รู้จัก “นมแลคโตสฟรี” นมตัวเลือกที่หลายคนมองข้าม

0
136
kinyupen

ปัจจุบันที่ทุกคนต่างก็หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น “นม” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่รักในการดูแลสุขภาพ หลายคนคงจะรู้กันดีอยู่แล้วถึงประโยชน์ของการดื่มนมว่าประกอบไปด้วยวิตามิน แคลเซียมและรวมไปถึงโปรตีนที่หลากหลาย และปัจจุบันประเภทของนมพร้อมดื่มในปัจจุบันที่วางขายทั่วไปก็เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้นเช่นเดียวกัน ในการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค

หนึ่งในนั้นก็รวมไปถึงนมทางเลือกที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อ ซึ่งคือ “นมแลคโตสฟรี” โดยวันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะพาคุณมารู้จักกับนมทางเลือกแลคโตสฟรีไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องของประโยชน์ ความแตกต่าง รวมไปถึงใครบ้างควรดื่มนมชนิดนี้

นมทางเลือก แลคโตสฟรี

น้ำตาลแลคโตส เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่สามารถพบได้ในน้ำนมของสัตว์ อย่าง นมวัว รวมถึง ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส และ ไอศกรีม โดยคนทั่วไปในการย่อยน้ำตาลแลคโตส ร่างกายต้องการเอนไซม์ธรรมชาติที่ชื่อว่า เอนไซม์แลคเตส ในการย่อยน้ำตาลแลคโตสให้เปลี่ยนเป็น น้ำตาลกลูโคส และ น้ำตาลกาแลคโตส แต่อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มของคนที่ไม่สามารถผลิตเอนไซม์แลคเตสออกมาได้เพียงพอ ร่างกายก็จะไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้อย่างที่ควร ซึ่งสามารถนำไปสู่ ภาวะการย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง (Lactose Intolerance)

นมทางเลือก “แลคโตสฟรี” จึงเข้ามาตอบโจทย์ให้กับกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ โดยนมแลคโตสฟรีคือ นมวัวที่ไร้ส่วนประกอบของน้ำตลาแลคโตส ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่มีภาวะการย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง แพ้แลคโตส ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ รวมไปถึงท้องเสีย หลังผู้บริโภคเหล่านี้ดื่มนมปกติทั่วไป ปัจจุบันมีคนเอเชียจำนวนมากที่มีภาวะการย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลให้นมแลคโตสฟรีเริ่มได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น เปิดโอกาสให้คนที่มีภาวะการย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่องได้มีตัวเลือกใหม่ในการดื่มนมได้อย่างสบายท้อง

อย่างไรก็ตามนมที่ทำจากธัญพืชอย่างนมอัลมอนด์ก็ไม่มีน้ำตาลแลคโตสเหมือนกัน แล้วทำไมผู้ผลิตยังต้องทำนมแลคโตสฟรีอยู่อีก? กินอยู่เป็นจะมาเทียบความแตกต่างระหว่างนมแลคโตสฟรีและนมอัลมอนด์ให้เห็นชัดๆ กันค่ะ

นมแลคโตสฟรี vs นมอัลมอนด์

ทั้งแลคโตสฟรีและนมอัลมอนด์กำลังได้รับความนิยมในบ้านเราเป็นอย่างมาก สังเกตได้ว่าตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ ต่างนำผลิตภัณฑ์นมทั้ง 2 ประเภทมาวางจำหน่ายแทบทุกที่ เราได้เปรียบเทียบกันระหว่างนมแลคโตสฟรีและนมอัลมอนด์ดังนี้

สำหรับนมแลคโตสฟรี สำหรับนมอัลมอนด์

  • ปราศจากแลคโตสและผลิตจากนม 100%
  • ประกอบด้วยไขมันดีและโปรตีนที่ร่างกายต้องการ
  • มีแคลเซียมสูง
  • ปราศจากถั่วเหลือง

สำหรับนมอัลมอนด์

  • เป็นมังสวิรัติ ไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์มาผสม
  • ไขมันต่ำ ปราศจากคอเลสเตอรอล
  • มีแคลเซียมต่ำกว่า แต่จะถูกผู้ผลิตเพิ่มเข้าไปแทน
  • อุดมไปด้วยวิตามินอี

หากเจาะลึกกันต่อที่ข้อมูลโภชนาการหลังกล่อง นมแลคโตสฟรีและนมอัลมอนด์นั้นมีแร่ธาตุวิตามินที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมาก

นมแลคโตสฟรีนั้นมีไขมันดี แคลเซียมสูง พร้อมทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เหมาะกับผู้บริโภคอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป แต่ในส่วนของนมอัลมอนด์นั้นเป็นนมที่ทำจากพืช เหมาะกับผู้ที่ทานวีแกน หรือ มังสวิรัติ มีแคลเซียม และ ไขมันต่ำ

ในนมอัลมอนด์ 1 แก้วมีแคลเซียมประมาณ 7 % ของปริมาณแคลเซียมที่แนะนำต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าในนมวัวที่มีแคลเซียมตามที่ร่างกายต้องการอยู่ประมาณ 25-30 % ผู้ผลิตจึงเพิ่มแคลเซียมลงไป เพื่อให้แน่ใจว่าผู้คนที่ดื่มจะได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งหากต้องการดูประเภทของแคลเซียมที่ใช้ในนมอัลมอนด์ให้คุณลองตรวจสอบฉลากส่วนผสมดู

นมอัลมอนด์ไม่ถูกจัดให้เป็นนมประเภท UHT แต่เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ใช้ธัญพืชเป็นส่วนประกอบและใช้ชื่อทางการค้าว่า นม หรือ สารอาหารสุขภาพทางเลือกนั้นเอง

หากเปรียบเทียบจากข้อมูลด้านโภชนาการ นมแลคโตสฟรีในปริมาตรสุทธิ 180 ml จะให้พลังงาน 130 กิโลแคลอรี แต่นมอัลมอนด์จะให้พลังงานอยู่ที่ 25 แคลอรี หากพิจารณาเรื่องความผอม นมอัลมอนด์เรียกได้ว่าตอบโจทย์สายเบิร์นแคลได้ดีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นนมแลคโตสฟรีหรือนมอัลมอนด์ทั้งสองชนิดก็มีความคล้ายกันอยู่มาก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้บริโภค หากเป็นสายวีแกนหรือมังสวิรัติก็ให้เลือกดื่มนมอัลมอนด์ที่ผลิตจากธัญพืช แต่หากเป็นผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคนมที่เป็น UHT ที่ผลิตจากนมวัว 100% แต่ไม่ต้องการส่วนผสมของแลคโตสก็สามารถเลือกดื่มนมที่เป็นแลคโตสฟรีแทนนะคะ

kinyupen

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here