-ดูดวง-28-ตุลาคม.jpg

kinyupen_adminOctober 28, 2019

บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศีทุกสัปดาห์ โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2562 ชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร รุ่งหรือร่วงมาลุ้นกัน….

 

ราศีเมษ

ช่วงนี้ชาวราศีเมษ ดวงเรื่องงานยังคงมีความกดดัน ต้องใช้ความอดทนในการเข้าสู้ ให้อยู่อย่างสงบอย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นมากนัก ระวังจะซวยไม่รู้ตัว

การงาน มีเรื่องให้ต้องเครียดจากการทำงานหนัก แต่หากใครทำธุรกิจ เกี่ยวกับเรื่องลงทุนจะไปได้สวย เพราะ หุ้นส่วนให้ความช่วยเหลือ

การเงิน เริ่มดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา ใช้จ่ายคล่องตัวขึ้น มีเกณฑ์ได้ลาภจากผู้อุปถัมภ์

ความรัก สถานการณ์ระหว่างคนมีคู่ เต็มไปด้วยความราบรื่น เข้าใจซึ่งกันและกัน ไร้ปัญหา มีเกณฑ์จะได้รับข่าวมงคลอันใกล้นี้

สุขภาพ มีภาวะต้องเผชิญกับความเครียด เนื่องจากคิดมากเกินไป ควรพักผ่อนให้มาก ๆ  

สีนำโชค  ฟ้า น้ำเงิน

สีไม่ควรใช้  ดำ ชมพู

ไพ่อยากบอก ช่วงนี้ให้เก็บตัว อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่นให้มากนัก เสี่ยงต่อการทะเลาะ ระวังเรื่องของหาย และถูกหลอกให้เสียทรัพย์จากคนใกล้ตัว

 

ราศีพฤษภ

ช่วงนี้ชาวราศีพฤษภต้องควบคุมอารมณ์ให้เย็นลง เป็นไปได้ให้ระมัดระวังคำพูดในที่สาธารณะ

การงาน ระยะนี้จะมีอุปสรรค เข้ามาในรูปแบบของภาระการทำงานที่หนักหน่วง ให้มีสติ อย่าใช้อารมณ์กับเพื่อนร่วมงาน เสี่ยงต่อการทะเลาะกัน

การเงิน ใช้จ่ายคล่องตัวกว่าสัปดาห์ที่แล้ว มีคนเข้ามาช่วยเหลืออุปถัมภ์ แต่อย่าใช้เงินเกินตัวจะดีกว่า

ความรัก คนมีคู่ให้ลดความจุกจิกเอาแต่ใจลงสักหน่อย เพราะคนรักจะเริ่มมีอาการเบื่อหน่าย จนถึงขั้นทะเลาะกันอย่างรุนแรง

สุขภาพ ให้ระวังอาการปวดบริเวณกระดูกต้นขาและหัวเข่า

สีนำโชค ชมพู ขาว

สีไม่ควรใช้ แดง ม่วง

ไพ่อยากบอก ระยะนี้จะได้เดินทางไกลต่างประเทศ อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ

 

ราศีเมถุน

ช่วงนี้ชาวราศีเมถุน ดวงเรื่องงานจะเด่น มีเกณฑ์ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ให้ควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายเกินตัวในสิ่งที่ไม่จำเป็น

การงาน ราบรื่น ไร้อุปสรรค มีผู้ใหญ่เข้ามาอุปถัมภ์

การเงิน เริ่มคล่องตัวดีขึ้น เพราะมีคนเข้ามาช่วยเหลือ แต่ยังคงใช้เงินเก่งอยู่

ความรัก คนโสดมีเกณฑ์พบคนที่ถูกใจในเร็ว ๆ นี้  ส่วนคนมีคู่อยู่แล้ว เริ่มมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน มากขึ้นกว่าเดิม

สุขภาพ ให้ระวังเรื่องโรคภูมิแพ้ จากภูมิคุ้มกันร่างกายไม่ค่อยดี ควรแก้ด้วยการออกกำลังกาย

สีนำโชค ส้ม แสดโอรส

สีไม่ควรใช้ ดำ ม่วง

ไพ่อยากบอก มีเกณฑ์ได้โชคลาภจากคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นบุตร บริวาร หรือ เพื่อนสนิท

 

ราศีกรกฎ

ช่วงนี้ชาวราศีกรกฎ มีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ได้ลาภจากการเสี่ยงดวง

การงาน ช่วงนี้งานกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี จะมีงานเข้ามามากขึ้น ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเข้ามา สามารถจัดการได้หมด เรียกว่าเอาอยู่แถมยังจัดการออกมาได้ดีมากเสียด้วย

การเงิน ช่วงนี้จะมีรายจ่ายสูงขึ้น แต่ก็ได้ลาภจากการเสี่ยงดวง

ความรัก เริ่มดีขึ้น มีคนช่วยคอยประสานให้เข้าใจกัน อย่าหูเบา

สุขภาพ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีเรื่องใดให้กังวล

สีนำโชค แดง

สีไม่ควรใช้ ม่วง

ไพ่อยากบอก ห้ามยุ่งเรื่องชาวบ้าน ช่วงนี้ได้พบปะผู้คนมากขึ้น

 

ราศีสิงห์

ช่วงนี้ชาวราศีสิงห์ มีเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องงาน จากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ

การงาน งานกำลังรุ่ง การติดต่อเจรจาดีมาก มีแต่คนอยากส่งเสริม

การเงิน อยู่ในสถานะใช้จ่ายอย่างคล่องตัว ไม่มีปัญหาให้กังวลใจ

ความรัก คนโสดจะมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ส่วนคนมีคู่มีเกณฑ์ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวกับคนรัก

สุขภาพ ให้ระมัดระวังเรื่องอาการปวดบริเวณหัวเข่า

สีนำโชค ชมพู ดำ ขาว

สีไม่ควรใช้ ม่วง

ไพ่อยากบอก ดวงเรื่องจะงานเจริญก้าวหน้า แบบก้าวกระโดด เพราะเกิดจากความขยัน อดทนต่ออุปสรรคที่ผ่านมา

 

ราศีกันย์

ช่วงนี้ชาวราศีกันย์เรื่องงานยังคงดำเนินไปอย่างทุลักทุเล มิตรอาจเป็นศัตรู

การงาน ยังคงต้องเหนื่อย แม้ดำเนินไปด้วยความทุลักทุเล แต่ก็จะมีตัวช่วยให้ผ่านพ้นไปได้

การเงิน ดี มีโชคลาภ แต่จะมีญาติจะมาขอความช่วยเหลือเรื่องเงิน

ความรัก สถานการณ์ระหว่างคนรักนั้นดีขึ้น เริ่มมีความเห็นใจ ช่วยเหลือกันมากขึ้น

สุขภาพ ให้ระวังอาการปวดหลังและไหล่

สีนำโชค เหลือง

สีไม่ควรใช้ ดำ

ไพ่อยากบอก ให้ระวังเรื่องสุขภาพ ออกกำลังกายถึงจะดี ช่วงนี้ต้องหมั่นทำบุญ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ

 

ราศีตุลย์

ช่วงนี้ชาวราศีตุลย์ สามารถหาเงินได้ง่าย จากธุรกิจค้าขาย ดี มีกำไร แต่ยังคงมีรายจ่ายสูง เพราะหมดไปกับการซ่อมแซมสิ่งของ

การงาน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง จากผู้อุปถัมภ์

การเงิน สถานะรายจ่ายยังคงสูง มีโชคลาภเข้ามาบ้าง ในรูปแบบของการเสี่ยงดวง

ความรัก บรรยากาศระหว่างคนมีคู่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะต่างฝ่ายยังมีทิฐิให้กันอยู่

สุขภาพ ให้ระวังอาการปวดศีรษะ และโรคไข้หวัด

สีนำโชค แดง ฟ้า

สีไม่ควรใช้ ม่วง

ไพ่อยากบอก แม้จะมีอุปสรรคเข้ามาบ้าง ให้อดทนไว้ ทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้ จะประสบความสำเร็จดังใจหวัง

 

ราศีพิจิก

ช่วงนี้ชาวราศีพิจิก ให้ปิดทองหลังพระในเรื่องงานไปก่อน และระมัดระวังคำพูดกับเพื่อนร่วมงาน พูดแต่สิ่งที่จำเป็น

การงาน ประสบความสำเร็จ ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ต้องอยู่เบื้องหลังถึงจะดี

การเงิน สภาพเงินคล่องตัวดี หากใครถูกยืมเงินมีเกณฑ์จะได้รับเงินคืน

ความรัก คนโสดจะมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ส่วนใครพึ่งเลิกกับแฟน คนรักเก่าจะขอกลับมาคืนดี

