ไทยติดอันดับ 3 มี “ความทุกข์ยากน้อยที่สุด” ในโลก

0
142
kinyupen

ข่าวล่าสุด ! ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มี “ความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจ” ต่ำที่สุดของโลก จากดัชนี Hanke’s Annual Misery Index (HAMI) ล่าสุด โดยไทยอยู่อันดับ 3 รองจาก ไต้หวัน และ สิงคโปร์ ดัชนีนี้วัดจากอัตราการว่างงาน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งหากคะแนนต่ำ หมายถึงประชาชนเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจไม่มากนัก เรื่องนี้มีความน่าสนใจยังไง ตามกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มาส่องเรื่องนี้ไปพร้อมกัน

ดัชนีนี้ไม่ได้วัดว่าใครรวยกว่าใคร แต่ดูจาก 3 เรื่องใกล้ตัวมาก ๆ คือ งานมีไหม ราคาของขึ้นแรงแค่ไหน และดอกเบี้ยกดดันชีวิตแค่ไหน พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งคะแนนต่ำ ยิ่งแปลว่าคนในประเทศนั้นเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจน้อยลง แต่ตรงนี้ต้องแยกให้ออกว่า “ความยากจน” ไม่เท่ากับ “ความทุกข์ยาก”

ความยากจนคือเรื่องรายได้และทรัพยากรที่จำกัด ส่วนความทุกข์ยากในภาษานักเศรษฐศาสตร์ คือภาวะที่ค่าครองชีพวิ่งเร็วกว่าเงินในกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าที่พุ่งขึ้น การว่างงาน หรือรายจ่ายที่ควบคุมไม่ได้

จุดแข็งของไทยอยู่ตรงนี้พอดี — ค่าครองชีพพื้นฐานยังพอคาดเดาได้

ถึงรายได้อาจไม่ได้พุ่งแรง แต่หลายคนยังพอประเมินได้ว่าวันนี้กินอะไร ค่าน้ำมันเท่าไร ค่าเดินทางประมาณไหน อย่างน้อยกระเป๋าสตางค์ยังพอคุยกับเจ้าของรู้เรื่อง ไม่ใช่เปิดมาแล้วต้องตั้งคำถามกับชีวิตทุกเช้า

ลองเทียบกับประเทศที่วิกฤตจริงอย่าง เวเนซุเอลา ภาพจะยิ่งชัด เพราะที่นั่นต้องเผชิญทั้งเงินเฟ้อสูงและการว่างงานหนัก ขณะที่ไทยแม้มีแรงกดดันอยู่บ้าง แต่ภาพรวมยังถือว่ามีเสถียรภาพทั้งด้านราคาและตลาดแรงงาน

อีกเหตุผลสำคัญที่ช่วยพยุงคุณภาพชีวิตคนไทย คือเรื่องพื้นฐานที่หลายคนอาจมองข้าม — อาหารและสาธารณสุข

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเรื่องอาหารที่เข้าถึงง่าย ราคาไม่โหดเกินไป ตั้งแต่ข้าวแกงริมทางไปจนถึงอาหารตามสั่งในต่างจังหวัด ขณะเดียวกันระบบสาธารณสุขอย่าง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง” และ สำนักงานประกันสังคม ก็ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาล ซึ่งในหลายประเทศถือเป็นภาระใหญ่ของครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ใช่สัญญาณให้วางใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไทยยังมีความเปราะบางอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะความเสี่ยงจากราคาพลังงานและราคาอาหารโลก หากเกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลางหรืออ่าวเปอร์เซีย ต้นทุนต่าง ๆ อาจไหลกลับมากระทบค่าครองชีพในประเทศได้ทันที

สิ่งที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในวันนี้ ไม่ได้มีแค่ตัวเลข GDP แต่คือ ค่าครองชีพพื้นฐานที่ยังพอควบคุมได้ งานที่ยังพอมี ระบบสวัสดิการสุขภาพที่ช่วยรับแรงกระแทก และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อที่ช่วยให้เงินยังหมุนในระบบ และอย่างน้อยตอนนี้ เราก็ยังมีหวังกับ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ ครม.เพิ่งเคาะมาหมาดๆ คาดว่าจะเห็นเป็นเนื้อหนังก็ช่วงปลายเดือน พ.ค. หรือต้น มิ.ย.69 เม็ดเงินตรงนี้ จะช่วยให้เราหายใจได้อีกหลายเฮือก อย่างน้อยก็ประมาณ 4-5 เดือน

ภาพรวมเราอาจจะดูเหมือนกำลังตกลงมาจากที่สูง แต่ไม่ต้องห่วง ข้างล่างมีที่นอนยางพาราชั้นดีรองรับเราอยู่

ถ้าจะสรุปสั้น ๆ ก็คงพูดได้ว่า “ยังไม่สบายเต็มร้อย… แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต”

kinyupen

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here