_เวลามีความสุขอย่าหลงระเริง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 14, 2020

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย

 

อยากทราบว่าที่ทำอยู่มันถูกรึเปล่า เวลาที่มีความสุขก็จะบอกกับตัวเองว่าอย่าหลงระเริงกับมันมาก

Q: “…ไม่ได้เป็นคำถาม แค่อยากทราบว่าที่ทำอยู่มันถูกรึเปล่านะคะ

เวลาที่มีความสุขก็จะบอกกับตัวเองว่าอย่าหลงระเริงกับมันมาก ส่วนเวลาที่มีความทุกข์ก็จะคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาก็ไม่ทุกข์เท่านี้แล้ว พอมะรืนมันก็เริ่มจางๆแล้ว

แล้วรู้สึกว่าชีวิตมันดีขึ้น เมื่อก่อนเคยจมอยู่กับความทุกข์มันเป็นตั้งแต่ตอนเรียนถ้าเราคิดเลขไม่ออกก็จะจมอยู่กับเลขข้อนั้นจนกว่าจะคิดออก แต่พอโตขึ้นรู้สึกว่า มันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ่นเลย ก็เลยเปลี่ยนความคิดใหม่

 


 

A: ทำถูก…สำหรับขั้นเริ่มต้นครับ 🙂

ขนาดทำแค่นี้ ยังเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เอง
ถ้าทำต่อไป จะรู้เลยว่า มีความสุขท่ามกลางทุกข์ในโลก ไม่ยากหรอกนะ
ชีวิตจะเปลี่ยนอีกมหาศาลเลย

 

ขั้นต่อไปที่ควรทำคือ อย่าไปหวังพึ่งความคิดอย่างเดียวครับ ให้พึ่งปัญญาจากการเห็นความจริง
เพราะความคิดนี่ไว้ใจไม่ได้นะ ตอนเช้าคิดดีได้ สายๆอาจจะคิดร้ายก็ได้

จะมีปัญญาจากการเห็นความจริง ก็ให้เริ่มจากการมีสติครับ
คอยรู้สึกตัว รู้ทันใจเวลารู้สึกสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ โกรธ สงสาร ตกใจ สงบ คิด นึก ฯลฯ

 

การย้อนกลับมารู้สึกตัว รู้ที่จิตใจว่ากำลังมีอาการยังไง
นั่นแหละ เป็นการฝึกให้จิตมีสติขั้นต้นครับ

ถ้าฟุ้งซ่านมาก แนะนำให้หาตัวช่วย เช่นสวดมนต์บทสั้นๆไว้ในใจ
อย่างผมเองชอบนึกถึงคำว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไว้บ่อยๆ
ว่างๆก็นึกไปเรื่อยๆ ขับรถไปก็นึกไป พอใจหนีไปคิดเรื่องอื่น ก็รู้ทันได้ง่าย

ขั้นกลางพอจิตจำสภาวะที่เกิดต่างๆเหล่านั้นได้
ต่อไปเวลามีความรู้สึกแรงๆ สติจะทำงานอัตโนมัติ
โดยเราไม่ต้องเตือนตัวเองให้จงใจรู้

พอจิตมีสติอัตโนมัติแวบหนึ่ง ขณะนั้นแหละที่เรียกว่ามีสมาธิแบบตั้งมั่น

 

 

สมาธิมีสองแบบนะครับ สมาธิแบบนิ่งสงบ จิตไปแนบนิ่งกับกาย อย่างมือ เท้า ลมหายใจ ท้องบ้าง อันนี้เรียกฌาน

สมาธิอีกอย่าง แบบของพระพุทธเจ้า เป็นพุทธแท้ๆ คือสมาธิแบบตั้งมั่น เห็นกายใจทำงานตามความเป็นจริง ทำเอง ทุกข์เอง รู้เอง ดับเอง

เช่นจิตเคลื่อนไปคิด แล้วดับเพราะมีจิตผู้รู้อีกดวงเกิดขึ้นแทนที่
จิตจะเห็นความจริงว่า จิตไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่ใช่ตัวตน เพราะทำงานเอง
เราไม่ได้สั่งเลยสักอย่าง ตั้งแต่เริ่มคิด เริ่มรู้ จิตดับ มันทำเองหมด

เห็นแบบนี้บ่อยๆ นั่นแหละปัญญาแท้ๆ ว่าสิ่งที่เรียกว่าตัวเรา ไม่มีจริงหรอก

 

เมื่อจิตสะสมปัญญาตัวนี้บ่อยๆ มากพอ
จิตจะค่อยๆจางคลายจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลาย
เพราะเบื่อหน่ายในความไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่ใช่ตัวตนของตัวมันเอง

เห็นว่า กายก็ไม่ใช่ตัวเรา จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา มีแต่ธาตุขันธ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป
มีแต่สิ่งที่ไม่เที่ยง และบังคับไม่ได้ ไม่มีอะไรควรค่าจะยึดมั่นถือมั่นไว้สักอย่าง

 

 

อันนี้พูดให้ฟัง เล่าให้ฟังแบบขั้นแอดวานซ์เลยนะ อย่าตกใจ
แค่อยากให้เห็นว่า นิพพานมีจริง การสลัดคืนจิตให้โลก มีจริง
การเจริญสติ มันพาจิตพ้นทุกข์ได้จริง เป็นเหตุเป็นผล เป็นขั้นเป็นตอน

เริ่มจากแค่การรักษาศีล ๕ แล้ว คอยรู้สึกตัว เท่านี้เองครับ

www.dhamma.com

ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

เตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” ที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบคิดบวกให้คุณเร็วๆ นี้


_การพัฒนาตัวเอง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 11, 2020

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย และเตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” เร็วๆ นี้

Q: “สวัสดีค่ะพี่เอ็ด รบกวนขอความกระจ่างจากพี่หน่อยนะคะ

 

ความพอใจในสิ่งที่มีอยู่ กับการพัฒนาตัวเอง มันขัดแย้งกันไหมคะ ถ้าเรารู้ว่าความสามารถเราไปได้ไกลกว่านี้มากถ้าพยายาม แต่เราพอใจที่จะอยู่ตรงนี้ มันจะดูโง่และขี้เกียจไปไหมคะ”

 

A: มันก็แล้วแต่ว่าเราจะมองมันจากมุมมองของใครครับ
ถ้านักเศรษฐศาสตร์ อาจจะรู้สึกเป็นความสูญเปล่าในศักยภาพที่มี แต่นักปรัชญาอาจจะบอกว่า มันเป็นเสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิต

โดยส่วนตัว พี่ถือหลักทางสายกลางแบบพุทธ คือขยันและไม่ขี้เกียจ มีโอกาสมีความสามารถแล้วต้องทำครับ

แต่ทำด้วยวิริยะความเพียรแล้ว ค่อยสันโดษในผล คือจะได้ผลมากน้อย ไม่เป็นไร เราพอใจที่ได้ทำเต็มที่ ทำเสร็จแล้ว

 

ถ้ามีโอกาสแล้วไม่ทำ ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาในอนาคต
ไม่ใช่มานั่งโทษ นั่งด่าตัวเองว่าโง่ทีหลัง มันไม่เกิดประโยชน์อะไร

 

วันนี้พี่ก็เพิ่งทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ @aston_ed บอกว่า
ถ้ามีความฝันอะไรให้รีบทำตั้งแต่อายุยังน้อย

 

เพราะการที่เราอายุยังน้อย
แปลว่าเรามีเวลาและโอกาสจะทำผิดพลาดได้อีกหลายหน

และการที่เราเรียนรู้จากความผิดพลาดมากเท่าไหร่
แปลว่าเรายิ่งมีประสบการณ์มากขึ้นเท่านั้น

อีกอย่าง สิ่งที่น่าเสียใจกว่าการทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ เจ๊ง ขาดทุน คือการไม่ได้ทำอะไรเลย

 

 

บางทีมนุษย์เรา ก็น่าสงสารแบบนี้ครับ รู้จักแต่ทางสุดโต่ง
แต่ไม่รู้จักทางสายกลาง

 

ไปเรียนเอานะครับ www.dhamma.com ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

 


_ไม่มีความสุขเลย_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 7, 2020

กินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิตวันนี้มาแชร์แง่คิดดี ๆ ของ เอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ นักเขียน นักคิดเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตแบบคิดบวก ด้วยความสุขจากภายในอย่างเข้าใจง่าย

 

Q: “ทำไมไม่มีความสุขเลย ชีวิตมีปัญหาภาระเยอะ….ใจหนึ่งอยากล่าฝันเรียนต่อ ต้องหาทุนค่ะไม่มีเงิน แต่ใจหนึ่งยังห่วงแม่ที่แก่แล้ว

 

ปัญหาเรื่องงานอีกที่แก้ไม่ตก…ทุกวันไม่อยากไปทำงานเพราะกลัวหน้ากากที่เขาสวมใส่กัน เคยใช้วิธีวางเฉยแล้วก็ไม่วายมีปัญหาวิ่งมาหาจนได้…

 

เรื่องที่บ้านแม่ก็ติดพนัน แก่มากตาไม่เห็นเลข ไปเล่นมาก็เสียตังค์ พอไม่มีเงินก็มาบ่น ด่า พูดเรื่องบุญคุณ เงินก็ให้ใช้อาทิตย์ละพันยังไม่พอ….บ้านก็กำลังสร้างให้อยู่สบายๆ แกยังไม่พอ บอกว่าเราไม่ให้เงินไม่ดูแล

ทุกวันนี้ทำงานเหนื่อยมากเลิกงานประจำทำงานพิเศษอีกแต่เงินก็ไม่พอทั้งๆ ที่ตัวเองประหยัดแต่ก็หมดไปกับแม่พี่น้อง…ทำงานไม่มีวันหยุด เหนื่อยล้ามาก ท้อแท้และหมดพลังมากเลย กลับบ้านมาไม่อยากทำไรเลยค่ะ

นอนไม่ค่อยหลับคิดตลอดเวลา ทำให้เครียดง่าย บางวันต้องกินยาช่วย….มีทางแนะนำไหมคะ สวดมนต์ก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว ยังกำจัดความเครียดไม่ได้”

 


 

A: ที่อ่านมา พี่เห็นด้วยส่วนหนึ่งว่า ชีวิตเรามีปัญหา
แต่พี่ไม่เห็นด้วยถ้าเราจะบอกว่า ปัญหาเหล่านั้นทำให้เราทุกข์

คือมีปัญหา หรือไม่มีปัญหา อันนั้นเรื่องนึงนะ
แต่จะมีความสุข หรือมีความทุกข์ มันก็อีกเรื่องนึง

เพราะปัญหากับความทุกข์ มันคนละส่วนกัน
อย่างภาระทางการเงิน คนอื่นเขาก็มีเยอะแยะ
พี่ก็มี ยังมีหนี้กับธนาคารหลายล้าน ถ้าจะเรียกว่ามีปัญหา พี่ก็มีไม่แพ้เราหรอก
แต่พี่เข้าใจและยอมรับได้ไง ว่า ถ้าเราทุนน้อย
จะมีบ้าน มีรถ ก็ต้องยอมเป็นหนี้

 

 

พี่เคยคิดนะ สมมติตกงานมา ไม่มีรายได้ บ้านถูกยึด จะทำไง
ก็คิดได้ว่า อ่อ.. เราก็ไปหางานใหม่ทำ ได้เงินน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร
บ้านนี่ ถ้ากรรมเก่ามาให้ผล ก็ให้เขายึดไป เราก็ไปหาเช่าบ้านเล็กๆเอา

แต่ถ้ายอมรับไม่ได้ว่าปัญหาเกิดแล้ว แล้วไปนั่งคร่ำครวญอยากจะให้มันไม่เกิด
นั่นต่างหากที่ทำให้ทุกข์

 

คือคนเรานะ ถ้าจะสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองทุกข์ มันมีวิธีเยอะแยะเลย
ถ้าจะทำให้ตัวเองสุข อย่างแรกที่ทำได้ง่ายๆ คืออย่าไปสร้างเงื่อนไขยุ่งยากให้ชีวิต

 

อย่าไปตั้งเกณฑ์ว่าต้องรวย ต้องดัง ต้องเด่น ต้องปริญญาโท เอก
แม่ต้องดีระดับแม่ดีเด่นแห่งชาติ
พี่น้องต้องสรรเสริญเชิดชู เราถึงจะมีความสุข
เพราะทันทีที่ตั้งเงื่อนไขเสร็จ ทุกข์ก็นั่งรอเราแล้ว

พี่จบแค่ปริญญาตรีนะ ปัญหาพี่ก็มี แต่พี่ก็มีความสุขสบายใจตามสมควร
พอจะมาแบ่งปันให้พวกเราได้

 

พี่ถึงพูดเสมอนะ ว่าโลกนี้ ไม่มีทางเป็นได้ ดีได้อย่างใจเราทุกเรื่องหรอก
อย่างทุกคนบอกว่า อยากให้โลกมีสันติสุข ทุกคนรักกัน
อันนั้นเพ้อฝันมาก เพราะในโลกนี้มีคนตีกัน อิจฉากัน เบียดเบียนทำร้ายกัน ฆ่ากันทุกวันแหละ

 

เมื่อมีปัญหาแล้ว ก็ไปแก้ปัญหานะ ถ้าแก้ได้ก็ดีไป
ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ต้องวางใจดีๆ ว่ามันไม่ใช่ว่า ทุกปัญหาจะแก้ได้ทันที เดี๋ยวนี้
บางอย่างมันต้องใช้เวลา บางอย่าง มันต้องใช้ปัญญา เพราะเวลาก็แก้ไม่ได้

เพราะบางอย่าง นานแค่ไหน ก็แก้ไม่ได้
อย่างหมาสุดที่รักตาย แมวสุดโปรดเท่งทึงไป แก้ไม่ได้หรอก
แต่ใช้ปัญญาได้นะ ว่า สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับเป็นธรรมดา

อย่างเรื่องใส่หน้ากากในที่ทำงาน ก็คิดเสียว่า เราทำงานที่ต้องใส่หน้ากาก
เช่นนักแสดงเล่นโขน ก็ต้องใส่หัวโขน ก็เล่นไปตามบทให้เป็น

 

อยู่กับโลกให้เป็น อย่าปฏิเสธโลก แต่ให้เข้าใจโลก และอย่าโดนโลกกลืนไป
ใส่หน้ากากอยู่ ก็รู้ว่าใส่ ถ้ายังรู้ตัว เราจะไม่ยึดหน้ากากนั้นเป็นเราไปด้วย
เหมือนคนรับบททศกัณฑ์ ก็ใช่ว่าจะต้องเป็นยักษ์ในชีวิตจริงนอกเวที

 

ส่วนเรื่องแม่ บางทีก็ต้องแจกแจงแบ่งปันให้แม่รู้ว่า เรามีรายได้เท่าไหร่
ต้องใช้อะไรบ้าง ต้องผ่อนบ้านเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ ให้แม่เท่าไหร่
แม่จะได้ทราบข้อเท็จจริง ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้ง

 

ค่อยๆตั้งสติ แล้วแก้ในส่วนที่เราทำได้
อะไรแก้ไม่ได้ ก็ยอมรับไปก่อนนะ ว่าเราแก้ไม่ได้หรอก แต่ถึงเวลานอนละ
อย่าแบกเอาปัญหาไปนอนกอดบนเตียงก็พอ

 

แถมอันนี้ให้ ไปเรียนแทนปริญญาโทไปก่อน www.dhamma.com

ไว้มีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับพี่ ก็ค่อยมา www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกๆ ตอนนี้มีสี่คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิต การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ

 

ข้อคิดดี ๆ จากธนาคารแห่งความสุขยังมีอีกเพียบ ติดตามต่อได้ที่ happinessbank.online และแฟนเพจธนาคารความสุข

เตรียมพบกับโปรเจคดีๆ ระหว่าง “กินอยู่เป็น” X “ธนาคารแห่งความสุข” ที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบคิดบวกให้คุณเร็วๆ นี้