-ตั้งเป้า-สำนักงาน-โรงงานทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน-_web2.jpg

kinyupen_adminOctober 2, 2018

“โซนี่” ตั้งเป้าหมายให้ทุกโรงงานและอาคารสำนักงานทุกแห่งในทุกธุรกิจของโซนี่จะต้องใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน พร้อมเดินหน้าให้สมบูรณ์แบบ 100% ในอีก 10 ปี

หลายประเทศต่างให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างมาก จึงมีการรณรงค์ให้ประชาชนมาใส่ใจกับเรื่องของการลดโลกร้อน ด้วยการหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนแทน อย่างล่าสุด บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง “โซนี่” ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวจากสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า “โซนี่” ประกาศเป้าหมายให้ทุกโรงงานและอาคารสำนักงานทุกแห่งในทุกธุรกิจของโซนี่จะต้องใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น โดยวางแผนว่าจะทำให้สำเร็จภายในปี 2040

ปัจจุบันโซนี่มีอาคารสถานที่ทั้งหมด 111 แห่งกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งในปี 2017 ที่ผ่านมามีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานน้ำ, แสงอาทิตย์, ความร้อนใต้ภิภพ รวมทั้งพลังงานลม ในสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น โดยโซนี่วางแผนว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการใช้ไฟ ซึ่งตั้งเป้าหมายผลักดันให้ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนให้ได้ 30% ภายในปี 2030 ก่อนจะเดินหน้าให้สมบูรณ์ 100% ในอีก 10 ปี

อย่างไรก็ตาม มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายที่ใส่ใจเรื่องการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นในปัจจุบัน โดยบริษัทในกลุ่มนี้เรียกว่า “RE100” ประกอบไปด้วยบริษัทมากกว่า 140 ราย ซึ่งรวมถึง Google, Microsoft และ Facebook ด้วย ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต่างก็ให้คำมั่นว่าจะหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด 100% และเริ่มลงทุนกับระบบพลังงานไฟฟ้าของตนเองเพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ว่างไว้แล้ว และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


Banner_welltitude_เลือดข้น-มฤตยูเงียบ-อันตรายถึงตายได้.jpg

kinyupen_adminSeptember 27, 2018

รู้หรือไม่? ภาวะเลือดข้น ส่งผลส่งต่อร่างกายมากแค่ไหน หากคุณให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ คุณก็จะรู้ว่า ภาวะเลือดข้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป

สำหรับ “ภาวะเลือดข้น” เกิดจากการที่ภาวะไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดในจำนวนที่มากผิดปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะ “เลือดข้น” มีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้การไหลเวียนในร่างกายช้ากว่าปกติ ซึ่งอาจเกินขึ้นจากสาเหตุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ปัญหาที่เกี่ยวกับไต เช่น เนื้องอกในไตเป็นต้น ไม่เพียงแค่นั้น ภาวะเลือดข้นมักมีสาเหตุมาจากการที่คุณมีน้ำหนักตัวเกิน การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือจากภาวะขาดน้ำในร่างกาย ซึ่งอาการของผู้ป่วยโรคภาวะเลือดข้น จะมีอาการมึนงง ปวดศีรษะ เวียนหัว ผิวหนังเป็นสีแดง มีอาการเหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรงบริเวณขา แขน มือ และ เท้า นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดข้นแบบ Polycythaemia Vera อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ อาทิ โรคหลอดเลือดในสมอง หัวใจล้มเหลว ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หลอดเลือดดำอุดตัน ฯลฯ ซึ่งเป็นภาวะที่ไขกระดูกทำงานลดลง ไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือด มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย (Leukemia) ได้ตามปกติ และภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อันตรายจนอาจทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้

เมื่อพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในภาวะ “เลือดข้น” ควรพบแพทย์ทันที เพราะเบื้องต้นแพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการ ตรวจเลือด ตรวจไขกระดูก และตรวจหาสารพันธุกรรม JAK2 ซึ่งวิธีการรักษาอันดับแรกๆ แพทย์มักจะเปลี่ยนถ่ายเลือดโดยการนำเอาเลือดของคุณออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีการรักษาขั้นพื้นฐานที่นิยมกันมากที่สุด ช่วยลดปริมาณของเซลล์เม็ดเอกให้น้อยลง นอกจากนี้ แพทย์อาจจะให้ยารับประทาน เพื่อชะลอการทำงานของไขกระดูก

