_ฝันร้าย_สร้างเองได้_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 18, 2020

ช่วงที่รอบตัวมีแต่เรื่องร้าย ทั้งการระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่ายุติและลามกระทบต่อเศรษฐกิจปากท้องที่โดนกันถ้วนหน้าไม่ว่าเจ้าของธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน พ่อค้าแม่ค้า ซึ่งหลายคนเก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาคิดวิตกจนนำไปสู่ฝันร้ายที่กระทบต่อทั้งสุขภาพกายใจ วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำทุกท่านไปรู้จักกับต้นเหตุที่มาที่ไป รวมถึงวิธีพาตัวเองให้หลุดพ้นจากฝันร้ายกัน

 

ฝันร้าย (nightmare) เป็นสภาวะของร่างกายที่มีการปรากฏภาพและเรื่องราวซับซ้อนกระทบแง่ลบต่อจิตใจ โดยผู้ฝันอาจสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่รับรู้และจำได้เมื่อตื่นขึ้น ขณะเดียวกันก็นำไปสู่การหลับต่อได้ยากขึ้น

 

ภาพจาก : www.fatherly.com

 

อาการฝันร้ายมักเกิดขึ้นในช่วงหลับฝัน (Rapid Eye Movement: REM) ซึ่งวงจรร่างกายหยุดทำงาน ยกเว้นหัวใจ กะบังลม กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อเรียบ มักเกิดภาวะดังกล่าวตอนใกล้เช้า เนื่องจากช่วงหลับฝันที่เป็นระยะนอนหลับที่สมองตื่นตัวและประมวลความจำ หรือ เรียนรู้ข้อมูลใหม่ ทำให้สิ่งที่สมองประมวลออกมานั้นปรากฏภาพเหมือนจริงและส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกเมื่อนอนหลับฝัน

 

ฝันร้ายของแต่ละคนมีรูปแบบแตกต่างกันตามประสบการณ์ชีวิตและจิตใต้สำนึก หากรูปแบบฝันร้ายที่คนส่วนใหญ่พบเจอจะเป็นลักษณะการวิ่งหนีสัตว์ร้าย คนร้าย อสุรกาย หรือ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมถึงการตกจากที่สูงแบบเฉียบพลัน ส่วนผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น ประสบอุบัติเหตุ ถูกทำร้ายก็อาจฝันถึงเหตุการณ์แบบนั้นอยู่บ่อยๆ

 

สาเหตุหลักของฝันร้าย

1.ผลกระทบทางจิต มีความวิตกกังวล เครียด ประสบเหตุสะเทือนขวัญ หรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตบางประเภท เช่น โรคซึมเศร้า

2.ความผิดปกติของร่างกาย มีอาการป่วยบางประเภท เช่น หยุดหายใจขณะหลับ นอนหลับยาก กลัวการนอนหลับ รวมถึงการรับประทานอาหารก่อนนอน อาทิ อาหารที่ร่างกายแพ้ หรือ ย่อยยาก ฯลฯ ซึ่งส่งผลให้การทำงานของระบบเมตาบอลิซึมเพิ่มขึ้นและส่งสัญญาณให้สมองตื่นตัวมากกว่าเดิม

3.พฤติกรรมการใช้ชีวิต อาทิ นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ผลข้างเคียงจากการใช้ยา หรือ สารเสพติด ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือ หยุดดื่มแบบหักดิบ ผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือ เลิกสูบกะทันหัน ฯลฯ

 

ภาพจาก : www.e-counseling.com

 

ผลของฝันร้ายทำให้ร่างกายประสบภาวะวิตกกังวล ระทึก โศกเศร้า หรือ หวาดกลัวอย่างรุนแรง จนอาจส่งผลให้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต หรือ เข้าสังคม โดยฝันร้ายจะมีความถี่เพิ่มขึ้นเมื่อบุคคลนั้นเริ่มมีความผิดปกติกับการดำเนินชีวิตในสังคม และหากเกิดขึ้นบ่อยมากๆ ก็อาจบ่งชี้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับภาวะปัญหาสุขภาพจิต อาทิ ภาวะวิตกกังวล เครียด หรือได้รับบาดเจ็บทางจิตใจอย่างรุนแรง ส่งผลต่อภาวะสุขภาพจิตและจิตเวชตามมาในอนาคตได้

 

ดังนั้นถ้าไม่อยากฝันร้าย ให้เสพข่าวสารแต่พอดีและมีสติโดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดีย เพื่อไม่เก็บมาคิด หรือ วิตกเกินไป พยายามหากิจกรรมผ่อนคลายลดความเครียด หาเวลาออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในช่วงนี้

 

ภาพจาก : https://bettersleep.org

 

เคล็ดลับนอนหลับฝันดีจาก National Sleep Foundation

  1. กำหนดตารางเวลาเข้านอน – ตื่น ให้เป็นช่วงเวลาเดียวกันทุกวันเพื่อรีเซ็ตรอบการนอนหลับเพื่อให้ตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
  2. ออกกำลังกายวันละ 20-30 นาที จะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ควรเว้นระยะ 5-6 ชั่วโมง หรือ อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
  3. หลีกเลี่ยงคาเฟอีน นิโคติน แอลกอฮอล์ อาทิ กาแฟ ช็อคโกแลต ยาลดความอ้วน น้ำอัดลม ชาสมุนไพร และยาแก้ปวด
  4. หากิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน อาทิ อาบน้ำอุ่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ จะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น
  5. นอนบริเวณที่แดดส่องถึงเมื่อตื่น เพราะแสงแดดตอนเช้าจะช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวิตของเราทุกวัน โดยเฉพาะถ้าใครที่มีปัญหานอนหลับยากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับแนะนำให้รับแสงแดดเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทุกเช้า
  6. อย่านอนแช่บนเตียง หากนอนไม่หลับอย่าพยายามนอนแช่บนเตียง ให้ไปหาอย่างอื่นทำ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงจนกว่าจะรู้สึกเหนื่อย หรือ อ่อนล้า เพราะความวิตกที่ว่าพยายามนอนแล้วแต่ยังไม่สามารถหลับได้เสียที อาจนำไปสู่อาการนอนไม่หลับติดตัวไปได้
  7. ควบคุมอุณหภูมิห้องนอน เน้นที่เรารู้สึกสบาย เพราะถ้าร้อน หรือ เย็นเกินไป อาจขัดขวางการนอนหลับ
  8. พบแพทย์ หากปัญหาการนอนไม่หลับเริ่มรุนแรงจนรบกวนการดำเนินชีวิตปกติ และกระทบต่อการประกอบอาชีพ

 


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 17, 2020

ใครคือ “บอมเบย์เบอร์มา” เจ้าของอาคารอนุสรณ์ค้าไม้เก่าแก่อายุ 127 ปีของเมืองแพร่ ที่ถูกรื้อแบบไม่เหลือซาก จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้ วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อาสาค้นหามาฝากกัน

 

ทรงอิทธิพลยุคอาณานิคมอังกฤษ

บริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษที่เคยเข้ามาทำธุรกิจป่าไม้ในไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2406 โดยหกพี่น้องชาวสก็อตตระกูลวัลเลซ ซึ่งเดิมทีพี่น้องกลุ่มนี้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจปลูกชาและป่าไม้ ภายใต้ชื่อบริษัท “Wallace Bros & Co” ที่เมืองบอมเบย์ (ปัจจุบัน คือ มุมไบ) ก่อนขยายธุรกิจมายังเมืองย่างกุ้งของพม่าเพื่อผลิตไม้สักส่งออกไปยังจีน อินเดีย และก่อตั้ง “บอมเบย์เบอร์มา” ขึ้นมา ทั้งยังมีธุรกิจอื่นร่วมด้วย เช่น การปลูกฝ้าย สำรวจน้ำมันและการขนส่ง เป็นต้น

