kinyupen_adminMay 7, 2020

ไนกี้บริจาครองเท้า The Air Zoom Pulse มากกว่า 30,000 คู่ ให้กับบุคลากรการแพทย์ในอเมริกาและยุโรป

 

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ไนกี้ แบรนด์รองเท้าชื่อดัง ได้มอบรองเท้าออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับพนักงานด้านการดูแลสุขภาพจำนวน 30,000 คู่ให้กับระบบสุขภาพและโรงพยาบาลในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา

 

โดยรองเท้าที่ไนกี้จะส่งมอบให้กับบุคลากรการแพทย์คือ รองเท้ารุ่น The Air Zoom Pulse ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยรองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ไนกี้ออกแบบมาสำหรับนักกีฬาเพื่อดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ และถือเป็นรองเท้าที่เหมาะสมกับบุคลากรการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนักในขณะนี้

 

The Air Zoom Pulse

 

แนวคิดดังกล่าวบริษัทไนกี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลเด็ก OHSU Doernbecher ในพอร์ตแลนด์รัฐโอเรกอนเพื่อศึกษาข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพเกี่ยวกับผู้ประกอบอาชีพด้านการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ โดยยึดเอาแนวคิดและความยากลำบากของการทำงาน รวมถึงการที่จะต้องเดินเป็นเวลานาน รวมไปถึงคุณลักษณะทางกายภาพเกี่ยวกับการไหลเวียนของของเหลวต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้นจึงต้องมีรองเท้าที่รองรับการทำงานลักษณะนี้จากการที่ต้องใช้เวลาทำงานเป็นเวลานาน

 

รองเท้ารุ่น The Air Zoom Pulse เป็นรองเท้าชนิดนวมและมีสายยางยืดที่ช่วยรักษาส้นเท้าให้อยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการใช้งานด้วยมือเดียว ขณะที่พื้นรองเท้าด้านนอกทำจากยางที่ทนทานพร้อมพื้นรองเท้าที่ช่วยยึดเกาะได้แม้ในขณะที่มีน้ำหรือของเหลว

 

 

สำหรับการมอบรองเท้าดังกล่าว เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทไนกี้และองค์กรไม่แสวงกำไรที่ชื่อว่า Good360 ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมาได้ทำการมอบรองเท้าให้กับผู้ใช้แรงงานที่ขาดแคลนรองเท้าในชิคาโก ลอสแองเจลิส เมมฟิสและนิวยอร์กซิตี้ และสำนักงานบริหารสุขภาพทหารผ่านศึก

 

ผู้บริหารของไนกี้กล่าวว่าการนำรองเท้าไปมอบให้กับบุคลากรการแพทย์ถือเป็นการขอบคุณที่ทุกคนเสียสละในการรักษาชีวิตของผู้คน ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้จะถูกส่งมอบให้พวกเขาได้ทำงานอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เพราะได้ถูกออกแบบมาสำหรับนักกีฬาที่ต้องการความยืดหยุ่นทางร่างกาย ซึ่งจะทำให้จิตใจผ่อนคลายไปด้วยเมื่อสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

 

 

นอกจากในอเมริกาแล้ว ไนกี้ยังจะมอบรองเท้ารุ่นเดียวกันนี้ให้กับโรงพยาบาลทั่วยุโรป ทั้งที่บาร์เซโลนา เบอร์ลิน ลอนดอนมิลาน ปารีสและเบลเยียมอีกด้วย


Beauty-aging-Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 7, 2020

แต่ละช่วงวัยมีสภาพผิวต่างกัน การดูแลย่อมต่างกันไปด้วย จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะมาเผยเคล็ดลับเผยความสวยสมวัยกัน

วัย 20 : หัวใจสำคัญ “ความชุ่มชื้น”

 

สภาพผิว : เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวมากที่สุด โดยผิวจะปรับสภาพและผลัดเซลล์ทุกๆ 28 วัน หรือ 1 เดือน ในช่วงวัย 20 ต้นๆ สาวๆ มักมีปัญหาในเรื่องความมัน สิวอุดตันบนใบหน้า ทั้งจากฮอร์โมนสาวสะพรั่งและมลภาวะที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน และเมื่อย่างเข้า 20 ตอนปลายด้วยภาระงานและความรับผิดชอบที่มีมากขึ้น อาจก่อให้เกิดความเครียด ริ้วรอยเล็กๆ จึงค่อยๆ ตามมา

วิธีดูแล : ข้อดีของวัยนี้คือผิวยังสามารถสร้างน้ำมันออกมาทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มาก แต่ด้วยช่วงวัยที่รักสวยรักงาม การแต่งหน้าการเลือกใช้เครื่องสำอางอาจจะทำให้ผิวหน้าได้รับผลกระทบ ทั้งจากสิวอุดตันและสารเคมีที่ประโคมลงไป ดังนั้นการทำความสะอาดผิวหน้าจึงสำคัญอย่างมาก จึงควรเช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งทุกครั้ง และใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สามารถช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ในวัยนี้หัวใจสำคัญที่ควรใส่เป็นพิเศษ คือ ความชุ่มชื้น เพราะความมันที่ออกมาไม่ได้ความว่า ผิวของคุณจะอิ่มน้ำ ดังนั้นควรเลือกทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า และอาจทาอายครีมเพื่อป้องกันริ้วรอบที่อาจจะเกิดก่อนวัย และทุกเช้าก็ควรปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 50+++ ขึ้นไป หรือหากอยู่ในร่มก็ไม่ควรประมาทเพราะแสงจากหลอดไฟก็อาจทำให้เกิดฝ้า กระ ได้เช่นกัน แต่อาจละค่า SPF ลงมาไม่ต่ำกว่า 15

 

 

วัย 30 : หัวใจสำคัญ “การผลัดเซลล์ผิว”

 

สภาพผิว : ช่วงวัยนี้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ การผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลง และมีความเสี่ยงที่การผลัดผิวอาจทำให้เกิดริ้วรอยที่ยากต่อการกำจัด ในวัยที่มีความเครียดสะสม ร่างกายเริ่มขาดสารอนุมูลอิสระ ควรใส่ใจทั้งการรับประทานอาหาร โดยอาจรับประทานวิตามินเสริม รวมถึงการบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

วิธีดูแล : ในช่วงวัยนี้ผิวหน้าเริ่มผลิตน้ำมันได้น้อยลง ทำให้การทำความสะอาดหรือการบำรุงจำเป็นต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากผิวมีการผลัดเซลล์ที่ช้าลง สาวๆ ในช่วงวัยนี้จึงควรสครับใบหน้าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวหน้า แต่ควรระวังผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดมากเกิดไป และเบามือกับผิวหน้าระหว่างการสครับเพราะการหนักมือมากเกิดไปอาจทำให้เกิดริ้วรอยตามมา สิ่งสำคัญคือ หมั่นเติมสารบำรุงที่เหมาะสม โดยใช้โทนเนอร์ในการปรับสภาพผิว เติมเต็มวิตามินและความชุ่มชื้นคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับวัยนี้

 

 

วัย 40 : หัวใจสำคัญ “การบำรุง”

 

