How to เลิกโลกสวย อ่อนต่อโลกจนละเลยความจริง

เพราะโลกจริงไม่ได้สวย โลกสวยไม่มีจริง ชีวิตอยู่ยากแต่อยู่ให้เป็นได้แค่ "เปิดโลก"

เราคงไม่ใช่คนโชคร้ายคนนั้นหรอกมั้ง ลองเชื่อดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา สารพัดความคิดเข้าข้างตัวเอง ปลอบใจตัวเองแบบผิดๆ ว่าเป็นการมองโลกในแง่ดี แต่..

หลอกตัวเอง ไม่ใช่ มองโลกในแง่ดี 

 

ความโลกสวย อ่อนประสบการณ์อาจดูน่ารักไร้เดียงสา ดูเป็นคนมองโลกแง่บวก แต่มันไม่ใช่คุณสมบัติที่ดี เมื่ออยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งลวงหลอก คุณจะไว้ใจคนอื่นมากไป เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น จนถูกโกงและเจ็บปวด โอ้.. โลกนี้ช่างอยู่ยากเหลือเกิน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตมีวิธีลดความอ่อนต่อโลกลงสักนิด เพื่อรอบคอบเวลาอยู่ในสังคมมากขึ้น

 

 

วิธีเลิกโลกสวย อ่อนต่อโลกให้น้อยลง

1. พบกับความแตกต่างในโลกกว้าง ขั้นแรกคุณต้องเปิดรับประสบการณ์ต่างๆ ให้มากขึ้นแทนที่จะหลบมันก่อน ..

ใครถูกมองว่าเป็นคนอ่อนต่อโลก ส่วนหนึ่งเพราะโลกทัศน์ของเราแคบหรือมีประสบการณ์ชีวิตที่จำกัด การได้มองเห็นคนที่มีชีวิตต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างโลกนี้ ได้เห็นมุมมองที่แตกต่าง ที่เปลี่ยนความคิดให้คุณตัดสินใจเรื่องอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

  • ไปเที่ยว เปิดโลกกว้าง เยือนสถานที่ใหม่ๆ และยังเป็นการฝึกทักษะการเข้าสังคมได้อีกด้วย
  • หาโอกาสพบเจอคนที่ยากลำบาก ลองพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันดู หรือลองไปเป็นอาสาสมัครก็ได้นะ
  • อ่านให้มาก หากไม่สะดวกเปิดโลกกว้าง ให้เปิดรับประสบการณ์ผ่านข้อมูลต่างๆ สื่อออนไลน์ที่ผู้คนมักแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อย่างไรก็ควรตัดกรองข้อมูลให้ดี ระวังจะเจอเฟคนิวส์เรียกกระแส

 

2.ระมัดระวังเรื่องการเข้าสังคมให้มากขึ้น

  • ตื่นตัวมากกว่าเดิม เมื่อคุณเข้าใจว่าโลกนี้มีสองด้าน มีคนดีก็มีคนเลว ไม่ว่าอยู่ที่ไหนให้สังเกตสิ่งรอบตัวไว้
  • สังเกตว่าเขาไว้ใจได้หรือไม่ มองหาสัญญาณของความไม่ซื่อสัตย์ หรือเห็นแก่ประโยชน์ต่อตัวคุณ มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงหรือไม่
  • ฟังให้มากขึ้น พูดให้น้อยลง อย่าพูดอะไรโดยไม่คิด ความลับตัวเองเก็บให้มิด อย่าเล่าชีวิตส่วนตัวให้คนแปลกหน้าฟังมากเกินไป ยกเว้นกับคนสนิทที่ไว้ใจได้หรือครอบครัว
  • หัดอ่านใจคนอื่น เดาความคิดของฝ่ายตรงข้ามให้ออก อยู่ๆ ทำไมถึงทำแบบนั้น เขาหวังอะไร ตอนนี้เขากำลังอึดอัดใจ ลักษณะนี้เขาน่าจะไม่ชอบคุยประเด็นนี้ ถ้าเราตอบเขาไปแบบนี้เขาน่าจะไม่พอใจ หรือตอบไปแบบนี้น่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
  • ยอมรับว่าเราไม่สามารถ “เปลี่ยน” ใครได้ บางครั้งเราเชื่อมั่นใจตัวเขามากเกินไป เชื่อว่าความรัก ความช่วยเหลือที่เรามอบให้จะสามารถเปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้ แม้เราสามารถสนับสนุนคนๆ นั้น แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนของเขาเพียงมอบความรักให้
  • มั่นใจในตัวเอง เรียนรู้ที่จะยอมรับตัวตนของตัวเองและผู้อื่นอย่างเป็นธรรมชาติ คนที่มีพลังบวกอย่างคุณมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถมอบสิ่งดีๆ ให้แก่โลกใบนี้ได้ โลกนี้ไม่ได้เลวร้าย เพียงแต่ต้องอยู่ให้เป็น

