รับมือพลังลบอย่างไร ไม่ให้เสียสุขภาพจิต

เคยไหม? กำลังอารมณ์ดี ชีวิตเป็นสุข แต่โลกที่สดใสอยู่ดีๆ กลับพังครืนไม่เป็นท่า เพราะเจอคนปล่อยพลังลบ

คนรอบตัวล้วนอารมณ์ไม่มั่นคง ทุกคนล้วนซึมเศร้า เครียด เพื่อนโมโห เพื่อนทุกข์ เพื่อนอยากระบาย ปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยวไม่ได้จริงๆ ต้องไปรับฟังพวกนางเสียหน่อย ..อื้อหือ พลังลบมาเต็ม

 

บ่อยครั้งที่ ” สายฮีล” ต้องรับสารพัดความทุกข์ของใครบางคน จนเกิดความรู้สึกติดค้าง แม้กระทั่งตามโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่พวกเขาระบายออกมา แม้ไม่ได้อยากรับรู้แต่ก็เห็นจนได้ เพราะมันเป็นสาธารณะ รวมทั้งข่าวลบและเรื่องดราม่าที่ประดังกันมาไม่หยุดหย่อน ค่อยๆ ย้อมให้คุณจิตตกตามเขาไปซะงั้น

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตช่วยฉุดคุณขึ้นจากพลังลบของคนอื่น เพื่อหลีกหนีอาการเสียสุขภาพจิตโดยใช่เหตุ ด้วยวิธีการต่อไปนี้

 

  1. พยายามเข้าใจตัวตนจริงๆ ของเขา คงมีเหตุผลที่ทำให้เขาคิดลบหรืออคติต่อคงรอบข้างแบบนี้ ในเมื่อยากที่จะเปลี่ยนทัศนคติคนอื่น ก็ต้องเริ่มที่มุมมองความคิดเรา ถือเป็นการสร้างความคิดแง่ดีให้ตัวเอง และพร้อมที่จะให้อภัยคนที่คิดลบต่อเราได้ด้วย
  2. พูดคุยเท่าที่จำเป็น หยุดใช้เวลาอยู่กับเขานานๆ ส่วนใหญ่ผู้ที่คิดลบมักคิดลบกับทุกเรื่องจนเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นการบ่นเล็กๆ น้อยๆ หรือการนินทา ไม่จำเป็นต้องมารับเรื่องลบจากใครทุกเรื่อง การต้องมาฟังเรื่องพวกนี้ทุกวันไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลย
  3. มีสติอย่าให้จิตตกตามเขาไปได้ เอาความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้งก่อน ดึงสติกลับมาทุกครั้ง และใช้เรื่องของพวกเขาเป็นกรณีศึกษาก็พอ และอย่าพยายามฮีลใครถ้าใจเรายังไม่พร้อม หากไม่ถึงกับคอขาดบาดตาย อาจแนะนำให้ผู้อื่นช่วยเยียวยาหรือรับฟังเขาแทน
  4. รับพลังบวกเพิ่ม เมื่อเราพยายามออกห่างจากพลังลบแล้ว ให้หาความสุขใส่ตัว ไม่ว่าคนที่อยู่แล้วมีความสุข กิจกรรมที่ทำแล้วแฮปปี้ เล่นกับหมาน้อยที่บ้าน ดูคลิปแมวน่ารักๆ ฮีลใจตัวเองให้พร้อมรับมือเรื่องของเราบ้าง สู้ๆ

 

นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิการบดีกรมสุขภาพจิต แนะนำวิธีฟื้นฟูจิตใจในวัยแรงงานด้วย “5 พลังใจที่สร้างสรรค์” ดังนี้

  1. ตั้งสติ ด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง เมื่อวิกฤตเข้ามาในชีวิตตั้งสติให้ดีอย่าเพิ่งท้อใจหรือหมดหวัง
  2. ปรับตัวและปรับใจ กล้าเผชิญกับปัญหาที่เข้ามา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจปรับเปลี่ยนตัวเอง และปรับใจที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เข้ามาให้ดีขึ้น
  3. สำรวจความสามารถของตนเองเรียนรู้หรือฝึกฝนได้ รวมทั้งหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
  4. หมั่นกระตุ้นพลังใจที่สร้างสรรค์ของตนเอง เพื่อสร้างความมุ่งมั่นให้กับตนเองที่จะก้าวข้ามปัญหาไปให้ได้
  5. ส่งต่อพลังใจที่สร้างสรรค์ให้ผู้อื่น ด้วยการบอกเล่าประสบการณ์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัวที่ผ่านมาได้เพื่อให้ผู้อื่นเกิดพลังใจ หรือแม้แต่การให้ก็เป็นการสร้างพลังใจที่ดีเช่นกัน

 

สุดท้ายนี้หากคุณพบว่าคนรู้จักกลายเป็นผู้พลังลบจนถึงขึ้นซึมเศร้า หรือเข้าขั้นอาการป่วยทางจิต แบบนี้ฮีลกันเองให้ตายก็ไม่หาย เพราะไม่ใช่แค่อารมณ์แปรปรวนหรืออาการทางใจทั่วไป แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล

 

ดังนั้นบุคคลใกล้ชิดอย่างเราๆ ควรหมั่นสังเกตอาการ และรีบพาเขาปรึกษาแพทย์ก่อนสายเกินแก้ เพื่อให้เขาได้รับการรักษาที่ถูกวิธี โดยสามารถโทรขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 

กินอยู่เป็นขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต  Goodlife Update