สภาพผิว : เป็นวัยที่ “ฮอร์โมน” เริ่มผลิตช้าลงโดยที่คุณอาจสังเกตได้จาก ผิวที่แห้งขึ้น ขาดความยืดหยุ่น และบอบบางในบางครั้งอาจเกิดอาการแพ้ แม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์เดิมๆ ที่เคยใช้ประจำ หากสาวๆ พบว่าสิ่งนี้เริ่มเกิดขึ้นกับตัวเองคุณควรเริ่มบำรุงผิวอย่างจริงจัง สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ อาจเกิดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมหากคุณไม่ระมัดระวัง เพราะผิวในวัยนี้เริ่มขาดคอลลาเจน

วิธีดูแล : การทำความสะอาดผิวสำหรับวัยนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีม เพื่อป้องกันการเสียดสีให้ผิวบอบบางมากขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมยังช่วงคงความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี และขาดไม่ได้เลยคือ “การบำรุง” คอลลาเจนในผิวเริ่มพร่องไป ดังนั้นสาวๆ จึงควรเติมเต็มด้วยผลิตภัณฑ์ หรือ ทรีทเมนต์ ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์และโปรตีน ใส่ใจในส่วนที่บอบบางบนใบหน้าหรือบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ เช่น รอบดวงตา หางตา ร่องแก้ม หน้าผาก ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยควรเริ่มใช้อย่างจริงจัง และทาครีมกันแดดทุกเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้คุณสูญเสียคอลลาเจนมากไปกว่านี้

 

 

วัย 50 : หัวใจสำคัญ “การเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย”

 

สภาพผิว : วัยทองของสาวๆ หลายๆ คน ช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่หลายคนประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน และหากคุณดูแลผิวอย่างดีเสมอมา ภาวะต่างๆ รวมถึงฮอร์โมนที่ผลิตน้อยลง การขาดประจำเดือน รูขุมขนขยายกว้างไม่กระชับ อาจทำให้คุณเป็นกังวลมากขึ้น ผิวที่แห้งลงและผิวหน้าที่รับการเติมเต็มได้ไม่เหมือนก่อน หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า ทาครีมไม่ซึม แต่งหน้าไม่ติด

วิธีดูแล : ผิวจะเริ่มขาดทั้งน้ำและน้ำมัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้น มีส่วนผสมของ วิตามินอี และโพลีเปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความชุ่มชื้นทำให้ผิวเนียน และอาจใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย และกระชับรูขุมขนที่มีส่วนผสมของ เรตินอล โดยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะเริ่มใช้ เพราะเรตินอลเป็นสารที่อันตรายหากใช้ในปริมาณมากหรือใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์บางชนิด ดังนั้นควรเลือกความเข้มข้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าและปัญหาของคุณเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


New-Normal_Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 6, 2020

ในวันที่ใครๆ ต่างก็พูดว่าให้เตรียมรับ New Normal หรือ ความปกติรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของเราให้ต่างไปจากอดีต ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “เราควรต้องทำตัวอย่างไร ไม่ทำได้ไหมในเมื่อสถิติผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะหมดอีกหน่อย New Normal ก็ไม่จำเป็นแล้วสิ”

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีคำตอบ และ 10 วิธีปฏิบัติน่าสนใจมาฝากกัน

คำตอบที่ว่านี้มีที่มาจากบทความ โควิด-19 …การเตรียมตัวสู่ “New Normal” = New “Me”… เผยแพร่ทางเว็บไซต์ hfocus.org โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งวันนี้ขออนุญาตหยิบสาระสำคัญมาสรุปความเพื่อส่งต่อประโยชน์ให้ได้ทราบกัน

คุณหมอบอกว่าNew Normal ไม่ใช่แค่คำสวยหรูสำหรับการประกาศเชิญชวน”

เพราะจากสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 บ่งชี้ให้เห็นว่ายังคงมีเหตุจากการพบปะผู้คนอื่นในสังคม ชุมชน ห้าง หรือ ตลาดที่แออัด ถ้ายังดำเนินชีวิตไปมาหาสู่แบบเมื่อก่อนก็จะเลี่ยงได้ยากมาก และด้วยการที่โรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษามาตรฐาน ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ถ้าเป็นต้องรักษาตัวอยู่นานหลายสัปดาห์และมีโอกาสตาย

ดังนั้นถ้าเรารักตัวเรา รักพ่อแม่พี่น้องและคนใกล้ชิด เราควรต้องเปลี่ยนพฤติกรรม แม้จะไม่ชอบ ไม่สะดวกสบาย หรือ ฝืนใจ ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากทำให้เป็น New “Me”

คุณหมออธิบายต่ออีกว่า การจะเป็น New “Me” ประกอบด้วย 10 ขั้นตอนปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างน้อยอีก 1 ปีถัดจากนี้

  1. ตั้ง Default ของชีวิตว่า “อยู่กับบ้าน” ออกจากบ้านเมื่อยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
  2. เช็คอาวุธประจำตัว “ใส่หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ หรือ สเปรย์แอลกอฮอล์” ก่อนก้าวออกจากบ้าน วางแผนเดินทางให้ชัดเพื่อลดความเสี่ยง หรือ ใช้โทร / วีดิโอคอลแทนจะดีกว่า
  3. ล้างมือเป็นประจำทุกครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงขณะอยู่ข้างนอก อย่าเอามือขยี้ตา ล้วงแคะแกะเกาจมูกปาก
  4. ใช้ขนส่งสาธารณะเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ถ้าต้องให้พยายามเลี่ยงความแออัด ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องคอยสังเกตอาการ ประเมินความเสี่ยงของตนเอง เมื่อสงสัยควรรีบไปตรวจ
  5. ใช้บริการมอเตอร์ไซค์ ควรใส่หน้ากากอนามัยเสมอ ถ้าคนขับไม่ใส่หน้ากาก หรือ หมวกกันน็อค ควรบอกให้ใส่ ถ้าไม่ใส่ไม่ควรใช้บริการ ควรนั่งหันข้างไม่นั่งคร่อม หรือ ถ้าจะนั่งคร่อมอาจต้องหันหน้าไปด้านข้าง
  6. อยู่ข้างนอกระแวงคนอื่นไว้เยอะๆ อยู่ห่างให้ได้อย่างน้อย 1-1.5 เมตรเสมอ
  7. “ยืดอก…พกถุง” พกถุงผ้าติดตัว เวลาซื้ออาหาร หรือ ของจิปาถะ ไม่ต้องแชร์ หยิบจับภาชนะกับคนอื่น
  8. อย่าแชร์แก้ว แชร์ขวด แชร์ช้อนส้อมจานชาม หรือ แม้แต่แชร์บุหรี่กับใครก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเราเอง
  9. กลับถึงบ้านอย่าเพิ่งไปกอดหอมทักทายคนรักคนใกล้ชิด ล้างมือก่อนเข้าบ้าน หรือ เข้าบ้านแล้วไปอาบน้ำก่อนดีกว่า
  10. หากรัฐเค้าจะปลดล็อกการใช้ชีวิตในสังคมในรูปแบบใดก็ตาม จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็แล้วแต่ ขอให้ทุกคนที่พออยู่นิ่งๆ แบบที่ทำกันมาตลอดในเดือนมีนาคมและเมษายน จงอยู่นิ่งๆ กับบ้านต่อไปดีกว่า เพราะทั่วโลกที่ปลดล็อกนั้น เค้าโชว์ให้เราเห็นแล้วว่า มีโอกาสระบาดซ้ำสูงมาก

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.hfocus.org/content/2020/04/19077

 

ขอขอบคุณ hfocus.org

 


19_รถยนต์ไร้คนขับ_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

อเมริกา – รัสเซีย นำรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง หุ่นยนต์และรถรับส่งออกจากห้องทดสอบสู่การใช้งานจริงหลังการระบาดของโรคโควิด – 19

 

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส จำกัด (GM.N) ได้เปิดตัว รถยนต์ รุ่น “SF COVID-19 Response” ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งอาหารให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ หลังจากที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกบ้านได้ จากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยรถแต่ละคันมีคนขับสองคนเพื่อความปลอดภัย หนึ่งสวมหน้ากากและถุงมือเพื่อวางถุงที่ประตู และจากสถานการณ์นี้เองทำให้แนวคิดเรื่องของยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง สามารถถูกนำกลับทดลองอีกครั้งหลังจากที่ต้องหยุดการทดสอบไปก่อนหน้านี้ โดยความหวังว่ารถยนต์ที่ไร้คนขับจะกลายเป็นพาหนะสำคัญสำหรับการจัดส่งแบบไม่สัมผัสกันระหว่างผู้คนเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

 

 

บริษัท Pony.ai ซึ่งได้รับการสนับสนุนการทดสอบการใช้รถยนต์แบบได้คนขับจากบริษัทรถยนต์ โตโยต้า กล่าวว่ารถยนต์ของบริษัทที่เคยทำการทดสอบก่อนหน้าและยุติไป ได้กลับมาอยู่บนถนนในแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง โดยตอนนี้ได้มีการเพิ่มการทดสอบการส่งของจากการซื้อของออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในท้องถิ่นไปยังลูกค้า และยังทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อส่งอาหารให้กับโครงการที่พักพิงฉุกเฉินในพื้นที่อีกด้วย

 

ขณะที่ในช่วงต้นเดือนเมษายนบริษัทนูโร ก็กลายเป็น บริษัทที่สองในแคลิฟอร์เนียได้ได้รับใบอนุญาตในการใช้ยานพาหนะไร้คนขับบนถนนสาธารณะได้ โดยบริษัทนี้ได้นำรถยนต์ R2 รุ่นล่าสุดมาใช้ในการนำอุปกรณ์การแพทย์ไปส่งยังโรงพยาบาล ชั่วคราวในซาคราเมนโตและศูนย์การแพทย์ชั่วคราวในซานมาเทโอ

 

ทั้งนี้การที่บริษัทรถยนต์นำรถยนต์ของตนมาใช้ในการส่งมอบของในกิจกรรมต่างๆ นั้น ไม่ได้เป็นการทำเชิงธุรกิจหรือได้เงินจากกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้นแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ได้คือ ประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการจัดส่งที่จะถูกนำไปใช้พัฒนารถยนต์รูปแบบนี้ในอนาคต

และเมื่อวันพุธที่ผ่านมาบริษัท เยนเด็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของรัสเซียซึ่งมีการทดสอบรถยนต์แบบไร้คนขับอยู่ด้วย ก็ออกมาระบุว่าการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ถือเป็นการช่วยให้มีการตัดสินใจในการลงนามเชิงธุรกิจเกี่ยวกับการใช้รถยนต์แบบไร้คนขับนี้มากขึ้นด้วย โดยล่าสุดบริษัทได้เซ็นต์สัญญากับรัฐบาลเมือง Skolkovo ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีเพื่อประกอบธุรกิจการส่งจดหมายและพัสดุขนาดเล็กโดยใช้รถชนิดนี้ร่วมกับหุ่นยนต์ส่งของด้วย


Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า หน่วยงานด้านวัตถุโบราณของจีน ค้นพบวัตถุโบราณจำนวนมากกว่า 10,000 ชิ้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องทองคำและเครื่องเงิน ที่ถูกฝังอยู่บริเวณแม่น้ำหมินเจียง ที่เมือง เหมยซาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน

 

ทั้งนี้จากการคาดการอายุของวัตถุโบราณดังกล่าว เชื่อว่ามีอายุย้อนหลังไปถึงปลายราชวงศ์หมิง  หรือในราว คศ.1368-1644   โดยการค้นพบดังกล่าวได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “การค้นพบทางโบราณคดี 10 อันดับแรกของจีน”

 

ตราประทับสีทองที่ขุดขึ้นมาจากแนวแม่น้ำเจียงหมิวในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

เหรียญทองขุดจากแม่น้ำเจียงหมิวที่เมือง Meishan ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

เครื่องประดับทองคำที่ขุดขึ้นจากแนวแม่น้ำเจียงโจวในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

แท่งเงินที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำหมินเจียงในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

แหวนทองที่ขุดขึ้นจากแนวแม่น้ำหมิงเจียงในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

 

แท่งโลหะทองที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำจูเจียงในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

ส่วนหนึ่งของตราประทับสีทองที่ขุดขึ้นจากแนวแม่น้ำเจียงหมิวในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

สร้อยข้อมือสีทองที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำหมินเจียงในเมือง Meishan ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

ผู้คนทำงานที่ไซต์ขุดของแม่น้ำเจียงหมิงในเมือง Meishan มณฑลเสฉวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนวันที่ 15 เมษายน 2020 (Xinhua / Liu Kun)

 

ภาพถ่ายทางอากาศแสดงที่ตั้งขุดของแม่น้ำเจียงหมิงในเมือง Meishan มณฑลเสฉวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนวันที่ 15 เมษายน 2020 (Xinhua / Liu Kun)

Content_Horo_4-10-May_Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่างวันที่ 4  – 10 พฤษภาคม 2563 โดย..พันดาว อดีตคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ในมติชนสุดสัปดาห์ ศาสตร์แห่งโหร และ นิตยสาร seventeen ไขรหัส…ความเร้นลับของตัวเลข ดวงดาว ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณ แบบไม่น่าเชื่อ…

 

 

ราศีมังกร 21 ธ.ค.-21 ม.ค.

 

ยังคงเป็นช่วงเวลาที่นิ่งๆ ไม่ดีและไม่ร้ายของชาวมังกร แต่สิ่งที่ต้องระวังที่สุด คือ สุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีมะเมีย ปีขาล  มีเกณฑ์เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ  แนะนำให้ทำบุญสะเดาะเคราะห์  จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ การงานมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน    นักดื่มชาวมังกร  อย่าสนุก หรือ เมา จนเสียศูนย์ มีเกณฑ์เกิดอุบัติเหตุสูงมาก  เรื่องความรักที่มีคู่อยู่แล้ว จะมีปากเสียงกันแบบไม่มีเหตุผล  ส่วนคนโสด เปิดประตูใจรับรักใหม่ได้เลยค่ะ ช่วงปลายเดือน ดาววีนัส สั่งกามเทพแผลงศรรัก ส่งคนที่ใช่มาให้แน่ๆ

 

 

ราศีกุมภ์ 22 ม.ค.-20 ก.พ.