“บอมเบย์เบอร์มา” ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลอังกฤษในยุคอาณานิคมเป็นอย่างมาก การทำป่าไม้ในพม่าและหัวเมืองเหนือของไทย (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน) หรือ สยามสมัยนั้นเกือบทั้งหมด ล้วนอยู่ในความควบคุมของ 2 บริษัทป่าไม้ของอังกฤษ คือ บอมเบย์ เบอร์มา และ บริติช บอร์เนียว

 

บอมเบย์เบอร์มากับป่าไม้เมืองสยาม

เหตุผลของ “บอมเบย์เบอร์มา” ในการเข้ามาทำกิจการป่าไม้ที่เมืองไทย เนื่องจากสมัยนั้นป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์และค่าสัมปทานถูกกว่าในพม่า โดยเข้ามาทำไม้ในเมืองแพร่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2432 ได้รับสัมปทานบริเวณป่าแม่น้ำยมตะวันตก และได้สร้างอาคารสำนักงานที่ถูกรื้อไปนี้ จนถึงปัจจุบันมีอายุราว 127 ปี ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าน้ำบ้านเชตวัน อ.เมือง จ.แพร่

 

 

ข้อมูลเว็บไซต์เชียงใหม่นิวส์ ระบุว่า การเข้ามาของบอมเบย์เบอร์มา ได้สร้างปางไม้ นำช้างและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ มาอยู่ในบริเวณพื้นที่บ้านเกาะทุ่งม่าน ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน โดยใช้วิธีตัดไม้จากป่าต่างๆ แล้วใช้ช้างลากไม้ซุงลงแม่นํ้าลี้ เพื่อนำมากองไว้ที่ปางไม้ ซึ่งว่ากันว่าไม้ซุงที่ตัดนั้นมีจำนวนหลายหมื่นต้น แต่ละต้นมาหน้าตัดกว้างไม่ตํ่ากว่า 1 เมตร

หลังนำไม้ซุงมากองพักไว้ที่ปางไม้แล้ว ยังได้สร้างทางรถไฟเพื่อลำเลียงไม้ซุงจากปางไม้บ้านเกาะทุ่งม่าน ไปยังบ้านหนองปลาสะวาย (ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของถนนสายลำพูน – ลี้) ขนถ่ายไม้ลงในแม่นํ้าปิงไหลล่องไปลงแม่นํ้าเจ้าพระยาถึงกรุงเทพมหานครก่อนจะนำขึ้นเรือกลับสู่ประเทศอังกฤษ

 

 

การทำไม้ช่วยสร้างรายได้เล็กๆ ให้กับชุมชนรอบบริเวณ โดยชาวบ้านจะทำบุหรี่ หมากพลู หรือ ข้าวปลาอาหารไปขายให้คนงาน ซึ่งมีหลายชาติพันธุ์ปะปนกัน ทั้งเงี้ยว ไทใหญ่ ม่าน (พม่า) กะเหรี่ยง ขมุ นอกจากนี้ชาวบ้านผู้ชายบางคนไปรับจ้างตัดไม้แบบ (ไม้หมอน) ทำรางรถไฟด้วย

ผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ เล่าย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ในสมัยนั้นว่านายห้างซึ่งเป็นฝรั่งคุมงานจะนำเงินแถบบรรจุกระสอบใส่บนหลังช้าง 2 ตัวมาจ่ายให้กับคนงาน แต่ภายหลังเมื่อสัมปทานไม้หมดไป คนงานเหล่านั้นก็พากับเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเอง แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้กลับและมีครอบครัวอยู่ในไทย

 

ย้อนอดีตอาคารป่าไม้ 127 ปี เมืองแพร่

อาคารสำนักงานที่ถูกรื้อถอนตามข่าว ตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำบ้านเชตวัน สันนิษฐานว่า เริ่มจากบริเวณท่าน้ำ บ้านเชตวันในอดีตเป็นที่พักไม้ที่ล่องมาทางเหนือแม่น้ำ ก่อนล่องตามแม่น้ำยมจนถึงกรุงเทพนำไปแปรรูปต่อ ณ โรงงานในพระนครก่อนขึ้นเรือส่งออกยังประเทศต่างๆ โดยขณะนั้นไม้สักถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากข้าว

 

บอมเบย์เบอร์มา เข้ามารับสัมปทานป่าไม้ในประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี ทำให้เกิดการถ่ายทอดวิธีการทำไม้ให้กับชาวไทยภาคเหนือส่งต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน กระทั่งในปี พ.ศ.2518 รัฐบาลไทยยกเลิกสัมปทานป่าไม้ บริษัทนี้จึงเลิกกิจการในประเทศไทย ขณะที่ อาคารต่างๆ ได้ตกเป็นสมบัติของรัฐบาลไทย ส่วน บริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง จำกัด ถูกเปลี่ยนมือเป็นของนักธุรกิจอื่นตามวิถีทางธุรกิจซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน

 

ภาพสำนักงานในพื้นที่สาธร กรุงเทพฯ ในอดีต

 

ที่มา https://bbtcl.com/company-profile/


Content_Horo_16-30-June_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่างวันที่ 16 – 30 มิถุนายน 2563 โดย..พันดาว อดีตคอลัมนิสต์ชื่อดัง ในมติชนสุดสัปดาห์ ศาสตร์แห่งโหร และ นิตยสาร seventeen ไขรหัส…ความเร้นลับของตัวเลข ดวงดาว ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณ แบบไม่น่าเชื่อ…

 

 

ราศีมังกร 21 ธ.ค.-21 ม.ค.

ที่เคยเหนื่อยๆในช่วงที่ผ่านมา ช่วงนี้ดูจะผ่อนคลายขึ้น  ชาวมังกรช่วงนี้ เป็นอารมณ์แบบอยากอยู่เงียบๆคนเดียว คุณรู้สึกเบื่อหน่ายเรื่องทางสังคม การสังสรรค์ อยากจะหาที่สงบๆพักใจมากกว่า มนุษย์เงินเดือนอาจมีปัญหาในเรื่องของการติดต่อประสานงานที่ไม่ลงตัว แต่สักพักจะเข้าที่เข้าทางและผ่านไปได้ ที่ยังเรียนอยู่ ระวังความขี้เกียจจะทำให้คุณต้องเหนื่อยมาก เพราะงานทุกอย่างสุมไว้เยอะจนทำไม่ทัน ความรักสำหรับชาวมังกรช่วงนี้ ไม่มีทั้งธนูมาปัก ศรรักเก็บเข้าที่เข้าทางไว้ก่อน ที่มีแฟนอยู่แล้ว อาจต้องเติมความหวานกันสักเล็กน้อยก่อนจะจืดไปมากกว่านี้

 

 

ราศีกุมภ์ 22 ม.ค.-20 ก.พ.

การเงินยังคงโดดเด่นต่อเนื่องสำหรับชาวกุมภ์ แนะนำให้คุณนำเงินที่มีอยู่มากมายไปลงทุน จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์มากขึ้น 2-3 เดือนนี้ เป็นเดือนแห่งโชคของชาวราศีนี้ หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือนักธุรกิจ ชีวิตเป็นจังหวะขาขึ้น ที่สอบชิงทุน ขอทุน ขอกู้เงินเพื่อมาลงทุน มีโอกาสสำเร็จ แต่ความรักสำหรับชาวกุมภ์แล้ว มักเป็นเรื่องเล่นตลก เวลาจะมีเข้ามาก็มาพร้อมๆกัน มาคนเดียวไม่ได้ ทำให้คุณสับสนซะงั้น และอย่างที่บอก ดาวพลูโตทำมุมในราศีเกิด โอกาสจะมีแฟนเป็นเพศที่สามสูงมาก ขอบอก

 

 

ราศีมีน 21 ก.พ.– 21 มี.ค.

ชะตาชีวิตของชาวมีน มักเดินสวนทางกับกุมภ์ โดยเฉพาะเรื่องความรัก เพราะองศาการเกิดคลาดกันนิดเดียว เวลาที่ชาวกุมภ์มีความรัก ชาวมีนมักอกหัก  ถ้าชาวมีนตกหลุมรัก ชาวกุมภ์ก็มักมีปัญหา โหราศาสตร์สถิติว่าไว้แบบนั้น เดือนนี้คนราศีมีน  กระเป๋าแบน เพราะจับจ่ายใช้สอยเกินตัว  อาจต้องประหยัด หยุดฟุ่มเฟือยไปสักระยะหนึ่ง การเรียนมีเกณฑ์จะได้ไปต่างประเทศในเรื่องของการเรียน การศึกษา อบรม ดูงาน  หรือถ้าทำงานอยู่ก็อาจจะต้องเดินทางไปติดต่องาน ไม่ได้นั่งอยู่กับที่ ส่วนความรักช่วงนี้ตลาดวาย ที่มีอยู่ก็ดูห่างๆ ที่ยังไม่มี คงต้องร้องเพลงรอไปก่อน

 

 

ราศีเมษ 22 มี.ค.– 20 เม.ย.

ระวังอารมณ์ที่ร้อน ทั้งใจร้อน ใจเร็ว อาจทำให้คุณเสียโอกาสดีๆไปโดยไม่จำเป็น ใจเย็นลงสักนิด เพื่อนดีๆคนดีๆที่พร้อมจะช่วยคุณมีอยู่เยอะ แต่คุณมักมองไปไกลตัวมากกว่าใกล้ตัว โดยเฉพาะเรื่องความรัก ชาวเมษเอาใจคนอื่นได้หมด ยกเว้นแฟนตัวเอง ซึ่งเป็นข้อเสียของคุณทำให้ความรักของคุณไม่ค่อยยั่งยืนเท่าไหร่นัก คุณเป็นคนทำงาน ทำงานเก่ง ทำงานเร็ว แต่เพราะมั่นใจตัวเองมากเกินไป เลยทำให้ได้งานดีแต่มักมีความขัดแย้งพ่วงมาด้วย ชาวราศีเมษที่เป็นนักศึกษาช่วงนี้ขยันอีกนิด ดูอืดอาดไปหน่อย ไม่ค่อยสนใจเรื่องการเรียน ที่ดีๆ อาจตกได้

 

 

ราศีพฤษภ 21 เม.ย.-21 พ.ค.

ระวังปัญหาสุขภาพ ที่ไม่ค่อยป่วย เดือนนี้อาจจะป่วยต่อเนื่องมาจากปลายเดือนที่แล้ว มีเกณฑ์เดินทางตลอดสำหรับชาวพฤษภ เดือนนี้รายได้คุณมีเข้ามามาก และคุณเองก็ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย แต่อาจจะเสียเงินไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่นแต่งรถ แต่งบ้าน  แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้คุณมีความสุข การเรียน ไม่ค่อยคืบหน้า วิทยานิพนธ์ตั้งโต๊ะรอมานานหลายเดือนยังไม่ขยับต้องขยันอีกนิด ส่วนความรัก คุณเป็นคนดูแลคนรักและความรักที่ดี แต่มักไม่ค่อยสมหวัง รักที่คุณรอคอยมานานอาจไม่ใช่คนที่คุณกำลังคบอยู่  ที่บอกว่าไม่เอาแล้วน่ะ เจอจริงๆอาจใจอ่อนก็ได้

 

 

ราศีเมถุน 22 พ.ค.-20 มิ.ย.

การไปแบกรับภาระเรื่องคนอื่นมาเป็นเรื่องของตัวเองมากเกินไปอาจทำให้คุณเป็นทุกข์โดยไม่จำเป็น ทางที่ดีคุณควรดูแลตัวเองมากกว่า รักตัวเองให้มาก  แล้วจะรู้ว่าจริงๆการรักตัวเองไม่ได้หมายความว่าคุณเห็นแก่ตัว แต่จะทำให้คุณมีเรี่ยวแรงที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้มากกว่า  การงาน ชาวเมถุนเป็นคนมีความสามารถ แต่ไม่มั่นใจตัวเอง ทำให้ไม่ก้าวหน้าหรือโดดเด่นเท่าที่ควร และมักถูกขโมยผลงาน ความคิดไปแบบซึ่งๆหน้าอยู่บ่อยครั้ง  เป็นอีกเรื่องที่คุณควรเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่ากลัวที่จะบอกว่าเป็นผลงานของคุณ การเรียนช่วงนี้ไปได้เรื่อยๆ เพราะพื้นฐานดี ส่วนความรักถ้าเหนื่อยนักพักบ้างก็ได้

 

 

ราศีกรกฎ 21 มิ.ย.– 21 ก.ค.

ชีวิตมีขึ้นมีลง สำหรับชาวกรกฎแล้ว เวลาดีก็ดีสุดๆ แต่เวลาแย่ก็แย่สุดๆเหมือนกัน ชีวิตไม่ค่อยมีตรงกลาง  ทำให้บางทีคุณก็รู้สึกเครียดๆ เพราะไม่ได้ดังใจ  ช่วงนี้งานการเรียนไปได้ดี ไม่มีปัญหาและอุปสรรคอะไรให้ต้องคิดมาก ความทุกข์เกิดจากตัวคุณเองที่ไม่พอใจในสิ่งที่มีและที่เป็นเท่าที่ควร ถ้าปรับใจให้ลดความสมบูรณ์แบบลงได้นิดเดียว ชีวิตคุณจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ ความรักก็เช่นกัน ที่คุณรู้สึกว่าไม่สุขสุดๆ เพราะคุณตั้งความหวังกับความรักและคนที่คุณรักไว้มากเกินไปหรือเปล่า ลองมองด้านดีแล้วปรับใจคุณลงมา บางทีคุณอาจจะเห็นคุณค่าของคนใกล้ตัวมากขึ้น

 

 

ราศีสิงห์ 22 ก.ค.– 20 ส.ค.

ระวังเรื่องความเครียด ความวิตกกังวลจะทำให้เจ็บป่วย ชีวิตของชาวราศีสิงห์  เป็นดวงแบบขึ้นๆลงๆ แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา มักมีคนมาช่วยค้ำจุนอยู่เสมอ นี่คือข้อดีของพื้นดวงของคุณ  สำหรับช่วงนี้ ไม่มีอะไรมาก แค่คุณไม่ดื้อดึงหรือดึงดันในสิ่งที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล แม้จะลำบากแค่ไหนคุณก็ทนได้อยู่แล้ว หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว การงาน ช่วงนี้คุณจะมีโชคเรื่องงาน ที่ถูกให้ออกจากงานมานานจะมีโอกาสใหม่ๆให้คุณได้แสดงความสามารถ ส่วนที่ทำงานไม่เข้าตา นายใหม่ที่มาจะมอบหมายงานสำคัญให้คุณทำ ความรักไม่ต้องพูดถึง ตามสถิติและดวงดาว ชาวสิงห์อาภัพรัก ไม่จากเป็นก็จากตาย ถ้าจะให้ยั่งยืนต้องแยกกันอยู่ อย่าอยู่ด้วยกันเป็นคู่

 

 

 ราศีกันย์ 21 ส.ค.-21 ก.ย.

ร้อยทั้งร้อยของชาวกันย์มีโอกาสเจอะเจอเรื่องราวดีๆในช่วงนี้  แต่คุณก็ไม่ควรประมาท ข้อเสียอย่างหนึ่งของคนราศีนี้ คือ เป็นคนใจอ่อน เชื่อคนง่าย ไม่ใช่โง่ แต่เพราะคุณมองโลกในแง่ดีเกินไป การเรียน การงาน พอไปได้แต่ไม่ถึงกับโดดเด่นมากนัก  มีเกณฑ์จะได้เงินที่เคยคิดว่าไม่น่าจะได้คืน หรือ ของที่หายไปจะได้คืนแบบไม่คาดฝัน ความรักเป็นอีกเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย จนบางครั้งคุณเองก็รู้สึกเหนื่อยหน่าย เอาเถอะน่า เจอที่ใช่จริงๆเมื่อไหร่ คุณจะรู้เองว่า ความสุขที่ได้อยู่กับคนที่รักกันนั้นมันดีเพียงใด

 

 

ราศีตุลย์ 22 ก.ย.– 20 ต.ค.