สุขภาพ ให้ระวังเรื่องอาการท้องเสีย ท้องร่วงจากอาหารเป็นพิษ

สีนำโชค ส้ม ม่วง

สีไม่ควรใช้ แดง เหลือง เขียว

ไพ่อยากบอกเพิ่ม ให้ระมัดระวังเรื่องการเดินทาง และดูแลสุขภาพให้ดี เพราะช่วงนี้มีเกณฑ์เจ็บป่วยได้ง่าย

 

ราศีธนู

ช่วงนี้ชาวราศีธนูมีเกณฑ์ได้ลาภผลจากการงาน ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แม้เรื่องเงินยังคงติดลบ

การงาน จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีความก้าวหน้า

การเงิน ยังคงต้องประหยัด เนื่องจากติดลบจากรายจ่ายที่มากเกินไป แต่ก็จะมีคนช่วยเหลือ

ความรัก ช่วงนี้มีเสน่ห์ คนรักเอาใจใส่

สุขภาพ ให้ระวังอาการปวดคอ และไหล่ ต้องหมั่นออกกำลังกาย

สีนำโชค ส้ม โอรส ขาว

สีไม่ดี ดำ

ไพ่อยากบอก ผู้ชายจะมีเสน่ห์ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่

 

ราศีมังกร

ช่วงนี้ชาวราศีมังกร ประสบความสำเร็จก้าวหน้าในเรื่องของการทำงาน เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นชัดเจน ผ่านการเลื่อนตำแหน่ง แม้จะต้องเหนื่อยและวุ่นวายกับการทำงาน แต่ถือว่าเหนื่อยแล้วคุ้ม

การงาน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จะสำเร็จรุ่งเรือง หากใครทำธุรกิจส่วนตัวได้รับผลตอบแทน มีกำไร สร้างความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น

การเงิน แม้รายรับมากขึ้น แต่รายจ่ายยังคงสูงอยู่ ดังนั้นต้องประหยัด

ความรัก ราบรื่นดี ไร้อุปสรรค มีเกณฑ์ได้ลาภจากคนรัก

สุขภาพ ให้ระวังโรคเครียดจากการคิดเยอะ

สีนำโชค แดง เหลือง เขียว

สีไม่ควรใช้ ดำ ม่วง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม โดยรวมดวงทั้งหมดเปลี่ยนแปลงทั้งไปในทิศทางดี ชีวิตเริ่มเดินหน้า พร้อมฝ่าฟันทุกอุปสรรค

 

ราศีกุมภ์

ช่วงนี้ชาวราศีกุมภ์มีเรื่องชวนให้เหน็ดเหนื่อย เครียด จากปัญหาในเรื่องของการทำงาน ให้มีสติ

การงาน ให้ระวังเรื่องของอารมณ์ ควบคุมเรื่องอารมณ์ให้มั่นคง อย่าเหวี่ยงวีน ไม่งั้นเสี่ยงจะมีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน

การเงิน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ อย่าสร้างหนี้ อยู่แบบพอเพียง

ความรัก ราบรื่นดี ไร้อุปสรรค มีความสุขมากขึ้น เต็มไปด้วยเข้าใจซึ่งกันและกัน

สุขภาพ ระวังเรื่องระบบย่อยการย่อยอาหารไม่ค่อยดี อย่ากินเยอะ

สีนำโชค เขียว น้ำเงิน

สีไม่ควรใช้ ชมพู ม่วง

ไพ่อยากบอก ให้เข้าวัดทำบุญ จะช่วยในเรื่องของการเสริมดวง

 

ราศีมีน

ดวงเรื่องงานของชาวราศีมีนในช่วงนี้จะมีโอกาส หรือจังหวะดี ๆ เข้ามา หากใครทำธุรกิจเกี่ยวทางด้านเจรจาซื้อขายในเชิงธุรกิจการค้าจะมีคนคอยช่วยเหลือ ประสานงานดี

การงาน มีโชคในเรื่องของการทำงาน มีผู้อุปถัมภ์คอยให้การช่วยเหลือ

การเงิน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีโชคลาภ ใช้จ่ายอย่างคล่องตัวมากขึ้น

ความรัก สดชื่น มีโชคจากคนรัก

สุขภาพ ให้ระวังเรื่องอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน และตา

สีนำโชค ชมพู ส้ม

สีไม่ดี ดำ

ไพ่อยากบอก ช่วงนี้จะพักผ่อนน้อย เพราะงานที่เข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


_Content_BURN.jpg

kinyupen_adminOctober 24, 2019

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพ เอาใจสุภาพบุรุษที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้สมส่วน ไม่อ้วนจนเกินไป หรือไม่ผอมจนเกินไป เพราะผู้ชายสมัยนี้ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับเรื่องกิน เที่ยว เพียงเท่านั้น เรื่องของร่างกายก็ต้องดูแลเป็นพิเศษเช่นกัน

 

วันไหนที่ทานเยอะ ก็ต้องเบิรน์ให้มากกว่าปริมาณที่ทานไป และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเผาผลาญไขมันออกมา ซึ่งการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินของร่างกายออกมาให้ได้วันละหลาย ๆ แคลอรี่นั้น จำเป็นอย่างยิ่ง

 

สำหรับสุภาพบุรุษทุกคน โดยเฉพาะคนที่อายุย่างก้าวเข้าสู่เลข 3 เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ร่างกายจะมีเมตาบอลิซึมต่ำ หรืออัตราการเผาผลาญพลังงานด้วยตัวเอง เพราะหากวันใดคุณรับประทานอาหารอย่างไม่ระวัง แถมไม่ออกกำลังกายแล้ว ความอ้วนก็จะมาเยือนชีวิตเราในที่สุด

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเสนอ 5 เคล็ดลับที่คุณสุภาพบุรุษทุกคนควรกระทำในตอนเช้า หากลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของเราสามารถเผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

  1. นอนหลับให้เพียงพอ : โดยปกติคนเราจะต้องได้รับการพักผ่อนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง/วัน การนอนหลับให้เพียงพอนั้นมีความสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย หากเรานอนหลับไม่เพียงพอจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ซึ่งทำให้รู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา เราจะเกิดอาการทานบ่อย จุกจิก ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่ยาก เพราะการสะสมแคลอรี่จากของกินที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ควรแบ่งเวลานอนหลับให้เพียงพอ แล้วจะดีต่อสุขภาพ

 

  1. อย่านอนจนรากงอกไม่ยอมลุก : การนอนหลับคือการที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่การนอนมากกว่า 8 ชั่วโมง/วัน ไม่ใช่เรื่องดีต่อร่างกาย เพราะจะส่งผลต่อกลไกการนอนหลับของเราในคืนต่อ ๆ ไป ดังนั้น เมื่อนอนพอเพียงพอแล้ว ก็ควรลุกขึ้นจากเตียงทันที อย่านอนต่อยาว ๆ เพื่อเราจะได้ออกมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในตอนเช้าที่จะช่วยเบิร์นพลังงานส่วนเกินออกจากร่างกาย

 

  1. ดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ 1 แก้ว : อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญของการตื่นนอนที่มีคุณภาพ เมื่อเราตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าควรเริ่มต้นเติมความสดชื่นให้กับร่างกายด้วยการดื่มน้ำเปล่าแก้วโต ๆ 1 แก้วทันที ซึ่งจะมีประโยชน์ช่วยเพิ่มความสดชื่น กระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ทำให้เราขับถ่ายได้ดีในตอนเช้า และช่วยเพิ่มอัตราการเมตาบอลิซึมของร่างกายได้มากถึง 30% จากภาวะปกติ

 

  1. ออกกำลังกายแบบระเบิดพลัง : ข้อดีของการออกกำลังกายแบบระเบิดพลังระยะสั้น ๆ หรือ High Intensity Interval Training (HIIT) คือการออกกำลังกายแบบยก ๆ จากนั้นก็พักสักครู่แล้วค่อยเริ่มระเบิดพลังอีกครั้งสลับกันไปเรื่อย ๆ ในตอนเช้า มีประสิทธิภาพช่วยให้เราประหยัดเวลาออกกำลังกาย และเราจะได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเบิร์นพลังงาน แถมยังช่วยให้ร่างกายของเรารักษาระดับการเผาผลาญพลังงานที่สูงไปได้ตลอดทั้งวันอีกด้วย

 

  1. ทำข้อ 1-4 อย่างสม่ำเสมอ : จากคำแนะนำทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้น ต้องมีการปฏิบัติอย่างมีวินัย เพราะความสำเร็จไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ ย่อมต้องเกิดจากความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า มีวินัย ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก หากทำทั้ง 4 ข้อที่เราได้แนะนำไปได้อย่างมีวินัย จะถือเป็นเรื่องดีมาก ๆ เลยสำหรับตัวเรา

 