 

ดาวการงานยังโดดเด่นที่สุดในราศีเกิด และดีไปจนถึงเดือนต.ค.แต่ต้องระวังคนอิจฉา ขัดแข้งขัดขาทำให้คุณต้องปวดหัว สุขภาพช่วงนี้ดีมาก  ไม่ต้องกินยาแก้ปวดหัว สาวราศีกุมภ์ให้ระวังเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต เลือดลม หรืออาการเจ็บป่วยในช่องท้อง ถ้าจะให้ดีเช็คสุขภาพดูหน่อย จะได้สบายใจ ดวงความรักยังอยู่ในมุมอับ ที่คิดจะมีใครสักคน อย่าด่วนตัดสินใจจะถูกหลอกได้ ส่วนที่เป็นแฟนกันอยู่ อาจมีมือที่สามเข้ามาแทรก คุมเข้มแบบมีศิลปะหน่อย ไม่ไปไหนแน่นอน

 

 

ราศีมีน 21 ก.พ.– 21 มี.ค.

 

ดาวแห่งโชคยังโคจรในราศีเกิด ทำให้ชาวมีน ช่วงนี้ยังคง Happy  แต่ยังไงก็ต้องไม่ประมาท พ้นเดือนพ.ค.ไปแล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดฝัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายสักเท่าไหร่ คุณยังพอรับมือไหว ชาวมีน ที่เกิด ปีมะโรง ให้ระวังอุบัติเหตุ เกี่ยวกับรถหรือเครื่องจักรกล มีเกณฑ์ได้รับมรดกหรือเงินตกเบิก ญาติผู้ใหญ่อาจเจ็บป่วยด้วยโรคลมปัจจุบัน  ความรักราบรื่น  ที่ตั้งท่าจะแต่งงานมาหลายปี ปีนี้อาจได้เวลาลั่นระฆังวิวาห์เสียที ส่วนที่ยังกินขนมจีบ เห็นทีสะพานรักได้ฤกษ์ลงหลักปักฐานแล้วล่ะ รักใครชอบใครบอกไปตรงๆ ส่วนที่มีคนมาปิ๊งปั๊ง แล้วยังทำเล่นตัว อาจหมดโอกาส เพราะคนรอเขาเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นแทน

 

 

ราศีเมษ 22 มี.ค.– 20 เม.ย.

 

คุณมีดวงของการได้พบกับนักบวช หรือ การปฏิบัติบางอย่าง ที่ทำให้คุณเข้าใจชีวิตมากขึ้น  ดาวการงานส่งผลดี มีเกณฑ์ได้พบปะกับบุคคลชั้นสูง  ที่สมัครงานหรือสอบเรียนต่อ จะได้รับข่าวดี  มีผู้มาขอให้ช่วยเหลือ  ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณในภายหลัง สุขภาพให้ระวังเรื่องภูมิแพ้ หรือ การแพ้อากาศ เป็นหวัด จะได้รับเกียรติจากองค์กรหรือสมาคมให้เข้าไปมีบทบาททำงานเพื่อสังคม ความรัก ช่วงนี้ไม่หวือหวา แต่ห่วงหาอาทรกันมากกว่าปกติ  จนทำให้คุณไม่คิดว่าจะต้องหันหน้าไปหาใครอีก  ชาวเมษที่ยังโสด จะมีคนเข้ามาข้องแวะ ลองคบ ศึกษานิสัยใจคอไว้ ไม่เสียหาย

 

ราศีพฤษภ 21 เม.ย.-21 พ.ค.

 

เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า สำหรับชาวพฤษภ  จะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างด้านการงานในชีวิตคุณ ถึงจะไม่ดีขึ้นมาก แต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทาย ผู้ใหญ่จะมองเห็นความสามารถในตัวคุณมากขึ้น  เงินทองเริ่มมีเข้ามาบ้าง แต่รายจ่ายก็มารออยู่แล้ว จะมีข่าวดีจากผู้ใหญ่หรือคนที่ไม่ได้พบเจอกันนาน  มีเกณฑ์ได้เงินจากหนี้สิน ที่คิดว่าจะไม่ได้คืน  สุขภาพต้องระวัง โดยเฉพาะโรคเป็นลม หน้ามืด อาจเป็นเพราะเครียด และไม่ได้พักผ่อน  ความรักเหนื่อยตลอดเวลา ปล่อยวางบ้างแล้วจะมีความสุขมากขึ้น

 

 

ราศีเมถุน 22 พ.ค.-20 มิ.ย.

 

ชาวเมถุนช่วงนี้ จะมีกำลังใจมากขึ้น  ทั้งจากครอบครัว เพื่อนฝูงหรือแม้แต่คนรัก แต่ยังต้องระวังเรื่องเงินๆทองๆ การงานยังไปได้เรื่อยๆ สุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี  ยกเว้นคุณจะเดินทางทางน้ำ ต้องระวังให้มาก  อาจเกิดอุบัติเหตุได้  ถ้าจะให้ดี แนะนำให้ปล่อยสัตว์โดยเฉพาะสัตว์น้ำ จะแก้เคล็ด แก้กรรมได้ บ้านหรือคอนโดมิเนียมที่ซื้อไว้ จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ภายในเดือนสองเดือนนี้ แต่อาจต้องเสียเงินมากหน่อยกับการโอนหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่  แต่เปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น เหมือนเป็นการเปลี่ยนดวงเพื่อเสริมดวง

 

 

ราศีกรกฎ 21 มิ.ย.– 21 ก.ค.

 

ดวงความรักยังคงสดใสต่อเนื่องจากปีที่แล้ว มีเกณฑ์จะลงทุนหรือขยับขยายธุรกิจ เรื่องงานอาจมีการโยกย้ายสับเปลี่ยน  ถ้าเป็นข้าราชการก็อาจจะถูกย้ายไปต่างจังหวัดหรือไปอยู่ในที่ไกลๆ  หรืออาจมีการเดินทางไปในสถานที่ที่คนทั่วไปอาจไปยากสักหน่อย ประเภทไม่ใช่จุดหมายปลลายทางสำหรับการท่องเที่ยว   ดวงชะตาช่วงนี้ เรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุแทบไม่มี แต่ให้ระวังมีเกณฑ์เสียเงินกับการซ่อมแซมบ้าน รถ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ  ญาติผู้ใหญ่จะมอบของเก่าแก่ให้

 

 

ราศีสิงห์ 22 ก.ค.– 20 ส.ค.

 

มีเกณฑ์ปรับเปลี่ยนเรื่องงาน สำหรับชาวสิงห์ ทำให้ความเครียดที่เป็นทุนเดิมของคนราศีนี้อยู่แล้ว อาจจะเครียดมากขึ้น เงินทองเข้ามือซ้ายออกมือขวา สุขภาพไม่น่าเป็นห่วง  ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนเรื่องการงานดี  แต่จะทุกข์ใจเรื่องของคนในครอบครัว โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ จะเสียเงินกับการซื้อเครื่องประดับ เสื้อผ้า ความรักทรงๆ ไม่หวือหวา ที่มีอยู่แล้ว ก็ทะเลาะกันเหลือเกิน จนอยากจะเลิกกันวันละ 3 เวลา

 

 

ราศีกันย์ 21 ส.ค.-21 ก.ย.

