-รับเทรนด์รักษ์โลก_cover_1.jpg

kinyupen_adminAugust 31, 2020

เทรนด์การใช้รถไฟฟ้ากำลังมา เปิดตัว Honda e ทำขนาดกะทัดรัดบังคับให้ลดขนาดและความจุของแบตเตอรี่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


-ลดพลาสติก_Cover_1.jpg

kinyupen_adminAugust 24, 2020

นีเวียเปิดตัวเครื่องรีฟิลสบู่ ลดใช้พลาสติก ทดสอบเครื่องก่อนเป็นเวลาแปดเดือน ที่เมืองฮัมบูร์กและเมืองเอตตลิงเจน เยอรมนี


15-หาดห้ามสูบบุหรี่-ทิ้งขยะ_Cover_2.jpg

kinyupen_adminAugust 14, 2020

รู้แล้วอย่าหาทำ สูบบุหรี่ - ทิ้งขยะ ใน 15 หาดดังต่อไปนี้มีสิทธิ์ติดคุก 1 ปี หรือปรับเป็นแสน


-ห้ามใช้-ถุงพลาสติก-หากฝ่าฝืนเจอปรับอ่วม_web.jpg

kinyupen_adminJanuary 3, 2019

เกาหลีใต้ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ตามห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หากฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงินปรับ 3 ล้านวอน

เชื่อว่าหลายประเทศต่างพยายามรณรงค์ในเรื่องของการลดปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยวิธีต่าง ๆ หนึ่งในวิธีที่หลายประเทศพยายามรณรงค์กันคงหนีไม่พ้นเรื่องของการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกนั่นเอง หลายประเทศพยายามรณรงค์เรื่องดังกล่าว แต่ในบางประเทศกเอาจริงกับเรื่องนีถึงขั้นออกเป็นกฎหมายเลยก็ว่าได้ อย่างก่อนหน้านี้ที่ประเทศนิวซีแลนด์ก็มีการประกาศยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งหากพบว่าร้านค้าใดมีการฝ่าฝืนกฎดังกล่าว จะถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์เลยทีเดียว ล่าสุด เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เดินหน้าออกกฎระเบียบในเรื่องดังกล่าวแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ประเทศเกาหลีใต้ออกกฎหมายลดการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา โดยได้มีการบังคับห้างสรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วประเทศ ห้ามนำถุงพลาสติกประเภทถุงพลาสติกใช้แล้วทิ้งมาใช้หรือให้บริการกับลูกค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้น จะใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อปลาและสัตว์ หากพบว่ามีการฝ่าฝืน จะถูกลงโทษโดยการปรับเป็นเงินสูงถึง 3 ล้านวอน (ประมาณ 8.6 หมื่นบาทไทย)

โดยหลังจากที่มีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวแล้ว ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเกาหลีใต้ก็เตรียมเสนอแนวทางเลือกใหม่ โดยนำถุงผ้าหรือถุงกระดาษที่สามารถรีไซเคิลได้มาให้บริการแก่ลูกค้าแทน

รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ กล่าวว่า สำหรับกฎหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและบริหารจัดการเรื่องขยะรีไซเคิล และเดินหน้าลดการใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้งประเภทอื่น ๆ รวมถึงหลอดพลาสติกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้มีหลายประเทศที่ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกหรือให้เก็บภาษีถุงพลาสติกไปแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และ เกาหลีใต้ และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


10-เรื่องจริงของ-ถุงพลาสติก-ต้นกำเนิดที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม_web.jpg

kinyupen_adminDecember 4, 2018

เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก “ถุงพลาสติก” ประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่ทราบว่า “ถุงพลาสติก” เป็นต้นกำเนิดของมลพิษและส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมของโลก “กินอยู่เป็น” จึงได้รวบรวม 10 เรื่องจริงของ “ถุงพลาสติก” ที่เป็นต้นกำเนิดแห่งมลพิษของสิ่งแวดล้อม

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ “ถุงพลาสติก” หนึ่งสิ่งที่มีตามร้านค้า ร้านขายของชำ รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าผู้ที่มาใช้บริการ ในการหิ้วสินค้าจำนวนมาก ๆ กลับบ้าน ข้อดีของถุงพลาสติก คือ สามารถพับเก็บและพกพาไปได้ หยิบขึ้นมาใช้ในยามจำเป็นได้ทุกเมื่อ แต่จะรู้หรือไม่ ในทางกลับกัน “ถุงพลาสติก” เป็นตัวการสำคัญในการทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะกว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลานานหลายร้อยปี และยิ่งหากนำถุงพลาสติกมาเผาไฟ ก๊าซพิษที่เผาไหม้จะสะสมและทำลายในชั้นบรรยากาศ ทำให้รังสียูวีไม่สามารถสะท้อนกลับได้ จึงทำให้เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้น