ความโชคดียังมีมาอย่างไม่ขาดสาย สำหรับชาวราศีตุลย์  ทั้งเรื่องงาน เงิน ธุรกิจ หรือแม้แต่ความรัก  เจรจาธุรกิจมีเกณฑ์จะประสบความสำเร็จ  รวมทั้งเรื่องที่เคยเป็นปัญหาอุปสรรคบางอย่าง จะมีคนเข้ามาช่วยคลี่คลายหรือชี้แนะช่องทางที่ทำให้คุณผ่านพ้นอุปสรรคนั้นไปได้ ที่ต้องระวังในช่วงนี้ คือ อย่าให้คนยืมเงิน หรือ ไปค้ำประกันใครเด็ดขาด ไม่ว่าคนนั้นจะทำตัวมาขอความช่วยเหลือแบบน่าสงสารขนาดไหนก็ตาม  เขามาหลอกคุณแน่ๆและคุณจะเสียใจถ้าตัดสินใจช่วยช่วงปลายเดือน ระวังการเจ็บป่วยจากภูมิแพ้หรือไข้หวัด

 

 

ราศีพิจิก 21 ต.ค.– 21 พ.ย.

มีเรื่องจับจ่ายใช้สอย อาจถึงขั้นช้อตเงินเลยทีเดียวในช่วงนี้ ชาวพิจิกควรระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายให้มาก ลดๆการช้อปปิ้งของที่ไม่จำเป็นลงบ้าง แต่คุณเองคงรู้ด้วยตัวเองแล้วละ เพราะวงเงินบัตรเครดิตอาจจะเต็มจนรูดไม่ได้ การเรียนช่วงนี้อาจต้องเหนื่อยหน่อย เพราะมีทั้งสอบ ทั้งงานที่ต้องส่งอาจารย์ ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนก็เป็นช่วงของการทำผลงานหรือไม่ก็ต้องเตรียมเอกสารนำเสนอที่อาจจะทำให้คุณไม่ได้พักผ่อน แต่หลังจากนี้ไป คุณจะสบายขึ้นเพราะงานเข้าตากรรมการเกินร้อย ความรักในมุมลับๆเหมือนจะทำให้มีความสุขแต่จริงๆแล้วใช่หรือไม่ใช่ใจคุณเท่านั้นที่รู้ดี

 

 

ราศีธนู 22 พ.ย.– 20 ธ.ค.

มีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในดวงชะตาช่วงนี้ของชาวธนู โดยเฉพาะเรื่องงาน ความอึดอัดคับข้องใจทั้งจากเจ้านาย เพื่อนร่วมงานดูเหมือนจะใกล้ถึงจุดระเบิดเข้าไปทุกที คุณมีเกณฑ์เดินทางต่างจังหวัด ต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออารมณ์ที่หงุดหงิดให้มีสติยับยั้งชั่งใจมากขึ้น การเรียนดี ผ่านได้หมด สำหรับคนราศีนี้ในช่วงนี้แล้ว ระวังแค่เรื่องใจกับเรื่องอารมณ์อย่าให้เสียทุกอย่างเดินหน้าได้หมด เงินทองเข้ากระเป๋าซ้ายจ่ายกระเป๋าขวาเป็นเรื่องปกติของคุณอยู่แล้ว ความรักเรื่อยๆไม่หวือหวา ช่วงนี้เว้นระยะบ้าง อาจทำให้อะไรดีขึ้นกว่าเผชิญหน้าแบบขัดแย้ง

 


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

หลายครั้งที่ผู้ใหญ่กับเด็ก หรือ อาจารย์กับนักเรียนจะคุยกันไม่รู้เรื่อง รู้สึกว่ากำแพงของเด็กช่างแข็งแรงจนไม่รู้จะเอื้อมมือเข้าไปได้ยังไง กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงหยิบมุมคิดจากบทความสัมภาษณ์ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน โดยเฉพาะในส่วนของโครงการ Broken Violin โครงการศิลปะสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชนและชุมชน ในคอลัมน์ Goodlife หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ มาแชร์กัน

 

โครงการ The Broken Violin ซึ่งที่มาของชื่อมาจากไวโอลินแตกหักที่สามารถบรรเลงเป็นบทเพลงได้ไพเราะและมีคุณค่าจึงเป็นโครงการที่ครูเล็กให้นิยามว่า

 

“เปรียบเสมือนชีวิตที่ก้าวพลาดที่สร้างบาดแผลและรอยร้าวในหัวใจ หากเมื่อเปิดโอกาสให้ได้เห็นคุณค่าในตนเอง ย่อมเยียวยาจิตใจให้ก้าวผ่านอุปสรรคใดๆ ไปได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับไวโอลินที่แตกหัก ถ้านำมาบรรเลงย่อมได้ท่วงทำนองใหม่ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร”

 

ครูเล็กจึงใช้แนวคิดนี้ให้โอกาสเยาวชนที่ก้าวพลาดจากชุมชนเพชรหึงษ์ พระประแดง และบ้านกาญจนาภิเษก ได้มาเล่นสเก็ตบอร์ดในคอนเสิร์ตผสมผสานระหว่างกีฬา ดนตรี และการแสดง

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กลางคืน, รองเท้า และสถานที่กลางแจ้ง
ภาพจาก : The Broken Violin project เสน่ห์..รอยร้าว

 

สิ่งน่าสนใจไม่เพียงรูปแบบโครงการ หากคือ “ความเข้าใจถึงจิตใจเยาวชน” ที่ครูเล็กบอกเล่าว่า ความทุกข์หรือ บทเรียนที่เคยพลาดทำให้เข้าใจเด็กๆ ที่ก้าวพลาด เพราะการก้าวพลาดของเด็กมีหลายปัจจัย เกิดจากความไม่รู้ มีพลังเยอะแต่กร่าง ระรานคนอื่น และเพราะไม่รู้ไม่มีใครสอน

 

ครูเล็กบอกเล่าที่มาเชื่อมโยงกับโครงการนี้ เกิดจากเด็กๆ ในโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน มีปัญหาจากเดิมที่เด็กมีปัญหาไล่ออก หากวันหนึ่งครูเล็กคิดได้ว่า ครูไม่มีหน้าที่ไล่เด็กออก เด็กจะร้ายแค่ไหนหน้าที่ของครูคือ ต้องสอนให้เป็นคนดี จึงไปเรียน Art Therapy ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจะนำมาใช้แก้ปัญหาซึ่งพบว่าก่อนเปลี่ยนคนอื่นต้องปรับตัวเองก่อน พร้อมได้เข้าไปศึกษาหาเคสจริง ทำให้เข้าใจว่าเด็กๆ ไม่ได้ชั่วร้าย ไม่ได้มีเจตนาแต่ด้วยปัญหาครอบครัว ด้วยสภาพแวดล้อม นั่นหมายถึง ครูต้องเริ่มจากเข้าใจ และมีเมตตาสูง

 

สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ว่าความเข้าใจและมีเมตตาของครู จะทำให้กล่อมเกลา หล่อหลอมเด็กที่ก้าวพลาดได้ คือ การที่ครูเล็กได้เข้าไปมีส่วนช่วยพัฒนาและแก้ไขให้กับเยาวชนในพื้นที่แถวชุมชนเพชรหึงษ์ พระประแดง สมุทรปราการ

 

ภาพจาก : The Broken Violin project เสน่ห์..รอยร้าว

 

ครูเล็กเริ่มจากศึกษาข้อมูล พูดคุยกับเด็กเข้าใจถึงความต้องการของเด็กจากเรื่องที่เขาสนใจร่วมกันนั้นก็คือ สเก็ตบอร์ด เด็กอยากเล่นแต่ไม่มีสถานที่ สิ่งที่ครูทำคือให้ทุนในการซื้อปูน ซื้อทราย โดยเด็กลงแรง ศึกษาสร้างลานสเก็ตบอร์ดในพื้นที่แถวบ้านด้วยตนเองพอทำลานสเก็ต ก็ช่วยกันตัดต้นไม้ ล้างบ้าน ล้างห้องน้ำ ถูบ้านโดยช่วงแรกเด็กๆ ก็ระแวงแต่ก็เริ่มจากเอาขนมไปให้ ไปสอนให้ชุมชนทำไก่ย่างโดยซื้อเตาให้

 

จากแนวคิดนี้ทำให้ครูเล็กมองว่า รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและสังคม น่าจะพัฒนาลานกิจกรรมลักษณะนี้ในชุมชนต่างๆ เพราะใช้งบน้อยมาก แต่เพราะรัฐมนตรี หรือ ผู้บริหารไม่เคยลงมาคุยกับเด็ก ทุกอย่างจะแก้ได้ไม่ยากหากผู้ใหญ่สัมผัสปัญหาและสร้างความเชื่อมั่น

 

ปัจจุบันครูเล็ก ได้ร่วมกับป้ามล-ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้าน กาญจนาภิเษก พัฒนาและแก้ปัญหาให้กับเยาวชนที่ก้าวพลาด ทั้งมีโครงการให้โอกาสเด็กได้ภูมิใจได้ร่วมแสดงออกเพราะเชื่อว่า การสร้างให้เด็กเชื่อว่าจะไม่ทิ้ง หล่อหลอมให้เติบโตแล้วหยอดด้านการศึกษา สอนไม่เน้นให้สตางค์แต่สอนให้รู้จักหาสตางค์

 

กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ร่วมรู้สึกไปครูเล็กที่กล่าวว่าการทำงานตรงนี้ วิเศษมากที่ส่งเสริมให้เยาวชนเหล่านี้เป็นของสวยงามอย่างแท้จริง

 

“เราไม่จำเป็นที่ต้องไปจับมีด จับปืนให้ดูเท่หรอก จับไมค์นี่แหละ…เท่สุดๆแล้วครับ”มุมมองและข้อคิด ของ "แมงปอ – ปวีณ "…

โพสต์โดย The Broken Violin project เสน่ห์..รอยร้าว เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2020


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 15, 2020

เวียดนาม ให้เครื่องบินต่างชาติเข้าแล้ว ส่วนญี่ปุ่นดิ้นเจรจา “ทราเวล บับเบิ้ล” กับหลายประเทศ หลังได้รับผลกระทบหนักด้านการท่องเที่ยว ขณะสิงคโปร์ มาเล นิวซีแลนด์ จีน เกาหลีใต้ จับคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กันเอง ส่วนรัฐบาลไทยยังไม่เคาะเป็นสนามบินได้เมื่อไหร่ แต่เตรียมหาคู่ทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” เช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเทศจะยังคงยังไม่น่าไว้วางใจบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่หลายประเทศในโลกสามารถควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อจำกัดอยู่ในวงแคบ เป้าหมายการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศา อัปเดตข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในนโยบายด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียตะวันออก ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้รักการท่องเที่ยว เพราะสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาสั้น หลังจากที่ต้องอึดอัดอยู่บ้านตามข้อจำกัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากว่า 3 เดือน เริ่มต้นจาก…

 

ไทย

 

ภาพจาก : The Nation

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยประกาศปิดสนามบินนานาชาติทุกแห่ง โดยห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศบินเข้าน่านฟ้าประเทศไทยจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ยกเว้นสำหรับเที่ยวบินพิเศษที่รับคนไทยที่ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกักกักตัวของรัฐเป็นเวลา 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ ระบาด

อย่างไรก็ตามหลังที่ปิดประเทศมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นจีนเกาหลีใต้ เวียดนาม และไต้หวัน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอการศึกษาและประชุมอย่างละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กระนั้นการพูดถึงการเดินทางแบบจับคู่ท่องเที่ยวอย่าง “บับเบิ้ล ทราเวล” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี และคาดว่าหากจะเปิดประเทศขึ้นได้จริง ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 3 ของปี คือหลังเดือนกันยายนไปแล้ว

 

มาเลเซีย

ยังมีการประกาศหรือแนวโน้มการเปิดประเทศให้นักเดินทางเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียในขณะนี้ รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้เฉพาะเที่ยวบิน หรือการเดินทางที่จะเป็นการนำชาวมาเลเซียที่เดินทางกลับประเทศเท่านั้น และทุกคนจะต้องแยกตัวเองเป็นเวลา 14 วันหลังเดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงยังไม่สามารถเดินทางได้ และยังไม่ แต่มีข่าวว่ารัฐบาลมาเลเซียจะเจรจาทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศสิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

 

สิงคโปร์

 

ภาพจาก : https://karryon.com.au

 

สิงคโปร์ยังคงปิดชายแดน ไม่เปิดให้มีการเดินทางเข้าออก นอกจากการเดินทางของผู้โดยสารทางอากาศที่เดินทางผ่านสนามบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิงคโปร์มีแผนที่จะพิจารณา “บับเบิ้ล ทราเวล” จับคู่กับ ประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนติดกัน และ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อมามากมายในเดือนเมษายนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแรงงานอพยพ

 

จีน

จีนยังคงไม่เปิดรับชาวต่างชาติเขาประเทศ แต่ยกเว้นให้เข้าได้เพียงกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มอาชีพผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่างๆ และ ขณะนี้จีนกำลังทำข้อตกลง “บับเบิ้ล ทราเวล” ร่วมกับ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อให้ประชาชนระหว่างกันสามารถเดินทางไปทำธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศได้

 

เกาหลีใต้

เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเที่ยวบินเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้ปิดรับชาวต่างชาติ หรือชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หากแต่ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเดินทางถึงเกาหลี ยกเว้นสำหรับนักการทูตและชาวต่างชาติที่มีสถานะทางธุรกิจอย่างเป็นทางการซึ่งจะทำการทดสอบแทนเมื่อเดินทางมาถึง

 

เวียดนาม

 

ภาพจาก : www.adventureinyou.com

 

เวียดนามนับเป็นประเทศแรกที่ภูมิภาคอาเซียน ที่เริ่มเปิดรับสายการบินจากต่างประเทศ โดยล่าสุด ประเทศที่เวียดนามเลือกให้มีเที่ยวบินต่างประเทศได้คือกลุ่มประเทศในเอเชีย คือ กวางโจว จีน, ไต้หวัน, โซล เกาหลีใต้, โตเกียว ญี่ปุ่น, ลาว และกัมพูชา โดยรัฐบาลระบุว่า จะค่อยๆ เริ่มให้มีเที่ยวบินไปต่างประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรืออาจจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม โดยเน้นประเทศที่ปลอดไวรัส

 

 

 

ญี่ปุ่น

 

ภาพจาก : https://livejapan.com

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเปิดรับชาวต่างชาติใน 4 ประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เวียดนาม และ  ไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่จะเดินทางได้วันละ 250 คนต่อวัน โดยหวังที่จะผ่อนคลายข้อจำกัด ในการเดินทาง ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นกำลังมีการเจรจากับในหลายประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่  ขณะที่ตอนนี้ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้กำหนดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจคาดว่าจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกและการเดินทางจะเป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบโรคที่สำคัญตามมาตรฐานการป้องกันของประเทศ   โดยปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นมีการเจรจาเพื่อทำบับเบิ้ล ทราเวล กับหลายประเทศ แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อในญี่ปุ่นยังไม่ดีนัก แต่หลายประเทศก็ให้การชื่นชมต่อการควบคุมการระบาด จากที่คาดว่าจะมีจำนวนพุ่งมาก แต่กลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียงหลักสิบเท่านั้น

 

