ประวัติ “เรือเป็ด” ….กิจกรรมวินเทจที่กำลังอินเทรนด์ในตอนนี้!!

“เรือเป็ด” ห่างหายจากความทรงจำของใครหลายคนไปแล้ว หากมันจะกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในวันนี้ ที่กิจกรรมดูจะไม่ได้เป็น “เรือเป็ด” วินเทจ แบบชิวๆ อีกต่อไปแต่กำลังร้อนแรงติดเทรนด์ความสนใจของคนไทยในตอนนี้เลยทีเดียว

อาจจะเคยเป็นกิจกรรม ที่เคยทำให้หลายคนคิดถึงชีวิตวัยเด็กกับ “เรือเป็ด” ที่ในสวนสนุกหรือสวนสาธารณะเกือบทุกแห่งจะต้องมีไว้ให้บริการสำหรับผู้ที่อยากผ่อนคลาย ชมนกชมไม้ในบ่อน้ำ แบบชิวๆ หรือคู่รักบางคู่อาจจะพากันลงไปนั่งถีบเรือจู๋จี๋ ส่วนคนที่ไม่มีคู่ก็อาจจะลงไปออกกำลังกายถีบคนเดียวให้มันเหนื่อยจนลืมเหงาไปเลยก็มี

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะพาคุณย้อนกลับไปทำความรู้จักกับเจ้า “เรือเป็ด” นี้กันอีกครั้งว่ามันมีต้นกำเนิดมาอย่างไรกัน เพราะเชื่อว่าแม้ว่าจะเคยลงไปเล่น แต่คงไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่

 

 

จากข้อมูลพบว่า “เรือเป็ด” เริ่มมีชีวิตขึ้น ในปี ค.ศ.1870 ที่บอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จากครอบครัวของนาย Robert Paget ซึ่งทำธุรกิจรับสัมปทานให้เช่าเรือพายในสระน้ำในสวนสาธารณะที่นั่น เพราะเมื่ออากาศร้อนผู้คนมักจะไปพักผ่อนและลงพายเรือเล่นในสระน้ำกันเป็นประจำ ซึ่งการพายเรือเป็นกิจกรรมที่ชาวอเมริกันนิยมกันอยู่แล้ว

 

ในช่วงเวลานั้นจักรยานก็เริ่มเข้ามามีความนิยมในอเมริกามากขึ้น และด้วยธุรกิจของนายโรเบิร์ตที่ทำธุรกิจการให้เช่าเรือมาตลอด ก็เริ่มที่จะมองเห็นช่องทางเพื่อหาความแปลกใหม่ให้กับการเช่าเรือของเขา จึงพยายามคิดค้นว่าจะสามารถเอาจักรยานและเรือมารวมกันได้อย่างไร นอกจากจะเป็นเทรนด์นิยม สร้างมูลค่าจากความแปลกของธุรกิจแล้ว ยังช่วยให้คนอเมริกันเพิ่มทางเลือกในการออกกำลังกาย แทนที่จะใช้แขนพายเรือ คราวนี้ก็จะได้ใช้เท้าถีบให้สนุกสนานกันเต็มที่

 

ดังนั้นเขาจึงเริ่มคิดค้นและออกแบบเรือชนิดใหม่นี้ กระทั่งประสบความสำเร็จ ในปี 1877 ซึ่งไม่เพียงที่มันจากกลายเป็นจักรยานลอยน้ำได้แล้ว นายโรเบิร์ตก็ยังคิดค้นการออกแบบรูปทรงของเรือให้ดูสวยงามน่ารักเพื่อดึงดูดผู้คนตั้งแต่เด็กๆ วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่ ที่มีเป้าหมายในการลงไปถีบจักรยานน้ำร่วมกันด้วย จึงเลือกที่จะใช้รูป “หงส์” หรือ “เป็ด” มาห่อหุ้มโครงเรือเอาไว้ ดังนั้นเมื่อมองไกลๆ ก็จะเห็นเหมือนมีเป็ด หรือ หงส์ ตัวใหญ่มาเล่นน้ำกันเต็มไปหมด

 

มีคนเคยไปสัมภาษณ์โรเบิร์ต ว่าทำไมถึงต้องทำเป็นรูปหงส์ เขาก็บอกว่า ที่จริงได้แรงบันดาลใจมาจาก ละครโอเปร่าเรื่อง Lohengrin บทละครอิงตำนานรักเยอรมันในยุคกลาง ในเรื่องพูดถึงอัศวินหงส์ขาว ผู้นั่งเรือเทียมหงส์ไปช่วยหญิงสาวที่ตนรัก นั่นจึงเป็นที่มาของ “เรือเป็ด” ในยุคแรกนั่นเอง

 

 

เรือถีบหงส์ที่บอสตันยุคแรกยังคงมีความแตกต่างจากเรือเป็ด หรือเรือหงส์ในปัจจุบัน แต่มีหลักการเดียวกันคือระบบเท้าปั่นเพื่อให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่เรือหงส์ยุคนั้นเน้นนั่งหลายคน คือมีคนปั่นหงส์ข้างท้าย แล้วมีเก้าอี้เป็นแถวๆ ไว้นั่งข้างหน้า ไม่มีหลักฐานว่าจากเรือนั่งหมู่คณะ กลายมาเป็นเรือหงส์ที่ถีบสองคนไปตอนไหน แต่อาจเดาได้ว่าเกิดจากเทคโนโลยีการผลิตไฟเบอร์กลาสที่ทำให้สามารถผลิตเรือจำนวนมากและขนาดเล็กลงได้

 

เรือเป็ดจากธุรกิจและความช่างคิดในช่วงปลายทศวรรษ 1800 ค่อยๆ กลายเป็นเรือถีบแบบส่วนตัวและกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมความชิว ความรัก หรือความเหงาไปทั่วโลก และยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรือเป็ดมากมาย เช่น ที่ประเทศญี่ปุ่น มีความเชื่อว่า ถ้าคู่รักคนไหนไปถีบเรือเป็นด้วยกันที่สวน Kichijoji ในโตเกียว ความรักนั้นต้องเป็นอันร้างจากคำสาป บางตำนานบอกว่าเป็นคำสาปของเทพแถวๆ นั้น บ้างก็บอกว่าในสระที่ว่ามีสาวใจสลายโดดน้ำตาย อาจจะฟังดูหลอนมากกว่าชิว แต่ก็ยังมีคนไปถีบเรือเป็ดกันมากมาย

 

 

สำหรับในประเทศไทยเราดูเหมือนว่า “เรือเป็ด” จะยังมีให้บริการอยู่ โดยเฉพาะในสวนสาธารณะต่างๆ แม้ว่าจะไม่ค่อยพบเห็นมากนักในกรุงเทพ แต่ในต่างจังหวัดเรายังสามารถไปเล่น “เรือเป็ด” กันให้ จะไปแบบเพื่อนฝูง คู่รัก ครอบครัว ก็ได้ทั้งนั้น

 

อย่างไรก็ตามตอนนี้เราอาจจะมีโอกาสให้เห็นและได้ยินเรื่อง “เรือเป็ด” มากหน่อย เพราะตอนนี้ใครๆ ก็กำลังพูดถึง “เรือเป็ด” ว่าแล้วว่างๆ ไปหาเรือเป็ดนั่งชิวรับลมหนาวกันดีกว่า!!!