 

ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เป็นช่วงที่ดาวแห่งโชคทำมุมในราศีเกิดของชาวกันย์ ถ้าจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆต้องรีบทำ โดยเฉพาะการเริ่มต้นงานหรือธุรกิจใหม่ๆ จะมีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ดีมาก มีโชคจากการเสี่ยง หรือ ได้ทรัพย์สินจากการประมูลซื้อ-ขาย   ไม่ควรค้ำประกันสัญญาใครในช่วงนี้ เพราะจะทำให้ดวงดีๆของคุณสะดุดลงได้  ความรัก มีคนเข้ามาติดพัน แต่จะเจอแบบที่ใช่เลย ต้องเลยเดือนพ.ค.ไปแล้ว ส่วนที่มีคนรักอยู่แล้ว ดูแลกันหน่อย อย่ามัวแต่คิดเรื่องงานหรือธุรกิจจนลืมคนข้างๆตัว ที่เป็นของตาย อาจจะกลายเป็นกระดี่ได้น้ำไปได้

 

 

ราศีตุลย์ 22 ก.ย.– 20 ต.ค.

 

ดาวบาปเคราะห์โคจรผ่านราศีเกิดไปแล้ว จะคิดทำอะไรให้เริ่มตอนนั้น มีเกณฑ์ได้เงินจากธุรกิจหรือการลงทุน ที่เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ปีก่อน  ระวังลูกน้อง บริวารจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ ที่เป็นสาวหรือหนุ่มออฟฟิศ ระวังของจากที่สูงตกใส่ เพราะดวงคุณมีเกณฑ์อุบัติเหตุเล็กๆ ส่งท้ายดาวบาปเคราะห์  ยังต้องเหนื่อยอีกระยะหนึ่งถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ  สุขภาพระวังโรคปวดท้องจากอาหารเป็นพิษ  ความรัก ไม่ถูกแฟนทิ้ง ก็ทิ้งแฟน ที่แอบรักมีหวังอกหัก รอให้ผ่านปีนี้ไปก่อน เพราะช่วงนี้ คิวปิดน้อยในดวงของคุณ ติดกักตัวโควิด ลาพักร้อนชั่วคราว .

 

 

ราศีพิจิก 21 ต.ค.– 21 พ.ย.

 

ชาวพิจิกมักมีดวงในเรื่องของความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นหวย หุ้น หรือ พันธบัตร โดยเฉพาะถ้าเป็นพิจิกที่เกิดปีขาล ปีมะโรง ปีมะเส็ง พวกสัตว์ดุๆ เหล่านี้ จะยิ่งช่วยเสริมดวงมากขึ้น เป็นคนได้อะไรมาง่ายๆ คนอื่นเหนื่อยแทบตาย แต่คุณแค่ออกแรงพอเหงื่อซึมๆก็ได้เงินแล้ว สัปดาห์นี้ ถ้าเป็นไปได้ ชาวพิจิกควรใส่บาตรพระ ถวายผ้าไตรเป็นการเสริมดวง เพราะคุณมีดวงดีแบบไม่คาดฝัน ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนคนอื่นตกงานแต่คุณกลับได้รับการเรียกตัวไปสัมภาษณ์งาน แปลกมั้ยละ  ส่วนความรัก แทบไม่อยู่ในสมองเพราะดวงด้านอื่นดีจนคุณลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย

 

 

ราศีธนู 22 พ.ย.– 20 ธ.ค.

 

จะต้องเข้าไปมีส่วนสะสางปัญหาให้ญาติผู้ใหญ่  หรือมีการสูญเสียเกิดขึ้น  ธุรกิจการงานที่ตั้งความหวังไว้ ยังต้องรอไปก่อนอีกระยะหนึ่ง มีเกณฑ์ขายทรัพย์สินของเก่าแก่  เช่น บ้าน รถยนต์ หรือจักรเย็บผ้า แต่ไม่ได้ราคาอย่างที่ตั้งใจไว้ ประเภทต้องตัดใจขาย สุขภาพของบุตรหลาน บริวารต้องระวัง ส่วนตัวคุณเองไม่มีอะไรต้องกังวล  รวมทั้งเรื่องของอุบัติเหตุด้วย อาจมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิด เพราะความหงุดหงิดเครียดที่ต้องแบกรับภาระปัญหา  พยายามพักผ่อนให้มากๆ จะทำให้มีแรงต่อสู่กับโชคชะตา พ้นเดือนก.ค.ไปแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น


Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

 

  • สันนิษฐานว่าแบบแผนพิธีวิสาขบูชา สืบทอดมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.420 โดยพระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ก่อนเข้ามาไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยและค่อยเลือนหายไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์ จนกระทั่ง รัชกาลที่ 2 ทรงมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2360 สืบมาจนปัจจุบัน
  • องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้เป็นวันสำคัญสากล โดยทุกปีที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นิวยอร์ก จะอัญเชิญพระเจดีย์วิสาขบูชานุสรณ์ สกลโลกประกาศบูชาวันวิสาขะ (ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ) มาให้ประชาชนสักการะ

วันวิสาขบูชา คือ 1 ใน 3 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาร่วมกับวันมาฆบูชา และ วันอาสาฬหบูชาที่คนไทยรู้จักกันดี ถือเป็นวันแห่งการ “ประสูติ – ตรัสรู้ – ปริพนิพพาน” ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวียนมาบรรจบตรงกันในวันเพ็ญเดือน 6 โดยคำว่า วิสาขบูชา ย่อมาจาก “วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า “การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ” อันเป็นเดือนที่สองตามปฏิทินของอินเดียตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทยซึ่งถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 7 แทน

 

สำหรับ ประเทศไทย สันนิษฐานว่าพิธีวิสาขบูชาเข้ามาไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย หากต่อมาค่อยๆ ได้รับอิทธิพลศาสนาพราหมณ์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้นไม่มีปรากฏหลักฐานการประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (พ.ศ. 2360) ทรงมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูขึ้นใหม่และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้นครั้งแรกในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2360 ซึ่งถือเป็นแบบอย่างปฏิบัติสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน

 

วันสำคัญสากลของพุทธศาสนิกขนโลก

องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2542 โดยเรียกว่า Vesak Day ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา โดยให้เหตุผลไว้ว่า “องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน”

 

พร้อมกำหนดให้เป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติอีกด้วย และทุกๆ ปีที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นิวยอร์ก จะอัญเชิญพระเจดีย์วิสาขบูชานุสรณ์ สกลโลกประกาศบูชาวันวิสาขะ (ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ) ซึ่งประดิษฐานอที่นั่นเป็นการถาวร มาให้ประชาชนได้เข้ามาสักการะด้วย

 

ปัจจุบันวันวิสาขบูชาถูกกำหนดให้เป็นวันสำคัญ หรือ วันหยุดราชการในหลายประเทศ เช่น อินเดีย , ศรีลังกา , สิงคโปร์ , ไทย,พม่า , บังคลาเทศ , อินโดนีเซีย , มาเลเซีย (วันสำคัญ ไม่ใช่วันหยุดราชการ), เนปาล, เกาหลีใต้, กัมพูชา, ภูฏาน เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม บางประเทศอาจกำหนด วันวิสาขบูชา ไม่ตรงกับของไทย ด้วยเหตุผลด้านเวลา หรือ ความเชื่อ อาทิ ประเทศที่ไม่ได้ถือคติตามปฏิทินจันทรคติไทย จะจัดพิธีวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 แม้ในปีนั้นจะมีเดือน 8 สองหนตามปฏิทินจันทรคติไทยก็ตาม หรือ พุทธมหายานบางนิกายที่นับถือว่าเหตุการณ์ทั้ง 3 เกิดในวันต่างกันไป จะมีการจัดพิธีวิสาขบูชาต่างวันกันตามความเชื่อในนิกายของตน  อาทิ

