สงคราม “กิมจิ” จีน – เกาหลี

เกาหลีโวย ถูกจีนขโมยวัฒนธรรม หลังจีนประกาศเป็นผู้นำอุตสาหกรรมผักดอง จากเมนู “เปาฉ่าย” อาหารที่หน้าตาเหมือนกับ “กิมจิ”

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ไม่รู้จักอาหารผักดองชื่อดังของประเทศเกาหลีอย่าง “กิมจิ” ที่ชาวเกาหลีเองถือว่าอาหารชนิดนี้เป็นวัฒนธรรมโดดเด่น และใช้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ แม้กระทั่งคนไทยเองก็ยังเรียกประเทศเกาหลีใต้ว่า “แดนกิมจิ” มาแสนนาน

 

แต่ล่าสุด “กิมจิ” กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศขึ้นมาจนกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก เมื่อประชากรโลกออนไลน์ของจีน และเกาหลี ต่างออกมาถกเถียงกันหลังจากสื่อจีนรายงานข่าวว่า เปาฉ่าย (Pao Cai) ซึ่งเป็นผักดองสไตล์จีน ได้รับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการโดยองค์กรระหว่างประเทศ หรือ ISO โดยสื่อใหญ่ของจีนถึงกับพาดหัวข่าวและเผยแพร่ไปทั่วว่า “เป็นการรับรองมาตรฐานสากลสำหรับอุตสาหกรรมกิมจิที่จีนเป็นผู้นำ” แม้ ISO จะระบุชัดว่าไม่รวมถึงกิมจิของเกาหลี ก็ตาม

 

 

หลังข่าวนี้เผยแพร่ไปทั่วโลกทำให้ชาวเกาหลีใต้แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนทำให้สื่อโซเชียลออนไลน์ของชาวกิมจิเกือบแตกเมื่อมีผู้คนออกมาแสดงความคิดเห็นโจมตีการอ้างอิงดังกล่าว ทั้งๆ ที่ ผักดอง เปาฉ่าย เป็นผักดองสไตล์จีนเสฉวนที่ไม่ใช่กิมจิ และเป็นอาหารคนละชนิด การออกมาบอกวาจีนเป็นผู้นำของการทำผักดองกิมจิ จึงเปรียบเสมือนการขโมยวัฒนธรรมของคนเกาหลีไปแบบไม่สนประวัติศาสตร์โลก

 

“มันเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง โจรขโมยวัฒนธรรมของเรา!”

ชาวเน็ตเกาหลีใต้คนหนึ่งเขียนบน Naver ซึ่งเป็นเว็บพอร์ทัลยอดนิยมของเกาหลี และยังมีข้อความต่างๆ ที่ถูกโพสต์อย่างดุเดือด แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวของชาวเกาหลีใต้ต่อท่าทีของสื่อจีนครั้งนี้ โดยส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่ามันไร้สาระอย่างมากทั้งๆ ที่ทั้งโลกก็รู้ว่ากิมจิ เป็นวัฒนธรรมของเกาหลี และจีนเอา เปาฉ่ายมาบอกว่าเป็นกิมจิ เปรียบเสมือนการพยายามจะครอบครองโลกอย่างนั้นแหละ

“แม้กระทั่งกิมจิ ก็ยังจะมาก๊อบปี้ของเราไป” !!!

 

ในขณะที่โซเชียลจีนเองก็มีปฏิกิริยาเรื่องนี้เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็ออกมาตอบโต้ชาวเน็ตเกาหลี โดยระบุว่า หากสืบค้นกันไปจริงๆ แล้ว กิมจิ ก็ได้รับอิทธิพลและวิธีทำมาจากจีนนั่นเอง มันจะแตกต่างกันตรงไหน ก็แค่มีชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง และที่สำคัญ กิมจิจำนวนมากที่บริโภคในเกาหลีใต้ซึ่งมีผู้คนรับประทานประมาณ 2 ล้านตันต่อปีมาจากประเทศจีน