สุดท้าย สิ่งที่เราได้แนะนำไปจะเป็นประโยชน์ดี ๆ ให้กับผู้ที่กำลังต้องการรักษาหุ่น กระตุ้นอัตราเมทาบอลิซึม และเบิร์นแคลอรี่ส่วนเกิน โดยเฉพาะคนที่รู้ตัวว่าน้ำหนักตัวเริ่มมากขึ้นจนเริ่มจะรับตัวเองไม่ได้แล้ว การลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองในวันนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีและไม่มีอะไรที่สายเกินไปที่คุณกลับมาเป็นหนุ่มที่มีรูปร่างเป๊ะและสุขภาพดีได้อีกครั้ง หากทำเป็นประจำอย่างมีวินัยจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันแล้ว ปัญหาเรื่องน้ำหนักส่วนเกินของเราจะหมดไป และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_ผัดวันประกันพรุ่ง.jpg

kinyupen_adminOctober 23, 2019

ลองสำรวจตัวเองดูกันหน่อยว่า เรามีพฤติกรรม “ผัดวันประกันพรุ่ง” หรือไม่? มาลองดูวิธีที่อาจจะช่วยให้เลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่งกันดีกว่า ว่าต้องเริ่มทำอะไรบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อให้การใช้ชีวิตของเราเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำทุกท่านไปดูเรื่องราวของการใช้ชีวิตที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเป็น ลองถามตัวเองดูว่า คุณเคยไหม? คิดว่าตัวเองมีเวลาเหลือเฟือในการทำสิ่งต่างๆให้เสร็จ คือแทนที่จะทำซะเดี๋ยวนี้เลย ก็ขอเลื่อนออกไปก่อน และท้ายที่สุดกลับต้องมานั่งทำงานภายใต้แรงกดดัน เพื่อให้เสร็จทันภายในเวลาที่เหลือน้อยนิด หากคุณเคยมีพฤติกรรมแบบนี้ แล้วในปัจจุบันยังทำเช่นนี้อยู่ คุณก็คือคนที่ชอบ “ผัดวันประกันพรุ่ง” นั่นเอง

 

แท้จริงแล้ว การผัดวันประกันพรุ่ง เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ที่น่าประหลาดสุดคือ คนเรามีแนวโน้มสูงที่จะผัดวันประกันพรุ่งในเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง และมีบ่อยครั้งซึ่งเป็นเรื่องที่ตัวเองอยากทำมาก เพราะรู้ว่ามันจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายหลักในชีวิตได้ แต่ก็ยังเลื่อน จนกระทั่งเลือน และลืมไปในที่สุด

 

เชื่อว่ามีหลายคนอาจผัดวันประกันพรุ่ง จนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดี และมักบอกตัวเองว่า วันนี้ไม่อยากทำงานอย่างนี้ เอาไว้วันหลังค่อยทำก็ได้ นี่ล่ะเท่ากับว่าคุณกำลังหลอกตัวเอง เพราะมันไม่ได้ช่วยให้หลุดพ้นจากความจริงที่ว่า ต้องทำงานนั้นให้เสร็จ แต่มันยิ่งจะทำให้เครียดหนักกว่าเดิม เพราะบางครั้งมีงานรออยู่อีกเพียบที่ต้องทำให้เสร็จ และบางทีก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่า จะมีอุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบ้างที่ทำให้งานไม่เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

 

จากการศึกษาพบว่า มีหลายเหตุผลที่ทำให้คนชอบผัดวันประกันพรุ่ง บางคนทำเมื่ออยู่ในสถานการณ์บางอย่าง แต่อีกหลาย ๆ คนทำจนเป็นนิสัยเลยก็ว่าได้ มาดูกันดีกว่าว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคชอบผัดวันประกันพรุ่ง

 

  1. ไม่มีวินัยในการทำงาน : คนพวกนี้ผัดวันประกันพรุ่งในทุก ๆ เรื่อง ชอบทำอะไรแบบไฟลนก้น เมื่อพูดถึงเรื่องความเครียด เขาหรือหล่อนจะมีคำตอบว่า “ฉันทำงานได้ดีที่สุดเมื่อถูกกดดัน” ความจริงแล้ว พวกนี้เป็นคนไม่มีระเบียบวินัย ไม่รู้วิธีจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำก่อนหลัง จะรอจนนาทีสุดท้าย จึงเริ่มต้นทำ

 

  1. กลัวทำไม่สำเร็จ : เมื่อไม่รู้วิธีทำงาน จึงไม่ทำเสียเลย หรือรู้สึกว่าการจะทำงานนั้นให้สำเร็จได้ ต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ จึงเลื่อนออกไปก่อน

 

  1. ทุกอย่างต้องไร้ที่ติ : คนที่ทำอะไรต้องเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง พวกนี้ต้องการทำทุกอย่างให้ออกมาดีเลิศ ไร้ที่ติ ซึ่งมิใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ยากที่จะทำให้สำเร็จได้ภายในเวลาที่กำหนด คนประเภทนี้เมื่อเริ่มต้นทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ก็จะเลื่อนไปเรื่อยๆไม่ทำให้เสร็จ โดยอ้างว่าเพื่อให้งานได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของคนพวกนี้มักไม่เป็นที่ยอมรับของคนอื่นๆ ทำให้คนเจ้าระเบียบทั้งหลาย ต้องเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น

 

  1. ต้องทำงานที่ไม่ชอบ : งานบางอย่างที่ไม่ชอบ แต่ก็ต้องทำ เช่น จัดแฟ้มเอกสาร เขียนรายงาน ดังนั้น จึงเลื่อนไปเรื่อยๆ โดยหวังว่ามันจะหายไปเอง แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเมื่อไม่เริ่มต้นทำเสียที งานที่คุณไม่ชอบเหล่านี้ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน ถึงจุดหนึ่งที่ต้องลงมือทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงตอนนั้นก็อาจทำให้ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น

 

ดังนั้น ถ้าเราต้องการรู้วิธีเลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สิ่งสำคัญคือ ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ทำไมถึงทำเช่นนั้น ทำไมถึงชอบเลื่อน เป็นเพราะขาดแรงจูงใจ หรือเป็นเพราะเบื่อที่จะทำ หรือว่าไม่มีเวลาพอที่จะทำ หรือขาดสมาธิในการทำงาน เมื่อคุณได้คำตอบที่แท้จริงว่าอะไรทำให้เราชอบผัดวันประกันพรุ่ง ต้องเริ่มจัดการแก้ที่สาเหตุเสียก่อน คราวนี้มาลองดูวิธีที่อาจจะช่วยให้เราเลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่งกันดีกว่า ว่าต้องทำอะไรบ้าง กับ 5 วิธีบอกลานิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

 

  1. วางแผนการทำงาน : หากคุณมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง เนื่องจากไม่มีเวลาทำทุกสิ่งทุกอย่าง ลองจัดตารางเวลาของงานที่ต้องทำ ลิสต์งานที่ต้องทำทุกชิ้นลงกระดาษ เพื่อกระตุ้นว่าต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด การจัดตารางเวลาจะช่วยให้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง และเมื่อทำงานชิ้นใดเสร็จ ให้ใส่เครื่องหมาย x ไว้ วิธีนี้จะทำให้มีกำลังใจที่จะกา x บนงานที่เหลือให้หมด ภายในเส้นตายด้วย

 

  1. แบ่งงานชิ้นใหญ่เป็นชิ้นย่อยๆ : เหตุผลหนึ่งที่คุณขอผัดไว้ก่อน ก็คือ แค่คิดว่ามีงานชิ้นใหญ่ที่ต้องทำ ก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว แต่หากซอยงานนั้นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ก็จะทำเสร็จได้ง่ายขึ้น และนั่นคือวิธีเริ่มต้นหยุดการผัดวันประกันพรุ่งที่ดี

 

  1. ให้รางวัลตัวเอง : จงให้รางวัลตัวเองทุกครั้งที่ทำงานเสร็จในเวลาที่กำหนด เช่น ไปเดินดูของกับเพื่อน ๆ เมื่อทำงานเสร็จ วิธีนี้จะช่วยให้มีแรงจูงใจที่จะทำงานทั้งหมดให้เสร็จตามกำหนด

 

  1. คิดในแง่บวก : หลายครั้งที่คุณไม่อยากเริ่มทำงาน เพราะมัวแต่คิดในแง่ร้ายว่างานนั้นยาก หรือทำได้ไม่ดี หรือน่าเบื่อ เมื่อไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำงานนั้นได้ ก็มักจะลงเอยที่การเลื่อนออกไป ดังนั้น ควรบอกกับตัวเองว่า คุณสามารถทำได้ อย่าบอกตัวเองว่า คุณเป็นคนชอบผัดผ่อน แต่จงบอกว่า คุณเป็นคนทำงานสำเร็จได้ ข้อสำคัญคือต้องเปลี่ยนวิธีมองตัวเองและงานที่อยู่ในมือ และฝึกการคิดในแง่บวกให้มาก ๆ

 