 

ศรีลังกา นับถือพุทธเถรวาท กำหนดวันทางจันทรคติตรงกับไทย โดยงานวิสาขบูชาที่นี่ถือเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ มีการปล่อยนักโทษเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ตามบ้านเรือนมีการตั้งโรงทาน และประดับประดาธงและโคมไฟต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศรีลังกา โดยทำเป็นรูปเรื่องราวในพุทธประวัติหรือ อรรถกถาชาดกต่างๆ โดยจัดงานติดต่อกันถึง 7 วัน 7 คืน

 

สิงคโปร์ แม้เป็นพุทธมหายาน หากวันวิสาขบูชาจะถูกกำหนดกำหนดตามปฏิทินเถรวาท และถือเป็นวันหยุดราชการของประเทศ โดยมีการจัดงานเฉลิมฉลองตามวัดพุทธต่างๆ และมีพิธีเวียนเทียนโดยนำพระพุทธรูปประดับประดาด้วยดวงไฟสว่างไสวเวียนไปตามถนนสายต่างๆ  มุ่งหน้าไปยังวัดพอร์คาร์กซี (Phor Kark See Temple) บนถนนไบรท์ฮิลล์ (Bright Hill Road) ซึ่งที่นี่จะมีพิธี “ทุกสามขั้น ก้มกราบหนึ่งครั้ง” ที่ผู้ศรัทธาจะคลานขึ้นบันไดด้วยเข่าทั้งสองข้าง และก้มลงกราบทุกๆ สามขั้นบันได พร้อมสวดวิงวอนให้โลกจงมีแต่สันติสุข ขอพรให้ตนเอง และเพื่อการสำนึกผิด

 

ญี่ปุ่น นับถือพุทธมหายาน เชื่อว่าวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าอยู่ต่างเดือนกัน โดยแต่เดิมกำหนดว่าวันที่ 8 ของเดือนที่ 4 เป็นวันประสูติ วันที่ 8 ของเดือน 12 เป็นวันตรัสรู้ และวันที่ 15 เดือนที่ 2 เป็นวันปรินิพพาน ซึ่งกำหนดวันตามเดือนในปฏิทินจันทรคติจีน จนถึงสมัยเมจิ ญี่ปุ่นเปิดรับคตินิยมปฏิทินสุริยคติจากประเทศตะวันตก จึงมีการปรับเปลี่ยน เช่น วันปรินิพพาน จะอยู่ในวันที่ 15 กลางเดือนกุมภาพันธ์ ตามปฏิทินสุริยคติที่ใช้อยู่ทั่วโลก โดยไม่อิงปฏิทินจันทรคติจีน ทั้งนี้ปัจจุบันญี่ปุ่นไม่ได้กำหนดวันเหล่านี้ให้เป็นวันหยุดราชการ และไม่ได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นเท่าใดนัก โดยผู้ร่วมพิธีส่วนใหญ่มีเพียงพระสงฆ์หรือชาวพุทธที่เคร่งครัดเท่านั้น

 

อินโดนีเซีย ประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุด ในอดีตพระพุทธศาสนาเคยเป็นที่นับถือของชาวชวา หรือ อินโดนีเซียมากทสุด พิธีวิสาขบูชาในยุคสมัยที่พระพุทธศาสนารุ่งเรืองจึงเป็นพิธีใหญ่ แต่หลังการเสื่อมลงของราชวงศ์ไศเลนทร์ที่นับถือพระพุทธศาสนา ผู้ปกครองต่อมาเปลี่ยนไปนับถืออิสลาม ทำให้พิธีวิสาขบูชาจึงไม่มีผู้สืบทอด

 

อย่างไรก็ตาม ระยะหลังรัฐบาลอินโดนีเซียเริ่มให้ความสำคัญกับชาวพุทธมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเชื้อสายจีนที่นับถือมหายาน แต่ก็มีบางส่วนที่นับถือเถรวาทด้วย ทำให้การจัดงานวิสาขบูชาระยะหลังจึงเป็นงานใหญ่ โดยศูนย์กลางอยู่ที่พระมหาสถูปบุโรพุทโธ ซึ่งทุกปีประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะมาเป็นประธานเปิดงาน โดยเชิญผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลกมาร่วมงาน ทั้งประกาศให้เป็นวันหยุดราชการด้วย

 

เวียดนาม ในอดีตสมัยแยกเป็นเหนือ – ใต้ กิจกรรมทางพุทธศาสนาเคยถูกประกาศห้ามโดยเด็ดขาดจากรัฐบาลเวียดนามใต้ที่นับถือคริสต์และมีการปราบปรามอย่างรุนแรง หากปัจจุบันพุทธศาสนาก็ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูเท่าใด แต่ยังคงมีการจัดงานวิสาขบูชาบ้างจากชาวพุทธเวียดนาม แต่งานไม่ใหญ่โตมากนัก

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าพิธีแต่ละประเทศแตกต่างกันอย่างไร หากท้ายสุดแล้วแก่นสำคัญของวันวิสาขบูชา คงตั้งอยู่บนเรื่องเดียวกัน นั่นคือ การที่พุทธศาสนิกชนทุกคนได้ตั้งจิตอธิษฐาน บำเพ็ญกุศล ทำความดีและประกอบพิธีต่างๆ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ทั้งยังเป็นการเตือนตนให้นำหลักธรรมคำสอนมาเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำรงชีวิต พร้อมช่วยกันรักษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบไป

 

//////////////////////////////////////////////////////////////////////

ขอบคุณข้อมูล

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

https://th.wikipedia.org

www.visitsingapore.com


4ไอเดียปลดหนี้_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 4, 2020

เมื่อชีวิตมีเรื่องไม่คาดคิดมาเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดตกงานสายฟ้าแลบ ป่วยกะทันหัน ทางบ้านต้องการเงินด่วน หรือ ต้องใช้จ่ายซื้อของชิ้นใหญ่ที่จำเป็น อาจเป็นแรงผลักให้คุณคิดกู้หนี้ยืมสิน ทำบัตรเครดิต ขอสินเชื่อต่างๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของการก่อหนี้ก้อนโต สร้างความปวดหัวตามมาในอนาคตได้

 

แต่หากเป็นหนี้ไปแล้ว ต้องกล้าเผชิญกับความจริง เร่งจัดการก่อนที่จะกลายเป็นหนี้ก้อนโต วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีข้อแนะนำเพื่อเตรียมตัว เตรียมใจ รับมือ  พร้อมแนวทางการปลดหนี้เบื้องต้น เพื่อหยุดวังวนหนี้สิน

 

 

ตั้งสติและวางแผนการชำระหนี้ เขียนสรุปในแผ่นเดียว ดูภาพรวมว่าปัจจุบันหนี้ของเราเป็นอย่างไร

