5 ท่าผอมง่ายถ้ากลายเป็นสัตว์ (Animal Flow)

August 18, 2021
5 ท่าผอมง่ายถ้ากลายเป็นสัตว์ (Animal Flow) 

 

เมื่อการเคลื่อนไหวแบบสิงสาราสัตว์ถูกจับมาผสมผสานกับการออกกำลังกาย จึงเกิดเป็น Animal Flow การออกกำลังกายที่เลียนแบบท่าทางของสัตว์ ทั้งเรียกเหงื่อ ช่วยเผาผลาญไขมัน ทำให้สุขภาพแข็งแรง แถมยังสนุกเพลิดเพลินอีกด้วย กินอยู่เป็น จึงพาทุกคนมาพบกับการแปลงร่างเป็นสัตว์ให้ผอมเพรียวจะมีสัตว์ชนิดใดบ้างมาดูกัน

 

การออกกำลังกายรูปแบบใหม่ Animal Flow Body Weight Training ได้รับความนิยมในต่างประเทศและเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทย จากการคิดค้นของ Mike Fitch เทรนเนอร์ฟิตเนสชาวอเมริกันผู้ก่อตั้งสถาบัน Global Bodyweight Training (GBT) ได้นำท่าทางการเคลื่อนไหวของสัตว์ชนิดต่างๆ มาผสมผสานกับการออกกำลังกายแบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์(Bodyweight) การวิ่งกระโดดหรือตีลังกา ข้ามสิ่งกีดขวาง (ฟรีรันนิง หรือ Parkour) และโยคะ (Yoga) เพื่อให้เกิดการใช้กล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ได้มากที่สุด

 

เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังกายที่ครบทุกสัดส่วนจริงๆ นอกจากประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับไม่ว่าจะเป็น การเผาผลาญไขมัน การสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ความยืดหยุ่น และการทรงตัวที่มีประสิทธิภาพ ผู้ออกกำลังกายในแนวทางนี้ยังได้ฝึกสมาธิจากการเคลื่อนไหวท่าทางต่างๆ ที่ต้องประสานการทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี

 

การฝึกฝนจะสนุกมากยิ่งขึ้นต้องลองใช้จินตนาการสมมติตัวเองเป็นสัตว์ชนิดนั้นๆ แล้วเปิดเพลงจังหวะสนุกที่ช่วยให้รู้สึกคึกคักระหว่างออกกำลังกายด้วยก็ได้

 

5 ท่าผอมง่ายถ้ากลายเป็นสัตว์

การออกกำลังกาย Animal Flow มีหลายระดับตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับยากและการผสมผสานท่าทางของสัตว์หลายประเภทเข้าไว้ด้วยกันในเซตเดียว การฝึกช่วงเริ่มต้นขอแนะนำท่าพื้นฐานที่สามารถชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาฝึกออกกำลังกายแบบสัตว์ต่าง ๆ ร่วมกัน ควรทำสัปดาห์ละ 3 ครั้งเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายอย่างน้อย 48 ชั่วโมงและไม่หักโหมจนร่างกายได้รับบาดเจ็บ

Beast Unload

 

– เริ่มต้นเตรียมพร้อมจากท่าคลาน แล้วยกหัวเข่าทั้งสองข้างขึ้นจากพื้นเล็กน้อย

– ถอยสะโพกไปด้านหลัง ก้มหน้าให้ใบหูแนบหัวไหล่ หัวเข่ายังคงไม่แตะพื้น และข้อศอกตึงไม่งอ

– จากนั้นยืดตัวไปด้านหน้าให้หัวไหล่ล้ำแนวข้อมือ หัวเข่ายังคงไม่แตะพื้น และข้อศอกตึงไม่งอ

– แต่ละท่าทำค้างไว้ 2-6 วินาที ทำทั้งหมด 3 เซต เซตละ 15-20 ครั้ง

 

Ape Reach

 

 

