9 วิธีหลุดพ้นจากความจน จบที่รุ่นเรา

เพราะ “ความจน” มันค้ำคอ สุดท้ายก็ต้องจมอยู่กับหายนะทางการเงินชั่วชีวิตและส่งต่อกันเป็นทอดๆ มีหนทางไหน ถึงจะสลัดความจนไปได้เสียที

กี่ครั้งแล้วที่เดอะแบกของบ้าน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินต่างๆ ที่ไม่ได้ก่อแบบงงๆ และมีมากเกินจะแบกรับไหว อยากสลัดภาระทิ้งแต่ก็ทำไม่ได้ ไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง

 

“If you are born poor, It’s not your mistake.  But if you die poor, it’s definitely your mistake.” Bill Gates

“ถ้าคุณเกิดมาจน นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ถ้าคุณตายไปทั้งที่ยังจนอยู่ นั่นแหละคือความผิดของคุณแน่ๆ” บิล เกตส์

 

เพราะความจนมันน่ากลัว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อยากให้ความทุกข์ยากทางการเงิน” จบที่รุ่นเรา” อย่าส่งต่อความจนไปที่ทายาทอย่างที่คุณได้รับ ด้วยวิธีดังนี้

 

 

1.เจรจาต่อรองหนี้

ลูกหนี้หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจต่อรองหนี้ได้ ลูกหนี้ก็อยากหมดหนี้ เจ้าหนี้ก็อยากได้เงินคืน ดังนั้นควรหาทางออกร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้ ยกเว้นดอกเบี้ย หรือยืดระยะเวลาจ่ายหนี้ให้นานขึ้น

อ่าน “ปลดหนี้” ไม่มีสูตรสำเร็จ…

 

2.อย่าริเป็นหนี้นอกระบบ

ด้วยความโหดของดอกเบี้ยและเจ้าหนี้ ทำให้ดอกบานตะไท เงินต้นไม่ลด บางเจ้าคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน จ่ายกี่ชาติก็ไม่หมด

หากคุณเป็นหนี้ในระบบยังสามารถเจรจาต่อรอง หาทางออกร่วมกันได้ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย อีกทั้งบางช่วงยังมีการจัดคลินิกแก้หนี้ ซึ่งมีสถาบันทางการเงินหลายแห่งเข้าร่วม เพื่อร่วมปลดหนี้ให้คนไทย แต่เป็นหนี้นอกระบบ ใครก็ช่วยคุณไม่ได้

 

3.แก้เข็ด เลิกช่วยคนเสพติดการพึ่งพา

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพ่อแม่ คนแก่ชรา พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หมายถึงคนที่ชอบสร้างภาระ ก่อเรื่องไม่เป็นเรื่อง เราก็ไม่ควรหาเหาใส่หัว

หากคนในบ้านก่อหนี้เพิ่มไม่หยุดเหมือนคนไร้สติ หากครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก อย่าใช้หนี้ หรือช่วยเหลืออะไรแทน! เพราะเขาไม่ได้รับบทเรียนอะไรเลย คิดเพียงแค่ยังไงก็มีคุณอยู่ทั้งคน ยังไงคุณก็ต้องช่วย แบบนี้ได้เหนื่อยตลอดชีวิตแน่นอน

อนาคตถ้าคุณตาย เขาก็ตาย ดังนั้นคุณต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน มิเช่นนั้นจะตายทั้งคู่

ลองปล่อยให้เขารับกรรมเอง อาจไม่ทำผิดซ้ำ หากกลัวถูกหาว่าไร้น้ำใจหรือเนรคุณ คุณช่วยอย่างอื่นได้ที่ไม่ใช่ให้เงิน เช่น หาทนายให้ ไปศาลเป็นเพื่อน ไกล่เกลี่ยหนี้ให้ ฯลฯ

 

4.ไม่ยุ่งอบายมุข

เช่น หวย การพนัน เหล้า บุหรี่ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นความสุขไม่กี่เรื่องที่คุณซื้อได้ แต่เป็นอันรู้กัน ว่าหากเปลี่ยนจากเหล้า บุหรี่ หวย ไปลงเงินออมแทนคงได้เงินเก็บอย่างน้อยๆ ก็เดือนละพัน คุณอาจหาความสุขทางอื่นแทน เช่น การพนัน ถ้าแทงไม่ถูก ก็เหมือนเอาเงินไปทิ้ง ก็ซื้อสลากออมทรัพย์แทนอย่างน้อยเงินต้นก็ไม่หาย , ดื่มน้ำอัดลมแทนเหล้า , เข้าศูนย์เลิกบุหรี่

หากพยายามแล้วยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป ให้ลดจำนวนลง จนกระทั่งเลิกขาดไปเองก็ได้ค่ะ

