คิดให้ดีก่อนพักหนี้บ้าน

ดูให้ดีก่อนพลาด พิจารณาความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจเข้าร่วมมาตรการพักหนี้บ้าน

ห้ามรี ห้ามปิด ห้ามโปะ ..ไม่งั้นต้องจ่ายดอกเบี้ยย้อนหลังเท่าเดิม

 

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากรายได้หดหายในช่วงการระบาดหนักของโรคโควิด 19 ทำให้หลายธนาคารได้ออกมาตรการมาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ที่มีภาระหนี้สินกับธนาคาร รวมถึง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ได้ออกมาตรการมาช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารเช่นกัน

 

โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ออกมาตรการตาม “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ” ผ่าน 8 มาตรการ ที่ครอบคลุมลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางของธนาคาร ทั้งสถานะบัญชีปกติ สถานะ NPL หรืออยู่ระหว่างทำข้อตกลงประนอมหนี้ หรือสถานะบัญชีดอกเบี้ยผิดนัด หรือสถานะกฎหมายในทุกสาขาอาชีพ รวมถึงกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวเนื่องในด้านสาธารณสุข

 

ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2563 เวลา 13.00 น พบว่ามีลูกค้าของธนาคารลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าทั้ง 8 มาตรการเป็นจำนวนรวม 475,800 บัญชีวงเงินกู้ 473,951 ล้านบาท มาตรการที่มีลูกค้าลงทะเบียนมากที่สุดคือ มาตรการที่ 5 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 4 เดือน

สำหรับกลุ่มลูกค้าทุกวัตถุประสงค์การกู้ที่มีวงเงินกู้ ทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 35,000 บาท

 

โดยมีข้อแม้ระบุว่า “หากปฏิบัติตามข้อตกลงของมาตรการ ธนาคารจะยกดอกเบี้ยที่พักชำระให้ลูกค้าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลากู้ตามสัญญา ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ถึง 174,598 บัญชี วงเงินกู้ 151,527 ล้านบาท โดยมาตรการดังกล่าวกำลังจะครบ 4 เดือนที่ลูกค้าได้รับการพักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม / สิงหาคม 2563”

 

 

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มมาตรการ 8.5 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย ผ่าน Application : GHB ALL เพิ่มเติมอีกด้วย โดยผู้ที่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. – 29 ส.ค.2563 แบ่งเป็น

 

1.กรณีลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ ให้แจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 8.5 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย โดยจะพักชำระได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563

2.กรณีลูกค้าที่มีสถานะเป็น NPL จะต้องเข้ามาตรการประนอมหนี้พิเศษ หากสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ตามมาตรการที่ 8.5 ได้ด้วย

 

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่เข้ามาตรการที่ 5 และมีความพร้อมในการผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ สามารถกลับมาผ่อนชำระเงินงวดตามเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้เดิมได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม / กันยายน 2563 เป็นต้นไปแล้วแต่กรณี ส่วนกรณีที่ลงทะเบียนเข้ามาตรการที่ 8.5 ลูกค้าสามารถทยอยผ่อนชำระดอกเบี้ยที่พักชำระไว้ให้หมดได้ก่อนสิ้นสุดระยะเวลากู้ตามสัญญา

 

อย่างไรก็ตามยังคงมีความสับสนในเงื่อนไขของธนาคารในมาตรการการช่วยเหลือดังกล่าว โดยเฉพาะคุณสมบัติ และวิธีการดำเนินการหลังเข้าร่วมโครงการแล้ว และจากข้อสงสัยดังกล่าว “กินอยู่เป็น 360 องศา ได้สรุปข้อระมัดระวัง และข้อมูลสำหรับการตัดสินใจสำหรับผู้ที่คิดจะเข้าร่วมเข้าร่วมโครงการดังนี้

 

เงื่อนไขที่ธนาคารระบุคือ “ผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของมาตรการ ธนาคารจะยกดอกเบี้ยที่พักชำระให้ลูกค้าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลากู้ตามสัญญา” นั่นคือ

 

1. หลังเข้าร่วมโครงการในช่วงที่มีการพักชำระหนี้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องจ่าย ทั้งต้นและดอกเบี้ย จนกว่าจะครบกำหนดที่ธนาคารพักชำระหนี้และดอกเบี้ยไว้ให้ โดยห้ามดำเนินการใด เช่น จ่ายชำระในระหว่างการพักหนี้ เพราะจะทำให้บัญชีที่เคยถูกแจ้งการเข้าร่วมมาตรการไว้ถูกยกเลิกกลับสู่ระบบปกติทันที ทำให้เกิดดอกเบี้ยย้อนหลังจากการที่หยุดการชำระหนี้กับธนาคารที่จะถูกเรียกเก็บ

2.หลังครบระยะเวลาการพักชำระหนี้ตามที่ธนาคารให้การผ่อนผัน ลูกค้าจึงจะสามารถชำระหนี้ต่อด้วยจำนวนยอดเงินต้นคงเหลือเดิม และค่างวดเดิมที่เคยชำระ ตามที่ตกลงไว้กับธนาคารก่อนเข้าร่วมโครงการ

3.หากมีการชำระเงินกู้ก่อนกำหนด (โปะ) ลูกค้าจะต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราที่ถูกพักไว้ย้อนหลังตามจำนวนเดือนที่เข้าร่วมมาตรการ เช่น ณ เวลาพักหนี้มีดอกเบี้ยจำนวน 4000 บาท พักหนี้ไว้ 4 เดือน หากมีการโปะ ลูกค้าจะต้องชำระดอกเบี้ยย้อนหลัง นั่นคือ 4,000X4= 16,000 บาท ดังนั้นหากเข้าร่วมโครงการแล้วห้ามโปะ เพราะจะถูกคิดดอกเบี้ยที่พักไว้ทันที

4.ลูกค้ายังสามารถที่จะยื่นขอเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยได้ทุกๆ 3 ปีเช่นเดิม แต่ต้องชำระดอกเบี้ยเช่นเดียวกับข้อ 3

 

ดังนั้นผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการควรพิจารณาความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว