ลงทุนต่างประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า ซื้อหุ้นอะไรดี?

January 7, 2022
อีก 20 ปีประเทศไหนจะชนะ? ธุรกิจไหนน่าลงทุนระยะยาว? ค้นหาคำตอบได้ที่นี่

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีมุมมองเศรษฐกิจในโลกอนาคตจากนิตยสาร SCG Delight Magazine Jan – Mar 2022 มาฝาก เพื่อฉายภาพโมเดลทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นแยกตามภูมิภาคหลักต่างๆ ของโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า

 

โมเดลการเติบโตของเศรษฐกิจตามภูมิภาคหลักต่างๆ ของโลก ‘ในอีก 20 ปีข้างหน้า’

สหรัฐอเมริกา

โดยคาดว่าจีดีพีสหรัฐฯ จะขยายตัวจากมูลค่า 23 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน มาเป็น 46 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2040

ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะมีองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจในอนาคตอยู่ 4 สาขาประกอบด้วย

 

  1. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ประเภทธุรกิจ (Business Al) โดยใช้ประโยชน์จาก Big Data
  2. เงินตราดิจิทัล ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของโลก รวมถึงเป็น ผู้นำทางด้าน Financial Technology (FinTech)
  3. การสร้างมาตรฐานใหม่ของเครือข่ายการสาธารณสุขแบบดิจิทัล (Digital Healthcare)
  4. โลกเสมือนจริงแบบ Metaverse ที่ใช้ Augmented Reality, Virtual Reality และ Mixed Reality มาเป็นแกนหลัก

 

 

จีน

โดยคาดว่าจีดีพีจีนจะขยายตัวจากประมาณ 16 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน มาเป็น 54 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2040 จนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก

 

ทั้งนี้ จีนจะมีองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจในอนาคตอยู่ 4 สาขาประกอบด้วย

  1. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ประเภทการสื่อสารกับมนุษย์ (Human AI) โดยใช้เทคโนโลยี Deep Learning
  2. เทคโนโลยียานยนต์แบบไร้คนขับ ซึ่งจีนมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ สามารถใช้กับ EV ได้เป็นอย่างดี
  3. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ประเภทการเดินทางในอวกาศ
  4. การประมวลผลภาษาของมนุษย์ตามธรรมชาติ

 

 

ยุโรป

โดยคาดว่าจีดีพียุโรปจะขยายตัวจากประมาณ 14 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน มาเป็น 31 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2040 ทั้งนี้ ยุโรปจะมีองค์ประกอบหลัก ของเศรษฐกิจในอนาคตทางด้านเทคโนโลยีพลังงานสีเขียว

รัฐบาลยุโรปจะให้ความสำคัญผ่านนโยบายทางภาษีและเงินกู้ต่อโครงการที่เน้นให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น

 

คาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ยุโรปจะเป็นดินแดนที่มีธุรกิจซึ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังงานสีเขียวมากที่สุดในโลก

 

 

ญี่ปุ่นและอังกฤษ

โดยคาดว่าจีดีพีญี่ปุ่นและอังกฤษจะขยายตัวจากประมาณ 5 และ 3 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน มาเป็น 10 และ 8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2040 ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ญี่ปุ่นและอังกฤษจะมีองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจในอนาคต 4 ประการ ที่เน้นให้เศรษฐกิจของตนเองมีระดับของผลิตภัณฑ์ (Productivity) และค่าจ้างสูงขึ้น ประกอบด้วย

 

  1. การให้แหล่งเงินทุนโดยภาครัฐเพื่อเป็นการค้ำประกันความชำนาญของแรงงาน
  2. การเพิ่มอัตราภาษีต่อภาคธุรกิจเพื่อนำมาใช้ในการอัปเกรดความชำนาญของแรงงาน
  3. การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อการลงทุน
  4. การให้เม็ดเงินต่อรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อใช้ในการพัฒนาศักยภาพพลเมืองของตนเอง

 

ทั้งนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นมีความชำนาญ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ประเภท Flash Memory และจอ LCD ที่มีคุณภาพสูง

ส่วนอังกฤษมีความชำนาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในของชิปคอมพิวเตอร์และ Soft Power อย่างฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

 

 

รัสเซีย

โดยคาดว่าจีดีพีรัสเซียจะขยายตัวจากประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน มาเป็น 4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2040 ทั้งนี้ รัสเซียจะมีองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจในอนาคตทางด้านเทคโนโลยีพลังงานด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

 

ไม่ว่าจะเป็นการผลิตและการวางท่อก๊าซส่ง LNG ผ่านช่องทางท่อก๊าซ Nord Stream 2 ที่ทำการจัดส่งผลิตภัณฑ์ LNG ให้กับเยอรมนีและประเทศข้างเคียงรายได้ให้กับรัสเซียได้เป็นอย่างดี

 

รวมถึงจะเป็นผู้ผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก จึงเป็นประเทศที่มีอิทธิพลในการกำหนดราคาน้ำมันดิบของโอเปก

 

 

สำหรับตลาดหุ้นของภูมิภาคหลักทั่วโลกหากพิจารณาจากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่า

  • อุตสาหกรรมที่เป็นพระเอกระหว่างปัจจุบันกับในอีก 20 ปีข้างหน้า จะเปลี่ยนจากเซกเตอร์พลังงานมาเป็นพลังงานสีเขียว
  • จากเซกเตอร์สถาบันการเงินมาเป็น Financial Technology
  • และจากเซกเตอร์เทคโนโลยีมาเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (หรือ AI) และ Big Data

 

 

ผลตอบแทนในตลาดหุ้นหลัก ในอีก 20 ปีข้างหน้า

โดยที่ผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดหุ้นหลัก 5 แห่งของโลก จะมีผลตอบแทนในระยะเวลาอีก 20 ปีข้างหน้า (ดังตาราง) ซึ่งพบว่าตลาดที่คาดว่าจะเติบโตได้มากที่สุดเป็นดังนี้

 

อันดับ 1 ได้แก่ ตลาดหุ้นจีน จะสามารถมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 3.6 เท่า (หรือคิดเป็น ร้อยละ 6.5 ต่อปี)

อันดับ 2 ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะสามารถมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 3 เท่า (หรือคิดเป็นร้อยละ 5.6 ต่อปี)

อันดับ 3 ได้แก่ ตลาดหุ้นยุโรป จะสามารถมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า (หรือคิดเป็นร้อยละ 4.6 ต่อปี)

อันดับ 4 ได้แก่ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น จะสามารถมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 2.24 เท่า (หรือคิดเป็นร้อยละ 4.1 ต่อปี)

อันดับ 5 ได้แก่ ตลาดหุ้นอังกฤษ จะสามารถมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 2 เท่า (หรือคิดเป็นร้อยละ 3.5 ต่อปี)

 

นอกจากลงทุนในหุ้นแล้วสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้สำหรับโลกอนาคตคือ สกุลเงินดิจิทัล และพลังงานสีเขียว

อย่างไรก็ตามกว่าจะถึง 20 ปีข้างหน้าก็อาจมีปัจจัยต่างๆ มาเปลี่ยนแปลงอนาคตอยู่บ้าง ดังนั้นควรติดตามข่าวสาร การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสการลงทุนดีๆ กันนะคะ

 

 

บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ. (2565, มกราคม – มีนาคม).  “ภาพเศรษฐกิจกับผลตอบแทนตลาดหุ้นทั่วโลก…ในทศวรรษหน้า,” Delight Magazine.  21(1) : 36-40