ่งทายได้ว่า อาจได้เจอเนื้อคู่ต่างวัย  ที่ใช่เลย

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 21 ต.ค.- 21 พ.ย.

ชาวพิจิกดวงดีแบบสุดๆ ในเรื่องงาน คนอื่นแย่กันหมดแต่คุณกลับโดดเด่น จะได้รับมอบหมายงานในหน้าที่หรือตำแหน่งที่มีเกียรติสูงขึ้น หรือมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็จะเข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องผลประโยชน์ที่คุณต้องระวัง  การเรียนมีโอกาสสูงที่จะได้รับการพิจารณาในคณะหรือสาขาที่เหมาะสม  รายได้พิเศษบางอย่างอาจลดลง แต่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคุณ เพราะงานใหม่ที่ได้รับมีเกณฑ์ทำเงินได้สูงกว่า แบบที่เหนื่อยน้อยกว่า  ความรักโคจรในมุมอับ ที่คิดจะมีแฟนแบบจริงจัง คงต้องรอไปก่อน ถ้าแค่คบเล่นๆ ขำๆ พอจะหาได้  ระวังเรื่องอุบัติเหตุจากการพลัดตกหกล้มจากที่สูง สุขภาพโดยรวมปานกลาง

 

 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ : 22 พ.ย.- 20 ธ.ค.

ชาวธนูเกิดในช่วงดาวเย็น จึงมักทำปฏิกิริยากับช่วงจังหวะฤดูร้อนก็ไม่ร้อน ฝนก็ทำท่าเหมือนจะตกแต่ก็ไม่ตก  ช่วงนี้เลยทำให้ชาวธนู รู้สึกอึดอัดกว่าปกติ  มีดวงเครียดเรื่องของงานและการเรียน ที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ที่ทำงานมาดีๆ จะมีคนเลื่อยขาเก้าอี้ หรือใส่ข้อมูลเท็จทำให้เสียหาย  แต่ไม่ต้องกังวลมาก เพราะคุณมีดาวเกตุแห่งความเป็นที่สุดคุ้มครอง  ใครที่คิดจะทำร้ายจึงทำอะไรไม่ได้มาก ได้แค่จ้องทำลายให้คุณรำคาญใจเท่านั้น ผู้ใหญ่ยังให้การสนับสนุนคุณดีอยู่  มีเกณฑ์ได้รับโชคจากเงินเก่า หรือทรัพย์สินเก่าแก่ ที่นำไปขายแล้วได้เป็นตัวเงิน ความรักถ้าไม่เอาแต่ใจ  ก็ดูราบรื่นดี  ที่ยังไม่มีแฟน กิ๊กเก่า หรืออดีตแฟนจะกลับมาสานสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง