-Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

ในช่วงล็อกดาวน์จากวิกฤตโควิด -19 หลายบ้านคงหนีไม่พ้นการเข้าครัวเอง บางท่านไม่เคยทำอาหารมาก่อนก็อาจกลายเป็นพ่อครัวแม่ครัวมือฉมัง โดยมีอาจารย์อย่างกูเกิ้ล หรือ ยูทูป คอยสอน แล้วทราบหรือไม่ว่าเมนูประเภทใดที่ถูกค้นหามากสุดในช่วงดังกล่าว วันนี้เรามีคำตอบกัน

 

หน่อไม้” กลายเป็นเมนูที่ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนเอเชียค้นหามากที่สุด

 

“กูเกิ้ล” รายงาน Google Trends จัดอันดับสูตรอาหารที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในโลกช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาว่า ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกต้องตกอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 นั้น พบว่า เมนูที่ถูกค้นหามากที่สุดในโลก คือ เมนูที่มีส่วนผสมของหน่อไม้ คือเพิ่มขึ้น 4,850% จากช่วงเวลาปกติ

เมนูที่มีการค้นหามากสุด ได้แก่ หน่อไม้ผัดเห็ดหอม หน่อไม้ผัดหมู และราเมนที่ใส่หน่อไม้เป็นส่วนประกอบ ซึ่งหน่อไม้ถือได้ว่าเป็นเมนูยอดนิยมของชาวเอเชียอยู่แล้ว ส่วนเมนูยอดนิยมรองลงมาจะเป็นพวกได้แก่ สูตรทำขนมปัง สูตรทำเค้กเทศกาลอีสเตอร์ และสูตรเต้าหู้ผัดซอสเสฉวน (Mapo tofu)

 

ขณะที่เมนูเอเชียที่ระบุคำว่า homemade ล้วนติดอันดับการค้นหาพุ่งกว่า 5000% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาด้วย นอกจากนี้ตามรายงาน YouTube พบว่า “คนเอเชีย” เข้าไปค้นหาและดูคลิปการทำอาหารออนไลน์มากที่สุดในโลก โดยประเทศที่ค้นหาเมนูอาหารมากที่สุด 4 อันดับมาจากเอเชียทั้งสิ้น ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบังกลาเทศ

 

และวันนี้เมื่อพูดถึงเรื่องหน่อไม้แล้ว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ก็ไม่มามือเปล่า แต่นำสูตร “หน่อไม้ต้มเค็ม” หนึ่งเมนูอร่อยทำง่ายจากหน่อไม้มาฝากกันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย

 

 

ส่วนผสม

  • กระดูกหมู (หรือใช้หมูสามชั้นแทนได้ตามชอบ) 500 กรัม
  • หน่อไม้ไผ่ตง 1 กิโลกรัม
  • รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกรวมกัน
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา

 

ขั้นตอน

  1. ต้มหน่อไม้กับน้ำเปล่าที่ผสมเกลือจนเดือด เทน้ำทิ้ง ต้มอย่างน้อย 2 ครั้ง
  2. นำหน่อไม้มาหั่นเป็นท่อน ประมาณ 1 นิ้วบุบพอแตก เวลาต้มจะได้เข้าเนื้อ
  3. ล้างกระดูกหมู หรือ หมูสามชั้น กับน้ำเกลือให้สะอาด
  4. นำกระเทียม รากผักชี พริกไทยที่โขลกไว้ลงไปผัดกับน้ำตาลปี๊บจนละลายเปลี่ยนเป็นสีเข้ม
  5. ใส่กระดูกหมู ผัดพอสุก ตักส่วนผสมที่ผัดสุกแล้วใส่หม้อ ใส่หน่อไม้ เติมน้ำให้ท่วม
  6. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ ต้มต่อประมาณ 30 นาที จนเข้าเนื้อ
  7. ตักเสิร์ฟพร้อมรับประทาน

 