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการภาวะเลือดข้นและอยู่ในระหว่างการรักษา ก็สามารถดูแลรักษาตัวเองได้ด้วยการ หาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เลือดไหลเวียนในร่างกายได้ดี , หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เพื่อป้องกันการระคายเคืองและอาการคันตามผิวหนัง และพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศหนาวหรือร้อนจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด และควรพยายามดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันอาการเลือดข้นที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ทางที่ดี ทุกๆ คนควรหาเวลาเข้าไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อที่เราจะได้ทราบว่า เราเจ็บป่วยหรือเป็นโรคอะไรหรือไม่ หากตรวจพบจะได้หาวิธีรักษาได้ทันเวลา อย่าลืมว่า “สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ อย่าให้ความสำคัญในวันที่สายเกินไป”


-เตรียมยกเลิกการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล_web2.jpg

kinyupen_adminSeptember 27, 2018

“ปอร์เช่” เตรียมยกเลิกการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล และหันไปผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน, รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด หรือพลังงานลูกผสมแทน หลังบริษัทแม่ของ “ปอร์เช่” ทุจริตการทดสอบปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ดีเซล

ต้องบอกว่าหลายประเทศมีการเร่งผลิตรถยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรในหลายๆ ประเทศในการมียานพาหนะเป็นของตัวเอง แต่ล่าสุด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันเตรียมยกเลิกการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวจากสำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่า “ปอร์เช่” บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน เปิดเผยว่า “ปอร์เช่” เตรียมยกเลิกการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลแล้ว และจะหันไปผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน, รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด หรือพลังงานลูกผสมแทน สืบเนื่องจาก บริษัท โฟล์คสวาเกน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ปอร์เช่ ตกเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อปี 2015 หลังบริษัท โฟล์คสวาเกน ออกมายอมรับว่าทุจริตการทดสอบปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ดีเซล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอัยการเยอรมนีได้สั่งปรับบริษัท โฟล์คสวาเกน เป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านยูโร เนื่องจากบริษัทจำหน่ายรถยนต์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์โกงค่ามลพิษไปมากกว่า 10 ล้านคัน ในช่วงปี 2007-2015 ซึ่งทางบริษัทต้องชดใช้ค่าปรับเป็นเงินกว่า 25,000 ล้านยูโร เพื่อซื้อรถคืน เรียกคืน และเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีคดีคงค้างทั้งในเยอรมนีและต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ ในหลายเมืองของประเทศเยอรมนีมีการสั่งห้ามใช้รถที่ใช้น้ำมันดีเซล เมื่อรถยนต์มีอายุการใช้งานถึงระดับหนึ่ง เพื่อเป็นการลดมลพิษในอากาศ และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

Cr. ขอขอบคุณภาพจาก : porsche.com


-Data-Center-แห่งแรกในเอเชีย-ที่สิงคโปร์_web2.jpg

kinyupen_adminSeptember 27, 2018

“เฟซบุ๊ก” ประกาศเตรียมสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งแรกของเฟซบุ๊กในทวีปเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์ เล็งสร้างงานในประเทศเพิ่มกว่าหลายร้อยอัตรา

ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กได้สร้าง Data Center ไว้ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, ไอร์แลนด์ และสวีเดน รวมถึงยังมีการสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกไว้ที่เดนมาร์ก ล่าสุด เฟซบุ๊กเตรียมเดินหน้าสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งแรกในทวีปเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้รายงานว่า “เฟซบุ๊ก” ประกาศเตรียมลงทุนเป็นเงินกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 33,000 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งแรกของเฟซบุ๊กในทวีปเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นอาคาร 11 ชั้น ที่มีขนาดพื้นที่กว่า 1.7 แสนตารางเมตร และเฟซบุ๊กระบุว่าจะสร้างงานในประเทศเพิ่มกว่าหลายร้อยอัตรา

นอกจากนี้ศูนย์ข้อมูลดังกล่าวยังออกแบบให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นพลังงานหมุนเวียน 100 % พร้อมเปิดใช้งานจริงปี 2022 โดยเฟซบุ๊กให้เหตุผลที่เลือกสิงคโปร์ว่าทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม, ความสามารถของบุคลากรในประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่น และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-จอดรถบนถนน-66-สายทั่วกรุงเทพฯ-ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 27, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง “กำหนดที่จอดยานยนต์ และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์” โดยจะเก็บค่าธรรมเนียมการจอดยานยนต์บนถนน 66 สายทั่งกรุงเทพฯ มีผลตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

เมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองหลวงที่มีผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างล้นหลาม นอกจากที่มีจำนวนประชากรในเมืองหลวงที่มีจำนวนเยอะพอสมควรแล้ว รถยนต์-ยานพาหนะทุกนิด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มีปริมาณมากเช่นกัน เนื่องจากหลายคนต้องมีรถส่วนตัวในการสัญจรไปมาส่งผลให้การจราจรในเมืองกรุงติดขัดอย่างหนัก ขณะเดียวกัน ตามพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าและสถานที่ต่างๆ ที่มีลานจอดรถส่วนใหญ่ก็มีค่าจอดรถในอัตราที่แตกต่างกันไป

ล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร ลงนามโดย พล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง “กำหนดที่จอดยานยนต์ และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์” มีผลตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับนี้ก็คือ การเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์บนถนน 66 สายทั่งกรุงเทพฯ

 

 

พร้อมทั้งกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจอดยานยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์ , รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดไม่เกิน 4 ล้อ รวมไปถึง รถยนต์ขนาด 6 ล้อ , 8 ล้อ , 10 ล้อ และขนาดเกิน 10 ล้อ ในอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไป

 

ราคาค่าจอดรถบนถนน-66-สายทั่วกรุงเทพฯ_FB

 

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-75-ของ-ผู้ชาย-ตายเพราะ-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 26, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุการตายของประชากรทั่วโลก 3,000,000 คน/ปี โดย 75% ของผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง

งานปาร์ตี้ งานเลี้ยงฉลอง งานสังสรรค์ต่างๆ ของกลุ่มวัยรุ่น คนวัยทำงานทั้งหลายนั้น “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” จะเป็นส่วนหนึ่งของการปาร์ตี้ หากขาด “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ไป ปาร์ตี้นั้นก็คงไม่สนุกแน่นอน แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เป็นสาเหตุการเสียชีวิต

จากรายงานล่าสุดขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า สถิติล่าสุดได้แก่ปี 2016 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3,000,000 คน/ปี เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์, อุบัติเหตุบนท้องถนน และความรุนแรง ขณะเดียวกันพบว่าผู้เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นผู้ชายสูงถึง 75% ซึ่งทวีปที่มีสถิติการตายจากโรคและการบาดเจ็บเกี่ยวเนื่องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวเลขที่สูงมากในทวีปยุโรปและอเมริกา

โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเชื่อมโยงกับการเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ถึง 200 ชนิด หนึ่งในนั้นคือโรคตับแข็งและมะเร็งด้วย นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ทำให้ร่างกายติดเชื้อโรคได้ง่าย เช่น โรคเชื้อวัณโรค, เอชไอวี หรือเชื้อปอดบวม

อย่างไรก็ตาม จำนวนการเสียชีวิต 3,000,000 คน/ปีนั้น ถึงแม้ว่าจะต่ำลงกว่ารายงานของปี 2014 แต่ก็ยังนับเป็น 5.3% ของการตายทั่วโลก ขณะที่โรคเอชไอวี/เอดส์ เป็นสาเหตุการตายของ 1.8% อุบัติเหตุทางถนน 2.5% และความรุนแรงที่ 0.8% ตามลำดับ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-“บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด”-ด้วย-3-วิธีง่ายๆ-ไม่ยากอย่างที่คิด.jpg

kinyupen_adminSeptember 26, 2018

การใช้ “บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด” อย่างไม่ถูกวิธี ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย คุณอาจจะเป็นหนี้ก้อนโตโดยไม่รู้ตัว “กินอยู่เป็น” จึงมี 3 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถปลดหนี้ “บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด” ได้ บอกเลยว่าแต่ละวิธีไม่ยากอย่างที่คิด