  1. แยกหนี้ดีและไม่ดี 2 ส่วน วิธีนี้เหมาะกับวิกฤตทางการช่วงสั้น ๆ
    • หนี้ดี (หนี้ที่สร้างรายได้) เช่น ซื้อทรัพย์สินเพื่อปล่อยเช่า ผ่อนทองคำที่เคยจำนำไว้
    • หนี้ไม่ดี (หนี้ที่ไม่สร้างรายได้) เช่น ซื้อมือถือ ซื้อรถใหม่ ทานมื้อหรู รูดบัตรช้อปปิ้ง

ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องเงิน เราสามารถขายหนี้ไม่ดี แล้วเก็บส่วนของหนี้ดีไว้ เช่น ขายของมือสอง ขายรองเท้า กระเป๋า เพื่อให้มีเงินมาใช้จ่ายในระยะสั้นได้ แต่ถ้าหนี้สินของคุณลุกลามใหญ่โต ค่อยมาคิดว่าจะขายทรัพย์สินของหนี้ดี เพื่อจ่ายหนี้ก้อนโตหรือไม่

  1. แบ่งกลุ่มหนี้ตามดอกเบี้ย คือ หนี้ที่มีจำนวนมากที่สุดและหนี้ที่เสียดอกเบี้ยเยอะที่สุด เพื่อใช้หาไอเดียเจรจากับเจ้าหนี้ เช่นเจรจากับเจ้าหนี้ดอกเบี้ยสูงสุดว่าขอหยุดดอกเบี้ยไม่ให้เพิ่มขึ้น
  2. เช็กรายรับ รายจ่ายในแต่ละเดือนว่ามีเท่าไหร่ เพื่อหาจำนวนเงินที่เป็นไปได้ในการจ่ายหนี้ในแต่ละเดือน
  3. ขอคำปรึกษาและเจรจาต่อรองหนี้ อย่าหนีปัญหา เพราะเจ้าหนี้เองก็อยากได้เงินคืน ดังนั้นควรหาทางออกร่วมกัน รวบรวมข้อมูลไปต่อรองเท่าที่ทำได้ เพื่อที่เราจะได้รับประโยชน์จากการเจรจาให้ได้มากที่สุด

 

ข้อแนะนำ : ปิดบัตรทุกใบให้เหลือเจ้าหนี้เพียงรายเดียว โดยใช้สินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อให้จัดการหนี้ได้ง่าย เราก็ต้องรู้ว่าตนเองจะกู้เท่าไหร่และที่ไหนให้ผลประโยชน์กับเราได้มากที่สุด โดยใช้ข้อมูลที่เราสรุปมาไปเจรจากับเจ้าหนี้

 

หลังจากวางแผนชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะจำไว้เป็นบทเรียน สร้างวินัยทางการเงินใหม่ สร้างวินัยการออม พยายามซื้อของด้วยเงินสด เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน ตั้งสติและคิดทบทวนก่อนจ่ายทุกครั้ง เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นหนี้อีก

 

เทคนิคแก้ปัญหาการเงินนี้ไม่เพียงแต่ช่วยจัดการหนี้สินเท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน ทั้งนี้ผู้อ่านควรนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง

 


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 4, 2020

#ไม่เหลือที่ให้สักแล้ว

หนุ่มอังกฤษสักรอยบนผิวหนังตัวเองเต็มตัว หลังถูกล็อกดาวน์ เพราะพิษโคโรนา

บันทึกทุกเรื่องราวระหว่างกักตัว พร้อมระบายอารมณ์ “When will it end!

 

เพราะความระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจนรัฐบาลของแต่ละประเทศต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ไม่ให้ผู้คนออกจากบ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโรคที่มากขึ้น ทำให้ที่ผ่านมาผู้คนจากทั่วโลกต้องติดอยู่กับบ้าน ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการประกอบอาชีพตามปกติได้ บนโซเชียลเน็ตเวิร์กจึงมักปรากฏภาพกิจกรรมแปลกๆ ของผู้คนเพื่อผ่อนคลายจากความเครียดที่ต้องติดอยู่กับบ้านเป็นเวลานาน

 

เช่นเดียวกับ คริส วู้ดเฮดชายชาวอังกฤษคนนี้ ที่มีกิจกรรมที่ดูจะแปลกแตกต่างออกไป เมื่อเขาลงมือสักรอยต่างๆ ลงบนผิวหนังของตัวเองตลอดช่วงเวลาที่ต้องกักตัวอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่าน วอลท์แธมสโตว์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน โดยจะใช้เวลาออกแบบรอยสักเพื่อสักลงบนตัวเขาเองทุกวันตั้งแต่ช่วง 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ก่อนที่จะลงมือสักลายที่ออกแบบไว้ด้วยหมึกลงบนผิวหนังของเขาอย่างถาวร

 

คริส เป็นช่างสักลายบนผิวหนังในสตูดิโอแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ระบาดของโรค รัฐบาลได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้สตูดิโอที่เขาทำงานอยู่ต้องปิดตัวลง ในขณะที่ภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้แยกตัวออกไปอยู่อีกที่หนึ่ง ทำให้ต้องอยู่คนเดียวภายในอพาร์ทเม้นท์และในช่วงเวลานี้เองเขาจึงตัดสินใจที่สักลวดลายต่างๆ ลงบนผิวหนังของตัวเอง ในช่วงที่ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ นอกจากจะเป็นการฆ่าเวลาไม่ให้เบื่อแล้ว เขายังบอกว่ามันยังเป็นการฝึกฝีมือของเขาเหมือนกับตอนทำงานในช่วงปกติอีกด้วย

 

Instagram : adverse.camber

 

บนร่างกายของคริส ในเวลานี้เต็มไปด้วยรอยสักรูปต่างๆ ตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงฝ่าเท้าเต็มไปด้วยภาพสักรอยต่างๆ ที่มีความหลากหลายจากการออกแบบของเขาในช่วงที่ต้องติดกับอยู่ในห้องคนเดียว ไม่ว่าจะเป็น รูปคู่ของลูกเต๋าเหนือนิ้วเท้าขวาและแมงป่องที่ต้นขาด้านใน นอกจากนี้สักลายต้นปาล์มที่ล้อมรอบหัวใจแห่งความรัก และรูปตุ๊กตาวูดูที่ลอยอยู่บนต้นเชอร์รี่สุกสว่างอีกด้วย

 

คริสเล่าว่า เขาเริ่มสักลายลงบนตัวเองตั้งแต่อยู่ได้ 18 ปี และเมื่อเติบโตขึ้นมาเขาก็ได้แต่หมกมุ่นอยู่กับวงการเพลงพังก์ของชาวอเมริกันที่ทราบกันดีว่าศิลปินมักจะมีลายสักบนร่างกายจนโด่งดัง ต่อมาก็ได้เริ่มเรียนรู้การสักลายจาก ศิลปินไอคอนด้านการสักลายชื่อดังของอังกฤษซึ่งจะใช้วิธีการวาดลายด้วยที่หมึกสีดำเท่านั้น

 

ในตอนต้นของการล็อกดาวน์จากโรคระบาด คริส มีลายสักบนตัวของเขามากกว่า 1,000 รูป และตอนนี้มันเพิ่มขึ้นมามากกว่า 40 รูปแล้ว และจะยังเพิ่มขึ้นต่อไปอีกจนกว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นและทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

