มีเงิน 10,000 ลงทุนอะไรได้บ้าง

มีเงินหมื่น อยากไปให้ถึงล้าน มีหลายทางเลือก ถ้าพร้อมลุยซะอย่าง!

มีเงินก้อนหนึ่งทั้งที ก็ไม่อยากทิ้งไว้เฉยๆ ต้องสร้างผลกำไรให้ออกดอกออกผลบ้าง เพื่อให้ 10,000 บาท ไปถึง 1 ล้านบาทได้เร็วขึ้น ดังนั้นมีเงิน 10,000 บาท ลงทุนอะไรถึงดีที่สุด?

 

10,000 ที่จะกล่าวถึงเป็นเงินก้อน ไม่ได้หมายถึงว่าต้องลงเงินเดือนละหมื่น ดังนั้นวิธีที่เราแนะนำดังต่อไปนี้ แม้แต่นักศึกษา หรือคนว่างงานก็นำไปใช้ได้ แต่เงินหมื่นนี้ต้องเป็น “เงินเย็น” เท่านั้น (เงินที่ไม่ต้องใช้จ่ายใดๆ ไม่มีแผนที่จะใช้มัน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินเก็บสำรองฉุกเฉิน) กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตมีไอเดียดีๆ มาฝาก

 

มีเงินเย็น 10,000 บาท ลงทุนอะไรดี

 

1.สลากออมทรัพย์

ได้ทั้งดอกเบี้ยและลุ้นโชค โดยไม่เสียเงินต้นแม้แต่บาทเดียว! ลุ้นรางวัลทุกเดือนไปยาวๆ มีทั้ง 1 ปี 3 ปี 5 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทสลากฯ ที่ซื้อ ถ้าดวงดีสุดๆ ถูกรางวัลที่ 1 ได้ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

สลากออมทรัพย์ยอดนิยม คือ สลากออมสิน และสลาก ธกส. ซึ่งสลากออมทรัพย์แต่ละธนาคาร ทั้งดอกเบี้ย ราคาและรางวัลต่างกัน ควรอ่านรายละเอียดจากหน้าเว็บธนาคารต่างๆ แล้วเปรียบเทียบให้ดี (อ่าน สลากออมทรัพย์แบบไหนที่ใช่คุณ ซื้ออย่างไรให้ถูกกระจาย)

 

2.ซื้อตราสารหนี้

ผลตอบแทนค่อนข้างคงที่และมีความเสี่ยงน้อย ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้จากธนาคาร หรือหุ้นกู้จากภาคเอกชน การลงทุนแบบนี้จะได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่สม่ำเสมอ ประมาณ 4% ต่อปี ขึ้นอยู่กับการเสนอขาย ผู้ที่สนใจก็สามารถซื้อพันธบัตรที่องค์กรเหล่านี้เปิดขายเอง

 

3.กองทุนรวม

กองทุนรวม คือการ “กอง” “ทุน” ของหลายๆ คนมา” รวม” กัน แล้วให้ บล. หรือ บลจ. บริหารจัดการลงทุนให้ ทำให้กองทุนรวมมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ อาจได้กำไร 6% หรือมากกว่านั้น แต่ถ้าเลือกไม่ดีก็มีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน

ซึ่งมีวิธีเลือกประเภทกองทุน โดยจัดสัดส่วนกองทุนเป็นส่วนๆ แบ่งตามประเภทสินทรัพย์ดังนี้

  • กลุ่มตราสารทุน (Equity)
  • กลุ่มตราสารทุนประเทศ (Sector)
  • กลุ่มตราสารทุนประเภทกองทุนรวมดัชนี (Index Fund)
  • กลุ่มตราสารหนี้ (Fixed Income)
  • กลุ่มกองทุนรวมผสม (Allocation)
  • กลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ / Infra / REIT
  • กลุ่มกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)

 

อ่าน เคล็ดลับการเลือกกองทุนรวม โดย ดร.นิเวศน์ กูรู VI en

 