 

3.คิดถึงความเสี่ยงก่อนเสมอ

ประสบการณ์ที่เราได้รับมาทำให้เกิดเหตุการณ์สมมุติในหัวขึ้นมากมาย ประเมินตัวเองก่อนว่าหากเราเลือกตัดสินใจทางนี้ จะมีปัญหาอะไรตามมาหรือไม่ เสี่ยงที่จะถูกหลอกอย่างไร จะเสียอะไรไปบ้าง

แม้กระทั่งการข้ามถนนธรรมดา ก็ข้ามตามสัญญาณไฟอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องระวังความเสี่ยงที่จะเจอรถมอเตอร์ไซค์สวนเลน ไฟเสีย หรือรถฝ่าไฟแดงด้วย หรือหากให้เพื่อนยืมเงิน ก็ต้องคิดถึงความเสี่ยงที่จะไม่ได้เงินคืน ทำให้เกิดค่าเสียโอกาสมากมาย

 

4. ให้เวลาตัวเองตัดสินใจ

ยอมรับว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนให้โลกสวยน้อยลงได้ทันที หากเจอเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากก็ให้เวลาตัวเองสักนิด อย่าด่วนสรุปทันที รวบรวมสติ ตีกับตัวเองให้เรียบร้อยจึงสามารถจัดการกับตัวเองได้ดีขึ้น

 

“มองโลกในแง่ดีโดยไม่หลอกตัวเอง”

“หมอคลองหลวง” แอดมินแฟนเพจ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย อธิบายไว้อย่างน่าคิด โดยนำเรื่องราวของ “น้ำครึ่งแก้ว” มาให้ได้ฝึกขบคิดกัน

 

การมองโลกตามจริงอย่างที่เป็น “แก้วที่มีน้ำอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง” (ไม่ใส่ความคิดเข้าไป)

การมองโลกในแง่ร้าย “มีน้ำเหลือแค่ครึ่งแก้วเอง” (รู้สึกแย่)

การมองโลกในแง่ดี “มีน้ำเหลือตั้งครึ่งแก้วน่ะ” (รู้สึกดี)

การหลอกตัวเอง “มีน้ำเต็มแก้ว” (ไม่จริง!!!)

 

ฉะนั้นทุกคนจะเห็นว่าการมองโลกใน “แง่ดี” กับ “แง่ร้าย” อย่างไรเสียก็ยังมีความจริงอยู่ แต่เราใส่มุมมองบางอย่างเข้าไปในความจริง ส่วนการหลอกตัวเอง คือ มองไม่ตรงความจริง

 

สุดท้ายนี้การโลกสวยน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถมองถากถางคนอื่นมากขึ้นหรือมองแง่ร้ายไปซะหมด เพียงอย่าหลอกตัวเอง และอย่าให้อย่างอื่นคนหลอกเรา เพื่อให้อยู่เป็น ใช้ชีวิตเป็นในแบบกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (dmh.go.th) , wikiHow