ความพยายามของญี่ปุ่นในการเจรจาทำ “บับเบิ้ล ทราเวล” กับประเทศต่างๆ นั้น เนื่องจากญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง เพราะต้องเลื่อนการจัดกีฬาโอลิมปิกออกไป ส่งผลถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียไป ในขณะที่หลังเกิดการระบาดรายได้ที่เคยเป็นรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าประเทศตกฮวบจนเป็นศูนย์ในเดือนที่มีการระบาดอย่างหนักนั่นเอง

 

ไต้หวัน

ส่วนใหญ่มีเพียงชาวไต้หวันและผู้ถือใบอนุญาตทำงานเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศทุกคนต้องผ่านการกักกัน 14 วัน ประเทศกำลังติดตามสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ อย่างรอบคอบโดยบอกว่าการทำให้การควบคุมชายแดนทำได้ง่ายขึ้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในการจัดการกับการระบาด และนับเป็นประเทศแรกๆ ที่หลายประเทศเตรียมอ้าแขนต้อนรับจาก ความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

 

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 

ภาพจาก : Darren England/EPA-EFE

 

ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกับขาเข้าระหว่างประเทศโดยมีข้อยกเว้นเพียงประการเดียวคือการส่งตัวพลเมืองและผู้อยู่อาศัยถาวรซึ่งต้องผ่านการกักกัน 14 วัน รัฐบาลทั้งสองได้หารือถึงฟองสบู่การเดินทางที่เป็นไปได้ซึ่งอาจรวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกแม้ว่านิวซีแลนด์จะลังเลที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ในขณะที่ออสเตรเลียยังคงอนุญาตให้เดินทางภายในประเทศได้ไม่ จำกัด


_เวลามีความสุขอย่าหลงระเริง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 14, 2020

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย

 

อยากทราบว่าที่ทำอยู่มันถูกรึเปล่า เวลาที่มีความสุขก็จะบอกกับตัวเองว่าอย่าหลงระเริงกับมันมาก

Q: “…ไม่ได้เป็นคำถาม แค่อยากทราบว่าที่ทำอยู่มันถูกรึเปล่านะคะ

เวลาที่มีความสุขก็จะบอกกับตัวเองว่าอย่าหลงระเริงกับมันมาก ส่วนเวลาที่มีความทุกข์ก็จะคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาก็ไม่ทุกข์เท่านี้แล้ว พอมะรืนมันก็เริ่มจางๆแล้ว

แล้วรู้สึกว่าชีวิตมันดีขึ้น เมื่อก่อนเคยจมอยู่กับความทุกข์มันเป็นตั้งแต่ตอนเรียนถ้าเราคิดเลขไม่ออกก็จะจมอยู่กับเลขข้อนั้นจนกว่าจะคิดออก แต่พอโตขึ้นรู้สึกว่า มันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ่นเลย ก็เลยเปลี่ยนความคิดใหม่

 


 

A: ทำถูก…สำหรับขั้นเริ่มต้นครับ 🙂

ขนาดทำแค่นี้ ยังเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เอง
ถ้าทำต่อไป จะรู้เลยว่า มีความสุขท่ามกลางทุกข์ในโลก ไม่ยากหรอกนะ
ชีวิตจะเปลี่ยนอีกมหาศาลเลย

 

ขั้นต่อไปที่ควรทำคือ อย่าไปหวังพึ่งความคิดอย่างเดียวครับ ให้พึ่งปัญญาจากการเห็นความจริง
เพราะความคิดนี่ไว้ใจไม่ได้นะ ตอนเช้าคิดดีได้ สายๆอาจจะคิดร้ายก็ได้

จะมีปัญญาจากการเห็นความจริง ก็ให้เริ่มจากการมีสติครับ
คอยรู้สึกตัว รู้ทันใจเวลารู้สึกสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ โกรธ สงสาร ตกใจ สงบ คิด นึก ฯลฯ

 

การย้อนกลับมารู้สึกตัว รู้ที่จิตใจว่ากำลังมีอาการยังไง
นั่นแหละ เป็นการฝึกให้จิตมีสติขั้นต้นครับ

ถ้าฟุ้งซ่านมาก แนะนำให้หาตัวช่วย เช่นสวดมนต์บทสั้นๆไว้ในใจ
อย่างผมเองชอบนึกถึงคำว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไว้บ่อยๆ
ว่างๆก็นึกไปเรื่อยๆ ขับรถไปก็นึกไป พอใจหนีไปคิดเรื่องอื่น ก็รู้ทันได้ง่าย

ขั้นกลางพอจิตจำสภาวะที่เกิดต่างๆเหล่านั้นได้
ต่อไปเวลามีความรู้สึกแรงๆ สติจะทำงานอัตโนมัติ
โดยเราไม่ต้องเตือนตัวเองให้จงใจรู้

พอจิตมีสติอัตโนมัติแวบหนึ่ง ขณะนั้นแหละที่เรียกว่ามีสมาธิแบบตั้งมั่น

 

 

สมาธิมีสองแบบนะครับ สมาธิแบบนิ่งสงบ จิตไปแนบนิ่งกับกาย อย่างมือ เท้า ลมหายใจ ท้องบ้าง อันนี้เรียกฌาน

สมาธิอีกอย่าง แบบของพระพุทธเจ้า เป็นพุทธแท้ๆ คือสมาธิแบบตั้งมั่น เห็นกายใจทำงานตามความเป็นจริง ทำเอง ทุกข์เอง รู้เอง ดับเอง

เช่นจิตเคลื่อนไปคิด แล้วดับเพราะมีจิตผู้รู้อีกดวงเกิดขึ้นแทนที่
จิตจะเห็นความจริงว่า จิตไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่ใช่ตัวตน เพราะทำงานเอง
เราไม่ได้สั่งเลยสักอย่าง ตั้งแต่เริ่มคิด เริ่มรู้ จิตดับ มันทำเองหมด

เห็นแบบนี้บ่อยๆ นั่นแหละปัญญาแท้ๆ ว่าสิ่งที่เรียกว่าตัวเรา ไม่มีจริงหรอก

 

เมื่อจิตสะสมปัญญาตัวนี้บ่อยๆ มากพอ
จิตจะค่อยๆจางคลายจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลาย
เพราะเบื่อหน่ายในความไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่ใช่ตัวตนของตัวมันเอง

เห็นว่า กายก็ไม่ใช่ตัวเรา จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา มีแต่ธาตุขันธ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป
มีแต่สิ่งที่ไม่เที่ยง และบังคับไม่ได้ ไม่มีอะไรควรค่าจะยึดมั่นถือมั่นไว้สักอย่าง

 

 

อันนี้พูดให้ฟัง เล่าให้ฟังแบบขั้นแอดวานซ์เลยนะ อย่าตกใจ
แค่อยากให้เห็นว่า นิพพานมีจริง การสลัดคืนจิตให้โลก มีจริง
การเจริญสติ มันพาจิตพ้นทุกข์ได้จริง เป็นเหตุเป็นผล เป็นขั้นเป็นตอน

เริ่มจากแค่การรักษาศีล ๕ แล้ว คอยรู้สึกตัว เท่านี้เองครับ

www.dhamma.com

ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

เตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” ที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบคิดบวกให้คุณเร็วๆ นี้


_Bubble_Traval_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 12, 2020

“ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์” เตรียมเปิดการท่องเที่ยวแบบจับคู่ประเทศ ในชื่อ “Tran-Tasman Travel Bubble” แก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวซบเซา เน้นการเดินทางระยะยาวของนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีการจับจ่ายสูง ทั้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะอยู่นาน เดินทางน้อย เล็งเปิดเพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับนักธุรกิจเพื่อเจรจาการค้า ขณะหลายประเทศเริ่มนำแนวคิดไปทำตามรวมทั้งไทย

 

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 ผ่านจุดวิกฤติของหลายๆ ประเทศไปแล้ว ทำให้รัฐบาลของแต่ละประเทศเริ่มผ่อนคลายกฎระเบียบที่เคร่งครัด โดยเฉพาะการเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพราะถือว่าเป็นรายได้หลักของหลายๆ ประเทศที่จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน

 

สำหรับการท่องเที่ยวหลังโรคระบาดได้เกิดรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวกำลังพูดถึงมากในขณะนี้คือ การท่องเที่ยวแบบ “Travel Bubble” หรือการจับคู่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศโดยจะเป็นการเจรจารูปแบบแลกเปลี่ยนการรับนักท่องเที่ยวระหว่างกันระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มั่นใจว่าสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว แต่ยังคงอยู่ในกฎระเบียบที่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน โดยปัจจุบันเริ่มมีการทำงานจับคู่เจรจากันแล้วในบางประเทศ เช่น เช่น จีน กับ สิงคโปร์บางเมือง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์บางเมือง

 

Sunset at nugget point, new zealand south island Free Photo

 

ทราเวลบับเบิล “Travel Bubble” ถือเป็นรูปแบบใหม่ ที่เพิ่งถูกนำมาในช่วงหลังเกิดการระบาดของโรคโควิด 19 โดยแนวคิดการท่องเที่ยวแบบนี้ประเทศที่จับคู่ท่องเที่ยวกันเป็นอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานการป้องกันโรคอย่างชัดเจน คู่แรก และถือเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ คือ คู่ “นิวซีแลนด์” และ “ออสเตรเลีย” ซึ่งทั้งคู่ใช้ชื่อว่าใช้ชื่อว่า “Tran-Tasman Travel Bubble” เปิดให้มีการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยเริ่มต้นเป็นการจำกัดเมืองที่จะท่องเที่ยว โดยคู่ประเทศทั้งสองตกลงยินยอมให้มีการเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องให้มีการกักตัว แต่ยังคงมีมาตรการตรวจเข้มข้นที่สนามบินของแต่ละประเทศ โดยอาจจะเริ่มอนุญาตให้มีการเดินทางไปมาในบางเมืองก่อน

 

ทั้งนี้จะมีการตกลงกันระหว่างรัฐบาลของแต่ละประเทศในการให้สิทธิพิเศษของการเดินทางเข้าออกระหว่างกันได้โดยไม่ต้องมีการกักตัว 14 วัน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้น เช่น การตรวจเช็คสุขภาพทั้งจากประเทศต้นทางและปลายทางว่าผู้ที่เดินทางมานั้นปลอดจากโรคโควิด-19 จริง

 

แม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้อย่างชัดเจนนักว่าจะเริ่มได้เมื่อไหร่ แต่ทั้งสองประเทศก็ได้ร่วมมือการศึกษาและทำแผนการร่วมกันมานานแล้ว โดยเน้นการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย มีการเตรียมการเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาจากข้อกังวลต่างๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ส่วนใหญ่สนับสนุนแผนนี้ และคาดว่าอย่างเร็วที่สุดจะมีการดำเนินการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวกันได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ หรืออย่างช้าคือ กันยายนปีนี้ เนื่องจากออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นับว่าเป็นมีรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างกันเป็นจำนวนมาก และต่างก็เป็นตลาดใหญ่ของการท่องเที่ยวระหว่างกัน ในโดยปี 2562 ชาวออสเตรเลีย 1.5 ล้านคนใช้วันหยุดในนิวซีแลนด์ซึ่งคิดเป็น 40% ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทาง ในขณะที่ออสเตรเลียเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมานานสำหรับชาวนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นตลาดแหล่งใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศสำหรับผู้มาเยือน (ตามหลังจีน) โดยมีชาวนิวซีแลนด์ 1.4 ล้านคนเดินทางไปท่องเที่ยวในออสเตรเลียในปี 2562 เช่นกัน

 

 

Fantastic composition with hand placing hearts on map Free Photo

 

จากข้อตกลงในรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่นี้ ทั้งสองประเทศยังมีความเห็นตรงกันว่า ไม่เพียงที่จะทำให้การท่องเที่ยวไม่หยุดชะงักลงเท่านั้น แต่กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ยังจะช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพและมีถือเป็นการเริ่มต้นรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย เพราะในการเดินทางแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมตัวอย่างดี ทั้งเรื่องของเอกสารการเดินทางต่างๆ ที่จะต้องมีการรับรองความปลอดภัยตามข้อกำหนด,แผนการเดินทางที่ส่วนใหญ่ผู้ที่ต้องการจะเดินทางจริงๆ ส่วนใหญ่ต้องการใช้ระยะเวลาท่องเที่ยวเป็นเวลานาน มีการจับจ่ายใช้สอยในลักษณะของนักท่องเที่ยวคุณภาพ และยังช่วยเรื่องการลดภาระให้กับสิ่งแวดล้อมเพราะจะไม่มีการเดินทางไปมาในระยะสั้นๆ มากนัก เมื่ออยู่เที่ยวชมก็จะท่องเที่ยวยาวนานไปเลย ทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมาทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

นอกจากนี้นิวซีแลนด์ยังคิดต่อยอดรูปแบบการเดินทางใหม่แบบใหม่นี้ไปยังเรื่องของธุรกิจด้วย โดยมองไปถึงเรื่องทางการค้า โดยจะใช้รูปแบบนี้มาใช้ในการค้าขายระหว่างประเทศ โดยเรียกแนวคิดเช่นนี้ว่า “Trade Bubble” โดยจะเริ่มให้มีการดำเนินการในกลุ่มประเทศที่มีการซื้อขายทางเศรษฐกิจที่สำคัญในพื้นที่ที่กว้างออกไป เช่น แคนาดา สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ โดยจะอนุญาตให้กลุ่มนักธุรกิจเดินทางเพื่อเจรจาธุรกิจ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดตอนของซัพพลาย เชน


_การพัฒนาตัวเอง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 11, 2020

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย และเตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” เร็วๆ นี้

Q: “สวัสดีค่ะพี่เอ็ด รบกวนขอความกระจ่างจากพี่หน่อยนะคะ

 

ความพอใจในสิ่งที่มีอยู่ กับการพัฒนาตัวเอง มันขัดแย้งกันไหมคะ ถ้าเรารู้ว่าความสามารถเราไปได้ไกลกว่านี้มากถ้าพยายาม แต่เราพอใจที่จะอยู่ตรงนี้ มันจะดูโง่และขี้เกียจไปไหมคะ”

 

A: มันก็แล้วแต่ว่าเราจะมองมันจากมุมมองของใครครับ
ถ้านักเศรษฐศาสตร์ อาจจะรู้สึกเป็นความสูญเปล่าในศักยภาพที่มี แต่นักปรัชญาอาจจะบอกว่า มันเป็นเสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิต

โดยส่วนตัว พี่ถือหลักทางสายกลางแบบพุทธ คือขยันและไม่ขี้เกียจ มีโอกาสมีความสามารถแล้วต้องทำครับ

แต่ทำด้วยวิริยะความเพียรแล้ว ค่อยสันโดษในผล คือจะได้ผลมากน้อย ไม่เป็นไร เราพอใจที่ได้ทำเต็มที่ ทำเสร็จแล้ว

 

ถ้ามีโอกาสแล้วไม่ทำ ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาในอนาคต
ไม่ใช่มานั่งโทษ นั่งด่าตัวเองว่าโง่ทีหลัง มันไม่เกิดประโยชน์อะไร

 

วันนี้พี่ก็เพิ่งทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ @aston_ed บอกว่า
ถ้ามีความฝันอะไรให้รีบทำตั้งแต่อายุยังน้อย

 

เพราะการที่เราอายุยังน้อย
แปลว่าเรามีเวลาและโอกาสจะทำผิดพลาดได้อีกหลายหน

และการที่เราเรียนรู้จากความผิดพลาดมากเท่าไหร่
แปลว่าเรายิ่งมีประสบการณ์มากขึ้นเท่านั้น

อีกอย่าง สิ่งที่น่าเสียใจกว่าการทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ เจ๊ง ขาดทุน คือการไม่ได้ทำอะไรเลย