  1. ลงมือทำเดี๋ยวนี้ : อย่าทิ้งตารางการทำงานของคุณไว้บนโต๊ะเฉย ๆ ลงมือทำทันที และต้องทำอย่างมีสมาธิ ลองให้เวลาตัวเองสัก 5-10 นาที แล้วคุณจะเชื่อว่า ตัวเองสามารถทำงานให้สำเร็จได้จริง ๆ

 

บอกได้เลยว่า การบอกลานิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยากอย่างที่คิดเลย และเป็นสิ่งที่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้คุณคลายเครียดในการทำงานแล้ว ยังช่วยให้มีความสุขในชีวิตมากขึ้นอีกด้วย ใครที่ยังมีพฤติกรรมการผัดวันประกันพรุ่งอยู่ เปลี่ยนพฤติกรรมนี้ซะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_Content_สังคมออนไลน์_.jpg

kinyupen_adminOctober 22, 2019

ปัจจุบัน “สังคมออนไลน์” กลายเป็นสื่อที่ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่การคลุกคลีอยู่กับสังคมออนไลน์มากจนเกินไป ย่อมไม่ส่งผลดีต่อตัวเราแน่นอน เพราะส่งผลต่อสุขภาพจิต ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขึ้น

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เชื่อว่าจะรู้จักกับคำว่า “โซเชียลมีเดีย” หรือ “สังคมออนไลน์” กันอย่างแน่นอน เพราะเป็นสื่อสมัยใหม่ ที่มีปัจจัยทางด้านของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สามารถติดต่อหรือพูดคุยกับผู้คนหลากหลายประเภทได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท คนรู้จัก คนไม่รู้จัก รวมไปถึงย่อโลกใบใหญ่ให้เล็กลงได้ เพราะการติดต่อสื่อสารกับคนที่อยู่ไกลบ้านจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

แต่เมื่อทุกคนเกือบทั้งโลกราว ๆ 3 ใน 4 ติดการใช้โซเชียลมีเดียอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีสมาร์ทโฟน แบบว่า 5 นาทีกดโทรศัพท์ทีหนึ่ง จนทำให้ ณ ตอนนี้ เราจะพบเจอกับผู้คนที่ไม่มองหน้าสบตายิ้มกัน แต่กลายเป็นบุคคลประเภทสังคมก้มหน้าไปเสียแล้ว ซึ่งการใช้โซเชียลมีเดียมากจนเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเราด้วย

 

นักวิจัยจากสถาบันสุขภาพเด็ก UCL Great Ormond Street Institute of Child Health เปิดเผยว่า การใช้โซเชียลมีเดียอาจกระทบกิจกรรมที่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น เช่น การนอนหลับ และการออกกำลังกาย ขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตรายและกระทบจิตใจ อย่างการถูกระรานหรือบูลลี่บนโลกออนไลน์ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นเพศชายหรือหญิง หากใช้โซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีระดับความเครียดมากเท่านั้น ซึ่งผลการวิจัยพบว่า วัยรุ่นหญิงเกือบร้อยละ 60 ได้รับผลกระทบทางจิตใจ มีปัญหาด้านคุณภาพการนอนหลับและถูกระรานบนโลกออนไลน์ ขณะที่วัยรุ่นชายที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์บ่อยครั้ง มีเพียงร้อยละ 12 ซึ่งได้ผลกระทบทางจิตใจ

 

แล้วโซเชียลมีเดียส่งผลต่อสุขภาพจิตได้อย่างไร ?

 

ข้อมูลจาก น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า โซเชียลมีเดียหากใช้ไม่เป็นหรือติดโทรศัพท์บ่อย ๆ จะผลเสียต่อสุขภาพกายอย่างมาก นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดอาการสายตาสั้น โรคอ้วน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรัง นอนหลับยาก ในส่วนของผลเสียต่อสุขภาพจิต จะมีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า มีอาการเสพติด ส่งผลต่ออารมณ์ อารมณ์รุนแรง หงุดหงิดง่าย ต้องก้มหน้าดูโซเชียลบ่อย ๆ  โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ย่อมส่งผลกระทบต่อ สมาธิ ความจำ การควบคุมตนเอง และมีผลการเรียนที่แย่ลงกว่าเดิมอีกด้วย

 

ปัจจุบันยิ่งน่ากังวลเข้าไปใหญ่ ในคนรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี และแอปพลิเคชันมากมาย หากใช้อย่างไม่ระวัง ไม่เหมาะสม ไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง พวกเขาก็จะได้รับปัญหาสุขภาพจิตในหลาย ๆ เรื่อง รวมไปถึงอาชญากรรมที่อาศัยข้อมูลบนโซเชียลมีเดียอีกมากมาย

 

จากข้อมูลทั้งหมดนี้ กำลังจะบอกว่า ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะคอยกำชับและดูแลพวกเขาเหล่านี้ ในการจำกัดเวลาใช้โซเชียลมีเดีย อย่างน้อยไม่ควรเกิน 3 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้สุขภาพกายและใจของวัยรุ่นเป็นผลดี และที่สำคัญ ไม่ควร “สั่งห้าม” โดยเด็ดขาด เพราะการห้ามไม่ให้พวกเขาใช้โซเชียลมีเดีย จะยิ่งทำให้เกิดปัญหา วัยรุ่นมีพฤติกรรมที่ต่อต้าน ยิ่งทำให้พ่อ-แม่ ผู้ปกครองเข้าไม่ถึง ฉะนั้น ควรปล่อยให้เขาเล่น และค่อยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ แทน ว่าเขาเสพสื่ออะไร อย่างน้อยควรเปิดพื้นที่ให้เขาได้แสดงออก แสดงความคิดเห็น โดยที่เราเข้าไป รับรู้พร้อมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับเขา

 

หรือควรให้ตัวเองไปทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น การนอนหลับ การออกกำลังกาย เป็นต้น ซึ่งหากเลือกปรับพฤติกรรมให้ดีต่อสุขภาพ และแก้ปัญหาการระรานบนโลกออนไลน์ให้ลดน้อยลงได้ สื่อสังคมออนไลน์ ที่มีเป้าหมายคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ก็ยังคงมีด้านดีหลงเหลืออยู่ แต่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะเลือกใช้ให้เป็น และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-ดูดวง-ปก.jpg

kinyupen_adminOctober 21, 2019

บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศีทุกสัปดาห์ โดยอาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ระหว่างวันที่ 21 ต.ค. –  27 ต.ค.2562  เรือนชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร รุ่งหรือร่วงมาลุ้นกัน…

ราศีเมษ

ช่วงนี้ชาวราศีเมษ ดวงจะเด่นเรื่องการงาน สถานะทางการเงินก็ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

การงาน : การทำงานช่วงนี้ยังคงต้องเหน็ดเหนื่อยสักหน่อย แต่จะมีโชคเรื่องลงทุน และการเจรจาติดต่อ มีหุ้นส่วนคอยอุปถัมภ์

การเงิน : สัปดาห์นี้มีรายจ่ายน้อยลง การเงินคล่องตัวมากกว่าสัปดาห์ก่อน หากทำธุรกิจค้าขายจะมีกำไรมากกว่าเดิม

ความรัก : คนมีคู่ความรักจะเต็มไปด้วยความสดใส ราบรื่น ไร้อุปสรรค แถมคนรักยังมีเกณฑ์ให้ทรัพย์อีกด้วย

สุขภาพ : ให้ระวังอาการร้อนใน แผลในช่องปาก อันเกิดจากความเครียด อาหารไม่ย่อย เป็นไข้หวัด พักผ่อนน้อย

สีนำโชค : แดง เหลือง น้ำเงิน ฟ้า

สีไม่ควรใช้ : ชมพู

ไพ่อยากบอก : งานยุ่งจุกจิก งานเก่าต้องเอากลับมาทำใหม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ช่วงนี้จะเก็บตัว เบื่อโลก รักสงบ

 

ราศีพฤษภ

ช่วงชาวราศีพฤษภ จะมีเรื่องให้กลุ้มใจ วิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องความรัก

การงาน : การงานเหนื่อยหนัก เหมือนถูกคนอื่นผลักงานมาให้รับผิดชอบ เลี่ยงไม่ได้ แต่หากเป็นการติดต่อกับต่างประเทศจะดี

การเงิน : สภาพการเงินคล่องตัวขึ้น มีผู้อุปถัมภ์คอยช่วยเหลือ แต่ยังเสี่ยงต่อการใช้เงินติดลบ ระวังอย่าใช้จ่ายเงินเกินตัว

ความรัก : ยังคงมีความขัดแย้งกับคนรัก ไม่ถูกใจกันบ้างในบางเรื่อง แต่ยังประคับประคองความสัมพันธ์นี้ไปได้

สุขภาพ : ระบบย่อยอาหาร ไม่ค่อยดี มีอาการปวดท้องช่วงบน ท้องอืด จุกเสียดแน่นท้อง ทั้งยังท้องเสียด้วย

สีนำโชค : แดง ส้ม

สีไม่ควรใช้ : ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การเดินทางต้องระมัดระวัง มีความขัดแย้งระวังคำพูด

