“ปลดหนี้” ไม่มีสูตรสำเร็จ…

เมื่อชีวิตมีเรื่องไม่คาดคิดมาเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดตกงานสายฟ้าแลบ ป่วยกะทันหัน ทางบ้านต้องการเงินด่วน หรือ ต้องใช้จ่ายซื้อของชิ้นใหญ่ที่จำเป็น อาจเป็นแรงผลักให้คุณคิดกู้หนี้ยืมสิน ทำบัตรเครดิต ขอสินเชื่อต่างๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของการก่อหนี้ก้อนโต สร้างความปวดหัวตามมาในอนาคตได้

 

แต่หากเป็นหนี้ไปแล้ว ต้องกล้าเผชิญกับความจริง เร่งจัดการก่อนที่จะกลายเป็นหนี้ก้อนโต วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีข้อแนะนำเพื่อเตรียมตัว เตรียมใจ รับมือ  พร้อมแนวทางการปลดหนี้เบื้องต้น เพื่อหยุดวังวนหนี้สิน

 

 

ตั้งสติและวางแผนการชำระหนี้ เขียนสรุปในแผ่นเดียว ดูภาพรวมว่าปัจจุบันหนี้ของเราเป็นอย่างไร

  1. แยกหนี้ดีและไม่ดี 2 ส่วน วิธีนี้เหมาะกับวิกฤตทางการช่วงสั้น ๆ
    • หนี้ดี (หนี้ที่สร้างรายได้) เช่น ซื้อทรัพย์สินเพื่อปล่อยเช่า ผ่อนทองคำที่เคยจำนำไว้
    • หนี้ไม่ดี (หนี้ที่ไม่สร้างรายได้) เช่น ซื้อมือถือ ซื้อรถใหม่ ทานมื้อหรู รูดบัตรช้อปปิ้ง

ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องเงิน เราสามารถขายหนี้ไม่ดี แล้วเก็บส่วนของหนี้ดีไว้ เช่น ขายของมือสอง ขายรองเท้า กระเป๋า เพื่อให้มีเงินมาใช้จ่ายในระยะสั้นได้ แต่ถ้าหนี้สินของคุณลุกลามใหญ่โต ค่อยมาคิดว่าจะขายทรัพย์สินของหนี้ดี เพื่อจ่ายหนี้ก้อนโตหรือไม่

  1. แบ่งกลุ่มหนี้ตามดอกเบี้ย คือ หนี้ที่มีจำนวนมากที่สุดและหนี้ที่เสียดอกเบี้ยเยอะที่สุด เพื่อใช้หาไอเดียเจรจากับเจ้าหนี้ เช่นเจรจากับเจ้าหนี้ดอกเบี้ยสูงสุดว่าขอหยุดดอกเบี้ยไม่ให้เพิ่มขึ้น
  2. เช็กรายรับ รายจ่ายในแต่ละเดือนว่ามีเท่าไหร่ เพื่อหาจำนวนเงินที่เป็นไปได้ในการจ่ายหนี้ในแต่ละเดือน
  3. ขอคำปรึกษาและเจรจาต่อรองหนี้ อย่าหนีปัญหา เพราะเจ้าหนี้เองก็อยากได้เงินคืน ดังนั้นควรหาทางออกร่วมกัน รวบรวมข้อมูลไปต่อรองเท่าที่ทำได้ เพื่อที่เราจะได้รับประโยชน์จากการเจรจาให้ได้มากที่สุด

 

ข้อแนะนำ : ปิดบัตรทุกใบให้เหลือเจ้าหนี้เพียงรายเดียว โดยใช้สินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อให้จัดการหนี้ได้ง่าย เราก็ต้องรู้ว่าตนเองจะกู้เท่าไหร่และที่ไหนให้ผลประโยชน์กับเราได้มากที่สุด โดยใช้ข้อมูลที่เราสรุปมาไปเจรจากับเจ้าหนี้

 

หลังจากวางแผนชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะจำไว้เป็นบทเรียน สร้างวินัยทางการเงินใหม่ สร้างวินัยการออม พยายามซื้อของด้วยเงินสด เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน ตั้งสติและคิดทบทวนก่อนจ่ายทุกครั้ง เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นหนี้อีก

 

เทคนิคแก้ปัญหาการเงินนี้ไม่เพียงแต่ช่วยจัดการหนี้สินเท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน ทั้งนี้ผู้อ่านควรนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง