กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต เชื่อว่าการกินคลีนคือหนทางสู่สุขภาพที่ดี แต่ใครจะคิดว่าพฤติกรรมบางอย่างที่ดูเหมือนดี อาจแฝงความเสี่ยงร้ายแรงโดยไม่รู้ตัว เช่นกรณีของหญิงสาวรายหนึ่งที่จบลงด้วยโรคร้าย โดยแทบไม่มีสัญญาณเตือน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ Xi’an Red Cross Hospital เมื่อหญิงสาววัย 32 ปี ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินด้วยอาการปวดท้องรุนแรง หน้าซีด และหายใจติดขัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเชื่อว่าตัวเองมีสุขภาพดี เพราะใส่ใจการกิน โดยเน้นผักและอาหารคลีนมาโดยตลอด


เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน เธอเริ่มมีอาการปวดท้องเล็กน้อย มีไข้ต่ำ และอ่อนเพลีย แต่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงซื้อยากินเองนาน 4 วัน กระทั่งวันที่ 5 อาการทรุดหนักจนต้องเรียกรถพยาบาล ทว่าผลตรวจกลับทำให้เธอช็อก เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งตับ ระยะสุดท้าย โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากการบริโภค “ผักดอง” ในปริมาณมากเป็นเวลานาน

ด้าน Dr. Xue Jungang แพทย์ผู้ดูแล อธิบายว่า ตับถูกเรียกว่า “อวัยวะที่เป็นใบ้” เนื่องจากแทบไม่มีตัวรับความเจ็บปวด แม้เซลล์ตับจะเสียหายไปมากแล้วก็ยังไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมารู้ตัวอีกทีก็อยู่ในระยะลุกลามแล้ว

จากการซักประวัติ พบว่า หญิงสาวคนดังกล่าวมีพฤติกรรมชอบกินผักดองเป็นประจำทุกวัน บางครั้งกินแทนมื้ออาหาร และแม้ผักจะเริ่มมีฝ้าขาวหรือเชื้อรา เธอก็ยังนำไปล้างแล้วกินต่อ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตรายอย่างมาก
แพทย์ระบุว่า ผักดองหากบริโภคในปริมาณเหมาะสมอาจมีประโยชน์ แต่หากกินมากเกินไป โดยเฉพาะผักที่มีเชื้อรา จะก่อให้เกิดสารพิษจากเชื้อรา และมีสารไนไตรต์สูง ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็น “ไนโตรซามีน” สารก่อมะเร็งที่สามารถทำลาย DNA ของเซลล์ตับ และเร่งให้เกิดมะเร็งได้เร็วกว่าปกติ

ทั้งนี้ แพทย์แนะนำว่า หากต้องการกินผักดองให้ปลอดภัย ควรเลือกที่หมักได้ที่ ไม่มีเชื้อรา จำกัดปริมาณเพียง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และไม่ควรกินแทนผักสด รวมถึงควรกินร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซี เพื่อช่วยลดการเกิดสารก่อมะเร็ง
นอกจากนี้ ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันสูง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนส่งผลเสียต่อตับโดยตรง พร้อมเน้นย้ำว่าการตรวจสุขภาพเป็นประจำ คือวิธีสำคัญในการป้องกันโรคร้ายที่อาจมาโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจาก soha.vn