 

ราศีเมถุน

ช่วงนี้ชาวราศีเมถุนดวงจะเด่นเรื่องงาน แต่ความรักไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

การงาน : หากทำงานเกี่ยวกับการบริการ จะได้รับผลตอบแทนดีมาก เรื่องค้าขายอาจต้องเหนื่อยหน่อย แต่ผลตอบถือว่าคุ้มค่า

การเงิน : สภาพการเงินคล่องตัวกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเกณฑ์จะได้ทรัพย์จากผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ

ความรัก : ยังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน มีอุปสรรค ต้องใช้ความอดทนให้มาก แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

สุขภาพ : ระวังเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ และปวดศีรษะจากไมเกรน

สีนำโชค : เหลือง ชมพู ขาว

สีไม่ควรใช้ : เทา ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตั้งใจและอดทน ลำบากวันนี้สบายวันหน้า

 

ราศีกรกฎ

ช่วงนี้ชาวราศีกรกฎ มีดวงเรื่องของการติดต่อเจรจา งานระหว่างต่างประเทศ ถ้าเป็นผู้หญิงจะมีเสน่ห์เรื่องการเงิน

การงาน : หากทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขาย มีเกณฑ์จะได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้น การติดต่อเจรจาระหว่างต่างประเทศจะดีมาก

การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะผู้หญิงจะได้รับโชคลาภจากญาติพี่น้อง

ความรัก : ยังคงมีความขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกัน ห่างๆ กันบ้างจะดีกว่า

สุขภาพ : ให้ระวังเกี่ยวกับอาการปวดของขา เข่า หาเวลาออกกำลังกายบ้าง

สีนำโชค : สีส้ม สีโอรส

สีไม่ควรใช้ : ม่วง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : มีความขัดแย้งกับคนรัก ต้องมีเหตุผล หนักแน่น ไม่อย่างนั้นคงถึงคราวที่ต้องแยกทางกัน

 

ราศีสิงห์

ชาวราศีสิงห์ดวงเรื่องการงานจะรุ่งมาก ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ต้องหมั่นทำบุญ

การงาน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี หาเวลาไปไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่งเสริมให้ดีมากกว่าเดิม

การเงิน : สภาพการเงินยังคล่องตัว จะมีลาภจากการเดินทาง มีผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ

ความรัก : รักราบรื่น เดินคู่กันไปด้วยดี ไร้อุปสรรค ทั้งยังมีเกณฑ์จะได้รับของฝากจากคนรัก

สุขภาพ : ให้ระวังเรื่องอาการปวดท้อง ท้องเสียง่าย

สีนำโชค : ชมพู ส้ม

สีไม่ควรใช้ :เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ความรักต้องมีการปรับตัวเข้าหากันอยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นจะเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกันได้

 

ราศีกันย์

ชาวราศีกันย์ช่วงนี้มีเกณฑ์เดินทางบ่อย สถานะทางการเงินเริ่มดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน

การงาน : มีเกณฑ์เดินทาง การติดต่อเจรจาดีมีโชค ประสบผลสำเร็จ ไร้อุปสรรค หากทำธุรกิจค้าขายจะได้ผลตอบแทนดี มีกำไร

การเงิน : การเงินจัดว่าดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา มีโชคลาภจากการเสี่ยงดวง หาเงินใช้ได้คล่องขึ้นกว่าแต่ก่อน

ความรัก : รักราบรื่น ไร้ซึ่งปัญหา

สุขภาพ : ระวังอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ไข้หวัด และหลอดลมอักเสบ

สีนำโชค : แดง

สีไม่ควรใช้ : ม่วง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจ พยายามเข้าสังคม อยู่กับคนอื่นให้มากขึ้น อย่าเก็บตัวอยู่คนเดียว เพราะจะเสี่ยงต่อภาวะโรคซึมเศร้า

 

ราศีตุลย์

ชาวราศีตุลย์สัปดาห์นี้ดวงเรื่องงานเด่นพุ่งแรงมาก เหนือกว่าราศีอื่นเลยก็ว่าได้

การงาน : ถือว่าดีมาก จนเกินหน้าเกินตาผู้อื่น มีเกณฑ์ได้เลื่อนตำแหน่ง การลงทุนกับหุ้นส่วนดำเนินไปในทิศทางที่ดี  มีคนช่วยเหลือ

การเงิน : อาจจะเดือดร้อนเรื่องเงินบ้าง รายจ่ายยังคงสูงอยู่ ไม่ควรค้ำประกันใคร ดีไม่ดีอาจจะโดนโกง

ความรัก : คนโสดช่วงนี้เสน่ห์แรง ดึงดูดเพศตรงข้าม ส่วนคนที่มีคู่แล้ว ความรักสดใส ราบรื่นไร้อุปสรรคต่อกัน

สุขภาพ : ให้ระวังอาการปวดศีรษะ และอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับดวงตา

สีนำโชค : แดง เขียว เหลือง

สีไม่ควรใช้ : ดำ เทา

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : มีเสน่ห์ มีหลายคนสนใจคุณ บริหารให้ดี เป็นช่วงสดชื่น

 

ราศีพิจิก

ชาวราศีพิจิก เรื่องคำพูดคำจาถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องระวังอาจนำมาซึ่งความเสียหาย

การงาน : ระวังเรื่องคำพูด โดยเฉพาะในที่ทำงาน เพราะมีศัตรูคู่แข่งคอยจ้องเล่นงานอยู่

การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ มีโชคลาภ

ความรัก : ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักจากที่มีปัญหาอยู่จะค่อยๆดีขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน

สุขภาพ : ให้ระวังอาการปวดหลัง หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

สีนำโชค : ม่วง

สีไม่ควรใช้ : เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ช่วงดาวรุ่ง ผู้อุปถัมภ์เยอะ งานสำเร็จโดยง่าย

 

ราศีธนู

ช่วงนี้ชาวราศีธนู จะได้รับภาระจากงานค่อนข้างเยอะ หัวหมุนกันไปเลยทีเดียว

การงาน : ได้รับงานค่อนข้างเยอะ ทำแทบไม่ทัน แต่ขอให้มีความอดทน ความสำเร็จที่ตามมาจะให้ผลคุ้มค่าความเหนื่อยที่เสียไป

การเงิน : รายจ่ายสูงกว่ารายรับ อาจถึงขั้นติดลบ แต่ยังดีที่มีโชคลาภเข้ามาบ้าง แม้จะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป

ความรัก : ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น มีเกณฑ์จะได้ลาภจากคนรัก

สุขภาพ : ระมัดระวังโรคเครียด เพราะ เกิดจากการพักผ่อนน้อย

สีนำโชค : แดง

สีไม่ควรใช้ : เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การเดินทางให้ระมัดระวังอุบัติเหตุ การเงินดีขึ้น อาจมีคนมายืมเงิน ระวังของหาย ถูกขโมย ขี้หลง ขี้ลืม

 

ราศีมังกร

ช่วงนี้ชาวราศีมังกรถือว่าเป็นช่วงขาขึ้น ดวงรุ่งพุ่งแรงทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ

การงาน : อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ติดต่อเจรจาดีประสบความสำเร็จ อยู่ที่ไหนใครก็รัก ถือว่าเป็นช่วงขาขึ้น จะทำอะไรก็รีบทำ

การเงิน : รายจ่ายยังคงมากกว่ารายรับอยู่ แต่จะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี

ความรัก : ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักดีมาก มีเกณฑ์จะได้ไปท่องเที่ยวร่วมกัน กระชับความสัมพันธ์ ทั้งยังได้ลาภจากคนรักอีกด้วย

สุขภาพ : ให้ระวังอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ คอ บ่า และไหล่

สีนำโชค :  เหลือง

สีไม่ควรใช้ : ดำ แดง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การเดินทางมีลาภ คนช่วยเหลืออุปถัมภ์ดี บริวารดี

 

ราศีกุมภ์

ช่วงนี้ชาวราศีกุมภ์ดวงไม่ค่อยดีในเรื่องของการทำงาน ทำอะไรมักเจออุปสรรค

การงาน : เสี่ยงมีปัญหาขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงาน มีศัตรูคู่แข่ง ควรแก้ด้วยวิธีการพูดให้น้อย เน้นทำงานหนัก

การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีผู้อุปถัมภ์เรื่องค่าใช้จ่าย

ความรัก : เต็มไปด้วยความราบรื่น ไร้อุปสรรค มีเกณฑ์จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน

สุขภาพ : ให้ระมัดระวังอาการป่วยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้อ จากการนั่งขับรถนาน ๆ ดังนั้นต้องระมัดระวังการขับรถ อย่าประมาท

สีนำโชค : ส้ม ม่วง

สีไม่ควรใช้ : ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : มีโชคลาภ มีแนวโน้มได้ลาภจากการเดินทาง

 