 

“ตอนที่เมียไม่อยู่ ผมรู้สึกเคว้งคว้างมาก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง อาหารก็เริ่มหมด การสักรอยบนร่างกายทุกวันทำให้รู้สึกมีสมาธิและสามารถจัดการกับความคิดของตัวเองให้มีทิศทางมากขึ้นว่าจะทำอะไรต่อไปอย่างไร” คริสกล่าวและว่า การสักถือเป็นการรักษาจิตใจของเขาอย่างหนึ่งในช่วงที่เกิดวิกฤติเช่นนี้ โดยเขายังได้สักข้อความ “When will it end!” หรือ “มันจะจบเมื่อไหร่” ลงบนฝ่าเท้าของเขา รวมถึงรูปภาพที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของโคโรนาไวรัสเพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดต่อสถานการณ์ที่ยากลำบากในขณะนี้ และยังมีรูป คือเสือกระโดด จากสารคดี Netflix “Tiger King” ที่เขาเพิ่งดูจบไปเมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย

 

View this post on Instagram

Self-isolation tattoo no.14

A post shared by Chris Woodhead (@adverse.camber) on

 

คริสบอกว่าใช้เทคนิคการสักที่เรียกว่า “การฝังเข็มด้วยมือ” เป็นการใช้เข็มมือถือ จิ้มหมึกแล้ววาดลายลงบนผิวหนังโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะมันเจ็บปวดน้อยกว่าการสักด้วยวิธีเดิมๆ

 

สิ่งที่คริสต้องคิดต่อไปในตอนนี้ก็คือเขาพยายามจะหาพื้นที่ว่างบนตัวของเขาเพื่อเตรียมพร้อมไว้สำหรับการสักภาพที่เกี่ยวข้องกับลูกของเขาที่จะคลอดในเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ถ้าหากการล็อกดาวน์ยังคงดำเนินต่อไปมันจึงเป็นเรื่องท้าทายมากว่าเขาจะหาพื้นที่ตรงไหนเพิ่มเติมได้อีกเพราะคริสยังคงมุ่งมั่นสักรอยสักต่างๆ ลงบนตัวเองทุกวัน

 

“แต่ผมคิดว่าการล็อกดาวน์น่าจะไม่เกิน 1 เดือนนี้และบนตัวของผมก็น่าจะมีพื้นที่พอ และหวังว่าทุกอย่างจะจบในเร็วๆ นี้” คริสกล่าวในตอนท้าย


OTOP-Mask_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 4, 2020

เมื่อหน้ากากอนามัยกลายเป็นปัจจัยที่ 5 จำเป็นต้องสวมใส่ตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้านเพื่อป้องกันโควิด-19จะให้ใส่หน้ากากแบบเดิมๆ มันก็จะดูน่าเบื่อเกินไป หลายชุมชนท้องถิ่นหัวใสนำผ้าไทยท้องถิ่นมาผลิตหน้ากากผ้า Handmade ที่สวยงามมีเอกลักษณ์ น่าสะสม ช่วยสร้างรายได้เข้าชุมชน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวมตัวอย่างหน้ากากผ้าไทยของดีทั้ง 4 ภาคมาฝากกัน

หน้ากากผ้าลายบ่อสวก น่าน

ผ้าลายบ่อสวก คือ ผ้าทอมือโบราณที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านซาวหลวง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากลายประดับปากไหเครื่องเคลือบโบราณ อายุ 800 ปีที่ขุดค้นพบในบริเวณตำบลบ่อสวกและตำบลนาซาวลาย และวันนี้กลุ่มชุมชนร่วมตัวกันนำผ้าที่ทอกันเกือบทุกบ้าน มาผลิตเป็นหน้ากากอนามัยจากผ้าฝ้ายเนื้อดี เพื่อใช้ป้องกันตัวเองและจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค น่าน เน้อเจ้า

 

หน้ากากผ้าย้อมสีธรรมชาติ บุรีรัมย์ และ ชัยภูมิ

ผ้าภูอัคนี หรือ ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ ชุมชนหมู่บ้านเจริญสุขที่ตั้งอยู่ใกล้ “เขาพระอังคาร” 1 ใน 6 ภูเขาไฟเก่าแก่ของบุรีรัมย์ เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำ “ดินภูเขาไฟ” ในหมู่บ้านมาใช้ผสมผสานในการย้อมสีผ้าฝ้าย หรือ ผ้าไหม จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างชื่อ ก่อนถูกนำมาตัดเย็บอย่างประณีตเป็นหน้ากากผ้าที่มีสีและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ชุมชนหนองบัวแดง ชัยภูมิ ที่มีฝีมือโดดเด่นเรื่องการทำผ้าย้อมสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีจากประดู่ ครั่ง คำแสด คราม ขมิ้น และมะเกลือ สีสันสวยงาม ออกแบบ และตัดเย็บร่วมกับผ้าฝ้ายออร์แกนิกจากฝ้ายที่ปลูกแบบ             ไร้สารเคมีของชุมชนเอง เมื่อนำมาทำหน้ากากอนามัยก็ปลอดภัยต่อผู้ที่สวมใส่ ไม่ระคายเคืองผิวหนัง

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค ผ้าไหม  ผ้าภูอัคนี บ้านเจริญสุข และ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)

 

 

หน้ากากผ้าขาวม้าไทย พระนครศรีอยุธยา

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าขาวม้าผ้าไทยแปรรูป ตำบลบางพระครู อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีแนวคิดนำผ้าขาวม้า หนึ่งในผ้าพื้นถิ่นของคนไทยมาทำหน้ากากอนามัย เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน โดยใช้ผ้าขาวม้าที่ผลิตจากผ้าผ้าคอตตอน นุ่ม สบายใส่แล้วไม่ระคายผิว เสริมความหนา และช่องใส่แผนกรอง สวยงามและปลอดภัย

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค ไทยสาคร OTOP ผ้าขาวม้าผ้าไทยแปรรูป

 

หน้ากากผ้าปาเต๊ะ ตรัง

กลุ่มผ้าปาเต๊ะเพ้นท์บ้านสามแยก อ.ปะเหลียน จังหวัดตรัง ร่วมกับกลุ่มศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะและเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่ม อสม. และ กลุ่ม ทสม. นำ “ผ้าปาเต๊ะ” หรือ บาติก ผ้าพื้นเมืองที่มีจุดเด่นด้านความสวยงาม ซึ่งเกิดจากการพิมพ์หรือเขียนลวดลายสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ลงบนผืนผ้า มาดัดแปลงตัดเย็บเป็นหน้ากากอนามัยสำหรับแจกจ่ายให้กับผู้สูงอายุในชุมชนที่ต้องอยู่กับบ้านดูแลตัวเอง ถือเป็นความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ของคนภายในชุมชนสู่ความยั่งยืน

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของดีประจำท้องถิ่น ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับพี่น้องในชุมชน ทั้งเป็นการแสดงถึงความร่วมมือร่วมใจเพื่อที่จะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันของทุกภาคส่วน

 

ภาพประกอบ : เฟสบุ๊ค กลุ่มผ้าปาเต๊ะเพ้นท์บ้านสามแยก