 

กิมจิ กะหล่ำปลีรสเผ็ดเป็นที่ชื่นชอบในเกาหลีใต้ แต่จีนอ้างว่าอาหารหมักจานนี้เป็นของตัวเอง ภาพจาก : Justin McCurry / The Guardian

 

อย่างไรก็ตามสงครามความขัดแย้งทางวัฒนธรรมของชาวจีนและชาวเกาหลีใต้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่ก่อนหน้านี้ ชาวเน็ตจีนก็เคยออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นทำนองตำหนิการกระทำของวงดนตรีสาวยอดนิยมอย่าง “แบล็กพิงค์” หลังจากที่สาวๆ ไปอุ้มแพนด้าเพิ่งเกิดที่ยืมไปจากจีน ระหว่างการแสดงที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งในเกาหลี โดยชาวจีนกล่าวหาว่านั่นเป็นการไม่คำนึงถึงสุขภาพของแพนด้าน้อยอันเป็นสมบัติของจีน จนกลายเป็นข้อถกเถียงกันมาแล้วรอบหนึ่ง

 

สำหรับกรณีการถกเถียงเรื่อง “กิมจิ” และ “เปาฉ่าย” นั้น ล่าสุด กระทรวงเกษตรของเกาหลีใต้ได้ออกแถลงการณ์ว่ามาตรฐานที่ได้รับการรับรอง ISO ในอาหาร “เปาฉ่าย” ของจีนนั้น “ไม่เกี่ยวข้องกับกิมจิ” ของเกาหลีใต้แต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2013 ยูเนสโก ได้ประกาศให้ “กิมจิ” ของเกาหลีใต้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมประเภทที่จับต้องไม่ได้ ของประเทศนี้ และยัง เพิ่มกิมจังซึ่งเป็นกิจกรรมการทำ “กิมจิ” ของชุมชนในเกาหลี เป็นมรดกทางวัฒนธรรมชนิดเดียวกันนี้อีกด้วย โดยในรายงานการรับรองดังกล่าว ร้บ “กิมจัง “เป็นส่วนสำคัญของอาหารเกาหลีการก้าวข้ามชนชั้นและความแตกต่างในภูมิภาค การปฏิบัติโดยรวมของกิมจังเป็นการยืนยันความเป็นเกาหลีและเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมในการเสริมสร้างความร่วมมือในครอบครัว”

 

เปาฉ่าย

 

เปาฉ่าย ชนิดของผักดองมักจะทำโดยใช้กะหล่ำปลีผักกาด ถั่วฝักยาว,พริกไทย, แครอทและขิง มักจะพบในจีนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเสฉวน พบมากที่สุดในภาคเหนือและภาคตะวันตกของจีน แต่ยังมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ pao Caiเรียก Cai suanซึ่งเป็นที่โดดเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ชาวจีนมักกินผักดองชนิดนี้กับโจ๊กเป็นอาหารเช้ายอดนิยม

 

กิมจิ

 

กิมจิ เป็นเครื่องเคียงของชาวเกาหลีที่ทำจากการหมักผักต่างๆ เช่น ผักกาดขาวและหัวไชเท้าเกาหลี มีเครื่องปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ ในอดีตกิมจิจะถูกเก็บไว้ในภาชนะดินเผาขนาดใหญ่ฝังดินเพื่อป้องกันไม่ให้กิมจิแข็งตัวในช่วงฤดูหนาว เป็นวิธีหลักในการจัดเก็บผักตลอดฤดูกาล ในฤดูร้อนการจัดเก็บในพื้นดินจะทำให้กิมจิเย็นพอที่จะชะลอกระบวนการหมัก สมัยปัจจุบันมักใช้ตู้เย็นกิมจิเพื่อเก็บกิมจิ ใช้ทานเป็นเครื่องเคียง หรือประกอบอาหารเกาหลีมากมาย