ราศีมีน

ช่วงนี้ชาวราศีมีนดวงเรื่องการงานราบรื่น ทำอะไรก็สำเร็จ แต่การเงินยังคงมีรายจ่ายมากอยู่

การงาน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ มีงานเพิ่มขึ้น การติดต่อเจรจาได้ผลดี บริวารทำงานดีขึ้น

การเงิน : รายจ่ายยังคงสูงอยู่ เสียทรัพย์ไปกับการซ่อมแซมทรัพย์สิน สิ่งของอยู่เรื่อยๆ

ความรัก : ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักดีขึ้น ไร้ความขัดแย้ง หากิจกรรมทำร่วมกัน กระชับความสัมพันธ์

สุขภาพ : ระวังอาการร้อนใน แผลในช่องปาก อันเกิดจากความเครียด อาหารไม่ย่อย เป็นไข้ พักผ่อนน้อย

สีนำโชค : ชมพู

สีไม่ควรใช้ : เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : งานดี ทำทุกอย่างถูกต้องแล้วรอเวลาอย่างเดียว

 


_เที่ยวบ้างอะไรบ้าง.jpg

kinyupen_adminOctober 19, 2019

เคยไหม? ทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนเกินไปโดยไม่มีเวลาให้กับตัวเอง มันรู้สึกเครียดมากแค่ไหน จริง ๆ แล้ว การออกไปเที่ยวช่วยให้สมองและร่างกายได้พักผ่อนจากภาวะความเครียด บอกได้คำเดียวเลยว่ามันดีมาก ๆ

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ ให้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนวัยทำงานเมื่อทุ่มเทให้กับการทำงานถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายคนทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนเกินไปโดยไม่มีเวลาให้กับตัวเอง ทำให้เลือกที่จะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ในวันหยุด แทนการออกไปเที่ยวนอกบ้าน อีกทั้งความคิดที่ว่าการออกไปเที่ยวในแต่ละครั้งนั้นเสียทั้งเงินในกระเป๋าและเวลา แต่จริง ๆ แล้วการออกไปเที่ยวนั้นช่วยให้สมอง และร่างกายได้พักผ่อน จากการทำงานที่ต้องเผชิญทั้ง ความเครียด และ ความกดดัน

 

แต่ผลการวิจัยจาก Expedia เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานและการท่องเที่ยวพักผ่อนเอาไว้ว่า มนุษย์ทำงานกว่า 80% รู้สึกเครียด โดย  92% ทำงาน 40 ชม./สัปดาห์ และกว่า 57% ไม่ได้ใช้วันลาหยุดพักผ่อนจนสิ้นปี ซึ่งจากการศึกษาของ Harvard Medical School ชี้ให้เห็นว่า เมื่อสมองของคนเราได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้คนเราสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

 

แล้วการออกไปเที่ยวมันดีจริงหรือ? สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าการออกไปเที่ยวช่วยคลายเครียดได้จริง ๆ หรือไม่ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมคำตอบเอาไว้ให้แล้วว่าทำไมเราต้องออกไปเที่ยว

 

  1. ก้าวออกจาก Comfort Zone : Comfort zone จะทำให้เรายึดติดกับความสบาย จนสุดท้ายชีวิตเหมือนกับหยุดนิ่ง เปรียบเหมือนต้นไม้ที่หยุดโต หากปล่อยให้เราแก่ลงในทุกวันไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ทำอะไรเลย ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ฉะนั้น ลองกล้าที่จะออกจาก Comfort Zone ของตัวเองดู

 

  1. หลีกหนีความวุ่นวาย : เพราะชีวิตประจำวันของเรานั้นช่างน่าอึดอัดและน่าเบื่อใช่ไหม? บางทีการที่เราได้หนีจากตรงนี้สักพักจะทำให้เราได้พักสมองและร่างกายอย่างแท้จริง ปล่อยวางจากสิ่งต่างๆ เพื่อรีเฟรชตัวเอง เติมพลังให้กับชีวิตพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

 

  1. เปิดมุมมองใหม่ : การออกไปเที่ยว แน่นอนว่าจะคุณจะได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ มากมาย ทั้งวัฒนธรรม ผู้คน ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่นั้น ๆ ทำให้คุณได้เรียนรู้ และได้ลองทำ คุณอาจจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้ทัศนคติและมุมของเราเปลี่ยนไป

 

  1. สร้างความทรงจำ : ในทุก ๆ ที่ ที่เราไปย่อมสร้างความทรงจำให้กับเรา และเมื่อเรามองย้อนกลับไปความทรงจำเหล่านั้นจะช่วยเพิ่มพลังให้กับเรา และทำให้โหยหาการออกไปเที่ยวเพื่อสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นอีก

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เราควรค่ากับการออกไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน รวมถึงผ่อนคลายความเครียดที่มีอยู่ บอกได้คำเดียวเลยว่ามันดีมาก ๆ แต่หากคุณอยากรู้ว่ามันจะดีขนาดไหน ลองรีบหาวันหยุดแล้วออกไปเที่ยวกัน รับรองเลยว่า คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_Content.jpg

kinyupen_adminOctober 17, 2019

ดอกไม้หลายชนิดที่นำมาปลูกประดับตามบ้านเรือนอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ทราบหรือไม่ว่า…บางชนิดยังสามารถดัดแปลงทำเป็นอาหาร หรือ ขนม รับประทานได้ ทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะดอกไม้แต่ละชนิดมีคุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาที่แตกต่างกันออกไป เรียกว่าไม่ได้สวยแต่รูป กินก็ได้ ประโยชน์ก็มี แบบนี้จะไม่ลองหามาทานได้อย่างไร

กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต ขอแนะนำเมนูขนมจากดอกไม้ที่ทำง่ายแต่หาทานยาก อย่าง “ขนมดอกโสน” ขนมไทยพื้นบ้านที่หลายคนอาจไม่รู้จัก…

โสน” ชื่อนี้มีที่มา

โสนเป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ริมคลอง หนองน้ำ มีดอกเป็นช่อสีเหลือง พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัวติดจมูก รสชาติออกหวานเล็กน้อย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น ลวกจิ้มน้ำพริกใส่แกงส้ม ผัดใส่ไข่ หรือไข่เจียวดอกโสน หรือจะเอามาทำเป็นขนมก็ได้เช่นกัน

อีกทั้งดอกโสนยังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีจารึกในประวัติศาสตร์ว่า เมื่อครั้งก่อกรุงศรีอยุธยาตั้งเป็นราชธานีนั้น พระเจ้าอู่ทองได้ปักหลักสร้างเมืองสร้างพระราชวังใหม่ที่ตำบลหนองโสน (ปัจจุบันเรียกว่า บึงพระราม) ณ วันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล โทศก จุลศักราช 712 ขณะพระเจ้าอู่ทองได้ทรงก่อตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้นทอดพระเนตรเห็นดอกโสนออกดอกเหลืองอร่าม คล้ายทองคำสะพรั่งตา จึงได้มีพระราชดำรัสตั้งดอกโสนให้เป็นดอกไม้ประจำเมืองมาจนถึงปัจจุบัน

หวานน้อย แต่สรรพคุณมาก

ดอกโสนให้ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสบำรุงกระดูกบำรุงสมอง มีเหล็กบำรุงเลือด ให้วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี และจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ดอกโสนมีสารเควอเซทินไกลโคไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และลดโอกาสของการเกิดโรคมะเร็งให้น้อยลงหากได้รับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากสรรพคุณทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้แล้วนั้น ทางแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ด้วยรสจืดเย็นของดอกโสนจะช่วยแก้พิษไข้ได้ ถือว่าเป็นดอกไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย

เล่าถึงที่มาและสรรพคุณของดอกโสนกันพอสมควรแล้ว ชวนมาลงมือทำกันเลยดีกว่า

การเตรียมวัตถุดิบนั้นไม่ใช่เรื่องยาก มีเพียงไม่กี่อย่าง คือ ดอกโสน แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทรายแดง น้ำมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวที่ขูดแล้ว พอได้วัตถุดิบครบแล้วก็มาสู่ขั้นตอนการทำ

  1. เตรียมดอกโสนนำดอกโสนที่เด็ดแล้วล้างน้ำ ต้องเบามือสักหน่อยระวังช้ำ เสร็จแล้วก็ผึ่งให้สะเด็ดน้ำในภาชนะที่เตรียมไว้
  2. ร่อนแป้ง: ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันให้เข้ากันตามอัตราส่วน ที่เหมาะสมใช้กระชอนร่อนแป้งลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ระหว่างนั้นนำดอกโสนที่ผึ่งไว้จนแห้งไปผสม และค่อยๆ เติมน้ำมะพร้าวเข้าด้วยเพื่อให้แป้งเกาะตัวติดกับดอกโสน
  3. นึ่ง: นึ่งในหวดที่ใช้สำหรับนึ่งข้าวเหนียวประมาณ 10-15 นาที
  4. คลุกน้ำตาล: นำขนมดอกโสนที่นึ่งเสร็จแล้ว มาจัดวางใส่ภาชนะที่สวยงาม เติมน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทรายแดง ตามความชอบใจ ปิดท้ายด้วยเนื้อมะพร้าวที่เตรียมไว้ถือเป็นอันเสร็จ

ความอร่อยจากธรรมชาติใกล้ตัว สามารถรังสรรค์ได้ด้วยสองมือเรา นี่แหละวิถีกินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล

บทความดอกโสนบ้านนา : นิตยสารหมอชาวบ้าน เขียนโดย รศ.ดร.กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติธนะ


_พฤติกรรมcover.jpg

kinyupen_adminOctober 16, 2019

โลกอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ แทบไม่ต่างจากชีวิตจริง ที่เต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัย จากมิจฉาชีพที่เข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ เราจำต้องเรียนรู้ให้เท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่ๆ อันเกิดขึ้นตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี เพื่อเตรียมรับมือกับอันตรายมองไม่เห็นเหล่านี้ กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต มีผลสำรวจน่าสนใจของ สพธอ. | ETDA เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

การแบ่งกลุ่มคนตามหลักสากลในปัจจุบันนั้น แบ่งออกเป็น 8 Generation แต่ Generation ที่โดดเด่นและเป็นกลุ่มเป้าหมายของบรรดานักการตลาดทั้งหมาย คือ GEN Z , GEN Y และ Baby Boomer กลุ่มคนประเภทนี้มีพฤติกรรมท่องออนไลน์แตกต่างกันออกไป ความเสี่ยงที่จะถูกมิจฉาชีพบนโลกอินเทอร์เน็ตลวงลับนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย

 

เมื่อความลับไม่ใช่ความลับ…อีกต่อไป

เริ่มกันด้วย Gen Z คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2538 – 2552 เป็นช่วงวัยกำลังจะก้าวสู่วัยทำงาน เข้าถึงโลกออนไลน์ ข้อมูลข่าวสารระดับสูงอย่างมาก เพราะโตมาในยุคที่อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีออนไลน์กำลังเฟื่องฟู มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้ชอบใช้เวลาว่างเล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การเล่นโซเซียลมีเดียเช่น Facebook, Twitter, Instagram ,Youtube

แม้จะเป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงโลกออนไลน์และข้อมูลข่าวสารในระดับสูง แต่กระนั้นก็ยังมีความเสี่ยงต่อการโดนขโมยข้อมูล จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้

1.กรอกวันเดือนปีเกิดแท้จริง โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะผ่านโลกออนไลน์ พฤติกรรมนี้เสี่ยงต่อการให้ผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลไปใช้หาผลประโยชน์

2.ไม่เปลี่ยน Password หรือ รหัสผ่าน ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือทุก ๆ 3 เดือน เหมือนเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลได้

3.เปิดอีเมลของคนไม่รู้จักหรือคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก อาจเปิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าขโมยข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ของเจ้าของข้อมูลได้

ก็เป็นคนเปิดเผย…ทำอะไรโลกต้องรู้

ตามติดกันด้วย GEN Y เจเนอเรชั่นนี้ ค่อนข้างคุ้นหูเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงวัยของคนรุ่นใหม่นั่นเอง โดยคน GEN Y คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2524-2543 ซึ่งเป็นช่วงที่วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ไอที ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เท่านั้น ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความสามารถในการนำโลกออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงาน ติดต่อสื่อสาร โดยกิจกรรมยอดนิยมของกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่พ้นการเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram เป็นต้น

ความฉลาดในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์ของคนกลุ่มนี้แม้จะมีมาก แต่ก็ยังถือมีความเสี่ยงต่อการโดนขโมยไม่ต่างกัน จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้

1.อัพรูปถ่าย หรือ วิดีโอ ขณะถ่ายเสร็จผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทันที โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำให้ผู้ที่ไม่หวังสามารถทราบความเคลื่อนไหวได้ทันที ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย กรณีที่มีผู้ไม่หวังดีต่อเจ้าของข้อมูล

2.บอกรหัสผ่านในการเข้าใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ให้กับเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ เสี่ยงต่อการถูกขโมยส่วนตัว และนำข้อมูลไปทำธุรกรรมทางด้านการเงินโดยไม่รู้ตัว

3.แชร์ตำแหน่งที่ใช้งานแบบ Realtime ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งตั้งค่าเป็นสาธารณะ ทำให้ผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าของข้อมูลอย่าง Realtime ว่าขณะนี้อยู่ไหน ทำอะไร เสี่ยงต่อการเกิดเหตุอันตรายได้

 

แต่ตัดใจไม่ลง และลบไม่ทัน เท่ากับการเปิดช่องโหว่

ปิดท้ายกันด้วย Baby Boomer กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2489 – 2507 เป็นเจเนอเรชั่นที่เกิดในช่วงที่เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยมากเท่าไหร่นัก ทำให้มีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลมากที่สุด กิจกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตยอดนิยมของคนกลุ่มนี้ คือ เล่นโซเชียลมีเดีย ไม่ต่างจากกลุ่มอื่นเช่นกัน โดยพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลของ Baby Boomer มีดังต่อไปนี้

1.เข้าเว็บไซต์ธนาคารเพื่อทำธุรกรรม แต่ไม่สังเกตเครื่องหมายความปลอดภัยว่า https:// ถือเป็นพฤติกรรมที่จะทำให้เจ้าของข้อมูลเข้าสู่เว็บไซต์ธนาคารปลอม ที่มีหน้าตาเหมือนเว็บจริงเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูลและขโมยเงินจากบัญชี

2.เมื่อใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ของผู้อื่นไม่ลบประวัติการใช้หรือรหัสผ่าน พฤติกรรมนี้เสี่ยงถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าสู่ข้อมูลหรือขโมยตัวตน ไปทำเรื่องไม่ดีได้

3.ไม่ตั้งค่าล็อกหน้าจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอุปกรณ์ขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลได้

พฤติกรรมเสี่ยงต่อการขโมยข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวบนโลกออนไลน์นี้ หากลองสังเกตกันให้ดีไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคน  Generation ใดก็ตาม ต่างมีแนวโน้มถูกขโมยข้อมูลด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อเป็นการระมัดระวังเรื่องนี้ “เราควรรู้เท่าทัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป” นี่แหละวิถีกินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต


_พญานาคศรัทธา.jpg

kinyupen_adminOctober 15, 2019

บั้งไฟพญานาค…มหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง ที่เกิดขึ้นทุกปีในวันออกพรรษา ตามตำนาน บอกว่า วันออกพรรษาซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พญานาคแห่งแม่น้ำโขงต่างชื่นชมยินดี จึงเฮ็ด หรือ จุดบั้งไฟถวายการเสด็จกลับของพระพุทธเจ้า กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีบทความเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ ความศรัทธา ในบั้งไฟพญานาค ของดร.ศศดิศ ชูชนม์ มาฝากกันอีกตามเคย

ลูกไฟ สีแดงอมชมพู ไม่มีเสียงไม่มีควัน ไม่มีเปลว พวยพุ่งขึ้นจากกลางแม่น้ำโขง หลายสิบลูกบ้าง นับร้อยลูกบ้าง แตกต่างกันไปในแต่ละปี เป็นสิ่งเร้นลับที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ว่าเกิดจากพญานาคผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือ เกิดจากฝีมือมนุษย์กันแน่

ความแปลกประหลาดของบั้งไฟพญานาค คือ เป็นลูกไฟที่ไม่โค้งและไม่ตกลงมา เหมือนพลุตะไลไฟพะเนียงทั่วไป แต่จะดับกลางอากาศ

ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในเขตอำเภอโพนพิสัย จ.หนองคาย เห็นลูกไฟแบบนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ตั้งแต่เกิดจนโต

จุดที่เกิดบั้งไฟพญานาคทุกปี บ่อยที่สุด คือ บริเวณค่าย ตชด. (อ่างปลาบึก), วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่, ท่าน้ำวัดหลวง ต.วัดหลวง เรื่อยลงไปจนถึง เขตบ้านน้ำเป กิ่งอ.รัตนวาปี จนกลายเป็นความเชื่อว่า ในบริเวณนั้นด้านบนเป็นเมืองมนุษย์ ส่วนด้านล่างเป็นเมืองบาดาล

เชื่อกันว่าในเขต อ.โพนพิสัย นั้น ด้านบนเป็นเมืองมนุษย์ ส่วนด้านล่างใต้พื้นดินเป็นเมืองบาดาลมีทางเชื่อมต่อระหว่าง เมืองมนุษย์กับเมืองบาดาล ถือเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองพญานาค ส่วนเมืองหลวงนั้น อยู่บริเวณแก่งอาฮง