จากข้อมูลพบว่า ประเทศไทยติดหนึ่งในประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเล หนึ่งในนั้นคือถุงพลาสติกใส่สินค้าที่คนทั่วไปนิยมใช้เป็นจำนวนมาก เมื่อถุงพลาสติกดังกล่าวถูกทิ้งลงไปในแม่น้ำ กระทั่งไหลผ่านลงสู่ท้องทะเล ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างมาก เนื่องจากถุงพลาสติก 1 ใบ ใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึง 450 ปี

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก “ถุงพลาสติก” ประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่ทราบเรื่องจริงของ “ถุงพลาสติก” ที่เป็นต้นกำเนิดของมลพิษและส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมของโลก กินอยู่เป็น 360 องศา แห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม 10 เรื่องจริงของ “ถุงพลาสติก” ที่เป็นต้นกำเนิดแห่งมลพิษของสิ่งแวดล้อม

1. ถุงพลาสติกเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีน้ำหนักเบา พับเก็บได้ พกพาได้ง่าย พัฒนาและขยายผลมาจาก “เซลลูลอยด์” ที่สังเคราะห์ขึ้นจากความต้องการหาวัสดุทดแทนงาช้าง ในการผลิตลูกบิลเลียดในช่วงปี 1868

2. ถุงพลาสติกเป็นหนึ่งในของใช้ยอดนิยมของคนทั่วโลก ปัจจุบันมียอดการใช้งานถุงพลาสติกจำนวน 5 แสนล้าน – 1 ล้านล้านใบต่อปี เฉลี่ยทุก ๆ 1 นาที มีการใช้ถุงหิ้วอย่างน้อย 1 ล้านใบ

3. ถุงพลาสติกจำนวน 5 แสนล้านใบ ต้องใช้พลังงานการผลิตจากน้ำมันจำนวน 9,000 ล้านลิตร

4. ถุงพลาสติกเป็นของใช้ที่มีอายุการใช้งานสั้น จะแปรสภาพเป็นขยะทันทีหลังจากการใช้งานหรือเกิดการชำรุด ซึ่งใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึงกว่า 450 ปี

5. ถุงพลาสติกประเภทหูหิ้ว แม้จะเป็นชนิดที่นำไปรีไซเคิลได้ แต่ปัจจุบันมีการนำกลับไปรีไซเคิลน้อยมาก จากการสำรวจพบว่าทุกตารางกิโลเมตรทั่วโลกจะมีขยะพลาสติกราว 46,000 ชิ้น

6. ทุก ๆ ปี ประชาชนทั่วโลกจับจ่ายซื้อของโดยใช้ถุงพลาสติก 10,000 ล้านใบต่อปี ซึ่งจะต้องใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า 1,000 ปี

7. ถุงพลาสติก 1.6 ล้านใบ นำไปเรียงเป็นเส้นรอบวงโลกได้ 1 รอบ

8. ทุก ๆ 1 ตารางไมล์ จะพบถุงพลาสติก 46,000 ใบ ลอยในมหาสมุทร ส่งผลให้แต่ละปีมีนกทะเลตาย 1 ล้านตัว และสัตว์ทะเลอื่น ๆ จำนวน 100,000 ตัว และปลาอีกจำนวนนับไม่ถ้วน

9. แต่ละปีจะมีเต่าทะเลและสัตว์น้ำจำนวนมากต้องตายจากการกินพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติก เนื่องจากมันคิดว่าเป็นอาหาร

10. ถุงพลาสติกที่คนไทยใช้งานกันตลอด 1 ปีนั้น หากเอามาต่อ ๆ กัน จะได้เป็นระยะทางเท่ากับการเดินทางไป-กลับ ดวงจันทร์ ถึง 7 รอบเลยทีเดียว

