หาเงินเพิ่ม ยามยาก

วันก่อนกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตได้รับคำถามที่ประลองสมองของทีมงานมาก ๆ คือในภาวะแบบนี้ เงินเดือนลด มีโอกาสตกงาน อยากมีรายได้เพิ่ม ทำอย่างไรดี ถ้าอย่างนั้นวันนี้รวบรวมมาจากหลากที่ในวงสังคมใกล้กินอยู่เป็น

 

 

1.ค้นหาตัวเองให้เจอ

 

ความถนัด ความชอบทุกอย่างสามารถทำเป็นเงินได้ ไม่ว่าจะเย็บผ้า ซ่อมของ ทำกับข้าว ทำขนม แต่ทุกคนจะติดที่การขายว่าจะหาเงินอย่างไร

 

อันดับแรกต้องเริ่มจากใกล้ตัว เพื่อน พ่อ แม่ พี่น้องและคนข้างบ้าน หรือแฟน บอกไปว่าตอนนี้มีบริการแล้วและควรกำหนดราคาด้วย โดยราคาเริ่มแรกอย่าตั้งสูงอาจจะต่ำกว่าตลาดสัก 10 -15% หรือแจกก่อนอย่าเสียดาย ให้คิดเหมือนเวลาเราไปห้างฯ แล้วเจอพริตตี้เอาขนมมาให้ลองชิม แจกเพื่อน แจกข้างบ้านหากอายก็บอกน้องทำขาย แม่ทำขาย ญาติทำขายแบบนั้น เพราะของพออร่อยจริงยอดสั่งซื้อตามมาแน่นอน

อีกวิธีคือฝากแม่ค้าแถวที่ทำงานหรือแถวตลาดขาย อาจใช้วิธีเอาไปให้ชิมทำเป็นระบบฝากขายให้เขาได้ค่าหน้าร้านบ้าง หากพอติดตลาดมากแล้วก็ค่อยทำออนไลน์ จะได้ไม่รู้สึกวูบเวลาไม่มีเสียงตอบรับในช่วงแรก

 

 

แล้วถ้าทำอะไรไม่เป็น เอาไงดี ถามตัวเองกล้าพอไหมมีเพื่อนเยอะไหมปรับวิธีเป็นตัวกลางรายได้อาจน้อยหน่อยแต่ก็พอหาได้ ลองสังเกตแม่บ้านในตึกที่ทำงาน ดูคนรอบตัวคนไหนพูดเก่งจับพูลหาเงินไปด้วยกันให้เป็นกระบอกเสียงช่วยกระจายโดยเราหาของหิ้วของมา

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอาชีพที่ใช้แค่แรง รับขับรถพาผู้สูงวัยเที่ยว รับทำความสะอาดบ้านถ้าชอบจัดบ้าน หรืออีกอันน่าจะมีคนสนใจคือรับออกกำลังกายเป็นเพื่อน เป็นเพื่อนวิ่ง เพื่อนเดิน แต่ก็อย่าถึงขั้นรับเป็นเพื่อนออกงานสังคมเพราะจะถูกมองบิดเบี้ยวไปได้เก็บไว้ให้มืออาชีพทำ

 

2.ค้นหาของที่มี

 

หลายคนมักจะเป็นนักช้อปที่ดี สะสมของพอกพูนตามอายุและรายได้ ดังนั้นในวันที่โลกเปลี่ยน เงินหด ของที่มีก็เป็นของกองเกิน หากเลือกๆ ดูจะพบว่าส่วนใหญ่ทำเงินได้ หากมูลค่าของให้คิดก่อนว่าเป็นของมือสอง ดูสภาพพบรอยแตก บิ่น หักก็ซ่อมแซมให้เรียบร้อย เพราะคงไม่มีใครชอบของมือสองที่มาในสภาพไม่เต็ม 100

 

 

ของที่ขายได้มีตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หนังสือ ของที่ระลึก เครื่องประดับ ของเล่น ตุ๊กตาโชว์หรืออุปกรณ์เครื่องเขียน เครื่องใช้ที่มีเกิน หากทั้งนี้สิ่งที่มักเกินขึ้นคือของทุกชิ้นที่สะสม เป็นของรักของหวง คิดถึงตอนหิ้ว ตอนซื้อและความหลังตัดใจไม่ลง

 

วิธีการคือบอกตัวเองทุกชิ้นมีความหลัง ดังนั้นอาจเริ่มจากจัดลำดับของที่คิดว่าหวงแหนสุดไว้สัก 10 ชิ้นนอกนั้นปล่อยมือเพราะสุดท้ายของทุกชิ้นเราก็ไม่ได้ดูหรือจับต้องทุกวัน และสำหรับคนที่อายุ 55 ขึ้นสิ่งที่เตือนตัวเองคือ สุดท้ายแล้วของเหล่านั้นก็เอาไปด้วยไม่ได้หากเสียดายมาก ถ่ายรูปเขียนเรื่องราวเก็บไว้ ทำเป็น photo story เผื่อเยียวยาเวลาคิดถึง

 

 

สิ่งที่ควรทำและตัดกังวลคือ จะมีใครชอบไหม จะมีใครซื้อหรือไม่ เพราะของแบบนี้ต่างคนต่างใจมันต้องมีใครสักคนที่ถูกใจ ทีนี้จะขายที่ไหนถ้าหากวัยรุ่นหน่อยก็ลองคีย์ๆ คำค้นดูจะเจอแหล่ง เจอคนอยากซื้อแม้กระทั่งใน pantip ก็มีคนให้เบอร์ติดต่อ หรือตลาดนัด ตลาดสดแถวบ้านเราจะเห็นแหล่งแต่ของพวกนี้ ถ้าจะให้ดีต้องตลาดวัยรุ่นใกล้มหาวิทยาลัย หรือย่านออฟฟิศ

 

 

สำหรับราคาขาย อันดับแรกของที่เราจะขายราคาในตลาดถ้าเป็นมือหนึ่งเท่าไร จากนั้นหักลดลงมาตามสภาพ และระยะเวลา โดยวันก่อนมีเพื่อนของทีมกินอยู่เป็น360 องศาแห่งการใช้ชีวิตใช้วิธีนำกระเป๋า เสื้อผ้าให้เพื่อนขายให้กับบรรดาพนักงานหรือแม่บ้านในออฟฟิศซึ่งพบว่าเป็นแหล่งระบายของที่ดีอีกช่องทางหนึ่ง อาจรวมตัวกันคุยกับ HR ทำวันเปลี่ยนของเป็นเงินก็อาจได้อะไรสนุกๆ พร้อมได้เงินไปอีกทาง

 

 

ทั้งหมดนี้คือเบื้องต้นแต่ต้องสิ่งที่สำคัญถ้าหากทำงานอยู่ก็ต้องดูก่อนว่ามีเวลาว่างจากงานประจำแค่ไหน ไม่อย่างนั้นการหารายได้เพิ่มจะกลายเป็นงานยาก งานลากให้ใจล้า กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิตขอเอาใจช่วยให้ทุกท่านมีรายได้ไหลมา เทมาแบบพอกพูนสมใจ