หนุ่มอินเดียนแดง “แสลงใจ” เมื่อรู้ความจริงอันโหดร้ายจาก DNA

0
328
kinyupen

เคยคิดบ้างไหมว่าจริงๆแล้ว คุณอาจเป็นเจ้าหญิง เจ้าชาย หรือองค์รัชทายาทที่โดนสลับตัวมาตั้งแต่แบเบาะก็เป็นได้  ตื่นค่ะ !! แล้วกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงกันก่อน แค่อยากจะบอกผู้อ่านทุกท่านว่าเหตุการณ์ที่ว่านี้ได้เกิดขึ้นจริงที่ประเทศแคนาดา ซึ่งกว่าจะรู้ความจริงก็ปาไปเกือบ 70 ปีแล้ว  ย้อนไปในอดีต เด็กน้อย 2 คนโดนสลับตัวกันตอนอยู่โรงพยาบาลจากความประมาทเลินเล่อของผู้ใหญ่ ต่างก็ออกมาเติบโตในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนวันนึงความจริงก็ปรากฏ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีชิต ขอชวนทุกท่านมาติดตามเรื่องราวที่ “เล่นกล” กับชีวิตคน 2 คนที่เกิดขึ้นจริงไปพร้อมๆกันค่ะ

สื่อต่างประเทศประโคมข่าว พาดหัวใหญ่โตเมื่อเร็วๆนี้ หลังทราบว่ามีชายวัย 67 ปี 2 คนที่พบว่าตัวเองโดนสลับตัวตั้งแต่ยังแบเบาะจากโรงพยาบาล โดนเลี้ยงดูจนเติบโตมาในครอบครัวของอีกฝ่ายและใช้ชีวิตมายาวนานถึง 67 ปีถึงพบความจริงว่า แท้ที่จริงแล้ว เค้าไม่ใช่คนในบ้านนี้เลย 

โดยเรื่องราวนี้เกิดขึ้นจาก Richard Beauvai  ที่ได้ DNA Ancester Kit  ที่มีคุณสมบัติด้านตรวจรากเหง้าบรรพบุรุษ ว่าเรามีเชื้อสายอะไรบ้างเป็นของขวัญ สิ่งที่เกิดขึ้นทำเอาบ้านของ Richard งงเป็นไก่ตาแตกเพราะจากที่เข้าใจเสมอมาว่า ตนมีเชื้อสายคนพื้นเมืองของแคนาดาหรือที่เรารู้จักกันในนามอินเดียนแดงเชื้อสาย Metis เพราะว่าจากการตรวจ DNA  เค้ากลับมีเชื้อสายยูเครนกับยิวโปแลนด์เข้ามาแทนซะงั้น แต่ Richard ก็โนสน โนแคร์กับสิ่งที่เกิดขึ้นและคิดว่า อาจเป็นเด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง ซึ่งก็ไม่ใช่ เค้าคิดว่า “ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนไม่เข้าใจเลยสักครั้งงงงง”

ซึ่งต้องบอกเลยว่าการตรวจหา DNA เป็นอะไรที่ฮิตและได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีความแม่นยำสูง และในเวลาใกล้ๆกันนั้น มีผู้ชายอีกคนที่อาศัยอยู่ในรัฐ Manitoba อายุเท่ากัน ชื่อ Eddy Ambrose ก็ได้ลองตรวจ DNA เหมือนกัน แล้วก็งงว่าตัวเองดันมีเชื้อสาย Metis ได้ยังไง  ทั้ง ๆที่เราก็เติบโตท่ามกลางวัฒนธรรมของยูเครน เป็นหนุ่มชาวเมืองมาตลอดชีวิต

หลังจากที่ 2 ครอบครัวเกิดข้อสงสัยในชาติกำเนิดของตัวเอง จึงได้เดินทางมายัง “ธนาคารดีเอ็นเอของแคนาดา” เพื่อสอบหาความจริงกัน หลังจากนั้น ทั้ง 2 ครอบครัวจึงแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จึงพบว่าได้เกิดความผิดพลาดหลังจากแม่ของทั้งสองคลอดลูกในเวลาใกล้กันที่โรงพยาบาลเล็กๆ ในเมือง Arborg ของรัฐ Manitoba โดยแต่ละฝ่ายนำลูกของอีกครอบครัวไปเลี้ยงนั่นเอง

ซึ่ง Richard แท้จริงแล้วเป็นลูกหลานยูเครน แต่โชคร้าย เพราะการเติบโตในฐานะอินเดียนแดงในสมัยนั้นลำบากมาก ส่วน Eddy ซึ่งแท้จริงเป็นอินเดียนแดง กลับโชคดีกว่ามาก เพราะครอบครัวยูเครนมีฐานะดี เติบโตอย่างไม่ลำบากกับพี่สาว 3 คนในครอบครัวอบอุ่น

นับเป็น 2 ปีแห่งความกระอักกระอ่วนและทรมานจิตใจของทั้ง 2 ฝ่าย ปัจจุบัน Eddy เป็นกำลังสำคัญในการฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนการเรียกร้องสิทธิในการเป็น Metis เพื่อให้ลูกหลานได้รับเงินชดเชยจากนโยบายแก้ไขความผิดพลาดที่ภาครัฐได้กระทำในอดีตกับเหล่าอินเดียน

หลังจากที่ได้อ่านข่าวนี้ ทำให้เราคิดได้เลยว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้”  และเชื่อเหลือเกินว่า หากทุกคนมีสติ และใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทก็จะสามารถช่วยให้ตัวเราและผู้อื่นเดินทางต่อบนโลกใบนี้ไปพร้อมกันได้อย่างปกติสุข..ในทุกๆวัน  

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :

คอลัมน์ อาหารสมอง : ประมาททิ่มแทงหัวใจ โดย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ (นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

Source :
https://winnipeg.citynews.ca/2023/02/14/switched-at-birth-manitoba-hospital/
https://winnipeg.ctvnews.ca/rips-your-heart-out-2-men-learn-they-were-switched-at-birth-in-manitoba-hospital-1.6273074

kinyupen

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here