แล้วเราจะลดการใช้ “ถุงพลาสติก” ได้อย่างไร วิธีการง่าย ๆ เพียงแค่นำ “ถุงผ้า” หรือ “ตะกร้า” ไปใส่ของแทน ตอนซื้อของก็บอกกับคนขายว่า “ไม่ต้องถุงนะครับ/คะ” , “ใช้ถุงกระดาษ” บางร้านค้าใช้ถุงในรูปแบบของกระดาษแทนถุงที่เป็นพลาสติก เนื่องจากถุงพลาสติกย่อยสลายยาก และ “ใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้” ถุงประเภทนี้จะผสมสารย่อยสลายที่แทรกตัวอยู่ในโมเลกุลของเม็ดพลาสติก สารย่อยสลายดังกล่าวเมื่อเจอกับแสดงแดดก็จะทำปฏิกิริยากับเม็ดพลาสติกให้โมเลกุลแตกสลาย ใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการย่อยสลาย

อย่างไรก็ตาม หลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนต่างให้ความสำคัญและมีการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงผลเสียของการใช้ถุงพลาสติก จะว่าไปปัญหาจากขยะพลาสติกสามารถแก้ปัญหาได้ เริ่มต้นที่ตัวเราเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้ถุงพลาสติก แค่นี้ก็สามารถเพิ่มความน่าอยู่ของโลกใบนี้ได้อย่างมาก สุดท้ายแล้วสิ่งแวดล้อมบนโลกของเราจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงขึ้นตัวที่เราเอง และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก sanook.com


-งดใช้ถุงพลาสติก-เทรนด์ใหม่ปลุกกระแสให้คนรักษ์โลก_web-1.jpg

kinyupen_adminDecember 4, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวที่หลายหน่วยงานรณรงค์ให้ประชาชน “งดใช้ถุงพลาสติก” แล้วหันมาใช้ถุงผ้าหรือตะกร้าแทน ปลุกกระแสให้คนในสังคมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ทำร้ายโลก ให้กระแสรักษ์โลกกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในสังคมไทย

ทุกวันนี้เมื่อต้องเดินทางไปซื้อสิน้คาตามร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่ทางร้านก็จะให้ถุงพลาสติกใส่ของมาด้วย เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าในการหิ้วสินค้าที่ซื้อจากทางร้านนำกลับไปที่บ้าน จากความสะดวกสบายของลูกค้าจนทำให้หลายคนลืมมองไปว่า “ถุงพลาสติก” มีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เนื่องจากถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 450 ปี หากนำถุงพลาสติกไปเผา ก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน มีผลทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อนอีกด้วย

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ประเทศไทยมีการผลิตพลาสติกประมาณ 8.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งในช่วง 2 ปีหลัง มีมากถึง 1-2 แสนตันต่อปี ทั้งนี้พลาสติกที่ผลิตใช้ในประเทศจะถูกนำมาใช้เป็น บรรจุภัณฑ์ต่างๆ 45% เครื่องใช้ไฟฟ้า 15% งานก่อสร้าง 12% และที่เหลืออื่นๆ จนทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปริมาณขยะพลาสติกและขยะที่ย่อยสลายยากติดอันดับของโลก โดยมีสถิติการใช้ถุงพลาสติกมากถึง 45,000 ล้านใบต่อปี โดยมีโฟมบรรจุอาหาร 6,758 ล้านใบต่อปี แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจำนวน 9,750 ล้านใบ

จากปัญหาข้างต้น ทำให้หลายหน่วยงานต่างให้ความสำคัญ จึงพยายามรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ปลุกกระแสให้คนในสังคมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ทำร้ายโลก ให้กระแสรักษ์โลกกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในสังคมไย ด้วยการลดการใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้าหรือตะกร้าแทน เพราะถุงพลาสติกส่วนใหญ่จะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง แต่ถุงผ้านั้นสามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้ง จริง ๆ แล้วมีการรณรงค์มานานพอสมควร แต่ยังไม่มีการลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง กระทั่งเมื่อช่วง 1-2 ปีที่แล้ว เริ่มมีบางประเทศมีการรณรงค์และฏิบัติกันอย่างจริงจัง อย่างเช่น ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ทางการได้มีการประกาศงดใช้ “ถุงพลาสติก” เพื่อลดปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนิวซีแลนด์ ซึ่งกฏดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า (ส.ค.2562) โดยร้านค้าภายในนิวซีแลนด์จะต้องยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งหากพบว่าร้านค้าใดมีการฝ่าฝืนกฎดังกล่าว จะถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,200,000 บาท (อ่านเพิ่มเติม : นิวซีแลนด์ประกาศงดใช้ “ถุงพลาสติก” ลดปัญหามลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม https://kinyupen.co/endorphine/5276/ )

เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่นอกจากจะมีการรณรงค์ด้วยการประชาสัมพันธ์หลายหลายรูปแบบแล้ว ก็มีการลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง อย่างเช่นที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่มีการรณรงค์ในเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยมีการงดการใช้ถุงพลาสติกภายในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาและบุคลากรหันมาใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ ในวันนี้ (4 ธันวาคม) ถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยในวันนี้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศจะงดให้บริการถุงพลาสติก เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะถุงพลาสติก และรณรงค์ให้ประชาชนพกถุงผ้าหรือตะกร้าเพื่อใส่สินค้าแทน

อย่างไรก็ตาม หากทุกคนทุกฝ่ายร่วมกันใส่ใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รณรงค์ บอกต่อคนรอบข้างให้ตระหนักถึงเรื่องนี้ เชื่อว่าในอนาคตปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทยจะลดลง แล้วจะเห็นคนไทยพกถุงผ้าหรือตะกร้าเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมารักษ์โลกเริ่มต้นง่าย ๆ จากตัวเรา และบอกต่อ ๆ ไปยังคนรอบข้างรวมไปถึงคนรุ่นใหม่ให้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-เตรียมเป็นประเทศแรกของโลก-ผ่านกฎหมายแบนครีมกันแดด_web.jpg

kinyupen_adminNovember 28, 2018

“ปาเลา” ผ่านกฎหมายแบนครีมกันแดดที่เป็นพิษต่อปะการัง เนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นผู้นำในด้านการอนุรักษ์สัตว์น้ำ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้นไป ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่จะแบนครีมกันแดดที่เป็นพิษต่อปะการัง

หลายประเทศมีการรณรงค์เรื่องของสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐฮาวายของสหรัฐฯ ได้ออกประกาศแบนครีมกันแดดที่เป็นพิษต่อปะการัง โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2021 ล่าสุด ไม่เพียงแค่รัฐฮาวายเพียงเท่านั้น ที่ปาเลาก็ออกกฏหมายดังกล่าวแล้วเช่นเดียวกัน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวจากสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลปาเลาผ่านกฎหมายแบนครีมกันแดดที่เป็นพิษต่อปะการัง สำหรับสารเคมีที่ทำให้ครีมกันแดดเป็นพิษต่อปะการังคือ อ๊อกซีเบนโซน ออคโตครีลีน และพาราเบน เป็นสารประกอบที่มีอยู่ในครีมกันแดดส่วนมาก เนื่องจากปาเลาเป็นประเทศที่เป็นผู้นำในด้านการอนุรักษ์สัตว์น้ำ เป็นประเทศแรกในโลกที่มีการจัดพื้นที่เขตสงวนสำหรับฉลามโดยเฉพาะในปี 2009 มีการห้ามการประมงเพื่อการพาณิชย์ในน่านน้ำของประเทศ และยังให้นักท่องเที่ยวลงสัญญาในหนังสือเดินทางว่าจะเคารพต่อสิ่งแวดล้อม

ซึ่งกฎดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้นไป โดยผู้ที่นำเข้าหรือจำหน่ายสินค้าต้องห้ามจะถูกปรับเป็นเงิน 1,000 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีการตรวจเข้มยึดครีมกันแดดจากนักท่องเที่ยวที่นำเข้ามาในประเทศอีกด้วย

สำหรับประเทศปาเลาตั้งอยู่ในทะเลแปซิปิกตะวันตก ระหว่างออสเตรเลียและญี่ปุ่น นับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถานที่ดำน้ำดีที่สุดในโลก โฆษกรัฐบาลปาเลาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นแล้วว่าสารเคมีในครีมกันแดดนั้นเป็นพิษกับปะการัง แม้จะในปริมาณน้อยก็ตาม และปาเลาต้อนรับนักท่องเที่ยวดำน้ำจำนวนมากทุกวัน ทำให้เกิดความกังวลว่าปริมาณสารเคมีสะสมจะทำให้เกิดความเสียหายกับปะการัง และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-เลิกเผาสินค้าค้างสต็อค-ขายไม่ออก-หลังถูกโจมตีเรื่องสิ่งแวดล้อม_web.jpg

kinyupen_adminOctober 16, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ “เบอร์เบอรี่” (Burberry) แบรนด์หรูชื่อดังของอังกฤษ ประกาศยกเลิกการเผาสินค้าค้างสต็อก หลังถูกหลายฝ่ายออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยเรื่องของการสูญเสียทรัพยากรของวงการแฟชั่นไปโดยเปล่าประโยชน์

