จริงหรือ? เวลาที่มีความสุข อย่าหลงระเริงกับมันมาก

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย

 

อยากทราบว่าที่ทำอยู่มันถูกรึเปล่า เวลาที่มีความสุขก็จะบอกกับตัวเองว่าอย่าหลงระเริงกับมันมาก

Q: “…ไม่ได้เป็นคำถาม แค่อยากทราบว่าที่ทำอยู่มันถูกรึเปล่านะคะ

เวลาที่มีความสุขก็จะบอกกับตัวเองว่าอย่าหลงระเริงกับมันมาก ส่วนเวลาที่มีความทุกข์ก็จะคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาก็ไม่ทุกข์เท่านี้แล้ว พอมะรืนมันก็เริ่มจางๆแล้ว

แล้วรู้สึกว่าชีวิตมันดีขึ้น เมื่อก่อนเคยจมอยู่กับความทุกข์มันเป็นตั้งแต่ตอนเรียนถ้าเราคิดเลขไม่ออกก็จะจมอยู่กับเลขข้อนั้นจนกว่าจะคิดออก แต่พอโตขึ้นรู้สึกว่า มันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ่นเลย ก็เลยเปลี่ยนความคิดใหม่

 


 

A: ทำถูก…สำหรับขั้นเริ่มต้นครับ 🙂

ขนาดทำแค่นี้ ยังเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เอง
ถ้าทำต่อไป จะรู้เลยว่า มีความสุขท่ามกลางทุกข์ในโลก ไม่ยากหรอกนะ
ชีวิตจะเปลี่ยนอีกมหาศาลเลย

 

ขั้นต่อไปที่ควรทำคือ อย่าไปหวังพึ่งความคิดอย่างเดียวครับ ให้พึ่งปัญญาจากการเห็นความจริง
เพราะความคิดนี่ไว้ใจไม่ได้นะ ตอนเช้าคิดดีได้ สายๆอาจจะคิดร้ายก็ได้

จะมีปัญญาจากการเห็นความจริง ก็ให้เริ่มจากการมีสติครับ
คอยรู้สึกตัว รู้ทันใจเวลารู้สึกสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ โกรธ สงสาร ตกใจ สงบ คิด นึก ฯลฯ

 

การย้อนกลับมารู้สึกตัว รู้ที่จิตใจว่ากำลังมีอาการยังไง
นั่นแหละ เป็นการฝึกให้จิตมีสติขั้นต้นครับ

ถ้าฟุ้งซ่านมาก แนะนำให้หาตัวช่วย เช่นสวดมนต์บทสั้นๆไว้ในใจ
อย่างผมเองชอบนึกถึงคำว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไว้บ่อยๆ
ว่างๆก็นึกไปเรื่อยๆ ขับรถไปก็นึกไป พอใจหนีไปคิดเรื่องอื่น ก็รู้ทันได้ง่าย

ขั้นกลางพอจิตจำสภาวะที่เกิดต่างๆเหล่านั้นได้
ต่อไปเวลามีความรู้สึกแรงๆ สติจะทำงานอัตโนมัติ
โดยเราไม่ต้องเตือนตัวเองให้จงใจรู้

พอจิตมีสติอัตโนมัติแวบหนึ่ง ขณะนั้นแหละที่เรียกว่ามีสมาธิแบบตั้งมั่น

 

 

สมาธิมีสองแบบนะครับ สมาธิแบบนิ่งสงบ จิตไปแนบนิ่งกับกาย อย่างมือ เท้า ลมหายใจ ท้องบ้าง อันนี้เรียกฌาน

สมาธิอีกอย่าง แบบของพระพุทธเจ้า เป็นพุทธแท้ๆ คือสมาธิแบบตั้งมั่น เห็นกายใจทำงานตามความเป็นจริง ทำเอง ทุกข์เอง รู้เอง ดับเอง

เช่นจิตเคลื่อนไปคิด แล้วดับเพราะมีจิตผู้รู้อีกดวงเกิดขึ้นแทนที่
จิตจะเห็นความจริงว่า จิตไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่ใช่ตัวตน เพราะทำงานเอง
เราไม่ได้สั่งเลยสักอย่าง ตั้งแต่เริ่มคิด เริ่มรู้ จิตดับ มันทำเองหมด

เห็นแบบนี้บ่อยๆ นั่นแหละปัญญาแท้ๆ ว่าสิ่งที่เรียกว่าตัวเรา ไม่มีจริงหรอก

 

เมื่อจิตสะสมปัญญาตัวนี้บ่อยๆ มากพอ
จิตจะค่อยๆจางคลายจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลาย
เพราะเบื่อหน่ายในความไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่ใช่ตัวตนของตัวมันเอง

เห็นว่า กายก็ไม่ใช่ตัวเรา จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา มีแต่ธาตุขันธ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป
มีแต่สิ่งที่ไม่เที่ยง และบังคับไม่ได้ ไม่มีอะไรควรค่าจะยึดมั่นถือมั่นไว้สักอย่าง

 

 

อันนี้พูดให้ฟัง เล่าให้ฟังแบบขั้นแอดวานซ์เลยนะ อย่าตกใจ
แค่อยากให้เห็นว่า นิพพานมีจริง การสลัดคืนจิตให้โลก มีจริง
การเจริญสติ มันพาจิตพ้นทุกข์ได้จริง เป็นเหตุเป็นผล เป็นขั้นเป็นตอน

เริ่มจากแค่การรักษาศีล ๕ แล้ว คอยรู้สึกตัว เท่านี้เองครับ

www.dhamma.com

ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล [email protected] ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

เตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” ที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบคิดบวกให้คุณเร็วๆ นี้