_เที่ยวบ้างอะไรบ้าง.jpg

kinyupen_adminOctober 19, 2019

เคยไหม? ทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนเกินไปโดยไม่มีเวลาให้กับตัวเอง มันรู้สึกเครียดมากแค่ไหน จริง ๆ แล้ว การออกไปเที่ยวช่วยให้สมองและร่างกายได้พักผ่อนจากภาวะความเครียด บอกได้คำเดียวเลยว่ามันดีมาก ๆ

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ ให้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนวัยทำงานเมื่อทุ่มเทให้กับการทำงานถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายคนทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนเกินไปโดยไม่มีเวลาให้กับตัวเอง ทำให้เลือกที่จะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ในวันหยุด แทนการออกไปเที่ยวนอกบ้าน อีกทั้งความคิดที่ว่าการออกไปเที่ยวในแต่ละครั้งนั้นเสียทั้งเงินในกระเป๋าและเวลา แต่จริง ๆ แล้วการออกไปเที่ยวนั้นช่วยให้สมอง และร่างกายได้พักผ่อน จากการทำงานที่ต้องเผชิญทั้ง ความเครียด และ ความกดดัน

 

แต่ผลการวิจัยจาก Expedia เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานและการท่องเที่ยวพักผ่อนเอาไว้ว่า มนุษย์ทำงานกว่า 80% รู้สึกเครียด โดย  92% ทำงาน 40 ชม./สัปดาห์ และกว่า 57% ไม่ได้ใช้วันลาหยุดพักผ่อนจนสิ้นปี ซึ่งจากการศึกษาของ Harvard Medical School ชี้ให้เห็นว่า เมื่อสมองของคนเราได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้คนเราสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

 

แล้วการออกไปเที่ยวมันดีจริงหรือ? สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าการออกไปเที่ยวช่วยคลายเครียดได้จริง ๆ หรือไม่ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมคำตอบเอาไว้ให้แล้วว่าทำไมเราต้องออกไปเที่ยว

 

  1. ก้าวออกจาก Comfort Zone : Comfort zone จะทำให้เรายึดติดกับความสบาย จนสุดท้ายชีวิตเหมือนกับหยุดนิ่ง เปรียบเหมือนต้นไม้ที่หยุดโต หากปล่อยให้เราแก่ลงในทุกวันไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ทำอะไรเลย ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ฉะนั้น ลองกล้าที่จะออกจาก Comfort Zone ของตัวเองดู

 

  1. หลีกหนีความวุ่นวาย : เพราะชีวิตประจำวันของเรานั้นช่างน่าอึดอัดและน่าเบื่อใช่ไหม? บางทีการที่เราได้หนีจากตรงนี้สักพักจะทำให้เราได้พักสมองและร่างกายอย่างแท้จริง ปล่อยวางจากสิ่งต่างๆ เพื่อรีเฟรชตัวเอง เติมพลังให้กับชีวิตพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

 

  1. เปิดมุมมองใหม่ : การออกไปเที่ยว แน่นอนว่าจะคุณจะได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ มากมาย ทั้งวัฒนธรรม ผู้คน ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่นั้น ๆ ทำให้คุณได้เรียนรู้ และได้ลองทำ คุณอาจจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้ทัศนคติและมุมของเราเปลี่ยนไป

 

  1. สร้างความทรงจำ : ในทุก ๆ ที่ ที่เราไปย่อมสร้างความทรงจำให้กับเรา และเมื่อเรามองย้อนกลับไปความทรงจำเหล่านั้นจะช่วยเพิ่มพลังให้กับเรา และทำให้โหยหาการออกไปเที่ยวเพื่อสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นอีก

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เราควรค่ากับการออกไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน รวมถึงผ่อนคลายความเครียดที่มีอยู่ บอกได้คำเดียวเลยว่ามันดีมาก ๆ แต่หากคุณอยากรู้ว่ามันจะดีขนาดไหน ลองรีบหาวันหยุดแล้วออกไปเที่ยวกัน รับรองเลยว่า คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_Content_อาบป่า-1.jpg

kinyupen_adminOctober 12, 2019

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้คงมีหลายคนที่อยากหาแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต มีวิธีพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งเอาใจคนชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ มาฝากกัน คือ “การอาบป่า” ให้ธรรมชาติมาช่วยบำบัด

 

หากได้ยินชื่อคำว่าอาบป่า (Forest bathing) หรือ ชินรินโยกุ หลายคนอาจนึกว่าต้องเข้าไปอาบน้ำในป่าหรือเปล่า !!! การอาบป่าในที่นี้ไม่ใช่การอาบน้ำหรือออกกำลังกายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นศาสตร์ที่ให้เราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในธรรมชาติ ศาสตร์ของการอาบป่ามีจุดกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรัฐต้องการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปลูกต้นไม้ในปี 2523 ดังนั้นจึงเริ่มมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนป่าไม้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงบำบัดมาจนถึงปัจจุบัน

 

ขั้นตอนของการอาบป่าไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด อาศัยเพียงให้เราเข้าไปอยู่ในธรรมชาติใกล้ตัวให้มากที่สุด อาจจะเป็นป่าเขาในต่างจังหวัด หรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน ลองปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติ เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ฟังเสียงรอบตัว ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า มองความสวยงามข้างทาง ปิดเครื่องมือสื่อสาร และนั่งหามุมสงบพักเพื่ออาบแสงแดดแบบชิลๆ

 

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของนักวิชาการด้านชีววิทยาวิวัฒนาการชาวอเมริกัน เอ็ดเวิร์ด โอ วิลสัน อิงตามทฤษฎีไบโอฟิลเลีย ว่า มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ และธรรมชาติสามารถหล่อเลี้ยงชีวิต จึงไม่แปลกที่ธรรมชาติจะช่วยให้เราคลายความเครียด มีผลตอบสนองเชิงบวกเมื่อยามเข้าไปสัมผัส

 

ข้อดีของการอาบแสงแดดทำให้ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีออกมาล่อเลี้ยงร่างกาย ซึ่งวิตามินชนิดนี้ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ร่างกาย เพราะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ดีขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการเดินอาบป่าและอาบแสงแดด คือ ช่วงเวลาประมาณ 6 – 9 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที ช่วงเวลาดังกล่าวแดดจะไม่แรงมาก ทำให้ไม่อันตรายต่อผิว แต่หากเลยเวลาดังกล่าวผิวเราอาจจะไหม้และแสงแดดที่มากเกินไป อาจทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้

 

สำหรับคนเมืองที่อยากออกไปคลายเครียดและสนใจอาบป่าให้ธรรมชาติบำบัด แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต ขอแนะนำสถานที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ดังนี้

– ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง สุขาภิบาล 2 โครงการดีๆ ของ ปตท. : ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก BTS อุดมสุข ทาง ปตท. ได้จัดพื้นส่วนนี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ประชาชนเขาไปศึกษาธรรมชาติอย่างจริงจัง

-สวนบางกะเจ้าหรือสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตชุมชน อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

– สวนหลวง ร.9 สวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ย่านประเวศ สามารถเดินทางได้จากหลายเส้นทาง

– สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ สถานที่แห่งนี้ก็สามารถให้คุณได้เข้าไปพักผ่อนได้

– สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

 

ธรรมชาติสามารถช่วยผ่อนคลายและฟื้นฟูพลังใจในการดำเนินชีวิต ลองปล่อยตัวให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของมันดูบ้าง เพื่อเติมพลังงานดี ๆ พร้อมลุยงานต่อในสัปดาห์ถัดไป