 

 

บางทีมนุษย์เรา ก็น่าสงสารแบบนี้ครับ รู้จักแต่ทางสุดโต่ง
แต่ไม่รู้จักทางสายกลาง

 

ไปเรียนเอานะครับ www.dhamma.com ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

 


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 11, 2020

หนุ่ม จีน-เกาหลี- ญี่ปุ่น ทุ่มเสริมหล่อ หลังเจอปัญหา “หัวล้าน” เร็วกว่าวัย

นักข่าวซีเอ็นเอ็นเขียนบทความชี้ ชายชาวเอเชียตะวันออกกำลังประสบปัญหา “ศีรษะล้าน” ตั้งแต่อายุน้อย โดยสมาคมส่งเสริมสุขภาพและการศึกษาของจีนรายงานว่า จากการสำรวจชายชาวจีนจำนวน 50,000 คน พบว่า ในชายในช่วงวัยตั้งแต่ 30 ปี ประสบปัญหาศีรษะล้านเร็วกว่ากลุ่มอื่น ในขณะที่ผลการสำรวจโดยมหาวิทยาลัยชิงหัว Tsinghua ในกรุงปักกิ่ง ก็ได้ผลคล้ายกันว่ามีนักศึกษากว่า 60% มีประสบการณ์ผมร่วงบางลง

 

การแก้ปัญหาด้วยการปลูกผมในประเทศจีนจึงกลายเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโต แต่ก็มีราคาสูงในประเทศจีน นอกจากนี้ ธุรกิจแชมพูเพื่อผมดกดำยังเติบโตขึ้นมาก โดยพบว่ามีการขายสินค้าประเภทนี้จำนวนมาก และมีรายงานว่าลูกค้ากว่า 70% ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ป้องกันผมร่วงเป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 40 ปี

 

 

จากข้อมูลการศึกษาวิจัย พบว่าอาการผมร่วง และศีรษะล้านของชายชาวเอเชีย ไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์อย่างเดียว แต่มีปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด การอดนอนเป็นเวลานาน หรือการสูบบุหรี่ ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง โดยเฉพาะการอาศัยในประเทศจีนที่มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีหลังนี้ ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายทำให้ชายชาวจีนประสบปัญหาผมร่วงในอายุน้อยมากขึ้น

 

 

ดังนั้นกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอแนะนำวิธี ลดเลี่ยงหัวล้านก่อนวัย ใน 6 พฤติกรรม

 

1.กินอาหารที่มีประโยชน์

กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผม ดังนั้น หมั่นกินเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว ให้มากๆ เพื่อที่เส้นผมจะได้แข็งแรง และอย่าละเลย เกลือแร่ วิตามิน ไขมันดี

2.อย่าสระผมบ่อยเกินไป ความถี่ที่พอเหมาะคือวันเว้นวัน ยกเว้นถ้าเหงื่อออกมาก ก็สระเลย

3.เลี่ยงมัดผม อย่ามัดผมแน่นจนเกินไป

4.เลี่ยงสารเคมีและความร้อน จะทำให้ผมอ่อนแอ แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผมยังจำเป็นอยู่ เพราะจะช่วยบำรุงผมให้ผมสวยและแข็งแรงขึ้นเยอะ

5.ไม่เครียด ความเครียด ส่งผลกับฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้มากขึ้น

6.เลิกบุหรี่ ผลวิจัยออกมาแล้วว่าสารในบุหรี่จะไปรบกวนการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมไม่เพียงพอ จนเกิดปัญหาผมร่วงและหัวล้านมากกว่าคนปกติ

 

รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมปรับเปลี่ยนเปลี่ยนพฤติกรรมซะตั้งแต่ต้นเหตุ นอกจากทำให้ผมแข็งแรง สุขภาพดีแล้ว ยังดีต่อสุขภาพร่างกายด้วยในระยะยาว

 

ขอบคุณภาพจาก : nos.nl


-ซึมเศร้า-กินไรดี_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 10, 2020

บางคนอยู่ในอารมณ์ “เซ็ง” “เบื่อๆ” และเฮ้อ ทำไมมันซึมๆ หงอย ๆ เหตุการณ์บางอย่างรอบตัว ทำให้เราเกิดอาการเครียด หรือ นั่นอาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงวันนั้นของเดือนที่ฮอร์โมนเปลี่ยน

 

ซึ่งวิธีการแก้ของหลายคนคือ ต้องหาอะไรใส่ปาก ไม่ว่าจะขนมกรุบกรอบ ขนมเค้ก คุกกี้ ไอศกรีม เพราะรสชาติหวาน มัน เค็ม เหล่านี้กระตุ้นฮอร์โมนความรู้สึกดี

 

 

A.A. Newton นักเขียนอิสระด้านอาหารซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ Medium (อีวาน วิลเลียมส์ ผู้ร่วมก่อตั้งทวิตเตอร์เป็นเจ้าของ) แนะนำว่าเวลาที่รู้สึกแย่หรือหดหู่ การกินอะไรที่มีคุณค่าทางอาหาร หรือมีประโยชน์ มากกว่าพวกขนมขบเคี้ยวดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่ต้องฝืน

 

แต่สิ่งที่ A.A. Newton แนะนำ คือ เราควรปรับจูนความคิดใหม่ อย่าหาข้ออ้างให้ตัวเองในการเลือกกิน อย่าบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอกในเมื่อมันแย่แล้วทุกอย่างคงไม่ดีขึ้น หากให้เปลี่ยนเป็นสร้างความรู้สึกปรับความคิด กินของที่มีประโยชน์ทำให้เกิดเป็นวงจรใหม่ ซึ่งเธอกล่าวว่าวิธีการนี้จะทำให้ลดอาการหดหู่และมีสุขภาพที่ดีขึ้น เนื่องจากในทางโภชนาการสารหลายอย่างในผัก ผลไม้ หรือธัญพืช จะส่งผลดีต่อความรู้สึกเครียด หดหู่ และดีต่อการทำงานของสมอง

 

เมื่อใดที่เครียดแล้วกิน หดหู่แล้วกิน A.A. Newton ได้แนะนำวิธีโดยที่ กินอยู่เป็น ขอเรียกว่า” สูตรกินแก้เซ็ง”

 

จัดทำกล่อง “กินแก้เซ็ง” แนะนำให้ใส่ธัญพืช พวกถั่วชนิดต่าง ๆ เช่น วอลนัท อัลมอนด์ หรือผักผลไม้ สำหรับมื้อว่าง และส่วนมื้อหลัก หรือมื้อย่อย อาจเลือกใช้สูตรอาหารของเมดิเตอร์เรเนียน ไดเอท ที่จะเน้นผัก ผลไม้ และปลา ให้ไม่มีเนื้อสัตว์หรืออาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป หรือปรุงแต่งแต่น้อย

 

 

ต่อไปนี้ถ้าเมื่อไรที่เครียด เซ็งแล้วกิน  “หยุดหยิบหวาน มัน เค็ม” เปลี่ยนเป็น “สูตรกินแก้เซ็ง” น่าจะทำให้ลดอาการหดหู่ซึมเศร้าได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากแก้ไม่ได้คงต้องทำตามใจบ้างเอาแบบทางสายกลาง

 

just the most comforting [thing],” she says. “I think that’s something really important for people who struggle with depression and feeding themselves to think about: What is the thing that is so delicious and makes you feel happy that you almost have no choice but to feed yourself.”

 

ในความรู้สึกของคนที่หดหู่ คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี คือการได้กินอะไรที่อร่อยจะทำให้รู้สึกดี ดังนั้นคนเหล่านี้จึงรู้สึกไม่มีทางเลือกนอกจาก กิน และกิน

 

ภาพประกอบ

– Instagram : bos.kitchen

– whatsgabycooking.com

– life-in-the-lofthouse.com

– copiousbags.com

– thehealth-guru.tumblr.com