4.ซื้อหุ้นที่ชอบและเล็งไว้แล้ว

เงิน 1 หมื่น ก็สามารถซื้อหุ้นรายตัวได้ แต่ต้องกระจายความเสี่ยง (อย่าเทซื้อหุ้นตัวเดียว เดี๋ยวเจ็บหนัก) วิธีนี้จะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปีหรือสูงกว่านั้น แต่หากเลือกลงทุนผิด เล่นหุ้นแบบเม่า ก็อาจสูญเงินต้นทั้งหมดเลยก็มี

 

ผู้ลงทุนต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องตลาดหุ้นมากพอสมควร (แนะ..มือใหม่เล่นหุ้น “ซ้อมบนกระดาษ” ) เพราะหุ้นรายตัวก็มีหลากหลาย เช่น อุตสาหกรรม เทคโนโลยี พลังงาน สาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าไม่มีความรู้เพียงพอ เราสามารถนำเงินของเราวางให้กับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ช่วยดูแลให้ได้ ผ่านกองทุนรวมต่างๆ ในข้อที่ 5

 

5.Day trade / เก็งกำไรระยะสั้น

ลงทุนกับกองทุนรวมหรือหุ้นอาจไม่ทันใจ ใครมีความรู้เรื่องการเทรด และมีเวลามากพออาจชอบวิธีนี้ คือเทรดซื้อมา-ขายไป รัวๆ ให้จบในวันเดียวไปเลย ซึ่งเหมาะกับตลาดที่มีสภาพคล่องสูง (เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดได้เร็ว มีอุปสงค์และอุปทานมากพอสมควร) เช่น

  • Cryptocurrency : สกุลเงินดิจิทัล (มีอีเธอเรียม / บิทคอยน์อยู่ในนี้)
  • Forex : ตลาดซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
  • หุ้น
  • ฯลฯ

เราไม่อยากแนะนำวิธีนี้ เพราะหากคุณมีความรู้เรื่องการเงินที่ดี คุณคงไม่ได้มีเงินแค่หมื่นเดียว ณ ตอนนี้คุณอาจมีความโลภและขาดสติได้ง่าย

** ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนยิ่งสูง ** Day trade สามารถทำกำไรได้เร็วที่สุด แต่ต้องมีความรู้ในการวิเคราะห์เทคนิค รับความผันผวนได้ดี และมีความรอบคอบสูง

 

6.ตัวแทนจำหน่าย

หรือพูดง่ายๆ คือ” นายหน้า” ใครขายเก่ง แต่ไม่อยากสต๊อกของเอง ลองสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย รับของเขามาขายก็ไม่เลว แล้วยังเป็นการลองเชิง เก็บประสบการณ์ก่อนทำธุรกิจของตัวเองได้ด้วย

 

7.ซื้อแฟรนไชส์

ธุรกิจทุนต่ำกำไรงามมีหลากหลายด้วยงบลงทุนไม่ถึงหมื่น มีทั้งอาหาร ของกินเล่น เครื่องดื่ม บริการ เช่น

 

8.ลงทุนในธุรกิจส่วนตัว

เงินน้อยไม่เกี่ยว เริ่มจาก 0 แล้วขยับขยายเป็นแสนได้ ถ้ารู้จักใช้สิ่งที่เรามีอยู่ในมือให้เป็นประโยชน์ มีธุรกิจทุนน้อยหลากหลายที่คืนทุนได้เร็ว เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านเพนท์เล็บ ร้านน้ำปั่น ชานมไข่มุก ร้านขนมหวาน ปลูกผัก ร้านแว่นตา ฯลฯ

 

เห็นชัดเจนว่าเงินแค่ 10,000 เดียว ก็มีทางเลือกได้หลากหลาย อย่างไรก็ตามก่อนจะใช้เงินลงทุนอะไรก็แล้วแต่ ควรลงทุนกับตัวเองก่อน หาความรู้ ความถนัด และสิ่งที่คุณมี กระจายความเสี่ยงจากการลงทุนให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันวิกฤตที่จะสูญเงินหมื่นทั้งก้อน อย่างน้อยก็ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้กันวิกฤตชีวิตด้วยนะคะ