อุตสาหกรรมแบรนด์แฟชั่นในต่างประเทศถือเป็นที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่ามีหลากหลายแบรนด์สินค้าชื่อดังจากหลายประเทศมีการคิดค้นและออกแบบสินค้าสำหรับแฟชั่นออกมา เพื่อตอบโจทย์ประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่ามีหลากหลายแบรนด์สินค้าที่มีการผลิตสินค้าออกมาแข่งขันในท้องตลาดกันอย่างดุเดือด ส่งผลทำให้บางแบรนด์สินค้าชื่อดังก็ประสบปัญหา ได้รับผลกระทบเรื่องของการจำหน่ายสินค้าและยอดขายไปด้วย

หนึ่งในนั้นคือ “เบอร์เบอรี่” (Burberry) แบรนด์หรูชื่อดังของอังกฤษ ที่ตัดสินใจแก้ปัญหาสินค้าค้างสต็อกด้วยการเผาทำลายสินค้า ทำให้หลายฝ่ายรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีดังกล่าว จนกระทั่งเบอร์เบอรี่เองก็ทนกระแสไม่เห็นด้วยไม่ไหว ต้องออกมาประกาศยกเลิกการเผาสินค้าค้างสต็อกเพื่อปกป้องชื่อเสียงของแบรนด์ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้เผาทำลายสินค้ามูลค่าเกือบ 40 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งเป็นการจุดประกายให้เกิดความขุ่นเคืองเรื่องของการสูญเสียทรัพยากรของวงการแฟชั่นไปโดยเปล่าประโยชน์ และนอกจากจะยกเลิกการเผาสินค้าแล้ว เบอร์เบอรี่แถลงว่าจะยกเลิกใช้ขนสัตว์จริง เช่น ขนมิงค์ แรคคูน เพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาผู้ขายสินค้าหลายรายถูกประท้วงในเรื่องของการทำลายสินค้าค้างสต็อก ตลอดจนการแทงหรือเจาะรูสินค้าเสื้อผ้าก่อนที่จะโยนทิ้ง โดยปีงบประมาณที่สิ้นสุดเมื่อเดือนเมษายน 2561 เบอร์เบอรี่ได้ทำลายสินค้าสำเร็จรูปมูลค่า 37.29 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีการทำลายสินค้ามูลค่า 35.08 ล้านดอลลาร์ รวมไปถึงการทำลายน้ำหอมมูลค่า 13.04 ล้านดอลลาร์ ส่วนสาเหตุของการเผยทำลายสินค้านั้น เนื่องจากทางเบอร์เบอรี่ต้องการป้องกันการลักลอบนำสินค้าที่ค้างสต็อคไปจำหน่ายในราคาที่ถูกลง ซึ่งถือเป็นการลดคุณค่าของแบรนด์ “เบอร์เบอรี่” อย่างมาก และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_web.jpg

kinyupen_adminAugust 21, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของทางการนิวซีแลนด์ประกาศงดใช้ “ถุงพลาสติก” เพื่อลดปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนิวซีแลนด์

รู้หรือไม่ว่า การใช้ถุงพลาสติกส่งผลต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง หลายประเทศจึงมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก และแนะนำให้ใช้ถุงผ้าแทน เพื่อลดการเกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมขึ้น เพราะขยะที่ทำมาจากพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติกต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 5 ศตวรรษ จึงจะย่อยสลายได้ ด้วยเหตุนี้เอง ล่าสุดที่ประเทศนิวซีแลนด์เล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงเตรียมที่จะประกาศยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในการจับจ่ายซื้อของ

โดย “เจซินดา อาร์เดิร์น” นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของนิวซีแลนด์ในการลดปัญหามลพิษจากการใช้พลาสติก เนื่องจากก่อนหน้านี้ประชาชนของนิวซีแลนด์ใช้ถุงพลาสติกจำนวนสูงถึงหลายร้อยล้านใบต่อปี ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ซึ่งกฏดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า (ส.ค.2562) ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนิวซีแลนด์ ในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อม

ภายใน 6 เดือนหลังจากนี้ ร้านค้าภายในนิวซีแลนด์จะต้องยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งหากพบว่าร้านค้าใดมีการฝ่าฝืนกฎดังกล่าว จะถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,200,000 บาท

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าหลายประเทศต่างได้มีการรณรงค์และให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมจะลดลงได้ เริ่มต้นที่ตัวของเราเอง และถ้าทุกๆ คนร่วมมือร่วมใจกันช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกและลดพฤติกรรมการทำลายสิ่งแวดล้อม ก็เชื่อว่าโลกของเราจะน่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

ขอขอบคุณเนื้อหาและภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ www.nzherald.co.nz