สมัยนี้คนรุ่นใหม่นิยมใช้ “บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด” กันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ที่พยายามหาทุกวิถีทางในการทำ “บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด” ถ้าเป็นบัตรเครดิตนั้นก็ไว้สำหรับรูดซื้อสินค้าที่ต้องการ สะดวก ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากๆ ส่วนบัตรกดเงินสดนั้นสำหรับกรณีร้อนเงิน ฉุกเฉินเรื่องเงิน ก็กดขอเงินมาใช้ได้เลย แต่หารู้หรือไม่ว่า บัตรพวกนี้ถ้าใช้งานไม่เป็นหรือไม่ถูกวิธี คุณก็อาจจะเป็นหนี้ก้อนโตโดยไม่รู้ตัวขึ้นมาทันทีก็ได้ เพราะนอกจากที่คุณจะต้องหาเงินมาใช้หนี้คืนแล้ว อย่าลืมว่าบัตรพวกนี้เมื่อใช้งานแล้ว ต้องเสียค่าดอกเบี้ยอีกด้วย ยืมมากก็ดอกเบี้ยสูงเช่นกัน ก็ทำเอาเหล่ามนุษย์เงินเดือนหลายคนกลุ้มอกกลุ้มใจกันเลยทีเดียว “กินอยู่เป็น” จึงมี 3 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถปลดหนี้ “บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด” ได้ บอกเลยว่าแต่ละวิธีไม่ยากอย่างที่คิด

1. หยุดพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ก่อนอื่นคุณต้องระมัดระวังการใช้จ่ายเงิน ขอให้มีความรอบคอบในการใช้จ่าย ควรเสียเงินในสิ่งที่จำเป็น เช่น ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ที่บ้าน ค่ากิน-ค่าเดินทางไปทำงาน มีเท่าไหร่ ใช้เพียงเท่านั้น ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ควรกดขอเงินจากบัตรกดเงินสดเด็ดขาด ไม่ควรสุรุ่ยสุร่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็นโดยเด็ดขาด ท่องเอาไว้ว่า คุณกำลังเป็นหนี้ เพราะฉะนั้นอย่าสร้างหนี้โดยเด็ดขาด

2. หมั่นเก็บหอมรอมริบให้เป็นนิสัย
เมื่อถึงสิ้นเดือน นั่นคือวันเงินเดือนออก คุณต้องบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้ดีๆ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่ต้องจ่ายแล้ว คุณก็อย่าลืมเก็บหอมรอบริบสักเดือนละ 1,000 บาท (หรือมากกว่านั้น) ก็ยังดี หมั่นทำเป็นประจำทุกๆ เดือน รับรองเลยว่า คุณมีเงินเก็บแน่นอน อยากได้ของสิ่งใดหรือว่าฉุกเฉินเรื่องเงิน คุณก็หยิบเงินก้อนนี้มาใช้จ่ายได้ โดยที่ไม่ต้องง้อ “บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด” เลย

3. ตั้งใจและขยันทำงาน-หารายได้พิเศษ
ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เพราะงานคือเงิน ถ้าวันหนึ่งคุณไม่มีงานทำ คุณจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถ้ามีโอกาสก็ทำงานล่วงเวลา (OT) เก็บเงินเสียเลย และถ้ามีเวลาเหลือก็หารายได้เสริมทำช่วงวันหยุดหรือนอกเวลางานก็ได้ เช่น รับจ้างถ่ายรูปรับปริญญา เป็นต้น ก็ถือเป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณสามารถปลดหนี้ “บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด” ได้

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ขอให้เหล่ามนุษยเงินเดือนทั้งหลายจงนำไปปรับใช้เสีย จะได้ไม่เป็นหนี้ติดตัวไปตลอดชีวิต พยายามฝึกไว้เป็นนิสัย ถ้าคุณทำได้ รับรองเลยว่าคุณก็สามารถปลดหนี้จากบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดได้อย่างสบายๆ และช่วยป้องกันการเกิดหนี้ก้อนใหม่อีกด้วย จำเอาไว้เลยว่า “การไม่มีหนี้ เป็นลาภันประเสริฐ” นี่คือวิถี กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


Banner_welltitude_มนุษย์เงินเดือนควรรู้-“5-ของกินยอดนิยม”-ยิ่งกินบ่อย-ยิ่งแก่ไว.jpg

kinyupen_adminSeptember 25, 2018

ทำงานในออฟฟิศทั้งวัน มันก็เครียด ก็ต้องหาอะไรทานระหว่างทำงาน แต่จะรู้หรือไม่ว่า “5 ของกินยอดนิยม” ของเหล่ามนุษย์เงินเดือน ยิ่งกินบ่อยเท่าไร ใบหน้าของคุณยิ่งแก่ไวเท่านั้น

อายุมากขึ้น ความแก่ก็เริ่มคืบคลานเข้ามาหา เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ใครๆ ก็ไม่อยากแก่กันทั้งนั้น ทำงานในออฟฟิศทั้งวัน มันก็เครียด ก็ต้องหาอะไรทานระหว่างทำงาน เพื่อเพิ่มพลังในการทำงาน