 

อ.บึงกาฬ

อาจเป็นเพราะ “แก่งอาฮง”…หรือ สะดือแม่น้ำโขง คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง

บางตำนาน บอกว่า แม่น้ำโขงกับพญานาคมีสายสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ในตำนานผาแดง นางไอ่ กล่าวถึงท้าวพังคี พญานาคผู้ครองเมืองบาดาล ซึ่งแปลงร่างเป็นกระรอกเผือก เพื่อมายลโฉมของนางไอ่คำ

ในตำนาน กล่าวถึงบรรพชนของ “ท้าวพังคี” ก่อนที่จะมาอยู่ในแม่น้ำโขง เคยอยู่เมืองหนองแส ซึ่งมีทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ยาวกว่า 40 กิโลเมตร มาก่อน สันนิษฐานว่า หนองแส น่าจะเป็นบริเวณทะเลสาบเอ่อไห่ ในมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปัจจุบัน

ในตำนานผาแดง นางไอ่ กล่าวถึง พญานาคสองสหายแบ่งกันปกครอง พญานาคราชศรีสุทโธ ปกครองครึ่งหนึ่ง และ พญานาคสุวรรณโค ปกครองอีกครึ่งหนึ่ง มีบริวารฝ่ายละ 5,000 ตนเท่ากัน

ต่อมาทั้งสองแตกคอกัน ด้วยเรื่องการแบ่งสรรปันส่วนอาหาร โดยพญานาคศรีสุทโธ สามารถล้มช้างได้หนึ่งตัว เมื่อล้มช้างได้ก็จัดแบ่งเนื้อช้างไปให้พญานาคสุวรรณนาโคครึ่งตัว พร้อมกับนำขนช้างไปให้ดูเป็นหลักฐาน พญานาคพร้อมทั้งบริวารทั้งสองฝ่ายได้กินเนื้อช้างอย่างอิ่มหมีพีมัน

ต่อมา พญานาคสุวรรณโค  ซึ่งมีนิสัยคิดละเอียดถี่ถ้วน  อ่อนโยนเยือกเย็นเมื่อได้กินเนื้อช้างที่สหายมอมให้ก็รู้สึกอิ่มเอม และคาดหวังว่าตนเองจะสามารถหาอาหารที่มีจำนวนมาก ที่มีคุณค่าเท่าเทียมกับเนื้อช้างมามอบให้สหายได้เช่นกัน

แต่ด้วยความที่พญานาคสุวรรณโค เป็นพญานาคที่ไม่เด็ดเดียว ไม่กล้าตัดสินใจจึงล่าสัตว์ได้เพียงเม่นตัวเล็กๆ แต่ก็คิดว่า สิ่งที่ตนเองล่าได้นั้น มีค่ามากแล้ว จึงแบ่งเนื้อเม่นให้พญานาคศรีสุทโธ ครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งนำขนเม่นมาให้ดูด้วย แต่เพราะเม่นตัวเล็กกว่าช้าง เนื้อจึงมีนิดเดียว แต่ขนกับใหญ่กว่าขนช้าง พญานาคราชศรีสุทโธไม่เคยเห็นตัวเม่นมาก่อน เมื่อเปรียบเทียบขนเม่นกับขนช้าง  จึงคิดว่า ขนช้างเส้นนิดเดียวตัวยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วขนเม่นใหญ่ขนาดนี้ ตัวจะใหญ่ขนาดไหน เม่นน่าจะต้องใหญ่กว่าช้างแน่นอน

เมื่อคิดดังนั้น จึงกล่าวกับ พญานาคสุวรรณโค ว่า “สหายดีกับเราจริงหรือ ดูสิเราเคยแบ่งช้างให้ครึ่งตัว เนื้อมากกองเท่าภูเขาเลากา แต่ทำไม่สหายแบ่งเนื้อเม่นให้เรานิดเดียว”  จึงให้เสนาอำมาตย์นำเนื้อเม่นที่ได้รับไปคืนพญานาคสุวรรณนาโคพร้อมกับฝากบอกว่า

“เราไม่ขอรับอาหารส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรม จากเพื่อนที่ไม่ซื่อสัตย์”

พญานาคสุวรรณนาโค  ได้ยินดังนั้นจึงรีบเดินทางไปพบพญานาคราชศรีสุทโธเพื่อชี้แจงให้ทราบว่า  ขนเม่นแม้นจะใหญ่โตแต่ตัวมันเล็กนิดเดียว  และเนื้อเม่นนี้เป็นเนื้อที่กินอร่อยกว่าเนื้อสัตว์ใดๆ  ขอให้เพื่อนรับเนื้อเม่นไว้เป็นอาหารเถิด  แต่พูดเท่าไร  พญานาคราชศรีสุทโธ  ซึ่งมีความโกรธตั้งแต่เห็นเนื้อเม่นเป็นทุนเดิม จึงสั่งให้บริวารไพร่พลทหารรุกรบทันที

พญานาคทั้งสองตนรบกันนานถึง 7 วัน 7 เดือน 7 ปี จนต้องมีคนกลางมาหย่าศึก…และกลายเป็นตำนานการสร้างแม่น้ำโขง มหานทีสีทันดร และ แม่น้ำน่าน….ในกาลต่อมา….!!!

 


_พญานาค_.jpg

kinyupen_adminOctober 14, 2019

หากกล่าวถึงพญานาค ล้วนมีเรื่องราวและความเชื่อที่แตกต่างกัน เล่าต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นประเพณีบั้งไฟพญานาค หรือแม้แต่ปีนักษัตรตามราศี อย่างปีมะโรงที่สื่อถึง ความลึบลับ ทรงพลัง อำนาจของพญานาค กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีบทความเกี่ยวกับเรื่องพญานาคของ ดร.ศศดิศ ชูชนม์ มาฝากกัน

 

ม่ใช่แค่แม่น้ำโขงหรอก ที่มี “พญานาค”

คำบอกเล่าถึงเรื่องราวของพญานาค ถูกส่งผ่านต่อกันมาหลายชั่วอายุนับพันๆปี ถ้าลองสืบค้นเรื่องราวของพญานาค ที่เก่าแก่ที่สุด น่าจะเป็นข้อมูลที่ระบุว่า พญานาค..มีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ซึ่งเป็นป่าและมีงูชุกชุม ความมีพิษและความดุร้ายของงู ..กลายมาเป็นการสั่งสมความเชื่อในเรื่องของอำนาจ และ ความเร้นลับ

 

ถ้าคุณเดินทางไปอินเดียตอนใต้ การกราบไหว้งู  กราบไหว้เทวรูปงู และ การเป่าปี่เรียกงู ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของผู้คนในดินแดนแถบนี้ พวกเขาเชื่อว่า “งู” เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์

ส่วนนาค หรือ พญานาค คือ พญาแห่งงูใหญ่ ที่มีหงอน เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา เป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล และ เทพเจ้าแห่งท้องน้ำ

 

จากอินเดียใต้ ความเชื่อเรื่อง..นาค และ พญานาค แผ่ขยายไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วทวีปเอเชีย เรื่องราวของพญานาค ปรากฏทั้งในเทพนิยาย ตำนานพื้นบ้าน วรรณกรรม หรือ แม้แต่เรื่องราวในมหากาพย์ภารตยุทธและพุทธประวัติ ในมหากาพย์มหาภารตะ พญานาค เป็นปรปักษ์ของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ก็เล่าถึงพญานาคไว้หลายครั้ง แต่ที่มีการกล่าวถึงมากที่สุด คือ เมื่อครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมอันเป็นเครื่องดับทุกข์แล้วนั้น พระองค์ได้เสด็จไปยังเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนาโปรดเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย

 

ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธองค์ เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาค “มุจลินทร์” เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อป้องกันลมและฝนมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว พญานาคมุจลินทร์ ได้คลายขนดออก และแปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

 

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นสัญลักษณ์ ว่า พญานาค คือ เทวดาแปลงกายมาเพื่อปกป้องพระบรมศาสดา 

 

ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ จนเกิดเป็นตำนาน “นาคให้น้ำ”เช่น ถ้าปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัว แปลว่า น้ำจะมาก ท่วมพื้นที่ทำการเกษตร ไร่นา แต่ถ้าปีใด นาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อย เป็นที่น่าสังเกตว่า ตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้ ฯลฯ

ตำนานและความเชื่อเรื่องพญานาค…ในโลกฝั่งตะวันออก นาค ..คือ ความศักดิ์สิทธิ์ ศรัทธา ความอุมสมบูรณ์ เป็นเทพเจ้า แต่ในโลกฝั่งตะวันตก  นาค..คือ สัญญะของกิเลส ความชั่วร้าย และ ตัณหา

แต่ไม่ว่าเราจะเชื่ออย่างไร สิ่งสำคัญที่สุด คือ “พญานาค” น่าจะมีอยู่จริง….!!!