ด้วยส่วนผสม ขั้นตอน และวิธีทำที่ง่ายแสนง่าย คุณก็จะมีอาหารอีกหนึ่งอยากไว้รับประทานกันในครอบครัว ทำเอง กินเอง ประหยัดเงินและยังได้คุณประโยชน์ที่ครบถ้วนอีกด้วย

 

เกร็ดน่ารู้เรื่องหน่อไม้”

ก่อนรับประทานต้องทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพราะหน่อไม้ไม่ใช่อาหารที่จะทานดิบได้

  1. หากเป็นหน่อไม้สด ก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารให้ต้มในน้ำเดือดนานอย่างน้อย 10 นาที เพื่อลดระดับของสารไซยาไนด์
  2. กรณีที่ซื้อหน่อไม้ปี๊บมารับประทานต้องต้มในน้ำเดือดเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อคลอสทริเดียม โบทูลินัม และเทน้ำที่ใช้ต้มทิ้งห้ามนำมาใช้ปรุงอาหารเด็ดขาด
  3. ผู้ที่ไม่ควรรับประทานหน่อไม้ คือ ผู้ป่วยเป็นโรคเกาต์ เพราะในหน่อไม้มีสารพิวริน ที่ทำให้กรดยูริกสูงขึ้น เสี่ยงโรคเกาต์กำเริบ

 

ที่มา


Vegetable-thaifood-Cover_1.jpg

zebertoothApril 3, 2020

“จับฉ่าย” เป็นชื่อที่มาจากภาษาจีน “จับ” แปลว่า 10 “ฉ่าย” แปลว่าผัก หากแปลแบบตรงตัวคือ ผัก 10 อย่าง เมื่อรวมเป็นชื่ออาหาร “ต้มจับฉ่าย” ก็จะหมายถึงการนำผักหลายๆอย่างมาผสมกัน แต่ความจริงแล้วไม่ต้องครบ 10 อย่างก็ได้ ทำเท่าที่มี

ต้มจับฉ่าย เป็นหนึ่งในหลายเมนูที่เหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดของบ้านเราในช่วงนี้เป็นอย่างมาก เพราะทุกบ้านต่างพากันกักตุนอาหารทั้งของสด – ของแห้ง จนลืมไปว่ามันมีวันหมดอายุ เน่าเสียได้ การแปรรูปอาหารถือว่าเป็นการยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ได้นานขึ้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ชวนเข้าครัวทำต้มจับฉ่ายขานรับมาตรการ Lock Down ถึงจะออกนอกบ้านไม่ได้แต่เราก็มีอาหารกิน…

แม่ครัวใช้กับหม้อเบอร์ 24 สำหรับครอบครัวใหญ่… มาดูกันว่าจับฉ่ายหนึ่งหม้อมีอะไรบ้าง

 

 

วัตถุดิบ

  1. กระดูกหมู 500 กรัม
  2. กระดูกสันหลังหมู (เล้ง) 2 – 3 ชิ้น สำหรับต้มน้ำซุป
  3. ผักโขม 500 กรัม
  4. คะน้า 500 กรัม
  5. กวางตุ้ง 500 กรัม
  6. กะหล่ำปลี 1 หัว (เลือกน้ำหนักประมาณ 200 กรัม)
  7. หัวไชเท้า 1 หัว (เลือกน้ำหนักประมาณ 200 กรัม)
  8. ผักขึ้นฉ่าย 4 ต้น
  9. กระเทียม 4 – 5 กลีบ

เครื่องปรุงรส

  1. ซีอิ๊วขาว
  2. ซอสปรุงรส เห็ดหอม
  3. พริกไทย
  4. น้ำตาลปี๊บ หรือ ซีอิ๊วดำหวาน

ขั้นตอนวิธีทำแสนง่าย

– นำผักทั้งหมดมาล้างด้วยน้ำที่ผสมสารส้ม แล้วแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นด้วยล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง

– หั่นผักเป็นท่อน ขนาดพอประมาณ ไม่ต้องเล็กมาก เวลาต้มจะได้ไม่เละ

– แยกผักโขมออกนำไปลวกกับน้ำร้อนใส่เกลือและน้ำมันเล็กน้อย เมื่อลวกเสร็จให้น็อคน้ำเย็นเพื่อให้ผักยังคงมีสีเขียวสวย

– ตั้งกระทะทุบกระเทียมลงไปเจียวให้มีกลิ่นหอม นำผักทั้งหมดลงไปผัด ประมาณ 10 นาที พอให้สะดุ้งไฟ การนำผักไปผัดก่อนทำให้ผักไม่เละเวลาที่เรานำไปต้ม และช่วยเพิ่มกลิ่นหอม

– ตั้งหม้อน้ำซุปใส่น้ำประมาณ 1 – 2 ลิตร กะให้น้ำท่วมผัก ใส่กระดูกหมู และกระดูกเล้งที่ล้างสะอาดแล้วลงไปต้ม

– ระหว่างรอน้ำซุปเดือดให้คอยช้อนฟองออก ไม่งั้นน้ำซุปจะขุ่น

– เมื่อน้ำเดือดให้ใส่ผักที่ผัดแล้วลงไป ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว พริกไทย ชิมรสตามชอบ หรืออาจเพิ่มน้ำตาลเพื่อตัดรส แล้วต้มต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง ให้สีออกน้ำตาลเข้มเล็กน้อย เป็นอันเสร็จปิดไฟได้

เคล็ดลับความอร่อยต้องบอกต่อ

1.การใช้กระดูกสันหลังหมู (เล้ง) ลงไปต้มด้วยจะเพิ่มรสชาติหวานหอมให้กับน้ำซุป

2.รสชาติของต้มจับฉ่ายจะเค็มนำ บางบ้านจะใส่น้ำตาลหรือซีอิ๊วดำหวานเพื่อตัดรสให้หวานเล็กน้อย

หากใส่น้ำตาลแนะนำเป็นน้ำตาลปี๊บดีกว่าน้ำตาลทราย เพราะรสชาติจะหวานหอมมากกว่า

3.ต้มจับฉ่ายจะอร่อยมากขึ้น หากเก็บไว้ค้างคืน ถ้าต้มวันนี้พรุ่งนี้ค่อยกิน อร่อยสุด

4.ทำง่าย เก็บได้นานเป็นสัปดาห์ แบ่งใส่กล่องแล้วแช่ตู้เย็นไว้ เวลาทานก็นำออกมาอุ่น

เมนูที่ง่ายแสนง่าย ทำครั้งเดียวกินได้นาน อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการจากผักต่างๆ ด้วย ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางออกไปจับจ่ายใช้สอย การทำอาหารเก็บไว้ทานถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถือเป็นโอกาสปรับเมนูอาหารให้มีโภชนาการที่ดีเพื่อแข็งแรงสู้โรคได้อีกด้วย

 


_สูตรอาหาร_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 4, 2020

เมนูสมุนไพร ชื่นใจคลายร้อน “น้ำหล่อฮั้งก้วย” ร้อนนี้ใครอยากได้เมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพใหม่ ๆ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอแนะนำเมนูนี้เลย

 

 

 

ส่วนผสมน้ำหล่อฮั้งก้วย

  • หล่อฮั้งก้วย 2 ผล
  • น้ำ 1.5 ลิตร
  • ดอกเก๊กฮวย 1 กำมือ
  • น้ำตาลทราย
  • ใบเตย

 

วิธีทำ

  1. ล้างผลหล่อฮั้งก้วยให้สะอาด
  2. ทุบหล่อฮั้งก้วยให้แตก คั่วกับใบเตยด้วยไฟอ่อน
  3. ต้มหล่อฮั้งก้วยด้วยไฟอ่อน 30 นาที จากนั้นเติมดอกเก็กฮวย ต้มทิ้งไว้สักครู่
  4. ยกขึ้นกรอง เติมน้ำตาลตามชอบ
  5. ดื่มอุ่น ๆ หรือใส่น้ำแข็งดื่มเย็น ๆ ก็ได้