แต่หารู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมการกินของเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายนี่แหละ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเราต้องแปรสภาพกลายเป็นคนหน้าตาแก่กว่าอายุจริงนั่นเอง “กินอยู่เป็น” จึงได้รวบรวม “5 ของกินยอดนิยม” ของเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ที่ต้องบอกเลยว่า ยิ่งคุณกินอาหารพวกนี้เข้าไปบ่อยเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ใบหน้าของคุณแก่ไวขึ้นเท่านั้น

1. เครื่องดื่มประเภท น้ำหวาน-คาเฟอีน
ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน ชา โกโก้ หรือแม้กระทั่ง น้ำอัดลม กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเหล่านี้มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณที่มาก แต่ความหวานจากเครื่องดื่มดังกล่าวเป็นตัวทำลายความอ่อนเยาว์ของใบหน้าเรา เนื่องจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากๆ ส่งผลต่อเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ผิวไม่เรียบเนียน มีริ้วรอย

ขณะเดียวกัน เครื่องดื่มประเภทที่มีคาเฟอีนนั้น ส่งผลให้ใบหน้าของเรามีสภาพโทรม ร่างกายขาดความชุ่มชื่นให้กับเซลล์ผิว ผิวไม่เปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย

 

 

 

 

 

2. อาหารประเภทของทอด
ปาท่องโก๋ กล้วยทอด หมูทอด ไก่ทอด ฯลฯ อาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำบ่อยนี่แหละ ส่งผลเสียต่อผิวพรรณของตัวเองได้ เนื่องจากอาหารประเภทนี้จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทอดจากน้ำมันเก่า ส่งผลให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3. อาหารขยะ (Junk Food)
พิซซ่า แฮมเบอรเกอร์ ไก่ทอด ฯลฯ อาหารพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งทำให้ใบหน้าของเราแก่เร็วได้เช่นกัน เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีไขมันทรานส์ซ่อนอยู่ จากดีฟ ไฟร์ เนย มาการีน ฯลฯ ซึ่งอาหารเหล่านี้จะไปอุดตันหลอดเลือดแดงและเส้นเลือดฝอย ส่งผลให้เลือดไหลเวียนลำบาก ผิดพรรณขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นได้

 

 

 

 

 

 

 

4. ขนมปัง-เบเกอรี่
ขนมเค้ก ขนมปัง คุกกี้ ฯลฯ ล้วนประกอบไปด้วยเนย มาการีน วิปปิ้งครีม ซึ่งมีไขมันทรานส์ละน้ำตาลซ่อนอยู่ในปริมาณมากพอสมควร ส่งผลให้ใบหน้าของเราแก่ก่อนวัยอันควร

 

 

 

 

 

 

 

5. ขนมกรุบกรอบ
มันฝรั่งทอดกรอบ ขนมถุง ฯลฯ ล้วนอันตรายต่อสุขภาพมาก เนื่องจากขนมเหล่านี้มีโซเดียมสูง ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นเร็ว เนื่องจากเกิดการบวมโซเดียม เซลล์ผิวอาจได้รับผลกระทบ ส่งผลให้ใบหน้าของเราเกิดความหมองคล้ำบนใบหน้า มีสิว มีริ้วรอยบนใบหน้าได้

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่ก็คือเหล่าของกินของมนุษย์เงินเดือนที่รับประทานบ่อยๆ แล้ว ก็ส่งผลให้ใบหน้าของเราแก่กว่าวัยได้แน่นอน ฉะนั้น ถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัยก็ลดพฤติกรรมการรับประทานอาหารเหล่านี้ลง ทานในปริมาณพอดี หรือเลี่ยงได้ยิ่งดี หันมารับประทานเป็นพวกผลไม้น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า


-50-เขต-กทม.-เข้มงวดมาตรการจัดระเบียบนกพิราบ.jpg

kinyupen_adminSeptember 25, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของกรุงเทพมหานครสั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต คุมเข้มมาตรการจัดระเบียบ “นกพิราบ” ขอให้ดำเนินการดูแลและตรวจสอบ พร้อมวอนประชาชนงดให้อาหารแก่นกพิราบ หวั่นแพร่เชื้อโรค

หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครจะพบว่ามีนกพิราบบินไปมาอยู่เสมอ อย่างเช่นตามสวนสาธารณะหรือวัดต่างๆ ซึ่งประชาชนหลายคนชื่นชอบที่จะนำอาหารไปให้นกพิราบ โดยที่ไม่รู้ว่าเสี่ยงติดเชื้อโรคจากนกพิราบ โดยเฉพาะไข้หวัดนก

ล่าสุด กรุงเทพมหานครได้มีมาตรการจัดระเบียบนกพิราบตามโครงการทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่สาธารณะ ในเขตวัดหรือที่เอกชน เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่จะแพร่ระบาด ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการแพร่พันธุ์นกพิราบจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน

โดย กทม. ได้สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ดูแลและตรวจสอบว่าในพื้นที่มีนกพิราบหรือไม่ หากพบพื้นที่ใดที่มีนกพิราบให้ดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนห้ามให้อาหารโดยเด็ดขาด ขณะนี้มีพื้นที่ที่มีการร้องเรียนปัญหานกพิราบจำนวนมาก ได้แก่ เขตห้วยขวาง เขตหลักสี่ เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตราชเทวี เขตบางรัก

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครจะต้องดูแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญจากนกพิราบและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน ซึ่งจะมีการนำร่องจับนกพิราบเพื่อตรวจเฝ้าระวังโรคติดต่อจากนกสู่คนในพื้นที่ต่างๆ โดยส่งทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าดำเนินงานเก็บตัวอย่างส่งห้องปฏิบัติการ รวมทั้งเก็บตัวอย่างจากมูลนกพิราบ เลือดนก และน้ำลายในช่องคอ จากนั้นจะนำนกไปกักกันที่ศูนย์กักกัน จ.ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เพื่อวางแผนปล่อยสู่ธรรมชาติอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทม. ได้ดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์ในสวนสาธารณะทั้งหมด 37 แห่ง เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารนกพิราบ ป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญและช่วยดูแลสุขภาพอนามัยผู้ใช้บริการสวนสาธารณะที่เสี่ยงได้รับเชื้อนกพิราบ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่หากพบการให้อาหารนกพิราบให้ตักเตือนและห้ามปรามทันที หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-ประกาศแผนใหม่-พานักท่องเที่ยวไปดวงจันทร์_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 25, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ “สเปซเอ็กซ์” ประกาศแผนการใหม่ในการพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมความงามรอบดวงจันทร์ โดยใช้จรวดบิ๊ก ฟอลคอน ร็อคเก็ต ออกแบบมาเพื่อให้มนุษย์สามารถเดินทางไปยังอวกาศได้

มนุษย์ทุกคนเคยมีความใฝ่ฝันว่า จะไปอยู่บนดาวอังคาร ไปอยู่บนดวงจันทร์ ซึ่งการเดินทางไปเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เพราะะในประวัติศาสตร์ของโลกนี้ พบว่ามีมนุษย์เพียง 24 คนเท่านั้นที่เคยมีโอกาสเดินทางไปดวงจันทร์ ล่าสุด บริษัทผู้นำด้านอวกาศเตรียมทำฝันของคุณให้เป็นจริงแล้ว

โดยสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า บริษัทสเปซเอ็กซ์ บริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้นำด้านอวกาศ ได้ประกาศแผนการใหม่ ในการพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมความงามรอบดวงจันทร์ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่มีความฝันอยากจะท่องอวกาศ ได้ทำความฝันนั้นให้เป็นจริง โดยสเปซเอ็กซ์จะใช้จรวดบิ๊ก ฟอลคอน ร็อคเก็ต ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้มนุษย์สามารถเดินทางไปยังอวกาศที่ไกลได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ภารกิจอพอลโลครั้งสุดท้ายในปี 1972 มนุษย์ไม่ได้ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์อีกเลย

สำหรับบริษัท สเปซเอ็กซ์ ของอีลอน มัสก์ ถือเป็นหุ้นส่วนภาคเอกชนของนาซ่าเลยก็ว่าได้ ก่อนหน้านี้สเปซเอ็กซ์เคยมีแผนที่จะส่งนักท่องเที่ยว 2 คนแรกของโลกขึ้นไปเที่ยวบนดวงจันทร์ในช่วงปลายปี 2018 แต่จนถึงขณะนี้แผนดังกล่าวได้ถูกระงับไป แต่สเปซเอ็กซ์กำลังเตรียมแผนความร่วมมือกันเพื่อสร้างยานขนส่งลูกเรือ เพื่อใช้ในภารกิจของสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอสในช่วงปีหน้า และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต