ช้อปดีมีคืน VS คนละครึ่ง โครงการไหนเหมาะกับใครก่อนเลือกใช้สิทธิ์

0
45
kinyupen

หลังจากที่รัฐบาลเปิดลงทะเบียนและเริ่มเปิดใช้โครงการ “คนละครึ่ง” ไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา แม้ในช่วงแรกจะมีความสับสนในการใช้จริงอยู่บ้าง และจนถึงขณะนี้จำนวนผู้ลงทะเบียนก็ยังไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้คือ 10 ล้านคน เนื่องจากในระหว่างนี้มีอีกหนึ่งโครงการที่รัฐบาลจัดขึ้นมาเพื่อเตรียมไว้สำหรับผู้ที่ต้องการนำสิทธิ์ไปลดหย่อนภาษี มากกว่าการใช้จ่ายในประจำวัน

 

วันนี้  “กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต” มีรายละเอียดโครงการ “ช้อปดีมีคืน” แบบสรุปเข้าใจง่ายมาฝาก สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง และกำลังพิจารณาการใช้สิทธิ ว่าจะใช้อะไรดีกว่ากัน สามารถทำความเข้าใจกับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ได้ง่ายๆ ดังนี้

 

  • โครงการ “ช้อปดีมีคืน” เป็นโครงการที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อกระตุ้นการบริโภคช่วงปลายปี 2563 และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี (ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT) ส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นและส่งเสริมการอ่าน  ซึ่งต่างจากโครงการ “คนละครึ่ง” ที่รัฐบาลต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายและสนับสนุนกลุ่มผู้ขายสินค้าขนาดเล็กรวมถึง หาบเร่ แผงลอย ต่างๆ
  • เป้าหมายของโครงการนี้คือกลุ่มผู้มีรายได้ระดับปานกลาง ไปจนถึง กลุ่มรายได้ระดับสูง ที่จะต้องเสียภาษีในทุกปี โดยนำค่าใช้จ่ายในเกิดขึ้นในช่วงของโครงการ ไปใช้สิทธิลดหย่อน ได้สูงสุด 30,000 บาทต่อราย สำหรับในปีภาษีถัดไป
  • โครงการ “ช้อปดีมีคืน” มีกำหนดเริ่มโครงการมาตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม  – 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องไม่เป็นผู้ที่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • หากต้องการใช้สิทธิ์นี้ผู้ใช้จะต้องเก็บใบเสร็จพร้อมใบกำกับภาษีจากผู้ประกอบการ ที่จดทะเบียน,ร้านค้าโอทอป และ กลุ่มหนังสือทั้งที่เป็นหนังสือเล่ม และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำใบเสร็จทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานในการขอลดภาษีในช่วงของการยื่นแบบภาษีในปีถัดไป
  • สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการช้อปดีมีคืน ได้แก่ สุรา, เบียร์ และไวน์,ค่าน้ำมัน และก๊าซ,ค่าหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร,ค่าบริการธุรกิจนำเที่ยว,ยาสูบ,รถยนต์, มอเตอร์ไซค์ และเรือ,ค่าบริการจัดนำเที่ยว,ค่าที่พักโรงแรม
  • เปรียบเทียบอัตราภาษีคืนตามระดับรายได้ หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 5,000,001 บาทขึ้นไป มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 10,500 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 2,000,001-5,000,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 9,000 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 1,000,001-2,000,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 7,500 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 750,001-1,000,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 6,000 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 500,001-750,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 4,500 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 300,001-500,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 3,000 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 150,001-300,000 บาท มีสิทธิ์คืนภาษีสูงสุด 1,500 บาท
  • สำหรับผู้ที่มีเงินได้สุทธิต่อปี 0-150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว โดยไม่ได้สิทธิ์คืนภาษีจากโครงการช้อปดีมีคืน

 

kinyupen