 

– เริ่มต้นด้วยท่านั่งยอง ยืดแขนออกมาด้านหน้าจนสุดโดยให้หลังมือชนกัน จากนั้นก้มตัวและก้มหน้าลงระหว่างแขนทั้งสองข้าง

– ยืดตัวขึ้น หลังตรง เขย่งฝาเท้าขึ้น หัวเข่าชี้ไปด้านหน้า กดคางชิดกับอก

– กางแขนออกด้านข้าง หงายมือขึ้นให้อยู่ระดับต่ำกว่าหัวไหล่เล็กน้อยคอตั้งตรงมองไปด้านหน้า

– ทำทั้งหมด 3 เซต เซตละ 5-10 ครั้ง

 

Traveling Crab

 

 

 

– เริ่มต้นด้วยท่านั่งชันเข่า วางฝ่ามือทั้งสองข้างไว้ที่พื้นหลังสะโพก หันปลายนิ้วไปด้านหลัง ยกสะโพกขึ้นจากพื้นแบบเดียวกับท่า Crab Reach

– เดินไปข้างหน้าเหมือนปูในลักษณะคลานแบบหงายด้านหน้าขึ้น โดยที่ฝ่ามือยังหันปลายนิ้วไปด้านหลัง และสะโพกไม่สัมผัสพื้นตลอดเวลา

– ทำทั้งหมด 3 เซต เซตละ 10 ครั้ง

 

Crab Reach

 

– เริ่มต้นด้วยท่านั่งชันเข่า วางฝ่ามือทั้งสองข้างไว้ที่พื้นหลังสะโพก หันปลายนิ้วไปทางด้านหลัง ยกสะโพกขึ้นจากพื้น

– ยกฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นจากพื้น งอศอกข้างลำตัว ฝ่ามืออีกข้างอยู่ที่เดิมสะโพกยังคงไม่สัมผัสพื้น

– ยกตัวและสะโพกขึ้นสูงพร้อมกับเหยียดแขนตรงไปทางด้านหลัง ทิ้งศีรษะมองตามแขนไปด้านหลังค้างท่าไว้ประมาณ 3-5 วินาที

– ทำซ้ายและขวาข้างละ 3 เซต เซตละ 10-15 ครั้ง

 

Crawl Bear

– เริ่มต้นจากท่าคลานแล้วยกสะโพกขึ้นสูงกว่าระดับหัวไหล่เล็กน้อยเขย่งปลายเท้าขึ้น

– ใช้มือและเท้าเดินไปข้างหน้าโดยเหยียดแขนตรงและเขย่งปลายเท้าไว้ตลอดเวลา ลักษณะแบบเดียวกับหมีคลาน

– ทำทั้งหมด 3 เชต เซตละ 10 ครั้ง

 

นอกจากใช้ Animal Flow นี้เพื่อการออกกำลังกายเรียกเหงื่อแล้วยังใช้เป็นกิจกรรมเพื่อความสนุกได้ด้วย เช่น แข่งขันด้วยท่าเดินแบบปู (Traveling Crab) หรือคลานแบบหมี (Crawl Bear) ประลองความเร็วว่าใครจะเข้าสู่เส้นชัยที่กำหนดไว้ได้ก่อนกัน เป็นกิจกรรมสุขภาพดีที่ทุกเพศทุกวัยในครอบครัวเล่นด้วยกันได้แม้จะเป็นช่วงโควิดที่ต้องอยู่แต่บ้าน

 

ข้อควรระวัง

แม้ท่าออกกำลังกายที่แนะนำนี้จะเป็นแบบง่าย ๆ เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นฝึก แต่สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและข้อต่อควรปรึกษาแพทย์ก่อน ที่สำคัญคือไม่ควรฝืนออกกำลังกายต่อถ้าเริ่มเกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อเพราะอาจเกิดอันตรายได้

 

ขอบคุณรูปภาพจาก

Life Time

Men’s Health