 

5.อย่าโลภ

ผู้ไม่หวังดีมักมาด้วยข้อเสนอที่เย้ายวนใจ ด้วยผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ หวังให้เราขาดสติเพราะความโลภบังตา อย่าคิดรวยด้วยทางลัด จะทำให้ถูกหลอกได้ง่ายและหมดตัว เช่นเดียวกับการพนันที่ไม่เคยทำให้ใครรวย คนที่รวยมีเพียงเจ้ามือเท่านั้น

หากคุณลังเลให้ตั้งสติและหาข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจ ติดตามข่าวสาร รับรู้ความจริงให้มากเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันมิจฉาชีพ

 

6.วางแผนการใช้จ่าย

  • ทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย เช็กว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนเกินจำเป็น
  • เขียนงบการเงินประจำปี เพื่อระวังค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น นัดใช้หนี้เดือนมีนาคม ค่าพรบ. เดือนเมษายน ค่าเทอมลูกเดือนตุลาคม ค่าประกันชีวิตสิ้นปี
  • จับเข่าคุยกับคนทั้งบ้านเกี่ยวกับฐานะการเงินในครอบครัว ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเรามักไม่เล่าเรื่องซีเรียสให้คนที่บ้านฟัง เพราะกลัวเขาเป็นห่วง ผลตามมาคือในขณะที่มีบางคนคนแบกภาระแต่ก็มีบางคนใช้จ่ายเงินตามปกติ ไม่รู้สถานการณ์ทางบ้าน ดังนั้นควรลิสต์รายการสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดลงในกระดาษ ให้เข้าใจตรงกันว่า เราควรประหยัดและระมัดระวังเงินการใช้จ่ายร่วมกัน

 

7.หารายได้เสริม

เพิ่มรายได้เข้ากระเป๋า ไม่ต้องรอเงินเดือน หรือหากคุยกับคนในบ้านถึงภาระที่มีแล้ว อาจกระจายกันหางานเสริมแบ่งเบาภาระที่บ้านร่วมกัน เช่น น้องๆ ทำงานพาร์ทไทม์ น้าๆ ขายผลไม้ พ่อรับส่งของ แม่ทำขนมขาย ยายรับซ่อมผ้า ฯลฯ หรือขายของออนไลน์ ช่วยกันแพ็คของที่บ้าน อาจมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนเปลี่ยนชีวิตเลยก็เป็นได้

8.เก็บออม

มีเงินเพิ่มแล้วต้องรู้จักเก็บ นานๆ ทีมีงบสนองนีทได้ก็ควรอดใจไว้ก่อน หักออมไว้อย่างน้อย 10-20% เป็นหนี้ก็มีเงินเก็บพร้อมๆ กันได้ เพียงแบ่งสัดส่วนให้ถูก (เช่น ออม 10% ใช้หนี้ 30% ใช้จ่าย 60%)

ความมั่นคงในชีวิตนั้นไม่มี หากมีเรื่องต้องใช้เงินฉุกเฉินวันนี้ จะเอาที่ไหนจ่าย ดังนั้นเมื่อหายใจคล่องขึ้นแล้ว ควรเก็บเงินเผื่ออนาคตไว้ด้วย

 

 

หลายเคสที่พยายามมานาน จากฐานะการเงินที่เคยติดลบ ตอนนี้เหลือ 0 (พอใช้กินไปวันๆ) แต่มีเรื่องให้กลับมาติดลบอีกแล้ว เพราะเกิดวิกฤตใหม่ซ้ำ เช่น ป่วย รถเสีย ตกงาน ลูกค้าไม่มีรายได้ไม่เข้า

 

9.หาความรู้เรื่องการเงินเพิ่ม

ไม่ต้องรอให้มีเงินเยอะจึงเริ่มศึกษา เพราะการมีความรู้เรื่องการเงิน ทำให้เรามีการบริหารจัดการเงินที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การรู้จักตัวเอง รู้จักโลก รู้จักความเสี่ยง จะทำให้เรามีการตัดสินใจที่ดีขึ้น และยังเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เป็นเหยื่อกลโกงอีก

 

สุดท้ายนี้การโทษดวงชะตาไม่ช่วยอะไรเลย หากไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ข้ออ้างสารพัดที่ช่วยปลอบใจคนไร้เงินไม่ได้ช่วยให้มีเงินมากขึ้น อยู่กับปัจจุบันเพื่อสร้างอนาคตที่ดี แล้วความสำบากวันนี้จะเป็นอะไรที่โล่งใจสุดๆ ที่ผ่านมันมาแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะเฝ้ารอวันที่คุณทั้งหลายกลายเป็นคนที่มีความฝัน มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี ในวันหน้า